ผบช.น. เผย “สรวีย์” รับสารภาพจ้างอุ้ม ผจก.หนุ่มจริง! อ้างปมแค้นครอบครัว-ไม่เจตนาฆ่า

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. แถลงความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม หลังรุดสอบปากคำ “นายสรวีย์” ผู้ต้องหาสำคัญด้วยตนเอง ดยนายสรวีย์รับสารภาพว่าจ้างนายอาร์ต (ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี) ให้ไปอุ้มผู้ตายจริง แต่ปฏิเสธว่า “ไม่มีเจตนาเอาชีวิต” และอ้างว่าไม่เคยเห็นหน้าผู้ตายมาก่อนส่วนมูลเหตุ เกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัวเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว

ด้านตำรวจชี้ชัด “นางสาวเบญญาภา” (คนสนิท) มีส่วนรู้เห็น โดยเป็นคนจ้างนักสืบเอกชนตามหาข้อมูลผู้ตายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ล่าสุดออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรวม 10 ราย ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ด้านนายสรวีย์ยอมรับว่าเคยทวงถามเรื่องโทรศัพท์ของผู้ตายจากแก๊งอุ้มจริง แต่ยังไม่ได้ของกลาง ตำรวจเตรียมขยายผลตรวจค้นหา “คลิปลับ” ที่อาจเป็นหลักฐานมัดตัวเพิ่ม รวมถึงตรวจสอบคลิปในมือถือของ “นางสาวจีน่า” อดีตคนสนิทด้วย

จากการตรวจสอบรถนายสรวีย์พบสติกเกอร์หน่วยงานราชการและชุดทหาร ผบช.น. ระบุเจ้าตัวมีอาชีพเป็นเพียง “ผู้ไกล่เกลี่ย” ส่วนเครื่องแบบมีไว้เพื่อ “แอบอ้าง” สร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น

สถานะคดีล่าสุด: ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวนายอาร์ต ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่ละเว้น

ตำรวจสุทธิสารสนธิกำลังบุกรวบแล้ว 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีจ้างวานอุ้มฆ่ากลางกรุงฯ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 กลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ สน.สุทธิสาร พร้อมตำรวจสืบสวนนครบาล ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน ตามหมายจับศาลอาญา ในคดีจ้างวานอุ้มฆ่า นายรุทธ์มณีประเสริฐ หรือท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ หลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร พร้อมชุดสืบสวนนครบาล และฝ่านสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์  หรือท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี โดยมีพลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง

พลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คนได้ ขณะกำลังเดินทางออกจากที่พัก  ช่วงเวลา 23:00 น. จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตามหมายจับ และเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาชาย พบว่าได้ทำการจองตั๋วเครื่องบิน เดินทางออกนอกประเทศผ่านระบบออนไลน์  แต่เมื่อไร่เรียงเวลาแล้ว คาดว่าผู้ต้องหาเปลี่ยนใจ เนื่องจากต้องการต่อสู้คดี โดยมีทนายความเดินทางมาด้วย  

ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน ซึ่งรายละเอียดในการสอบปากคำยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่พบความเชื่อมโยงถึงมูลเหตุ บางส่วนเชื่อว่าเป็นปัญหาภายครอบครัว

นอกจากตัวผู้ต้องหาแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบรถส่วนบุคคลของผู้ต้องหาเอาไว้จำนวน 2 คัน ที่ชุดจับกุมอายัดเอาไว้เป็นรถเก๋ง 1 คันและรถกระบะ 1 คัน หลังพบว่า ภายในรถเก๋งมีชุดเครื่องแบบทหาร และชุดสูท ถูกแขวนอยู่ภายในรถ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พกเครื่องแบบข้าราชการทหาร บัตรวิทยาลัยทนายความ ซองใส่บัตรข้าราชการ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบสำนวนคดี

จากแนวทางสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชายถูกเชื่อว่าเป็น ผู้บงการ หรือบอสใหญ่ อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างทีมอุ้มก่อเหตุ ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 8 คน  วน หญิงสาวคนสนิท ถูกระบุว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาชาย และต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุ

สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาในทีมอุ้มค่ะฆ่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 8 คน ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยสามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็น ทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต

ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ 48 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศลาว

ชาวไร่ชาวนาเดือดร้อนหนักปั๊มน้ำมันลานสักเติมจำกัดลิตรกระทบงานเกษตร

อุทัยธานี- กระแสน้ำมันแพง!!ปั๊มน้ำมันลานสักเติมจำกัดลิตร ทำชาวไร่เกษตรกรเดือดร้อนหนัก ได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญสูบน้ำทำไร่ทำนาขนส่งผลผลิต

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่บ้านเขาดินเหนือ หมู่ 4 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี บ้านของชาวไร่ชาวเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ จากกระแส ในการใช้บริการเติมน้ำมันเพียงจำกัด โดยไม่ให้ใช้ถังแกลลอน-หรือถังใหญ่ ได้พบกับนางสาวก้อ อายุ 43 ปี และนายโรจน์ อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา ที่มีอาชีพการทำไร่เกษตรกร ทำไร่อ้อย ไร่มัน ไร่ข้าวโพด

พาไปดูรถที่ต้องใช้ในไร่การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นรถคีบ รถไถเล็ก-ใหญ่ รถพ่วงสิบล้อ รวมถึงรถอีแต๊ก ที่ต้องใช้เติมน้ำมันรถใช้งานอยู่เป็นประจำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีกระแสเกี่ยวกับเรื่องน้ำมัน ได้นำถังใหญ่ หรือถังแกลลอน ไปเติมที่ปั๊มได้ตามปกติ แต่พอมามีกระแสข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งรุนแรงระดับประเทศ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความลำบากในเรื่องของการเติมใช้น้ำมัน

ล่าสุด ทางปั๊มน้ำมันบางแห่ง ได้จำกัดการเติมน้ำมันแต่ละครั้ง และห้ามนำถังแกลลอนหรือถังมาบรรจุเติมได้ ส่งผลให้ชาวไร่ชาวเกษตรกรได้รับผลกระทบ จนทำให้ต้องนำรถแต่ละคันขับรถไปเติมตามปั๊มต่างๆซึ่งสร้างความลำบาก ให้กับชาวบ้านชาวเกษตรกร ซึ่งไม่เหมือนก่อนหน้านี้ ที่เคยใช้นำถัง-แกลอน นำไปใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันได้ ทั้งนี้น้ำมันเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้เติมรถเกษตรกร ในการทำไร่เกษตร หรือ รับว่าจ้าง

.

วิกฤตน้ำมันแพงชาวบ้านแห่เติมน้ำมันล้นปั๊มลานสัก-ขนถังแกลลอนกักตุนหวันขาดแคลน

อุทัยธานี- ตื่นตระหนก!!ปั๊มลานสักคิวแน่น ชาวบ้านแห่เติมน้ำมันล้นปั๊ม ขนถังแกลลอน เติมน้ำมันใช้ล่วงหน้า หวั่นขาดแคลน-ราคาพุ่งสูง

บรรยากาศที่ปั๊มน้ำมันปตท.สาขาลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชน เร่งนำยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนบุคคล รถจยย.รถพ่วงสามล้อ เข้าต่อแถวเติมน้ำมันจนเต็มถัง พร้อมกับนำถังแกลอน มากักตุนน้ำมันไว้ใช้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

หลังมีกระแสข่าว ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นระหว่าง2 ประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความกังวลว่าสถานการณ์อาจกระทบต่อรากฐานความมั่นคงทางพลังงานและราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ

ล่าสุดสอบถามประชาชนทั่วไป ที่เข้ามาใช้บริการ เปิดเผยว่า หวั่นราคาน้ำมันพุ่งสูง และขาดแคลน พร้อมกับแปลกตา ที่พบเห็นประชาชนมาใช้บริการมากกว่าช่วงเทศกาล  จึงได้เร่งเตรียมถังแกลลอนมาเติมกักตุนไว้ใช้กิจวัตรประจําวันและในเรื่องของการเกษตร หวั่นสถานการณ์ไม่ปกติ

ขณะเดียวกันได้สอบถามพนักงานปั๊ม เผยว่า ประชาชนมาใช้บริการกันแน่น ต้องแบ่งพนักคนไปคอยโบกรถ และประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการ เผยว่า หวั่นเรื่องของราคาน้ำมันพุ่งสูงและขาดแคลน

.

