ผศ.(พิเศษ) ดร. วราวุธ ตีระนันทน์ สว.ประธานพิธีร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล

ผศ.(พิเศษ) ดร. วราวุธ ตีระนันทน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิธีพร้อมด้วยสภาวัฒนธรรมและสโมสรโรตารี่และพี่น้องประชาชน เขตวังทองหลาง ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและปลูกต้น รวงผึ้ง ไม้มงคลประจำในหลวงรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ณ วัดสามัคคีธรรมเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

“ในหลวง”ตรัสขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ให้ประเทศชาติรุ่งเรืองก้าวหน้าอย่างยั่งยืนประชาชนมีความสุข

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ พระบรมมหาราชวัง ในการเสด็จออกมหาสมาคม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 โดยในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมา ได้นำถวายพระพรชัยมงคล

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัส ว่า ข้าพเจ้ามีความปลื้มใจอย่างยิ่ง ที่ได้มาท่ามกลางมหาสมาคม พรั่งพร้อมด้วยทุกท่านจากทุกสถาบันสำคัญของชาติ ขอขอบพระทัยพระบรมวงศานุวงศ์ และขอบใจนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ในคำอำนวยพร และการเฉลิมฉลองงดงามยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจจัดให้เป็นพิเศษในวาระนี้ ท่านทั้งหลายผู้มีความรักในชาติบ้านเมือง ย่อมปรารถนาให้ชาติบ้านเมืองมีความผาสุก มั่นคง และประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

ในการนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านผู้อยู่ในตำแหน่งสำคัญของชาติจะต้องบำเพ็ญกรณียกิจทุกอย่าง โดยมีเป้าหมายสูงสุดเป็นอย่างเดียวกัน คือ ให้ประเทศชาติมีความรุ่งเรือง ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน อันจะทำให้ประชาชนทุกคนในชาติมีความสุข ความเจริญ และความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง

หากทุกท่านทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันในข้อนี้ และตั้งใจปฏิบัติภาระหน้าที่ของตนให้บรรลุผล เป็นประโยชน์สูงสุด และประสานสอดคล้องซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีแล้ว งานของชาติก็จะดำเนินการไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้อง เที่ยงตรง และสำเร็จผล สมบูรณ์ดังที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจปรารถนา

“ลาดกระบัง” คว้าแชมป์ STARTUP THAILAND LEAGUE 2024

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ประกาศผล “สุดยอดสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก 2024″ ในงาน ‘STARTUP THAILAND LEAGUE 2024 : PITCHING CHAMPIONSHIP’ ในงาน”STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2024” หรือ SITE 2024 มหกรรมนวัตกรรมและเครือข่ายสตาร์ทอัพไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน อว.แฟร์ “SCI Power” ตั้งแต่วันที่ 22 – 28 กรกฎาคม 2567 ณ โซน C ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แจ้งเกิดสุดยอดสตาร์ทอัพรุ่นใหม่จากทีมผู้เข้าแข่งขันกว่า 250 ทีมทั่วประเทศ เร่งบ่มเพาะนักศึกษาสู่สตาร์ตอัพ ภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ กว่า 8 ปีที่ปั้นธุรกิจแล้วกว่า 70 บริษัท สร้างรายได้รวมปีละมากกว่า 100 ล้านบาท

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า “โครงการ Startup Thailand League เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้แผนการส่งเสริมสตาร์ทอัพของประเทศ ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาครัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่จะจุดประกายและส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ รวมทั้งก่อให้เกิดสังคมแห่งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จะส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ พร้อมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 มีนักศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการนี้กว่า 74,000 คน เกิดไอเดียธุรกิจสตาร์ทอัพ มากกว่า 3,700 ไอเดีย ต่อยอดจัดตั้งเป็นบริษัทแล้วมากกว่า 70 บริษัท สร้างรายได้รวมต่อปีมากกว่า 100 ล้านบาท เกิดการกระจายตัวของสตาร์ทอัพไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงเกิดการจ้างงานและสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน

สำหรับทีมผู้ชนะเลิศ Startup Thailand League 2024 ระดับประเทศ ได้แก่

ดร.กริชผกา กล่าวอีกว่า “ขอแสดงความยินดีแก่ทีมน้องๆ นักศึกษาที่ได้รับรางวัลสุดยอดสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก ในวันนี้ ทุกทีมล้วนเป็นตัวแทนดาวรุ่งแห่งวงการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากทีมผู้ทรงคุณวุฒิ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่น ในการนำเสนอไอเดียนวัตกรรม เพื่อพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสังคมอย่างแท้จริง โครงการ Startup Thailand League คือจุดเริ่มต้นของการสร้างและการบ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย จากจุดนี้ไป ยังมีกลไกภาครัฐต่างๆ รวมถึงกลไกของ NIA มาสนับสนุนน้องๆ ทั้งการให้ทุนผู้ประกอบการและการเชื่อมโยงกับนักลงทุนต่างๆ โดยเรามุ่งหวังว่าในอนาคต จะได้เห็นน้องๆ เติบโตต่อไปจนถึงระดับยูนิคอร์นของประเทศ”

งาน SITE 2024 เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ณ โซน C ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น โซนMaket ที่มีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมาจัดแสดง การเสวนาและบรรยายพิเศษ สำหรับผู้สนใจสามารถติดรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.mhesifair.com และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: NIA: National Innovation Agency, Thailand

ฝนตกชุกผักสดขอนแก่นแพง ร้านกับข้าวต้นทุนพุ่ง แต่ขึ้นราคาไม่ได้

ผักสดในตลาดเขตเทศบาลนครแขนแก่นตามแผงราคาพุ่งทุกชนิด กระชาย จาก กก.ละ 60 บาท เป็น 120 บาท ผักบุ้งจีน กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 200 บาท โดยสาเหตุมาจากฝนตกต่อเนื่อง และน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก ด้านเจ้าของร้านขายกับข้าวเดือดร้อนต้นทุนสูง แต่ปรับราคาไม่ได้ สงสารผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาพืชผักในตลาดสด ในพื้นที่ตลาดสดหลายแห่ง ซึ่งพบว่าผักหลายชนิด ปรับขึ้นราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะผักบุ้งจีน ปรับขึ้นกว่า 3 เท่าตัว พ่อค้าแม่ค้าเชื่อว่า ราคาผักพุ่ง สาเหตุมาจากฝนที่ตกต่อเนื่อง และน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก น้ำฝนทำผักเสียหาย

นางเบญจวรรณ ชอบสุนทร อายุ 49 ปี ชาวบ้าน  หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าของแผงผักในตลาดเทศบาล 1 ถนนกลางเมือง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า ผักกวางตุ้งเดิมราคาถุงละ 10 กิโลกรัม ราคา 80 บาท ขึ้นราคาเป็น 120 บาท ต้นหอมราคาเดิม กิโลกรัมละ 80 บาท ขณะนี้ราคา 100 บาท ผักชีราคาเข่งละ 100 บาท ขึ้นราคาเป็น 120 บาท ผักกาดขาวราคาเดิมถุงละ 10 กิโลกรัม ขาย 80 บาท ขณะนี้ขึ้นราคาเป็น 120 บาท ใบกะเพราขายเป็นถุง ถุงละ 25 มัด ราคา 80 บาท ขึ้นราคาเป็น 100 บาท สลัดจากเดิมกำละ 15 บาท ขึ้นราคาขาย 20 บาท

เจ้าของแผงผักในตลาดสดเทศบาล 1 กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะกระชาย ที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากเดิม ราคา กิโลกรัมละ 60 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 120 บาท เช่นเดียวกับผักบุ้งจีน จากเดิมขายราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท แต่ขณะนี้ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ปรับราคาขึ้นเป็น 3 เท่าตัว ขณะที่มะเขือเปราะจากเดิมกิโลกรัมละ 30 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 60 บาท  

