สาวช็อก เครียดจัด! เงินฝากหายจากบัญชี 5 แสน ถูกโอนไปจีน-เวียดนาม โดยไม่รู้ตัว

สาวบุรีรัมย์น้ำตาคลอ เงินฝาก หายจากบัญชี 5 แสน ด้าน 2 ธนาคาร ปัดกันไปมา รู้แค่ถูกโอนไปจีน-เวียดนาม อ้างเจ้าของบัญชีโอนเอง เจ้าตัวโต้ไม่รู้จักใครจะโอนทำไม

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.เบญจวรรณ สุพะนาม อายุ 35 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ว่า เงินหายจากบัญชีธนาคารไป 530,000 บาท แต่ธนาคารอ้างว่าตนเป็นคนทำธุรกรรมเอง

น.ส.เบญจวรรณ เล่าว่า สามีไปทำงานอยู่เกาหลีใต้ ช่วงแรกจะส่งเงินมาให้ทางบ้านใช้จ่ายเดือนละประมาณ 40,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ของแม่ ผ่านไป 2 ปี สามีบอกว่าเงินจะเอาเข้าบัญชีของตน ซึ่งมีบัญชีธนาคารกรุงไทยอยู่แล้ว เก็บไว้สร้างบ้าน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเงินที่สามีส่งมาจะเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย

สามีส่งเงินมาเพิ่มเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นเดือนละ 80,000 บาท ทุกครั้งที่เงินเข้าบัญชี หลังหักค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่างวดรถเดือนละ 22,000 บาท ตนจะโอนเงินที่เหลือผ่านแอปพลิเคชันเข้าบัญชีธนาคารธนชาตของตนอีกบัญชีหนึ่ง เพราะอยากเก็บไว้เป็นบัญชีเอกเทศเอาเพื่อสร้างบ้าน ซึ่งล่าสุดมีเงินฝากบัญชีธนาคารธนชาต 560,000 บาท

ล่าสุดน้าสาวมาขอยืมเงิน 200,000 ตนสอบถามสามีแล้วบอกว่าให้ได้ วันที่ 21 ก.ค. ตนกับน้าจึงเดินทางไปเบิกเงินที่ธนาคารธนชาต เมื่อถึงธนาคารเอาสมุดบัญชีไปปรับ พบว่าเงินในบัญชีเหลือเพียง 30,000 บาท เท่านั้น

ตนสอบถามเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่าเป็นรายการโอนจากแอปพลิเคชันของเราเองไปยังธนาคารเดิมคือธนาคารกรุงไทย ตนยืนยันกับธนาคารว่า “ไม่ได้โอน” ธนาคารตอบกลับมาว่า ถ้าตนไม่ได้โอนอาจเป็นคนในบ้านเป็นคนโอน ตนจึงตอบว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะที่บ้านพ่ออายุ 59 แม่อายุ 53 ทำไม่เป็น และทุกครั้งตนจะทำให้เองตลอด ส่วนลูก 2 คน 7 ขวบกับ 4 ขวบ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำธุรกรรมได้

เจ้าหน้าที่ธนาคารธนชาต บอกกับตนว่า ถ้าคิดจะไปแจ้งความให้ไปปรึกษากันก่อน เพราะเข้าข่าย “แจ้งความเท็จ” มีโทษจำคุก ตนกับน้าสาวจึงกลับบ้านเพื่อมาปรึกษากับครอบครัว ถามพ่อแม่ ยืนยันเช่นเดียวกันว่าไม่เคยโอน

วันที่ 22 ก.ค. ตนไปขอ Statement กับธนาคารธนชาต และ ธนาคารกรุงไทย ปรากฏว่าเงินที่ตนโอนเข้าธนาคารธนชาต ถูกโอนกลับมายังธนาคารกรุงไทยจริง แต่ที่ตนงงคือ เงินจากธนาคารกรุงไทย ถูกโอนผ่านแอปพลิเคชัน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาครั้งละ 10,000-30,000 บาท ไปยังบัญชีประเทศจีนและประเทศเวียดนามเป็นเงินกว่า 530,000 บาท

ตนจึงเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองสองห้อง ตำรวจตรวจสอบโทรศัพท์ พบว่าเป็นการโอนจากแอปพลิเคชันเราเอง พูดเหมือนเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าไปปรึกษากันก่อนไหม ยังไม่กล้ารับแจ้งความเพราะหากผิดพลาดมา เรามีคดีแน่

น.ส.เบญจวรรณ เล่าต่อว่า ตนงงไปหมด จะรู้จักบัญชีต่างประเทศได้อย่างไร เพราะไม่เคยรู้จักหรือสั่งสินค้าใด ๆ กับคนต่างประเทศ ไม่เคยเล่นการพนันใด ๆ จนเวลา 22.45 น. มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรเข้ามา บอกว่าเงินที่หายไปจากธนาคารธนชาตนั้น อย่าเพิ่งตกใจ เป็นความผิดพลาดของทางธนาคาร เดี๋ยวธนาคารจะตรวจเส้นทางการเงินให้ วันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 10.00-11.00 น. ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีคืนให้ ตอนนั้นจึงรู้สึกโล่งอก

วันที่ 23 ก.ค. ตนนั่งรอข้อความเงินเข้าแต่ไม่มี จนถึงบ่ายจึงเดินทางไปธนาคารอีก ธนาคารบอกว่าเหมือนเดิมคือ ไม่มีเงินเข้าออกแต่อย่างใด ตนต้องคอตกกลับบ้านอีก ตอนนี้ตนเครียดมาก อยากให้ธนาคารตรวจเช็กให้ละเอียดอีกครั้ง หรือหน่วยงานใดมาให้ความรู้หาแนวทางช่วยเหลือด้วย ปกติเงินที่โอนออกโอนเข้าผ่านทางแอปพลิเคชันของตน จะมีข้อความเข้ามา แต่ทำไมเวลาโอนไปต่างประเทศ “เราไม่รู้”

