ร้านอาหารขอนแก่นโอดผงชูรสขยับ ยันยังขายราคาเดิมหวั่นลูกค้าหนี

แม่ค้าส้มตำ ยอมรับผงชูรสขึ้นราคากระทบลูกค้าแน่ แต่ที่ร้านยังคงราคาจำหน่ายเท่าเดิม ขณะที่ลานมันเชื่อ ผงชูรสขึ้นราคา เพราะการปลูกมันที่ไม่ถูกต้องตามกรรมวิธี ส่งผลให้แป้งในหัวมันต่ำ-หัวฝ่อ

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านส้มตำและร้านขายอาหารอีสาน ตั้งอยู่ตลาดหน้าหมู่บ้านการเคหะ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังมีการประกาศปรับขึ้นราคาผงชูรส อันมีสาเหตุมาจากวัตถุดิบที่ปรับราคาสูงขึ้น โดยพบกับ นางสมพร วงศ์วรวิโรจน์ อายุ 57 ปี เจ้าของร้านฯ ซึ่งเปิดร้านส้มตำมานานกว่า 20 ปี

นางสมพร กล่าวว่า ขณะนี้ผงชูรสเริ่มขาดตลาด เพราะเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกไปซื้อวัตุดิบเพื่อนำมาประกอบอาหารไว้จำหน่าน พบว่าผงชูรสถุงละ 1 กิโลกรัม ไม่มีจำหน่าย มีเพียงถุงเล็กที่ใช้ในครัวเรือนเท่านั้น และยังพบว่าบางร้านมีการปรับขึ้นราคาจากเดิมถุงละ 100 บาท ขั้นเป็น 113 บาท ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการทำอาหารอีสานและส้มตำ นั้น ขาดผงชูรสไม่ได้ โดยเฉพาะใช้ในการต้มน้ำปลาร้า ที่ต้องมีส่วนผสมของผงชูรส ด้วย ขณะที่ลูกค้าบางคนที่มาซื้อส้มตำ ย้ำว่า ใส่ผงชูรสเยอะๆจะได้นัวๆ จึงทำให้ที่ร้านมีความจำเป็นต้องใช้ผงชูรสในแต่ละวันจำนวนมาก ซึ่งแม้ผงชูรสขึ้นราคา แต่ทางร้านก็ยังขายส้มตำและอาหารอีสานให้ลูกค้าในราคาเดิม

ขณะที่ นางกิตติญาพร แสนจันทร์ฮาม อายุ 50 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง กล่าวว่า ผงชูรส ปรับขึ้นราคา ไม่กระทบกับทางร้านมากนัก เพราะร้านไม่ได้เน้นการใส่ผงชูรส แต่เน้นที่ฝีมือเชฟ จนเป็นที่นิยมของลูกค้า ซึ่งโดยปกติร้านจำซื้อผงชูรสน้ำหนักถุงละ 1 กก.มาใช้ก็จะใช้ประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะหมดในส่วนของการขึ้นราคาผงชูรสนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่า ผู้ค้ามันสำปะหลังมีการกักตุนมัน หรือเพราะคุณภาพมันไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ส่งผลผลิตให้ผู้ประกอบการผลิตผลชูรสน้อย รวมถึงราคาน้ำมัน และค่าขนส่งแพงขึ้น ผลกระทบจึงตามมา ผงชูรสจึงขึ้นราคาก็เป็นได้

ด้าน นายธเนศ ศิลาทิพย์ อายุ 36 ปี เจ้าของลานมันสุวรรณา ซึ่งตั้งอยู่บ้านหินลาด ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ลานมันแห่งนี้ ซื้อมันสำปะหลังตามราคาที่โรงมันกำหนดมา ซึ่งการซื้อแต่ละครั้งจะต้องตรวจคุณภาพหัวมันสำปะหลังด้วย เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่โรงงานต้องการ ทั้งนี้จากกระแสข่าวที่มีการปรับ และขึ้นราคาของผงชูรส อาจเป็นเพราะมีการเก็บสต๊อกมันดิบไว้นั้น

” ในฐานะเจ้าของทางลานรับซื้อหัวมันสำปะหลัง จะไม่มีการกักเก็บหัวมันสำปะหลังไว้แน่นอน เพราะจะทำให้หัวมันเน่า และขาดน้ำหนัก ขณะที่ราคารับซื้อหัวมันสำปะหลังนั้น ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของโรงแป้ง ซึ่งช่วงนี้ยอมรับว่าแป้งในหัวมันสำปะหลังต่ำลง และหัวมันฝ่อมากขึ้นเป็นเพราะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังนั้น นิยมตัดต้นมันสำปะหลังเหลือตอ เพื่อนำต้นมันไปขาย จากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์จึงขุดหัวมันขึ้นมา ทำให้หัวมันมีคุณภาพน้อย แป้งในหัวมันก็ลดลง

