เสียงสะท้อนคนลงทะเบียนเงินดิจิทัลขั้นตอนยุ่งยาก ตัดสินใจไม่ลงทะเบียน

นครราชสีมา – เสียงสะท้อนการลงทะเบียนระบบเงินดิจิทัลวอลเล็ต ชาวโคราชหลายคนบ่นขั้นตอนยุ่งยาก ตัดสินใจไม่ลงทะเบียน วอนรัฐช่วยแก้ปัญหาค่าน้ำมัน-ไฟฟ้าแพงดีกว่า

ภายหลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตในแอปพลิเคชั่นทางรัฐ โดยผู้ที่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ถึงวันที่ 15 ก.ย.67 ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 67 ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้จ่ายเงินดิจิทัลด้ในช่วงเดือน ธ.ค.67 เป็นต้นไปนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนผู้มีรายได้น้อย หลากหลายอาชีพ ในเขต อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พบว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ลงทะเบียน โดยระบุว่ามีเงื่อนไขซับซ้อนยุ่งยากเกินไป อย่างเช่น นางชิน เขาอุ่น อายุ 57 ปี ชาวบ้านวังหิน หมู่ที่ 18 ต.ในเมือง อ.พิมาย กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาทเลย เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และตนเองก็อายุมากแล้ว ทำอะไรไม่เป็น จึงไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ยุ่งยากไปหมด อยากให้รัฐบาลแจกเงินเข้าบัตรประชาชนเลยจะง่ายกว่า เหมือนแจกเงินสวัสดิการแห่งรัฐ คนเฒ่าคนแก่ที่ใช้สมาร์ทโฟนไม่เป็นจะได้ไม่ต้องยุงยาก และได้รับเงินช่วยเหลืออย่างทั่วถึงกัน ซึ่งตอนนี้ตนเองรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินกับโครงการนี้หรือไม่ เพราะรัฐบาลชุดนี้พูดแล้วพูดอีกมาเป็นปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนสักที

ด้านนายธวัชชัย วัชระประทีป อายุ 58 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณตลาดสด อ.พิมาย กล่าวว่า ตนเองรู้สึกว่าโครงการนี้มีเงือนไขที่ยุ่งยากมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนก็ยุ่งยาก จนกระทั่งลงทะเบียนไปแล้ว เงินดิจิทัลที่ได้มา ก็จำกัดให้ซื้อของได้เฉพาะในเขตอำเภอตามบัตรประชาชนเท่านั้น จะไปซื้อนอกเขตอำเภอก็ไม่ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าจะไม่ลงทะเบียนรับสิทธิ์กับโครงการนี้แน่นอน ไม่อยากได้แล้ว ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจจะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ก็ขอให้ช่วยลดค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้าลงจะดีกว่า เพราะทุกวันนี้ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า แพงขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้ได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

“เจ พาขวัญ เจียมจิโรจน์”คว้าตำแหน่ง Classic Mrs. Tourism Thailand 2024

เจ พาขวัญ เจียมจิโรจน์ คว้าตำแหน่ง Classic Mrs. Tourism Thailand 2024 ควบสายสะพายนางงามใจบุญ  Mrs. Charity 2024  จากเวที Mrs ThailandWorld & Mrs ThailandWorld มาครองได้อีกด้วย

เวที Mrs Thailand World & Mrs Tourism Thailand รอบfinal  เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ : 𝗕𝗿𝗮𝘃𝗼 𝗕𝗸𝗸 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮 𝗔𝗿𝗲𝗻𝗮 𝗛𝗮𝗹𝗹 (𝗦𝗵𝗼𝘄 𝗗𝗖)

เวที Mrs Thailand World เป็นเวทีการประกวดนางงามระดับประเทศ ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2022 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะต้องการเฟ้นหานางงามที่สมรสแล้วที่มีความพร้อมที่สุดเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเป็นตัวแทนนางงามไทย ไปประกวดในเวทีนางงามในระดับนานาชาติ

เวที Mrs Tourism Thailand เวทีการประกวดนางงามที่ผ่านการสมรสแล้ว เครือข่ายสตรีไทยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย

สำหรับ “เจ พาขวัญ เจียมจิโรจน์” ปัจจุบันเป็นตัวแม่แห่งวงการ Exhibition เจ้าของบริษัทออแกไนซ์เซอร์ “Xmania 2019” ผู้จัดงาน CACF-Thailand ครั้งที่ 11 ที่จะจัดวันที่ 18-20 กันยายนที่จะถึงนี้

กรมประมงเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำ 75 จุด ทั่วพื้นที่การระบาด กิโลละ 15 บาท

