ตำรวจโนนไทยจับแล้ว 2 นายจ้าง ผัว-เมีย โหด ไฟชอร์ต ทารุณกรรม ลูกจ้าง

จากกรณีมีพลเมืองดีแจ้งไปที่ กัน จอมพลัง ให้เข้าไปช่วยเหลือ ชายวัย 38 ปี ถูกนายจ้าง ตัวแทนขายเครื่องครัวรายหนึ่ง อยู่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ทำร้ายร่างกายโดยการใช้สายแก๊สตีและใช้เครื่องชอร์ตไฟฟ้าชอร์ตร่างกายเยี่ยงทาส จนเป็นแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย สาเหตุจากลูกจ้างขายของไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้

ด้าน พ.ต.ท.ธวัช บุญเคหา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โนนไทย เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความได้ไปที่บ้านของนายจ้าง แต่นายจ้างไม่อยู่ จึงแจ้งให้ญาติติดต่อให้ และในช่วงค่ำนายจ้างคนดังกล่าวโทรศัพท์มาบอกว่าได้รับทราบแล้ว ซึ่งเร็วๆ นี้จะเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค.67 เพจ “กันจอมพลัง ช่วยสู้” โพสต์ ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผัวเมียนายจ้างดังกล่าวได้แล้ว โดยระบุข้อความว่า

“ด่วน2นายจ้างที่โคราชพยายามเซอร์ไพรส์กันจอมพลัง หลังติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่รู้จักจะแอบย่องมอบตัว แต่โดนเซอร์ไพรส์กลับ ตำรวจจับได้ก่อนมอบตัว ไม่รอดนอนคุก แต่ยังไม่จบมีเซอร์ไพรส์อีก”

คนเสื้อแดงภาคอีสานพร้อมใจทำบุญวันคล้ายวันเกิด “ทักษิณ”ที่วัดพระธาตุขามแก่น

คนเสื้อแดงภาคอีสานพร้อมใจทำบุญวันคล้ายวันเกิด “ทักษิณ” พร้อมจุดบั้งไฟถวายองค์พระธาตุขามแก่น 90 นัดเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว “ชินวัตร” และพรรคเพื่อไทย ขณะที่เจ้าอาวาสให้พรขอให้เสือตัวที่ 5 ได้กลับประเทศและเงินดิจิตอลสำเร็จในเดือน ส.ค.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 26 ก.ค.2567 ที่วัดเจติยภูมิ (วัดพระธาตุขามแก่น) อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ผศ.ดร.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่ายกลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสานและอดีตแกนนำคนเสื้อแดงและ แนวร่วม นปช.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายวิฑิต ทองโสภิต อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ นายนพพร ปิติสุวรรณรัตน์ ส.อบจ.อ.น้ำพอง เขต 2 นำแกนนำคนเสื้อในหลายจังหวัดของภาคอีสานร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยการถวายจัตตุปัจจัยไทยทาน ถวายภัตราหารเพล ถวายน้ำดื่ม และถวายบั้งไฟ 90 นัด แด่พระครูสุตธรรมภาณี,ผศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดเจติยภูมิ โดยมีการนำภาพของนายทักษิณ นายกในดวงใจ มาวางไว้ในพื้นที่สำหรับการประกอบพิธีสงฆ์ดังกล่าวด้วย

หลังจากการถวายภัตราหารเพลและประกอบพิธีทางสงฆ์แล้วเสร็จ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้พร้อมใจกันร้องเพลงแฮปปี้เบิรดเดย์ และอวยพรให้นายทักษิณ มีความสุข อายุยืนนาน เป็นกำลังหลักในการทวงคืนประชาธิปไตยและแก้ไขปัญหาประเทศ โดยเฉพาะภาพรวมทางเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ก่อนที่คนเสื้อแดงนำบั้งไฟที่ถวายแด่พระสงฆ์แล้วนำมาจุดบูชาองค์พระธาตุขามแก่น ตามความเชื่อของคนในชุมชน ที่จะสื่อถึงความรุ่งโรจน์ ความโชติช่วงชัชวาลย์ พ้นบ่วงและเคราะห์กรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจนนำมาสู่ความผาสุขและงดงามดังเช่นองค์พระธาตุที่แก่นไม้ที่ได้งอกเงยกลับมาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรและเป็นที่ศรัทธาของประชาชน