ดังนั้นถ้ายังเป็นเช่นนี้มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะมีการรับมันสำปะหลังมาจากต่างประเทศ ทดแทนมันสำปะหลังในประเทศไทย เพราะเกษตรกรในประเทศไทย มีการปลูกมันที่ไม่ถูกต้องตามกรรมวิธี จนทำให้เปอร์เซ็นแป้งในหัวมันต่ำ หัวมันฝ่อ ประเด็นนี้จึงน่าจะเป็นสาเหตุของการปรับขึ้นราคาของผงชูรสด้วย”

ระดับโลกครั้งแรก คอนเสิร์ต I wish you love – Lisa Ono The Greatest Hits Live in Bangkok

Asset World Corporation THAIBEV และโครงการ Phenix ศูนย์กลางการค้าด้านอาหาร Food Destination For All ประตูน้ำ(ขอเชิญ)สัมผัสประสบการณ์งานดนตรีระดับโลก (ของศิลปินที่โด่งดังทั้งในอเมริกา ยุโรปและเอเชีย) ในคอนเสิร์ต I wish you love – Lisa Ono The Greatest Hits Live in Bangkok (ประทับใจกับบทเพลงยอดนิยมด้วยสำเนียงเสียงร้องและเสียง guitar อันเป็นเอกลักษณ์พร้อมกับวงดนตรีมากฝีมือจากญี่ปุ่น)

ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม เวลา 2 ทุ่มตรง Phenix Grand Ballroom ชั้น 5 โครงการ Phenix ประตูน้ำ บัตรราคา 2,600/3,200/3,600 บาทพร้อมคูปองอาหารมูลค่า 200/300 และ 500 บาท(ตามลำดับ)พิเศษสุดกับที่นั่งใน Balcony Box พร้อม(อิ่มอร่อยกับ) อาหารระดับมิชลิน Fine dining Balcon Balcony Box 4 ที่นั่ง ราคา 24,000 บาท(Balcony Box) 2 ที่นั่ง ราคา 12,000 บาทเริ่มเสิร์ฟอาหารเวลา 1 ทุ่มตรง

จองบัตรได้ที่ Thai ticket major (บทเพลงของ) Lisa Ono รอคุณอยู่

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางจัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อการกุศล

นายเผดิม เพ็ชรกูล อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มอบหมายให้นายกีรติ กีรติยุติ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในกิจกรรมโครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล ณ โรงพยาบาลศรีธัญญา โดยมีนางสาวนิชญา ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งเลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางสาวสุดาทิพย์ อำนวยพันธ์วิไล ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมด้วยข้าราชการ ผู้พิพากษาสมทบ และเจ้าหน้าที่ในศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเข้าร่วมกิจกรรมฯ

โดยจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ป่วยจิตเวช พร้อมบริจาคเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๗ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการมีจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลแก่บุคลากรในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตลอดจนมีจิตเอื้ออารีต่อผู้ป่วยจิตเวช

เกษตรกรเบตงเร่งเก็บทุเรียน ‘โอฉี่ มูซานคิงส์’ขายทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ ออเดอร์ทะลัก

ยะลา-เกษตรกรชาวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เริ่มตัดทุเรียนโอฉี่หรือหนามดำ มูซานคิงส์ ในสวนแล้ว โดยนำมาจำหน่ายทั้งหน้าสวน และช่องทางออนไลน์ โกยยอดสั่งซื้อทั่วประเทศ โดยพันธุ์มูซานคิงส์ และโอฉี่หรือหนามดำ กก.ละ 350-400 บาท ล้งมาเลเซียบุกซื้อถึงสวน

นายชินชาติ ชินวรพิทักษ์ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่เริ่มเก็บผลผลิตทุเรียนออกจำหน่ายได้แล้ว หลังจากทุเรียนพันธุ์ มูซานคิงส์ และโอฉี่หรือหนามดำ เริ่มสุกได้ที่ โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 350 -450บาท ปัจจุบันมียอดสั่งซื้อทั้งในพื้นที่ และต่างจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้ง ล้งชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามารับซื้อถึงสวน โดยทางสวนทุเรียนของนายชินชาติ จะคัดลูกทุเรียนโดยเผื่อระยะเวลาขนส่งในการขนส่งของพื้นที่นั้นๆ ให้ด้วย เมื่อลูกค้าได้จะรับจะสามารถรับประทานได้เลย โดยที่ทุเรียนไม่สุกจนเกินไป หรือหากลูกค้าจะเข้ามาชมสวน ศึกษาเรียนรู้ หรือถ่ายรูปสวยๆ กับผลทุเรียน ชมวิว360 องศารายล้อมด้วยเทือกเขาสันกาลาคีรี เจ้าของสวนก็ยินดีต้อนรับ โดยสวนทุเรียนของนายชินชาติ ตั้งอยู่ที่บ้านบ่อน้ำร้อน ม.2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา อยู่ห่างจากอำเภอเบตง ประมาณ11กิโลเมตร เท่านั้น

นายชินชาติ ชินวรพิทักษ์ เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวอีกว่า ปลูกทุเรียนประมาณ 5ปีกว่าๆ บนเนื้อที่ กว่า 75 ไร่ ตอนนี้ที่เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว ภายในสวนจะมีทุเรียนสายพันธุ์โอฉี่หรือหนามดำและสายพันธุ์ มูซานคิงส์ ที่ออกผลแรกชาวสวนเร่งเก็บผลผลิตขายหน้าสวนและออนไลน์ โกยออเดอร์อื้อ โดยผลผลิตชุดแรก ได้เก็บเกี่ยวไปเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2566) ได้ผลผลิตประมาณ 1 พันกว่ากิโลกรัม ส่วนปีนี้เก็บขายส่งล้งจากประเทศมาเลเซียและในประเทศกว่า2พันกว่ากิโลกรัมในกิโลกรัมละ 300 บาท แต่ยังเก็บไม่หมดซึ่งปีนี้คาดว่าผลผลิตคงมีไม่ต่ำกว่า 2 พันกว่ากิโลกรัม

ซึ่งขณะนี้เริ่มเก็บผลผลิตทุเรียนจำหน่ายแล้ว คือ สายพันธุ์มูซานคิงส์ และสายพันธุ์โอฉี่หรือ หนามดำ สามารถส่งได้ทั่วราชอาณาจักร มีการจัดส่งไปแล้วหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่มากในการรับซื้อทุเรียนจากประเทศไทย ซึ่งรสชาติของทุเรียนโอฉี่มีรสชาติ “อร่อย หวาน มัน เนื้อเนียนนุ่ม กลิ่นไม่แรงมาก รสชาติกลมกล่อม ” สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้อทุเรียน สามารถเดินทางมาสั่งซื้อได้ที่ เจ้าของสวน นายชินชาติ ชินวรพิทักษ์โทร.098-017- 1839 และใน FB : Chinchat chainworapitak หรือ FB : ไกรวุฒิ เจ้าวิลาส และเพจ :วิสาหกิจชุมชน“กลุ่มเกษตรคนรุ่นใหม่เบตง” Tel : 086-347 5765 Line ID : 1973 kraiwut

โดย….เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

บุกรวบนักธุรกิจจีนอยู่เบื้องหลังเครือข่ายแก๊ง Call Center

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร เชียงราย นนทบุรี ปทุมธานี ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา กลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเครือข่ายหลอกลงทุนออนไลน์ ไฮบริดสแกม (Hybrid Scam) ตั้งแต่ระดับหัวหน้าเครือข่ายที่มีหน้าที่ควบคุมสั่งการศูนย์ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และคนที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน ซึ่งในคดีนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง จำนวน 6 ราย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. MR.ZHIVEI GAO หรือ นายจีเว่ย เกา (สัญชาติจีน) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา พระโขนง ที่ 372/2567 ลง 28 มิ.ย.67 ทำหน้าที่ระดับสั่งการ / รับผลประโยชน์
2. MR.JUE CHEN หรือ นายจู เฉิน (สัญชาติจีน) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 262/2567 ลง 8 พ.ค.67 ทำหน้าที่กลุ่มบริหารจัดการ / แปรสภาพทรัพย์สิน
3. นายธนโชติฯ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 369/2567 ลง 28 มิ.ย.67 ทำหน้าที่ระดับสั่งการ / รับผลประโยชน์
4. นางสาวชณัฐธิษาฯ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 370/2567 ลง 28 มิ.ย.67 ทำหน้าที่ระดับสั่งการ / รับผลประโยชน์
5. นายศิวาฯ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 368/2567 ลง 28 มิ.ย.67 ทำหน้าที่ระดับสั่งการ / รับผลประโยชน์
6. น.ส.ชลดาฯ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 371/2567 ลง 28 มิ.ย.67 ทำหน้าที่ระดับสั่งการ / รับผลประโยชน์


ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และ ร่วมกันฟอกเงิน”
ตามประมวลกฎหมายอาญา

พฤติการณ์ของคดี สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ 2/2566 ลง 12 ต.ค.66 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เป็นประธานอนุกรรมการและมี พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้ลงทุน โดยมีการ โพสข้อความสาธารณะลักษณะชักชวนให้เข้าไปลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล (Cryptocurrency) ผ่านเว็บไซต์ชื่อ Tidex ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ปลอมขึ้นมาทั้งหมด (มีความคล้ายกับแอปพลิเคชันเทรดเหรียญดิจิทัลของจริงที่ชื่อว่า Tidex) โดยเสนอให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปลงทุน

ต่อมาพบว่าไม่มีการลงทุนจริง โดยพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายจะหลอกให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นมา และให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้งเพื่อซื้อเหรียญดิจิทัล โดยทุกครั้งที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้กลุ่มคนร้าย ยอดเหรียญดิจิทัลจะแสดงในแอปพลิเคชันสอดคล้องกับจำนวนที่โอนเข้าไป และมีกำไรเข้ามาจากการลงทุนแสดงอยู่ในแอปพลิเคชัน ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นการปลอมตัวเลขขึ้นมาทั้งหมด เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และโอนเงินเข้าไปเพิ่มอีก เมื่อผู้เสียหายแจ้งความประสงค์ที่จะขอถอนเงินออกมา กลุ่มคนร้ายก็แจ้งว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องภาษี และยังหลอกให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มอีก ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้าย จำนวน 17 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 22.4 ล้านบาท

ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะทำการปิดเว็บไซต์ไป และบล็อกช่องทางการติดต่อทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มคนร้ายได้อีก ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายในคดีนี้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด กก.1 บก.ปอท. จึงได้ประสานข้อมูลการรับแจ้งมายังศูนย์ AOC พบว่ามีผู้เสียหายหลงเชื่อและทำการโอนเงินเพื่อลงทุนตามประกาศโฆษณาในเพจดังกล่าว และได้รับความเสียหายหลายราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันเว็บไซต์ปลอมได้ปิดเว็บไซต์ไปแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ร่วมกับ อสส. และ ปปง. ทำการสืบสวนเส้นทางการเงิน และเส้นทางของเหรียญดิจิทัลที่ได้จากการฉ้อโกงผู้เสียหายพบว่า ภายหลังจากที่ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารแล้ว กลุ่มคนร้ายจะนำเงินดังกล่าวไปซื้อเหรียญดิจิทัลแล้วโอนต่อไปยังกระเป๋าเหรียญดิจิทัลส่วนตัว หรือ Private wallet กว่า 20 กระเป๋า เพื่อเป็นการหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นกลุ่มคนร้ายจะมีการโอนเหรียญดิจิทัลไปรวมที่กระเป๋าเหรียญดิจิทัลกลางของคนร้าย ก่อนที่จะมีการเทขายเหรียญดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนจากเหรียญดิจิทัลให้กลายเป็นเงินบาทไทย

โดยรูปแบบการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้าย พบว่าเป็นการกระทำความผิดในลักษณะขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจะแบ่งเป็น (1) หัวหน้า ทำหน้าที่ สั่งการ, (2) กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่ ติดต่อพูดคุยและหลอกลวงเหยื่อ, (3) กลุ่มนายหน้า จัดหาบัญชีม้าและกระเป๋าวอลเล็ตม้า รวบรวมบัญชีต่างๆ นำไปมอบให้กับกลุ่มคอลเซ็นเตอร์, (4) กลุ่มบัญชีม้าและกระเป๋าวอลเล็ตม้า ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีและกระเป๋าเงินดิจิทัล (5) กลุ่มที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน โดยนำเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงไปซื้อทรัพย์สินมีค่า และอสังหาริมทรัพย์ ต่าง ๆ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ โดยเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวจีนและชาวไทย ซึ่งเป็นกลุ่มระดับสั่งการ, ผู้บริหารดูแลเรื่องฟอกเงิน และรับผลประโยชน์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งสิ้นจำนวน 6 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 2 ราย ชาวไทย 4 ราย จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุม ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ เป็นของมีค่าจำนวนหลายรายการ อาทิเช่น บ้านหรู จำนวน 1 หลัง มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท, รถยนต์ จำนวน 2 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน, เงินสด (เงินไทยและต่างประเทศ) รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท, สร้อยคอทองคำ, นาฬิกาหรู, กระเป๋าแบรนเนมด์, คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์มือถือ และ เหรียญดิจิทัลสกุลต่างๆ มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