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้กรมประมงเร่งจัดตั้งจุดรับซื้อและประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดรับซื้อ รวมถึงวิธีการรับซื้อสู่สังคมอย่างชัดเจน โดยมอบหมายให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรมประมงกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ภายใต้ 7 มาตรการสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยการจับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพ และกำจัดจากบ่อเพาะเลี้ยงด้วยกากชา และมาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์

เช่น การแปรรูป ให้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งจุดรับซื้อขึ้นทุกพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด จำนวน 75 จุด โดยการันตีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละ 15 บาท ก่อนรวบรวมปลาหมอคางดำที่รับซื้อไว้ส่งให้สถานีพัฒนาที่ดินแต่ละพื้นที่ผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ เพื่อส่งมอบให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำไปแจกจ่ายแก่เกษตรกรในโครงการแปลงใหญ่เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่สวนยางกว่า 200,000 ไร่ โดยเปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2567 และหากสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อแล้วกรมประมงและ กยท. จะร่วมกันพิจารณาการขยายเวลารับซื้ออีกครั้ง


สำหรับจุดรับซื้อแต่ละจังหวัด มีดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2567)

จังหวัดจันทบุรี มีจุดรับซื้อทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ 1. ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม คุณสุรดา งามกระจ่าง 0917573482 2. ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม คุณโกษา รุ่งโรจน์ 0861563232 3. ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม คุณนิวัติ ธัญญะชาติ 0828942994 และ 4. ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ คุณหัส เอิบพบ 0812858944

จังหวัดระยอง 2 จุด ได้แก่ 1. ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง คุณพีรพงษ์ สุวณรณโชติ (แพเปี๊ยก) 0815786432 2. ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง คุณวิวรรธน์ เอี่ยมสุภาพงษ์ 0619596395

จังหวัดฉะเชิงเทรา 2 จุด ได้แก่ 1. ตำบลท่าทองหลาง อำเภอบางคล้า คุณฐานพัฒน์ โพธิ์วรสิน (แพเจริญรุ่งเรืองอู๊ด) 0865549935 2. ตำบลบางตีนเป็ด อำเภอเมือง คุณวรชัย สงวนวงษ์ (แพแม่ทิพ) 0953325516

จังหวัดสมุทรปราการ 6 จุด ได้แก่ 1. ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ คุณพยุง เพชรพิมานสมุทร 0892287993 2. ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ คุณแสงเดือน เรืองอร่าม 0853668823 3. ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ คุณสุรกิจ ละเอียดดี 0944633526 4. ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ คุณเกศดา แจ่มเมือง ตำบลแหลมฟ้าผ่า 0657598928 5. ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ คุณธนภร เจียรสุข 0811988948 และ 6. ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง คุณนงเยาว์ สังข์ทอง 0834419399


จังหวัดนครปฐม 1 จุด ได้แก่ ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน คุณมานะ ชื่นชมน้อย 0818565770

จังหวัดสมุทรสาคร 10 จุด ได้แก่ 1. ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง คุณจุฑาวัฒน์ มาบุญธรรม (แพธนูทอง) 0804646479 2. ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง นายวิชาญ เหล็กดี 0971950564 3. ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง คุณจารุจันทร์ จารวีไพบูรณ์ (แพมิตร) 0873647298 4. ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว คุณชัยพร กรุดทอง 0626585323 5. ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง คุณเฉลิมพล เกิดปั้น 0871714411 6. ตลาดสดกระทุ่มแบน อำเภอกระทุ่มแบน คุณกมลเทพ ทับสีเงิน 0861464916 7. กลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 8. นางสาววรางคณา มงคลตรีลักษณ์ 9. นายธันวา ไทยเจริญ และ 10. สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด

จังหวัดสมุทรสงคราม 3 จุด ได้แก่ 1. ตำบลยี่สาร อำเภอเมือง คุณโสรส อาญชนะปาน (นุ้ยปลาซิ่ง) 0890060269 2. ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง คุณพจนีย์ น้อยผล (แพปลาเจ๊กุ้ง) 0808540580 และ 3. ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง คุณนพดล อยู่สวัสดิ์ 0877911586

จังหวัดราชบุรี 1 จุด ได้แก่ ตำบลโพหัก อำเภอบางแพ สหกรณ์ประมงบางแพ จำกัด 032387377