“สาเหตุของราคาผักที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เชื่อว่า มาจากการที่พื้นที่ปลูกผักส่วนใหญ่ ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด ทำให้พืชผักหลายชนิดเสียหาย รวมทั้งน้ำท่วม เกษตรกรไม่สามารถปลูกผักส่งมาขายยังตลาด ผักบางชนิดจึงขาดตลาด และมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย” นางเบญจวรรณ กล่าว

ขณะที่ นางวรินธิ์ธร ชูตระกูล อายุ 50 ปี เจ้าของร้านขายอาหารข้าวแกง ชื่อร้านอาหารไทยแม่โต่น ตั้งอยู่ภายในตลาดเคหะเมืองเก่า เทศบาลเมืองนครขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ ราคาผักแพงขึ้นมาก เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ส่งผลกระทบต่อทางร้านมากเช่นกัน เพราะไม่ใช่แค่ราคาผักที่แพงขึ้น ผักยังเสียง่าย เน่าง่ายกว่าฤดูกาลอื่นอีกด้วย ขณะที่ราคาสินค้าอื่นๆ ก็ปรับขึ้นตาม โดยเฉพาะผงชูรส และไข่ไก่ ขณะนี้ ทางร้านต้องแบกรับภาระต้นทุนเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องจำหน่ายในราคาเดิม ไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด เพราะสงสารลูกค้าที่มาซื้อประจำ ก็อยากวิงวอนไปยังรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่แพงขึ้นด้วย เพราะตอนนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก ทั้งคนขายและผู้บริโภค.

รบ.เมียนมาระส่ำ สั่ง จนท.อพยพจากล่าเสี้ยว ปักหลักเมืองตองจี

รัฐบาลเมียนมาสั่ง จนท.รัฐ อพยพออกจากเมืองล่าเสี้ยว เมืองสำคัญในรัฐฉาน ไปยังเมืองตองจี แต่ปฏิเสธ ล่าเสี้ยวยังไม่แตก ขณะที่กลุ่มต่อต้านประกาศ สามารถยึดกองบัญชาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แล้ว

เว็บไซต์อิรวดี สื่อภาษาอังกฤษในประเทศเมียนมา รายงานว่า รัฐบาลทหารเมียนมา ภายใต้การนำของ พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐอพยพออกจากเมืองล่าเสี้ยว เมืองใหญ่ที่สุดในรัฐฉาน ทางภาคเหนือของประเทศ หลังจากกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) ของกลุ่มโกก้าง ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ค. 2567 ว่าสามารถยึดกองบัญชาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกองทัพเมียนมาได้แล้ว หลังจากกองกำลังพันธมิตรผนึกกำลังบุกโจมตีตั้งแต่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ภรรยาของสมาชิกคนหนึ่ง ในหน่วยงานเทศบาลของรัฐบาลทหารเมียนมาในเมืองหลวง เปิดเผยกับนักข่าวอิรวดีว่า สามีของเธอได้รับคำสั่งจากรัฐบาลกรุงเนปิดอว์ให้อพยพลงใต้ไปยังเมืองตองจี เมืองเอกของรัฐฉาน เมื่อกลางเดือน ก.ค. โดยมีสมาชิกสภาอีกคนหนึ่งในรัฐฉานยืนยันในเรื่องนี้ พร้อมกับบอกว่า เจ้าหน้าที่รัฐในรัฐฉาน รวมทั้งเมืองล่าเสี้ยวได้รับคำสั่งให้อพยพไปยังเมืองตองจี

เว็บไซต์อิรวดี รายงานอีกว่า กองทัพโกก้าง ซึ่งประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าสามารถยึดกองบัญชาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แล้ว ยังระบุว่าขณะนี้ ทหารของกองทัพโกก้างกำลังเคลียร์พื้นที่ในเมือง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารพม่ายังคงปฏิเสธคำอ้างของกองทัพโกก้างที่ว่าเมืองล่าเสี้ยวแตกแล้ว