น้ำมันแพงกระทบเกษตรกรโดยตรงเหตุปัจจัยสำคัญสูบน้ำทำไร่-ทำนา-ขนส่ง

จากกรณีชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ร้องเรียนปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน และได้ส่งผลกระทบการดำรงชีพและภาคเกษตร  โดยในวันนี้นายสิริเกษม สุภา  “เสม นักสู้แห่งภูดอย” ได้เดินทางมายื่นหนังสือ ถึงนายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา “นายอำเภอดอน” นายอำเภอพบพระ จ.ตาก  เป็นผู้รับหนังสือ.

พร้อมทั้ง ได้สั่งการให้นายกวิน แว่นแก้ว “ป.กวิน” ปลัดอาวุโสอำเภอพบพระ. ทำหน้าที่ ประสานงานกับหน่วยงานทหาร ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายปกครองตรวจเยี่ยมตามแนวชายแดน และ ได้ประสาน ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรพบพระ ดำเนินการจัดระเบียบจราจร หลังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม

หนังสือร้องเรียนลงวันที่จากประชาชนในพื้นที่ ระบุถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในพื้นที่อำเภอพบพระและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเติมน้ำมันเพื่อใช้ในยานพาหนะและเครื่องจักรการเกษตรได้อย่างเพียงพอ เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนผู้ร้องเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

1. จำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน ขอให้สถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ อนุญาตให้เติมเฉพาะในถังที่ติดมากับรถยนต์ และให้ซื้อเพิ่มได้เพียงถังขนาด 30 ลิตร จำนวน 2 แกลอนต่อราย เพื่อสำรองไว้ใช้กับเครื่องสูบน้ำทางการเกษตร ลดการกักตุนเกินความจำเป็น

2. เข้มงวดการลักลอบขนข้ามชายแดน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันสกัดกั้นการลักลอบขนน้ำมันข้ามฝั่งตามแนวชายแดน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปริมาณน้ำมันในพื้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
3. ควบคุมราคาและสต๊อกน้ำมัน เสนอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบและควบคุมราคาจำหน่าย รวมถึงบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นธรรม
กระทบหนักภาคเกษตร

ชาวบ้านระบุว่า ขณะนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในการสูบน้ำ ทำไร่ ทำนา และขนส่งผลผลิต หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของครัวเรือนจำนวนมาก

โดยท้ายหนังสือร้องเรียน ระบุชื่อผู้ยื่นเรื่องคือ นายสิริเกษม สุภา พร้อมแสดงความเคารพและความหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะเร่งเข้ามาดูแลสถานการณ์อย่างเร่งด่วนสถานการณ์ดังกล่าว

ล่าสุดฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการควบคุมสถานการณ์แล้วปลัดอาวุโสลงพื้นที่ ทำความเข้าใจผู้นำชุมชน

ปลัดกวิน ปลัดอาวุโสอำเภอพบพระ เปิดเผยว่า นายอำเภอพบพระได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน พร้อมกำชับผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดน ตั้งจุดตรวจเข้ม และบูรณาการตั้งด่านร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ลาดตระเวนสกัดกั้นการลักลอบขนน้ำมันส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง

ฝ่ายปกครอง อำเภอพบพระออกประกาศคุมเข้ม 4 มาตรการ ตาม ประกาศอำเภอพบพระ ลงวันที่ 4 มีนาคม 2569 ระบุถึงมาตรการเตรียมความพร้อมและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน โดยกำหนดแนวทางสำคัญดังนี้

1. ควบคุมราคาสินค้าและน้ำมันเชื้อเพลิงอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม ต้องจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม ห้ามกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด
2. สั่งการทุกภาคส่วนตรวจเข้ม