จังหวัดเพชรบุรี 10 จุด ได้แก่ 1. ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ คุณจุติมา เกิดสูง 0842162887 2. ตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ คุณชุลีพร สุขเสมอ 0632204345 3. ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม คุณสุคล เถาลอย (แพเจ๊สุคล) 0813831918 4. ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม คุณอนิรุต ทศบุศย์ (แพตาเล็ก) 0894157835 5. ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม คุณบุญยืน ศิริพาสาร 0917604192 6. ตำบลบางจาน อำเภอเมือง คุณจตุพร ใจซื่อ 0928612132 7. ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง คุณจำเนียร ปิ่นทอง 0879826893 8. ตำบลนาพันสาม อำเภอเมือง คุณบุญส่ง จันทร์ลาด 0861688697 9. ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมือง คุณรุ่งเจริญ แสงภู 0840915695 และ 10. ตำบลนาพันสาม อำเภอเมือง คุณเบญจวรรณ ปานพันธ์ 0862912945

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 13 จุด ได้แก่ 1. ตำบลดอนยายหนู อำเภอกุยบุรี คุณสมฤดี ม่วงกำพันธ์ 0659595196 2. ตำบลดอนยายหนู อำเภอกุยบุรี คุณวาสิณี หุ่นงาม 0852922108 3. ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี คุณจรรยา เกตุงาม 0808399456 4. ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี นายสมศักดิ์ เขียวหวาน 0863309843 5. ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี คุณประชา คล้ายทอง 0811988564 6. ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี คุณศิริพร จันทร์ชูกลิ่น 0830953795 7. ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด คุณทวีศักดิ์ หุ่นงาม 0978000175 8. ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด คุณสายจิตร แก้วอ่วม 0929465446 9. ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี คุณบังคม ศรประดิษฐ์ 0619265670 10. ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน คุณณัฏธิชาต จีระกุล 0802956355 11. ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง คุณสายชล เขียวประดับ 0925350927 12. ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน คุณมานะ ปิ่นทอง 0819433604 และ 13. ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน คุณอรชร ลาดี 0983785978

จังหวัดชุมพร 14 จุด ได้แก่ 1. ตำบลด่านสวี อำเภอสวี คุณจรูญ ไชยะ 0981311389 2. ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง คุณศันติชัย ศันติวิชยะ 0629786499 3. ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง คุณสสิพร สำราญรัตน์ 0917958337 4. ตำบลพิสัยเหนือ อำเภอเมือง คุณธนนมรงศ์ บุญมี 0871571718 5. ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง คุณกิจจา สวัสดี 0611726388 6. คุณสุจินดา บุญบัวเกิด หจก.โชคทองอุตสาหกรรมปลาป่นน้ำแข็ง 0801131616 7. ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง คุณกฤษฎา บุญบัวเกิด 0834530639 8. ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง คุณพุฒิพงษ์ พันธุ์เล็ก 0954979299 9. ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง คุณธิดารัตน์ พันธุ์เล็ก หจก. แพพรเพชร (พีพีพี) 0829544199 10. ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง คุณกัญชพร ประสมทรัพย์ แพพรเพชร 0949428299 11. ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง คุณธำรง พันธุ์เล็ก แพพรเพชร 0869424599 12. ตำบลบางสน อำเภอปะทิว คุณนัฐพล จันทรัตน์ 0652160562 13. ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว คุณรุ่งรัตน์ นิลสถิตย์ 0631682911 และ 14. ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว คุณปิยพร ม่วงทองคำ 0878959525

จังหวัสุราษฎร์ธานี 3 จุดได้แก่ 1. ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา คุณวัชระ อินอักษร 0818951954 2. ตำบลตะกรบ อำเภอไชยา คุณพรรณทิพย์ บัวมี 0610562039 และ 3. ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ คุณเอกลักษณ์ ด่านบำรุงตระกูล (แพโชคเอกลักษณ์) 0809946643

จังหวันครศรีธรรมราช 5 จุด ได้แก่ 1. คุณประทีป น้ำขาว (แพพรเทพ) ตำบลท่าพญา อำเภอปากพนัง 0829151664 2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรชัยวัฒนา (แพพรชัยวัฒนา) ตำบลปากพนังฝั่งตะวันตก อำเภอปากพนัง 3. สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนังจำกัด ตำบลท่าพญา อำเภอปากพนัง 0897247222 และ 4. คุณวรชัช เจะเหล็ม (แพน้องเฟีย) ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร0661524165 และ 5. ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร คุณณัฎฐชัย นาคเกษม 0661524165

จังหวัดสงขลา 1 จุด ได้แก่ ตำบลระวะ อำเภอระโนด ธนาคารสัตว์น้ำชุมชนประมงพื้นบ้าน (บ้านเลค่าย) 0936292428