เงินดิจิตอล wallet 1 หมื่นบาท เปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ 1 สิงหาฯนี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยเปิดให้ ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2567 และเริ่มใช้จ่ายได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ประชาชนประมาณ 45-50 ล้านคนจะเข้าร่วมได้ และผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 16 กันยายน ถึง 15 ตุลาคม 2567                

ขั้นตอนลงทะเบียนเงินดิจิทัล แอปทางรัฐ มี 4 ขั้นตอน ดังนี้

– ดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ
– เปิดแอปฯ ทางรัฐ แล้วเลือก สมัครสมาชิก
– สแกนบัตรประชาชน และ ใบหน้าของผู้ใช้งาน
– ระบุบัญชีผู้ใช้ และ รหัสผ่านเพื่อเริ่มใช้งาน  

ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ให้ลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2567 ได้ที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 ศูนย์ทั่วประเทศ ที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 1,200 แห่งทั่วประเทศ (ยกเว้นไปรษณีย์อนุญาต (เอกชน) และร้านค้าให้บริการ) ธนาคารออมสิน 1,047 แห่ง ทั่วประเทศ

ชาวนาสุโขทัยระทม!ผจญภัยแล้งกลางฤดูฝน ฝนทิ้งช่วงนาน 2 เดือน ต้นข้าวเริ่มแห้งตาย

สุโขทัย – หลายพื้นที่ฝนฉ่ำ ถึงขั้นน้ำป่าไหลหลากท่วม..แต่นาข้าวเมืองบางขลัง กว่า 3,000 ไร่ กลับเจอภัยแล้งกลางฤดูฝน แม้เมฆครึ้มทุกวัน แต่ฝนทิ้งช่วงมานานร่วม 2 เดือน ต้นข้าวเริ่มแห้งตาย จนต้องบนหัวหมูขอเทวดาช่วย ครวญใน 10 วันต่อจากนี้ไม่มีฝนได้ขาดทุนกันถ้วนหน้าแน่

ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่หมู่ 5 หมู่ 7 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก และหมู่ 6 หมู่ 7 ต.ราวต้นจันทร์ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นเขตติดต่อกัน ต่างก็ทุกข์กังวลใจกับปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นกลางฤดูฝน ทั้งกำลังมีผลชี้ชะตาภายใน 10 วันนี้ ถ้ายังไม่มีน้ำฝนหล่นลงมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ต้องแบกภาระขาดทุนแน่นอน

นายณัฐพงษ์ หมื่นเข็ม เจ้าของนาในพื้นที่หมู่ 7 บ้านนากลาง ต.เมืองบางขลัง บอกว่า ชาวนาที่นี่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ไม่ตกมานาน 2 เดือนแล้ว ทำให้ต้นข้าวอายุ 2 เดือนบางส่วนแห้งตาย ส่วนที่เหลือก็ต้องลุ้นกันว่าภายใน 10 วันนี้จะมีฝนเทลงมาหรือไม่ ถ้าไม่มี นาข้าวทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ ในเขตติดต่อ 4 หมู่บ้าน 2 ตำบล จะได้รับผลกระทบหนัก ข้าวยืนต้นตายแน่นอน

นายณัฐพงษ์ บอกอีกว่า นาข้าวแถบนี้อาศัยน้ำฝนและน้ำจากคลองแม่มอกเป็นหลัก ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากแทบทุกปี สภาพคลองตอนนี้แห้งขอด และท้องฟ้าก็ดูมืดครึ้มทุกวัน ทำท่าเหมือนจะตกหนัก แต่สุดท้ายลมก็พัดก้อนเมฆพาฝนไปตกที่อื่น ครั้นจะเจาะบ่อบาดาลก็เจาะไม่ได้ เจอแต่หิน

นายธานินทร์ และนายสุรเชษฐ์ เกษตรกรในพื้นที่ บอกว่า ที่นารอบข้างใกล้เคียงกัน มีฝนตกได้น้ำทำนากันทั่วหน้า แต่ที่นี่กลับแห้งแล้งจนดินแตกระแหง ต้นข้าวบางส่วนเหี่ยวแห้งตาย ชาวนาจนปัญญาในการหาทางออก ก็เลยต้องต่างคนต่างอธิษฐานร้องขอให้เทวดาบนฟ้าช่วย ถ้าสำเร็จฝนเทลงมาก็จะแก้บนด้วยหัวหมูพร้อมเครื่องเซ่นไหว้

“นอท กองสลากพลัส”ควง ฮาย-มนต์สิทธิ์ ร้อง “บิ๊กก้อง”ถูกแก๊งมิจฉาชีพนำชือเปิดเว็บพนัน

“นอท กองสลากพลัส“พร้อม ฮาย-มนต์สิทธิ์“ ร้องทุกข์ต่อ “บิ๊กก้อง” หลังถูกมิจฉาชีพนำชื่อ-ภาพบริษัทและพรีเซ็นเตอร์อ้างเปิดเว็บพนัน-หลอกขายกล่องสุ่ม แจ้งความแล้วคดีไม่คืบ

ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. นอท กองสลากพลัส นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ผู้บริหาร บริษัท ลอตเตอรี่พลัส จำกัด พร้อมด้วยฮาย อาภาพร นครสวรรค์ , มนต์สิทธิ์ คำสร้อย พร้อมทนายความ ได้เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับมิจฉาชีพที่มีการปลอมโปรไฟล์หลอกประชาชน

โดยนอท กองสลากพลัส กล่าวว่า ตนโดนมิจฉาชีพเอารูป และวิดีโอของตนไปตัดต่อ พร้อมมีการปลอมเพจปลอมกว่า 1,700 เพจ และมีการปลอมบัญชีอีกกว่า 4,500 โปรไฟล์ ที่หนักกว่านั้นมีการนำรูปของตนไปโปรโหมดเว็บพนัน / ส่วนตัวตนไม่ได้เสียหายอะไร แต่เรื่องนี้ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำประชาชนคนอื่นเข้าใจผิด อีกทั้งยังมีการหลอกให้ซื้อกล่องสุ่ม จนมีคนสูญเงินหลักหมื่น ซึ่งเรื่องนี้เองตนเจอมานานแล้ว และได้มอบหมายให้ทนายความไปแจ้งความทุก อังคารและพฤหัสบดี เพื่ออายัดบัญชีกว่า 2,000 บัญชี มีการรายงานเฟซบุ๊คให้มีการลบเพจไป 200 กว่าเพจ ตอนนี้บัญชีม้าก็ยังจับไม่ได้ ซึ่งตนมีการตั้งทีมเพื่อล่อซื้อบัญชีปลอมตลอด แต่ก็ยังจับตัวไม่ได้นอกจากนี้ตนเคยคุยกับผู้เสียหายเกี่ยวกับการหลอก โดยมีการสร้างรายงานขึ้นมา ชื่อรายการว่า รู้หน้าไม่รู้โกง เพื่อมาเปิดเผยกลโกลของมิจฉาชีพ

อีกทั้งยังฝากถึงประชาชนว่า เพจจริงชื่อว่า ลอตเตอรี่พลัส มีคนกดถูกใจ 1.5 ล้าน และ 2.4 ล้าน ผู้ติดตาม เท่านั้น ส่วนทางแอปพลิเคชั่น มีชื่อว่า Nokplus และโอนเงินเข้าบัญชี บจก.ลอตเตอรี่พลัส จำกัด เท่านั้น มีมิจฉาชีพบางคนอ้างเป็นเลขาของตน ส่งเลขบัญชีบุคคบให้ อ้างว่าบัญชีหลักถูกล็อค ขอย้ำว่าอย่าไปเชื่อ ให้โอนเข้าบัญชีหลักอย่างเดียวเท่านั้น และย้ำว่า ลอตเตอรี่พลัสไม่มีทำกล่องสุ่ม และอยากฝากถึงมิจฉาชีพว่า วันนี้ตนมาร้องกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แล้ว ให้ระวังตัวไว้ เพราะท่านตามต่อแน่นอน

นอกจากนี้ตนยังเคยทำหนังสือร้องเรียนที่ไปที่เฟซบุ๊กแต่ไม่มีการตอบกลับอะไรเลย “ที่มีมิจฉาชีพเยอะขนาดนี้เพราะเฟซบุ๊กนิ่งเฉย เพราะเขามีรายได้จากพวกมิจฉาชีพนี้ด้วย”

ด้านฮาย อาภาพร กล่าวต่อว่า ตนมีความกังวล เพราะมิจฉาชีพนำรูปตนไปทำเว็บพนัน มีการเอารูปไปย้อมสีเสื้อผ้า เวลาไลฟ์สดคู่นอทก็มีคนมาคอนเม้นท์ตลอดว่าเสียหาย ผู้เสียหายผุดขึ้นรายวัน จึงนำเรื่องมายื่นให้กองปราบในวันนี้ เพราะสงสารประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

บุกทลายแหล่งมั่วสุม “ปอน หนองแขม”หัวจ่ายยาเสพติดให้วัยรุ่นในชุมชน

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ,พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก สส.บช.น. พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท ณัฐวุฒิ สีเสมอ , พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง , พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. ,ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ผงบุญธรรม, ร.ต.อ.เจษพงษ์ มีเพ็ชรทาน , ร.ต.อ.พีรเวธน์ โพธิ ,ร.ต.อ.วิศรุต พจน์มนต์ปิติ ,ร.ต.ท.ธีระชัย ทรัพย์สำเริงรอง สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 พร้อมด้วย ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญาขั้นพิเศษ TOP G ชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกันจับกุม

1.นายนิวัฒิ หรือปอน อายุ 21 ปี ภูมิลำเนา ถนนแก้วเงินทอง แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
2.นายวิทยา อายุ 21 ปี ภูมิลำเนา ตำบลนาพิน อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชานี่
3.นางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมด้วยของกลาง
1.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน ) ชนิดผงสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ซอง น้ำหนักรวมซองประมาณ 2.44 กรัม
2.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน ) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ซอง น้ำหนักรวมซองทั้งหมดประมาณ 39.33 กรัม
3.เครื่องชั่งน้ำหนัก ดิจิทัล จำนวน 1 เครื่อง

