ตำรวจเร่งล่าหนุ่มป่วยจิตเวชเสพยาคลั่งคว้าปืนยิงญาติเสียชีวิตคาบ้าน

อุทัยธานี-อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่วยจิตเวช ฉุนพี่ญาติ คว้าปืนยิงแก้มดับคาบ้าน ปมเรื่องซิมมือถือ ขณะผู้ก่อเหตุขับรถจยย.หลบหนี จนท.เร่งล่าตัว

เมื่อเวลา 16.00.น.ของวันที่ 15 ก.ค.67 สถานีตำรวจภูธรสว่างอารณ์ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุได้ขับรถจยย.หลบหนี ที่บ้านทุ่งมน ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้ง จนท.ตำรวจสายตรวจในพื้นที่พร้อมกู้ภัยอุทัยธานี จุดสว่างอารมณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รีบรายงานไปยังพ.ต.อ.ไกรฤกษ์ เกตุจิตร ผกก.สภ.สว่างอารมณ์ พร้อม พ.ต.ต.วสวัตติ์ สิทธิราช สารวัตรเวรสภ.สว่างอารมณ์ และชุดสืบสวนประสานไปยังจนท.พิสูจน์หลักฐานจ.อุทัยธานี แพทย์เวรรพ.สว่างอารมณ์ ร่วมตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านยืนมุงดูอยู่ในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายชื่อนายโรจณ์ชัย ใจกล้า อายุ 41 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่ประตูบ้าน ถูกอาวุธปืนยิงทะลุเข้าที่แก้มข้างขวาฝังในก้านคอข้างซ้าย 1 นัด

ทราบต่อมาว่าผู้ก่อเหตุที่หลบหนี ชื่อนายกฤษณะ อายุ 36 ปี ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี จนท.ตรวจสอบภายในห้องของผู้ก่อเหตุ พบอาวุธปืนจุด 38 1 กระบอก อยู่ระหว่างจนท.ติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามนายอำไพ อายุ 77 ปี ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า ตนเองเป็นพ่อของผู้ก่อเหตุ และเป็นอาเขยของผู้ตาย ซึ่งผู้ก่อเหตุกับผู้ตายอยู่บ้านใกล้กัน เสมือนว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ว่าลูกตนเองหรือผู้ก่อเหตุนั้นเป็นติดยาเสพติด เวลามีตังค์ก็เล่นยามาก พร้อมกับกินยาจิตเวชด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุก็เคยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาก่อน สาเหตุในครั้งนี้คาดว่าผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกของตนเองกับผู้ตายนั้น ซึ่งเป็นญาติ ได้ทะเลาะกันเรื่องซิมมือถือ ที่ผู้ก่อเหตุได้อ้างว่าผู้ตายนั้นได้มาเอาซิมการ์ดมือถือของผู้ก่อเหตุไปใช้ โดยนำไปกู้เงินกู้ทอง จนทำให้ลูกของตนเองหรือผู้ก่อเหตุไม่พอใจ

ล่าสุดได้มีปากเสียงกันก่อนตรงที่บ้านของตนเอง ตนเองก็ได้ห้ามไปแล้วครั้งหนึ่ง จนผู้ก่อเหตุก็ได้เข้าบ้านไป แล้วผู้ตายก็เดินกลับไปที่บ้าน ต่อมาก็ได้ยินเสียงปืนดังปั้งขึ้น ตนเองจึงได้เดินไปดูที่บ้านของผู้ตาย พบว่าผู้ตายนอนเสียชีวิตแล้ว จนมาทราบล่าสุดว่าลูกชายหรือผู้ก่อเหตุ เป็นคนลงมือยิงผู้ตายแล้ว ก็ได้ขับรถจยย.หลบหนีไป