รวมทั้งสิ้น 75 จุดรับซื้อ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มรับซื้อ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม มีเกษตรการชาวประมง นำปลาหมอคางดำมาขาย ณ จุดรับซื้อทั่วประเทศ จำนวน 6,024 กิโลกรัม แบ่งเป็น จับจากบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร จำนวน 4,679 กิโลกรัม และจับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 2,198 กิโลกรัม วันที่ 2 สิงหาคม มีเกษตรกรชาวประมง นำปลาหมอคางดำมาขาย 17,074 กิโลกรัม และในวันที่ 3 สิงหาคม มีเกษตรกรชาวประมง นำปลาหมอคางดำมาขาย 17,645 กิโลกรัม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดแยกแหล่งที่มา โดยมีทั้งการจับจากบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร บ่อร้าง และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ในภาพรวมที่กรมประมงตั้งจุดรับซื้อและเริ่มรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 15 บาท มา 3 วัน มีเกษตรกรนำปลาหมอคางดำมาขายแล้ว รวม 40,743 กิโลกรัม ได้จัดส่งให้กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อนำไปผลิตปุ๋ยหมักไปแล้วกว่า 38,412 กิโลกรัม และคาดการณ์ได้ว่าปริมาณการรับซื้อจะเพิ่มขึ้นอีกในวันต่อไป เนื่องจากขณะนี้เกิดความตื่นตัวในการเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน และด้วยราคาที่กรมประมงรับซื้อ รวมถึงขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากนั้น ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจของเกษตรกรชาวประมงเป็นวงกว้าง

ที่สำคัญ ต้องขอเน้นย้ำถึงผู้ขายรายย่อย (เกษตรกร ชาวประมง) ว่า ขั้นตอนการนำปลาหมอคางดำมาขายนั้น ไม่มีเงื่อนไขกำหนดในการรับซื้อ สามารถนำมาขาย ณ จุดรับซื้อต่าง ๆ ได้ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ไม่จำกัดจำนวน แต่หากเกษตรที่มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ. 1) จับจากบ่อตนเอง ให้แจ้งข้อมูล ทบ.1 กับเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับซื้อ เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลต่อไป ทั้งนี้ กรมประมงขอความร่วมมือแจ้งแหล่งน้ำที่จับและเครื่องมือที่จับกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับซื้อ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำต่อไป

ยอดพุ่งเกิน 11 ล้าน “คุณหญิงปัทมา” มอบให้ “วิว-กุลวุฒิ”ฮีโร่โอลิมปิก อีก 1.5 ล้านบาท

“คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล” นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ มอบรางวัลพิเศษให้ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ 1.5 ล้านบาท ร่วมยินดีสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกีฬาแบดมินตันไทย ทำให้ยอดเงินรางวัลสูงสุดพุ่งเกิน 11 ล้าน

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 67 คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC), รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ มอบรางวัลพิเศษ 1.5 ล้านบาทให้กับกุลวุฒิ วิทิตศานต์ เพื่อเป็นการชื่นชมในความสำเร็จสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการแบดมินตันของไทยในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ “ปารีส 2024”

ซึ่งทาง “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ จะได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) สูงสุด 7.2 ล้านบาท หากเลือกแบบผ่อนจ่าย อีกทั้ง นักกีฬาเหรียญโอลิมปิก จะยังได้รับเงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยอีกเป็นระยะเวลา 20 ปี เดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท และอีก 1.5 ล้านบาทจากเงินส่วนตัวคุณหญิงปัทมา ทำให้ยอดเงินรางวัลสูงสุดพุ่งเกิน 11 ล้าน

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เปิดเผยว่า “ผลงานของนักแบดมินตันไทยในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการคว้าโควตาแข่งขันครบทั้ง 5 ประเภทเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี นอกจากนี้ยังได้เห็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจากนักกีฬาทุกคน หญิงเดี่ยว “เม” ศุภนิดา เกตุทอง เข้าถึงรอบ 16 คนสุดท้าย และ “เมย์” รัชนก อินทนนท์ เข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย, ชายคู่ “เอ็ม” สุภัค จอมเกาะ กับ “สกาย” กิตตินุพงษ์ เกตุเรน เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ, คู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ, หญิงคู่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ “วิว” รวินดา ประจงใจ ถึงแม้จะไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มแต่ก็ต้องยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มที่หนักและทำผลงานได้ดีเช่นกัน”

