ห้ามพลาดไปชมนิทรรศการ ร้อยเรื่องราว 100 ปี มองโลกแบบ “วิลาศ มณีวัต”

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วมพิธีเปิดงานนิทรรศการ “ร้อยเรื่องราว ๑๐๐ ปี มองโลกแบบ วิลาศ มณีวัต” เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งร้อยปีชาตกาล “วิลาศ มณีวัต” นักเขียนอารมณ์สีชมพู

ในวันวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2567  ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า สวนโมกข์กรุงเทพ  ถนนนิคมรถไฟสาย 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทร. 02 936 2800 www.bia.or.th 

งานจะเริ่มตั้งแต่ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

โดยมีกิจกรรมดังนี้

– พิธีเปิดนิทรรศการ โดย นางนรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
– การอ่านบทกวีเปิดงาน 100 ปี วิลาศ มณีวัต นักเขียนอารมณ์สีชมพู โดยคุณชมัยภร บางคมบาง (ไพลิน รุ้งรัตน์) ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
– เสวนาหัวข้อ ร้อยเรื่องราววิลาศ : ธรรมะ นักประพันธ์ อารมณ์ขัน และสังคมไทย ร่วมเสวนาโดย คุณชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, ทายาทคุณวิลาศ มณีวัต, คุณอาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และดำเนินรายการโดยคุณจรูญพร ปรปักษ์ประลัย
– หลังเสวนา พบกับกิจกรรมอ่านบทกวี / การแสดง / และเชิญชมนิทรรศการ

นิทรรศการ ร้อยเรื่องราว 100  ปี มองโลกแบบ “วิลาศ มณีวัต” ณ สวนโมกข์กรุงเทพ จัดแสดงตั้งแต่ วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ถึง วันที่ 30 สิงหาคม 2567 

ติดตามอ่านประวัติเบื้องต้น “วิลาศ มณีวัต” และขอบคุณข้อมูล  https://pridi.or.th/th/content/2024/05/1980

สอบถามเพิ่มเติมทางแชท 

หรือ โทร. 08 2297 5968 (อมรศักดิ์)

ตำรวจศรีสะเกษซ้อนแผนบุกรวบแม่เล้าวัย 23ปีลวงเด็กสาววัย 16 ค้าประเวณีคารีสอร์ท

ร.ต.อ.ประดุง โพธิ์ศรี รอง สว.กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ (กก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ชาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ในข้อหา “ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นโดยมิชอบ จากการรับไว้ซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี เพื่อหากำไรและค้าประเวณี” หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สืบทราบว่ามีการค้าประเวณีเด็กเยาวชน อายุ 16 ปี ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงได้ทำการวางแผนเข้าทำการจับกุม

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายเพื่อแฝงตัวไปทำการติดต่อล่อซื้อประเวณียังบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ทำการติดต่อล่อซื้อประเวณีจาก น.ส.ส้ม ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ได้เป็นผลสำเร็จ โดยตกลงกันในราคา 1,500 บาท และน.ส.ส้ม ได้แจ้งว่าตนจะนำหญิงสาวที่ขายบริการทางเพศมาส่งให้ยังจุดนัดหมาย อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อ น.ส.ส้ม เดินทางมาถึงพร้อมหญิงขายบริการ ชื่อ น.ส.บีม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และได้ส่งมอบสาวขายบริการดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวอยู่ในห้องพักหมายเลข 9 ในรีสอร์ทดังกล่าว

จากนั้น น.ส.ส้ม ได้เดินออกมาจากห้องพักหมายเลข 9 พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวล่อซื้ออีกนาย มายังบริเวณห้องพักหมายเลข 10 ซึ่งก่อนออกมาได้แจ้งให้ น.ส.บีม ว่าจะเก็บค่าตัวไว้ให้ 1,200 บาท และหักเป็นค่าติดต่อ 300 บาท และได้เสนอขายบริการตนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวล่อซื้อในราคา 1,500 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวล่อซื้อได้ตอบตกลงและจ่ายเงินให้กับน.ส.ส้ม ผู้ต้องหา จำนวน 3,000 บาท และเมื่อ น.ส.บีม เสร็จจากการขายบริการทางเพศแล้ว น.ส.ส้ม จึงได้นำเงินส่วนหนึ่งมามอบให้ น.ส.บีม จำนวน 1,200 บาท ตามที่ตกลงกันไว้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง จึงได้เข้าร่วมทำการจับกุม น.ส.ส้ม ไว้ได้ในบริเวณที่เกิดเหตุ และได้ตรวจสอบพบธนบัตรรัฐบาลไทย อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ ของผู้ต้องหา ที่สะพายอยู่ขณะนั้น พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับสำเนาธนบัตร ที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการล่อซื้อในครั้งนี้ ปรากฎว่ามีหมายเลขและหมวดอักษรตรงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะต้องถูกจับกุมในข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ทราบ และเข้าใจข้อกล่าวหาอย่างดีแล้ว ในชั้นการจับกุมตัวผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เสนาะ วรรักษ/ภาพ
พิสิษฐ์ สิริวิริยะ/ข่าว