ลูกสาวโวยพ่อป่วยไปรักษารพ.รัฐกลับปฎิเสธรักษาสุดท้ายเสียชีวิต

นครราชสีมา –ว่าที่บัณฑิตสาวโคราชร้องพาพ่อป่วยไป รพ.รัฐแห่งหนึ่งแต่ถูกปฏิเสธการรักษาสุดท้ายพ่อเสียชีวิตร้องสาธารณสุขจังหวัดเรื่องไม่คืบ วอนสื่อช่วยตีแผ่ก่อนที่จะมีคนตกเป็นเหยื่ออีก

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดสระเพลง ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งกำลังประกอบพิธีฌาปนกิจศพของนายสมพร รัศมี อายุ 50 ปี ชาว สปป.ลาว โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของชาวบ้านที่มาร่วมงานโดยเฉพาะทางภรรยาและลูกสาวของนายสมพรฯ ที่สวมชุดครุยของคณะวิยาการจัดการ เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มาร่วมพิธีฌาปนกิจผู้เป็นพ่อยืนกอดรูปร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากนางสาววรรณภรณ์ สีสม อายุ 25 ปี นั้นเพิ่งเรียนจบและเตรียมเข้ารับใบปริญญาบัตรในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

นอกจากนี้ทางนางสาววรรณภรณ์ฯเตรียมตัวเป็นว่าที่เจ้าสาวเนื่องจากกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย แต่ทางนายสมพรฯ ผู้เป็นพ่อนั้นมาเสียชีวิตอย่างกระทันหันไปเสียก่อนยังไม่ทันเห็นลูกสาวได้ใส่ชุดครุย ทางนางสาววรรณภรณ์จึงสวมชุดครุยมาร่วมพิธีในครั้งเพื่อให้พ่อใด้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจ

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้สืบเนื่องจากทางนายอธิบดี ภัทรกวิน อายุ 30 ปี ลูกเขยของนายสมพรฯ ได้ร้องเรียนมายังสื่อมวลชนหลังจากนายสมพรฯนั้นมีอาการป่วยและไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสูงเนินก่อนที่ทางโรงพยาลสูงเนินจะปฏิเสธการรักษาก่อนที่จะกลับมาที่บ้านอีกครั้งแต่เนื่องจากอาการไม่ดีขึ้นจึงได้ไปหาหมออีกครั้งจนอาการทรุดลงทางโรงพยาบาลสูงเนินจึงส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชฯ แต่กว่าจะไปถึงอาการของนายสมพรก็ทรุดหนักขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายอธิบดี กล่าวว่า นายสมพร นั้นได้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสูงเนินเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของคืนวันที่ 21 ก.ค. (เช้ามืดของวันที่ 22 ก.ค.) ด้วยอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกโดยไปยังห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 3-4 คน โดยในเบื้องต้นทางโรงพยาบาลไม่เชื่อว่าทางนายสมพรนั้นมีอาการวิกฤติจริง ทางเจ้าหน้าที่เลยแจ้งว่าที่นี่(รพ.สูงเนิน) เวลานี้รับเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยวิกฤติจริงเท่านั้น ตอนนี้มาทำไมทำอะไรไม่ได้ พร้อมกับให้กลับบ้านและปฏิเสธการรักษาท่าเดียว ซึ่งเวลานั้นทางครอบครัวได้ขอร้องให้ทางโรงพบาลรับนายสมพรเอาไว้เพื่อนอนรอดูสังเกตุอาการแต่ทางโรงพยาบาลได้ทำการปฏิเสธ

และไล่นายสมพรลงจากเปลผู้ป่วยให้มานอนตรงที่นั่งพักรอคิว ซึ่งในขณะนั้นทางนายสมพรนั้นอาการเริ่มทรุดหนักสังเกตจากสีหน้าเพราะไม่สามารถนั่งได้แล้ว นอกจากนี้ทางโรงพยบาลได้มีการตำหนินายสมพรฯว่าทำไมถึงไม่ใส่หน้ากากอนามัยมาจึงให้แม่ยายของตนนั้นวิ่งออกไปซื้อหน้ากากอนามัยหน้าโรงพยาบาลเพื่อมาใส่ให้กับนายสมพร ก่อนที่จะให้กลับบ้านพร้อมจ่ายยาที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับอาการป่วยของนายสมพร ซึ่งยาที่ให้มานั้นก็มียาบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ ยาลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเกลือแร่

