กลิ่นหอม กลมกล่อม สุดฟิน กาแฟอเมริกาโน่ ส้มโชกุนเบตง @โกปี้ดี คาเฟ่

เมื่อเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองท้องถิ่นอย่างอำเภอเบตง จังหวัดยะลาที่อยู่ทางใต้สุดของประเทศไทย ต้องพามาหาร้านกาแฟดังย่านหน้าศาลจังหวัดเบตงที่ แน่นไปด้วยคุณภาพจริงๆร้านนี้ โกปี้ดี คาเฟ่ ร้านเล็กๆที่คุณภาพ บรรยากาศ ลงตัว ภายในร้านตกแต่งให้ดูเป็นกันเอง อบอวลไปกับบรรยากาศของกลิ่นกาแฟ สายพันธุ์อาราบิก้า พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทานกาแฟ เมนูกาแฟของทางร้านที่มีหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งแบบร้อน และแบบเย็นและที่สำคัญราคาดีเข้าถึงได้

วันนี้ได้พบกับ นายอิทธิกร เหล็มหมัน วัย 50 ปี ที่มีอาชีพเป็นครู สอนวิชาศิลปะ อยู่ที่โรงเรียน จันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์ พร้อมกับเปิดร้าน “โกปี้ดี คาเฟ่”เป็นอาชีพเสริม บอกว่า ก่อนอื่นมาเริ่มต้นที่เครื่องดื่มของทางร้านก่อน โดย เมนูที่มีลักษณะพิเศษ เริ่มต้นที่เมนูแรกและเป็นซิกเนอร์เจอร์ของทางร้านคือ โกปีดีคาเฟ่

โดยใช้วัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นเมล็ดกาแฟของทางอำเภอเบตงเองซึ่งคนในอำเภอเบตงจะเรียกว่า โกปี เลยนำเมล็ดกาแฟ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า โกปีนำมาผสมส่วนผสมที่มีอยู่ของทางร้านมาผสมให้เข้ากันจึงได้รสชาติที่แตกต่างจากโกปีเดิมๆซึ่งเป็นการที่ทำให้รสชาติไม่เหมือนเดิม และนำวัตถุดิบที่มี อยู่ในชุมชน ในตำบลในอำเภอเบตง นำมาใช้ให้เป็นเมนูซิกเนอร์เจอร์ของทางร้าน

ส่วนอีกเมนูหนึ่งก็คือ อเมริกาโน่ ส้มโชกุนเบตง ซึ่งเมล็ดกาแฟมีส่วนผสมของกาแฟแต่เป็นเมล็ดกาแฟจากทางจังหวัดเชียงรายโดยใช้ เมล็ดกาแฟ สายพันธุ์อาราบิก้า นำมาผสมกับน้ำส้มแท้ๆที่เป้นส้มโชกุนของอำเภอเบตงมาผสมให้เข้ากันก็จะได้วัตถุดิบที่มาจาก2พื้นที่คือเมล็ดกาแฟจากทางภาคเหนือสายพันธุ์อาราบิก้า และส้มโชกุนจากทางภาคใต้ของเราก็เป็นเมนู อเมริกาโน่ ส้มโชกุนเบตง

ส่วนรสขาติของโกปีดีคาเฟ่ จะได้รสชาติเป็นโกปีซึ่งเป็นโกปีพื้นถิ่นของเบตงมีกลิ่นไอของโกปี เพราะมีส่วนผสมของเมล็ดกาแฟของเบตง โดยจะมีการคั่วผสมน้ำตาลในตอนคั่วเมล็ดกาแฟ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางภาคใต้ได้กลิ่นโกปี และความหอมของกาแฟคั่วนำมาผสมกับคาราเมล ทำให้มีความหอม หวาน ของคาราเมล หรือโกปีนม

ส่วนเมนูที่ 2 เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพเพราะว่าเป็นกาแฟอาราบิก้าผสมกับน้ำส้มโชกุนแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมจากไซรัป น้ำเชื่อม มาผสมเลย ทำให้รสชาติออกมาในแนวของกาแฟค่อนข้างมีความหอมของเมล็ดกาแฟ อาราบิก้า ผสมกับน้ำส้มโชกุนเบตง ที่มีรสขาติหวาน อมเปรี้ยว แต่ว่ากาแฟส้มโชกุนเบตง จะมีรสชาติไม่เหมือนกัน เพราะผลส้มที่นำมาเป็นผลส้มโชกุนแท้ แต่ละรอบรสชาติจะแตกต่างกัน

ส่วนรายได้มาจากการขายโกปี้ดีคาเฟ่ในราคาแก้วละ 60 บาทและกาแฟอเมริกาโน่ส้มโชกุนเบตงแก้วละ 50 บาทซึ่งในแต่ละวันขายได้กว่า100 แก้วก็พอใจแล้ว เดิมทีเป็นข้าราชการครู เริ่มต้นที่อยู่ในช่วงโควิด ที่มีการสอนออนไลน์ในระหว่างที่ว่างจากการสอนออนไลน์โดยผมเป็นคนชอบทานกาแฟอยู่แล้วก็เลยมีแนวคิดว่าในช่วงโควิดควรทำอะไรเพื่อให้เกิดรายได้ก็เลยเกิดไอเดียทำกาแฟขึ้นมา โดยเริ่มต้นจากรถเข็นก่อน หลังจากรถเข็นก็มาเป็นร้าน

ในส่วนของการบริหารจัดการ เริ่มต้นได้นักเรียนที่เรียนอยู่กับผมมาช่วยงานที่ร้านหลังจากนั้นผมก็ได้ถ่ายทอด สูตรกาแฟให้เขาไป ในส่วนวันเสาร์-อาทิคย์ผมจะมาทำเอง มาควบคุมเองทุกอย่างแต่วันจันทร์ ถึงศุกร์ ให้ลูกศิษย์ได้ทำไป

ซึ่งในช่วงเริ่มต้นวันจันทร์ ถึงศุกร์ ผมไม่มีกาแฟขายเป็นเมนูน้ำหวานล้วนๆต่อมาในช่วงหลังๆบรรดาลูกศิษย์ที่เคยถ่ายทอดวิชา การทำกาแฟจนมีความชำนาญแล้วก็เลยให้ลูกศิษย์ทยอยทำ เมนูที่มีขั้นตอนละเอียดมากขึ้นจนมาเป็นโกปีดีคาเฟ่ในปัจจุบัน เมื่อได้ลิ้มลองแล้วบอกเลยมีที่นี่ที่เดียวถามว่า“อร่อยมั้ย” ตอบเลยว่า “อร่อย”

ร้านกาแฟดีคาเฟ่ พิกัด หน้าศาลจังหวัดเบตง ห่างจากหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตงมาประมาณ 300 เมตร ที่นั่งมีทั้งแบบภายในร้าน แอร์เย็นๆสบายๆและมีจุดชาร์จแบต ห้องน้ำสะอาด และแบบโอเพ่น บรรยากาศโล่งโปร่งสบายๆ เอาใจสายชิลล์เปิด 9 โมง ถึง 6 โมงครึ่ง เสาร์-อาทิตย์ เปิด 10 โมงครึ่งโทร.สอบถามได้ที่ 062-2625931

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

สุดอลังการ ขบวนพาเหรด Phuket Pride Parade Patong

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายเฉลิมศักดิ์ มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นายศุภกร สุวรรณ์ ประธานกลุ่มอันดามันพาวเวอร์ ภูเก็ต ร่วมเดินขบวน Phuket Pride Parade Patong 2024 พร้อมขบวน Miss Queen Andaman Power 2024 และ Drag Queen of Pride 2024 ขบวนทีมกรมประชาสัมพันธ์ จาก 14 จังหวัดภาคใต้ ขบวนจากหน่วยภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ป่าตอง รวมเดินขบวนตั้งแต่ถนนหน้าโรงแรมดวงจิตต์รีสอร์ท ผ่านซอยบางลา สู่ลานเดอะเบย์ อารีน่า ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต  อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