กองเรือยุทธการ จัดพิธีเปิดการฝึกผสม SINGSIAM 21/2024

พลเรือเอกชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มอบหมายให้ พลเรือตรี ณัฐพงศ์ ปานโสภณ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนเป็นประธานฝ่ายไทย พร้อมด้วย พันเอกหญิง ซิสวี เฮอรินี่ ผู้บัญชาการกองเรือที่ 3 กองทัพเรือสิงค์โปร์ เป็นประธานฝ่ายสิงคโปร์ ในพิธีเปิดการฝึกผสม SINGSIAM 21/2024 อย่างเป็นทางการ ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีกำลังพลฝ่ายไทยและสิงค์โปร์ เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ รวม 750 นาย

การฝึกผสม SINGSIAM 21/2024 เป็นการฝึกผสมแบบทวิภาคี ระหว่างกองทัพเรือไทย กับกองทัพเรือสิงคโปร์ ในปีนี้เป็นครั้งที่ 21 มีวัตถุประสงค์การฝึก เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในการปฏิบัติการทางเรือร่วมกันในทุกระดับ และเสริมสร้างการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเล ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

การฝึกผสม SINGSIAM ในครั้งนี้ กองทัพเรือได้มอบหมายให้กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการฝึก โดยมี พลเรือตรี ณัฐพงศ์ ปานโสภณ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม จัดกำลังเข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย เรือในกองเรือฟริเกตที่ 1 เรือในกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ อีกทั้งหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน สนับสนุนกำลังในการฝึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ

โดยมีกำลังที่เข้าร่วมการฝึกของฝ่ายไทย ประกอบด้วย เรือหลวงตากสิน เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช อากาศยาน และอากาศยานไร้คนขับ กำลังฝ่ายสิงค์โปร์ เข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย เรือปฏิบัติภารกิจชายฝั่งชั้น Independence 1 ลำ และเรือคอร์เวตชั้น Victory 1 ลำ



โดยมีห้วงเวลาการฝึก ระหว่าง 9-16 ก.ค.67 ทำการฝึกในท่าเรือพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และการฝึกในทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน ทั้งนี้ สามารถติดตามการฝึก SINGSIAM ในท่าเรือและการฝึกในทะเลต่อไป ในห้วงระยะเวลา 9-16 ก.ค.67 นี้

โดย…นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี

ชาวนครศรีฯ ปลื้ม !!! กระทรวงทรัพย์ ฯ มอบสมุดประจำตัวที่ดินทำกินกว่า 37,334 ไร่

ชาวนครศรีฯ ปลื้ม !!! กระทรวงทรัพย์ ฯ มอบสมุดประจำตัวที่ดินทำกินกว่า 37,334 ไร่ ให้แก่ชาวบ้านกว่า 1,972 ราย นำร่อง 3 อำเภอ ช่วยส่งเสริมอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น พร้อมขยายผลทั่วประเทศ

วันนี้ (12 ก.ค. 67) นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ท้องที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 37,334 ไร่ ให้แก่ราษฎรจำนวน 1,972 ราย ณ โรงเรียนรีสอร์ทอนุบาลทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัด ทส. กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ โดยมอบให้กรมป่าไม้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีพื้นที่ทำกินอย่างถูกต้องภายใต้

ข้อกฎหมายกำหนด สำหรับการมอบสมุดประจำตัวเพื่อแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกิน ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้แก่ราษฎร จำนวน 1,972 ราย พื้นที่จำนวน 37,334 ไร่ ในท้องที่อำเภอนำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอบางขัน ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในอำเภออื่นๆ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยทำกิน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ควบคู่การส่งเสริมอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้านนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ได้ดำเนินการภายใต้นโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนได้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่เป้าหมายที่จะต้องดำเนินการทั้งสิ้น 346,290 ไร่ แบ่งพื้นที่ได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4 และ 5 ที่มีราษฎรถือครองทำกินมาก่อนปี พ.ศ 2545 มีพื้นที่ดำเนินการ 66,160 ไร่ กรมป่าไม้โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุญาตให้จังหวัดนครศรีธรรมราชนำพื้นที่ไปดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนแล้ว 18,286 ไร่ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)สำหรับกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ดำเนินการโดยกรมป่าไม้ มีรายละเอียดดังนี้