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องออกตรวจสถานีบริการน้ำมันและตลาดอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติให้รายงานต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอโดยเร่งด่วน
3. สร้างความเข้าใจประชาชน
ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก อย่าตื่นตระหนก พร้อมยืนยันว่าภาครัฐมีการสำรองพลังงานและดูแลเสถียรภาพด้านราคา
4. เปิดช่องทางร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่
ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพบพระ (ที่ว่าการอำเภอ ชั้น 1)
โทร. 055-569-104 สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
ตำรวจจัดกำลังดูแลปั๊มน้ำมัน

ด้าน สถานีตำรวจภูธรพบพระ ภายใต้การสั่งการของ พันตำรวจเอก อนุสรณ์ ดังก้อง ผู้กำกับการ สภ.พบพระ ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรบริเวณสถานีบริการน้ำมัน พร้อมเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมาย และกวดขันการลักลอบขนน้ำมันตามแนวชายแดน
จับตาผลมาตรการ

สถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอพบพระยังอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรและการสูบน้ำ ภาครัฐยืนยันจะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และหากมีมาตรการเพิ่มเติมจะประกาศแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมลุยยึดไม้เถื่อนกลางไร่ข้าวโพดในเขตป่าสงวนแม่สอด

เจ้าหน้าที่ สนธิกำลังร่วม ลุยยึดไม้เถื่อนกลางไร่ข้าวโพด บ้านวาเล่ย์ใต้ พบไม้หวงห้าม 18 ท่อน ซุกในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่สอด

เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานบูรณาการสนธิกำลังร่วมบุกตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยกลางไร่ข้าวโพด บ้านวาเล่ย์ใต้ หมู่ 2 ต วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ภายหลังได้รับเบาะแสการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอด ก่อนพบไม้หวงห้ามจำนวนมากถูกตัดเป็นท่อนและซุกซ่อนไว้ เตรียมลำเลียงออกนอกพื้นที่

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.๖ (ร่มเกล้า) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๔ บก.ปทส. เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสายที่ ๑ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๔ (ตาก) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อย ตชด.๓๔๖ ฐานปฏิบัติการบ้านวาเล่ย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจป้อมสายตรวจวาเล่ย์ และฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ เข้าตรวจค้นพื้นที่ไร่ข้าวโพดซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แต่ยังทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ผลการตรวจสอบพบไม้กระยาเลยซึ่งเป็นไม้หวงห้าม ถูกตัดเป็นท่อนจำนวนมาก ได้แก่ไม้พลวง จำนวน 5 ท่อน ปริมาตร 1.246 ลูกบาศก์เมตร ,ไม้เต็ง จำนวน 5 ท่อน ปริมาตร 0.923 ลูกบาศก์เมตร , ไม้สมอพิเภก จำนวน 8 ท่อน ปริมาตร 4.299 ลูกบาศก์เมตร รวมไม้ของกลางทั้งสิ้น 18 ท่อน ปริมาตรกว่า 6.468 ลูกบาศก์เมตร คาดว่าถูกลักลอบตัดจากพื้นที่ป่าสงวน และนำมาซุกซ่อนรอการขนย้าย

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมจัดทำบันทึกตรวจยึดและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพบพระ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่มาดำเนินคดีต่อไป

สงครามสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่านไม่มีผลกระทบทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์

“เสธ.หมึก” ยืนยันสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ไม่มีผลกระทบต่อการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ทีมส่วนใหญ่สามารถเดินทางตรงมายังประเทศไทยได้เลยโดยไม่ต้องผ่านสนามบินใหญ่ในตะวันออกกลาง แต่มีบางทีมที่อาจมีปัญหา สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็เตรียมทีมสำรองพร้อมเสียบแทนทันที

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามที่ปะทุในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างประเทศสหรัฐและอิสราเอล กับประเทศอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับการเดินทางทางอากาศ เนื่องจากสนามบินในตะวันออกกลางไม่ว่าจะเป็นสนามบินดูไบและอาบูดาบีในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือสนามบินประเทศกาตาร์ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมทวีปเอเชียกับยุโรปได้รับผลกระทบต้องปิดสนามบินหรือยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก

พลเอกเดชา กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งจะต้องเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เส้นทางในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 2 เมษายน ได้ตรวจสอบไปยังทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดแล้ว ไม่น่ามีผลกระทบใด ๆ ในการเข้าร่วมการแข่งขัน

“จากทีมที่เข้าร่วมในประเภททีมชายทั้ง 20 ทีม มีทีมอาชีพจากคาซัคสถาน, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, ฟิลิปปินส์, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และทีมอาชีพจากไทย ในขณะที่ทีมชาติมีแค่สิงคโปร์, เวียดนาม และทีมชาติไทย ซึ่งเส้นทางในการเดินทางมายังประเทศไทยสามารถเดินทางตรงจากแต่ละประเทศมายังไทยได้โดยไม่เกี่ยวข้องหรือผ่านเส้นทางในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีเพียงควิกโปร ทีม จากเอสโตเนียที่อยู่ในยุโรปที่อาจจะมีปัญหา ในขณะที่ประเภททีมหญิง เกือบทั้งหมดเส้นทางการเดินทางก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ มีเพียงทีมวีไอบี สปอร์ต ทีม ทีมสโมสรในอิรักที่อาจจะมีปัญหา ซึ่งทางฝ่ายต่างประเทศของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ อยู่ระหว่างประสานไปยังทีมว่ามีปัญหาทั้งควิกโปรและวีไอบี สปอร์ต ทีมในการเดินทางมาร่วมการแข่งขันหรือไม่ และหากเดินทางมาไม่ได้ เราก็มีทีมสำรองพร้อมเข้าร่วมการแข่งขันแทนทันที ไม่กระทบกับจำนวนรวมของทีมเข้าร่วมการแข่งขันแน่นอน” พลเอกเดชา กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเป็นการไม่ประมาท ฝ่ายต่างประเทศสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งหนังสือสอบถามไปยังทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นประเภททีมชายหรือทีมหญิง เพื่อตรวจสอบความพร้อมให้แน่ใจ ไม่ให้โควตาเข้าร่วมชิงชัยที่กำหนดไว้ต้องขาดไป ซึ่งหากว่าทีมใดทีมหนึ่งมีปัญหาฝ่ายจัดการแข่งขันก็จะดึงทีมที่รออยู่เข้าแทนทันที

พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานทางไกล “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” มีดังต่อไปนี้ ประเภททีมชาย จากประเทศไทย ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ทีม, ทีมรู้ใจ อินชัวรันส์ วินสเปซ, ทีมแกรนต์ ธอร์นตัน และทีมชาติไทย นอกจากนี้ก็มี ทีมตรังกานูไซคลิง (มาเลเซีย), ทีมหลี่หนิงสตาร์ (จีน), ทีมวิโน-นอร์ธ คาซัคสถาน (คาซัคสถาน), ทีมนูสันทารา (อินโดนีเซีย), ทีมเซนต์จอร์จ คอนติเนนตัล (ออสเตรเลีย), ทีมเซเว่นอิเลฟเว่น คลิก (ฟิลิปปินส์), ทีมแอลเอ็กซ์ ไซคลิง (เกาหลีใต้), ทีมมาเลเซียโปรไซคลิง (มาเลเซีย), ทีมเคเอสพีโอ (เกาหลีใต้), ทีมฟินเอ็กซ์-เฮงเชียง (จีน), ทีมควิกโปร (เอสโตเนีย),  ทีมชิมาโน เรซซิง (ญี่ปุ่น), ทีมไชน่า อันตา (จีน), ทีมโก ฟอร์ โกลด์ (ฟิลิปปินส์), ทีมชาติสิงคโปร์ และทีมชาติเวียดนาม