จากการสอบถามชาวบ้านรายหนึ่งชื่อนางปราณี อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของชำซึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกับผู้ก่อเหตุ เป็นผู้ได้ยินเสียงปืนก่อนจะมีผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่าที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเป็นคนชอบใช้อาวุธปืนยิงอยู่ที่บ้านอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าผู้ก่อเหตุ จะได้ไปก่อเหตุทำร้ายใคร ครั้งนี้คิดว่ายิงปืนเล่นเหมือนที่ผ่านมา จนมาทราบล่าสุดอีกที ว่าผู้ก่อเหตุทะเลาะกับผู้ตายแล้วใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้เสียชีวิต

นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนพร้อมคณะร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรมอดีตช่างภาพ นสพ.ดาวสยาม

คุณ สุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไทย), คุณ ธนเดช อิงคภัทรางกูร ประธาน ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนอาวุโส และ คุณชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธาน ชมรมช่างภาพการเมือง​ พร้อมด้วยบริษัทสยามพาร์คบางกอกจำกัด (สวนสยาม) ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม คุณประสงค์ สวัสดิชัย อดีตช่างภาพ นสพ.ดาวสยาม

โดยมี ครอบครัว,ญาติ พร้อมเพื่อนสนิท มิตรสหายมากมาย มาร่วมเคารพศพ ท่ามกลางความเศร้าโศก ศาลา 10 ฌาปนกิจ วันที่ 22 ก.ค. 67 เวลา 16.00 น. ณ วัดบำเพ็ญเหนือ ถนนเสรีไทย

คกก.ดิจิทัลวอลเล็ต เคาะ เปลี่ยนใช้แหล่งเงิน ไม่ลดขนาดแจก 50 ล้านคน

คณะกรรมการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เคาะแล้ว เปลี่ยนใช้แหล่งเงินงบฯ 67-68 ยัน ไม่ลดขนาดแจก 50 ล้านคนเหมือนเดิม-นายกฯ ทวิตฯ ลงทะเบียน 1 ส.ค.นี้ ยัน ไม่คอยเก้อแน่

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่า ได้หารือในเรื่องรายละเอียดที่ต้องทำให้กระจ่างทั้งประเภทสินค้า ซึ่งได้กำชับให้ป้องกันการทุจริต

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกรัฐมนตรีเรื่องที่มาแหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการนี้ที่ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่เอาจาก ธ.ก.ส. แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะมีการชี้แจงต่อไป

จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงสร้างแหล่งที่มาของเงินใหม่ ซึ่งสาเหตุที่ได้มีการปรับเปลี่ยน คือ ได้ดำเนินการตามข้อห่วงใยของหน่วยงานตรวจสอบหลังจากได้ไปดูแหล่งที่มาของเงินและกรอบวงเงินต่างๆ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ลดขนาดโครงการยังเป็น 50 ล้านคนเหมือนเดิม หากมีคนลงทะเบียนมากกว่าหรือน้อยกว่าก็จะใช้กลไกบริหารงบประมาณเพื่อให้มีเงินเพียงพอในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท

และการประชุมวันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ ที่จะไม่มีมาตรา 28 ซึ่งประกอบไปด้วยงบประมาณปี 2567 ซึ่งเป็นงบประมาณเพิ่มเติม 122,000 ล้านบาท ซึ่งจะเข้าที่ประชุมสภาฯ วันพรุ่งนี้ รวมกับงบประมาณบริหารจัดการทางการคลังอีก 43,000 ล้านบาท และงบประมาณปี 2568 อีก 152,000 ล้านบาท และงบประมาณการบริหารจัดการทางการคลังอีก 132,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอและสามารถดำเนินการได้ ภายใต้กรอบเงินงบประมาณ

ส่วนไทมไลน์ การเปิดและปิดลงทะเบียนยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดวันนี้ได้ รอไปฟังพร้อมกันในวันที่ 24 กรกฎาคม แต่วันนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการที่กำกับไปกำหนดกรอบเวลาของวันเริ่มและวันปิดลงทะเบียนอีกครั้งซึ่งพอเห็นภาพแล้วขณะที่การทำงานของระบบมีความคืบหน้าในระดับที่น่าพอใจและเห็นถึงวันที่มีความพร้อมในการดำเนินการขั้นตอนต่างๆ