เตือนภัยชาวครบุรีงดหาเห็ดป่าหลังพบโขลงช้างโผล่หวั่นถูกทำร้าย

นครราชสีมา –กำนันจระเข้หิน แจ้งเตือนชาวบ้านงดหาเห็ดป่าชุมชน หลังพบช้างกระทิงหลบอยู่ หวั่นเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นายสุริยงค์ ภาษี กำนันตำบลจระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นำเจ้าหน้าที่ชมรมอนุรักษ์ช้างป่าตำบลจระเข้หิน และฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี เข้าทำการผลักดันช้างป่าที่ออกมาจากอุทยานแห่งชาติทับลานจำนวน 4 ตัว เข้าไปหากินอ้อยของชาวบ้าน กินตลอดทั้งวัน หลังจากที่ได้รับแจ้งว่าช้างโขลงดังกล่าว ได้ออกจากป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อบุกเข้าไปหากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านมานานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งบริเวณจุดที่พบช้างอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานมาประมาณ 4 กิโลเมตร

ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการโอบล้อมและใช้วิธีการใช้เสียงไล่กดดัน ให้ช้างเดินไปตามเส้นทางที่กำหนด เบื้องต้นทำได้เพียงผลักดันให้ช้างออกจากพื้นที่การเกษตรและเข้าไปในเขตป่าชุมชนเขาภูประดู่ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อลดความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านไปก่อน ก่อนที่จะทำการผลักดันให้ช้างกลับสู่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลานที่อยู่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตรต่อไป

นายสุริยงค์ ภาษี กำนันตำบลจระเข้หิน บอกว่า ช้างป่ากลุ่มนี้ ได้ออกมาจากป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อหากินทำลายผลผลิตของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลจระเข้หินและตำบลใกล้เคียงมานานประมาณสัปดาห์แล้ว ซึ่งจุดที่ช้างหากินนั้นอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมาประมาณ 4 กิโลเมตร ตอนนี้ทำได้แค่ผลักดันให้ช้างเข้าไปอยู่ในป่าชุมชนเขาภูประดู่ที่อยู่ข้างเคียงก่อน เพราะเส้นทางนั้นค่อนข้างไกล จำเป็นต้องมีการวางแผนและระดมกำลัง เพื่อกำหนดเส้นทางกลับป่าเพื่อให้ช้างสร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านน้อยที่สุด รวมถึงมีรายงานว่าพบกระทิงจำนวนหนึ่ง ออกจากป่ามาหลบอาศัยอยู่ในป่าชุมชนแห่งนี้เช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันในช่วงนี้เริ่มมีเห็ดป่างอกออกมาในป่าชุมชนที่ช้างเข้าไปหลบอาศัย และยังมีชาวบ้านเข้าไปหาเห็ดป่าจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้พยายามประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวบ้านงดเข้าไปหาเห็ดหรือของป่าในช่วงนี้ไปก่อน จนกว่าจะแน่ใจได้ว่าทางเจ้าหน้าที่สามารถผลักดันช้างออกไปได้ทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเองด้วย.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

ครอบครัวร่ำให้กอดศพจิตอาสาช่วยเก็บผักตบชวาออกจากทางน้ำลื่นจมน้ำดับ

ร้อยเวร สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุบุคคลจมน้ำสูญหายที่บริเวณฝายน้ำล้นบ้านเมืองบัวน้อย ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จึงประสานกู้ชีพ-กู้ภัยฮุก 31 โคราช จุดพิมาย และชุดปฏิบัติการกู้ภัยใต้น้ำ (มนุษย์กบ ) ฮุก 31 โคราช ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือ

โดยจุดเกิดเหตุมีชาวบ้านและจิตอาสาที่มาช่วยกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ จัดเก็บวัชพืชและขยะไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหล รอเจ้าหน้าที่ฯ อยู่ที่ฝายน้ำล้นของหมู่บ้านกันเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกลงอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำหน้าฝายจึงเพิ่มสูง มวลน้ำไหลเชี่ยว และมีวัชพืชลอยมาตามกระแสน้ำโดยเฉพาะผักตบชวาและจอกแหนไหลตามกระแสน้ำมาอุดตันอยู่บริเวณหน้าฝายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฯ ต้องใช้เรือพอนทูนโป๊ะพร้อมแบ็คโฮ และรถแบ็คโฮแขนยาว มาช่วยขุดตักผักตบชวาและจอกแหนขึ้นจากฝายน้ำ เพื่อเปิดทางให้กู้ภัยฯ ลงดำค้นหาผู้สูญหายใต้น้ำ

จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบเบื้องต้นว่า ผู้สูญหายชื่อ นายประชิต จับพิมาย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 6 ต.กระชอน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เป็นจิตอาสามาช่วยชาวบ้านบำเพ็ญประโยชน์จัดเก็บจอกแหนและวัชพืชที่กีดขวางทางไหลของน้ำที่บริเวณฝายน้ำล้นแห่งนี้ แต่ขณะกำลังปฏิบัติงาน นายประชิตฯ ได้เกิดลื่นตกไปในฝายน้ำฯ แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและมีผักตบชวาขึ้นเต็ม จึงไม่สามารถลอยตัวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำได้ ทำให้ถูกกระแสน้ำพัดดูดจมหายไปต่อหน้าต่อหน้าชาวบ้านและจิตอาสาที่มาปฏิบัติงานด้วยกัน