ประเภททีมหญิง ไทยแลนด์ วีเมนส์ ทีม และทีมชาติไทย จากประเทศไทย, ทีมชาติมาเลเซีย, ทีมชาติสิงคโปร์, ทีมชาติเวียดนาม, ทีมชาติอินโดนีเซีย, ทีมชาติอุซเบกิสถาน, ทีมชาติคาซัคสถาน, ทีมชาติลาว, ทีมเคดาห์ ลอกกา (มาเลเซีย), ทีมเอ็กซ์ดีเอส ไชน่า (จีน), ทีมวีไอบี สปอร์ตทีม (อิรัก), ทีมสแตนดาร์ด อินชัวรันส์ (ฟิลิปปินส์), ทีมไบค์วีล ดอตคอม (ออสเตรเลีย), ทีมดองแทป (เวียดนาม), ทีมหลี่หนิงสตาร์ เลดี้ส์ (จีน), ทีมจีอาร์ซี วัลคี (จีน), ทีมบอดี้แรป วีเมนส์ (จีน), ทีมจีเอ็นซีเอฟ นิก (จีน) และทีมเคแซดโอ (คาซัคสถาน)

ทั้งนี้ การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-2 เมษายน รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,113.70 กิโลเมตร โดยประเภททีมชาย แข่งขัน 6 สเตจ ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม เส้นทางในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ระยะทางรวม 816.60 กิโลเมตร ส่วนประเภททีมหญิง แข่งขัน 3 สเตจ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-2 เมษายน เส้นทางในจังหวัดหนองคาย ระยะทางรวม 297.10 กิโลเมตร

ทีมมวยสากลเยาวชนไทย หวังได้สิทธิ์ แข่งยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่เซเนกัล 6 รุ่น

ความเคลื่อนไหวบรรยากาศการฝึกซ้อมหรือเทรนนิ่งแคมป์ ของนักชกรุ่นเยาวชน อายุไม่เกิน 19 ปีของนักชกจากทั่วโลก และไทย ที่เตรียมความพร้อมสำหรับศึก ยู 19 ฟิวเจอร์คัพ 2026 (U19 World Boxing Future Cup2026) ระหว่างวันที่8-15มี.ค.ที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก จัดโดยเวิล์ด บ็อกซิ่ง (World Boxing)

รายการนี้จัดชก 10 รุ่น แบ่งเป็นมวยชาย 5 รุ่น มวยหญิง 5 รุ่น มีนักมวยจาก53 ประเทศทั่วโลก  และมีนักกีฬากว่า500คนเข้าร่วม โดยเวิล์ด บ็อกซิ่ง จะพิจารณานักมวยที่ลงทะเบียนมาแข่งขัน แล้วคัดไป ชกยูธโอลิมปิกเกมส์ (Youth Olympic Games)ที่เซเนกัล  ที่จะแข่งขันระหว่าง 31 ต.ค.- 13 พ.ย.ปีนี้

สำหรับทีมเยาวชนไทย ที่มึ อาจารย์เพิก พึ่งปัญญา หัวหน้าผูัฝึกสอน ทีมมวยยู19ปีทีมชาติไทยเผยว่า”ครั้งนี้เวิล์ด บ็อกซิ่ง ปรับอายุนักมวยใหม่ ทำให้ทีมไทย แม้จะส่งนักมวย 9 รุ่น แต่มีคุณสมบัติตรงกติกาแค่ 6 รุ่น คือ ชาย 5 รุ่น และหญิง 1 รุ่นเท่านั้น”

ด้าน” น้องดีม” นางสาว เปมิกา พยุงเกษม วัย 17 ปี นักมวยหญิง รุ่น 48 กิโลกรัม ที่คุณสมบัติตามข้อกำหนดของเวิล์ด บ็อกซิ่ง ขอชกทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อลุ้นสิทธิ์ไปชกยูธโอลิมปิกเกมส์

สำหรับทีมมวยสากล ผ่านเข้าชกในยูธโอลิมปิกเกมส์ ได้เพียง 1 ครั้ง เมื่อปี 2018 ที่อาร์เจนติน่า ไป 5 คน ได้เหรียญครบทั้ง 5 คน ผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

พายุกระหน่ำยามเช้ามืด! บ้านหนองห้างระส่ำ คอกสัตว์พังเสียหายกลางแรงลม

เช้ามืดวันที่ (5 มี.ค. 69) วาตภัยพัดกระหน่ำพื้นที่ ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ อย่างรุนแรง ทำให้โรงเรือนคอกสัตว์ของชาวบ้านพังเสียหาย
.
ชาวบ้านผวา! เสียงลมคำรามตั้งแต่ตีห้า ก่อนพบความเสียหายหลังพายุสงบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจพื้นที่