ขณะเดียวกัน วันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีความเห็นเรื่องระบบต้องปลอดภัยและมั่นคง ซึ่งจะให้แบงก์ชาติเข้ามาร่วมดูระบบความปลอดภัย ยืนยันว่า ทุกอย่างดำเนินการด้วยความมั่นคงและปลอดภัยที่สุด

ขณะที่ นายเศรษฐา ยังได้ ทวิตข้อความผ่าน X Srettha Thavisin ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครั้งที่ 4/2567 ว่า “ดิจิทัลวอลเล็ตพร้อม เปิดลงทะเบียน 1 ส.ค. นี้ ครับ การประชุมวันนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดลงทะเบียน และการดำเนินการในภาพรวมที่จะรองรับการใช้งานของประชาชนและร้านค้า โดยมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมไปถึงการลงรายละเอียดเงื่อนไขของการรับสิทธิ์ และมาตรการป้องกันการทุจริต การเรียกเงินคืนให้ชัดเจนขึ้นครับ

โครงการดิจิทัลวอลเล็ต คือ โครงการใหญ่ของภาครัฐที่จะเติมเงินกระเป๋าพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และระบบเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อความละเอียดรอบคอบทั้งทางกฎหมาย และทางเทคนิค โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้เวลาดำเนินการมากหน่อย แต่พี่น้องไม่ต้องคอยเก้อแน่นอนครับ”

อย่าด่วนตัดสิน “ปลาหมอคางดำ” เฉพาะหน้าเร่งจับ-เพิ่มบริโภค

เพียงแค่ 2 สัปดาห์ “ปลาหมอคางดำ” (Blackchin Tilapia) กลายเป็นปลาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บ้างกล่าวหาว่าเป็น “ปลาวายร้าย” บ้างมองบวกรังสรรค์เป็น “เมนูกู้แหล่งน้ำ” เพื่อร่วมลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในแหล่งน้ำขณะนี้ จึงอยากให้พิจารณาอย่างรอบด้าน ว่าสถานการณ์ปัจจุบันควรเริ่มแก้ปัญหาเร่งด่วน คือการจับปลาเพื่อลดปริมาณปลาในแหล่งน้ำ และส่งเสริมการบริโภค โดยให้ความรู้ความเข้าใจกับภาคประชาชนให้รับทราบถึงคุณค่าทางโภชนาการ และขอย้ำว่าปลาชนิดนี้รับประทานได้เหมือนปลาทั่วไป เนื้อปลาทำได้หลายเมนูทั้งเมนูในครัวเรือนและเมนูในร้านอาหาร ตัวใหญ่เนื้อเยอะไม่ต่างกับปลานิล ตัวเล็กเนื้อน้อยหน่อยก็ประยุกต์เป็นวัตถุดิบอย่างเหมาะสมได้ เช่น น้ำปลา ปลาร้า น้ำพริก หรือ ปลาเค็ม ปลาหวาน

สำหรับการเร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้างของไทยขณะนี้ โดยเฉพาะใน 13 จังหวัดรอบอ่าวไทยเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องมีแผนปฏิบัติการเร่งด่วน และต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและทำต่อเนื่องให้ปลาลดปริมาณอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นต้องควบคุมให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

แทนการเร่งจับเร่งกินเพื่อลดจำนวนปลา แต่สิ่งที่มีการสอบถามกันมากขณะนี้ คือการตั้งคำถามว่าปลานี้เข้ามาได้อย่างไร ใครเป็นผู้นำเข้า หากย้อนกลับไปดูลำดับเหตุการณ์การนำเข้าปลาหมอสีคางดำ กรมประมงมีรายงานการนำเข้ามาในประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2553 โดยบริษัทเอกชนรายหนึ่ง เป็นการขออนุญาตนำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 2,000 ตัว และมีการตรวจสอบการนำเข้าโดยเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่ปลามาถึงเมืองไทยพบว่าปลาตายจำนวนมาก เนื่องจากการขนส่งนานเกินกว่า 32 ชั่วโมง และยังเหลือปลาที่มีสภาพอ่อนแอ 600 ตัว และเพียง 16 วัน (ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2553 ถึง วันที่ 6 มกราคม 2554) ปลาหมอสีคางดำที่สภาพอ่อนแอทยอยตายทุกวัน จนถึง วันที่ 6 มกราคม 2554 ปลาทยอยตายจนเหลือเพียง 50 ตัว บริษัทเอกชนดังกล่าวจึงตัดสินใจยุติการวิจัย และเก็บซากปลาส่งมอบให้กับกรมประมง พร้อมทำลายซากปลาทั้งหมด ตามหลักวิชาการและมาตรฐานที่กำหนด