ทั้งนี้มนุษย์กบ ทีมเฉพาะกิจกู้ภัยใต้น้ำ ต้องค่อยๆโรยตัวลงไปในน้ำอย่างระมัดระวัง และต้องจับเชือกนำทางที่ขึงตรึงบนฝั่งไว้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ถูกกระแสน้ำวนบริเวณหน้าฝายดูดจมลงใต้น้ำ ซึ่งการปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาเนื่องจากสภาพอากาศเริ่มมืดค่ำ อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลวนเชี่ยว มีวัชพืชผักตบไหลมากีดขวางการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ต้องใช้เวลาค้นหานานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงพบร่างผู้สูญหายจมหมุนวนอยู่ใต้ฝายน้ำ จากนั้น จึงรีบช่วยกันนำร่างนายประชิตฯ ผู้เสียชีวิต ขึ้นบนฝั่งอย่างทุลักทุเล โดยมีครอบครัวและญาติที่รออยู่ พากันร่ำไห้โผเข้ากอดร่างไร้วิญญาณของนายประชิตฯ ดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง และบางคนถึงกับเป็นลมรับไม่ไหวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่าการมาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมในครั้งนี้ของนายประชิตฯ จะเป็นการทำความดีส่งท้าย ก่อนจากไปไม่มีวันกลับ

เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต พนักงานสอบสวนจึงได้ให้กู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ รพ.พิมาย ก่อนให้ญาติไปติดต่อรับศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา .

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

มรดกเลือด!น้องชายขี้ระแวง แทงพี่สาวเจ็บ ก่อนแทงพี่เขยแล้วฟาดซ้ำจนตาย

ตำรวจสภ.ท่าตะโก บุกรวบน้องชายขี้ระแวง แทงพี่สาวเจ็บ หลังทะเลาะปมแย่งมรดก ก่อนจะแทงพี่เขยที่ออกมาช่วย ลงไปกองกับพื้น และใช้ไม้กระบองฟาดซ้ำจนตาย

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2567 พ.ต.ต.พิศลย์ ผาสุข สว. (สอบสวน) สภ.ท่าตะโก รายงานเหตุเหตุแทงกันตาย ที่บ้านหลังหนึ่ง บริเวณข้างวัดเขาน้อย หมู่ 2 ต.ท่าตะโก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เมื่อเย็นวานนี้ หลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบว่านอกจากจะมีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นางเข็มทิพย์ อายุ 60 ปี มีบาดแผล จากคมอาวุธทั้งแขนซ้าย-ขวา ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพนำตัวส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาล ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ คือนายนิคม อายุ 68 ปี สามีของนางเข็มทิพย์ นอนจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณข้างบ้าน ในสภาพมีมีดปักอยู่ที่อก ใกล้กับลิ้นปี่

ขณะเดียวกัน ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ คือ นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 53 ปี เบื้องต้นพบว่า เป็นผู้ป่วยจิตเวช จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวนยังโรงพัก ส่วนศพของนายนิคม ทางแพทย์เวรได้ทำการชันสูตร ก่อนส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายณรงค์ศักดิ์ มีปากเสียงกับนางเข็มทิพย์ เรื่องที่นายณรงค์ศักดิ์มักคิดระแวง กลัวว่าพี่สาวจะได้รับมรดกสมบัติจากพ่อแม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทะเลาะกันเป็นประจำ แต่ครั้งนี้นายณรงค์ศักดิ์ ได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงพี่สาวจนได้รับบาดเจ็บ

จึงทำให้นางเข็มทิพย์ต้องร้องเรียกคนให้มาช่วย ซึ่งนายนิคม สามีได้ยินเสียงร้อง จึงรีบวิ่งมาช่วย แต่ถูกนายณรงค์ศักดิ์ใช้อาวุธมีดแทงเข้าไปอกจนมิดด้าม ก่อนจะล้มลงไปนอนกับพื้น จากนั้นนายณรงค์ศักดิ์ก็เดินไปหยิบไม้กระบอง มาทุบซ้ำอย่างโหดเหี้ยม นายนิคมเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ ไปสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุจูงใจในการลงมือก่อเหตุครั้งนี้