ซึ่งจากรับยาทางโรงพยาบาลก็ให้กลับไปบ้านและบอกว่าให้มาใหม่ในวันรุ่งขึ้น(22 ก.ค.) แต่หลังจากกลับไปบ้านแล้วนายสมพรอาการไม่ดีขึ้นพร้อมกับทรุดหนักลงกว่าเดิมโดยอาเจียนเป็นเลือด ซึ่งทางญาติจึงได้นำตัวนายสมพรไปยังโรงพยาบาลอีกครั้งตอนเวลา 06.00 น. กว่าจะได้รักษาก็เวลา 08.00 น. ซึ่งหลังจากไปรอบที่ 2 ทางหมอและพยาบาลก็ได้ตรวจร่างกายและอีกหลายอย่างก่อนที่จะเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้นพร้อมกับเกินความสามารถในการรักษาของโรงพยาบาลจึงได้มีการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชฯซึ่งกว่าจะมาถึงและเข้ารับการรักษาก็เป็นเวลา 11.00 น. แล้ว

ซึ่งขณะกำลังรักษาอยู่ที่ รพ.มหาราชนั้นทางแพทย์และพยาบาลก็ให้การรักษาอย่างเต็มที่จนนายสมพรได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ก.ค. ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนตั้งคำถามถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสูงเนินเนื่องจากตนรู้สึกว่าการดูแลรักษาคนไข้นั้นไม่เต็มที่และมารยาทก็ไม่ดี ทั้งเรื่องการให้นายสมพรฯพ่อตาของตนนั้นลงจากเปลไปนอนอยู่ที่นั่งรอคิว รวมไปถึงการตำหนิเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย ทำไมถึงต้องให้ทางแม่ยายของตนนั้นวิ่งออกไปหาซื้อหน้ากากอนามัยทั้งที่ทางโรงพยาบาลน่าจะมีแค่ 1 ชิ้น ก็ให้ไม่ได้เลยเหรอ

นายอธิบดี เล่าต่อว่า ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้นทางตนและครอบครัวของแฟนได้มีการเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาเพื่อให้เข้าตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากร้องเรียนไปไม่นานทาง ผอ.โรงพยาบาลได้ติดต่อเข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางเยียวยาต่างๆ แต่พฤติกรรมของทางโรงพยาบาลนั้นไม่ใช่ เนื่องจากในวันเผา(28 ก.ค.) นั้นทางโรงพยาบาลนั้นก็ไม่ได้ส่งตัวแทนมารวมไปถึงพวงหรีดเพื่อแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ตนรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องนี้และเตรียมที่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก

ขณะที่ทางด้านนางสาววรรณภรณ์ สีสม อายุ 25 ปี ลูกสาวของนายสมพรฯ เล่าให้ฟังว่า ที่ตนใส่ชุดครุยมาในวันนี้ก็เพื่อต้องการให้พ่อเห็นเพราะพ่อนั้นยังไม่เคยเห็นตนใส่ชุดครุยสักครั้งซึ่งตนจะเข้ารับปริญญาในวันที่ 21 ส.ค.นี้ และจะเข้าพิธีแต่งงานในช่วงปลายปีนี้แต่ทางพ่อนั้นไม่มีโอกาสได้เห็นแต่ต้องมาเสียชีวิตไปเสียก่อน ซึ่งตนก็สงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รพ.สูงเนินเพราะพ่อของตนไปรับการรักษาตอนตี 3 ทางเจ้าหน้าที่กลับปฏิเสธการรักษาพร้อมไล่กลับบ้าน

ถ้าหากในวันนั้นเจ้าหน้าที่รับพ่อของตนไว้รักษาก็อาจทำให้มีโอกาสรอดชีวิตถึงแม้จะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนอยากให้ทาง รพ.สูงเนินออกมาชี้แจงรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่รับพ่อของตนไว้รักษาตั้งแต่แรก ซึ่งทางแม่ของตนและพี่ชายก็พยายามบอกให้ทางโรงพยาบาลรับตัวพ่อเอาไว้เพื่อดูอาการเพราะอาการพ่อของตนนั้นไม่ดีแต่ทางโรงพยาบาลกลับปฏิเสธพร้อมกลับให้ไปรักษาตัวที่บ้านจนกระทั่งอาการพ่อของตนนั้นทรุดหนัก ส่งไปรักษาตัวที่ รพ.มหาราชสายเกินไปจนพ่อของตนนั้นเสียชีวิตในที่สุด.