กลุ่มที่ 2 ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4 และ 5 ที่มีราษฎรอยู่อาศัยทำกินระหว่างปี พ.ศ. 2545 ถึงปี พ.ศ. 2557 มีพื้นที่ดำเนินการ 35,006 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลราษฎรผู้ถือครองที่ดินและผังแปลงที่ดิน เพื่ออนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพื้นที่ไปดำเนินการจัดที่ดินให้แก่ราษฎร

กลุ่มที่ 3 ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ที่มีราษฎรอยู่อาศัยทำกินมาก่อนปี พ.ศ. 2545 และกลุ่มที่ 4 ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ที่มีราษฎรอยู่อาศัยทำกินระหว่างปี พ.ศ. 2545 ถึงปี พ.ศ. 2557 โดยมีพื้นที่ดำเนินการ 245,124 ไร่ และเร่งดำเนินการตามขั้นตอนในการอนุญาตให้ราษฎรได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้อย่างถูกต้องโดยเร็ว โดยได้มอบอำนาจให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สามารถอนุมัติโครงการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการจัดระเบียบการใช้ที่ดิน และรับรองการอยู่อาศัยทำกินแบบแปลงรวมให้แก่ราษฎร

นอกจากนี้ การมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกิน ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ที่ได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) ได้อนุมัติโครงการแล้ว จำนวน 37,334 ไร่ จำนวน 1,972 ราย ในท้องที่อำเภอนำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอบางขัน ให้กับพี่น้องประชาชน ถือเป็นครั้งแรก ของประเทศที่มีการมอบสมุดประจำตัวให้แก่ราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำ ชั้นที่ 1 และ 2 ซึ่งในอนาคตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

“ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ท่านช่วยกันป้องกันรักษาป่าที่เหลืออยู่อย่าให้มีการบุกรุก ทำลายป่าเพิ่มเติม ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อท่านจะได้อยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างยั่งยืนอยู่ดีกินดีสืบไป” นายสุรชัย กล่าว

นักร้องรุ่นใหญ่จัดคอนเสิร์ตการกุศล“อมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม” 1 ก.ย.นี้

ชมรมดนตรีสยาม (Siam Music Club) จัดคอนเสิร์ตการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ “อมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม” ในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2567 เวลา 13.30-16.30 น. ณ  โรงละคร  M Theatre (ถ.เพชรบุรีตัดใหม่)  ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์บทเพลงจีนประกอบภาพยนตร์ ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม ไทย-จีน และเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปสมทบทุน “มูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา” รวมถึงกิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ คุณสุนทรีย์ จวบสมัย นักร้องชนะเลิศการประกวดร้องเพลงของสยามกลการ และเป็นหนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่าคอนเสิร์ตนี้จะถ่ายทอดบทเพลงจีนอันไพเราะและทรงคุณค่าจากภาพยนตร์จีน ทั้งจากจอแก้วและจอเงินที่เคยสร้างความประทับ ใจให้กับคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งทางชมรมฯ ยังได้รับเกียรติอย่างสูงจาก หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ซึ่งท่านเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในศิลปะและวัฒนธรรมไทยอันล้ำค่า จะมาเป็นนักร้องกิตติมศักดิ์ที่เชื่อมโยงความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยและ จีนได้อย่างลงตัว   

 นอกจากนี้ยังมีศิลปินระดับคุณภาพของเมืองไทย ได้แก่ คุณอิ๋ว พิมพ์โพยม เรืองโรจน์ , คุณเจินเจิน บุญสูงเนิน , คุณผุสดี เอื้อเฟื้อ , คุณหลินหลิน อินไทยแลนด์ , คุณรวี รัตติกาล ,  คุณอัญญาภา ทรัพย์จูงสกุล , คุณอรรณพ ศิรธรานนท์ ,  คุณลัดดา ตรีระพงศ์พิชิต รวมทั้งตนเอง สุนทรีย์ จวบสมัย ด้วย ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจผ่านบทเพลงที่คัดสรรมาเป็นพิเศษจากภาพยนตร์ดังกว่า 20 เรื่อง และเพลงไพเราะกว่า 30 เพลง เช่น เพลงรักชาวเรือ จอมใจจักรพรรดิ มังกรหยก กระบี่ไร้เทียมทาน เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ  ฤทธิ์มีดสั้น เป็นต้น  ซึ่งนอกจากเพลงดังจากภาพยนตร์แล้ว ยังมีเพลงเพราะๆ ของเติ้ง ลี่จวิน รวมถึงเพลงไทยทำนองจีนเพราะๆ ที่ติดหูคนไทยมาให้ฟังอีกด้วย  “คอนเสิร์ตครั้งนี้ มีความหมายสำหรับพวกเรามาก เพราะเราเติบโตมาในยุคที่ภาพยนตร์จีนเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของพวกเรา ความชื่นชอบในบทภาพยนตร์ ตัวแสดง ตลอดจนเพลงประกอบภาพยนตร์ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากจะจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา ดิฉันหวังว่าทุกท่านที่มาร่วมงาน จะมีความสุขและความทรงจำที่ดีกับเสียงเพลง และมีความอิ่มใจในการสร้างกุศลร่วมกันในครั้งนี้ด้วย”

 สำหรับบัตรคอนเสิร์ตเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายบัตร โทร : 086-901-4408   และ ผ่านศิลปินนักร้องทุกท่าน  รวมถึงเว็บไซต์  www.siammusicclub.com  โดยราคาบัตรเริ่มต้นที่ 800 / 1,000 / 1,500 / 2,000  และ 2,500 บาท โดยนอกจากการแสดงของศิลปินในคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษ เพื่อมอบของรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของเรา  เช่น ผู้แต่งกายสไตล์สวยงามเข้ากับธีมงานคอนเสิร์ต และ การประกวดร้องเพลงดังหนังจีนออนไลน์  เป็นต้น  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประสานงานและประชาสัมพันธ์ โทร : 089-696-3883 / 089-510-6430  อีเมล :  suntruetai@gmail.com  /  worrapoj@yahoo.co.th นอกจากนี้ทางผู้จัดคอนเสิร์ต “อมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม”  ยังได้กิจกรรมการประกวดร้องเพลงดังหนังจีนออนไลน์ โดยมีขั้นตอนการสมัครและกติกาการเข้าร่วมกิจกรรมประกวดร้องเพลงดังหนังจีนออนไลน์ ดังนี้คือ 1.เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 ก.ค. 67 (ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น) ประกาศผลวันที่ 1 ส.ค. 67 ที่ Facebook Page : “คอนเสิร์ตอมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม” / Website : https://www.siammusicclub.com 2. เป็นเพลงจากภาพยนตร์จีน 3. ภาษาที่ใช้ประกวด ใช้ได้ 3 ภาษา คือ จีนกลาง จีนกวางตุ้ง หรือ จีนฮกเกี้ยน 4. มีบัตรประชาชนเป็นคนไทย ไม่จำกัดเพศและอายุ 5. รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดร้องเพลงจีน มี 3 รางวัล

 -รางวัลชนะเลิศ ได้รับบัตรชมคอนเสิร์ตท่านละ 2 ใบๆ ละ 1,500 บาท (รวมมูลค่า 3,000 บาท) -รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้บัตรชมคอนเสิร์ตท่านละ 2 ใบๆ ละ 1,000 บาท (รวมมูลค่า 2,000 บาท) -รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้บัตรชมคอนเสิร์ตท่านละ 2 ใบๆ ละ  800 บาท (รวมมูลค่า 1,600 บาท) โดยทั้ง 3 ลำดับ ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมความงามพร้อม Voucher มูลค่า 2,000 บาท จากศูนย์การแพทย์ธนบุรี (รับในวันงานคอนเสิร์ตอมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม 1 ก.ย.67 ณ โรงละคร M-Theatre) 6. กรอกใบสมัครผ่านแบบฟอร์มใน Facebook Page : “คอนเสิร์ตอมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม” / Website : https://www.siammusicclub.com 7. แนบลิ้งค์เพลงขณะร้องเพลง โดยเห็นหน้าผู้ขับร้อง 8.ลิ้งค์เพลงที่แนบมา ต้องเปิดดูได้ เช่น จาก Youtube Facebook WeSing Smule Dropbox หรือ Apps. อื่นๆ

 ทั้งนี้ “บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด” ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ร่วมให้การสนับสนุนด้านสื่อประชาสัมพันธ์งานคอนเสิร์ตการกุศล “อมตะเพลงดังหนังจีนแห่งสยาม” ในครั้งนี้ด้วย 

สุดตระการตา 15 จุดปรากฏการณ์ “VIJITR 5 ภาค @อุบลราชธานี”13-21 ก.ค.นี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมสร้างปรากฏการณ์แสง สี ศิลป์ สุดตระการตา ประเดิมจัดงาน “VIJITR 5 ภาค @อุบลราชธานี” นำเสนอแนวคิด “แสงศิลป์แห่งศรัทธา SHIMMERING OF FAITH” ในวันที่ 13-21 กรกฎาคม 2567 เนรมิตสีสันแห่งเมืองอุบลฯ ด้วยเทคนิคสมัยใหม่หลากหลายมิติที่จะมาเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวยามค่ำคืนอันอัศจรรย์กับความอลังการทั้ง 15 จุดการแสดงใน 7 พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด ได้แก่ ทุ่งศรีเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ศาลหลักเมืองอุบลราชธานี หอไตรกลางน้ำ วัดทุ่งศรีเมือง วัดบูรพาราม และวัดสุปัฏนารามวรวิหาร ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็น 1 ใน 5 พื้นที่อัตลักษณ์ภายใต้โครงการ“VIJITR 5 ภาค” โดยใช้กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการตลาดและสร้างแรงบันดาลใจนำสู่การเดินทางท่องเที่ยวจริงในพื้นที่