ผศ.ดร.พรรณวดี กล่าวว่า นอกจากแกนนำคนเสื้อแดงและคนที่รักในตัวอดีตนายกทักษิณ จะมาร่วมกันทำบุญและทำกิจกรรมให้กับนายกรัฐมนตรีในดวงใจที่วัดพระธาตุขามแก่นแห่งนี้แล้วนั้น ยังคงมีกิจกรรมร่วมกันในอีกหลายจังหวัดทั้งที่มุกดาหาร,อุบลราชธานี,อุดรธานี,ชัยภุมิและ จ.นครราชสีมา และในทุกจังหวัด ทั้งการทำบุญในช่วงเช้า หรือแม้กระทั่งการร่วมสังสรรค์และรับประทานอาหารร่วมกันของคนที่มีใจเดียวกันที่รักและเคารพในตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะนัดมาพบปะพูดคุยสังสรรค์กันในช่วงค่ำของวันนี้ ซึ่งนอกจากการร่วมถวายจัตุปัจจัยไทยทาน น้ำดื่มและถวายภัตราหารเพลแล้วยังคงมีการถวายบั้งไฟเล็กเพื่อเป็นพุทธบูชาตามความเชื่อของคนในชุมชนซึ่งใจจริงอยากจุดเป็นร้อยนัดแต่ 90 นัดก็สมมาพาควรและเหมาะสมแล้ว

“ เราทุกคนรักและเคราพในอดีตนายกรัฐมนตรี ครอบครัวชินวัตรและการทำงานของพรรคเพื่อไทยเพราะหัวใจคือประชาชนคิดใหญ่และทำใหญ่ แม้จะมีการวิจารณ์ในบางเรื่องแต่ถ้าดูในภาพรวมและเจตนาในการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลแล้วนั้นทุกคนและทุกพรรคทำงานเต็มที่ เพราะภาคประชาชนนั้นให้กำลังใจและติดตามการทำงานของพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.พื้นที่มาตลอด ดังนั้นวันนี้นายกรัฐมนตรีในดวงใจอายุ ครบ 75 ปีทุกคนจึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมส่งความสุข ส่งความปราถนาดี และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และร่วมยินดีที่จะได้คนเก่ง คนดี คนที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง กลับมาทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่อีกครั้ง”

ขณะที่ พระครูสุตธรรมภาณี,ผศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดเจติยภูมิ กล่าวว่า แม้ทุกคนจะอยู่ต่างพื้นที่ ต่างภูมิภาคหรือคิดต่างกัน แต่มีใจตรงกัน มีหัวใจเดียวกันจะทำบุญที่ใดก็ทำได้ วันนี้ทุกคนมารวมตัวกันทำบุญและส่งผลบุญให้กับคนที่ตนเองรัก ถือเป็นสิ่งที่ดีดังนั้นจึงขออวยพรให้เสื้อตัวที่ 5 ได้กลัลประเทศไทยและขอให้เงินดิจิตอลตามที่รัฐบาลประกาศไว้นั้นประสบผลสำเร็จในเดือน ส.ค.เพื่อให้ภาพรวมเศนรษฐกิจนั้นดีขึ้น จากการจับจ่ายใช้สอยตามนโยบายที่กำหนดไว้

ชมภาพอลังการ “ทัพนักกีฬาไทย” ล่องเรือในพิธีเปิด “โอลิมปิก 2024” ที่ฝรั่งเศส

ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ถือธงนำโดย “เอสที” วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเกตบอร์ดหญิง ทีมชาติไทย อายุ 12 ปี และ “บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่ง 100 เมตรชาย ร่วม “พิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ 2024” อย่างเป็นทางการ ล่องแม่น้ำแซน กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในลำดับขบวนที่ 184 ต่อจาก สาธารณรัฐเช็ก

สำหรับพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน ที่พิธีเปิดจะไม่ได้ถูกจัดขึ้นภายในสนามเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ โอลิมปิกเกมส์ 2024 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม ถึง 11 สิงหาคมนี้ ชิง 329 เหรียญทอง จาก 32 ชนิดกีฬา มีนักกีฬาไทย 51 คนเข้าร่วม จาก 17 ชนิดกีฬา

ภาพ:โอลิมปิกแห่งประเทศไทย

ชายคลั่ง มีดไล่ฟัน ร.ต.ต.โดนเข้าที่จมูก-กัดฟันยิงใส่ขา ยับยั้งเหตุ

เชียงใหม่-หวิดสลด ตำรวจ สภ.เวียงแหง เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่ง ขู่ทำร้ายคนในครอบครัว แจ้งให้วางอาวุธ ไม่ฟัง กลับควงมีดฟันเข้าที่บริเวณจมูก-แผ่นหลังของ ร.ต.ต. ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนต้องกัดฟัน ยิงเข้าที่บริเวณขา เพื่อสยบหรือยับยั้งเหตุ

พ.ต.ท.ยศสรัล ใจเสาร์ดี สว.(สอบสวน) สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จว.เชียงใหม่  ทางเจ้าหน้าที่ได้รุดไปตรวจสอบ พบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้แล้ว ทราบชื่อ นายหลวง เลายี่ปา อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 98 หมู่ 3 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จว.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง 1.อาวุธมีด จำนวน 1 เล่ม 2.ยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 25 เม็ด

พฤติการณ์แห่งคดี สืบเนื่องจาก ได้มี น.ส.ดอกไม้ ลีลาฐิติกุล ญาติของนายหลวง เลายี่ปา ผู้ก่อเหตุ โทรแจ้งตู้ยามเมืองแหง ว่า นายหลวง มีอาการคลุ้มคลั่ง โดยมีอาวุธมีดพกติดตัวและขู่จะทำร้ายคนในครอบครัว เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันไประงับเหตุ พอมาถึงที่เกิดเหตุพบ นายหลวงฯ ได้ยืนถืออาวุธมีดและสะพายกระเป๋าสีดำอยู่ เมื่อนายหลวง เห็นเจ้าหน้าที่ จึงเกิดอาการตกใจและเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้นายหลวง วางอาวุธมีดที่ถืออยู่ลงวางไปที่พื้น แต่นายหลวง ไม่ฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และได้ถืออาวุธมีดเข้ามาฟัน ร.ต.ต.นิรันต์ วังใน เข้าที่บริเวณที่จมูกและแผ่นหลังด้านขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส 

โดยทันใดนั้น ร.ต.ต.นิรันต์ จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำกาย ยิงเข้าที่บริเวณขาของนายหลวง เพื่อยับยั้งเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำตัว ร.ต.ต.นิรันต์ ผู้บาดเจ็บและนายหลวง ผู้ก่อเหตุ ส่งโรงพยาบาลเวียงแหง เพื่อรักษาอาการต่อไป 

จากการตรวจสอบกระเป๋าที่นายหลวง สะพายอยู่ ปรากฏว่าพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 25 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อจะได้นำส่ง พงส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  ซึ่งในเรื่องนี้ทาง พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช ภ.5 ทราบเรื่องเบื้องต้นแล้ว และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับรายงาน และได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างเด็ดขาด สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาให้สวัสดิการอย่างเต็มที่ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป.

สกัดนักท่องเที่ยวทะลัก!ญี่ปุ่นเริ่มใช้ “ระบบสองราคา” ชาร์จเพิ่มต่างชาติ แพงกว่าคนในประเทศ

ธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เริ่มใช้ระบบ “สองราคา” ลดราคาให้นักท่องเที่ยวในประเทศ และบวกราคาเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลไปญี่ปุ่น ครึ่งแรกของปีนี้พุ่งเป็น 17.78 ล้านคน

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในญี่ปุ่น เริ่มใช้ระบบ “สองราคา” (Dual Price) หรือการลดราคาเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวในประเทศ และบวกราคาที่สูงขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเที่ยวญี่ปุ่นมากถึง 17.78 ล้านคน เฉพาะช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากการอ่อนค่าลงของเงินเยนเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ

ทั้งนี้การเปิดตัวระบบสองราคาสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องจ่ายแพงกว่านักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเอง ทำให้เกิดความกังวลในประเทศเกี่ยวกับกลยุทธ์ของรัฐบาลญี่ปุ่นในการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ 60 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2573

ด้านหัวหน้าองค์การการท่องเที่ยวฮอกไกโดเรียกร้องให้ธุรกิจต่างๆ ในจังหวัดทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ที่สวยงามและรีสอร์ตฤดูหนาว ตั้งราคาที่ต่ำกว่าสำหรับคนในท้องถิ่น โดยระบุว่ากำลังผลักดันให้ทดลองใช้ระบบสองราคาในฤดูใบไม้ร่วงนี้

ขณะที่หนังสือพิมพ์โยมิอุริ รายงานอ้างคำเปิดเผยของหัวหน้าผู้ประกอบการโรงแรมแห่งหนึ่งในฮอกไกโดว่า จำเป็นต้องมีส่วนลดให้คนญี่ปุ่น เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะยังไม่ทิ้งรีสอร์ตยอดนิยมอย่างนิเซโกะ หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่มาจำนวนมาก

นายฮิเดยาสุ คิโยโมโตะ นายกเทศมนตรีเมืองฮิเมจิ ทางตะวันตกของประเทศ กล่าวว่า จะเพิ่มค่าธรรมเนียมการเข้าชมปราสาทฮิเมจิขึ้นอีก 4 เท่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อเข้าชมป้อมปราการซามูไรสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก พร้อมระบุว่า ปัจจุบันค่าเข้าชมคิดในอัตราสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 1,000 เยน หรือประมาณ 6.44 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ต่อไปจะอยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และ 5 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับชาวญี่ปุ่น

ตำรวจ 191 ขยายผลการจับกุม คู่รักนักค้ายา ยึดของกลางเพียบ

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 67 พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ.ร่วมกัน 3 กิโลกรัมจับกุม น.ส.หนึ่งกันยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี และ นายนิติพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง 1. ไอซ์ น้ำหนัก 3 กิโลกรัม และ 2.รถยนต์ใช้สำหรับก่อเหตุ 1 คัน ได้ที่บริเวณริมถนนใกล้แยกวงศ์สว่าง (ขาออก) ถนนรัชดาภิเยก แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม.

สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งพร้อมของกลางยาเสพติดได้แก่ ไอซ์ 4,487 กรัม , คีตามีน 17.61 กรัม และยึดทรัพย์สินทั้งหมด 109 รายการ รวมเป็นเงิน 15 ล้านบาท จากการสอบสวนขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวได้รับยาเสพติดมาจาก น.ส.หนึ่งกันยา และนายนิติพล เป็นคู่รักนักค้ายา จึงได้ดำเนินการสืบสวนและจับกุม

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อทำการสอบสวนและขยายผลการจับกุมต่อไป

ฝนถล่ม 4 วัน ชายแดนไทย-เมียนมา น้ำเมยล้นตลิ่ง 1.5 ม.ท่วมหนัก 2 ฝั่ง

ฝนถล่มจังหวัดตาก ตลอด 4 วัน 4 คืน เกิดน้ำท่วมฉับพลันทั่วแนวชายแดนไทย-เมียนมา ส่งผลแม่น้ำเมยล้นตลิ่ง 1.5 เมตร ทะลักไหล 2 ฝั่งประเทศ นอภ.แม่สอด ต้องระดมกำลัง จนท.ทุกฝ่ายช่วยชาวบ้านขนย้ายสินค้า โดยสถานการณ์น่าห่วงทั้งคนไทยและคนเมืองเมียวดีได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ต้องเฝ้าระวังทุกชั่วโมง


เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 67 ที่ จ.ตาก จากสภาพอากาศพื้นที่ 5 อำเภอแนวชายแดนจังหวัดตาก ได้เกิดพายุฝนตกอย่างหนักต่อเนื่องนาน 4 วัน 4 คืน ทั่วพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะที่ชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ช่วงเช้าวันนี้ที่สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนในรอบวันสะสมได้สูงกว่า 100 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณน้ำฝนสูงมากต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จนช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาแม่น้ำเมยที่กั้นแนวพรมแดนไทย-เมียนมา ได้ไหลล้นตลิ่งสูงมากกว่า 1 เมตรครึ่ง

และเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้น้ำซึ่งเป็นน้ำป่าสีแดงขุ่นและไหลอย่างเชี่ยวกรากรุนแรง น้ำเมยที่ล้นได้ไหลล้นแนวป้องกันทะลักเข้าท่วมภายในตลาดริมเมย ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนที่สำคัญซึ่งติดแนวตลิ่งริมแม่น้ำเมยและติดกับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 สภาพตลาดริมเมยทุกตารางนิ้วถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านจำหน่ายสินค้าทั้งของกินของใช้และของที่ระลึก ต่างต้องรีบไปขนย้ายสินค้าสิ่งของหนีน้ำป่าออกจากซุ้มจำหน่ายสินค้าของตนเองแบบชุลมุนและต้องรีบขนย้ายสินค้าแข่งกับเวลา หลังมวลน้ำเมยทะลักท่วมตลาดริมเมยด้วยความเร็วสูงท่ามกลางฝนตกหนัก

หลังเกิดน้ำเมยล้นตลิ่งท่วมตลาดริมเมยและท่วมพื้นที่หมู่บ้านริมเมย หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก ได้รีบนำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 พร้อมทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ปภ.จังหวัดตากสาขาแม่สอด และทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33 และตำรวจในพื้นที่ร่วมกันนำกำลังเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านริมเมยขนย้ายทั้งคน สัตว์ สิ่งของ และยานพาหนะขึ้นไปไว้บนพื้นที่สูง แต่ติดอุปสรรคเนื่องจากระดับน้ำล้นตลิ่ง มวลน้ำมีระดับสูงมาก และกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากและมีฝนตกหนักตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดคิดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ล่าสุดสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา จุดที่อาจจะเกิดวิกฤติและต้องเฝ้าระวังอยู่ที่แนวตลิ่งริมแม่น้ำเมย ซึ่งขณะนี้แม่น้ำเมยได้ไหลล้นตลิ่งท่วมทั้งฝั่งชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก และล้นตลิ่งท่วมฝั่งชายแดนจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งน้ำเมยล้นตลิ่งในรอบนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งสองประเทศและมีรายงาล่าสุดว่าบริเวณต้นแม่น้ำเมยซึ่งอยู่พื้นที่ชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตากติดกับประเทศเมียนมา

ต้นแม่น้ำเมยกำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นและคาดว่ามวลน้ำเมยจากอำเภอพบพระจะไหลมาสมทบเข้าท่วมพื้นที่ล้นแนวตลิ่งอำเภอแม่สอดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้แม่น้ำเมยล้นตลิ่งเพิ่มระดับสูงขึ้นที่บ้านริมเมยและหมู่บ้านตลอดแนวตลิ่งเขตอำเภอแม่สอดและอำเภอใกล้เคียงท้ายน้ำ ซึ่งขณะนี้ นายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประจำจุดพื้นที่เสี่ยงภัยพร้อมรายงานสถานการณ์ระดับน้ำเมยทุก 1 ชั่วโมง หลังฝนยังคงตกหนักแบบไม่หยุดทั่วพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา จนทำให้สถานการณ์อาจจะเสี่ยงวิกฤติ

อิ่ม อร่อย ถูก สุดคุ้ม ร้าน “อวดดี”เมี่ยงปลาเผา @นราธิวาส

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราเคยนำเสนอร้าน อวดดีเมี่ยงปลาเผาเมื่อ5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นร้านเปิดใหม่ มีซิกเนเจอร์ เป็นเมี่ยงปลาเผาเจ้าแรกในจังหวัดนราธิวาสที่ทำยอดขายกวาดไปวันละ8-9หมื่นบาทต่อวัน สาเหตุเพราะร้านอวดดีกล้าที่จะนำเสนอ เอาเมี่ยงปลาเผาแล้วมาจัดเป็น “บุฟเฟ่ต์” เติมไม่อั้น เส้น ผัก น้ำจิ้ม จนทำให้ชาวนราธิวาสรู้จักถึงความอร่อย อิ่มคุ้มของเมี่ยงปลาเผาร้าน “อวดดี” กันดี