ฝนถล่มตราด ‘บ่อไร่-เขาสมิง-สะตอ’อ่วม หลายพื้นที่ท่วมกว่า 1 เมตร เดือดร้อนหนัก

ตราดฝนตกหนักข้ามคืน น้ำหลากท่วมในหลายตำบลของ อ.เขาสมิง และบ่อไร่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เร่งช่วยชาวบ้านขนของขึ้นที่สูง เตรียมเรือแจวไว้พร้อมอพยพหากน้ำท่วมสูงกว่านี้ ล่าสุดช่วงตีสองใน อ.บ่อไร่ ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 67 จ.ตราด ฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืด วันที่ 27 ก.ค. จนกระทั่งเวลา 14.00 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วทั้งจังหวัดตราด ทำให้พื้นที่เขตอำเภอบ่อไร่ ตำบลหนองบอน ตำบลช้างทูน และตำบลบ่อพลอย มีระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ได้แบ่งกำลังการออกตรวจสอบระดับน้ำตามลำคลองต่างๆ พบบางคลองเริ่มมีน้ำแดง ทีมกู้ภัยต้องเร่งช่วยชาวบ้านขนของขึ้นที่สูง เพราะช่วงบ่ายระดับน้ำบนน้ำตกคลองแก้ว เริ่มไหลเชี่ยวและรุนแรงขึ้น

ส่วนที่ตำบลสะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด เวลาประมาณ 13.30 น. เริ่มมีน้ำป่าไหลลงคลองสะตอ และเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่หมู่บ้านรื่นรมย์สามัคคี ม.9 ต.สะตอ มีน้ำท่วมพื้นที่ตั้งแต่ช่วงประมาณ 14.00 น. และเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อยๆ มากกว่า 1 เมตร มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วม 4-5 หลัง ซึ่งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เร่งเก็บของขึ้นที่สูงแล้ว พร้อมเตรียมเรือไว้หน้าบ้านเพื่อใช้ในการเดินทางเข้าออกหากระดับน้ำสูงจนไม่สามารถเดินได้

นางรัชนี ชูจิตร อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 362 ม.9 กล่าวว่า ทยอยเก็บของขึ้นที่สูงตั้งแต่เช้าแล้ว หลังจากที่ทราบว่าสถานการณ์ฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปีนี้เป็นการท่วมครั้งแรก มาเร็วกว่าทุกครั้ง ซึ่งปกติจะเริ่มท่วมในช่วงเดือนสิงหาคม

นางสาวสายบัว หอมหวาน อายุ 52 ปี อยู่เลขที่ 80/1 ม.9 บอกว่า หลังรู้ว่าน้ำเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้ทยอยเก็บของขึ้นที่สูง นำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปไว้ที่ปลอดภัย และเตรียมเรือไว้สัญจร ซึ่งคาดว่าระดับน้ำน่าจะสูงกว่า 1 เมตรเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ยังรอดูสถานการณ์อยู่ เพราะหากน้ำสูงจนอยู่ไม่ได้ ก็จะแจวเรือไปนอนบ้านญาติที่สูงกว่า

ส่วนที่ซอยทุ่งนางแหลก ม.2 ต.สะตอ มีน้ำไหลหลาก เข้าท่วมเต็มพื้นที่ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมอย่างน้อย 10 ครัวเรือน มีความสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของมาไว้บนถนน และย้ายไปอยู่บ้านญาติและบ้านเพื่อนชั่วคราว