จากนั้น เปิดงานเพื่อเฉลิมฉลองความเท่าเทียมของชาว LGBTQI+ ที่ขบวนพาเหรดสุดอลังการที่มีผู้เข้าร่วมขบวนกว่า 3,000 คน จากกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ทุกช่วงวัย ด้วยชุดสีสันสดใส ชุดขนนก ขบวนบุปผชาติ ทีมโชว์ร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ “Pride Month”  ถือเป็นภาพที่ประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงการผลักดันความเท่าเทียมทางเพศ ทำให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นในประเทศไทย

ข่าว/ภาพ : อชัถยา ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต

เปิดสวนทุเรียน ชิม ช้อป “ทุเรียนทับทิมทอง”GI ปราจีนบุรี สดจากต้น

“ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี”เป็น “คำขวัญ” แสดงถึงเอกลักษณ์ความโดดเด่น หรือ ของดี ของ จ.ปราจีนบุรี ให้ผู้คนที่มาท่องเที่ยวไป–มาผ่านปราจีนบุรี ได้ทราบข้อมูลเป็นเบื้องต้น โดยเฉพาะในฤดูผลไม้ลือเลื่องนี้ “ทุเรียนGI.ปราจีนบุรี” (ทุเรียน GI” ทุเรียนขึ้นชื่อประจำแต่ละท้องถิ่น ที่ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ซึ่งทุเรียนในแต่ละแหล่งก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และรสชาติดีอร่อยถูกใจ ) หลายสายพันธุ์ ทั้ง หมอนทอง ,ก้านยาว ,ชะนี จัดอยู่ในผลไม้อันดับต้นของประเทศที่นักชิมทุเรียนไม่พลาด!

แต่ในตอนนี้วงการทุเรียนต้องหันจับตามมอง และ ต้องลุ้นว่า ใน 1 ปี ต้องหาชิมให้ได้ นั้นคือ “ทุเรียนGI.ปราจีนบุรี สายพันธุ์ใหม่…พันธุ์ทับทิมทอง” ที่กำลังมาแรง-ฮอตสุดๆ! ในสวนทุเรียนที่ปลูก ปรากฏว่าถูกจองหมดเกลี้ยงสวน จนเหล่าผู้บริโภค “คอทุเรียน” หมดโอกาสชิม…

วันนี้ จึงพามาที่สวนทุเรียนเก่าแก่ อายุต้นพันธุ์ทุเรียนมากกว่า 65 ปี มีผสมผสานกับทุเรียนที่ปลูกแซมใหม่ บนเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ ปลูกผลไม้ผสมผสาน แต่ ผลไม้หลักคือพันธุ์ทุเรียนGI.ปราจีนบุรีหลากหลาย ที่ต้นพันธุ์เก่าแก่ยังคงอนุรักษ์ไว้ขนาดต้นใหญ่ 2 คนโอบ สูงร่วม 20 เมตรเศษ แต่ ยังคงให้ผลผลิต มาที่สวนของ อ.เมืองปราจีนบุรี อาจารย์จุมพจน์ ศรีโสภา อายุ 75 ปี อดีตครูฝ่ายปกครองโรงเรียนประจำจังหวัด(หญิง)ปราจีนกัลยาณี (ปกณ.) เลขที่ 56 หมู่ 3 ต.ไม้เค็ด จ.ปราจีนบุรี ปลูกทุเรียนหลากหลายทั้ง หมอนทอง ,ก้านยาว,ชะนี และ ที่โดดเด่นกำลังฮอต! มาแรงสุด ที่ในบรรดานักชิมทุเรียนต้องลอง และขวนขวายชิม!ให้ได้ใน 1 ปี คือทุเรียนสายพันธุ์ใหม่ … “ทุเรียนสายพันธุ์ทับทิมทอง” …

อาจารย์จุมพจน์ เล่าว่า “ทุเรียนสายพันธุ์ทับทิมทอง” เป็นทุเรียนสายพันธุ์ใหม่สุดอร่อย! เกิดจากการผสมพันธุ์ในเขตพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี โดยเอาพันธุ์ทุเรียนก้านยาวมาผสมพันธุ์กันกับทุเรียนพันธุ์ชะนี ออกลูกมาทุเรียนสายพันธุ์ใหม่ … “ทุเรียนสายพันธุ์ทับทิมทอง” … โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ทำวิจัยให้ เบื้องต้นจากทำการตรวจดีเอ็นเอ.ทุเรียนGI.ปราจีนบุรีสายพันธุ์ต่าง ๆ แต่เลือกเอาพันธุ์ทุเรียนก้านยาวมาผสมพันธุ์กันกับทุเรียนพันธุ์ชะนี นำลักษณะเด่นทั้ง 2สายพันธุ์มาผสมข้ามสายพันธุ์เป็น พันธุ์ทับทิมทอง

โดยเอกลักษณ์พันธุ์ทับทิมทองที่ได้ คือ เนื้อทุเรียนจะแห้ง มีสีเหลืองเข้ม – สีทอง เนื้อทุเรียนละเอียด รสชาติหวานมันแห้ง กลิ่นไม่ฉุน ขนาดแตกแล้วยังอร่อย จึงได้อนุรักษ์พันธุ์พืชประจำจังหวัด ยื่นเรื่องทุเรียนGI.ปราจีนบุรีผ่านไปแล้ว

ที่สวนตนเองตอนนี้ ปลูกพันธุ์ทับทิมทอง รวม จำนวน 100 กว่าต้น ซึ่งไม่มาก เนื่องจากพันธุ์ทับทิมทองปลูกยาก โตช้ากว่าทุเรียนสายพันธุ์อื่น ๆกว่าจะเป็นลูก “ทับทิมทอง” กว่าจะเป็นลูกให้ผลผลิตใช้เวลานานถึง 6 ปี ขยายพันธุ์ยากไม่ออก เพระเปลือกหนาเวลาขยายพันธุ์ในการเสียบกิ่งพันธุ์นั้นแทบไม่ติดเลย แม้จะปลูกได้มานานกว่า 50ปีแล้ว แต่ขยายพันธุ์ยาก และในการปลูก เพื่อให้สามารถหมุนเวียนรายได้ต้องอาศัยปลูกแซมกับทุเรียนพันธุ์อื่น อาทิ หมอนทองที่ 4 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว ในการไม่ให้เงินในการลุงทุนจมอยู่กับทุเรียนสายพันธุ์เดียว

และ เมื่อให้ผลผลิตแล้ว ราคาขาย ทุเรียนรสเด็ด!สายพันธุ์ใหม่ “พันธุ์ทับทิมทอง” ขายได้ทันทีหมดเกลี้ยงสวน ราคาขาย ลูกใหญ่ 450บาท , ราคาขายลูกเล็กราคา 200บาท ขึ้นไป และหากไม่สั่งจองไว้ก่อน ลูกค้าไม่สามารถหารับประทานได้เลยเพราะหมดก่อน โดยลูกค้า นักบริโภคทุเรียนเมื่อชิม-ลิ้มรสแล้วจะบอกต่อ ๆ กันไป อาจารย์จุมพจน์ กล่าว

สำหรับที่สวนตนเองนั้นเริ่มปลูกทุเรียนมานานมากเกินกว่า 65 ปีแล้ว โดยได้สายพันธุ์ทุเรียนมาจาก จ.นนทบุรี ปัจจุบันยังคงอนุรักษ์ต้นพันธุ์ดั้งเดิมไว้ต้นขนาดใหญ่กว่า 2 คนโอบ ทั้งพันธุ์หมอนทอง ,พันธุ์ก้านยาว ,พันธุ์ชะนี นอกจากทุเรียนในสวนมีผลไม้อื่น ๆ อาทิ มังคุด ตลอดรวมถึงพืชผักสวนครัว พืชปกคลุมดิน แหล่งน้ำ การใช้ระบบน้ำแบบสตริงเกอร์ตามช่วงเวลาการเปิดรับอาหาร – น้ำให้พอเพียง

การตลาดเปิดขายเองที่สวน โดยแม่ค้าจากในและต่างจังหวัดมารับซื้อ พร้อมกับขายผ่านระบบการตลาดสมัยใหม่ทางเว็ปไซต์-อินเตอร์เน็ตที่มีบุตรสาวคอยมาช่วยเหลือ – ให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมกับเป็นแหล่งทางวิชาการด้านการเกษตรในการให้นักวิชาการการเกสรและชาวสวนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูล-วิจัย และ ให้เกษตรกร และ นักทองเที่ยวได้มาเยี่ยมชมสวนได้ตลอดสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 085-2788153

โดย… มานิตย์ สนับบุญ–ข่าว / ณัฐนันท์ –ภาพ/ปราจีนบุรี

ทะเลคลั่งกลืนชีวิตหมุ่นมะกันต่อหน้าลูกเมีย หลังลงเล่นน้ำหาดในหาน

คลื่นลมแรงบริเวณหาดในหาน อ.เมืองภูเก็ต ซัดนักท่องเที่ยวชาวมะกัน จมหายต่อหน้าครอบครัวที่ลงเล่นน้ำพร้อมกัน โดยเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดลงช่วยลูกชายวัย 3 ขวบไว้ได้ ส่วนภรรยาชาวไทยสามารถช่วยตัวเองกลับขึ้นฝั่งได้

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 มิ.ย.67 จนท.ตำรวจ สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งว่า มีคนจมน้ำบริเวณหาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วย หลังรับแจ้งจึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ เข้าตรวจสอบและทำการค้นหา 

 ด้าน นายอรุณ โสฬส นายกเทศบาลตำบลราไวย์ เผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ได้มีครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ซึ่งมีภรรยาเป็นคนไทย และลูกชายวัย 3 ขวบ ไปเล่นน้ำที่หาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ต่อมาโดนกระแสน้ำลากตัวไปในทะเล ฝ่ายภรรยาชาวไทยสามารถพาตัวเองกลับขึ้นฝั่งได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดลงช่วยลูกชายวัย 3 ขวบ กลับฝั่งได้ ส่วนชายชาวอเมริกันได้โดนคลื่นซัดจมหาย ขณะที่ทีมนักประดาน้ำมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้ลงค้นหา แต่ยังไม่สามารถค้นหาเจอ เนื่องจากวันนี้สภาพอากาศคลื่นลมแรง      

ต่อมา เมื่อเวลา 20.30 น. วันเดียวกัน ชุดปฏิบัติการใต้น้ำของมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตได้ยกเลิกการดำน้ำค้นหานักท่องเที่ยวที่สูญหาย เนื่องจากคลื่นลมแรงไม่สามารถดำน้ำได้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จึงขอยกเลิกการปฏิบัติงานในค่ำคืนนี้. 

ส.ต.อ.ปืนโหดยิงหนุ่มเมียนมาดับนอนคุกคืนแรกเครียดจัด

จากกรณี ส.ต.อ.วีระพงษ์ บัวเย็น อายุ 34 ปี สิบเวร สภ.พระยืน จ.ขอนแก่น ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิง นาย จอ ชอ อ่อง อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมาร์ เสียชีวิตขณะนอนรอการรักษาที่ อาคารศัลยกรรมระบบปัสสาวะ ชั้น 5 อาคาร 6 รพ.ขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวได้ไปสังเกตุบรรยากาศ ที่ห้องควบคุมสภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่คุมขัง ส.ต.อ.วีระพงษ์ จากการสอบถามสิบเวรสภ.เมืองขอนแก่น ทราบว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา พ่อและแม่ของส.ต.อ.วีระพงษ์ ได้นำอาหารน้ำและยารักษาโรคประจำตัว มาเยี่ยมลูกชาย ใช้เวลาพูดคุยกันและเยี่ยม 10 นาที จากนั้นก็เดินทางกลับ และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส.ต.อ.วีระพงษ์ มีความเครียด และนอนไม่หลับทั้งคืน

พ.ต.อ.ยศวัจน์ สืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า หลังควบคุมตัวผู้ต้องหามาคุมขังที่สภ.เมืองขอนแก่น ก็จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. เนื่องจาก ผู้ต้องหาเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อาจมีอาการอื่นๆตามมา จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและให้สิบเวรยามคอยทักทาย เพื่อคลายความเครียดให้ผู้ต้องหา

” พบว่ามีอาการเครียด ที่อยู่ในสภาพนิ่งเฉย และในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ ( 10 มิ.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น จะได้นำตัว ส.ต.อ.วีระพงษ์ ผู้ต้องหาในคดี ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย ฝากขังศาลจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอนต่อไป”

‘ดร.ก้องหล้า’บิ๊กบอส ‘ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์’รับวุฒิบัตรสำเร็จอบรมหลักสูตร ‘สวปอ.มส.SML’รุ่นที่ 5

ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ จาก ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ขึ้นรับวุฒิบัตรผู้สำเร็จการอบรม หลักสูตรผู้บริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง (สวปอ.มส.SML) รุ่นที่ 5 จากสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระราชูปถัมภ์

พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด / นายกสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีปิดการอบรม และแถลงผลงานวิชาการกลุ่ม หลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง (สวปอ.มส.SML) รุ่นที่ 5 จำนวน 239 คน ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา

หลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง ( สวปอ.มส.SML)โดยมี พลเอก อรรถนพ ลาภชุ่มศรี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหลักสูตร เป็นหลักสูตรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ร่วมกัน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงแห่งชาติ การเสริมสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์ การประเมินสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยตลอดห้วงการเรียนการสอน นักศึกษาได้รับทราบถึงแนวทางในการเสริมสร้างทักษะเพื่อการเป็นผู้นำระดับสูง มีจิตสำนึกในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ มีความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนร่วมกันเป็นพลังในการสรรค์สร้างสังคมและประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง


ในการอบรมหลักสูตรหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง ( สวปอ.มส.SML) รุ่นที่ 5 ครั้งนี้ ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร จากบริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้เข้าอบรม โดย บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้ดำเนินธุรกิจด้านบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่ดำเนินนโยบายในการ คืนคนดีสู่สังคม คืนคนรักสู่ครอบครัว เป็นภาคเอกชนที่มีความมุ่งมั่นมีความเข้าใจ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะได้นำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรม ไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม

​ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมเป็นผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง ( สวปอ.มส.SML) ของ สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรในพระราชูปถัมภ์ ในครั้งนี้ว่า “ ผมภาคภูมิใจ ที่ได้เข้ามาร่วมการอบรม และจบหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง(สวปอ.มส.SML) ในรุ่นที่ 5 ของ สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรในพระราชูปถัมภ์ ในครั้งนี้มากครับ เพราะว่า บ.ภูฟ้าฯของเรามุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติมานานแล้วครับ

“ถึงแม้เราจะเป็นภาคเอกชน แต่งานของภูฟ้าฯคือ เป็นสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่มุ่งมั่นในการคืนคนดีสู่สังคม คืนคนรักสู่ครอบครัว ภูฟ้าฯเรา มีหลักในการทำงานว่า การช่วยให้เขาเลิกยาเสพติดได้ก็แค่ทำให้ร่างกายดีขึ้น แต่เราต้องมาร่วมปรับด้านความคิดและพฤติกรรมของสังคม สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และมีผลต่อผู้เลิกยาเสพติด การได้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรนี้ คือแนวทางในการเสริมสร้างทักษะเพื่อการเป็นผู้นำระดับสูง มีจิตสำนึกในการรักษาความมั่นคงของชาติ มีความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เราสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเป็นพลังในการสรรค์สร้างสังคมและประเทศชาติต่อไปครับ” ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ กล่าว

สำหรับการอบรมหลักสูตรหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง ( สวปอ.มส.SML) รุ่นที่ 5 นี้ หลักสูตรจะมีการแยกเป็นแบบหมู่ลูกเสือ เช่น หมู่ช้าง หมู่สิงโต วัว เสือ นกเค้าแมว นกหัวขวาน ไก่ฟ้า และนกยูง ซึ่ง ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร จากบริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ อยู่ในหมู่ช้าง และ ดร.ญดา ถาวร ภูวดลอานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งได้ผ่านการอบรมหลักสูตร (สวปอ.มส. SML) รุ่นที่ 4 มาแล้ว ยังได้เข้าร่วมเป็นอาจารย์ผู้ช่วยที่ปรึกษา ของหมู่นกยูง SML รุ่นที่ 5 ในครั้งนี้ด้วย