ททท. จัดงาน VIJITR 5 ภาค @อุบลราชธานี เสนอผ่านแนวคิด “แสงศิสป์แห่งศรัทธา SHIMMERING OF FAITH” ในวันที่ 13-21 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. บอกเล่าเรื่องราวทุกมิติความงดงามของวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานีด้วยเทคนิคสมัยใหม่ จัดเต็มแสง สี ศิลป์ สุดตระการตา ที่มาพร้อมกับ การแสดงทางวัฒนธรรมมากมายสุดประทับใจ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยให้เดินทางมาสัมผัสกับประสบการณ์ การท่องเที่ยวยามค่ำคืนอันอัศจรรย์ กับความอลังการรวม 15 จุดการแสดงใน 7 พื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดกิจกรรมที่แตกต่างกัน ดังนี้

พื้นที่การแสดงที่ 1 ทุ่งศรีเมือง จัดกิจกรรม 6 จุดการแสดง ประกอบด้วย จุดที่ 1 “ประเพณีแห่งศรัทธา” มาพร้อมเทคโนโลยีผสมผสานด้วยเทคนิค LED Light Up ของแสงไฟ ที่เปล่งแสงเจิดจรัสบนต้นเทียนพรรษาเฉลิมพระเกียรติ กับความยิ่งใหญ่ของอภิมหาเทียนพรรษาเฉลิมพระเกียรติ แลนด์มาร์คของจังหวัดอุบลราชธานี / จุดที่ 2 “แสงเรืองรองส่องศรัทธา” การจัดแสดงและการประดับตกแต่ง แสง สี เสียง ยลความวิจิตรเรืองแสงแห่งอุบลราชธานี ที่จำลองแบบมาจาก “วัดสิรินธรวราราม ภูพร้าว” หรือ “วัดเรืองแสง” ด้วยความวิจิตรที่เผยความเรืองรองปรากฏให้เห็นในยามค่ำคืน / จุดที่ 3 “แสงศิลป์ยุคสมัย”

การจัดแสดงประดับไฟและบรรเลงเพลง สร้างความมหัศจรรย์ในดินแดนแห่งแสงที่ประดับตกแต่งในบรรยากาศของความสวยงามในดินแดนดุจดั่งสรวงสวรรค์ / จุดที่ 4 “สถาปัตยศิลป์” การจัดแสดงด้วยการสื่อผสมของแสง สี และเสียง ในการประดับตกแต่งสร้างมิติของแสง สี และเลเซอร์ ผสมผสานกันอย่างลงตัวของเสียงดนตรีไทยในรูปแบบฉบับรีมิกซ์ / จุดที่ 5 “วันวานที่สานศิลป์” การประดับตกแต่งแสงไฟ และสีสัน กับความงดงามของลวดลายดอกไม้ พร้อมการจัดแสดงเปียโนขับกล่อมด้วยบทเพลงอมตะของสุนทราภรณ์ / จุดที่ 6 “เปลวเทียนส่องศิลป์” จัดแสดงแสงไฟและสีสันด้วยการเนรมิตเทียนขนาดใหญ่ ที่ประกายแสงสว่างไสว ด้วยเทคนิคโปร่งแสงในการสร้างมิติที่ทันสมัย พร้อมกับการผสานเสียงดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของแดนอีสาน

พื้นที่การแสดงที่ 2 ศาลหลักเมือง อุบลราชธานี จัดกิจกรรม ชุดการแสดง “แสงศิลป์ ศิวิไลซ์” ประดับตกแต่งแสงและสี ที่สะท้อนถึงความสงบ สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนในเมืองอุบลราชธานีพื้นที่การแสดงที่ 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี จัดกิจกรรม 4 จุดการแสดง ประกอบด้วย จุดที่ 1 “แสง สี ศิลป์ ราชธานี” การจัดการแสดง Mapping เทคโนโลยีแนวใหม่ สไตล์ Modern Art บอกเรื่องราวความเจริญรุ่งเรืองของจังหวัดอุบลราชธานี / จุดที่ 2 “รากเหง้าศรัทธาศิลป์” ประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสันแสดงความความหมายของรากเหง้าศรัทธาศิลป์ / จุดที่ 3 “ศรัทธาที่ผลิบาน” ประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสันแสดงความหมายของความศรัทธาที่ผลิบาน / จุดที่ 4 “เจริญศิลป์เรืองรอง” ประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสันสื่อความหมายของความเจริญศิลป์เรืองรอง