ทุ่งดอกกระเจียว“บัวสวรรค์”ชัยภูมิ บานสพรั่งรอต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว

ดอกกระเจียวบัวสวรรค์ที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง ทุ่งดอกกระเจียวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ เริ่มบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.67 อุทยานแห่งชาติไทรทอง เปิดเทศกาลท่องเที่ยว “ทุ่งบัวสวรรค์” ซึ่งเป็นทุ่งดอกกระเจียวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานกล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมนำชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนที่อยู่รอบพื้นที่อุทยานฯ และการแสดงรำพลังมวลชนรอบทุ่งบัวสวรรค์

โดยนางรำกว่า 100 คน จากตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว (หนอง-บัว-ระ-เว๋) และตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นายสมบัติ ไตรศักดิ์ และนางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรทอง นายชม มาแดง ได้เริ่มกิจกรรม Kick Off ดริปกาแฟ จากเครื่องดริปกาแฟที่ปั้นเป็นรูปดอกกระเจียว ท่ามกลางทุ่งบัวสวรรค์ซึ่งเริ่มทยอยเบิ่งบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยว

ทุ่งบัวสวรรค์ หรือ ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติไทรทอง เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่บริเวณสันเขาพังเหยทางทิศตะวันตก โดยแบ่งออกเป็น 4 ทุ่งใหญ่ๆ มีเส้นทางเดินชมที่สะดวกเดินง่ายผ่านป่าเต็งรัง สลับกับจุดชมวิวและแนวหน้าผาที่สวยงาม ซึ่งการเดินทางไปยังทุ่งบัวสวรรค์ อุทยานแห่งชาติไทรทอง สามารถเข้าได้ 2 เส้นทาง

คือจากทางบ้านท่าโป่ง ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว และอีกหนึ่งเส้นทางจากบ้านซับมงคล ตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสมหัศจรรย์ของธรรมชาติทุ่งดอกกระเจียวบัวสวรรค์ได้แล้ววันนี้ที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ

เกษตรกรโคราชดีใจฝนตกชุ่มฉ่ำนาข้าวเขียวขจีหลังฝนทิ้งช่วงมานาน

หลังจากมีฝนตกลงมาต่อเนื่องช่วงที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลดีทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าวในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ต้องประสบภาวะฝนทิ้งช่วงนานหลายสัปดาห์ อย่างเช่น พื้นที่ตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

นายบุญศรี มากบุญ อายุ 58 ปี ชาวนารายหนึ่งในตำบลท่าหลวง อำเภอพิมาย บอกว่า ก่อนหน้านี้ ชาวนาประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วงนานหลายวัน ทำให้ต้นข้าวขาดน้ำ ไม่เจริญเติบโต แปลงนาบางแห่งต้นกล้าเหี่ยวเฉา แค่ระแกรน แต่ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ส่งผลดีต่อนาข้าวอย่างมาก ทำให้มีน้ำฝนท่วมขังในแปลงนา มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวในช่วงที่กำลังเจริญเติบโต ซึ่งตนได้นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง เพื่อสูบน้ำเข้าที่นาของตนเองที่มีอยู่ 20 ไร่ เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตทันฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ในขณะที่ชาวนาบางราย เร่งถอนต้นกล้า และหว่านปุ๋ยให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อหวังให้ต้นข้าวเจริญงอกงามทันเวลาเก็บเกี่ยว

นอกจากนี้ ฝนที่ตกในช่วงนี้ นอกจากจะสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนดินและแปลงเกษตรแล้ว ยังทำให้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งในพื้นที่อำเภอพิมาย มีปริมาณเพิ่มน้ำมากขึ้น ซึ่งปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวม 27 แห่ง พบว่า มีน้ำฝนและน้ำท่าไหลเข้าอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนตกสะสม 321 มิลลิเมตร หรือ 30.42 % และมีน้ำท่าสะสม 107 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 8.33 % แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำเก็บกักแต่ละอ่างฯ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกจำนวนมาก

โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 90.04 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 28.63 % แต่เป็นน้ำใช้การได้ 67.32 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 23.07 % ,อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 82.13 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52.99 % เป็นน้ำใช้การได้ 81.41 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52.77 % ,อ่างเก็บน้ำมูลบน มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 54.50 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 38.66 % เป็นน้ำใช้การได้ 47.50 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 35.45 % และอ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 97.32 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 35.39 % เป็นน้ำใช้การได้ 90.32 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 33.70 %

ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม อยู่ที่ 141.60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42.23 % แต่เป็นน้ำใช้การได้ 116.23 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 37.50 % ทำให้อ่างเก็บน้ำทั้งหมด 27 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำภาพรวมเหลืออยู่ที่ 465.61 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 38.14 % และเป็นน้ำใช้การได้ 402.80 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 34.78 % ยังรองรับปริมาณน้ำได้อีกจำนวนมาก .

