ยาบ้าเกลื่อนเมือง ขอนแก่นลุยจับรายวัน เร่งขยายผลล้างบางพ่อค้าให้สิ้นซาก

ขอนแก่นยังฟิตจับยาบ้าทุกวันทั้งเดือน ได้ของกลางอื้อยึดทรัพย์แล้วกว่า 20ล้านบาท ผู้ว่าฯเร่งนำคนเสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดพบบางพื้นที่กลุ่มเสพอายุเพียง 12 ปี พร้อม ยืนยันขอนแก่นมีแต่ผู้ค้ารายย่อย เร่ง ประสาน ปปส.ขยายผลจับกุมต้นตอ หลังพบยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน สั่งซื้อกันผ่านระบบออนไลน์

 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2567 ที่ศูนย์ปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ชั้น4 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายไกรสร  กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุวัติ สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ,ปปส.ภ.4.และสสจ.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฎิบัติการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติด จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่ได้มีการปล่อยแถมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ,ฝ่ายปกครอง และ ปปส. ทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมกันทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด 139 เป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ 30 หมู่บ้าน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 154 ราย ของกลางยาบ้า 9,250 เม็ด ยาไอซ์ 0.5 กรัม อาวุธปืน 11 กระบอก,เครื่องกระสุน 83 นัด พร้อมทั้งมีการยึดทรัพย์ของกลุ่มขบวนการเครือข่ายยาเสพติด รวม 1,183,670 บาท 

 นายไกรสร  กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากผลการปฎิบัติแบบเข้มข้นจริงจัง ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัด ซึ่งโดยสรุปตั้งแต่เริ่มปฎิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ มีการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 626 จุดใน90 หมู่บ้าน จับกุมผู้ต้องหาแยกเป้นผุ้เสพ 369 รายผู้ค้า410 ราย และคดีอื่นๆ 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางยาบ้าได้รวม 46,922 เม็ด ยาไอซ์ 909.56 กรัม คีตามีน 2.35 กรัม ตรวจยึดอาวุธปืนได้รวม 52 กระบอก เครื่องกระสุน 254 นัด และมีการยึดทรัพย์ 20,631,070 บาท ซึ่งในการจับกุมนั้นผู้เสพที่ตัดสมัครใจเข้าร่วมการบำบัดหรือขอรับการช่วยเหลือผู้คือผู้ป่วยที่ไม่พร้อมกลับสู่ชุมนในรูปแบบของ CI ทั้งสิ้น 287คน ในพื้นที่ 26 อำภอ 

 โดยในการตรวจค้นวันนี้นั้นได้เข้าทำการตรวจเยี่ยมศุนย์ฟื้นฟุทางสังคม หรือ CI ที่ อ.น้ำพอง พบว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 12 ปี ซึ่งผู้นำชุมชนได้นำมาส่งให้กับทางอำเภอหลังตรวจพบเป็นผู้เสพ ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการบำบัดพื้นฟู้โดยมีฝ่ายปกครองกำกับดูแล และมีแพทย์เข้ามาทำการตรวจสอบอยู่เป็นระยะ และยังคงพบว่ามีคุณมึ่คนหนึ่งไม่ได้เข้าบ้านมานานหลายปี พอรู้ว่าลูกถูกเข้ารับการบำบัดตามที่จังหวัดกำหนดก้สามารถที่จะกลับเข้าบ้านได้ด้วยความปลอดภัยและสบายใจ ซึ่งศูนย์ CI ที่จัดตั้งขึ้นนั้นทุกศุนย์รับผู้เสพเข้ารับกาบำบัดด้วยความสมัครใจ จะมาอยู่กี่วันก็ได้ แต่เมื่อตรวจพบแล้วว่าไม่มีสารเสพติดในร่างกายก็อนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งการทำงานของศูนย์เน้นการบำบัด การส่งเสริมอาชีพตามความถนัดและพบว่าบางคนอยากที่จะเรียนต่อ ดังนั้นเมื่อผู้ที่ได้รับการอนุญาตให้กลับบ้าน ก็จะมีการสุ่มตรวจภายใน 3เดือน ทำการสุ่มตรวจ 3-4 ครั้งหากปกติก็ถือว่าปลอดสารเสพติดและหากยังคงตรวจพบก็นำเข้าสู่การบำบัดเช่นเดิม 

 “ ยืนยันว่าขอนแก่น เป็นเมืองผ่าน ซึ่งการจับกุมที่ผ่านมาแม้ขอนแก่นจะเป็นดันดับ 1ในการปราบปรามรองลงมาคือร้อยเอ็ด แต่ผู้ค้าที่จับกุมตัวได้นั้นเป็นผู้ค้าราย่อยหลักร้อยหลักพันเม็ดดังนั้นเราจึงต้องเดินหน้าและทำงานกันทุกวันเพื่อให้ขอนแก่นเป็นพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติดอย่างสิ้นเชิงตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดไว้ อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อมูลที่น่าสนใจ ภายหลังจากการตรวจเยี่ยมศุนยฟื้นฟูที่ อ.บ้านแฮด พบว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษานั้นมีอาการสมองตาย จากการเสพยาบ้า และเข้ารับการรักษาและนภาวะวิกฤติแล้ว และแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายพบว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงและมีอาการหนัก ซึ่งมีผลมาจากการเสพยาบ้า ซึ่งปัจจุบันมีราคาถูก” 

 ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ผู้ผลิตก็พยายามลดตุ้นทุนและหวังกำไรให้มากขึ้น ยาบ้าจึงมาส่วนผสมของยาฆ่าแมลง สารหนูและปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป้นยาพิษที่ชัดเจนเมื่อเสพหรือสูบเข้าไป อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลผู้ที่ถูกจับกุมพบว่าสั่งซื้อยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านและผ่านระบบออนไลน์ จังหวัดจึงได้ประสาน ปปส.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลตจับกุมเครือข่ายดังกล่าวทั้งหมดตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว

บุกรวบ“ซิง หัวจ่ายสะพานแดง”เอเย่นต์ค้ายาเสพติดบางกอกใหญ่

พยัคฆ์ร้ายเทพนคร ร่วม ตำรวจน้ำ   เปิดปฏิบัติการปิดล้อม “ซิง (สาวสอง) หัวจ่ายสะพานแดง แหล่งมั่วสุมจำหน่ายยาเสพติดชุมชนหัวสะพานแดง ริมน้ำย่านบางกอกใหญ่ ตรวจค้นบ้านยึดยานรกได้จำนวนมากพร้อมผู้เสพยกแก๊งค์

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./  ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ธิติแสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อม พล.ต.ต.พฤทธิ์พงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.4 บก.รนพ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สืบสวน 2ฯ พ.ต.อ.อรรชวศิษฐ์  ศรีบุญยมานนทน์ ผกก.สืบสวน 3

พ.ต.อ. จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ฯ พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.ฯ พ.ต.ท.อภิศาลแก้วดู รอง ผกก.ฯ พ.ต.ท.พิสิทธิ์ เตชะ สว.กก.สส.1ฯ พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ กื้อมะโน สว.กก.สส.1ฯ พ.ต.ท.กฤตวัฒน์ ขุนอินทร์ สว.กก.สส.1ฯ พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.กก.สส.1ฯ และ พ.ต.ท.บันเทิง คงชยะนันท์   รอง ผกก.4 บก.รน. พ.ต.ต.ธนรัฐ ศรีสงครามสว.ส.รน.2 กก.4 บก.รน. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมกว่า 30 นาย ร่วมปฎิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายตามหมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ 247/2567 ลง 26 มิ.ย.2567  ณ บ้านเลขที่ 324/1 ซอยริมคลองบางกอกใหญ่ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ภายในชุมชุนหัวสะพานแดง ซอย อิสรภาพ 21 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมตัว

1. น.ส.วรารัตน์ อายุ 23 ปี ภูมิลำเนา ซอยริมคลองบางกอกใหญ่ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
2. นางวิไลรัตน์ อายุ 64 ปี ภูมิลำเนา ซอยริมคลองบางกอกใหญ่ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
3. นางสาวนุชนาฎ อายุ 46 ปี ภูมิลำเนา ซอยอิสรภาพ 19/1 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” 
พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินและของกลางในคดีได้หลายรายการ 
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 81 เม็ด 
2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 16.42 กรัม (น้ำหนักรวมถุง) 
3. อุปกรณ์ที่ใช้เสพยาเสพติด จำนวน 10 ชุด 
4. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติดจำนวน 11 เครื่อง 
5. แท็ปเล็ต จำนวน 1 เครื่อง 
6. สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 4 บัญชี 
7 เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง 

อีกทั้งยังสามารถจับกุมตัวผู้เสพซึ่งมั่วสุมภายในบ้านหลังดังกล่าว ดังนี้
1. นายฤทธิ์พล อายุ 43 ปี ภูมิลำเนา ซอยอิสรภาพ 28 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ 
2. นายวิสวัท อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา ถนนจรัลสนิทวงศ์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ
3. น.ส.นิภาพร  อายุ 36 ปี ภูมิลำเนา  ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี 

 โดยกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” 
จับกุมได้ บริเวณบ้านเลขที่ 324/1 ซอยริมคลองบางกอกใหญ่ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
จากการตรวจสอบผู้ถูกจับกุมปรากฏว่า พบประวัติบุคคลต้องโทษดังนี้ 
1. นางวิไลรัตน์ เคยต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ เมื่อปี พ.ศ.2565 ในพื้นที่ สน.บางกอกใหญ่
2. นายฤทธิ์พล เคยต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ เมื่อปี พ.ศ.2552 ในพื้นที่ จว.สุพรรณบุรี 
3. นายวิสวัท เคยต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ เมื่อปี พ.ศ.2565 ในพื้นที่ จว.นครปฐม
4. น.ส.นุชนาฏ เคยต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ เมื่อปี พ.ศ.2563 ในพื้นที่ สน.บางกอกใหญ่

เนื่องด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ชุมชนหัวสะพานแดง ย่านบางกอกใหญ่ ว่าบริเวณ ริมน้ำท้ายชุมชนมักเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่นและบุคคลภายนอกเสพยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นจุดแหล่งจำหน่ายและพักอาศัยของ “เจ้ ซิง หัวสะพานแดง” สาวสองเอเยนต์รายสำคัญในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่ง “เจ้ ซิง”จะนั่งจำหน่ายบริเวณหน้าร้านริมน้ำตลอดทั้งกลางวันกลางคืน แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการจับกุมหลายครั้ง แต่ก็สามารถรอดพ้นจากจับกุมได้ เนื่องจากเป็นจุดริมน้ำห่างจากถนน จึงยากต่อการเข้าถึงเพื่อทำการจับกุม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนเข้าทำการ ปิดล้อมตรวจค้น ในครั้งนี้ โดยได้ร่วมบูรณาการกับกองบังคับการตำรวจน้ำสนับสนุนเรือตรวจการณ์จนสามารถเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางในคดีนี้ได้จำนวนมาก 