ต้านไม่ไหว “วิว”พ่าย “วิคเตอร์”0-2 เซต ซิวเหรียญเงิน แบดโอลิมปิก 2024

การแข่งขันแบดมินตัน โอลิมปิก 2024 ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย มือ 8 ของโลก พบ “วิคเตอร์ แอ็กเซลเซน” แชมป์เก่า มือ 2 โลกจากเดนมาร์ก

ผลปรากฎว่า “วิว กลุวุฒิ”พ่าย 2 เซตรวด 10-21 และ 11-21 ทำให้ วิว สร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยได้แค่เหรียญเงินมาครองเป็นคนแรกของวงการแบดมินตันทีมชาติไทย

สสว.เร่งผลักดัน GDP ของ SME เพิ่มร้อยละ 40 ปี’70 ชี้“จีนเที่ยวไทย”ช่วยขับเคลื่อน MSME เติบโตยั่งยืน

สสว. ตั้งเป้าผลักดัน GDP ของ SME เพิ่มร้อยละ 40 ภายในปี 2570 มองโอกาสเจาะตลาด “จีนเที่ยวไทย” ช่วยขับเคลื่อน MSME เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าจับมือ “ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย” และ “เอวีโปรเจคท์” ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน “เหวยไท่กว๋อ” เปิดประตูบานใหญ่ต้อนรับนักท่องเที่ยวแดนมังกร 

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดแผยว่า การส่งเสริมให้ MSME ให้ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษถือเป็นภารกิจสำคัญของ สสว. ในการขับเคลื่อนให้ MSME ได้เติบโตตามเป้าหมาย โดย สสว.ต้องการผลักดันสัดส่วน GDP ของ SME ให้เพิ่มเป็นร้อยละ 40 ภายในปี 2570 จากเป้าหมายปีนี้ (2567) ที่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ร้อยละ 37 นอกจากนี้ สสว. ยังมุ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาลภายใต้วิสัยทัศน์ “Thailand Vision IGNITE THAILAND : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub) 

โดย สสว.พร้อมขับเคลื่อนเพื่อยกระดับ MSME ด้านการท่องเที่ยวและบริการให้มีโอกาสขยายการเติบโตด้วยการสร้างโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะการดึงตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงได้ร่วมกับ บริษัท ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เอวีโปรเจคท์ จำกัด พร้อมด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงพาณิชย์ พัฒนามินิแอปพลิเคชั่น “เหวยไท่กว๋อ” หรือ Hello Thailand แพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีน สามารถเข้าถึงร้านอาหาร โรงแรม แพ็คเกจทัวร์ 40 เมืองใหญ่และเมืองน่าเที่ยว ไปจนถึงบริการ Payment on Service และ Payment on Ground ที่จำเป็นและสามารถใช้บริการได้อย่างไร้รอยต่อ 

“ที่ผ่านมา สสว. ทำงานร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การเอกชน ในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศให้เติบโตภายในประเทศ และด้วยวิสัยทัศน์จากการทำงานมากว่า 20 ปี เชื่อมั่นว่าการจับมือกับ ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย และเอวีโปรเจคท์ ครั้งนี้จะช่วยผลักดันผู้ประกอบการ MSME ให้มีพื้นที่เติบโตในตลาดต่างแดน สอดคล้องไปกับ พันธกิจของ สสว. ที่ต้องการส่งเสริม MSME ให้มีพื้นที่เติบโตทางธุรกิจ เราจึงลงพื้นที่เพื่อคัดสรรผู้ประกอบการกว่า 100,000 ราย ทั่วประเทศ ทั้งผู้ประกอบการร้านค้า บริการ สินค้า การท่องเที่ยว ให้มาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม ‘เหวยไท่กว๋อ’ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ MSME ได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย” นางสาวปณิตา ระบุ 

ขณะที่ นางสาวพรรณอวิกา ลิมปะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จุดเด่นของ ‘เหวยไท่กว๋อ’ จะเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลการท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ครอบคลุม 66 เมืองใหญ่และเมืองน่าเที่ยว ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ สมุย กรุงเทพฯ และอุบลราชธานี ช่วยทลายกำแพงด้านภาษาเนื่องจากข้อมูลทั้งหมดจะเป็นภาษาจีน นักท่องเที่ยวจึงสามารถเข้าถึงร้านอาหารท้องถิ่น ซื้อสินค้าจากชุมชน ซื้อแพ็คเกจทัวร์ รวมไปถึงบริการ Payment on Service ที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองไทยอย่างง่ายดาย โดยสามารถชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน WeChat Pay ได้สะดวกยิ่งขึ้น การใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ถูกจังหวะและถูกเวลา จะช่วยให้ขับเคลื่อน SME ไทยก้าวสู่ตลาดจีนได้แบบก้าวกระโดด โดยได้ทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่นักท่องเที่ยวจีนทุกคนต้องมี ตั้งเป้าว่าภายใน 1 ปี ต้องมีสมาชิก 200 ล้านคน และมี Active User ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 80.6% เป็นกลุ่ม FIT (Free Independence Traveler) ที่นิยมการท่องเที่ยวแบบอิสระ มีเงินใช้จ่ายประมาณ 40,000- 100,000 บาท โดยมีไลฟ์สไตล์การเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เน้นความหรูหรา มองหาสถานที่และกิจกรรมสำหรับคู่รัก ไปจนถึงการพักผ่อนเพื่อบำบัดกายใจ และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น กลายเป็นตัวแปรสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