สถานที่จับกุม บ้านภายในซอยพงศ์ศิริชัย 4 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดข้อหาร้ายแรง จำนวนหลายคดีอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากการสืบสวนขยายผลเรื่อยมา จนทราบว่ามีนายนิวัฒิหรือปอน มีพฤติกรรมมั่วสุมเสพยาเสพติดกันเป็นกลุ่มแก๊ง และมีพฤติกรรมโพสต์ภาพอาวุธปืน และจากการสืบสวนทราบว่า นายนิวัฒิฯ พักอาศัยอยู่บริเวณ ซอยพงศ์ศิริชัย 4 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเชื่อว่าอาจจะเป็นสถานที่ ที่มีการซุกซ่อนยาเสพติดและอาวุธปืน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลและให้ดำเนินการไปขอหมายค้นต่อศาลอาญาตลิ่งชันในบริเวณบ้านดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.บช.น. ได้นำหมายค้นของศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ ค.182/2567 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ให้ตรวจค้น บ้าน ในซอยพงศ์ศิริชัย 4 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร พบ นายนิวัฒิ ผู้ต้องหาที่ 1 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้แสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจให้ นายนิวัฒิฯ ดู และจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำหมายค้น ให้ นายนิวัฒิฯ ดูพร้อมทั้งอ่านข้อความในหมายค้นให้กับนายนิวัฒิฯ ดูจนเป็นที่เข้าใจแล้ว จึงให้ นายนิวัฒิฯ นำตรวจค้นภายในบริเวณบ้านพักของตน โดยสมัครใจและอยู่ร่วมดูการตรวจค้นโดยตลอด ผลการตรวจค้นบริเวณดังกล่าว พบ นายวิทยา ผู้ต้องหาที่ 2 และ นางสาวบี ผู้ต้องหาที่ 3 พักอาศัยอยู่ในบริเวณห้องพักชั้น 3 ของบ้านหลังดังกล่าวขณะตรวจค้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นห้องพักดังกล่าวต่อ โดยมีนายนิวัฒิฯ , นายวิทยาฯ และ นางสาวบี อยู่ร่วมดูการตรวจค้นโดยตลอด ผลการตรวจค้นพบ ยาเคของกลางลำดับที่ 1 ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ภายในห้องพัก , พบยาเค ของกลางลำดับที่ 2 และเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตัล ของกลางลำดับที่ 3 วางอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์เดียวกัน โดยนายวิทยาฯ ผู้ต้องหาที่ 2 รับว่าของกลางยาเค (คีตามีน) ของกลางดังกล่าวเป็นของนายวิทยาฯ ซึ่งมีไว้เพื่อเสพด้วยตนเอง ภายในห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ต้องหาที่ 1,2 และ 3 ทราบว่าจะต้องถูกจับกุม โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ ผู้ต้องหาทั้งสาม ทราบว่า “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ได้กล่าวไว้ว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมรายสำคัญในพื้นที่ให้หมดไปอย่างจริงจัง โดยใช้มาตรการการปราบปรามอาชญากรรมองค์กรอย่างเข้มงวดเชิงรุกทุกรูปแบบ ซึ่งนับว่าเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมอื่นๆที่จะตามมา อันสร้างความเดือนดร้อนและสร้างความเสียหายต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เป็นวงกว้าง สอดคล้องตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล

น้ำเขาใหญ่ บ่าถล่ม-หนีตายโกลาหล เสียหายยับ ตราดยังวิกฤติ ชัยภูมิอ่างล้น

ฝนตกหนักทั่วไทย ตราดยังจมบาดาล เขาสมิงวิกฤติหนัก บ้านนับร้อยหลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โรงเรียนปิดระนาว มวลน้ำไหลจ่อเข้าตัวเมือง จันทบุรี เริ่มดีขึ้นถ้าไม่มีฝนเติม คาด 4-5 วัน เข้าสู่ภาวะปกติ ส่วน ชัยภูมิระทึก น้ำล้นอ่างซัดถนนขาด บ้านเรือนริมคลองจมมิด น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักลงน้ำตกแก่งหินเพิง ชาวบ้านขนข้าวของสัตว์เลี้ยงหนีน้ำจ้าละหวั่น บ่อปลานาข้าวเสียหายยับ นายกฯห่วงสถานการณ์น้ำท่วม สั่งทุกหน่วยบูรณาการจัดการปัญหาทั้งระบบ “ธรรมนัส” ยันลุ่มเจ้าพระยายังเอาอยู่ ห่วงอีสานปริมาณน้ำมากกว่าปีที่แล้ว อุตุฯเตือนภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก ยังฝนตกหนักต่อเนื่อง

หลายพื้นที่ทั่วไทยยังมีฝนตกหนัก ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย เมื่อวันที่ 30 ก.ค. จ.ตราด ยังวิกฤติหนักที่ อ.เขาสมิง โดยเฉพาะชุมชนท่าน้ำเขาสมิง เขตเทศบาล ต.เขาสมิง ระดับน้ำที่ท่วมขังในชุมชนยังเพิ่มสูงขึ้น บางจุดระดับสูงถึง 1.20 เมตร บ้านเรือนกว่า 100 หลัง ต้องติดเกาะออกไปไหนไม่ได้ โรงเรียนชุมชนเขาสมิง โรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม โรงเรียนสะตอวิทยาคม โรงเรียนบ้านฉางเกลือ ประกาศหยุดเรียนแล้ว ขณะที่มวลน้ำไหลเข้าพื้นที่บ้านลำภูราย หมู่ 3 ต.เขาสมิง ต่อเนื่องบ้านจุฬามณี หมู่ 1 ต.ห้วยแร้ง อ.เมืองตราด และตลอดแนว คลองท่าประดู่ รอยต่อระหว่าง อ.เขาสมิงกับ อ.เมืองตราด

ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดจันทนาราม อ.เมืองจันทบุรี นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผอ.ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์มาติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด เผยว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำจันทบุรีตั้งแต่คืนที่ผ่านมาจนตลอดทั้งวันของวันนี้เริ่มทรงตัวและลดลงเล็กน้อย มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน อ.มะขาม และ อ.เขาคิชฌกูฏ ชุดแรกผ่านตัวเมืองไป แต่ยังมีมวลน้ำมาเพิ่มเติมอีกเรื่อยๆ การระบายน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัวน้ำไหลแรง อบจ.จันทบุรี ปภ.เขต 17 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายลงทะเลเตรียมพร้อมรองรับมวลน้ำรอบต่อไปที่จะมาในช่วงฤดูฝนและยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พื้นที่ริมแม่น้ำจันทบุรี ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด หากไม่มีฝนตกลงมาเติมจะใช้เวลา 4-5 วันกลับสู่ภาวะปกติ

ที่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี เกิดพายุฝนกระหน่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เสาไฟฟ้าโค่นล้มทับบ้านเลขที่ 8/6 หมู่ 8 ต.วันยาว ของนายสมนึก วิสุทธิ์ อายุ 65 ปี ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้รับความเสียหาย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่บ้าน และสายไฟไม่ขาด ทำให้ไม่มีใครได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุผู้นำท้องถิ่นรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย สอบถามทราบว่า เสาไฟฟ้าเป็นของนายทุนเอกชนที่ปักในที่ดินของตัวเอง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเคยสั่งให้ถอดถอนออก แต่ยังไม่ดำเนินการ จนมาเกิดเหตุลมพายุซัดโค่นล้มทับบ้านชาวบ้าน

ที่ จ.ชัยภูมิ หลังเกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ปริมาณน้ำสะสมจำนวนมากจนเอ่อล้นสันอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยฝรั่ง หมู่ 4 ต.วะตะแบก อ.เทพสถิต ไหลเข้าท่วมถนนเข้าบ้านดงลาน หมู่ 11 กระแสน้ำไหลเชี่ยวจนรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ นอกจากนี้มวลน้ำยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนริมคลองได้รับความเดือดร้อนหนัก หลังเกิดเหตุ นายวรวิทย์ นามมหานวล นอภ.เทพสถิต รายงานให้ ผวจ.ชัยภูมิรับทราบ พร้อมประสานกรมทางหลวงชนบทเพื่อหาแนวทางสร้างถนนให้สูงขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสา คอยเฝ้าระวังเตรียมความพร้อมออกช่วยเหลือประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วม เร่งขนย้ายสิ่งของเก็บกิ่งไม้เศษวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำให้ได้โดยเร็ว

ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาด้านล่าง โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกแก่งหินเพิง ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กระแสน้ำไหลเชี่ยวทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมกว่า 200 หลัง ทั้งเด็กเล็ก สตรี ผู้สูงอายุ และช่วยกันขนหมูออกจากฟาร์มอย่างทุลักทุเล ขณะที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถนนสายสระดู่-สะพานหิน น้ำท่วมสูง 60 ซม. ระยะทางยาว 1 กม. ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมนาข้าวน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร บ่อเลี้ยงปลาถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ทั้งบ่อปลาดุก ปลากะพงขาว

สถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี พื้นที่ อ.นาดี ได้รับผลกระทบ 4 ตำบล ได้แก่ ต.สะพานหิน ต.นาดี ต.สำพันตา และ ต.บุพาหมณ์ รวม 10 หมู่บ้าน 101 ครัวเรือน ทางเข้าหมู่บ้าน 1 เส้นทาง คอกหมู 1 คอก และบ่อเลี้ยงปลา 6 บ่อ ส่วนพื้นที่ อ.ประจันตคาม ได้รับผลกระทบ 2 ตำบลคือ ต.บุฝ้าย และ ต.ประจันตคาม รวม 2 หมู่บ้าน 24 ครัวเรือน ทหารจิตอาสาร่วมกับ ปภ.อบต.หนองแก้ว และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ช่วยยกสิ่งของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายหมูให้ชาวบ้านที่บ้านเนินก่อ หมู่ 4 ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม แนวโน้มสถานการณ์ปัจจุบันยังมีน้ำป่าไหลหลากจากคลองใสน้อย-ใสใหญ่ และคลองยาง ประกอบกับน้ำในแควหนุมานและแควพระปรง ต้นน้ำปราจีนบุรี เพิ่มระดับสูงขึ้น คาดว่าจะมีพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มเติมในเขต อ.กบินทร์บุรี ได้แก่ ต.นาแขม และชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเลี้ยงในกระชังแม่น้ำแควน้อยน็อกน้ำตายเป็นเบือขาดทุนยับ

กาญจนบุรี-กำนันเกาะสำโรงเมืองกาญจน์เผยปลาเลี้ยงในกระชังน็อคน้ำตาไปกว่า 250 กระชัง สูญนับ 10 ล้านหลังเจอน้ำแควน้อยหลากอย่างไม่เคยเกิดมาก่อน

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตำบลเกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบ นายจะตุพร ชื่นพล หรือ กำนันดำ กำนันตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ประธานชมรมเกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง และเป็นผู้ประกอบการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำแควน้อย ที่ถือเป็นผู้เลี้ยงปลารายใหญ่ ภายหลังจากมีการโพสต์ขอความช่วยเหลือ โดยระบุว่า ผู้เลี้ยงปลากระชังต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนทุกหน่วยงาน เพื่อระดมเก็บกู้ซากปลาในกระชังและลำน้ำแควน้อย ขึ้นมาฝังกลบ เนื่องจากปลาอยู่ในสภาพเน่าเหม็น สร้างความเดือดร้อนต่อชาวบ้าน และมีปลาที่ตายบางส่วนหลุดลอยไปตามน้ำ จึงเกรงว่าจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ จึงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ พบว่า คนงานกว่า 20 คน กำลังเร่งช่วยกันตักขนปลาทับทิมที่มีอาการน็อคน้ำตายลอยอยู่บริเวณผิวน้ำจำนวนมากขึ้นจากน้ำ

นายจะตุพร หรือกำนันดำ เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำในแม่น้ำแควน้อยมีระดับน้ำสูงขึ้นกว่า 2-3 เมตร กระแสน้ำมีความแรงเชี่ยวกราก ทำให้กระทบกับกระชังปลาที่เลี้ยงตามตลิ่ง โดยกระชังดังกล่าวผูกกับหลักบนบก แต่ความแรงของกระแสน้ำทำให้กระชังบางส่วนที่ไม่แข็งแรงหลุดลอยไปกับสายน้ำ ส่วนปลาที่เลี้ยงในกระชังทั้งหมด มีประมาณ 500 กระชัง ได้ผูกกระชังไว้ 2 ชั้น โดยกระชังที่อยู่ใกล้ตลิ่งปลายังพออยู่ได้ ส่วนปลาที่เลี้ยงอยู่ด้านนอกถูกความแรงของน้ำทำให้ปลาเกิดอาการเสียดสีกับตาข่ายแรงเหวี่ยงของน้ำ ทำให้ปลามีอาการน็อคน้ำตายรวมทั้งหมด 250 กระชัง คิดเป็นความเสียหายมูลค่านับสิบล้านบาท

“เหตุการณ์น้ำป่าไหลบ่าลงแม่น้ำแควน้อยปีนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นหลังจากเลี้ยงปลากระชังมากว่า 10 ปี และไม่เคยเจอเหตุการณ์ครั้งไหนหนักเท่าครั้งนี้ ตอนนี้ก็เร่งเคลื่อนย้ายปลาที่ตายและคาดว่าจะตักขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำแควน้อย เราพยายามทำให้ดีที่สุด” กำนันดำ กล่าว

ข่าว/ภาพ : ปิยรัชต์ จงเจริญ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี

เขาใหญ่สั่งปิด 3 น้ำตกฝั่งปราจีนบุรีหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน

ปราจีนบุรี- เขาใหญ่สั่งด่วน ปิด 2 น้ำตกดัง ล่องแก่งหินเพิง อ.นาดี แห่งแรก แห่งที่ 2 ปิดน้ำตกตะคร้อ อ. ประจันตคามฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี 2 วันต่อเนื่อง พร้อมสั่งปิดเพิ่มน้ำตกนางรองจังหวัดนครนายกเพิ่มอีกแห่งวันนี้(30ก.ค.)ระบุด้านบนเขาใหญ่ฝนตกหนักระดับน้ำฝน 100 มม./วัน

จากได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกระจายทั่วพื้นที่ตลอดทั้งวัน ปริมาณฝนกระจายทั้งจังหวัด ทั่วพื้นที่ในตลอดทั้งวัน ได้สอบถามกัยนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก (ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัดจ.ปราจีนบุรี จ. นครนายก จ. นครราชสีมา และ จ. สระบุรี) กล่าวว่า “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ฝนตกตลอดต่อเนื่องทั้งวันที่จุดวัดปริมาณน้ำฝนที่เขาเขียวทำการตรวจวัดระดับปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มม.ต่อวัน

ชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก

ทั้งนี้จึงประกาศปิดชั่วคราว งดบริการ ท่องเที่ยวที่น้ำตกตะคร้อ ต.บุฝ้าย อ. ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากระดับน้ำแรง เชี่ยวกราก มีปริมาณสูง1แห่ง และอีก 1 แห่ง คือที่คลองไสใหญ่ ต. สัมพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี บนอุทยานฯที่มีการผจญภัยล่องแก่งหินเพิงแหล่งท่องเที่ยวดัง ที่มีระดับ น้ำสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำท่วมสูงขึ้นมาถึง ศาลา แปดเหลี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงบนถนนแล้ว ในขณะนี้

เพื่อเฝ้าระวังอันตรายเพราะว่าน้ำป่าไหลหลากจึงสั่งปิด แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 2 แห่งดังกล่าวเพิ่มต่อไปอีก1วัน คือในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ปิดเป็นวันที่ 2 ต่อเพื่ม พร้อมกับ ได้พิจารณาให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกนางรองจนครนายกเพิ่มอีก 1 แห่งในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ด้วย ขอให้ประชาชนด้านล่างเฝ้าระวังที่อาจจะถูกน้ำป่าไหล หลาก น้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้

ขณะที่นายอัมรืนทร์ เรือนศรี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี ได้สั่งการให้อาสาสมัครกู้ภัยฯ,อุปกรณ์เรือยาง ไฟส่งสว่างเตรียมพร้อมอพยพ ทำการช่วยเหลือประชาชน-ขนย้ายสิ่งของ หากประสบภาวะน้ำท่งมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหล่าก โดยเฉพาะพื้นที่ติดตีนอุทยานแห่งชาตืเขาใหญ่ มรดกโลกอ.ประจันตคามที่มีน้ำตกมากที่สุดตลอดคืน

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ ณัฐนันท์(ดาว)-ภาพ/

“เจ้าสัว”เจ๊าแชมป์เก่า พิชญบัณฑิต “อัสสัมฯศรี”บี้ อัสสัมกรุงเทพ 3-1

“เจ้าสัวน้อย” อัสสัมชัญธนบุรี เปิดบ้านทำได้เพียงแค่เสมอ “แชมป์เก่า” พิชญบัณฑิต 1-1 ส่วนคู่ดาร์บี้แมทช์ อัสสัมชัญศรีราชา ไล่ต้อนชนะ อัสสัมชัญกรุงเทพ 3-1 ยึดจ่าฝูงของกลุ่มบี. พร้อมกับกด อัสสัมชัญกรุงเทพ อยู่โซนอันตรายเนื่องจากยังไม่มีแต้ม 

การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนรายการ “อิเดมิตสึ คัพ 18 ปี.ก  กรมพลศึกษา พรีเซ็นเต็ดบาย ไอมาเน่” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำ 2567 พร้อมทุนการศึกษา 250,000 บาท เข้าสู่นัดที่ 3 ของการแข่งขัน

ไฮไลท์ที่สนามโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี  เป็นการพบกันในสาย B เจ้าบ้าน อัสสัมชัญธนบุรี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ (แชมป์เก่า) พิชญบัณฑิต โดย 2 นัดที่ผ่านมา ยังไม่มีใครแพ้ ทำให้มี 6 แต้มเท่ากันทั้ง 2 ทีม  ในครึ่งเวลาแรก เล่นเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น “เจ้าสัวน้อย” อัสสัมชัญศรีราช ได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา และเป็น จีรพัฒน์ เพชรจีน ที่บรรจงปั่นบอลผ่านมือผู้รักษาประตูพิชญบัณฑิต เข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ อัสสัมชัญธนบุรี ขึ้นนำ 1-0 ถือว่าเป็นการยิงประตูที่เร็วที่สุดของการแข่งขัน จากนั้นยังไม่มีประตูเพิ่มจนจบครึ่งแรก 

ครึ่งเวลาหลัง เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 67 “แชมป์เก่า” พิชญบัณฑิต มาตีเสมอได้สำเร็จ จากการโหม่งของ ธนกฤต จำปารี  เสมอกัน 1-1 ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเกิดขึ้น หมดเวลาทั้งคู่เสมอกัน 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม 

ส่วนอีกคู่ เป็นนัดดาร์บี้แมตช์ อัสสัมชัญศรีราชา ชนะ อัสสัมชัญกรุงเทพ 3-1 ทำให้ อัสสัมชัญศรีราชา ชนะ 3 นัดรวด มี 9 แต้มเต็ม ยึดจ่าฝูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ อัสสัมชัญกรุงเทพ แข่ง 3 นัด แพ้รวด ยังไม่มีแต้ม อยู่อันดับ 6 โซนอันตราย 

สำหรับนัดต่อไปในวันพุธที่ 31 กรกฏาคม มีเตะ 2 คู่ เวลา 14.00 น. โรงเรียนกีฬาเทศบาลนคร นครสวรรค์ พบกับ ราชวินิตบางแก้ว และคู่ที่สอง เวลา 16.00 น. ปทุมคงคา พบกับ วัดสุทธิวราราม เตะกันที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ผู้สนใจเข้าชมได้ฟรี

ฝนตกหนักน้ำป่าเขาใหญ่ทลักท่วมอ.นาดีอ่วมหนัก 4 ตำบล 33 หมู่บ้าน

ปราจีนบุรี – น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักหลังหลากท่วมจากแก่งหืนเพืงแล้วไหลบ่าลงท่วมใน 4 ตำบล33หมู่บ้าน ระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ยกว่า1เมตรเศษ สัตว์ป่าลูกอีเห็นป่าหนีไม่ทัน, ภาค เกษตรกร-ถนนท่วมยาวน่วม1กม.รถเล็กผ่านไม่ได้โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวรีสอร์ทถูกท่วมเสียหายยับ ล่าสุดมววลน้ำกำลังลงสู่พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี

เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 30 ก.ค.67 ผู้สื่อข่าวจ.ปราจีนบุรี รายงานความคืบหน้า จากกรณีเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องกระจายทั่วทั้งจังหวัด ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดก(ในพื้นที่รอยต่อ4จังหวัด จ.ปราจีนบุรี,จ.นครนายก,จ.นครราชสีมา และ จ.สระบุรี) น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ประกอบด้วย ในน้ำตกตะคล้อ ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม , บนแก่งหินเพิง แหล่งท่องเที่ยวโด่งดังแหล่งผจญภัยล่องแก่งในคลองใหญ่ บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.สำพันต่า อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และ ที่น้ำตกนางรอง จ.นครนายก โดยทางนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้มีประกาศสั่งปืดแหล่ง ท่องเทียวทั้ง3แห่ง และ ต่อมาเกิดภาวะน้ำป่าระบายลงคลองใสใหญ่,แควหนุมานไม่ทันเกิดล้นตลิ่งไหลหลาก้อ่อบ่าเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้านเชืงเขา และในพื้นที่ลุ่มต่ำเลียบลุ่มน้ำ ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กระทันหัน ชาวบ้านพากันขนย้าย’อพยพกันจ้าละหวั่นในช่วงค่อนรุ่งเช้าวันนี้(30ก.ค.) ตามที่ได้เสนอรายละเอียดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ นั้น

นายธรรมรัฐฏ์ งามแสง นอภ.นาดี จ.ปราจีนบุรีกล่าวว่า “จากที่มีฝนตกหนักติดต่อเนื่องกัน ส่งผลให้ ในพื้นที่อ.นาดี เกิดภาวะน้ำป่าจาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกไหลหลากระบายลงมาจากด้านบน แก่งหินเพืงต.สำพันตา อ.นาดี ระบายลงตามคลองใสใหญ่ จากด้านบนต่ำกว่านแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก หลากท่วมพื้นที่ต่ำเชิงเขา – เอ่อล้นคลองเลียบติดลุ่มน้ำใสใหญ่,แควหนุมาน ที่ระดับน้ำวิกฤติ มีระดับน้ำวัดได้สูงเกินกว่า9เมตร เอ่อล้นตลิ่งเอ่อระบาย – ไหล่บ่าเข้าท่วมในพื้นที่ต่างๆ รวม 4 ตำบล ได้แก่ ต.สำพันตา,ต.สะพานหิน,ต.นาดี และ ต.บุพราหมณ์ รวม จำนวน 33 หมู่บ้าน