ปี 2556-2559 ข้อมูลของกรมประมง รายงานการส่งออกปลาหมอสีคางดำแบบมีชีวิตในกลุ่มปลาสวยงาม จำนวน 3.2 แสนตัว ไปยัง 15 ประเทศ ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากบริษัทเอกชนทำลายปลาทั้งหมดแล้ว (ปี 2554) แต่ไทยยังมีตัวเลขส่งออกดังกล่าว เท่ากับมีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์มาเพาะเลี้ยงเพื่อการส่งออกโดยไม่ขออนุญาต

ปี 2560 มีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ถึงความเดือดร้อนจากการระบาดของปลาหมอสีคางดำใน จ.สมุทรสาคร และ จ.เพชรบุรี จึงมีการตรวจสอบด้านการละเมิดสิทธิชุมชนกรณีเกษตรกรได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ และ ในปีเดียวกัน กสม. ยังเข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มของเอกชนรายดังกล่าวใน จ.สมุทรสงคราม เพื่อดูพื้นที่ สภาพแวดล้อมและฟังบรรยายสรุปการดำเนินการทั้งหมด โดยนักวิจัยของเอกชนยืนยันว่า บริษัทไม่ใช่สาเหตุของการแพร่ระบาด เนื่องจากมีการทำลายปลาทั้งหมดตามหลักวิชาการแล้วตั้งแต่ปี 2554

ที่สุด ปี 2561 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศกระทรวงฯ ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง ปลาหมอสีคางดำและปลาหมออื่นอีก 2 ชนิด คือ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ

ช่วงเวลา “สุญญากาศ” ระหว่างปี 2556-2559 ที่มีการส่งออกปลาหมอสีคางดำ โดยไม่มีการขออนุญาตนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ และยังไม่มีการสืบสวนไปจนถึงบริษัทผู้ส่งออกปลาเหล่านี้ สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ที่ย้ำว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ อาจเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1. มีการลักลอบนำเข้า 2. มีการหลุดรอดจากฟาร์มวิจัยของบริษัทเอกชน ซึ่งสัตว์ที่เป็นสัตว์ต่างถิ่นในประเทศไทย มีอีกหลายชนิดที่มาจากการลักลอบนำเข้า

ถึงวันนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบเอกสารการส่งออกปลาหมอสีคางดำ ให้ทราบชื่อบริษัทผู้ส่งออกและเรียกมาสอบสวนตามขั้นตอนตามกฎหมายถึงที่มาของพ่อแม่พันธุ์ปลาได้ ที่สำคัญ หลังจากปี 2559 ไม่ปรากฎตัวเลขส่งออกปลา แล้วปลาที่เพาะเลี้ยงไว้แล้วทั้งหมดอยู่ที่ไหน มีการทำลายตามหลักวิชาการที่กรมประมงกำหนดหรือไม่ เพราะหากหลุดรอดไปในแหล่งน้ำก็จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังตามแก้ปัญหาในวันนี้

ล่าสุด กรมประมง ทำโครงการวิจัยเพื่อหาวิธีควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอสีคางดำด้วยหลักการทางพันธุศาสตร์ โดยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n จากนั้นจะปล่อยปลาหมอคางดำพิเศษเหล่านี้ ลงสู่แหล่งน้ำเพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำปกติที่มีชุดโครโมโซม 2 ชุด (2n) การผสมพันธุ์นี้จะทำให้เกิดลูกปลาหมอสีคางดำที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด (3n) ซึ่งจะกลายเป็นปลาที่เป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อได้ ขณะนี้อยู่ในบ่อทดลองเลี้ยง ต้องใช้เวลาประมาณ 18 เดือน หากผลวิจัยสามารถควบคุมการเพิ่มจำนวนประชากรปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพจะขยายผลไปยังแหล่งน้ำอื่นๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ กรมประมง มีกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคปลาหมอสีคางดำและการจับปลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณปลาในระยะเร่งด่วน และจะดำเนินการควบคู่กับการปล่อยปลาหมอสีคางดำ 4n ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้กำจัดปลาหมอสีคางดำให้หมดได้

ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำอย่างเข้มแข็งแบบนี้ ทำให้เห็น “แสงที่ปลายอุโมงค์” ว่าการแก้ปัญหานี้ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแต่ต้องใช้เวลาและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ ไม่ปล่อยให้ถูกเป็นผิดและผิดเป็นถูก และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดย… ไศลพงศ์ สุสลิลา นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่นขอมอบความสุขสดชื่นในหน้าฝน ” 𝗚𝗿𝗲𝗲𝗻 𝗦𝗲𝗮𝘀𝗼𝗻 ” โปรโมชั่น 2 ต่อ

ต่อที่ 1 ราคาห้องพักโปรโมชั่น`𝗚𝗿𝗲𝗲𝗻 𝗦𝗲𝗮𝘀𝗼𝗻 แอ่วเหนือ..หน้าฝน สูดอากาศบริสุทธิ์ที่เฮอริเทจ เชียงราย ห้องเดอลักซ์ ราคาคืนละ 1,600 ไม่รวมอาหารเช้า หรือ1,900 บาทพร้อมอาหารเช้า และห้องพักหรูทันสมัยศิลปะล้านนา เช่นห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟดีลักซ์, ห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟสวีท และห้องสวีทต่างๆในราคาพิเศษ

ต่อที่ 2 รับสิทธิลดหย่อนภาษี ยอดไม่เกิน 15,000 บาท ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สำหรับบุคคลธรรมดา

สำรอง ห้องพักได้ที่ : bit.ly/3eCYMKY
ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พ.ย. 67

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดได้ช่องทาง bit.ly/3eCYMKY
m.me/TheHeritageChiangRai
Line ID: @335tkcsv
052 055 888
reservation@heritagechiangrai.com
www.heritagechiangrai.com

“องค์การตลาด”จัดโครงการ บรรพชาสามเณร 28 รูป -บวชศีลจาริณี 28 คน เฉลิมพระเกียรติในหลวง

“องค์การตลาด จัดงานโครงการบรรพชาสามเณร 28 รูป และบวชศีลจาริณี 28 คน ภาคโรงเรียน นานาชาติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม2567 “

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.67 ณ ธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีบรรพชาสามเณร 28 รูป และบวชศีลจาริณี 28 คน ภาคโรงเรียนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหา มงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพวชิรสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีคณะกรรมการองค์การตลาด ผู้บริหาร ภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้ปกครอง เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

กระทิงดุ ขวิด สิงโตคำราม 2-1 ซิวแซมป์ยูโร 2024 สมัยที่ 4

การแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2024 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค. 67 ณ สนามโอลิมเปีย สตาดิโอน ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นการพบกันระหว่าง “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ดวลเดือด “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน

เปิดฉากครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างยังดูเชิงกันไม่กล้าเปิดเกมรุกเต็มสูบ ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0

อย่างไรก็ตามกลับมาเล่นครึ่งหลัง นาทีที่ 47 สเปน ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ลามีน ยามาล ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนเลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วจ่ายเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ นิโก วิลเลียมส์ ซัดด้วยซ้าเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 66 สเปน เกือบได้ประตูที 2 แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ปัดอกไปได้ แต่นาทีที่ 73 อังกฤษ ตามตีเสมอเป็น 1-1 จู๊ด เบลลิงแฮม จ่ายบอลย้อนมาหน้าเขตโทษให้ โคล พาลเมอร์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงเข้าไปไม่เหลือซาก

นาทีที่ 86 สเปน ขึ้นนำ อังกฤษ อีกครั้ง 2-1 จาก มิเกล โอยาร์ซาบัล ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม สเปน ชนะ อังกฤษ 2-1 คว้าแชมป์ ยูโร 2024 มาครองได้สำเร็จ และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่

ช็อคโลก!มือปืนลอบสังหาร ทรัมป์ ขณะหาเสียงได้รับบาดเจ็บ คนฟังเสียชีวิต 1 ศพ

“โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกมือปืนลอบสังหารขณะขึ้นเวทีหาเสียง เมื่อ 13 ก.ค. 2567 ที่รัฐเพนซิลเวเนีย โชคดีกระสุนเฉี่ยวใบหูได้รับบาดเจ็บ มีผู้ฟังเสียชีวิต 1 ศพ“อดีตตำรวจอเมริกา” วิเคราะห์ว่า คนร้ายน่าจะเป็นมือปืนระดับ “พระกาฬ” ฝึกมาอย่างดี เพราะการฝ่าแนวอารักขาซุ่มยิงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็อาศัยช่องโหว่ในการก่อเหตุ ถือเป็นความผิดพลาดในรอบกว่า 40 ปี เผยแผนอารักขาบุคคลสำคัญในอเมริกา หากเกิดเหตุร้ายสังหารคนร้ายได้ทันที

สำนักข่าวบีบีซี รายงาน เมื่อเย็นวันที่ 13 ก.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 78 ปี ถูกยิง ขณะขึ้นเวทีหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย หลังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดบริเวณเวทีหาเสียง ทรัมป์ได้ยกมือจับใบหู เพียงเสี้ยวนาที ทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รีบเข้าคุ้มกันและพาทรัมป์ลงจากเวทีหาเสียงทันที

เหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนี้ ทำให้คนมาฟังการหาเสียง เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บสาหัส 2 คน ส่วนทรัมป์ได้รับบาดเจ็บ กระสุนมาเฉี่ยวถูกริมใบหูด้านขวา ขณะที่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
ทีมข่าวสอบถามไปยัง “สุวิทย์ ยงหวาน” อดีตตำรวจรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ที่ทำงานกว่า 28 ปี เล่าถึงการระงับเหตุลอบสังหารบุคคลสำคัญในสหรัฐอเมริกา ว่า มือปืนที่ลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นได้ชัดว่าต้องการยิงให้เข้าไปยังจุดสำคัญ ปกติทรัมป์ใส่เสื้อกันกระสุนไว้ภายใน เพราะเคยพูดหลายครั้งว่า กำลังจะถูกปองร้าย ประกอบกับทรัมป์ เคนเป็นประธานาธิบดี จึงมีหน่วยป้องกันคอยรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา

มือปืนที่ลอบสังหาร จากการวิเคราะห์น่าจะผ่านการฝึกฝน เป็นมือปืนระดับพระกาฬ เพราะปกติการลอบยิงบุคคลสำคัญระดับนี้ในสหรัฐฯ จะมีกระบวนการตรวจสอบแน่นหนา แต่มือปืนรายนี้สามารถยิงเข้ามาได้ และเกือบจะถูกจุดสำคัญบนร่างกายของทรัมป์ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา

ช่องโหว่แผนอารักขาทรัมป์ ต้องยอมรับว่าสังคมอเมริกัน ทุกคนจะเท่าเทียมกันหมด ยกตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีจะไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ก่อนไปตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบในร้าน นำสุนัขไปดมหาวัตถุต้องสงสัย หลังจากนั้นพอบุคคลสำคัญมาจะนั่งกินอาหารกับบุคคลอื่นในร้าน ต่างจากไทย ที่ต้องมีการกันประชาชนทั่วไปไม่ให้อยู่ในร้าน สิ่งนี้เป็นช่องโหว่ ที่ทำให้เกิดการสังหาร แต่บุคคลสำคัญต้องคอยระวังตัวเอง โดยมีทีมอารักขาที่แน่นหนา คอยตรวจสอบความผิดปกติในระยะใกล้และไกล