จากการขยายผลพบว่า นอกจาก “เจ้ ซิง” แล้ว บุคคลในครอบครัวและผู้พักอาศัยพบประวัติการต้องโทษคดียาเสพติดและคดีอาญาอื่นๆ อีกทั้งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดกันทั้งบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการกวาดล้างแหล่งมั่วสุมและแพร่ระบาดยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ย่านบางกอกใหญ่ได้อย่างเกิดรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

จากการสอบถามผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางในคดี นำส่ง พงส.สน.บางกอกใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

โดยการปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และปราบปรามองค์กร ขบวนการผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ให้หมดไปอย่างจริงจัง โดยใช้มาตรการการปราบปรามอาชญากรรมองค์กรเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มงวดเชิงรุกทุกรูปแบบ  ซึ่งนับว่าเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมอื่นๆที่จะตามมา อันสร้างความเดือนดร้อนและสร้างความเสียหายต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เป็นวงกว้าง สอดคล้องตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล
 

รฟฟท. จัดโครงการ CSR มอบห้องนันทนาการอเนกประสงค์ให้แก่โรงเรียนวัดสนามนอก

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดโครงการ CSR ภายใต้โครงการ “พี่หนูแดงมอบความสุขให้น้อง ผ่านห้องแห่งการเรียนรู้ ปี 2” ส่งมอบห้องนันทนาการอเนกประสงค์ให้แก่โรงเรียนวัดสนามนอก จังหวัดนนทบุรี

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศชาติในหลายด้าน เนื่องจากเยาวชนถือได้ว่า เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพสูงและจะก้าวเป็นผู้นำประเทศชาติต่อไปในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างเสริมกิจกรรมให้น้องๆเยาวชนได้รับการศึกษาและการเล่นอย่างเหมาะสม ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและการเรียนรู้ของเยาวชน จะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว เป็นการสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นการสนับสนุนส่งเสริมเด็กและเยาวชนจึงเป็นการลงทุนที่สำคัญและมีคุณค่าสำหรับอนาคตของประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรม CSR ภายใต้โครงการ “พี่หนูแดงมอบความสุขให้น้อง ผ่านห้องแห่งการเรียนรู้ ปี 2” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567 ณ โรงเรียนวัดสนามนอก หมู่ที่ 4 ถนนเทอดพระเกียรติ ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้แก่นักเรียนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งมีพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยห้องนันทนาการอเนกประสงค์นี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยสร้างคุณประโยชน์ต่อนักเรียนในการพัฒนาศักยภาพและการเรียนรู้ต่อไปในอนาคตด้วย

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มุ่งเน้นดำเนินกิจการด้านต่างๆ เคียงข้างประชาชน พร้อมกับมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองอย่างยั่งยืน

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET”

หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ภูฟ้าฯผสานพลังกองบังคับการตำรวจนครบาลและภาคประชาชนรณรงค์“วันต่อต้านยาเสพติดโลก”

ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ จับมือผสานพลัง กองบังคับการตำรวจนครบาล โรงเรียน และ ภาคประชาชน จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ ปลูกฝังเยาวชนไทยให้ห่างไกลยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกประจำปี 2567

ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์: ประธานกรรมการบริหาร พร้อม ดร.ญดา ถาวร ภูวดลอานนท์: CEO นายภูผา ภูวดลอานนท์ :กรรมการผู้จัดการ นางสาวฟ้าธารีดา ภูวดลอานนท์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศและที่ปรึกษาทีมปฏิบัติการฟื้นฟู บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดภาคเอกชนที่ดูแลคนไทยมาร่วม 2 ทศวรรษ ดำเนินนโยบายในการ “เลิกยาเสพติดอย่างปลอดภัย คืนคนรักกลับครอบครัว” ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดด้วยความรักและเข้าใจ อย่างปลอดภัย ไม่ทรมาน ไม่อาเจียน

วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี จะถูกจัดให้เป็น “วันต่อต้านยาเสพติดโลก” บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ประสานความร่วมมือ กับ กองบังคับการตำรวจนครบาล นำโดย พันตำรวจเอก โฆษิต บุญทวี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 11 สถานี ที่มาร่วมรณรงค์ ประกอบไปด้วย สน.หนองจอก / สน.มีนบุรี / สน.ร่มเกล้า / สน.ฉลองกรุง/ สน.ลาดกระบัง / สน.จรเข้น้อย / สน.นิมิตใหม่ / สน.ลำผักชี / สน.สุวินทวงศ์ / สน.ประชาสำราญ /สน.ลำหิน และ พันตำรวจตรีชลธิบ รังสิพราหมณกุล (ตัวแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 )

พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจ 8 สถานี ประกอบไปด้วย สน.หัวหมาก / สน.ลาดพร้าว /สน.วังทองหลาง /สน.โชคชัย / สน.บึงกุ่ม /สน.บางชัน /สน.ประเวศ /สน.อุดมสุข นอกจากนี้ยังมีนักเรียนจากโรงเรียนย่านคลองสามวาได้แก่ โรงเรียนวัดบัวแก้ว , โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด และภาคประชาชนอีกมากมายที่มาร่วมกันแสดงพลังเพื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในครั้งนี้

โดย ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บ.ภูฟ้าฯในฐานะประธานการจัดงาน“ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ รวมพลังฅนไทยห่างไกลยาเสพติด” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2567 ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า “ ภูฟ้าฯเราเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพเลิกยาเสพติดภาคเอกชน ที่ดูแลคนไทยมายาวนานร่วม 2 ทศวรรษ เราเล็งเห็น ถึงความสำคัญ ในการมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ติดยาเสพติดได้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคม ที่มีทั้งครอบครัว คนที่เรารัก และคนที่รักเรา