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

พ่อเมืองชลบุรีมอบสิ่งของผู้ด้อยโอกาสเฉลิมพระเกียรติในหลวง

พ่อเมืองชลบุรีมอบสิ่งของผู้ด้อยโอกาสเฉลิมพระเกียรติในหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ


นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของตามโครงการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วย ช่วยสร้างกำลังใจ เปลี่ยนความทุกข์เป็นพลัง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567โดยมี น.ส.ประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายประธาน ภู่ธนะพิบูล นายอำเภอเกาะจันทร์ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงาน ณ ศาลาการเปรียญวัดพระพุทธบาทเขานางนม ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรี ได้มอบสิ่งของจำนวน 5 ราย และมอบทุนอุปการะจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระบรมราชปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 ทุนละ 1,500 บาท จำนวน 28 ทุน

โครงการฯดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือ เยียวยาดูแล และสร้างขวัญกำลังใจให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส ให้ได้เห็นคุณค่าของชีวิตตนเองและพร้อมที่จะดำรงชีวิตต่อไป

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเลขที่ 75/7 ม.9 ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ ของ นางอุษา เฟ้นดี้ อายุ 57 ปี เป็นผู้้พิการทางการเคลื่อนไหว และโรคไตเรื้อรัง ต้องรับการฟอกไต2ครั้ง/สัปดาห์

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และคณะ ได้เยี่ยมพูดคุยให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภคไว้ดำรงชีพ โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วนต่อไป

ตำบลทะเลทรัพย์เมืองชุมพร ต้นแบบแปลงใหญ่ทุเรียน แหล่งผลิตผลคุณภาพ

กรมส่งเสริมการเกษตร ยก “ชุมพร” แปลงใหญ่ทุเรียนตำบลทะเลทรัพย์ แหล่งผลิตสำคัญภาคใต้ มีเนื้อที่ปลูกอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจันทบุรี มีพื้นที่ปลูกกว่า 327,000 ไร่ เป็นแหล่งผลิตคุณภาพระดับพรีเมียมออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า พื้นที่ของตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 10,115 ไร่ พื้นที่ปลูกทุเรียนส่วนใหญ่อยู่ในตำบลชุมโค ตำบลทะเลทรัพย์ ตำบลเขาไชยราช และตำบลดอนยาง แต่ในอดีต ชาวสวนทุเรียนอำเภอปะทิว มีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง และขาดองค์ความรู้ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ เกิดการบริหารจัดการกลุ่มและผลผลิตร่วมกัน สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร

“กลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ตำบลทะเลทรัพย์ เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เพื่อร่วมกันผลิตในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต มีการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีการใช้นวัตกรรมการห่อผลทุเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งผลลัพธ์ของการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้รับจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่มาใช้ สามารถลดต้นทุนการผลิตให้แก่สมาชิกได้ร้อยละ 30 ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาด จนปัจจุบัน ทุเรียนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่อำเภอปะทิว ปีละหลายล้านบาท”รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

ด้าน นายกิตติ ผลคิด ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลทะเลทรัพย์ ชุมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรตำบลทะเลทรัพย์ปลูกทุเรียนมาตั้งแต่ประมาณปี 2532 เพื่อทดแทนพืชอื่นที่ได้รับผลผลกระทบจากพายุเกย์ แต่ในอดีต ต่างคนต่างทำ ขาดองค์ความรู้ ต้นทุนการผลิตสูง ต่อมาในปี 2559 ได้มีการรวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลทะเลทรัพย์ขึ้น ภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการบริหารจัดการด้านการตลาดร่วมกัน ทางกลุ่มมีแนวทางการลดต้นทุนการผลิต โดยการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ เช่น การห่อผลทุเรียน ที่ช่วยลดปริมาณการใช้สารเคมีลงได้ในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ประมาณ 2 เดือน นอกจากนี้ ยังผลิตชีวภัณฑ์ใช้ภายในกลุ่ม อย่างเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อช่วยลดปริมาณเชื้อโรคพืช เพิ่มการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิต เพิ่มความต้านทานโรค โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราไฟท็อปเทอร่า รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช และลดปริมาณการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคทุเรียน รวมถึงมีการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ เช่น รถแทรกเตอร์ เครื่องย่อยกิ่งไม้ เครื่องพ่นแอร์บัส รถกระเช้าบังคับ รถตัดหญ้า โดรนพ่นสารเคมีขนาดใหญ่ ทำให้ประหยัดเวลาและแรงงาน ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างจะประสบปัญหาขาดแรงงานช่วงการผลิต