พบมีฟาร์มหมู 1 แห่งของ เกษตรกร ถูกน้ำป่าหลากท่วมกระทันหัน ได้เร่งขนย้าย รวมถึงถนนสายกบินทร์บุรี-แก่งหินเพิงหมู่5 ต.สะพานหิน อ.นาดี ที่น้ำไหลบ่าพาดผ่านระยะทางไกลเกือบ1กม. รถขนาดเล็กสัญจรได้ยากลำบาก หรือผ่านไม่ได้ พบ ระดับน้ำ ที่ท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ1เมตรเศษ

แต่เนื่องจากพื้นที่ถูกน้ำทไหลหลาก มาเร็ว-ไปเร็ว หากไม่มีฝนตกอีกคาดว่าประมาณ2-3ชั่วโมง จะกลับคืนสู่สภาพปกติ โดยมวลน้ำป่าจะระบายลงสู่พื่นที่ทุ่งด้านล่างต่อไปและกำลังไหบระบายลงแควหนุมานด้านล่างฝั่ง อ.กบืนทร์บุรีที่ต่ำกว่า

ด้านนายบุญเลื่อน แสนโครต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (แก่งหินเพิง) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้มีมวลน้ำป่าจากเทือกเขาใหญ่ไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.สะพานหิน อ.นาดี เป็นวงกว้าง

เบื้องต้นทางอุทยานฯ ได้ปิดแก่งหินเพิงแหล่งผจญภัยล่องแก่ง ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ตั้งแต่วานนี้29ก.ค.67และวันนี้30ก.ค.67ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเฝ้าระวัง

ขณะที่น้ำท่วมชาวบ้านได้ออกมาหว่านแห ดักลอบหาปลาเป็นจำนวนมาก ส่งพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสซึ่งได้ปลาดุก คนละไม่ต่ำกว่า 5-10 กิโลกรัม/คน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่าขณะที่มวลน้ำจากแควหนุมาน ได้เอ่อเข้าท่วมหมู่ที่ 8 ต.หน้าแขม อ.กบินทร์บุรี พื้นที่ต่อเนื่องกันกับ อ.นาดี ซึ่งมวลน้ำกำลังเออขึ้นมาท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมตลิ่ง 3 หลังคาเรือนพบ ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านออกสำรวจและช่วยขนของหนีน้ำ

ทราบต่อมาคือนายผจญ ฝาคลั่ง และนางจิราพร เครือวิจิตร ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ออกสำรวจและช่วยชาวบ้านเก็บของหนีน้ำ

โดย นางจิราภรณ์ กล่าวว่า น้ำไหลลงมาจากที่สูงด้านอ.นาดี ไหลลงแควหนุมานเมื่อช่วงประมาณตี 3 ขณะนี้ปริมาณน้ำกำลังเพิ่มขึ้นๆ ในส่วน หมู่ 5 ตำบลสะพานหิน อ.นาดี น้ำได้ลดปริมาณลงเล็กน้อย

นายปรีดี คงเหม็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.สะพานหิน อ.นาดี และนายวิชิต สีนิล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ออกสำรวจพื้นที่กล่าวว่าขณะนี้น้ำได้ลดปริมาณลงเล็กน้อย แต่ยังมีประชาชนอีกประมาณ5 ครัวเรือนและเด็กนักเรียนที่ติดอยู่ด้านในไม่สามารถออกมาด้านนอกได้ และนอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่า(ลูกอีเห็น)ถูกน้ำพัดพามาติดอยู่บนต้นไม้จำนวน 2 ตัว ซึ่งชาวบ้านจะนำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้อนุบาลและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ล่าสุด นายณรงค์ศักดิ์ ลือคำหาญ นายกอบตสะพานหิน อ.นาดี พร้อมกำลังททหารจากกองพลมหารราบที่2รักษาพระงค์(พล ร.2 รอ.ได้ลงพื้นที่มาดูแลชาวบ้านหมู่5ต.สะพานหิน อ.นาดีที่รัดับน้ำยังท่วมสูง

ต่อมาเวลา14.45 น. ได้รับแจ้งข้อมูลจากนายธรรมรัฐฏ์ งามแสง นอภ.นาดีแจ้งว่า…ด้วยอำเภอนาดี ได้มีฝนตกต่อเนื่องหลายวันทำให้น้ำในคลองไสน้อย ไสใหญ่ แควหนุมาน คลองยาง น้ำล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางสัญจร ดังนี้

1.ต.สะพานหิน
– ม.1 จำนวน 4 ครัวเรือน
– ม.4 ศักดิ์สุภารีสอร์ท
– ม.5 จำนวน 25 ครัวเรือน คอกสุกร 1 คอก 13 ตัว

2.ต.นาดี
-ม. 1 จำนวน 4 ครัวเรือน
– ม.2 จำนวน 5 ครัวเรือน และเส้นทางในหมู่บ้าน

3.ต.สำพันตา
– ม.1 จำนวน 8 ครัวเรือน
– ม.5 จำนวน 12 ครัวเรือน

4.ต.บุพรามหณ์
– ม.2 จำนวน 5 ครัวเรือน
– ม.6 จำนวน 2 ครัวเรือน
– ม.10 จำนวน 36 ครัวเรือน และทางเข้าหมู่บ้าน 1 เส้นทาง

รวม 101 ครัวเรือน
หมายเหตุ กำลังตรวจสอบเพิ่มเติม นายธรรมรัฐฏ์กล่าวในที่สุด

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี