ไม่คิดวันนี้จะมาถึง!“วัน อยู่บำรุง”น้ำตาคลอ ใจหาย เตรียมลาออกสมาชิกเพื่อไทย

วัน อยู่บำรุง” น้ำตาคลอ ประกาศเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ยอมรับใจหาย ไม่เคยคิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็ว มีเรื่องในใจเป็นหมื่นล้านคำแต่ขอเก็บไว้ ย้ำ ยังรัก “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-อิ๊งค์-คุณหญิงพจมาน” เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 17.59 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ไลฟ์เฟซบุ๊กซึ่งช่วงหนึ่งบอกเล่าถึงความในใจหลังมีข่าวลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มต้นทักทายแฟนคลับ ว่า วันนี้บรรยากาศดี แต่สถานการณ์ไม่ค่อยดี หากเป็นเอฟซีแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามจะทราบว่าตนเองอยู่บางบอน อยู่เพื่อไทย ไม่เคยคิดที่จะหนีหายไปไหน ตราบใดที่พรรคเพื่อไทยยังรัก เมตตา และให้โอกาส ตนไม่มีวันไปไหน แต่วันใดที่พรรคเพื่อไทยไม่รักและไม่ให้โอกาส ตนเองก็ต้องไป

“ไม่เคยคิดเลยว่าวันนั้นจะมาถึงแล้ว วันพรุ่งนี้ผมจะให้ทีมงานไปยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ส่วนสัปดาห์หน้าผมก็จะไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย”

นายวัน ยอมรับว่ารู้สึกใจหาย เพราะเป็นสมาชิกมาตั้งแต่พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ส่วนรายละเอียดไม่อยากพูด และก็ต้องไปทบทวนตนเองด้วยว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร อย่างไร ขอพูดเพียงเท่านี้ดีกว่า พร้อมระบุต่อไปว่า วันนี้สื่อมวลชนติดต่อมาจำนวนมาก แต่ตนตอบไปว่าไม่ให้สัมภาษณ์ ก็เป็นไปตามที่ตนโพสต์ และพูดมาตลอดว่าจงรักภักดีกับพรรคเพื่อไทย ไม่เคยคิดจะย้ายไปไหน จนกว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่รัก ไม่เมตตา ไม่เอาตนแล้ว ก่อนกล่าวต่อไปว่า ไม่อยากพูดอะไรแล้ว พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา เดี๋ยวสถานการณ์จะย่ำแย่ลง ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นตามที่ตนโพสต์ไปแล้วทุกอย่าง

เจ้าตัวยังกล่าวต่อไปว่า หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ตนนิ่งกว่าเก่าเยอะ มีความในใจเป็นหมื่นล้านคำที่อยากจะพูดแต่ขอเก็บไว้ ถ้าตนถูกกระทำเมื่อไหร่จะพูด เมื่อก่อนมีอะไรที่พาดพิงพรรค ตนก็จะสวนให้หลายครั้งจนทัวร์ก็มาลง ทั้งนี้ ขณะที่ นายวัน พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง” ได้ยกมือขึ้นคล้ายกับปาดน้ำตาทั้ง 2 ข้าง แล้วกล่าวต่อว่า แต่คิดอยู่เสมอว่าสักวันมันน่าจะมีวันนี้ แต่ไม่คิดว่าจะมาเร็ว มีอะไรจะพูดอีกเยอะ แต่ไม่เหมาะ

“ผมรู้คนฟังอึดอัด อยากจะฟังผมพูด ผมก็อึดอัด ผมยังรักผู้ใหญ่ทุกคนของพรรคเพื่อไทย ยังรักเคารพท่านหัวหน้า รักท่านทักษิณ ชินวัตร รักคุณหญิงพจมาน (ดามาพงศ์) รักพี่ปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักท่านหัวหน้าพรรคคุณอุ๊งอิ๊งค์ (แพทองธาร ชินวัตร) นะครับ เพราะครอบครัวผมสนิทกับครอบครัวท่านมาตั้งเก่าก่อน ยาวนาน กาลเวลามันเปลี่ยนไป อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไป ผมยังรักพรรคเพื่อไทยเสมอ แต่สัปดาห์หน้าผมต้องขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ใจหายครับ” เมื่อพูดเสร็จ นายวัน ได้กล่าวลาและสวัสดีก่อนปิดไลฟ์ไป.

พายุฝนถล่มเมืองโคราช น้ำป่าไหลหลากท่วมถนนพิมายฉับพลัน

นครราชสีมา – ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมถนนในอำเภอพิมายฉับพลัน นักเรียนต้องเดินลุยน้ำ

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเย็นของวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดมีน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่บ้านหนองโทน ต.นิคม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้ไหลเข้าท่วมถนนสาย พิมาย-ชุมพวง บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ 7 – 8 ด้านหน้าโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม บ้านพุทรา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย

โดยปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาในเส้นทางดังกล่าวนั้นได้รับความเดือดร้อน จากปริมาณน้ำที่ท่วมสูงและกระแสน้ำที่ไหลค่อนข้างแรง ขณะเดียวกันถนนปากทางเข้าไปโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม ก็ถูกน้ำไหลเข้าท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. ทำให้ทางโรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม นั้นต้องเลื่อนเวลาเลิกเรียนช้ากว่าปกติ เพื่อให้ระดับน้ำที่หน้าโรงเรียนนั้นมีระดับน้ำที่ลดต่ำ เพื่อให้คณะครู นักเรียน และผู้ปกครองที่จะมารับบุตรหลาน ไม่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ท่วมบริเวณด้านหน้าโรงเรียน

ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงปริมาณน้ำที่ไหลท่วมขังถนนบริเวณด้านหน้าโรงเรียนและถนนสายหลักก็จะแห้งเข้าสู่สถานการณ์ปกติ.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

กัญชากลับยาเสพติดกระทบทางการแพทย์ผู้ป่วยนับล้านเสี่ยงเสียชีวิต

หมอขอนแก่น ถามรัฐบาลนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดจริง ผู้ป่วยนับล้านคนสุ่มเสียงเสียชีวิตใครจะรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ก.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่สาขาวิชาเวชศาสตร์ชุมชน เวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. เพื่อพูดคุยสอบถามกับนักวิชาการในพื้นที่ หลังรัฐบาลเตรียมนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง

รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ หน่วยเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า เราต้องพยายามพูดคุยผลักดันไม่ให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด และตามด้วย การผลักดันให้ออกเป็น พรบ. กัญชา กัญชง มาควบคุมโดยเฉพาะ เพราะจะมีมาตราต่างๆที่จะออกแบบป้องกันผลเสียและส่งเสริมผลดี โดยเฉพาะข้อดีของกัญชา ตามหลักวิชาการและทางการแพทย์ เพราะกฎหมายยาเสพติดไม่ได้พูดถึงจึงไม่มีกลไกใดๆมากำกับควบคุม เน้นแต่ปราบอย่างเดียวจับอย่างเดียวและมีแต่ห้าม

“ถ้าหากนำกัญชากลับเข้าไปสู่ยาเสพติดเหมือนเดิมแนวทางของเครือข่ายก็คือคงต้องไปฟ้องศาลปกครอง เพราะว่ามีผู้เสียหายจากการประกาศของรัฐบาล ทั้งคนป่วยคอยรักษา และผู้ประกอบธุรกิจที่ลงทุนไปหลายล้าน อีกทั้งในปัจจุบันพบว่ามีคนใช้กัญชาทางการแพทย์ประมาณ 3 ล้านคนจากทั่วประเทศ มีการกัญชามาประกอบอาหารเครื่องดื่มประมาณ 10 ล้านคน นำมาทำเป็นยารักษาโรคประมาณ 5 ล้านคน คนปลูกประมาณ 3 ล้านคน คนทำธุรกิจปลูกประมาณ 2 แสนคน ซึ่งถ้านำกลับไปเป็นยาเสพติดแน่นอนว่ากฎหมายของยาเสพติดทุกอย่างต้องขออนุญาต ชาวบ้านก็จะไม่รู้ว่าต้องขออนุญาต ทั้งยังคงมีขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆที่อาจจะวุ่นวายและซับซ้อนอาจจะไม่ได้รับอนุญาตด้วย”

รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า หมอจำนวนมากอาจจะยังมีอคติกับกัญชาไม่จ่ายยากัญชาให้คนไข้หรือมีขั้นตอนยุ่งยากในการจ่ายยา ทำให้คนไข้เข้าถึงยากัญชาได้ยาก คนไข้บางรายจึงต้องไปหามาปลูกเองใช้เอง เพราะไม่มีทางเลือกต้องมีการแอบปลูกหรือหาจากที่ต่างๆ ซึ่งภายใต้กฎหมายยาเสพติดจะยิ่งเคร่งครัดถ้าคนไข้อยากจะใช้อาจจะไม่มีให้ใช้ คนไข้เหล่านั้นก็ต้องเสียชีวิตไปโดยไม่สมควร ถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ถือเป็นการขัดขวางการเข้าถึงยาจากธรรมชาติ เพราะได้ผลที่พิสูจน์แล้วจากงานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศ

ดังนั้นการเอากฎหมายยาเสพติดมาใช้กับกัญชาจึงไม่เหมาะสม ดังนั้นการที่รัฐบาลจะนำกลับไปเป็นยาเสพติดเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่มีความชัดเจน เพราะการที่คนไข้หลายคนจะต้องเสียชีวิตใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

“ดร.มนพร” หนุน สบพ.ลุยปั้มเยาวชนก้าวสู่อาชีพด้านการบิน

“ดร.มนพร” หนุน สบพ. จัดโครงการ “สานฝันการบิน” สร้างแรงจูงใจให้เยาวชนเห็นโอกาสก้าวสู่อาชีพด้านการบิน ส่งประกวดคลิปสั้น “อาชีพการบินในฝัน” ถึง 31 กรกฎาคมนี้

ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) จัดโครงการสานฝันการบิน ครั้งที่ 16 พร้อมจัดประกวดคลิป VDO “อาชีพการบินในฝัน” โดยผู้ที่มียอด view และคะแนนสูงสุดจากคณะกรรมการ จำนวน 16 คนแรก จะได้รับสิทธิ์เรียนรู้การฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์ฝึกการบิน ท่าอากาศยานหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2567

ดร.มนพร เจริญศรี กล่าวว่า สบพ. เป็นสถาบันหลักในการผลิตบุคลากรด้านการบินแห่งแรกของประเทศไทยที่มีความสำคัญ และเป็นต้นแบบให้แก่สถานศึกษาอื่น ๆ ภายหลังจากสถานการณ์โควิด 19 เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น สบพ. จำเป็นต้องสร้างบุคลากรด้านการบิน โดยเฉพาะการสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนได้เห็นความสำคัญ และพัฒนาอาชีพในฝันของตนเองให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงโอกาสก้าวเข้ามาสู่อาชีพบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของประเทศ และการยกระดับไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค หรือ Aviation Hub ตามวิสัยทัศน์ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งผลักดันท่าอากาศยานของไทยติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบินของโลก ดังนั้น โครงการสานฝันการบินจึงเป็นการสนับสนุนให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปเห็นว่าการศึกษาต่อด้านการบิน เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง

นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า สบพ. ผลิตบุคลากรด้านการบินมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 63 ปี ยึดมั่นในคุณภาพและการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อให้สอดรับกับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล รวมทั้งสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ สบพ. ได้รับมอบนโยบายจาก ดร.มนพร เจริญศรี ในการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการบินให้มีความรู้ความสามารถ ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน ด้วยการให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นและพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย สร้างแรงจูงใจแก่เยาวชนในการศึกษาต่อด้านการบิน สำหรับการจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเสริมสร้างความรู้ด้านอุตสาหกรรมการบิน อาชีพและโอกาสต่าง ๆ จากการศึกษาต่อด้านการบิน ให้เยาวชนได้สัมผัสกับบรรยากาศการเรียนการสอน รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ

สบพ. เปิดรับสมัครนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และเชิญชวนร่วมประกวดคลิป VDO สั้น ความยาวไม่เกิน 1 นาที ในหัวข้อ “อาชีพการบินในฝัน” หรือ ความสนใจในหลักสูตรของ สบพ. ที่จะเป็นเส้นทางสู่อาชีพในฝันด้านการบินของคุณ เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสานฝันการบิน ครั้งที่ 16 โดยบอกเล่าถึงความสนใจและแรงบันดาลใจเกี่ยวกับอาชีพด้านการบิน พร้อมโพสต์ลง Facebook หรือ TikTok และเปิดเป็นสาธารณะ พร้อมติด #CATCDREAMTOFLY16 โดยสามารถส่งคลิปเข้าร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2567

โดยเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 72 คน จะได้ร่วมงานเสวนา “อาชีพการบินกับการกลับมาของอุตสาหกรรมการบิน” ณ สบพ. กรุงเทพฯ ผู้ที่มียอด view และคะแนนสูงสุดจากคณะกรรมการ จำนวน 16 คนแรก จะได้รับสิทธิ์เรียนรู้การฝึกบินกับเครื่องฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และเดินทางไปขึ้นบินกับครูการบิน (Observe Flight) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์ฝึกการบิน ท่าอากาศยานหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2567 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.catc.or.th หรือ Facebook สถาบันการบินพลเรือน โทร. 0 2272 5741 ต่อ 2220, 2212 หรือ 2203

กลุ่มผู้เสียหายร้องกองปราบถูกตุ๋นขายโควต้าลอตเตอรี่ทิพย์สูญกว่า 70 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.67 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจห้วยแถลง พร้อมผู้เสียหายจากอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พีร ปยุทธนันท์ ผกก.(สอบสวน)บก.ปคบ. นำเอกสารเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการกองปราบปราม หลังถูกหญิงสาวรายหนึ่ง อ้างว่ามีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง มีตำแหน่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองแห่งหนึ่ง หลอกขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่าความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท

ผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า สาวรายนี้อ้างตัวว่ามีตำแหน่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองแห่งหนึ่ง ทำให้รู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่กองสลาก สามารถนำโควตาสลากออกมาขายให้ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้เสียหายกว่า 15 คน หลงเชื่อนำเงินมาซื้อโควตาล็อตเตอรี่ รวมเป็นเงินกว่า 70 ล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลาส่งมอบล็อตเตอรี่ กลับถูกหญิงรายดังกล่าว บ่ายเบี่ยงอ้างว่า จะนำล็อตเตอรี่ดังกล่าวไปขายให้เอง แล้วจะนำกำไรมาส่งมอบให้เป็นเงินแทนประมาณ 1.9 ล้านบาท

แต่ 2 งวดที่ผ่านมา ไม่มีล็อตเตอรี่มาส่งให้ ทำให้เกิดความสงสัยจึงติดตามสอบถาม แต่ผู้ก่อเหตุกลับส่งทนายให้มาคุยแทน โดยอ้างว่าถ้าหากต้องการเงินคืนจะจ่ายเป็นเช็คให้ ซึ่งกลุ่มของผู้เสียหายไม่รับ เพราะต้องการล็อตเตอรี่ตามที่ตกลงเพื่อที่จะนำไปขายเอง

เมื่อมีการสอบถามตำรวจไปในหลายท้องที่ กลับพบว่า มีชื่อของหญิงสาวรายนี้ มีประวัติการก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะเช่นเดียวกันนี้หลายคดี รวมถึงคดีเกี่ยวกับเช็ค และคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายเกิดความกังวลใจ จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบปราม เพราะเกรงกลัวว่าอาจจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง

หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์ด้วยกันแนะนำให้รู้จักกับหญิงรายนี้ อ้างว่าได้รับโควตาสลากจากหญิงดังกล่าว มาขายแล้วได้กำไรเป็นจำนวนมาก โดยมีการพูดจาหว่านล้อม พร้อมทั้งนำภาพถ่ายคู่กับสลากล็อตเตอรี่จำนวนมากมาแสดงให้ดูทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อ รวมเงินกันซื้อโควตาล็อตเตอรี่ดังกล่าว

