ผู้ว่าฯ ชัยภูมิสั่งคุมเข้มปั๊มทั่วจังหวัด ยันพลังงานเพียงพอ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

ชัยภูมิ –ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ สยบข่าวลือน้ำมันขาดแคลน สั่งคุมเข้มปั๊มทั่วจังหวัด ยันพลังงานเพียงพอ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์พลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรม เพื่อวางมาตรการรับมือกระแสข่าวความกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอในพื้นที่

ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัด จะได้มอบหมายให้นายอนุชา อินทศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเชิงรุก โดยสุ่มตรวจสถานีบริการ 5 แห่ง พบว่าปริมาณการใช้บริการของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติประมาณ 2–3 เท่า

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยืนยันว่า สถานีบริการส่วนใหญ่ยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ มีเพียงบางแห่งที่อยู่ระหว่างรอการขนส่งตามรอบปกติเท่านั้น

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้กำชับทุกหน่วยงานให้เร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า “น้ำมันมีเพียงพอ ไม่ต้องวิตกกังวล” พร้อมสั่งการให้พลังงานจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานผู้ค้าน้ำมันบริหารจัดการสต็อกให้ต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเข้มงวด ห้ามร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้า พร้อมกำชับให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจนตามกฎหมาย และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรการของภาครัฐที่มีการตรึงราคาน้ำมันไว้ และสามารถใช้ชีวิตตามปกติ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือแห่เติมน้ำมันเกินความจำเป็น

หากพบสถานีบริการน้ำมันขาดแคลนหรือมีพฤติกรรมผิดปกติ สามารถแจ้งไปยังสำนักงานพลังงานจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที

ตม.1 ผนึกกำลัง จัดหางาน ปูพรมตรวจย่านสุทธิสาร-ลาดพร้าว จับต่างด้าวทำงาน 9 ราย รวบหนุ่มเกาหลีแอบทำงานบาร์โฮส

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ผอ.ศปชก.ตร.) ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อมิให้บุคคลต่างด้าวเหล่านี้เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการกระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใน สตม.ทุกนาย ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด ในการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.ฯ และว่าที่ พ.ต.ต.ฆฤณ ลักษณสมพงษ์ สว.ฯ ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี และเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน นำโดยนายณฐกร จานเขื่อง นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีบุคคลต่างด้าวลักลอบทำงานในย่านสุทธิสารจำนวนมาก รวมทั้งบุคคลสัญชาติเกาหลีที่ลักลอบทำงานเป็นเด็กดริ๊งค์ที่บาร์โฮสแห่งหนึ่งย่านสุทธิสารด้วย

เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จัดหางาน จึงได้เข้าตรวจบาร์โฮสแห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพนักงานและลูกจ้างภายในร้าน รวมทั้งเด็กดริ๊งค์รวมกว่า 100 ราย พบพนักงานเสิร์ฟในร้านเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 ราย และหนุ่มเกาหลีทำงานเป็นเด็กดริ๊งค์ กำลังนั่งบริการลูกค้าอีก 1 ราย จึงจับกุมดำเนินคดีข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามหนุ่มเกาหลีทราบว่า เดิมตนทำงานที่เกาหลีเป็นพนักงานบริษัททั่วไป เงินเดือนไม่พอใช้ ก่อนจะได้รู้จักพูดคุยกับคนไทยที่ทำงานร้านอาหารที่เกาหลี และได้รับคำแนะนำให้มาหางานทำที่เมืองไทย ก่อนจะได้มาทำงานที่ร้านบาร์โฮสดังกล่าว ได้เงินแต่ละเดือนประมาณ 30,000 บาท โดยได้เป็นส่วนแบ่งจากค่าดริ๊งค์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รุดไปตรวจสอบร้านอาหารชาบูหม่าล่าแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าว เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวทำงานอยู่ในร้านมากถึง 7 ราย ตั้งแต่แม่ครัว พนักงานเสิร์ฟ จนถึงแคชเชียร์ ตรวจสอบพบว่าทั้งหมดลักลอบทำงานโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้จับกุมบุคคลต่างด้าวทั้ง 7 ราย ดำเนินคดีข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดี สอบถามทราบว่า ร้านชาบูนี้เพิ่งเปิดได้เพียงไม่กี่เดือน ได้มีการจ้างพนักงานเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวนมาก โดยให้เงินเป็นรายวันเฉลี่ยวันละ 400 บาท พนักงานบางส่วนก็ให้นอนพักที่ร้านเพื่อเฝ้าร้านด้วย

พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและกระทำผิดกฎหมายนั้น เป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง ตม.1 ดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ได้ดำเนินการสนธิกำลังร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบธุรกิจร้านอาหารและบาร์โฮสที่มีการลักลอบรับเอาบุคคลต่างด้าวมาทำงานที่ร้าน ซึ่งจากนี้ บก.ตม.1 จะเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบการลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายของบุคคลต่างด้าวให้มากยิ่งขึ้น จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1178 สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิด “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ” ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาเกษตรครบวงจร

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิด “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ” พระราชานุเคราะห์ฯ นำองค์ความรู้และปัจจัยการผลิตถึงพื้นที่ ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาเกษตรครบวงจร

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไตรมาสที่ 2 ณ โรงเรียนบ้านศรีแก้ว ตำบลศรีแก้ว อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าฯศรีสะเกษ

นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้บริการด้านวิชาการและการแก้ไขปัญหาการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และบริการด้านการเกษตรได้อย่างครบวงจร สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการเกษตร หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรไปถ่ายทอดสู่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

สุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ

ภายในงานมีการแสดงต้อนรับจากนักเรียนโรงเรียนบ้านศรีแก้ว จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ประกอบพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นอกจากนี้ ยังมีการมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร ประกอบด้วย พันธุ์ปลา น้ำหมักชีวภาพ เมล็ดพันธุ์ผัก สารชีวภัณฑ์ พันธุ์ไม้ และเวชภัณฑ์สัตว์ พร้อมทั้งจัดนิทรรศการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของหน่วยงานต่าง ๆ และตลาดนัดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร

ในการนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานด้านการเกษตรในจังหวัดศรีสะเกษ อาทิ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ประมงจังหวัด สหกรณ์จังหวัด ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ สถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอศรีรัตนะ เกษตรอำเภอทั้ง 22 อำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการนำบริการทางวิชาการและเทคโนโลยีด้านการเกษตรลงสู่พื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถแก้ไขปัญหา พัฒนาอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

พัสดุอำพรางและกองทัพมดดิจิทัล: เจาะลึกวิวัฒนาการใหม่ของเครือข่าย “ทุนเทาบุหรี่เถื่อน” ภาคใต้

ท่ามกลางการปราบปรามที่เข้มงวดของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานภายใต้คำสั่งตรงจากรัฐบาล ขบวนการค้าสินค้าที่ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายกำลังปรับตัวเพื่อความอยู่รอด จากเดิมที่เคยเป็นการวางขายหน้าร้านอย่างโจ่งแจ้งในย่านการค้า ปัจจุบันได้แปลงสภาพสู่ “ขบวนการล่องหน” ที่ใช้เทคโนโลยีเครือข่ายสังคมออนไลน์และระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการซื้อขาย ข้อมูลล่าสุดจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการยาสูบแห่งประเทศไทยสะท้อนภาพวิกฤตที่ชัดเจนว่า บุหรี่ผิดกฎหมายพุ่งสูงขึ้นจนครองส่วนแบ่งถึง 25% ของตลาดบุหรี่ไทย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและรายได้ภาษีมหาศาลกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี

เส้นทางการลำเลียงบุหรี่เถื่อนเหล่านี้มีต้นทางซับซ้อน ตั้งแต่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนไปจนถึงตะวันออกกลาง โดยใช้ยุทธวิธีที่เรียกว่า “ยูเทิร์นทางทะเล” เป็นไม้ตายสำคัญ สินค้าจะถูกสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าผ่านแดนเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม แต่ในความเป็นจริงกลับมีการลักลอบขนถ่ายกลางอ่าวไทย ก่อนจะใช้เรือประมงขนาดเล็กวนกลับ ทยอยลำเลียงขึ้นฝั่งตามแนวชายฝั่งจังหวัดตรัง สตูล นราธิวาส และสงขลา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางบกผ่านช่องทางธรรมชาติที่อาศัยรถกระบะดัดแปลงขนส่งเข้าสู่ “โกดังลับ” หรืออาคารร้างตามรอยต่อจังหวัด เพื่อรอการแปลงสภาพเป็นพัสดุธรรมดาที่ดูแนบเนียนที่สุด

จุดเปลี่ยนที่สำคัญในการกระจายสินค้าภายในประเทศคือการเปลี่ยนผ่านสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัว กลุ่มนายทุนเทาได้สร้างเครือข่าย “กองทัพมดดิจิทัล” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook X (Twitter) และ LINE เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ การชำระเงินถูกจัดการผ่าน “บัญชีม้า” เพื่อตัดตอนเส้นทางการเงินไม่ให้สาวถึงตัวการใหญ่ ขณะที่การจัดส่งถูกส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทยในคราบของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น เครื่องสำอาง หรือน้ำพริก โดยมีศูนย์คัดแยกในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่สูบฉีดสินค้าเถื่อนกระจายไปสู่มือผู้ซื้อทั่วประเทศภายในเวลาไม่กี่วัน

สถิติที่น่าตกใจจากการสำรวจการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายล่าสุดในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 พบว่า จังหวัดสตูลนำโด่งเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายสูงถึง 87% เนื่องด้วยภูมิศาสตร์ที่เป็นท่าเรือและชายแดนทางทะเล ตามมาด้วยจังหวัดพัทลุง ในอันดับที่ 2 ที่กลายเป็นฐานกระจายรายย่อยสำคัญ และสงขลา ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเครือข่าย แม้ปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ของกรมการปกครองในช่วงต้นปี 2569 จะสามารถทลายโกดังรายใหญ่ในหาดใหญ่และยึดของกลางได้นับสิบล้านมวน แต่นั่นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำเท่านั้น

การกวาดล้างบุหรี่เถื่อนในยุคใหม่จึงไม่อาจหยุดอยู่แค่การจับกุมหน้างานหรือยึดของกลางรายวัน แต่จำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่เข้มข้นกว่านั้น ทั้งการตัดวงจรการเงินของทุนเทา การตรวจสอบพัสดุจากต้นทางจังหวัดชายแดนอย่างเคร่งครัด และการเอาผิดถึงตัวการระดับนายทุนเจ้าของโกดัง เพราะหากปล่อยให้ขบวนการนี้เติบโตต่อไป ไม่เพียงแต่รัฐจะสูญเสียรายได้มหาศาล แต่ร้านค้าโชห่วยที่ทำมาหากินอย่างถูกต้องกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ จะต้องเผชิญกับภาวะล่มสลายจากการถูกทุนเทาเข้ามาบิดเบือนกลไกตลาดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เชียร์ 9 สาวไทยร่วมประชันวงสวิง “บลู เบย์ แอลพีจีเอ” ที่ไห่หนาน ประเทศจีน

(ไห่หนาน, สาธารณรัฐประชาชนจีน, 4 มีนาคม 2569) – เชียร์ 9 สาวไทย ประกอบด้วย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “โม” โมรียา จุฑานุกาล, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ, “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม จากแอลพีจีเอ พร้อมด้วย “แชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ และ “ออม” สุภมาส แสงจันทร์ จากไชน่า แอลพีจีเอ ทัวร์ ร่วมลงประชันวงสวิงล่าแชมป์แอลพีจีเอ รายการ “บลู เบย์ แอลพีจีเอ” ที่เกาะไห่หนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สัปดาห์นี้ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 81 ล้านบาท

การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรีรายการบลู เบย์ แอลพีจีเอ ชิงเงินรางวัลรวม 2.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 81 ล้านบาท แข่งขันที่สนามเจียน เลค บลู เบย์ กอล์ฟ คอร์ส เกาะไห่หนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2569 นับเป็นรายการที่สี่ของแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาลนี้ แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม มีนักกอล์ฟเข้าร่วม 108 คน โดยปีที่แล้ว ริโอะ ทาเคดะ โปรชาวญี่ปุ่น คว้าแชมป์ไปครอง 

สัปดาห์นี้มีนักกอล์ฟไทยร่วมแข่งขันทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “โม” โมรียา จุฑานุกาล, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ, “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม จากแอลพีจีเอ พร้อมด้วย “แชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ และ “ออม” สุภมาส แสงจันทร์ จากไชน่า แอลพีจีเอ ทัวร์

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่สอง หลังจากปีที่แล้วจบอันดับ 68 ร่วม ขณะที่ผลงานปีนี้จบอันดับ 18 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และอันดับ 58 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

“พราว” ชเนตตี วรรณแสน แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่สาม หลังจากเคยจบอันดับ 67 ร่วม ในปี 2024 และอันดับ 30 ร่วม ในปี 2025 ส่วนผลงานปีนี้ ลงเล่นมา 3 รายการ จบอันดับ 17 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์, อันดับ 18 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และอันดับ 41 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ

จัสมิน สุวัณณะปุระ แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 5 โดยผลงานที่ผ่านมา จบอันดับ 11 ร่วม ปี 2014, อันดับ 45 ร่วม ปี 2018 และไม่ผ่านการตัดตัวในปี 2024 และ 2025 ส่วนผลงานปีนี้จบอันดับ 15 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ 

“โม” โมรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 7 โดยสถิติที่ผ่านมา จบอันดับ 32 ร่วม ปี 2014, อันดับ 46 ร่วม ปี 2015, อันดับ 29 ร่วม ปี 2016, รองแชมป์ ปี 2017, อันดับ 7 ร่วม ปี 2018 และอันดับ 21 ร่วม ปี 2024 ขณะที่ปีนี้ลงเล่น 2 รายการ จบอันดับ 39 ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ และอันดับ 72 ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 

“เปียโน” อาภิชญา ยุบล จะลงเล่นเป็นครั้งที่สาม หลังจากไม่ผ่านการตัดตัวในปี 2024 และจบอันดับ 40 ร่วม ในปี 2025 โดยรายการนี้ถือเป็นการประเดิมฤดูกาลของเธอ 

“แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ห้า โดยสถิติที่ผ่านมา จบอันดับ 30 ปี 2015, อันดับ 4 ร่วม ปี 2016, อันดับ 25 ร่วม ปี 2017 และอันดับ 26 ร่วม ปี 2018 ส่วนผลงานปีนี้จบอันดับ 42 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 

ด้าน “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม  รุกกี้ของทัวร์ จะประเดิมรายการแรกในฐานะสมาชิกแอลพีจีเอ ทัวร์ หลังผ่านการคัดเลือกคว้าทัวร์การ์ดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมี “แชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ อดีตสมาชิกแอลพีจีเอ และ “ออม” สุภมาส แสงจันทร์ ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันจากไชน่า แอลพีจีเอ ทัวร์ โดยเฌอมาลย์จะลงเล่นเป็นครั้งที่สอง หลังจากเคยจบอันดับ 75 ในปี 2018 

ขณะเดียวกัน ยังมีนักกอล์ฟระดับแนวหน้าของโลกดีกรีแชมป์เมเจอร์ร่วมแข่งขัน อาทิ อายากะ ฟูระเอะ, ยูกะ ซาโสะ และฮินาโกะ ชิบุโนะ จากญี่ปุ่น รวมถึง หยิน ยัวหนิง จากจีน, คิม อาริม จากเกาหลีใต้ และเบลีย์ ทาร์ดี โปรชาวอเมริกัน แชมป์ปี 2024 ที่กลับมาลุ้นแชมป์สมัยที่สองอีกครั้ง 

 เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images

AIT ผนึกกำลัง มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา เดินหน้า ” สร้างหลักสูตรการบริหารพลังงานทางเลือกขั้นสูงระดับท้องถิ่น เพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืน”

มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย(AIT) โดยนาย สุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และ รองศาสตราจารย์ ดร. คมสัน  โสมณวัตร รองอธิการบดี เป็นตัวแทนท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ร่วมลงนาม ในข้อตกลงความร่วมมือ ด้านวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรด้านพลังงานทางเลือก และการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม

วัตถุประสงค์
          
1 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรด้านพลังงานทางเลือกและการให้บริการทางวิชาการร่วมกัน
         