นอกจากการเพิ่มปริมาณผลผลิต การผลิตให้ได้คุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งได้นำประสบการณ์และความรู้ที่บ่มเพาะมาตลอดหลายปี มาประยุกต์ ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพพื้นที่ ทั้งการผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน GAP การนำเทคโนโลยีการห่อผลทุเรียนมาใช้ ที่ทำให้ผลทุเรียนมีสีผิวสวยงาม ไม่มีโรคและแมลงติดอยู่ที่บริเวณผล สามารถจำหน่ายได้ราคาสูง เป็นทุเรียนเกรดพรีเมียม และผลสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ถ่ายทอด เผยแพร่ให้กับสมาชิกกลุ่ม นำไปปรับใช้กับสวนทุเรียนของตนเอง ทำให้สมาชิกมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น


การผลิตทุเรียนคุณภาพ ทุเรียนเกรดพรีเมียม ส่งขายในตลาดโมเดิร์นเทรดอีกทางหนึ่งด้วย และเนื่องจากในปัจจุบัน การซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมและเป็นตลาดที่กว้าง ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเอง สมาชิกในกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนทะเลทรัพย์จึงทำการขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ด้วย ส่วนตลาดอื่นๆ ในพื้นที่ตำบลทะเลทรัพย์มีโรงงานแปรรูปทุเรียน ซึ่งรับซื้อทุเรียนตกเกรดมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เกษตรกรสมาชิกกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ทะเลทรัพย์จึงขายทุเรียนตกเกรดให้กับโรงงานแปรรูปในท้องถิ่น ซึ่งจะได้ราคาสูงกว่าทุเรียนตกเกรดในท้องตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

“นาบิล”ใหญ่ยาวไล่ขย่มเข่าน็อค “กุหลาบดำ” คว้าสัญญา ONE

ศึก ONE ลุมพินี 69 สาดความบันเทิงเต็มขั้นให้กับแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ทั่วโลก เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยมีนักสู้แถวหน้าของวงการร่วมโชว์ฝีมืออันยอดเยี่ยมทั้งสิ้น 12 คู่ ทำให้บรรดากองเชียร์ได้ร่วมลุ้นการแข่งขันสุดระทึกตลอดทั้งรายการ

คู่เอกนำรายการ “ซ้ายอุกกาบาต” กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย ยอดมวยหมัดดุ วัย 25 ปี จากสุรินทร์ รับน้องนักชกก้านยาว “นาบิล อานาน” วัย 20 ปี เชื้อสายไทย – แอลจีเรีย – ฝรั่งเศส ที่ขยับขึ้นมาบู๊ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135 – 145 ป.) เป็นครั้งแรก

หลังระฆังยกแรกดัง “กุหลาบดำ” อาศัยความหนักเดินหน้าอัด “นาบิล” อย่างดุดันจนอีกฝ่ายเกิดอาการเป๋ ให้เห็นในช่วงท้ายยก แต่ยังใช้อาวุธยาวโต้กลับไม่มียอม ยกถัดมา “นาบิล” เร่งเครื่องร้อนบุกกระหน่ำทั้งศอกและเข่าใส่ “กุหลาบดำ” จนร่วงได้นับ 8 ก่อนตามแทงเข่าเข้าที่หน้า เอาชนะน็อกในยกที่ 2 โดยนอกจากได้โบนัส 350,000 บาท เป็นครั้งที่สองแล้ว ยังคว้าสัญญานักกีฬา ONE มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาทไปครองได้อย่างสวยงาม

คู่รองรายการ “นนทชัย จิตรเมืองนนท์” เจ้าของตำแหน่งแชมป์มวยไทยชาย รุ่น 68 กก. จากศึก Road To ONE Thailand ซีซัน 2 เปิดตัวครั้งแรกพบกับ “อาเลสสิโอ มาลาเทสตา” จอมบู๊จากอิตาลี ที่มาประเดิมรายการนี้เช่นเดียวกัน โดยสู้กันในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 150 ป.