กรณีทรัมป์ ถ้าทีมป้องกันไม่มีแผนอารักขาที่ดี อาจถูกยิงในจุดสำคัญได้ ที่สำคัญตำรวจหรือทีมป้องกันบุคคลสำคัญ มีการฝึกว่าถ้ามีบุคคลที่ลอบสังหาร ก่อนยิงโต้ตอบ จะไม่ยิงขาหรือแขนให้ผู้ก่อเหตุบาดเจ็บ แต่ต้องยิงในจุดสำคัญ เพื่อให้เสียชีวิตได้ทันที ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะบริเวณศีรษะ แต่ทีมอารักขาจะรู้ว่าถ้ายิงในจุดสำคัญส่วนไหน ที่เชื่อมต่อกับระบบหัวใจ เพื่อให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตทันที

“ตำรวจในอเมริกา เวลาปฏิบัติการจะไม่ใช้คำว่า ตามล่า หรือฆ่า แต่จำกัดความหมายในแผนปฏิบัติการว่า ทำให้คนร้ายหายไป โดยให้เหตุการณ์สงบในทันที”

กรณีของทรัมป์ ที่มีการแชร์ภาพบนเสื้อของทรัมป์ เห็นมีรอยกระสุนถูกยิง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องระวังตัว โดยการใส่เสื้อเกราะกันกระสุน โดยเหตุการณ์นี้เห็นได้ชัดว่าช่วยได้ ไม่อย่างนั้นคนร้ายอาจจะยิงเข้าจุดสำคัญมากกว่าจะถูกใบหู

“เมนูกู้แหล่งน้ำ” “ขนมจีนน้ำยาปลาหมอคางดำ”

ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำเมนูเด็ด “ขนมจีนน้ำยาปลาหมอคางดำ” ทำง่าย ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เชิญชวนร่วมด้วยช่วยกัน “กู้แหล่งน้ำ” โดยนำปลาหมอคางดำมาปรุงเป็นอาหาร อร่อย ได้คุณค่าทางโภชนาการโปรตีนจากเนื้อปลา

ผศ.ดร.นันทิภา พันธุ์สวัสดิ์ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดอย่างหนักของปลาหมอคางดำที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดขณะนี้ และการตื่นตัวในการจับลดจำนวนปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แล้วนำไปกำจัดทิ้ง นำไปทำอาหารสัตว์ ปุ๋ย หรือปรุงเป็นอาหาร ซึ่งกรณีหลังยังมีผู้บริโภคที่ไม่กล้ารับประทานปลาชนิดนี้ เนื่องจากมีการนำเสนอว่าเป็นปลาต่างถิ่นและเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ (Alian Species) ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการบริโภคปลาหมอคางดำ ซึ่งสามารถรับประทานได้ ใช้ปรุงอาหารได้เหมือนปลาทั่วไป รังสรรค์ได้หลากหลายเมนู

วานนี้ (10 กรกฎาคม 2567) ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง จัดกิจกรรมชวนชิมเมนูจากปลาหมอคางดำ โดย อ.ดร.สหภพ ดอกแก้ว ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้นำเสนอหนึ่งใน “เมนูกู้แหล่งน้ำ” นำปลาหมอคางดำมาปรุงเป็นอาหารเมนูคุ้นเคย “ขนมจีนน้ำยาปลาหมอคางดำ” ซึ่งอุดมด้วยสมุนไพรไทยและคุณค่าทางโภชนาการโปรตีนจากเนื้อปลาให้ผู้สนใจได้ทดลองชิม ร่วมกับการบอกเล่าเรื่องราวของปลาหมอคางดำ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ให้มากขึ้น ซึ่งเมนูน้ำยาปลาหมอคางดำ ได้รับการตอบรับจากบุคลากร นิสิต และบุคคลทั่วไปเป็นอย่างดี และเสียงสะท้อนส่วนใหญ่บอกว่าก็ไม่ต่างจากน้ำยาปลาปกติ