หลังจากได้รับเงินผู้ก่อเหตุกลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่ากำลังรวบรวมสลาก แต่ไม่สามารถจัดหาได้ทัน แต่เมื่อเข้างวดที่ 2 ยังอ้างเช่นเดิมอีก จนเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้รวบรวมหลักฐานเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับหญิงรายนี้

พ.ต.อ.พีร รับหนังสือแล้วเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

วัตถุดิบแพง กาแฟโบราณอุทัยฯ ต้นทุนพุ่ง ยันตรึงราคา กลัวลูกค้าหนี

หลังจากภาคเอกชนเตรียมจะขึ้นราคากาแฟแต่ทางรัฐบาลสั่งให้ตรึงเอาไว้ก่อน เพราะเกรงว่าผู้บริโภคจะเดือดร้อน จากการสอบถาม นางสาวบุปผา ปิยะมงคง อายุ 53 ปี เจ้าของร้านกาแฟน้องแพรว ที่ขายกาแฟทั้งโบราณ และกาแฟสำเร็จรูปชงมาใส่ครีมเทียมและใส่นม และเมนูอีกหลากหลาย อยู่ที่ตลาดเกษตร หรือ ตลาดท่ารถ บ.ข.ส. อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า ในตอนนี้ข้าวของที่ซื้อมาขายนั้นแพงแบบสุดๆ แบบค่อยๆ ขยับขึ้นแบบไม่ให้รู้ตัว ที่ผ่านมานั้นใช้เวลาเพียง 1 เดือนกว่า ผงกาแฟสำเร็จรูป 1 ลัง มีกาแฟผง 18 ถุง จากเดิมราคา 1 ลัง เพียง 2,000 กว่าบาท มาในตอนนี้ลังละ 3,100 บาทเข้าไปแล้วยังไม่รวมผงกาแฟโบราณก็ขึ้นเช่นกัน จากถุงละ 250 บาท มาเป็น 420 บาทแล้ว

พอเวลาไปซื้อผงกาแฟเพื่อมาชงขายครั้งนึง ร้านขายก็จะบอกว่ามันขึ้นราคามาแบบเรื่อยๆ แล้วนะ เป็นแบบนี้เรื่อยมา แต่ทางรัฐบาลมีการประกาศว่าจะทำการตรึงราคาไว้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ขยับขึ้นมาก็ไม่เห็นจะพูดถึงเลย หรือเรียกได้ว่าขึ้นราคาแบบเงียบๆ มาตลอด จนมาถึงตอนนี้แล้วมองว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะตรึงไว้ เพราะมันก็ไม่เหมือนตรึงไว้จริงๆ ไม่เพียงแค่ผงกาแฟสำเร็จรูปเท่านั้น ที่ร้านกาแฟนั้นก็ต้องคู่กับไข่ลวก โดยที่นี่ใช้ไข่ไก่เบอร์ 2 จากเดิมราคาแผงละ 100 บาท ตอนนี้ราคาแผงละ 130 บาทเข้าไปแล้ว และยังไม่พอ นมข้นหวาน ผงครีมเทียม ที่ขายในตลาดก็ยังมีทีท่าว่าจะขึ้นราคามาอีกด้วย

นางสาวบุปผา กล่าวอีกว่า ถึงแม้ผงกาแฟจะขึ้นราคา ก็ขายราคาเดิม กาแฟร้อนแก้วละ 20 บาท กาแฟเย็น 25 บาท ส่วนไข่ลวกก็ฟองละ 10 บาท หากขึ้นราคาลูกค้าที่มานั่งกันประจำมาเป็น 10 กว่าปีตั้งแต่เปิดร้านมาหนีอย่างแน่นอน เพราะร้านกาแฟในตัวเมืองนั้นเยอะมาก เรียกได้ว่ามีคู่แข่งในการขายก็ว่าได้ หากไม่เอาใจลูกค้าก็จะไม่มีลูกค้าอย่างแน่นอน ในทุกวันนี้ยอบรับว่าการขายของไม่เหมือนในสมัยก่อน ซึ่งยังมีเงินเก็บบ้าง เอาไว้ใช้จ่ายหรือเป็นทุนในการซื้อของมาขายต่อไป ทุกวันนี้กำไรก็น้อยลงไป บางวันหากไม่มีลูกค้าก็แทบจะขาดทุนด้วยซ้ำ

“ไหนจะค่าแก๊สที่มีทีท่าจะขึ้นราคา แต่ห็ยังดีที่ตรึงราคาไว้ หากวันไหนตรึงไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ และอยากฝากถึงทางรัฐบาลลงมาแก้ไขเรื่องปากท้อง เพราะเป็นปัญหาสำคัญต่อการดำรงค์ชีวิต ซึ่งร้านกาแฟของตัวเองนั้นก็เปิดมานานแล้วกว่า 10 ปี ยังคงมีลูกค้ามานั่งกินพูดคุยกันทุกเรื่อง และนับว่าเป็นมนตร์เสน่ห์ของร้านกาแฟแบบบ้านๆ ขายแบบเป็นกันเอง ซึ่งทุกวันนี้มีเพียงไม่กี่ร้านแล้ว โดยร้านที่เปิดใหม่ก็เป็นประเภทกาแฟสดที่ทันสมัยกว่า หรือเป็นร้านติดแอร์นั่นเอง และยังอยากที่จะอนุรักษ์ร้านของตัวเองไว้ให้นานเท่าที่จะทำได้อีกด้วย”

คลื่นปชช.หลายหมื่นอพยพพ้นเมืองล่าเสี้ยวหลังกองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์ตอบโต้กลุ่มต่อต้าน

คลื่นประชาชนหลายหมื่นคน อพยพออกจากเมืองล่าเสี้ยว เมืองเอกของรัฐฉาน ทางตอนเหนือของพม่า หวั่งกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิดตอบโต้กลุ่มต่อต้านที่พยายามบุกโจมตีรุกเข้ามาในเมืองล่าเสี้ยว และยึดฐานทัพได้หลายแห่งแล้ว

เว็บไซต์อิรวดี รายงานเมื่อ 8 ก.ค. 2567 ว่า ประชาชนหลายหมื่นคนพากันอพยพหนีภัยการสู้รบออกจากเมืองล่าเสี้ยว เมืองเอกของรัฐฉาน ทางภาคเหนือของประเทศเมียนมา  ขณะที่กำลังเกิดการสู้รบกันอย่างหนักระหว่างทหารรัฐบาลเมียนกับกองกำลังพันธมิตรชาติพันธุ์ ต่อต้านรัฐบาลทหาร ทั้งในเมืองล่าเสี้ยว  เมืองสีป้อ  เมืองจ็อกเม  และอีกหลายเมืองในรัฐฉาน รวมทั้งที่เมืองโมกก ทางตอนเหนือของภาคมัณฑะเลย์ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา (6-7 ก.ค. 2567) และชาวบ้านหวั่นเกรงว่ากองทัพพม่าจะส่งเครื่องบินบินมาทิ้งระเบิดตอบโต้กองกำลังต่อต้านที่พยายามบุกโจมตียึดเมืองล่าเสี้ยว

กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) และกองกำลังพันธมิตรสามารถยึดกองบัญชาการของกองพันทหารราบ 507 ได้แล้วทั้งหมด เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2567 โดยกองบัญชาการทหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Nampawng ในเมืองล่าเสี้ยว  

ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า เครื่องบินรบของกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมาได้ทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องทั้งในเมืองและรอบเมืองล่าเสี้ยว เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา และทหารเมียนมาได้เกิดการปะทะสู้รบกับกองกำลังชาติพันธุ์อย่างหนัก โดยขณะนี้ สถานการณ์สู้รบในเมืองล่าเสี้ยวน่ากลัวมาก เพราะการสู้รบกันยังคงดำเนินต่อเนื่อง และพร้อมจะรุนแรงขึ้น อีกทั้งขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ของเมือง

ทั้งนี้ กลุ่มกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพ ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังชาติพันธุ์ 3 กลุ่ม คือ กองทัพโกก้าง (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยชนชาติตะอั้ง และกองทัพอาระกัน ได้ผนึกกำลังบุกโจมตีฐานทัพหลายแห่งรอบเมืองล่าเสี้ยว และเกิดการปะทะกับทหารเมียนมาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. เป็นเหตุให้ชาวบ้านเริ่มอพยพหลบหนีออกจากเมืองล่าเสี้ยว อีกทั้งกองทัพเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบหรือโดรนบินมาทิ้งระเบิด เพื่อตอบโต้กองกำลังฝ่ายต่อต้าน

พสกนิกรนราธิวาสกว่า 3,000 คน ร่วมขบวนอัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์

พสกนิกรชาวจังหวัดนราธิวาส ทุกหมู่เหล่า กว่า 3,000 คน ร่วมขบวนอัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาไว้ยังศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 เพื่อรวมพลังแสดงออกถึงความจงรักภักดี และกตัญญูกตเวทิตา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวจังหวัดนราธิวาส โดยเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 ถนนศูนย์ราชการ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน นักเรียน นักศึกษา อาสาดินแดนจังหวัดนราธิวาส และพสกนิกรจังหวัดนราธิวาส กว่า 3,000 คน ร่วมขบวนอัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาไว้ยังศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 เพื่อรวมพลังแสดงออกถึงความจงรักภักดี และกตัญญูกตเวทิตา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวจังหวัดนราธิวาส โดยเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 ถนนศูนย์ราชการ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

ขบวนอัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จังหวัดนราธิวาส นำโดยวงโยธวาทิตจากโรงเรียนนราธิวาส ตามด้วยขบวนธงตราสัญลักษณ์ ฯ และธงชาติไทย จำนวน 72 นาย รถบุษบก และขบวนร่วมอัญเชิญ นำโดย ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนราธิวาส ผู้พิพากษาศาลเด็กและเยาวชน คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส อัยการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน จิตอาสาพระราชทาน 904 ข้าราชบริพารพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนราธิวาส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา อาสาดินแดนจังหวัดนราธิวาส และพสกนิกรชาวจังหวัดนราธิวาส สวมใส่เสื้อสีเหลืองตราสัญลักษณ์ โดยขบวนเคลื่อนมายังภายในศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2

เมื่อศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้อัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากรถบุษบก มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส อัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ไปเก็บไว้ภายในศาลากลางจังหวัดนราธิวาส และจะอัญเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จังหวัดนราธิวาส ไปรวมกับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัดที่กระทรวงมหาดไทยในวันที่ 14 กรกฎาคม 2567

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

กรมบังคับคดี เตือน! เพจ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาทางออนไลน์ เป็นเพจปลอมอย่าหลงเชื่อ

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีเพจศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาทางออนไลน์ โดยมีการลงเนื้อหาตำรวจไซต์เบอร์ในภารกิจต่างๆ และปรากฏว่ามีการนำโลโก้กรมบังคับคดีมาใส่ในเพจดังกล่าว กรมบังคับคดีได้ตรวจสอบข้อมูลและขอชี้แจ้งว่าเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ไม่ใช่เพจเฟซบุ๊กของกรมบังคับคดีแต่อย่างใด โดยกรมบังคับคดีมีเพจเฟซบุ๊กทางการเพจเดียวและมีชื่อว่า กรมบังคับคดี Legal Execution Department, Thailand ไม่ใช่เพจที่ชื่อว่า ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาทางออนไลน์ แต่อย่างใด

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้น อาจจะทำให้ท่านเสียทรัพย์สิน หรือถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในทางมิชอบได้และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ได้ที่เว็บไซต์ กรมบังคับคดี www.led.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79