สำหรับ พิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมสิทธิประโยชน์ MSME เปิดโอกาสการเติบโตเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน” ระหว่าง สสว. และ WeiTaiGuo จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือขององค์กรภาครัฐและองค์กรเอกชน ทั้ง 5 ฝ่าย รวมถึงพันธมิตรจากประเทศจีน ประกอบด้วย WeChat Pay (วีแชท เพย์) Xiaohongshu (เสี่ยว หง ชู) และ TAOBAO & TMALL GROUP ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่จะมาร่วมมือกันในครั้งนี้ อีกทั้งยังถือโอกาสเฉลิมฉลองครบวาระความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนครบ 50 ปีอีกด้วย.

ฝนชุกอากาศร้อนชื้นเห็ดผึ้งขมขึ้นพรึ่บ คนครบุรี เก็บขายทำรายได้เสริมสุดปัง

ชาวบ้านจำนวนมาก พากันออกไปตระเวนหาเก็บเห็ดที่ขึ้นอยู่ภายในไร่ยูคาลิปตัสท้ายหมู่บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเห็ดที่ว่านี้คือ “เห็ดผึ้งขม” ซึ่งเป็นเห็ดป่าชนิดหนึ่งมักจะชอบขึ้นในป่าโปร่งมีแสงรำไร โดยเฉพาะป่ายูคาลิปตัส มีดอกสีม่วงสวยงาม น่ารับประทาน โดยเห็นผึ้งขมดังกล่าว ในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน เพิ่งจะงอกเป็นครั้งแรกของปีนี้ และพากันงอกออกมาพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านที่พากันออกไปเดินหาในวันแรกหลายสิบคนพากันหอบตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดออกจากป่ากันเป็นว่าเล่น

อย่างเช่นนางประนอม ลอยกระโทก อายุ 58 ปี หนึ่งในชาวบ้านตลิ่งชัน ที่วันนี้พากันยกครอบครัวออกไปหาเห็ดผึ้งขมกันตั้งแต่เช้า และได้เห็ดขมกลับมาบ้านรวมกันเกือบ 50 กิโลกรัม เช่นเดียวกันกับออกหลายบ้าน ที่ต่างพากันนั่งทำความสะอาดเห็ดอยู่หน้าบ้านกันอย่างคึกคัก

นางประนอม ลอยกระโทก บอกว่า ปีนี้เห็ดผึ้งขมเพิ่งเริ่มงอกเป็นครั้งแรกของปี ในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน และออกมาพร้อมกันมากเป็นพิเศษ เพราะปีนี้ค่อนข้างแล้ง ทำให้เห็ดออกช้า เมื่อสภาพอากาศเหมาะสม ฝนตกชุกร้อนจัด เห็ดจึงพากันงอกพร้อมกัน เหมือนกับอัดอั้นมานาน โดยเห็ดผึ้งขมนั้น มักจะชอบงอกตามป่ายูคาลิปตัส ทำให้บางพื้นที่เรียกว่า เห็ดยูคา แต่เห็ดชนิดนี้จะมีรสขม จำเป็นที่จะต้องนำมาต้มเอาน้ำขมออกก่อนที่จะนำไปปรุงอาหาร แต่เนื้อสัมผัสและรสชาติดี นำไปปรุงเป็นอาหารได้แทบทุกเมนู

ทั้งนี้เชื่อว่ามีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ตอนน้ราคารับซื้อถึงหน้าบ้านอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงนาทีทองของชาวบ้านเลยทีเดียว เพราะตอนนี้แต่ละคนก็จะได้กันเป็นสิบๆกิโลกรัม ถือว่าทำรายได้เสริมอย่างดีให้กับชาวบ้านในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี และหลังจากนี้เชื่อว่าน่าจะยังมีเห็ดชนิดนี้ออกต่อเนื่องไปอีก และก็จะมีเห็ดชนิดอื่นๆงอกตามมาต่อไปด้วย.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา