ครม.ตรึงค่าไฟ 4.18 บาทถึงสิ้นปี กัดฟันสู้ต่อเพดานขายดีเซล 33 บ.ถึง 31 ต.ค.นี้

ครม.ไฟเขียวตรึงค่าไฟ 4.18 บาทถึงปลายปี พร้อมกำหนดเพดานขายดีเซล 33 บาทต่อลิตร ไปถึง 31 ต.ค.นี้ เร่งจัดหาขุมพลังงานใหม่ในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา หวังมีก๊าซธรรมชาติใช้ไปได้อีก 25 ปี ค่าไฟฟ้าลงมาอยู่ที่หน่วยละ 3 บาทกว่า “พีระพันธุ์” ชี้ตรึงราคาดีเซลถึงสิ้น ต.ค.เป็นระยะเวลาที่กองทุนน้ำมันจะรับภาระไหว ก่อนคุยมาตรการภาษีช่วยเหลือในระยะต่อไป

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการดูแลราคาพลังงานให้ประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ โดยนายกรัฐมนตรีโพสต์ในสังคมออนไลน์เพิ่มเติมว่า ครม.รับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ซึ่งเดิม ครม. มีมติเมื่อวันที่ 7 พ.ค. กำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร แต่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยให้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร แต่อัตราการชดเชยต้องไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร ต่อไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. 67

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน ในช่วงเวลา 4 เดือน (ก.ย.-ธ.ค.67) ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากมาตรการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าเดิม ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน ส.ค.นี้ ประกอบด้วย

1.บริหารจัดการอัตราค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยให้อยู่ที่ระดับ 4.18 บาทต่อหน่วย

2.ตรึงอัตราค่าไฟฟ้า 4.18 บาทต่อหน่วย

และ 3.ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 19.05 สตางค์ต่อหน่วย แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลราคาพลังงาน โดยในส่วนของอัตราค่าไฟฟ้างวดปลายปี 2567 (ก.ย. -ธ.ค.) ให้คงอัตราค่าไฟเท่าเดิมที่ 4.18 บาทต่อหน่วย

รวมทั้งมีมาตรการในการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ขณะที่การใช้หนี้คืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย (กฟผ.) ค่าไฟที่ 4.18 บาทต่อหน่วย ก็เป็นการทยอยใช้หนี้ส่วนนี้คืนให้กับ กฟผ.อยู่แล้ว แต่เป็นการทยอยใช้คืน ไม่ใช่การคืนหนี้ทั้งก้อนเป็นก้อนใหญ่ ที่จะกระทบกับค่าไฟของประชาชน

ส่วนราคาน้ำมันดีเซล ครม.รับทราบการกำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นราคาตามที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะรับภาระได้ โดยจะตรึงเพดานที่ราคานี้ไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค.2567 หลังจากนั้นก็จะดูสถานการณ์และมาตรการที่จะดูแลราคาน้ำมันต่อเนื่อง โดยจะหารือกับกระทรวงการคลังที่อาจจะมีการใช้แนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเข้ามาเป็นมาตรการเสริม หรืออาจจะมีมาตรการอื่นๆเข้ามาช่วยตรึงราคาน้ำมันเพิ่มเติม สำหรับเรื่องของการแก้กฎหมายในการกำหนดเพดานราคาน้ำมันนั้น ตนเองเร่งทำกฎหมายในส่วนนี้อยู่ ซึ่งคาดว่าจะไม่ทันในช่วงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเสนอเข้าสภาฯตามขั้นตอนทางกฎหมายโดยเร็ว

“เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะเราอยู่กันแบบนี้มา 50 ปีแล้ว ไม่มีกฎหมายที่จะกำหนดราคาน้ำมันของรัฐบาลเลย ทั้งที่กระทบกับประชาชนจำนวนมาก พอราคาน้ำมันแพงเราก็บ่นกัน แต่ข้อเท็จจริงคือราคาเนื้อน้ำมัน จริงๆในประเทศ 20 กว่าบาทต่อลิตรเท่านั้น แต่องค์ประกอบของราคาน้ำมัน 1 ลิตร ยังประกอบไปด้วยส่วนผสมของเอทานอล และไบโอดีเซล รวมทั้งมีภาษีในส่วนต่างๆ เช่น ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเราเสียอยู่ลิตรละ 5.99 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันจึงมาอยู่ที่ 38-40 บาทต่อลิตร ซึ่งในเรื่องนี้หากมีกฎหมายเราก็จะดูแลราคาน้ำมันให้ประชาชนได้ และกฎหมายก็ต้องมาดูไปถึงอำนาจของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูไปควบคู่กันไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีการหารือแนวทางการลดราคาค่าไฟลดมาให้อยู่ในระดับ 3 บาทกว่าๆต่อหน่วยเช่นในอดีตที่จะต้องดำเนินการหาขุมพลังงานใหม่ โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง กล่าวว่า ไทยจะต้องเร่งเจรจากับกัมพูชาเพื่อนำก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา มาใช้ ซึ่งรัฐมนตรีใน ครม.ต่างแสดงความเห็นด้วยอย่างกว้างขวาง เพราะจะทำให้ได้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าและมีปริมาณมากที่สามารถใช้ไปได้อีก 20 ปี อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเพียงหารือกันในเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีวาระเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างไทยและกัมพูชาในการนำพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชามานำเสนอ ครม.ในครั้งนี้

ส่วนการตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ หน่วยละ 4.18 บาท กระทรวงพลังงานนำเสนอ ครม.ว่า ใช้วิธีให้ กฟผ. และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ร่วมกันรับภาระเงินสะสมคงค้างสะสม สำหรับงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2567 แทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าไปพลางก่อน ส่วนการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย 300 หน่วยต่อเดือนที่ใช้ไม่เกิน โดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 19.05 สตางค์ต่อหน่วย เหลือจ่าย 3.99 บาทต่อหน่วย คาดว่าจะมีค่าใช้จ่าย 1,900 ล้านบาท ในเบื้องต้นจะใช้งบกลาง รายการสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของปี 2567 จ่ายให้.

เมียงคำสูตรเด็ดแม่ขจรกำแพงเพชร กินแล้วมีประโยชน์ร่างกายแข็งแรง

สมุนไพรของไทยหลายชนิดที่มีคุณสมบัติการปรับสมดุลร่างกาย และช่วยป้องกัน รักษา อาการเจ็บป่วยต่างๆ แต่หากจะหาสมุนไพร หรือยาสมุนไพรมารับประทานด้วยตัวเองก็ดูจะยุ่งยาก หากใครไม่เข้าใจก็ซื้อหามาให้สิ้นเปลืองไม่ได้ประโยชน์ แต่ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นำเอาสมุนไพรมาทำเป็นของทานเล่น ที่ทานง่ายใครๆ ก็ทานได้ จึงมักมีการนำสมุนไพรมาเป็นของทานเล่นหลายชนิด “เมี่ยงคำสมุนไพรใบชะพลู” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดูจะหาทานง่าย อร่อย รสชาติดี มีประโยชน์จากสมุนไพรเต็มคำ

นางสาวอมรรัตน์ บุญรุ่ง หรือ “หญิง” เจ้าของร้านเมี่ยงคำสมุนไพรสูตรแม่ขจร หนึ่งในเมี่ยงคำที่ใครไปใครมาบริเวณลานโพธิ์ จะพบเจอร้านเมี่ยงคำแม่ขจร ตั้งวางขายและทำกันแบบสดๆ เล่าให้เราฟังว่า ในทุกๆ วันตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงบ่ายๆ มีผู้คนแวะเวียนมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย แต่ส่วนมากจะเลือกสั่งออนไลน์หรือไม่ก็โทรสั่งไว้แล้วค่อยมารับหรือให้ไปส่งก็มี

ที่คนติดใจขนาดนี้เพราะด้วยรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ แถมราคาก็ถูก จึงมักซื้อหาไปรับประทานหรือเป็นของฝากก็ได้ เนื่องจากเมี่ยงคำมีส่วนผสมอุดมไปด้วยสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการเสริมภูมิคุ้มกัน และต้านเชื้อเชื้อโรคต่างๆ เริ่มตั้งแต่มะนาวหั่นพร้อมเปลือก และหอมแดง ที่มีสารเฮสเพอริดีน สารรูติน และวิตามินซี ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย

เนื่องจากใบชะพลู เมี่ยงคำ และขิง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ พริกขี้หนู ช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกายช่วยเจริญอาหาร ถั่วลิสง มะพร้าวคั่ว และส่วนผสมอื่นๆ เมื่อนำมารวมกันรับประทานเป็นเมี่ยงคำทำให้ได้ประโยชน์มากมาย อร่อยถูกปากอีกด้วย โดยจะขายเมี่ยงคำไม้ละ 10 บาท เป็นชุด ชุดละ 40 บาท ทั้งนี้ ใครสนใจแวะไปอุดหนุนกันได้ที่ร้านขายเมี่ยงติดแผงหวยหน้าธนาคารกรุงไทย สาขากำแพงเพชร (สาขาต้นโพธิ์) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร.

ตำรวจขอนแก่นบุกรวบพี่ชายต่างพ่อก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิง ป.6

ตำรวจขอนแก่นบุกรวบพี่ชายต่างพ่อก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิง ป.6 ขณะมาเรียนหนังสือที่ขอนแก่น ตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2567 พ.ต.อ.ณชรต แก้วเพชร ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่นพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุพล หร่อยดา สว.สส.สภ.บ้านเป็ด และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านเป็ด นำหมายศาลจังหวัดขอนแก่นเข้าจับกุมตัวนายมานพ กัสโป อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม. 8 ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น หลังก่อเหตุข่มขืนวัย 12 ปี ซึ่งเป็นน้องคนละแม่ ที่อาศัยภายในบ้านหลังดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.บ้านเป็ด

พ.ต.อ.ณชรต แก้วเพชร ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก นางโก้(นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ซึ่งได้พา ด.ญ.กิ๊บ(นามสมมุติ) อายุ 12 ปี บุตรสาวของตนเอง ซึ่งกำลังเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นลูกที่เหิดกับสามีชาวอังกฤษโดยได้มาพักอาศัยอยู่กับบ้านพี่สาวของตนเอง ที่บ้านกอก ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ ด.ญ.กิ๊บ เข้าเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น

“ต่อมาได้มีนายมานพ ซึ่งเป็นบุตรชายของนางโก้ที่เกิดกับสามีชาวไทยและเป็นพี่ชายต่างบิดาของ น้องกิ๊บ เดินทางมาทำงานก่อสร้างในเขตตัวเมืองขอนแก่น จึงได้มาพักอาศัยอยู่ด้วยกัน จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นางโก้ ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากครอบครัวว่าน้องกิ๊บ ได้ถูกนายมานพ พี่ชายต่างบิดาใช้กำลังบังคับและใช้มือปิดปาก จน ด.ญ.กิ๊บ ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วนายมานพก็ลงมือข่มขืนก่อนที่นางโก้จะพาน้องกิ๊บเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่”

ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวต่ออีกว่า หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการสืบสวนสอบสวนแต่นายมานพหลบหนีไปทำงานที่อื่นจนกระทั่งย้อนกลับมาในเขต อ.เมืองขอนแก่น จึงทำการวางแผนจับกุมตัวได้ในบ้านพัก และให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา จึงควบคุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็นดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ต่อไป

มวลน้ำเหนือไหลบ่าท่วมนาข้าวพื้นที่ลุมริมแมน้ำยมพิจิตรขยายวกว้าง

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 กลุ่มชาวนาจำนวนกว่า 50 ราย รวมตัวกันร้องทุกข์อยู่ที่บริเวณสะพานข้ามคลองหนองตานุ้ย ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ด้วยเหตที่ว่าเกิดน้ำท่วมนาข้าวที่อยู่ทางด้านฝั่งขวาหรือทิศตะวันตกของแม่น้ำยมสาเหตุเนื่องจากช่วงนี้ภาคเหรือตอนบนมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจึงทำให้กรมชลประทานมีการเปิดประตูระบายน้ำท่านางาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำยมจึงทำให้มีปริมาณน้ำระบายลงมาสู่แม่น้ำยมของพิจิตร ประกอบกับฝนที่ตกลงมาทำให้น้ำในท้องทุ่งนาระบายลงแม่น้ำยมไม่ได้ เนื่องจากน้ำในทุ่งกับน้ำในแม่น้ำยมที่ปลายคลองมีระดับเสมอกันจึงอยากให้ทางราชการหาแนวทางช่วยยเหลือ 

 ล่าสุด นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายสายันห์ กาวีวงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร นายวิทูร เกิดอินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร นายปัญญา ใจแปง นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง นายสมยศ เอมใจ นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์ประทับช้าง ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ทุ่งวังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ได้ร่วมกันลงพื้นที่ในเบื้องต้นจะนำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบระบายน้ำลงแม่น้ำยมและจำนำรถแบ็กโฮมากำจัดวัชพืชเพื่อช่วยเปิดทางน้ำเร่งการระบายน้ำให้เร็วขึ้น  

 รวมถึงจะประสานงานด้านบนของแม่น้ำยม คือ ปตร.สามง่าม ให้ชะลอการระบายน้ำ รวมถึง ปตร.ที่อยู่ท้ายแม่น้ำยมของพิจิตรก็จะให้เร่งระบายน้ำเพื่อให้ระดับน้ำในพื้นที่ ต.วังจิก ใน อ.โพธิ์ประทับช้าง มีระดับน้ำลดลง ทั้งนี้เพื่อให้ข้าววนาปีในทุ่งวังจิกสามารถเก็บเกี่ยวให้ได้ตามเป้าหมาย คือ ก่อนวันแม่ คือวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีจะต้องเกี่ยข้าวนาปีให้แล้วเสร็จ เพราะหลังจากนี้พื้นทที่แถบ ต.รังนก ต.วังจิก ต.ไผ่ท่าโพ ก็จะกลายเป็นทุ่งรับน้ำที่เป็นไปตามธรรมชาติแบบนี้ทุกปี แต่ปีนี้น้ำมาเร็วมาไว มามากเกินความคาดหมาย จึงทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมทุ่งนาข้าวในที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำยมดังกล่าวนั่นเอง 

 โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย /พิจิตร/

เปิดคลิปเสียง ผอ.ปืนโหด รัวยิงไม่ยั้ง 11 นัดรวด ดับ 4 ศพ ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม

ศรีสะเกษ-เปิดคลิปเสียง ผอ.ปืนโหด รัวยิงไม่ยั้ง 11 นัดรวด ดับ 4 ศพ ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม เป็นศพที่ 5 ญาติร่ำไห้เตรียมรับศพ

จากกรณีมีเหตุ นายปฐพี มีบาง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 7 ต.หนองบอน อ.ประโคน จ.บุรีรัมย์ อดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.บุรีรัมย์ ลาออกจากราชการ ใช้อาวุธปืนบุกยิง น.ส.ดวงเดือน โกกะพันธ์ อายุ 41 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านโนนอีปังโพนวัว อ.เมืองศรีสะเกษ เจ้าของบ้าน อดีภรรยา เพิ่งหย่าร้างกัน นายปรมัตถ์ สามัญ อายุ 39 ปี ทนายความ สามีใหม่ ของ น.ส.ดวงเดือน นางหยกมณี โกกะพันธ์ อายุ 66 ปี แม่ของ น.ส.ดวงเดือน และนายบุญเลื่อน อภัยพงษ์ อายุ 61 ปี น้องเขยของ นางหยกมณี เสียชีวิตอยู่ในบ้านเลขที่ 264 บ้านหอยพัฒนา หมู่ 8 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่พบญาติๆ กำลังช่วยกันทำความสะอาบ เช็ด ล้าง คราบเลือดของผู้เสียชีวิต และร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบทรัพย์สิน เอกสารภายในบ้าน ซึ่งญาติๆและชาวบ้าน ได้พากันจัดเตรียมสถานที่จัดงานพิธีศพที่วัดบ้านหอยพัฒนา ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ โดยทางแพทย์ รพ.ศรีสะเกษ จะได้ส่งมอบศพ ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดให้กับญาติเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ในเวลา 14.00 น. วันนี้

ซึ่ง ที่วัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ตั้งศพ ของ น.ส.ดวงเดือน โกกะพันธ์ อายุ 41 ปี นางหยกมณี โกกะพันธ์ อายุ 66 ปี แม่ของ น.ส.ดวงเดือน และนายบุญเลื่อน อภัยพงษ์ อายุ 61 ปี น้องเขยของ นางหยกมณี ส่วนศพของ นายปรมัตถ์ สามัญ อายุ 39 ปี ทนายความ ญาติแจ้งว่าจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดมหาพุทธาราม (พระอารามหลวง) หรือวัดพระโต ใน อ.เมืองศรีสะเกษ

ขณะที่ภาพวงจรปิดหน้าบ้านได้ยินเสียงปืนดังทั้งหมด จำนวน 11 นัด พร้อมกับเสียงผู้หญิงกรีดร้อง และมีเสียงผู้ชายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

นางสง่า แสงเหมาะ อายุ 64 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ขณะเกิดเหตุรถของผู้ก่อเหตุจอดอยู่มุมถนนหน้าบ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 15 เมตร คาดว่าผู้ก่อเหตุจะข้ามรั้วแล้วเดินลัดสนามหญ้าเข้ามา ซึ่ง นายปรมัตถ์ กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหารหน้าบ้าน คาดว่าผู้ก่อเหตุจะเดินมาจากด้านหลัง แล้วลั่นไกปืนยิงใส่ นายปรมัตถ์ จนตกเก้าอี้ล้มลงที่พื้น จากนั้นได้ยิง นางหยกมณี อดีตแม่ยาย ซึ่งอยู่ใกล้กัน แล้วบุกเข้าไปในบ้าน ยิงใส่ น.ส.ดวงเดือน และนายบุญเลื่อน จนเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

เสียงสะท้อนคนเบตงค่าไฟขยับก.ย.ยิ่งเติมทุกข์ชาวบ้านยุคศก.ย่ำแย่

ยะลา – ร้านซักผ้า หยดเหรียญ ร้านกาแฟ เมืองเบตง โอดค่าไฟจ่อขึ้นเดือน ก.ย.กระทบหนัก ยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการ ประชาชน ที่เดือดร้อนจากเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่แล้ว

จากกรณีที่ค่าไฟฟ้าที่จะมีการเรียกเก็บงวดเดือนกันยายน-ธันวาคมนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วยนั้น จากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นจากร้านซักผ้าตู้หยอดเหรียญและร้านกาแฟในตัวเมืองเบตง ที่ใช้ไฟฟ้าต่อเดือนหลายหน่วยนั้นต่างวิตกกังวลต่อภาระค่าใช้จ่ายของค่าไฟฟ้าที่จะปรับสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพ รายจ่ายในครัวเรือน รวมถึงต้นทุนการทำมาหากินของผู้ประกอบอาชีพในทุกรูปแบบ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอยู่ในขณะนี้

ที่ร้านกาแฟ โกปี้ดี คาเฟ่ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง นายอับดุลซารีฟ จามาลี ผู้จัดการร้านกาแฟ เปิดเผยว่า หากมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าจริงๆก็เห็นใจบางคนที่มีค่าครองชีพน้อยและเป็นเสาหลักของครอบครัวมีภาระต้องใช้จ่ายในครอบครัว จึงอยากให้ทางรัฐบาลเห็นใจอย่าปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพราะหากเป็นคนที่ไม่ใช่เสาหลักของครอบครัวก็คงอยู่ได้เพราะอำเภอเบตงเป็นอำเภอเล็กๆคงอยู่ได้สำหรับคนที่ไม่ใช่เสาหลักของครอบครัวที่ไม่มีภาระ

ส่วนการเปิดแอร์ที่ร้านจะเปิดเป็นช่วงเวลาเพื่อเป็นการประหยัดค่าไฟฟ้าโดยช่วงเช้าจะเปิดแอร์เพียง1ตัวก่อนและเวลา 11.00 น.ก็จะเปิดแอร์อีก 1 ตัวเป็น 2 ตัวจนถังช่วง18.00 น.ก็จะเปิดเพียง 1 ตัว เฉลี่ยค่าไฟฟ้าต่อเดือนอยู่ที่ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจกับเศรษฐกิจแบบนี้เหมือนเป็นการซ้ำเติมประชาชน

ด้านนายอาทิตย์ แสงแก้ว อายุ 67 ปี เจ้าของร้าน อีส ลอน-ดริ สาขาเบตง ให้บริการซักผ้าตู้หยอดเหรียญ 24 ชั่วโมง ในเขตเทศบาลเมืองเบตง กล่าวว่า ผมคิดว่าเป็นภาระของประชาชนที่ต้องรับผิดชอบซึ่งไม่น่าจะเป็นในทางที่ดีคือทุกอย่างสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนปัจจุบันก็หนักอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ขึ้นให้พออยู่ได้ในช่วงเศรษฐกิจอย่างนี้ก็น่าจะดีกว่า ซึ่งอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องขึ้นค่าไฟฟ้า หากผมพูดว่า”รวยไม่พอหรือ”ฟังดูก็จะเป็นคำหยาบหรือเป็นคำกะแนะกะแหน ไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่กะแนะกะแหน แต่สิ่งที่ทำคิดดูว่าในประเทศไทยเราใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนหากเพิ่มค่าไฟฟ้าไปขนาดนี้มันเป็นการโยนภาระให้กับทุกครัวเรือน เมื่อโยนให้กับครัวเรือนขอถามว่ารายได้ของประชาชนอยู่ในขั้นวิกฤตหรือไม่

นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ผมถือว่าไม่โอเคสำหรับค่าครองชีพของแต่ละคน เช่นคนงานก่อสร้าง คนหาเช้ากินค่ำ ก็ยังใช้ค่าไฟฟ้าเท่ากับคนรวย อย่างน้ำมัน ไฟฟ้า หากปรับราคาขึ้นกันหมดถามว่าประชาชนจะอยู่กันยังไง รัฐบาลได้ตระหนักตรงนี้บ้างหรือไม่ ไม่ใช่ว่าทางไฟฟ้าจะปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเสร็จแล้วโยนภาระมาให้ประชาชนตรงนี้ผมคิดว่าไม่ถูกและไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย ทำอย่างไรก็ได้ให้ประชาชนอยู่ได้ รัฐบาลอยู่ได้ อย่างให้ผลกระทบต่อประชาชนมากไป ใน 1 วันกี่ครัวเรือนในประเทศขึ้นไป 1 บาทกว่าต่อวันต่อหน่วยที่ปรับราคาขึ้นมันเงินนับล้านๆบาท ปกติค่าไฟฟ้าจ่ายเดือนละ 4,000 – 8,000บาท มันขึ้นอยู่กับลูกค้าที่มาใช้เครื่องซักผ้าว่ามากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน

ส่วนจะปรับราคาค่าซักผ้าคงไม่ปรับขึ้นเพราะสงสารลูกค้า ซึ่งอาจจะทำรายได้ลดลง แต่จะทำยังไงเมื่อลูกค้าอยู่ได้ ร้านเราก็ต้องอยู่ได้ เป็นปัญหาอยู่ ซึ่งปัจจุบันผมก็ยังเป็นหนี้อยู่เหมือนกัน ปกติแล้วร้านซักผ้าหยอดเหรียญของตนใช้ไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญ ทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องปั๊มน้ำ ปัจจุบันจ่ายค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 5,000 กว่าบาท ทุกวันนี้ประชาชนต่างพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ กันทุกทางแล้ว อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายของน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดังนั้น หากมีการปรับค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกในเดือนกันยายนนี้จะกระทบแน่นอน

จึงอยากให้รัฐบาลช่วยชะลอการขึ้นค่าไฟออกไปก่อน เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีเลย ลูกค้าลดน้อยกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้รายได้ของร้านลดลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และอีกไม่นานค่าขนส่ง ค่าสินค้า จะขึ้นตาม ซึ่งปัจจุบันประชาชนเดือดร้อนมากอยู่แล้ว เศรษฐกิจก็ไม่ดี ร้านค้าขายของไม่ได้ ความเดือดร้อนไปทุกวงการ สุดท้ายฝากถึงรัฐบาลทำอย่างไรก็ได้อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน เน้นอย่าขึ้นไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด นายอาทิตย์ ทิ้งท้าย

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

พระสงฆ์-ญาติโยม ขอนแก่น เร่งบรรจุกระสอบทรายกั้นน้ำตลอดแม่น้ำชีป้องน้ำเอ่อท่วม

พระสงฆ์ขอนแก่น นำชาวชุมชน ร่วมกันบรรจุกระสอบทรายวางแนวกั้นน้ำตลอดแม่น้ำชีหวั่นน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ขณะที่เทศบาลฯปิดประตูระบาย เร่งสูบน้ำออกนอกพื้นที่ ตามแผนการระบายน้ำและรองรับมวลน้ำจากเขตเมืองไหลเข้าพื้นที่ในระยะนี้

พระมหาบุญส่ง โกสโร เจ้าอาวาสวัดตาลเรียง เจ้าคณะตำบลพระลับ พร้อมด้วย นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ ,นายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ นำสมาชิกสภาเทศบาลตำบลพระลับ ฝ่ายปกครองตำบลพระลับ พระภิกษุสามเณรวัดตาลเรียง และประชาชนในเขตบ้านผือ ม.1,ม.2 และ ม.19 และประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทต.พระลับ ร่วมกันกรอกกระสอบทรายเพื่อนำไปปิดบานประตู D9 ปากหนองผือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามแผนการเฝ้าระวังป้องกันการเกิดภาวะน้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนในเขต ต.พระลับเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำชี เริ่มเพิ่มระดับขึ้น ตามการระบายน้ำของแม่น้ำชีตอนบนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีตอนกลางในเข ต.พระลับ มีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นซึ่งเสี่ยงอการไหลเข้าท่วมพื้นที่ในระยะนี้อย่างมาก

นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล นายก ทต.พระลับ กล่าวว่า จากการตรวจวัดระดับน้ำเช้าวันนี้พบว่าปริมาณน้ำด้านในยังคงสามารถไหลออกได้เป็นปกติ ขณะที่น้ำในแม่น้ำชียังไม่หนุน เทศบาลฯจึงได้ปิดบานประตูระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำด้านในพื้นที่ลงสู่แม่น้ำชีตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำปากพระคือ (ประตู D8) โดยได้ปิดบานประตูและระบายน้ำจากลำห้วยพระคือลงสู่แม่น้ำชี โดยเดินเครื่องสูบระบายน้ำจำนวน 10 เครื่อง เพื่อระบายน้ำในลำห้วยพระคือให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด และไม่ให้ส่งกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่

“กรมชลประทานได้ประสานเขื่อนมหาสารคามให้ยกบานลอยเพื่อโฟร์น้ำได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะรักษาดับน้ำในห้วยพระคือให้อยู่ที่ ระดับ 147.30 โดยที่ในขณะนี้ ปริมาณน้ำในลำห้วยพระคืออยู่ที่ระดับ น.147.70 ท.148.35 อย่างไรก็ตามลอดทั้งวันในวันนี้ได้ประสานงานร่วมทุกหน่วยงานจัดส่งรถหน้าตักหลังขุด หรือJCB ดำเนินการปรับแต่งพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำปากหนองผือ (ประตู D9) สำหรับติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำชีหนุนสูงขึ้น ทำให้ต้องปิดประตูระบายน้ำ D9 เพื่อป้องกันน้ำในแม่น้ำชีไหลเข้ามาในเขตพื้นที่ด้านในพนังกั้นน้ำ”

นายพงศ์ธร กล่าวต่ออีกว่า เทศบาลฯและชุมชนและชลประทานจะทำการสูบระบายน้ำในพื้นที่ด้านในออกลงสู่แม่น้ำชีเพื่อรองรับการระบายน้ำจากเทศบาลนครขอนแก่น และรองรับปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมาตลอดทั้งช่วงฤดูฝนตามแนวทางการป้องกันพื้นที่ที่อยู่อาศัยและการเกษตรตามแนวผนังน้ำชี ตลอดทั้งช่วงฤดูฝนและช่วงน้ำหลากในเขต ต.พระลับ ต่อไป

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

ผัวเก่าแค้นโหดบุกฆ่ายกครัว 4 ศพ ก่อนหลบหนียิงตัวตายที่บ้านเกิดบุรีรัมย์

ศรีสะเกษ-อดีตผัวบุกกราดยิงฆ่ายกครัว 4 ศพ เมียผอ.โรงเรียน กับสามีใหม่ทนายความ ส่วน ลูก 10 ขวบรอดหวุดหวิด ก่อนที่มือปืนขับรถกลับบ้านที่จ.บุรีรัมย์ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวคดีโหดคนร้ายบุกยิงยกครัว 4 ศพ บริเวณบ้านพัก บ้านพัฒนา หมู่ 8 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 23 ก.ค.2567 ที่ผ่านมา

โดยผู้เสียชีวิตประกอบด้วย น.ส.ดวงเดือน อายุ 41 ปี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในบ้าน นายปรมัตถ์ อายุ 39 ปี สามีใหม่ น.ส.ดวงเดือน มีอาชีพเป็นทนายความ ถูกยิงเข้าท้ายทอยและแผ่นหลัง เสียชีวิตอยู่หน้าห้องน้ำ ใกล้กันพบศพ นางหยกมณี อายุ 66 ปี มารดา น.ส.ดวงเดือน ถูกยิงเข้าที่ใบหน้า และ นายบุญเลื่อน อายุ 61 ปี เป็นน้องเขยนางหยกมณี เสียชีวิตอยู่ในบ้าน

จากการสอบสวนญาติ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายเขี้ยว อายุ 42 ปี บ้านอยู่ ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ อดีตสามี น.ส.ดวงเดือน ที่ได้แยกทางกัน ก่อน น.ส.ดวงเดือน จะมาคบหาอยู่กินกับนายปรมัตถ์ โดยนายเขี้ยวได้มาสร้างบ้านหลังนี้เป็นเรือนหออยู่กินกับ น.ส.ดวงเดือน จึงน่าจะทำให้เกิดความแค้น อีกทั้งยังเคยแจกใบปลิวข่มขู่โจมตีเมียเก่ามาตลอด

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ นายเขี้ยว หลบหนีกลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ไปใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตหนีความผิด

สำหรับชนวนเหตุ ฆ่ายกครัว 4 ศพ นั้นจากการสอบสวนทราบว่าก่อนหน้านี้ น.ส.ดวงเดือน อยู่กินกับนายเขี้ยว ก่อนเลิกลากันไป จากนั้นน.ส.ดวงเดือน มามีสามีใหม่คือ นายปรมัตถ์ แล้วพากันมาอยู่ที่บ้านพักซึ่งนายเขี้ยว เป็นคนสร้างไว้เป็นเรือหออยู่กับน.ส.ดวงเดือน ทำให้นายนายเขี้ยวเกิดความแค้นไปร้องเรียนเรื่องวินัยข้าราชการ จนมีการฟ้องร้องแบ่งทรัพย์สินกัน และคดีหมิ่นประมาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนบุคคลใกล้ชิด

“ศรัทธาคาเฟ่”เอาใจคอกาแฟสายบุญ แห่งเดียวที่วัดศรีจันทร์เมืองขอนแก่น

“ศรัทธาคาเฟ่” คาเฟ่สายบุญในวัดแห่งแรกของเมืองขอนแก่น ถืออฤกษ์วันสำคัญทางพุทธศาสนาเปิดให้บริการในราคาไม่แพง ชวนญาติโยมอุดหนุน ให้พระเณรในวัดมีรายได้นำไปใช้จ่ายในการเรียน พร้อมเปิดเมนูเด็ด “กาแฟสุดสะแนน” ใครสั่งแถมร้องหมอลำให้ฟังอีกด้วย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง ซึ่งตั้งอยู่ริม ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระธรรมาภิสมัย รศ.ดร.เลขานุการวัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง รักษาการเจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น ได้ถือฤกษ์วันพระใหญ่วันเข้าพรรษา เปิดให้บริการ “ศรัทธาคาเฟ่” คาเฟ่สุดชิล ภายในวัดท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่น ซึ่งถือเป็นคาเฟ่ในวัดแห่งแรกของเมืองขอนแก่น โดยมีญาติโยมและประชาชนชาวขอนแก่นที่มาทำบุญได้มาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย

พระธรรมาภิสมัย รศ.ดร. เลขานุการวัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง รักษาการเจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า ศรัทธาคาเฟ่ เกิดจากความคิดที่ต้องการให้ผู้ที่มาทำบุญที่วัดมีจุดพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติของวัดซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกลางเมือง อีกทั้งในวัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนการกุศลวัดศรีจันทร์ โดยมีนักเรียนที่เป็นทั้งฆราวาสและสามเณรรวมกว่า 600 คน จึงจัดตั้งคาเฟ่ภายในวัดไว้รองรับนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนที่มาทำบุญ โดยรายได้นำไปช่วยสนับสนุนการศึกษากับนักเรียนของทางโรงเรียนและร่วมบูรณะปฎิสังขรณ์ให้กับทางวัดอีกด้วย

คาเฟ่แห่งนี้มีแนวคิดที่ว่า “everything better with coffee and nature” คือทุกๆสิ่งจะดีขึ้นเมื่อมีกาแฟและธรรมชาติ จึงขอเชิญชวนญาติโยมมาลองชิมได้ที่ศรัทธาคาเฟ่

สำหรับเครื่องดื่มไว้บริการครบเหมือนร้านกาแฟและคาเฟ่ ในราคาเริ่มต้นที่40 บาท แต่ที่อยากให้ลิ้มลองคือเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านคือ กาแฟอเมริกาโน่สุดสะแนน เพราะบาริสต้าของร้านเป็นหมอลำชื่อดัง “พงษ์ศักดิ์ พลทิพย์” ใครที่สั่งเมนูนี้จะได้รับฟังลำกลอนแบบสดๆให้ฟังอีกด้วย”

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

สลด!กระบะเลี้ยวตัดหน้าฟอร์จูนเนอร์ เบรกไม่ทันพุ่งชน ตาย 1 เจ็บ 6

สลด กระบะเลี้ยวตัดหน้ารถฟอร์จูนเนอร์ขึ้นเนิน เบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรง ตาย 1 เจ็บ 6 คน บริเวณถนนทางหลวงชนบท หน้าด่านเขาใหญ่-วังน้ำเขียว พลเมืองดีได้ช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บออกจากรถเพื่อส่ง รพ.

พ.ต.ต.ประยงค์ หวังกุลกลาง สว.สอบสวน สภ.หมูสี จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันบนถนนทางหลวงชนบท สายหน้าด่านเขาใหญ่-วังน้ำเขียว หน้ารีสอร์ตเทียนอุดม หมู่ 4 บ้านปอหู ต.โป่งตาลอง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วย พ.ต.อ.โยธิน วรรณทวี ผกก.สภ.หมูสี พ.ต.ท.ราเชนทร์ อุ่นจันทึก สว.จราจร พร้อมกำลังตำรวจจราจร หน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน ปากช่อง รุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ แค็บ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บว.6685 บุรีรัมย์ หัวรถทิ่มตกลงข้างถนน สภาพรถประตูข้างซ้ายและแค็บพังยับ ภายในรถทั้งที่นั่งคนขับ ผู้โดยสารนั่งหน้าคู่คนขับและบริเวณแค็บหลังพบผู้บาดเจ็บจำนวน 6 ราย และผู้โดยสารที่เป็นหญิงนั่งอยู่หลังซ้ายอาการสาหัสไม่รู้สึกตัว พลเมืองดีได้ช่วยกันนำร่างออกจากรถ ประกอบกับมีพยาบาลที่มาพักในรีสอร์ตเทียนอุดมฝั่งตรงข้ามออกมาช่วยปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล จึงได้นำผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 3 กม. 

บริเวณใกล้เคียงกัน พบรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฆล.4771 กรุงเทพมหานคร สภาพมุมซ้ายและด้านหน้าพังยับ มีนายวีระศักดิ์ ปุยขุนทด เป็นคนขับและผู้โดยสาร 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 

จากการสอบสวน นายวิชาญ สุขเจริญ อายุ 34 ปี ขับรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน 4 ขง. 1838 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางพัชรินทร์ สุขเจริญ อายุ 32 ปีภรรยานั่งด้านซ้ายคู่คนขับ ขับรถออกมาจากบ้านพี่สาวในซอยกำนันวิฑูรย์ 1 เพื่อจะเลี้ยวขวาไปทางโรงพยาบาลมงกุฏคีรีวัน จอดรออยู่ปากซอยพอดีกับที่รถกระบะคันเกิดเหตุจะเลี้ยวจากฝั่งตรงข้ามหน้ารีสอร์ต ขณะกำลังขับข้ามถนนมีรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์วิ่งขึ้นเนินและเป็นทางโค้งมาด้วยความเร็วพุ่งชนรถกระบะอย่างจังจนกระเด็นตกถนนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว      

พ.ต.ต.ประยงค์ หวังกุลกลาง สว.สอบสวน สภ.หมูสี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บว- 6685 บุรีรัมย์ มีนายสุพิน ประจงรัมย์ เป็นคนขับ บรรทุกคนงานชาวกัมพูชา วิ่งจาก ต.หมูสี มุ่งหน้า เลี้ยวขวาจะเข้าซอย กำนันวิฑูรย์ 1 ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและมีรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ฆล.4771 กรุงเทพมหานคร มี นายวีระศักดิ์ ปุยขุนทด  เป็นคนขับ วิ่งมาจาก อ.วังน้ำเขียว มุ่งหน้าจะไป ต.หมูสี ปากช่อง ก่อนถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งขึ้นเนินขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนรถกระบะกลางคันขณะกำลังจะข้ามถนน รถทั้ง 2 คันกระเด็นคนละทิศ จนทำให้มีคนงานเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ เป็นชาวกัมพูชา นั่งมาในรถกระบะบาดเจ็บและเสียชีวิต ตรวจแล้วไม่พบรอยเบรก กำลังตรวจสอบเอกสาร และสอบสวนพยานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการกฎหมายต่อไป