รายละเอียดความเสียหายเพิ่มเติมอยู่ระหว่างตรวจสอบ และจะแจ้งให้ทราบต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

7 ปี “𝗠𝗼𝘁𝗼𝗚𝗣 สนามประเทศไทย” กระหึ่ม จาก “มหกรรมกีฬา” สู่ 𝗧𝗵𝗮𝗶 𝗣𝗼𝘄𝗲𝗿 ระดับโลก

จบไปแล้วกับอีเว้นต์กีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026”  (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. –  1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  รัฐบาลไทย นำโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นแม่งาน ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนและภาคประชาชน

เปิดสถิติความสำเร็จ 7 ปีแห่งความภาคภูมิใจ
จากจุดเริ่มต้นในปี 2561 จนถึงการก้าวขึ้นเป็น “สนามเปิดฤดูกาล” 2 ปีต่อเนื่อง ภาพรวมความสำเร็จตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขที่ยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น มูลค่าทางเศรษฐกิจสะสม สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยรวมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 1.3 ล้านคน การประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสด 207 ประเทศ เข้าถึงผู้ชมกว่า 800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก

ปี 2569 ทุบสถิติใหม่จำนวนผู้ชมสูงสุดในรอบ 7 ปี
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน “PT Grand Prix of Thailand 2026” ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักทุบสถิติใหม่

สร้างสถิติใหม่ ด้วยยอดผู้ชม 228,228 คน (คนไทย 82% และต่างชาติ 18%) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมีอัตราสูงขึ้น 3% เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 36,636 บาท/คน/ทริป

More Than Buriram ปลุกการท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยนักแข่ง ทีมแข่ง ทีมงานและแฟนคลับไม่ได้อยู่แค่ในบุรีรัมย์ แต่ใช้เวลาช่วงก่อนและหลังแข่งเดินทางไปพักผ่อน ยังแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ทั้งทะเลภาคใต้ วัดวาอารามในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในภาคเหนือ สร้างรายได้หมุนเวียนไปทั่วทุกภูมิภาค

ที่พักถูกจองเต็ม 100% ในบุรีรัมย์และใกล้เคียง อาทิ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ สินค้า OTOP และร้านอาหารมียอดขายพุ่งสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่และส่วนกลางรวม 7,983 ตำแหน่งงาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,139 ล้านบาท โดยรัฐได้รับรายได้ในรูปแบบภาษีไม่น้อยกว่า 358 ล้านบาท

 More Than a Race ครั้งแรกของโลกกับ “Tuk Tuk Challenge” 
ไวรัลกระหึ่มโลก การนำนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก 21 คน ลงมาซิ่ง “รถตุ๊กตุ๊กไทย” แข่งกันกลางสนามช้างฯ กลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกส่งต่อมากที่สุดในโลกโซเชียล มีคนเห็นภาพและแชร์ต่อกันไปมากกว่าพันล้านคน

สนุกยิ่งกว่าการแข่งจริง แฟนๆ ทั่วโลกต่างคอมเมนต์ว่าความฮาและความมันส์ของกิจกรรมนี้ “แย่งซีน” เมนเรซไปแบบเต็มๆ สร้างภาพจำใหม่ให้ไทยว่าไม่ใช่แค่จัดงานเก่ง แต่จัดงานได้ “โคตรสนุก” และเข้าถึงง่าย

พลังที่เหนือกว่าโฆษณา จุดสำคัญคือแม้แต่คนที่ไม่เคยดูแข่งก็ยังหยุดดู เพราะความ “เรียล” แบบไม่มีสคริปต์ ทั้งตลก น่ารัก และมีความเป็นไทยชัดเจน เป็นการส่งออก ไทยพาวเวอร์ (Thai Power) ที่ทรงพลังที่สุด ทำให้คนทั่วโลกรู้จักโมโตจีพีสนามประเทศประเทศไทย อยากมาชมในปีต่อไป รวมถึงอยากมาลองนั่งตุ๊กๆ เที่ยวประเทศไทยสักครั้ง