2 เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการจัดอบรมและพัฒนาบุคคลากรด้านพลังงานทางเลือก ให้แก่บุคคลากร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งบุคคลากรทั่วไปที่สนใจ
         
3  สร้างเครือข่ายทางวิชาการในการให้ความรู้กับประชาชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้บุคคลากรด้านพลังงานทางเลือกและบุคคลากรในเครือข่ายมูลนิธิ ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และการจัดกิจกรรมทางวิชาการร่วมกันกรอบและแนวทางความร่วมมือ

นายสุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ กล่าวว่า ประเทศไทยเรายังคงพึ่งพา พลังงานฟอสซิล ในสัดส่วนที่สูง ในภาวะสภาพเศรษฐกิจสังคมทีผันผวน การเมืองโลกที่ไม่แน่นอน เทคโนโลยี่ที่ก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิล มาสู่พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับพลังงานไทย การให้ความรู้ พัฒนาบุคคลากรเป็นเรื่องสำคัญ

การศึกษาพบว่า ในระดับท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นและภาคเอกชน ยังขาดความรู้เชิงลึก ด้านนโยบาย กฎหมาย และแนวโน้มเทคโนโลยี่พลังงาน ทักษะการวิเคราะห์และออกแบบโครงการ และภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาด ในสังคมชุมชน     เป็นที่มาของความร่วมมือ โครงการพัฒนาหลักสูตรครั้งนี้

ดร.พัฒนา ทวิพันธุ์  เลขาธิการและกรรมการบริหารมูลนิธิ  ให้เความเห็นเพิ่มเติมว่า หลังจากการฝึกอบรม คาดหวังว่า ผู้ผ่านการฝึกอบรม  จะเป็นบุคคลากรที่มี ความรู้เชิงลึก เกี่ยวกับนโยบาย กฎหมาย และแนวโน้มพลังงานทางเลือก ทั้งในประเทศและสากล เพื่อใช้กำหนดทิศทางการบริหาร สามารถออกแบบและบริหารจัดการโครงการพลังงานทางเลือกในพื้นที่จริง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการ การวิเคราะห์ ต้นทุน ผลตอบแทน และการมีส่วนร่วมของชุมชน และที่สำคัญ แสดงภาวะผู้นำเชิงกลยุทธื ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและธรรมาภิบาล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน  โสมณวัตร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนสุนันทา ได้กล่าวย้ำถึงความร่วมมือและความสำคัญ   ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัย หน่วยงานของรัฐ ทีให้ความสำคัญกับการศึกษาและพัฒนาบุคคลากรของชาติ  ได้มอบหมายให้ วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ โดยท่าน คณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชลลภัสสรณ์  สิทธิวรงค์ชัย  เป็นผู้ลงนามร่วมในข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ด้วย  จะเป็นทีมงานหลักและให้การร่วมมือทางวิชาการ จัดกิจกรรม พัฒนาบุคคลากรด้านพลังงานทางเลือก เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของพลังงานประเทศไทยเรา..ส่งเสริมบุคคลากรได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ.

บุญใหญ่ประเพณี สืบสานเดือนสาม บุญกุ้มข้าวใหญ่ ไหว้พระธาตุหนุนดวงอุทุมพรพิสัย

นายอำเภออุทุมพรพิสัย ลั่นฆ้องชัยเปิดงานบุญประเพณี สืบสานเดือนสาม บุญกุ้มข้าวใหญ่ ไหว้พระธาตุหนุนดวง ประจำปี2569  ที่วัดนาโนน ตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ 3  มีนาคม 2569 ที่วัดนาโนน ตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ  นายพศิน  ทาศิริ  นายอำเภออุทุมพรพิสัย  เป็นประธานลั่นฆ้องชัยเปิดงาน งานบุญครั้งนี้มี พระครูปริยัติกิตติสาร(ทองไล ป.ธ.3) เจ้าอาวาสวัดนาโนน และเจ้าคณะตำบลหนองไฮ ประธานฝ่ายสงฆ์นำคณะสงฆ์ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งบุญประเพณี สืบสานเดือนสาม บุญกุ้มข้าวใหญ่ ไหว้พระธาตุหนุนดวง ประจำปี2569  จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-7 มีนาคม 2569 

พศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย

โดยมีนายประกาศิต สุพรหมธีรกูร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ  และนายชิษณุพงษ์ หอมหวล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 นายสมิง ผลบุญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2  และนายพเยาว์ สารสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 นำพุทธศาสนิกชน  อุบาสก อุบาสิกาบ้านนาโนน ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก  และความเมตตาจาก พระเดชพระคุณ พระวชิรรัตนรังสี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

วัดนาโนน ตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ  มีพระครูปริยัติติตติสาร เจ้าคณะตำบลหนองไฮ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ภายในร่นบารมีธรรมของพระวชิรรัตนรังสี หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์ วัดหงส์รัตนาราม ได้จัดกิจกรรมตามประเพณี ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่ มาตั้งแต่อดีต หลายชั่วอายุคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ บุญเดือนสาม ประเพณีบุญกุ้มข้าวใหญ่ เป็นประเพณีพื้นบ้านอีสาน จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ

โดยการนำข้าวเปลือกมากองรวมกันเป็นกองใหญ่ เพื่อประกอบพิธีสู่ขวัญข้าว บูชาแม่โพสพ ขอขมาที่ใช้ใช้เท้าเหยียบย่ำข้าวและสร้างขวัญกำลังใจให้ผลผลิตเพิ่มพูนทวีคูณ เชื่อว่าจะทำให้ข้าวที่เก็บไว้ในยุ้งฉางเจริญงอกงาม นำความอุดมสมบูรณ์มาให้ และเป็นการแสดงความสามัคคีของคนในชุมชน ประเพณีนี้ยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นและมักจัดพร้อมกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและการละเล่นต่างๆ

 เช่น พิธีแกลมอ และต่อมา พระวชิรรัตนรังสี หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์ วัดหงส์รัตนาราม ได้ดำเนินการก่อสร้างเจดีย์พุทธาคมรตนญาณมุนีศรืนครลำดวน หรือพระธาตุหนุนดวงขึ้น จึงได้กำหนดจัดงานบุญประเพณีบูรณาการร่วมกันในชื่องานว่า สืบสานเดือนสาม บุญกุ้มข้าวใหญ่ ไหว้พระธาตุหนุนดวง

โดยจัดอย่างเป็นทางการมาแล้ว เข้าสู่ปีที่ 3 กำหนดเอาวันขึ้นขึ้น 15  เดือน ๓ เป็นวันเริ่มเปิดงาน ในงานประกอบด้วย การอัญเชิญพระอุปคุต การแห่ผ้าห่มพระธาตุหนุนดวงประจำปี รวมถึงขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูป  เพื่อนำมามาบรรจุไว้ในองค์พระธาตุหนุนดวง และในปีนี้มีขบวนแห่พระเวสสันดรชาดก เข้าเมือง

โดยทางวัดได้จัดกิจกรรมโครงการร่วมกับเทศบาลตำบลหนองไฮ โดยรับการสนุนจากทุกภาคส่วนด้วยดีตลอดมา รวมถึงอุบาสก อุบาสิกา ทุกหมู่บ้านใกล้เคียง ในปี 2569 นี้ ได้กำหนดจัดงานขึ้นในงานระหว่างวันที่ 3-7 มีนาคม 2569  จึขอเชิญชวนพุทธศาสนิกทุกท่านได้ร่วมงานบุญประเพณี สืบสานเดือนสาม บุญกุ้มข้าวใหญ่ ไหว้พระธาตุหนุนดวง ประจำปี2569  ด้วย

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

“น้ำกระท่อมเถื่อน”! เกลื่อนศรีสะเกษ!บุก จับคาร้านใกล้ชุมชน ยึดของกลางกว่า 100 ขวด

เมืองศรีสะเกษลุยปราบกวาดล้าง “น้ำกระท่อมเถื่อน”! จับคาร้านใกล้ชุมชน ยึดของกลางกว่า 100 ขวด เภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษ ภายใต้การอำนวยการของนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสะอาด วงศ์รักษ์ ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ และนายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง

นำโดยหัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส. ร้อย.อส.จ.ศก.2 และ ร้อย.อส.อ.เมืองศก.3 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามนโยบายเร่งด่วนของ กระทรวงมหาดไทย และ กรมการปกครอง ภายใต้แนวคิด “อำเภอพึ่งได้”

การปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมใกล้แหล่งชุมชน บริเวณร้าน NT มินิมาร์ท ห้องเช่าเลขที่ 228/4-6 ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนางสาวกาญจนา ปานฟัก อายุ 48 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ น้ำกระท่อม ขนาด 1,500 มล. จำนวน 70 ขวด น้ำกระท่อม ขนาด 900 มล. จำนวน 33 ขวดน้ำกระท่อม ขนาด 600 มล. จำนวน 21 ขวด ป้ายคิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ 1 ป้าย หม้อต้ม 2 ใบ น้ำหวาน 8 ขวด ขวดพลาสติกใส 70 ขวด

รวมของกลางน้ำกระท่อมกว่า 124 ขวด เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาผลิตและจำหน่ายอาหารอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษยืนยันเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ปลอดภัย และพึ่งพาได้

เสนาะ วรรักษ/รายงาน

บิ๊กกรมตรวจสอบบัญชีจับมือผู้ใช้ออฟโรด มอบอุปกรณ์กีฬา แก่นร.บนดอยสูง จ.แม่ฮ่องสอน

กรมตรวจฯจับมือกลุ่มผู้ใช้รถออฟโรด TANK300 มอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนเพื่อเด็กน้อยบนดอยสูง จ.แม่ฮ่องสอน “อธิบดีวุฒิพงศ์”เผยหวังเสริมแกร่งสุขภาพเด็กควบคู่การเรียน

นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานมอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนการสอนแก่กลุ่มผู้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือออฟโรด TANK 300 camp traval Thailand เพื่อนำไปให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนจอซิเดอเหนือ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 ภายใต้โครงการแสงสว่าง ณ กลางป่าลึก

“วันนี้กรมได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศลโดยการมอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนการสอนจำนวนหนึ่งไปที่โรงเรียนตามแนวชายแดนที่กรมตรวจฯได้เข้าไปดูแลสอนบัญชีแก่เด็กนักเรียนในโรงเรียน พื้นที่ห่างไกล ซึ่งกรมได้มีการจัดกิจกรรมแบบนี้อยู่เป็นประจำ ครั้งนี้ก็เช่นกัน”

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่าโรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนขาดโอกาสทางการศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงมีความห่วงใยและมีพระราชดำรัสมอบหมายให้กรมตรวจเข้าไปดูแลสอนในเรื่องการสหกรณ์ การรู้จักทำบัญชี ทั้งบัญชีสหกรณ์และบัญชีรายบุคคล รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด

“วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มอบอุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ ไปเสริมทักษะทางกีฬาเพื่อสุขภาพของเด็ก ๆ ด้วย ที่ผ่านมาทางกรมมีกิจกรรมเพื่อสังคมในลักษณะดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี สมัยที่ท่านรองเป็นผู้อำนวยการภาคอยู่ก็ทราบว่ามีกิจกรรมแบบนี้อย่างต่อเนื่อง    นอกจากอุปกรณ์กีฬาแล้วแล้วก็ยังมีของเล่นให้เด็ก ๆ ฝึกสมองให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย”อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวย้ำ  

ขณะที่ นายณรงค์ศักดิ์ ศรีทองคำ ประธานกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand กล่าวขอบคุณท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวุฒิพงศ์ เนียมหอมและผู้บริหารที่ได้มอบอุปกรณ์กีฬาและสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนจอซิเดอเหนือในครั้งนี้ ผ่านกลุ่มผู้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือออฟโรด TANK 300 camp traval โดยการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมแบบนี้ทางสมาชิกกลุ่ม TANK 300 camp traval ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยครั้งแรกนำสิ่งของเสื้อผ้าไปบริจาคให้กับชาวบ้านหมู่บ้านกอซิโล หมู่บ้านในเนวตะเข็บชายแดนในอ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