แต่เราตระหนักดีว่า “การบำบัด” คือปลายเหตุ เราต้องมาเริ่มที่ต้นเหตุ เพื่อให้เขาไม่ต้องก้าวเข้าสู่วังวนของการติดยาและต้องเข้ารับการบำบัด การจัดกิจกรรม ”ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ รวมพลังฅนไทยห่างไกลยาเสพติด” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกในครั้งนี้ จึงเป็นการรวมพลังจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ โรงเรียน ไปจนถึงประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด การเดินรณรงค์เพื่อให้เสียงของพวกเรานั้นดังไปถึงทุกๆคนว่า ยาเสพติดมีพิษร้าย ทำลายเราได้ขนาดไหน เราจงมาร่วมกันต่อต้าน

และอยู่ให้ห่างไกลยาเสพติดให้มากที่สุดกันดีกว่า การเดินรณรงค์ในวันนี้ด้วยระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร โดยมีวงโยธวาทิตจากโรงเรียนบัวแก้วนำขบวนนักเรียน ประชาชน และตำรวจ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรามุ่งหวังเพื่อปลูกฝังเยาวชนไทยที่จะเป็นกำลังหลักของประเทศ และ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ มาร่วมกันต่อต้านยาเสพติด ในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2567 อย่างพร้อมเพรียงกันครับ” ดร.ก้องหล้า กล่าว

โดยในการจัดงานครั้งนี้ บจก.ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ ยังมอบทุนสนับสนุนพี่น้องตำรวจกว่า 19 สน. ที่อยู่ในกองบังคับการตำรวจนครบาล บก.น.3 และ บก.น.4 ด้วยมุ่งหวังเป้าหมาย ในการเป็นขวัญและกำลังใจ เมื่อตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการพิทักษ์สันติราษฎร์ เช่น จากการระงับเหตุผู้ป่วยติดยา หลอน คุ้มคลั่ง จนบางครั้งตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการระงับเหตุดังกล่าว

และได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน คือโรงเรียนวัดบัวแก้ว , โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด และได้มอบเงินเพื่อนำไปใช้ในเรื่องอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ และ ดร.ญดา ถาวร ภูวดลอานนท์ ยังได้มอบค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กๆนักเรียนทุกคนที่มาร่วมเดินรณรงค์ในครั้งนี้ และมอบเงินกองทุนให้กับตัวแทนชุมชนเพื่อได้นำไปใช้ในกิจกรรมที่สนับสนุน และเสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยยาเสพติดให้แก่เหล่าเยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไป โดย ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ มองว่าปัญหายาเสพติดจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังให้เด็กได้ซึมซับและตระหนักถึงอันตรายอย่างจริงจัง

พร้อมกันนี้ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่โรงเรียน และสถานีตำรวจ ตัวแทนชุมชนเพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของสุขภาพ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อปัญหายาเสพติด ป้องกันได้ด้วย ความรัก ความอบอุ่น ครอบครัวที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดีจึงจะทำให้เป็นเกราะป้องกันยาเสพติดที่ดีที่สุด เพราะ “การรักษาผู้ใช้สารเสพติด มิใช่เพียงการทำให้สร่างยา แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น และสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ดีด้วย” ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้

ยะลาคุมเข้มห้ามตัดขายทุเรียนด้อยคุณภาพ ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน

ยะลา – ผู้ว่านฯยะลาสั่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมก่อนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียน และผลักดันมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) พร้อมออกมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ทุเรียนคุณภาพจังหวัดยะลาอร่อยที่สุดในโลก

ที่แปลงทุเรียน ม.2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้แถลงข่าวความพร้อมก่อนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนจังหวัดยะลา ซึ่งได้จัดทำวาระจังหวัดยะลาเพื่อการแก้ไขปัญหาทุเรียนด้วย BCG Model โดยจัดทำแนวทางขับเคลื่อนวาระ “ยะลาเมืองทุเรียน” ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพทุเรียนของจังหวัดยะลา ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและตลาดทุกระดับ รวมทั้งออกมาตรการกำกับดูแลให้เกษตรกร มือคัด มือเคาะตลอดถึงผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งในประเทศและและส่งออกต่างประเทศ อยู่ในระบบปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ สามารถตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผลไม้คุณภาพดีจังหวัดยะลาให้เป็นที่รู้จัก และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัย โดยมี นายกัสมัน ยะมาแล เกษตรจังหวัดยะลา นายวิสุทธิ์ โชตน์ธนานันต์ เกษตรกรชาวสวนทุเรียน และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม

นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า การผลิตทุเรียนจังหวัดยะลาในปี 2567 มีพื้นที่ปลูกรวม 105,401 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 9.53 พื้นที่ให้ผลผลิต จำนวน 73,382 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 9.87 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 73,358 ตัน อำเภอที่มีการปลูกเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ อำเภอเบตง เนื่องจากระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ราคาทุเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรทำการปลูกทุเรียนทดแทน ยางพารา ลองกอง และเงาะ โดยผลผลิตทุเรียนรุ่นแรกพันธุ์เบา เช่น มูซังคิง โอฉี่(หนามดำ) จะออกสู่ตลาดตั้งแต่ต้นเอนมิถุนายน ส่วนทุเรียนหมอนทองซึ่งเป็นพันธุ์หนักรุ่นแรกจะเริ่มเก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนมิถุนายน และช่วงที่มีปริมาณทุเรียนหมอนทองออกสู่ตลาดจำนวนมากคือช่วงปลายเดือนกรกฎาคม – กลางเดือนสิงหาคม และคาดว่าปีนี้ทุเรียนจะทยอยเก็บเกี่ยวได้ถึงต้นเดือนตุลาคม