ยกแรก “นนทชัย” เปิดตัวมาดีปล่อยหมัดใส่ “อเลสสิโอ” เรียกนับค้ำเอาไว้ได้ ก่อนแลกอาวุธกันดุเดือดต่อเนื่อง แม้ยก 3 นักสู้ทีมเยือนจะเร่งเครื่องเอาคืนแต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน ครบ 3 ยก “นนทชัย” เป็นฝ่ายได้รับการชูมือชนะคะแนนเอกฉันท์ ประเดิมก้าวแรกใน ONE ลุมพินี ด้วยชัยชนะสมใจ


คู่เอกภาคอินเตอร์ “แฝดอโยธยา” พงษ์ศิริ พีเค.แสนชัย นักชกเก๋าเกม วัย 33 ปี จากเมืองกรุงเก่า เปิดศึกวัดพลังแกร่งภาคสองกับ “ซอ ลิน อู” จอมบู๊สายทรหด วัย 32 ปี จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 149.2 ป.

เปิดฉากมาทั้งสองฝ่ายเน้นดูเชิงเป็นหลัก ก่อนที่ช่วงปลายยกแรก ต่างเร่งเครื่องสาดอาวุธใส่กันอย่างดุเดือด ยกสอง “ซอ ลิน อู” ได้จังหวะปล่อยหมัดอัปเปอร์คัตขวาเข้าเต็มคาง ส่งกำปั้นเจ้าถิ่นร่วงลงไปนอนแผ่หลาคาพื้นผ้าใบ ปิดจ็อบเอาชนะน็อกไปได้ โดยเพิ่มสถิติเป็นชนะ 3 ไฟต์รวดและคว้าโบนัส 350,000 บาท เป็นครั้งที่สอง พ่วงด้วยตั๋วผ่านทางเลื่อนชั้นสู่การเป็นนักกีฬาสังกัด ONE สำเร็จ

โดยค่ำคืนนี้มี 7 นักสู้ปล่อยของออกอาวุธครบเครื่องโดนใจของบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” สั่งเบิกโบนัสพิเศษแจกให้ทันทีคนละ 350,000 บาท ไม่รวมค่าตัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.45 ล้านบาท (สองล้านสี่แสนห้าหมื่นบาท) ได้แก่ “คัตสึอากิ อาโอยากิ”, “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ”, “อิกโก โอตะ”, “ซอ ลิน อู”, “ซันเดย์ บูมเด็กเซียน”, “ไม้ซางคำ ส.ยิ่งเจริญการช่าง” และ “นาบิล อานาน”

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 69

คู่เอก นาบิล อานาน ชนะน็อก กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย นาทีที่ 2:54 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
คู่รอง นนทชัย จิตรเมืองนนท์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ อาเลสสิโอ มาลาเทสตา (มวยไทย แคตช์เวต 150 ป.)
บัวเขียว ป.เปาอินทร์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ รักสยาม ส.บุญมีฤทธิ์ (มวยไทย แคตช์เวต 140 ป.)
ไม้ซางคํา ส.ยิ่งเจริญการช่าง ชนะน็อก เพชรแสนสุข โชติบางแสน นาทีที่ 1:53 ของยกแรก (มวยไทย แคตช์เวต 120 ป.)
ซันเดย์ บูมเด็กเซียน ชนะทีเคโอ ชูทรัพย์ ส.สละชีพ นาทีที่ 1:01 ของยก 2 (มวยไทย แคตช์เวต 118 ป.)
มังกร บูมเด็กเซียน ชนะคะแนนเอกฉันท์ แก่นเหล็ก ส.โชคมีชัย (มวยไทย แคตช์เวต 120 ป.)

ซอ ลิน อู ชนะน็อก พงษ์ศิริ พีเค.แสนชัย นาทีที่ 0:29 ของยก 2 (มวยไทย แคตช์เวต 149.2 ป.)
เอลบรุส ออสมานอฟ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เหมียว เอ้าฉี (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป.)
อิกโก โอตะ ชนะน็อก บีเอ็ม แฟร์เท็กซ์ นาทีที่ 1:48 ของยก 2 (มวยไทย แคตช์เวต 122 ป.)
อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ ชนะซับมิชชัน ชานกี คาราอูล นาทีที่ 3:39 ของยกแรก (MMA แคตช์เวต 125.6 ป.)
เซเลสต์ ฮันเซน ชนะคะแนนเอกฉันท์ มาซามิ (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
คัตสึอากิ อาโอยากิ ชนะทีเคโอ จุง จุน ฮี นาทีที่ 4:47 ของยกแรก (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145 – 155 ป.)