พื้นที่การแสดงที่ 4 วัดสุปัฏนารามวรวิหาร จัดกิจกรรม ชุดการแสดง “สุปัฏตยศิลป์” จัดแสดง Light Global เล่าเรื่องราวความสวยงามของสถาปัตยกรรมผสมผสาน ด้วยการสร้างสีสัน แห่งความสวยงามทางศิลปะ

พื้นที่การแสดงที่ 5 วัดทุ่งศรีเมือง (หอไตรกลางน้ำ) จัดกิจกรรมชุดการแสดง “แสงศิลป์ยอดพระไตร” จัดแสดงเทคนิคสื่อผสมที่ตกแต่งด้วยแสง สี สร้างลวดลายที่สวยงาม ณ หอไตรกลางน้ำ

พื้นที่การแสดงที่ 6 วัดบูรพาราม จัดกิจกรรมชุดการแสดง “แสงศิลป์บัวพ้นน้ำ” จัดแสดงการประดับไฟ เทคนิคไฟ Light Global สร้างลวดลายดอกบัว ที่สะท้อนถึงหลักธรรมในเรื่องสติปัญญาของดอกบัวพ้นน้ำ

พื้นที่การแสดงที่ 7 วัดมหาวนาราม จัดกิจกรรม ชุดการแสดง “สวรรค์แสงศิลป์” จัดแสดงเทคนิคไฟ Light Global บอกเล่าเรื่องราวของนรกและสรรค์

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 13, 14, 19-21 กรกฎาคม 2567 ยังมีการแสดงรอบพิเศษด้วยการผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ Light & Sound ประกอบการแสดงทางวัฒนธรรม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางประเพณี วัฒนธรรม ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของผู้คนชาวเมืองอุบลราชธานี ในช่วงเวลา 19.00 – 22.00 น. นอกจากนี้ ททท. ยังเพิ่มความพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกแลกของที่ระลึกผ่านช่องทาง LINE Official Account @ TripNiceDay เพียงนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานถ่ายรูปและเช็กอินปักหมุดให้ครบ 15 จุดการแสดง แลกรับของที่ระลึกพาวเวอร์แบงค์ จำนวน 450 ชิ้น และ กิจกรรม “วิจิตรแชะ&แชร์” เพียงแค่ถ่ายรูปและเช็กอินภายในงาน โพสต์ลงใน Facebook Page : VIJITR 5 ภาค ผู้ที่มียอดไลก์และแชร์มากที่สุด จำนวน 2 อันดับแรก ลุ้นรับรางวัลพิเศษจาก ททท.

ทั้งนี้ โครงการงาน “VIJITR 5 ภาค” ยังมีกำหนดจัดขึ้นในอีก 4 พื้นที่อัตลักษณ์ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี วันที่ 20-28 กรกฎาคม 2567 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 17-25 สิงหาคม 2567 จังหวัดภูเก็ต วันที่ 24 สิงหาคม-1 กันยายน 2567 และจังหวัดพิษณุโลก วันที่ 7-15 กันยายน 2567 ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : VIJITR 5 ภาค และ Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง


รับชมคลิปบรรยากาศงานได้ที่ https://www.facebook.com/watch/?mibextid=L0MuaQ&v=1215003156345509&rdid=8WRdsS2j8yMgwqe4

คนขอนแก่นเริ่มไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ตได้จริง

ประชาชนชาวขอนแก่นเริ่มไม่มั่นใจหลังรัฐบาลแถลงคืบหน้าแจกเงินหมืนดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งยังปรับปรุงเงื่อนไขรายการสินค้าต้องห้ามเพิ่มขึ้น ไม่สามารถใช้เงินในโครงการซื้อได้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็น ภายหลังจากรัฐบาล โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒ์ รมช.คลัง ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัล หรือ ดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 30 ก.ค. โดยมีเงื่อนไขต่างๆที่ประกาศออกมา โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความเชื่อมั่นกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน และไม่คาดหวังใดๆกับรัฐบาลแล้ว

นายสำเริง รอดทองอายุ 46 ปี ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทำได้ ซึ่งหากจะมองว่าโอกาสที่จะทำได้มีแค่ 10 % ซึ่งในระยะแรกอาจจะเชื่อมั่นอยู่ตามนโยบายที่แถลงออกมา แต่ เพราะระยะเวลาผ่านมานานจึงคิดว่าไม่น่าจะได้ การลงทะเบียนก็ยังมองว่ายากอยู่ ถ้าลง 10 คนก็คงจะผ่านแค่คนเดียว โดยเฉพาะปัญหาเล็กน้อยเรื่องใบหน้ากับบัตรประชาชนไม่ตรงกัน