“ปกติสมาชิกกลุ่ม TANK300 มีการรวมกลุ่มออกทริปท่องเที่ยวกันเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว แต่กิจกรรมใหญ่แบบนี้ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้ง ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และผู้บริหาร รวมทั้งผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่ให้ความอนุเคราะห์อุปกรณ์กีฬา สื่อการเรียนการสอนและสิ่งของเหล่านี้ จะส่งถึงมือน้อง ๆ หนู ๆ ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานในการเข้าไปช่วยเหลือต่อไปครับ”นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

ประธานกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand กล่าวต่อว่ากิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านจอซิเดอเหนือ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน   ภายในโครงการ”แสงสว่าง ณ กลางป่าลึก”  โดยจะนำแผงโซล่าเซลล์ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เกรทวอล มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัดไปทำการติดตั้งให้กับทางโรงเรียน  ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนดังกล่าวกนระแสไฟฟ้ายังเช้าไปไม่ถึง ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้มีสมาชิกกลุ่มร่วมเดินทางไปด้วยประมาณ 80 คน มีรถ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ TANK300 จำนวน 30 คันเพื่อขนสิ่งของเพื่อนำไปมอบให้กับเด็ก ๆ ในครั้งนี้ เดินทางไปมอบสิ่งของในครัง้นี้ มีสมาชิกร่วมเดินทางปรจำนวน 80 ท่าน

“ในฐานะตัวแทนของกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand ขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และผู้บริหารทุกท่าน บริษัท อธิปครีเอชั่นและผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายที่ได้มอบอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียนเหล่านี้ให้กับน้อง ๆ ขอบคุณครับ”ประธานกลุ่ม TANK 300 camp traval Thailand กล่าวขอบคุณทิ้งท้าย

ด้าน นายอธิพงศ์ ศักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท อธิป ครีเอชั่น จำกัด กล่าวรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อเด็ก ในครั้งนี้ โดยได้ร่วมสมทบอุปกรณ์กีฬาจำนวนหนึ่งให้กับทางโครงการฯซึ่งประกอบด้วย ฟุตบอล จำนวน 10 ลูก วอลลเลย์บอล จำนวน 10 ลูก ตะกร้อ จำนวน 10 ลูกและแบตมินตัน จำนวน 5 ชุด  เป็นต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็ก ๆ จะได้เล่นกีฬากันอย่างมีความสุข

“ขอบคุณผู้บริหารกรมตรวจฯและทีมออฟโรด TANK300 ที่ได้ให้บริษัทเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของทามอบให้เหล่านี้เด็ก ๆ นำไปใช้อย่างเต็มที่และมีความสุขกันทุกคน”กรรมการผู้จัดการบริษัท อธิป ครีเอชั่น จำกัดกล่าวย้ำ

สำหรับโรงเรียนจอซิเดอเหนือ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ถือเป็น 1 ใน221 โรงเรียนที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์(กตส.)ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการทำบัญชีและกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.)ทั่วประเทศเพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้เยาวชน โดยเน้นการพัฒนาทักษะการทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงและบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนให้เด็กนักเรียนเพื่อปลูกฝังการออมและยังมีการประกวดการทำบัญชีระดับโรงเรียนอีกด้วยเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กนักเรียน ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 30,135 โรงเรียนและมีครูผู้สอนผ่านการอบรมครูสหกรณ์รวมทั้งสิ้น 15,090  คน

สังสรรค์ ชมรมศิษย์เก่า “ร้อยใจภักดิ์ รัก & พ.พ.22,24”

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.22,24 โดยคณะกรรมการและเพื่อนๆ พร้อมใจจัดงานสังสรรค์ “ร้อยใจภักดิ์ รัก & พ.พ.22,24” ณ ร้านช่อมาลี จ.พิษณุโลก

คุณวันชาติ วิเลิศ ประธานชมรม พร้อมด้วยคณะกรรมการเเละเพื่อนสมาชิก พ.พ.22,24ร่วมพิธีบวงสรวงสักการะองค์สมเด็จพระนเรศวร(ศาลสมเด็จพระนเรศวร พระราชวังจันทน์) ณ.บริเวณลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวร

ประธานชมรมฯ นำคณะกรรมการเเละเพื่อนสมาชิกร่วมพิธีทำบุญถวายเพลพระอุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อนผู้ล่วงลับ ณ วัดไก่เขี่ย ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

.