นางสาวอิ๋ว อายุ 32 ปี ชาวบ้านในซอยทุ่งนางแหลก บอกว่า บอกไม่ได้ว่า น้ำมาในช่วงไหน เพราะฝนตกหนักมาก ไม่ถึง 30 นาที น้ำก็ไหลหลากไหลเข้าท่วมเต็มพื้นที่ ส่วนสาเหตุนั้นมาจากน้ำระบายไม่ทัน เพราะปีที่แล้วน้ำก็ท่วมแบบนี้

สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ในพื้นที่ตำบลสะตอ ทาง อบต.สะตอ ได้นำเรือมาไว้ประจำจุดที่เกิดน้ำท่วมใน 4 หมู่บ้าน ม.2 ม.7 ม.8 และ ม.9 มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 40 หลังคาเรือน

สถานการณ์น้ำ ล่าสุด อำเภอบ่อไร่ จ.ตราด เวลา 02.00 น. ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังดาลได้รับ “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2567

วันนี้ 27 ก.ค.67 ผู้สื่อข่าวจ.ปราจีนบุรีรายงาน ได้รับแจ้งจากฝ่ายปรเชาสัมพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)ว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังดาล ซึ่งสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนโดยได้รับ “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2567 จากเขตสุขภาพที่ 6 รางวัลรองชนะเลิศในประเภทโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

นายสงคราม ศรีสวัสดิ์ ประธานกลุ่มพื้นที่สุขภาพอำเภอกบินทร์บุรี และ น.ส.กฤษฏิ์ฐิตา เทียนเพลิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังดาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้ารับเกียรติบัตร ณ โรงแรม เดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

โครงการ “รางวัลศรีสวางควัฒน” จัดโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นรางวัลที่มอบให้แก่หน่วยงานที่ทุ่มเทในการพัฒนาระบบบริการประชาชนที่เป็นเลิศ ด้วยบุคลากรที่เสียสละ อุตสาหะ และทุ่มเท สืบสานตามพระปณิธานขององค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีขององค์กรสาธารณสุขที่มุ่งมั่นให้บริการที่ดีเยี่ยมแก่ประชาชน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและความทุ่มเทของทีมงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังดาล

โดย…มานืตย์ สนับบุญ-ข่าว/ต้น-ภาพ /ปราจีนบุรี

เมืองเบตงคึกคักนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ แห่เที่ยวงานเทศกาลผลไม้และของดี

ยะลา –ชาวเบตงและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต่างเดินทางเข้ามาในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อร่วมงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองเบตง และถ่ายรูปเช็คอินกับบอลลูนยักษ์สีสันสวยงาม โดยการจัดงานเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของอำเภอเบตง ทำให้โรงแรม รีสอร์ท เต็มยาวถึงวันจันทร์

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวมาเลเซียต่างเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์โดยในวันนี้ทางเทศบาลเมืองเบตงได้นำบอลลูนมาจัดแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ ถ่ายรูปเช็คอินกับบอลลูนสีสันสวยงาม สุดตระการตา ที่บริเวณปากอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ฝั่งรูปปั้นไก่เบตง ภายในงานเบตงสตรีทฟู๊ดแอนด์อาร์ต และเทศกาลผลไม้และของดีเมืองเบตง ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ให้ได้ชมแบบฟรีๆ วันละ 2 รอบ ซึ่งทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลาร่วมกับเทศบาลเมืองเบตง ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงประชาสัมพันธ์อาหารและผลไม้ และสินค้าของดีชายแดนใต้

ทั้งนี้พบว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวเบตงที่พาครอบครัวทั้งพวกเด็กๆและผู้สูงอายุได้เที่ยวชมและถ่ายรูปเช็คอินกับกิจกรรมที่เป็นครั้งแรกใน อ.เบตง จ.ยะลา บางคนก็ไม่พลาดที่จะออกท่าแอคชั่นถ่ายรูปแบบเก๋ๆและฮาๆกับบอลลูน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็น ที่มีแสงไฟส่องบอลลูนสีสันสวยงามเข้ากับบรรยากาศของอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้รถยนต์วิ่งลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทยที่เปิดแสงไฟตลอดอุโมงค์ ให้ความสวยงามได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวต่างนั่งดื่มกินแบบชิลๆระหว่างรอชมการแสดงบอลลูน ทำให้โรงแรม รีสอร์ท เต็มยาวถึงวันจันทร์