“ส่วนงบประมาณล่าสุดบอกไม่ใช่เงิน ธ.ก.ส.แล้ว ยิ่งมองให้เห็นความเสี่ยง ขาดความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆหลายๆภาคส่วน แทบจะมองไม่เห็นจนทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นและไม่คาดหวัง เม็ดเงินต่างๆที่จะเข้ามาก็ตัดไปหมด อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือในด้านการค้าขายให้พออยู่กันได้ เพราพ ไม่ว่าที่ไหนก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกวันนีเค่าใช้จ่ายสูง ข้าวของแพง เงินจากการค้าขายน้อยกว่ารายจ่าย”

ขณะที่นายฉัตชัย เจ้าวรรณ อายุ 65 ปี ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ดำรงตำแหน่งมาพอสมควรแล้ว บอกว่าจะได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ทุกคน แต่ผ่านมาแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ หรือช่องทางที่จะนำเงินมาให้ บอกจะนำเงินจากที่นั่นที่นี่มา ล่าสุดกับเฉพาะ ธ.ก.ส. ก็ไม่เห็นมีความสำเร็จ จนตอนนี้ไม่เชื่อว่าจะสามารถทำได้ แม้แต่นายกรัฐมนตรียังไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถทำได้หรือบอกชัดเจนว่าจะนำเงินมาจากไหน

“ประชาชนตอนนี้อยู่อย่างลำบาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่เห็นจะมาแก้ปัญหาได้ เป็นรัฐบาลควรจะนำเงินมาปล่อยกู้ให้สามารถแก้ปัญหานิดๆหน่อยๆให้พออยู่ได้ก่อน คนละ 20,000-30,000 บาทจากแบงก์ต่างๆ ก็ยังดี แต่ตอนนี้รถก็โดนยึด ค้าขายก็ย่ำแย่ หมดไปทุกอย่าง โดยส่วนตัวไม่มีความเชื่อมั่น รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากประชาชน ตนเองมองอีกอย่างคือนายกรัฐมนตรีไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชนเลย อยากให้มองหานโยบายใหม่ๆเข้ามา หาเม็ดเงินเข้ามาให้ประชาชนกู้ เพราะกู้ก็ต้องส่งคืนอยู่แล้ว”

นายฉัตชัย กล่าวต่ออีกว่า ถึงวันนี้แล้วมองว่ารัฐบาลของลุงตู่ยังดีกว่า เพราะให้มาเรื่อยๆ น้ำมันก็ลด เงินก็ได้จากหลายโครงการ แต่รัฐบาลนี้ทั้งค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมันบอกจะลดก็ลดได้แค่เดือนเดียว สังเกตุได้จากข้าวของในตลาดแพงทุกอย่าง กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่เคยส่งคนมาดู ยิ่งมาเรื่อ เงินดิจิทัลวอลเล็ต ก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะได้รับเงินตามนโยบายนี้แต่อย่างใด

จีนซ่อมเขื่อนกั้นทะเลสาบใหญ่อันดับ 2 ได้สำเร็จหลังเขื่อนแตกไม่กี่วัน

ทีมกู้ภัยจีนระดมเครื่องจักรกลหนักลุยซ่อม เขื่อนกั้นน้ำในทะเลสาบต้งถิง ทะเลสาบใหญ่อันดับสองของประเทศ สำเร็จแล้ว หลังเขื่อนแตก ไม่กี่วัน จนต้องอพยพประชาชนหลายพันคน

สำนักข่าวซินหัวรายงาน ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจีนหลายร้อยชีวิต พร้อมด้วยอุปกรณ์ รถขนหิน และเรือหลายลำ ปฏิบัติงานซ่อมแซมจุดแตกบริเวณเขื่อนกั้นน้ำในทะเลสาบต้งถิง ที่อำเภอหัวหรง มณฑลหูหนาน และสามารถปิดส่วนที่แตกพังยาว เป็นระยะทาง 226 เมตรได้สำเร็จเมื่อ 22.31 น. ของวันจันทร์ (8 ก.ค. 2567) ตามเวลาท้องถิ่น

ทางการจีนระดมทีมกู้ภัยซ่อมเขื่อนกั้นทะเลสาบต้งถิง ในมณฑลหูหนาน หลังเขื่อนแตกเป็นระยะทางกว่า 200 เมตร

ก่อนหน้านี้ เขื่อนกั้นน้ำของทะเลสาบต้งถิง ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของประเทศ ในอำเภอหัวหรง เมืองเยว่หยาง มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน แตกพังเมื่อวันศุกร์ (5 ก.ค.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องมีการอพยพผู้อยู่อาศัยละแวกใกล้เคียงหลายพันคน