สำหรับปัญหาทุเรียนอ่อนและหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน จังหวัดยะลาได้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน)ออกสู่ตลาด โดยออกประกาศจำนวน 6 ฉบับ เพื่อกำกับดูแลให้เกษตรกร ผู้ประกอบการส่งออก ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกทุเรียน ให้มีการจำหน่ายสินค้าคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของทุเรียนคุณภาพดีจังหวัดยะลา ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัย ดังนี้

1. ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง มาตรการในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด ปี 2567 กำหนดวันเริ่มเก็บเกี่ยวทุเรียนหมอนทอง 23 กรกฎาคม 2567

2.ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง ขอความร่วมมือเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีก และผู้จำหน่ายทุเรียน ไม่ซื้อ ไม่จำหน่าย ทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) หรือกระทำการโดยวิธีหนึ่งวิธีใดที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นทุเรียนคุณภาพ เพื่อช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ทุเรียนคุณภาพตลอดจนรักษาชื่อเสียงของจังหวัดยะลา

3.ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง การกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแป้งหรือน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน (พันธุ์หมอนทอง น้ำหนักแป้งไม่น้อยกว่า 32 เปอร์เซ็นต์ พันธุ์พวงมณีน้ำหนักแป้งไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ พันธุ์ชะนีน้ำหนักแป้งไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ )

4.ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง มาตรการดำเนินคดีแก่ผู้จำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) เช่น โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ( ถ้าผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

5.ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการตรวจก่อนตัด เป็นมาตรการที่เกษตรกร จุดให้บริการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งเนื้อทุเรียน สถานประกอบการและชุดปฏิบัติการตรวจตู้ก่อนส่งออก

และ 6.ประกาศจังหวัดยะลา เรื่อง การขึ้นทะเบียนนักตัดนักคัดทุเรียน มือเคาะทุเรียน ผู้ประกอบการ รถรั้วและรถเร่ แผง ล้ง ผู้ประกอบการค้าทุเรียน ในพื้นที่จังหวัดยะลา ให้ขึ้นทะเบียนที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา หรือลงทะเบียนรูปแบบออนไลน์ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ก่อนซื้อ ขาย จำหน่ายทุเรียน เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงาน ป้องกัน และควบคุมคุณภาพทุเรียน

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ONE ลุยระเบิดศึกความมันอย่างยิ่งใหญ่-ต่อเนื่อง

It can be said that it received a lot of attention. And it is still a continuous trend. For the martial arts battle from ONE Championship after the overwhelming success of ONE167 at Impact Arena.

ล่าสุด นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานและ CEO ของ ONE Championship ได้ออกมาโพสต์ลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว Chatri Sityodthong ขอบคุณแฟนๆ และกล่าวถึงความเติบโตของ ONE Championship ว่า ในปี 2024 นี้ ด้วยอัตราเติบโตของรายได้ที่แข็งแรง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารที่ดี ONE จะสามารถสร้างผลกำไร และมีกระแสเงินสดเป็นบวกในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ของปีนี้ โดยรายรับจากการดำเนินงานของ ONE นั้น แตะสู่ 200 ล้านดอลลาร์ ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2023

และจากผลสำรวจของ Nelson นั้น ONE ติดอันดับ 1 แพลตฟอร์มด้านกีฬาศิลปะการต่อสู้ที่มีผู้ชมมากที่สุด และติดอันดับท็อป 10 ของแพลตฟอร์มด้านกีฬาทั้งแง่ของผู้ชมและความนิยม ท่ามกลางแพลตฟอร์มกีฬาดังอื่นๆ อย่าง NBA, Premier League และ F1 เป็นต้น

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในกีฬาและศิลปะการต่อสู้จาก ONE ยังพบกับศึกระเบิดความมันได้อย่างต่อเนื่องอย่าง ONE Fight Night 23 : อ็อก vs. อาลิเบก ที่มีคู่เอกอย่างสองนักสู้ MMA รุ่นไลต์เวตที่เก่งสุดในโลก เตรียมเปิดศึกปะทะกัน! ซึ่งจะถ่ายทอดสดจาก สนามมวยลุมพินี ช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ตรงกับเช้าวันเสาร์ 6 กรกฎาคม 2567 ตามเวลาประเทศไทย

พร้อมพบกับ3 ขุนพลจากประเทศไทย โดยมีบิ๊กแมตช์มวยไทยอย่าง “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” วัย 29 ปี จากเชียงใหม่ พบกับ “นิโค คาร์ริลโล” จอมบู๊เลือดเดือด วัย 25 ปีจากสกอตแลนด์ ผู้ยังไม่เคยแพ้ใคร เปิดตัวบนเวทีระดับโลก ONE ครั้งแรกในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

“อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” ดาวรุ่งก้านยาว วัย 20 ปี ลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย ที่ขอกลับมากู้ศรัทธาแฟนมวยชาวไทยอีกครั้ง พบกับ “เอลลิส บาร์โบซา” นักสู้หมัดหนัก วัย 24 ปี จากอังกฤษ ที่เพิ่งพ้นโทษแบนมาหมาด ๆ โดยจะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต

และ “แบล็คแพนเธอร์” มวยครบเครื่อง วัย 24 ปีจากสงขลา คว้าโอกาสเปิดตัวบนเวทีระดับโลก ONE ครั้งแรก โดยจะพบกับ “อาลี ซาลโดเอฟ” จอมบู๊ไร้พ่าย วัย 24 ปี จากรัสเซีย ที่หวังมาสยบนักเจ้าถิ่นเพื่อคว้าชัย 2 ไฟต์ติด โดยจะวัดฝีมือกันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

พลาดไม่ได้! ซื้อตั๋วเข้าชมได้แล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor โดยสามารถใช้โค้ดส่วนลด ONEFANS เพื่อรับส่วนลด 15% ได้ถึงวันที่ 5 ก.ค.