ที่สำคัญราคาสบายกระเป๋ามากๆจนทำให้ยอดขายเป็นอันดับหนึ่งขายได้วันละ8-9 หมื่นบาทต่อวันเลยที่เดียว วันนี้ ร้านอวดดีกลับมานำเสนอเมนูอาหารตามคำเรียกร้องกว่า 50เมนู และมาพร้อมกับบรรยากาศร้านใหม่ที่รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น ให้เป็นร้านอาหาร

ที่มีบรรยากาศเหมือนได้ทานอาหารที่บ้าน มีนั่งทานแบบเอาท์ดอร์ ทานนอกบ้านซึ่งจัดมุมบรรยากาศสดชื่นกับสีสันของต้นไม้ดอกกุหลาบที่หอมสดชื่นเหมือนนั่งทานในสวน ในร้านชั้นล่าง – ชั้นบน มีห้องแอร์เย็นๆมีที่นั่งมากมายให้เลือก ชั้นบนจะมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับกลุ่มที่มากันแบบจัดปาตี้ สัมมานา งานเลี้ยงต่างๆรับรองลูกค้าได้มากถึง 100 คน และมุมระเบียงจัดให้หนุ่มๆที่ชอบนั่งต่อมวนบุหรี่ (ต้องเข้าใจว่ามุมนี้สำคัญ)

สำหรับลูกค้าผู้ชาย และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ความอร่อย ราคาถูก รวมไปถึงห้องละหมาดสำหรับลูกค้ามุสลิม และความสะอาดของห้องน้ำในร้านอวดดี ไม่อยากให้รอช้า ถ้าใครกำลังหาร้านอาหารที่มีคุณภาพ เราขอนำเสนอร้านนี้ “อวดดีเมี่ยงปลาเผา” เพราะเราการันตีความอร่อยว่า “เพราะเรามีดีให้อวด เราถึงกล้าอวดดี” จริงๆ ราคาน่าคบมากๆๆๆ

คุณ นูรฟายีร์ฮันน์ ตาเย๊ะ เจ้าของร้านอวดดี บอกว่า ร้านเราขายย่างก้าวปีที่6 พัฒนามาเรื่อยๆจากขายข้างทางสตีทฟู้ดธรรมดาเมื่อ5 ปีที่แล้ว และขยับมาที่ที่มีห้องแอร์เพื่อที่จะลูกค้าได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้นแต่ราคาอาหารเท่าเดิมคุณภาพอาหารของเราก็เหมือนเดิมค่ะ และวันนี้เราจะแนะนำเมนูที่ตอบโจทย์ลูกค้า เมนูใหม่ๆของทางร้านเมนูที่ขายดีที่สุดก็คือ ไส้อ่อนย่าง สูตรหมักเป็นสูตรเองนะค่ะ ราคา150บาท กุ้งแม่น้ำบางนราเผา ราคา 199 บาทอิ่มคุ้มสำหรับครอบครัว

และยำทะเลจานใหญ่นี้ 150บาท ส้มตำเมนูอีสานก็มา จากที่ลูกค้าขอมา เราก็เลยจัดไป และที่ขาดไม่ได้เมนู “ข้าวผัดปู” เมี่ยงปลาเผา ออเรสจินัลของทางร้านและที่เป็นกระแสคือ “แกงส้ม” ของเราเป็นของสูตรโบราณ ใส่ใบเกษมปลากะพง แต่ถ้าลูกค้าอยากใส่กุ้งหรือปลาอย่างอื่นก็สามารถสั่งได้ อร่อยตามสั่งค่ะ เชิญมาอุดหนุนกัน มาติมาชมเพื่อการพัฒนาของร้านเราต่อไปค่ะ