เกมการแข่งขันที่ “สนุกเข้มข้น” ทุกวินาทีบนแทร็ก
ดุเดือดทุกโค้ง ตั้งแต่รอบ Sprint Race ไปจนถึง Main Race นักบิดทุกคนใส่กันเต็มสูบแบบไม่มีใครยอมใคร พลิกสถานการณ์กันทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะการชิงจังหวะใน “โค้ง 12” โค้งปราบเซียนที่ตัดสินชัยชนะ

มาร์โก เบซเซคคี จากอพริเลีย เรซซิ่ง บิดนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์สนามแรกของปีไปครอง ท่ามกลางดราม่าของยอดนักบิดอย่าง มาร์ค มาร์เกซ ที่ต้องเจอวิกฤตยางแตกในช่วงท้ายเกม สร้างความตกตะลึงให้แฟนๆ อย่างมาก

มากกว่ากีฬา คือ “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” ที่โลกหลงรัก
เสน่ห์ที่ทำให้ “ThaiGP” แตกต่างจากสนามอื่นทั่วโลกคือ การสร้าง “มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล” และการนำ “ไทยพาวเวอร์” มาผสมผสานกับกีฬาระดับโลกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นภาพจำที่ประทับใจคนทั้งโลก

ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย  ไฮไลต์เด็ดที่หน้าสนาม ช้าง อารีนา ถูกเนรมิตเป็นสังเวียนมวยไทยระดับโลก จัดคู่มวยคุณภาพรวม 8 คู่ โชว์ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นรากเหง้าของไทยสู่สายตาแฟนความเร็วนับแสนคน, Shuttle แต๋น  รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทยที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ระดับโลก, เซาะกราว ซิมโฟนี ออเคสตรา การร้องและบรรเลงเพลงชาติไทยเปิดสนามจากเยาวชนท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงหนังใหญ่ สะท้อนถึง พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทยและพลังของลูกหลาน “ฅนบุรีรัมย์”

ครบเครื่องที่สุดในโลก: ช้อป ชิม ชม จบในที่เดียว 
เสน่ห์ที่ทำให้สนามประเทศไทยแตกต่างคือความ “ครบเครื่อง” ที่ไม่มีสนามไหนในโลกเทียบได้ เป็นสวรรค์ของคนรักความเร็ว มีทั้งบูธสินค้ามอเตอร์สปอร์ต อุปกรณ์แต่งรถ และสินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ยกกองทัพมาให้ช้อปแบบจัดเต็มในราคาพิเศษ, คอนเสิร์ตและความบันเทิงปิดท้ายวันอย่างสุดมันส์จากศิลปินแถวหน้า สร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เปลี่ยนสนามแข่งรถให้เป็นเทศกาลดนตรีสุดสนุก และยังมีมหกรรม OTOP และของดีทั่วไทยที่ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย ขนสินค้าของดีของดังจากทั่วประเทศมาให้ช้อปให้ชิมถึงหน้าสนาม ทั้งงานหัตถศิลป์ระดับพรีเมียมและอาหารรสเลิศที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด

บทสรุป 7 ปี ชัยชนะของ “ไทยพาวเวอร์” (Thai Power)
ตลอด 7 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ “โมโตจีพี” (MotoGP) ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2569 เราได้พิสูจน์ให้โลกจดจำว่านี่ไม่ใช่เพียงการแข่งขันชิงเจ้าความเร็ว (More Than a Race)  แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพการจัดอีเวนต์ระดับโลกของคนไทยในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ ความเชื่อมั่นจากนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนความเร็วที่ยกให้ไทยเป็นหนึ่งในสนามที่บรรยากาศดีที่สุด-มีเสน่ห์ที่สุดของโลก การจัดการแข่งขันครั้งนี้ให้ผลตอบแทนมหาศาล ปักหมุดประเทศไทยให้ผงาดบนแผนที่กีฬาระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ และเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างแรงดึงดูดผ่าน “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” สู่สายตาชาวโลกได้อย่างงดงาม

.