สำหรับเมนูขนมจีนปลาหมอคางดำเสิร์ฟ 100 ที่ ใช้ปลาหมอคางดำประมาณ 10 กิโลกรัม ตัดแต่งควักไส้และนำไปนึ่ง แกะเนื้อ จะได้เนื้อสุกประมาณ 2 กิโลกรัม โขลกหรือปั่นผสมกับเครื่องแกง กะทิ ต้ม ปรุงรสให้กลมกล่อม สำหรับปลาหมอคางดำที่มาจากแหล่งน้ำกร่อยจะไม่มีกลิ่นดิน ส่วนปลาจากแหล่งน้ำจืดอาจมีกลิ่นเฉพาะตัวตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เมนูขนมจีนน้ำยา ปรุงรสเข้มข้นด้วยสมุนไพรไทย จึงลดอุปสรรคด้านกลิ่นรสของปลาน้ำจืดได้

ดร.สหภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากขนมจีนน้ำยาปลาหมอคางดำที่ทำได้ไม่ยากและสามารถปรุงให้มีเครื่องเทศและรสชาติหลากหลายถูกใจทุกภาคของประเทศไทยแล้ว ในกิจกรรมครั้งต่อไป มีแผนนำเสนอขนมจีน 4 น้ำ คือ นำยากะทิ นำยาป่า น้ำยาไตปลา น้ำยาเขียวหวาน โดยใช้ปลาหมอคางดำเป็นวัตถุดิบหลัก รวมถึงเมนูอาหารอื่นๆ ที่ครัวเรือนสามารถนำไปปรับใช้ได้ เช่น ปลาแดดเดียว ปลาหวาน ปลาส้ม ปลาทอดกรอบ ปลากวน น้ำพริก หรือปลาร้า รวมถึงเมนูอาหารต่างๆ ที่ทำได้ไม่ยาก

ด้าน ผศ.ดร.นันทิภา กล่าวย้ำว่า การร่วมด้วยช่วยกันบริโภคปลาหมอคางดำ อาจเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับกรณีหอยเชอรี่ที่เคยระบาดอย่างหนักเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

ส.ท่องเที่ยว ไทย-อาหรับ ประชุมเตรียมพร้อมทุกด้าน ต้อนรับนักท่องเทียวกลุ่มอาหรับ 22 ประเทศ

สมาคมท่องเที่ยว ไทย-อาหรับ นำโดย ท่าน นายกสมาคม ดอกเตอร์ อดิศักดิ์ อัสมิมานะ และ นางสาว สวรรยา พาลีเขต อุปนายก ลำดับ ที่1 และ คณะ ทำงาน ได้มีการ เปิดประประชุม เป็นครั้งแรก ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 เผื่อหารือ และแถลงแนวทาง ปฏิงาน เพื่อ เตรียมความพร้อม ให้กับประเทศไทย รวมถึง เตรียม บุคคลกร มัคคุเทศก์ ที่มีใบอนุญาติ อาชีพ ที่ถูกต้อง และสามารถพูดภาษาอาหรับได้ ใน การต้อนรับ นักท่องเที่ยว ในโซนตะวันออกกลางหรือ กลุ่มอาหรับ 22 ประเทศ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับและเพิ่ม จำนวน นักท่องเที่ยวในกลุม อาหรับ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศ ที่มีศักยภาพ ทางด้านเศรษฐกิจการเงิน ที่สูง ดังนั้น ทางสมาคม ท่องเที่ยว ไทย~ อาหรับ จึงได้ตระหนักและเร่งเห็นโอกาส ในการทำการตลาด กับกลุ่มนักท่องเที่ยว อาหรับ เพื่อการเติบโต ของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวไทย ให้ขึ้นอยู่ในอันดับ ต้นๆ ของโลก ในอนาคต