เมนูหลักร้านอวดดี เมี่ยงปลาเผา 2 สาขา จัดเป็นบุฟเฟ่ทั้ง 2 สาขา ราคาเริ่มต้น 199 บาท 220 บาท 250 บาท ขนาดตามไซค์ ย้ำ จ่ายแค่ค่ปลา เท่านั้น ส่วนน้ำจิ้มซีฟู้ดเขียว น้ำจิ้มซีฟู้ดแดง น้ำจิ้มแจ๋ว น้ำจิ้มหวามกระเทียมและเส้น 2 อย่างให้เลือก คือเส้นหมี่ และเส้นขนมจีน ฟรี ฟรี เติมฟรี ค่ะ

ร้านใหม่สาขาเมืองนราธิวาสอยู่ที่ ถนนบายพาส หมู่บ้านโชคดี ตำบลโคกเคียน เมืองนราธิวาส โทร.061 830 9440 เปิดเวลา 11.00-22.00 น. เพจ.ร้านอาหารอวดดี เมี่ยงปลาเผา นราธิวาส อาหารตามสั่ง ทะเลเผา อาหารอีสาน เครื่องดื่มฯ สาขาอำเภอสุไหงโก-ลก โทร 061 8288667 เปิดทุกวัน

อย่าลืม มาหาเรา “ ร้านอวดดี ” มานั่งชิวๆ กับความอร่อย มากกว่าเดิม เพิ่มเติม กับมุมส่วนตัว เย็นสบาย ราคาน่าคบ เมนูมีหมด จบที่เดี่ยว ก็เรามีดีให้อวดนี้จร้า….

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร/ อัสมา บินมะนุ / นราธิวาส

เดือด! 2 คู่ชูโรงศึก ONE ลุมพินี 73 “วรพล” ปะทะ “พันฤทธิ์”, “ริคาร์โด” บู๊คิกบ็อกซิ่ง “จอร์จ”

เผยโฉม 2 คู่ชูโรงสุดเดือดออกมาเรียกน้ำย่อยแฟนมวยทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อย สำหรับศึก ONE ลุมพินี 73 ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.นี้ โดยคู่เอกนำรายการ “วรพล ส.เดชะพันธ์” พบ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 142 ป. และคู่เอกภาคอินเตอร์ “ริคาร์โด บราโว” จากอาร์เจนตินา พบ “จอร์จ จาร์วิส” จากเกาะอังกฤษ ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)

คู่เอกนำรายการเป็นการดวลกันของ 2 มวยฟอร์มดี ระหว่าง “วรพล ส.เดชะพันธ์” นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว วัย 21 ปี จากบุรีรัมย์ พบกับ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” นักชกใจใหญ่ วัย 27 ปี จากพัทลุง ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 142 ป.

โดย “วรพล” ผลงานล่าสุดเอาชนะคะแนน “ฮิโรกิ คาซาฮารา” เก็บแต้มชัย 2 ไฟต์รวดได้สำเร็จ คราวนี้จะต้องมาดวลกับ “พันฤทธิ์” ที่ไฟต์ล่าสุดหักปากกาเซียนโค่น “อเล็กเซย์ บาลีโก” คว้าชัยมา 2 ไฟต์รวดเช่นกัน และทำให้ไฟต์นี้ทั้งคู่พร้อมเปิดฉากแลกเดือดกันสุดกำลัง โดยมีคนเดียวที่จะได้แฮตทริกแต้มชัย 3 ไฟต์ติด

ด้านคู่เอกภาคอินเตอร์ “ริคาร์โด บราโว” นักกีฬา ONE วัย 24 ปี จากอาร์เจนตินา หวนกลับมาโชว์ฝีมือจอมน็อกให้แฟน ๆ หายคิดถึง พบกับ “จอร์จ จาร์วิส” นักชกอาวุธคม วัยเดียวกัน จากเกาะอังกฤษ ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)

สำหรับ “ริคาร์โด” ระเบิดฟอร์มอัดน็อกคู่ชก 3 ไฟต์รวดบนเวที ONE ลุมพินี จนสามารถพิชิตสัญญานักกีฬา ONE มาครองเป็นคนแรกของปี 2567 ในศึก ONE ลุมพินี 50 เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวจะประเดิมการขึ้นสังเวียนในฐานะนักกีฬา ONE ด้วยการข้ามสายมาชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง เป็นครั้งแรกใน ONE พบกับ “จอร์จ” ที่มีผลงานชนะและแพ้ในกติกามวยไทย มาอย่างละ 1 ไฟต์ก่อนหน้านี้