ภูฟ้าฯผสานพลังกองบังคับการตำรวจนครบาลและภาคประชาชนรณรงค์“วันต่อต้านยาเสพติดโลก”

ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ จับมือผสานพลัง กองบังคับการตำรวจนครบาล โรงเรียน และ ภาคประชาชน จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ ปลูกฝังเยาวชนไทยให้ห่างไกลยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกประจำปี 2567

ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์: ประธานกรรมการบริหาร พร้อม ดร.ญดา ถาวร ภูวดลอานนท์: CEO นายภูผา ภูวดลอานนท์ :กรรมการผู้จัดการ นางสาวฟ้าธารีดา ภูวดลอานนท์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศและที่ปรึกษาทีมปฏิบัติการฟื้นฟู บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดภาคเอกชนที่ดูแลคนไทยมาร่วม 2 ทศวรรษ ดำเนินนโยบายในการ “เลิกยาเสพติดอย่างปลอดภัย คืนคนรักกลับครอบครัว” ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดด้วยความรักและเข้าใจ อย่างปลอดภัย ไม่ทรมาน ไม่อาเจียน

วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี จะถูกจัดให้เป็น “วันต่อต้านยาเสพติดโลก” บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ประสานความร่วมมือ กับ กองบังคับการตำรวจนครบาล นำโดย พันตำรวจเอก โฆษิต บุญทวี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 11 สถานี ที่มาร่วมรณรงค์ ประกอบไปด้วย สน.หนองจอก / สน.มีนบุรี / สน.ร่มเกล้า / สน.ฉลองกรุง/ สน.ลาดกระบัง / สน.จรเข้น้อย / สน.นิมิตใหม่ / สน.ลำผักชี / สน.สุวินทวงศ์ / สน.ประชาสำราญ /สน.ลำหิน และ พันตำรวจตรีชลธิบ รังสิพราหมณกุล (ตัวแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 )

พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจ 8 สถานี ประกอบไปด้วย สน.หัวหมาก / สน.ลาดพร้าว /สน.วังทองหลาง /สน.โชคชัย / สน.บึงกุ่ม /สน.บางชัน /สน.ประเวศ /สน.อุดมสุข นอกจากนี้ยังมีนักเรียนจากโรงเรียนย่านคลองสามวาได้แก่ โรงเรียนวัดบัวแก้ว , โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด และภาคประชาชนอีกมากมายที่มาร่วมกันแสดงพลังเพื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในครั้งนี้

โดย ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บ.ภูฟ้าฯในฐานะประธานการจัดงาน“ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ รวมพลังฅนไทยห่างไกลยาเสพติด” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2567 ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า “ ภูฟ้าฯเราเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพเลิกยาเสพติดภาคเอกชน ที่ดูแลคนไทยมายาวนานร่วม 2 ทศวรรษ เราเล็งเห็น ถึงความสำคัญ ในการมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ติดยาเสพติดได้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคม ที่มีทั้งครอบครัว คนที่เรารัก และคนที่รักเรา

แต่เราตระหนักดีว่า “การบำบัด” คือปลายเหตุ เราต้องมาเริ่มที่ต้นเหตุ เพื่อให้เขาไม่ต้องก้าวเข้าสู่วังวนของการติดยาและต้องเข้ารับการบำบัด การจัดกิจกรรม ”ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ รวมพลังฅนไทยห่างไกลยาเสพติด” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกในครั้งนี้ จึงเป็นการรวมพลังจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ โรงเรียน ไปจนถึงประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด การเดินรณรงค์เพื่อให้เสียงของพวกเรานั้นดังไปถึงทุกๆคนว่า ยาเสพติดมีพิษร้าย ทำลายเราได้ขนาดไหน เราจงมาร่วมกันต่อต้าน

และอยู่ให้ห่างไกลยาเสพติดให้มากที่สุดกันดีกว่า การเดินรณรงค์ในวันนี้ด้วยระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร โดยมีวงโยธวาทิตจากโรงเรียนบัวแก้วนำขบวนนักเรียน ประชาชน และตำรวจ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรามุ่งหวังเพื่อปลูกฝังเยาวชนไทยที่จะเป็นกำลังหลักของประเทศ และ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ มาร่วมกันต่อต้านยาเสพติด ในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2567 อย่างพร้อมเพรียงกันครับ” ดร.ก้องหล้า กล่าว

โดยในการจัดงานครั้งนี้ บจก.ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ ยังมอบทุนสนับสนุนพี่น้องตำรวจกว่า 19 สน. ที่อยู่ในกองบังคับการตำรวจนครบาล บก.น.3 และ บก.น.4 ด้วยมุ่งหวังเป้าหมาย ในการเป็นขวัญและกำลังใจ เมื่อตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการพิทักษ์สันติราษฎร์ เช่น จากการระงับเหตุผู้ป่วยติดยา หลอน คุ้มคลั่ง จนบางครั้งตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการระงับเหตุดังกล่าว