นายสกุล เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเมืองเบตง กล่าวว่า การแสดงบอลลูนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในเมืองเบตง ซึ่งพบว่าสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี คาดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวชมบอลลูนยักษ์ ในงานสตรีทฟู๊ดแอนด์อาร์ต และเทศกาลผลไม้และของดีเมืองเบตง ประจำปี 2567 อย่างคึกคักทุกวัน ภายในการจำหน่ายสินค้า และอาหารอร่อยจากหลากหลายพื้นที่ นับร้อยร้านค้า เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อ เลือกชิม กันอย่างอิ่มหนำสำราญ ทำให้ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ด้าน นายฉ่อง ชาวเบตง เล่าว่า ครั้งแรกที่พาลูกสาวมาชมบอลลูนยักษ์ของจริง ลูกสาวตื่นเต้นมาก อยากให้มีการจัดเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่ อำเภอเบตงสักครั้ง และสามารถขึ้นบอลลูนเหนือท้องฟ้าท่ามกลางขุนเขา พร้อมชมความสวยงามของเมืองเบตงแบบ 360 องศา ช่วงยามเย็น ถึงยามค่ำคืน วิวเมืองเบตงคงสวยน่าดู ได้เก็บภาพความทรงจำ ลงโซเชียลมีเดีย กระตุ้นการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของเบตงบ้านเรา

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

2 พี่น้องขับรถจอดรถกลางวัดดังโคราชก่อนรมควันดับคารถเก๋ง

2 พี่น้องรมควันดับคารถเก๋งกลางวัดโคราช พระเห็นผิดปกติตั้งแต่ช่วงบ่าย แฟนสาวเล่าปมสลดป่วยจิตเวชหลังขับรถชนคนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.67 พ.ต.ท.อัครเดช เพ็งวงษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในวัดหนองไผ่ หมู่ 2 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า สีดำ ทะเบียน ขม 9020 นครราชสีมา จอดติดเครื่องอยู่ในศาลาโรงครัว ซึ่งล็อคประตูทั้ง 4 ด้าน มองภายนอกพบร่างชายนั่งอยู่เบาะคนขับ และร่างหญิงอยู่เบาะผู้โดยสาร โดยมีอุปกรณ์รมควันวางอยู่ จึงประสานช่างกุญแจมาปลดล็อก ก่อนที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช จะนำร่างผู้เสียชีวิตมาตรวจสอบ รายแรกเป็นชาย อายุ 40 ปี เป็นพนักงานการไฟฟ้า อีกรายเป็นหญิง อายุ 42 ปี ทั้ง 2 เป็นพี่น้องกัน

จากการสอบถาม พระสมพงษ์ อติสโย อายุ 41 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรกและแจ้งเหตุร้าย เปิดเผยว่า อาตมาทำหน้าที่เปิดปิดประตูในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. เห็นรถเก๋งติดเครื่องยนต์ เมื่อมองไปด้านในต้องตกใจเห็นร่างชายหญิงเสียชีวิต ซึ่งรถคันดังกล่าวได้ขับวนเวียนมาช่วงบ่ายและผู้ชายได้ออกมาซื้อเครื่องดื่ม

ส่วน นางอาร์ม แฟนสาวของฝ่ายชาย ระบุว่า หลังแฟนขับรถยนต์ชนคนเสียชีวิต มีอาการเครียดกลายเป็นคนคิดมาก และต้องรับยาจิตเวช แต่ไม่ได้กินต่อเนื่อง ตนและครอบครัวได้พยายามหาทางช่วยเหลือ แต่กลับแสดงอาการปกติไม่ได้ป่วย สันนิษฐานว่ามีความเครียดจึงได้ปรับทุกข์กับพี่สาวแล้วชวนกันมาก่อเหตุดังกล่าว