เกษตรกรสาวเมืองโอ่ง ปลูกดอกมะลิในวงบ่อซีเมนต์ ดูแลง่าย ใส่ปุ๋ยคอกได้ผลผลิตงาม

เกษตรกรสาวที่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ปลูกมะลิในวงบ่อซีเมนต์ ใช้พื้นที่ 1 งาน ใช้ 100 บ่อ ลงทุน 3 หมื่นบาท เริ่มจากนำดินปลูกใส่บ่อซีเมนต์ ก่อนจะนำกิ่งพันธุ์ลงปลูก จำนวน 4 ต้นต่อ 1 บ่อ สามารถได้ผลผลิต 3-4 ลิตรต่อวัน ย้ำดูแลง่าย ผลผลิตงาม

น.ส.พรจันทร์ พงษ์สวัสดิ์ อายุ 44 ปี เกษตรกรชาว ต.หัวโพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี หลังทราบว่าทำอาชีพปลูกดอกมะลิจำหน่ายแตกต่างจากสวนอื่นคือ ปลูกมะลิอยู่ในวงบ่อซีเมนต์ ถึงจะต้องใช้ต้นทุนที่สูงกว่า แต่มีข้อดีหลายอย่าง คุ้มค่าแก่การลงทุน โดย น.ส.พรจันทร์ กำลังเร่งเก็บดอกมะลิที่ออกดอกอยู่เต็มต้น นำไปแช่ในน้ำเย็น บรรจุถุง เตรียมส่งจำหน่ายให้กับลูกค้า

น.ส.พรจันทร์ เปิดเผยว่า เดิมทีตนปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอาชีพหลัก แล้วปลูกดาวเรืองตัดดอกเป็นอาชีพเสริม แม้ว่าดอกดาวเรืองจะให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ก็มีระยะเวลาเก็บเกี่ยวสั้น จึงหันมาปลูกดอกมะลิแทน เนื่องจากมะลิ 1 ต้น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานถึง 10 ปี โดยเลือกใช้วิธีการปลูกในวงบ่อซีเมนต์ เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการ ทั้งการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และการกำจัดวัชพืช นอกจากนั้นยังช่วยทำให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย ไม่ต้องก้มให้เจ็บหลัง

การปลูกมะลิในวงบ่อซีเมนต์ ใช้เนื้อที่ประมาณ 1 งาน และเงินทุนประมาณ 30,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับต้นพันธุ์ จำนวน 400 ต้น วงบ่อซีเมนต์ ขนาด 80 เซนติเมตร จำนวน 100 บ่อ และดินปลูก ซึ่งปัจจุบันตนปลูกมาแล้วกว่า 2 ปี ขณะที่วิธีการปลูกก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการนำดินปลูกใส่ลงไปในวงบ่อซีเมนต์ ก่อนจะนำกิ่งพันธุ์ลงปลูก จำนวน 4 ต้นต่อ 1 บ่อ เนื่องจากมะลิเป็นพืชที่ชอบแดด และไม่ชอบน้ำมาก จึงให้น้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ส่วน วิธีการเก็บดอกมะลิ จะเลือกเก็บในเวลาเช้าจนถึงช่วงสาย เพราะดอกมะลิจะยังไม่บาน ซึ่งมะลิ 1 ชุด สามารถเก็บเกี่ยวได้นาน 2 เดือน จากนั้นจะตัดแต่งกิ่ง พักต้นนาน 1 เดือน แล้วใส่ปุ๋ยบำรุงต้น โดยจะใช้ปุ๋ยคอกร่วมกับปุ๋ยสูตรเสมอและสารชีวภัณฑ์ เพียงเท่านี้ มะลิก็จะกลับมาออกดอกเต็มต้นให้เก็บเกี่ยวผลผลิตอีกรอบ โดยมะลิ 100 บ่อ สามารถเก็บดอกได้เฉลี่ย 3-4 ลิตรต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทั้งนี้ตนจะขายส่งดอกมะลิให้กับพ่อค้าคนกลาง และแม่ค้าร้อยมาลัยในพื้นที่ ซึ่งราคาจำหน่ายจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูและเทศกาลสำคัญๆ โดยเริ่มตั้งแต่ 80-800 บาทต่อลิตร สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เฟซบุ๊ก “Pronjun Psw” โทรศัพท์หมายเลข 08-4030-4391