สร้างมูลค่าเพิ่ม “ดีจี แรนซ์” ฟาร์มวัวใหญ่ คลองขลุง ต่อยอดศูนย์เรียนรู้-ท่องเที่ยว

ฟาร์มวัว DG-Ranch ฟาร์มวัวใหญ่เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ทั้งขายพันธุ์วัวและน้ำเชื้อ เจ้าของฟาร์ม ตั้งเป้าร่วมมีส่วนผลักดันให้วัวที่เลี้ยงในไทยมีคุณภาพที่ดี สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ พร้อมวางแผนสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร

นายสดุดี พุทธัง นายอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ได้นำคณะสมาชิกหอการค้า และตัวแทน YEC กำแพงเพชรกว่า 60 คน ศึกษาดูงานที่ ฟาร์มวัว DG-Ranch (ดีจี แรนซ์) ของนายภาคภูมิ มุ่งงาม เจ้าของธุรกิจฟาร์มวัวขนาดใหญ่ของจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงวัวไว้ 220 ตัว บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ และเคยได้ถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลชนะเลิศโคยอดเยี่ยม บราห์มันพันธุ์แท้ สีเทา เพศเมีย

ฟาร์มแห่งนี้ นับว่าเป็นฟาร์มวัวที่น่าสนใจ เพราะในอนาคตฟาร์มวัวแห่งนี้ จะได้มีการพัฒนารูปแบบที่นอกจากจะทำการขายพันธุ์วัวและน้ำเชื้อแล้ว ยังจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร และยังมีร้านกาแฟแสนสวยไว้รองรับผู้มาเยือนในบริเวณฟาร์มแห่งนี้ด้วย โดยที่นี่มีการนำเข้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์วัวบราห์มัน และบีฟมาสเตอร์ จากฟาร์มชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละฟาร์มถือว่าเป็นแบรนด์ระดับท็อปของโลก ทั้งนี้ฟาร์ม ดีจี แรนซ์ จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ให้วัวที่เลี้ยงในไทยมีคุณภาพที่ดี สามารถแข่งขันในระดับสากลได้

นายภาคภูมิ มุ่งงาม เจ้าของธุรกิจฟาร์มวัว ดีจี แรนซ์ กล่าวว่า เดิมที่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ จึงเริ่มทดลองเลี้ยงวัวจำนวน 20 ตัว โดยนำไปฝากฟาร์มของเพื่อนเลี้ยงไว้ จากนั้นเริ่มซื้อพันธุ์วัวเข้ามาเพิ่มขึ้น จำนวน 50 ตัว จึงได้นำกลับมาเลี้ยงก่อตั้งฟาร์มเอง ซึ่งมาอยู่ตรงนี้ได้ 4 ปีแล้ว เป็นฟาร์มปรับปรุงสายพันธุ์วัวเนื้อและน้ำเชื้อ ส่วนขายสายพันธุ์หลังจากลูกวัวหย่านม ประมาณ 6 เดือนจะขายให้กับผู้ที่สนใจซื้อไปเลี้ยงต่อ ด้านราคาเพศเมียเริ่มต้น 250,000 บาท เพศผู้เริ่มต้นประมาณ 80,000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 088-444-8888

ด้าน นายอำเภอคลองขลุง กล่าวว่า นับว่าเป็นครั้งแรกที่ทางอำเภอคลองขลุง ได้เชิญองค์กรภาคเอกชน ที่มีศักยภาพในด้านของการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว ทั้งเชิงวัฒนธรรมและด้านอุตสาหกรรม ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของอำเภอคลองขลุง และที่สำคัญทั้งคณะสื่อมวลชนจังหวัดกำแพงเพชร คณะหอการค้า และ YEC กำแพงเพชร เป็นคนรุ่นใหม่ จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการเดินทางไปศึกษาดูงานฟาร์มวัวครั้งนี้