ทางการจีนระดมทีมซ่อมเขื่อนกั้นทะเลสาบต้งถิง ในมณฑลหูหนาน หลังเขื่อนแตกเป็นระยะทางกว่า 200 เมตร

ภาพจาก Xinhua :

“สุนารี “นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เปิดใจทั้งน้ำตาเตรียมกลับมาอยู่โคราชตามคำขอแม่

นครราชสีมา -“สุนารี ราชสีมา”นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เปิดใจทั้งน้ำตาเตรียมกลับมาอาศัยอยู่โคราชตามคำขอแม่ เตือนดูแลพ่อแม่ให้ดีตอนที่มีโอกาศก่อนสายเกินไป

สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เปิดใจถึงแม่ว่า การจากไปในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2562 นั้นได้สูญเสียคุณพ่อไปซึ่งทั้ง 2 เสียภายในเดือนเดียวกัน โดยในช่วง 2 เดือนก่อนคุณแม่จะเสียชีวิตนั้นได้ทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับมาอยู่กับคุณแม่เพราะอยากดูแลให้มากที่สุด โดยในระหว่างนั้นคุณแม่ได้บอกกับตนว่าอยากให้กลับมาอยู่บ้าน

ทั้งคุณพ่อและคุณแม่นั้นเคยบอกเอาไว้ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งแต่อยากให้เป็นคนดีซึ่งทั้ง 2 คนนั้นมีความภูมิใจในตัวของตนเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากนี้ไปคงต้องทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าคุณแม่นั้นได้จากไปแล้วมันเป็นสัจธรรมที่ต้องพบเจอแต่ตัวเราเองนั้นต้องอยู่ต่อและทำแต่ในสิ่งที่ดีอย่างที่พ่อกับแม่อยากให้เป็น ซึ่งตนอยากบอกกับแม่ว่าจากนี้ไปไม่ต้องเป็นห่วงแล้วเพราะหนูจะกลับมาอยู่ที่บ้านอย่างที่แม่ขอ

สุนารี บอกต่ออีกว่า ในช่วงที่แม่ป่วยจนกระทั่งเสียชีวิตทำให้ตนรู้สึกว่ามีคนที่รักเรามากขนาดนี้ ซึ่งมีคนเข้ามาให้กำลังเยอะมากแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน ซึ่งมีทั้งคนที่โอนเงินมาเพื่อจะร่วมทำบุญรวมไปถึงอยากจะบวชให้แม่ ซึ่งตนอยากขอขอบคุณทุกำลังใจที่มีให้ตนตั้งแต่แม่ยังไม่ป่วยจนกระทั่งแม่นั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว และขอให้ทุกคนมีความสุขและสุขภาพที่แข็งแรง ขอให้กำลังใจและผลบุญต่างๆนั้นย้อนกลับไปหาทุกคน

สุดท้ายอยากบอกทุกคนว่าในขณะที่มีเวลาอยากให้ทุกคนนั้นดูแลพ่อแม่ให้เต็มที่อย่าให้เหมือนกับตนเองเพราะรู้สึกว่าคิดได้เหมือนจะสายจนเกินไปซึ่งควรจะคิดได้ตั้งนานแล้ว ซึ่งไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้แล้ว.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการส่งเสริมและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร ประชุมครั้งที่ 26

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 402 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยนายชูชัย มุ่งเจริญพร ประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย,นายเชิดศักดิ์ สกุลทวีวัฒน์,นางสาวชุติมา โชติธนาจินดา,นายวิสิทธิ์ เวียงนาค,นายนำลาภ เบ้าสุวรรณ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__63578174_0.jpg

ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ

นายเกียรติภูมิ ม่วงงาม,พลตรี อัชฌา บุญกระพือ,นายนรากร นาเมืองรักษ์,นายภูเบศ ภักดีบดินทร์,นางสวนิต พูนพิพัฒน์,น.ส ภาฉัตธิพัส โชติจรัสธนกิจ,น.ส ภัสร์ชนกพรรณ อนุชาติไชย,น.ส นาถนภา อ่อนโอน

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__63578176_0-1024x683.jpg

โดยมีระเบียบวาระการประชุม ดังนี้

เรื่อง นวัตกรรมพลังงานสะอาด โดยเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ติกะ บุนนาค มาให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการ

เรื่อง นวัตกรรมพลังงานทดแทน โดยเชิญ รองศาสตราจารย์วิรชัย โรยนรินทร์ มาให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__63578180_0-1024x795.jpg

เรื่อง นวัตกรรมพัฒนากีฬามวยไทย โดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการ
1) พลโท นรินทร์ มีสมบูรณ์
2)นายศักดา เจริญบุญมา

และเรื่องอื่น ๆ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__63578184_0.jpg
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__63578185_0.jpg
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__63578187_0.jpg