และได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน คือโรงเรียนวัดบัวแก้ว , โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด และได้มอบเงินเพื่อนำไปใช้ในเรื่องอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ และ ดร.ญดา ถาวร ภูวดลอานนท์ ยังได้มอบค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กๆนักเรียนทุกคนที่มาร่วมเดินรณรงค์ในครั้งนี้ และมอบเงินกองทุนให้กับตัวแทนชุมชนเพื่อได้นำไปใช้ในกิจกรรมที่สนับสนุน และเสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยยาเสพติดให้แก่เหล่าเยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไป โดย ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ มองว่าปัญหายาเสพติดจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังให้เด็กได้ซึมซับและตระหนักถึงอันตรายอย่างจริงจัง

พร้อมกันนี้ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่โรงเรียน และสถานีตำรวจ ตัวแทนชุมชนเพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของสุขภาพ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อปัญหายาเสพติด ป้องกันได้ด้วย ความรัก ความอบอุ่น ครอบครัวที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดีจึงจะทำให้เป็นเกราะป้องกันยาเสพติดที่ดีที่สุด เพราะ “การรักษาผู้ใช้สารเสพติด มิใช่เพียงการทำให้สร่างยา แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น และสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ดีด้วย” ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้

ยกสวนทุเรียนป่าละอู และ GI ดังมาขายที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน เอาใจคอทุเรียน

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบฯ บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ผนึกกำลังจัดงานเทศกาลทุเรียนยิ่งใหญ่แห่งปี “Durian Lover 2024 คนรักทุเรียน 2024” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ทุเรียน GI อัตลักษณ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและหายากของอำเภอหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง

ภายในงานจะได้พบกับทุเรียน GI หลากหลายสายพันธุ์ที่ส่งตรงจากไร่ สู่ผู้บริโภค ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านรสชาติและคุณภาพ รวมไปถึงทุเรียนอัตลักษณ์ที่ขึ้นชื่อระดับประเทศ อย่างทุเรียนป่าละอู ที่มีชื่อเสียงและปลูกในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ อีกด้วย และยังมีทุเรียนพันธุ์อื่นๆ ที่มีความโดดเด่นและหายาก ซึ่งพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและลิ้มลอง เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า “ศูนย์การค้าบลูพอร์ต จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนผลผลิตของเกษตรไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และงานนี้เป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพในการนำเสนอทุเรียนอัตลักษณ์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค โดยผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับรสชาติที่ไม่สามารถหาทานได้จากที่อื่น กับทุเรียนอัตลักษณ์หลากหลายสายพันธ์ุของไทย ที่คัดสรรมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้งาน Durian Lover 2024 ยังเป็นพื้นที่สำหรับการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแบบยั่งยืนให้กับกลุ่มเกษตรกรอีกด้วย ไม่ใช่แค่หารายได้เพียงแค่การวางจำหน่ายที่บลูพอร์ตหัวหินเท่านั้น ยังกระจายรายได้สู่ชุมชน และเปิดเวทีเพื่อให้เกษตรกรไทยได้พัฒนาสร้างชื่อเสียงให้ผลไม้ไทยสู่ในระดับสากลอีกด้วย กิจกรรมภายในงาน มีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับทุเรียนอัตลักษณ์แต่ละสายพันธ์ุ การประกวดทุเรียนหมอนทองและการแข่งขันปอกทุเรียน ชิงเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมใบประกาศ กิจกรรมเวิร์กช็อปการทำขนมจากทุเรียน ตู้กดทุเรียนแคปซูล การจำหน่ายทุเรียนและผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร กลุ่มองค์กรเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนที่ยกขบวนกันมาจากทั่วประเทศ

สำหรับโปรโมชันพิเศษเฉพาะงานนี้ ห้ามพลาดนาทีทองกับจำหน่ายทุเรียนหมอนทอง ลูกละ 99 บาท จนกว่าจะหมด ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น. จึงขอเชิญชวนคนรักทุเรียน มาร่วมอุดหนุนเกษตรกรไทย และสนุกกับกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย พร้อมพบขบวนทุเรียนและผลไม้ไทย สดจากสวน ส่งตรงจากไร่และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนและผลไม้อื่นๆ ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ในงานเทศกาล “Durian Lover 2024 คนรักทุเรียน 2024” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 กรกฎาคม 2567 ณ ลานอีเวนต์พอร์ต ชั้น G บลูพอร์ตหัวหิน

แก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถูกหวยรางวัลที่1-ขายที่ดินได้ 80 ล้าน จ้างหมอลำคณะดังแสดงฟรี

ปราจีนบุรี- แก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังถูกหวยรางวัลที่1-ขายที่ดินได้ รับทรัพย์ 80 ล้าน จ้างหมอลำคณะดังแสดงยาวถึงรุ่งอรุณท่ามกลางประชาชนนับหมื่นหลั่งไหลแห่ชม พร้อมส่องเลขเด็ดเห็นชัด 3 ตัวตรง

เมื่่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 เวลา21.30 น. ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานว่า ได้รับแจ้งมีการว่าจ้าง คณะหมอลำชื่อดัง คณะ “สาวน้อย เพ็ชรบ้านแพง” มาทำการแสดงแก้บน ที่วัดหนองแก้วหมู่ 4 ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี หลังจากเจ้าภาพได้บนบานศาลกล่าวกับหลวงปู่ใหญ่ และ ท้าวเวชสุวรรณ

ทั้งนี้ ทางเจ้าภาพป้าเนื่อง ที่มีพื้นเพเป็นชาวบ้านหนองแก้ว แต่ไปทำมาหากินเป็นแม่ครัวที่วัดชื่อดังใน กรุงเทพฯ (ขอสงวนชื่อจริง-นามสกุล) ได้มอบหมายให้ นางปวีณา เทศยุคลธร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแก้ว (อบต.) เป็นประธานแทนเจ้าภาพ และคณะกรรมการวัดหนองแก้ว ขึ้นบนเวทีกล่าวต้อนรับประชาชน ที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศมานับ 10,000 คน ที่ทราบข่าว คณะหมอลำคณะสาวน้อยเพ็ชรบ้านแพง มาแสดงให้ชมสร้างความบันเทิงฟรี! ตลอดคืนนี้ยาวจรดรุ่งอรุณ

โดยก่อนการแสดง การขึ้นกล่าวต้อนรับประชาชนบนเวที ทางตัวแทนเจ้าภาพ ได้มาจุดธูปหน้าปู่ท้าวเวชสุวรรณให้รับทราบในการนำคณะหมอลำมาทำการแสดงตามที่ได้บนบานไว้ จากนั้นมีการให้คณะหมอลำ ทำการรำถวายท่ามกลางประชาชนแฟนคลับหมอลำดัง และ เหล่าบรรดาคอหวย ที่พากันมาไหว้ขอพร-โชคลาภ จากปู่ทาวเวชสุวรรณด้วยเช่นกัน พร้อมแผงหวยที่พากันมาให้บริการอำนวยความสะดวกถึงที่

จากการสอบถามทราบว่า ป้าเนื่องเจ้าภาพนั้น ไม่ต้องกการเปิดเผยตัวตนในตอนนี้ คนชาวบ้านหนองแก้ว หมู่ 4 ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี แต่ไปทำอาชีพเป็นแม่ครัวให้วัดดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะถูกหวยสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ในช่วงประมาณเดือน ม.ค. 67 ได้มาขอให้ พระอาจารย์เต้ง เจ้าอาวาสวัดหนองแก้ว ปลุกเสกโฉนดที่ดินให้ขายได้

พร้อมๆ กันนั้น ยังได้ไปบนบานขอพร-โชคลาภ “เลขเด็ด” ที่วิหารหลวงปู่ใหญ่ และ โดยเฉพาะกับ ปู่ท้าวเวชสุวรรณ และ สุดอัศจรรย์ที่ดินสามารถขายได้ราคา และที่ลาภลอยคือ ถูกรางวัลที่ 1 รวมจำนวนเงิน ทั้งขายที่ดินและถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 แล้ว ได้เงินมากกว่า 80 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงาน แม้ยามดึก ประชาชนยังเดินทางมาชมคณะหมอลำดังตลอด พร้อม ๆ กับการขอพร-ขอโชคลาภเลขเด็ด! ปู่ท้าวเวชสุวรรณได้เลขธูปเสี่ยงทาย งวด 1 ก.ค. 67 นี้ “328”

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์ (แสงดาว)-ภาพ/ปราจีนบุรี

ทหารเมียนมาโหดยิงพระอาจารย์ภัตทันตะฯ‘เจ้าอาวาส’ชื่อดังมรณภาพ

มิน อ่อง หล่าย ผู้นำ รบ.ทหารเมียนมา ส่งจดหมายขอโทษ ทหารพม่ายิงพระอาจารย์ภัตทันตะฯ ‘เจ้าอาวาส’ ที่ได้รับความเคารพนับถือจากชาวเมียนมา จนมรณภาพ หลังก่อนหน้านี้ สื่อทางการพม่าโบ้ยว่าเป็นฝีมือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร

สำนักขาวต่าประเทศ รายงานเมื่อ 26 มิถุนายน 2567 ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา หรือพม่า ส่งจดหมายขอโทษต่อเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทหารเมียนมายิงพระอาจารย์ภัตทันตะ มุนินทาภิวัมสา เจ้าอาวาสวัดพุทธ อายุ 78 พรรษา ซึ่งได้รับความเคารพนับถือจากชาวเมียนมา จนมรณภาพ ขณะเดินทางโดยรถยนต์ผ่านภาคมัณฑะเลย์ ทางภาคเหนือของประเทสเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา

Myanmar junta chief apologises after security forces shoot dead prominent Buddhist abbot
การมรณภาพของพระอาจารย์ภัตทันตะ มุนินทาภิวัมสา ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส วัด Win Neinmitayon ที่ภาคพะโค สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้แก่ชาวพม่าอย่างมาก เนื่องจากเป็นพระภิกษุที่ได้รับความเคารพนับถือจากประชาชน พระอาจารย์ภัตทันตะ มุนินทาภิวัมสา เป็นพระอาจารย์สอนพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์ที่ออกมาต่อต้านคัดค้านคณะทหารนำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.พ. 2564 และใช้ความรุนแรงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเบื้องต้น สื่อทางการเมียนมาได้กล่าวโทษฝ่ายกลุ่มต่อต้านรัฐประหารว่า เป็นตัวการสังหาร พระอาจารย์ภัตทันตะ มุนินทาภิวัมสา แต่วันรุ่งขึ้น พระสงฆ์ที่เดินทางมาด้วยและอยู่ในเหตุการณ์ ยืนยันว่าทหารรัฐบาลพม่าต้องรับผิดชอบต่อการมรณภาพของพระอาจารย์ภัตทันตะฯ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียในประเทศ และทำให้รัฐบาลทหารพม่าต้องออกมาประกาศว่าจะสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทั่งในที่สุด พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ส่งจดหมายไปถึงวัดที่พระอาจารย์ภัตทันตะฯ เป็นเจ้าอาวาส มีใจความว่า ‘พวกเราเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชายาดอ ภัตทันตะฯ พวกเราขอโทษอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้’