เชียร์ ลุ้น ไปด้วยกัน ตั้งจอยักษ์หน้าราชมังฯ “ไทย” VS “สิงคโปร์” นัดชี้ชะตาคัดบอลโลก

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ “มาดามแป้ง” จัดให้ ตั้งจอยักษ์ให้แฟน “ช้างศึก” เชียร์ไทยดวล “สิงคโปร์”คัดบอลโลก หลังแฟนคลั่งแห่จองตั่วเต็มความจุสนามราชมังคลากีฬาสถาน

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยืนยันเตรียมติดตั้งจอยักษ์บริเวณหน้าสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อให้แฟนบอลลุ้น ทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 18 ทีมสุดท้าย ไปพร้อมกัน ในเกมชี้ชะตา เปิดบ้านพบกับ สิงคโปร์ วันที่ 11 มิถุนายนนี้

ทัพช้างศึก ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นผ่านเข้าสู่ คัดบอลโลก 2026 รอบ 18 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย หลังบุกไปเก็บ 1 แต้มสำคัญ จาก จีน และ ปัจจุบัน กระแส ทีมชาติไทย ยังคึกคักต่อเนื่อง โดยบัตรเข้าชมการแข่งขันถูกจำหน่ายหมดทุกที่นั่งแล้ว บนความจุ 48,900 คน

“มาดามแป้ง“ กล่าวว่า “ในฐานะคนไทย เหมือนกัน แป้ง อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับเกมนัดนี้มากที่สุด เพราะเป็นนัดสำคัญ เป็นโอกาสสุดท้ายของ ทีมชาติไทย ที่จะตัดสินว่าเราจะได้ไปต่อในเส้นทาง ฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่ แน่นอนว่าแม้เงื่อนไข ตอนนี้จะไม่ง่าย เพราะต้องลุ้นผลอีกคู่ ระหว่าง จีน พบกับ เกาหลีใต้ ด้วย แต่ แป้ง เชื่อเสมอว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าคนไทยทุกคน มารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน หวังว่าบริเวณจอยักษ์ เราจะเห็นภาพคนไทย มารวมตัวกันมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะภาพเหล่านี้จะสะท้อน และ เปลี่ยนเป็นพลังสำคัญให้ ทีมชาติไทย อีกหนึ่งทาง”

สำหรับ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียมเปิดบ้านพบกับ “แข้งแดนลอดช่อง” ทีมชาติสิงคโปร์ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 6 ในวันที่ 11 มิ.ย. 2567 เวลา 19.30 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32

ทัพอิสราเอลบุกช่วยตัวประกัน 4 รายสำเร็จ ปาเลสไตน์โวยทำคนตาย 210 ศพ

กองทัพอิสราเอลบุกช่วยตัวประกันได้ 4 ราย ในปฏิบัติการพิเศษที่ค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัตในกาซา ขณะที่ปาเลสไตน์อ้างว่า ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 210 ศพ บาดเจ็บอีกหลายร้อยราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมือที่ 8 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมาว่า กองทัพอิสราเอลมีปฏิบัติการพิเศษที่ค่ายผู้ลี้ภัย ‘นูเซรัต’ ในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซา และสามารถช่วยเหลือตัวประกัน 4 คนที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปจากงานเทศกาลดนตรี ‘โนวา’ (Nova) ระหว่างการโจมตีครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว

นายอันเดรย์ คอซลอฟ เดินทางถึงเมืองรามัต กัน เพื่อตรวจร่างกาย

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ตัวประกันทั้ง 4 รายได้แก่ โนอา อาร์กามานี, อัลม็อก เมียร์ จาน,อันเดรย์ คอซลอฟ และชโลมี ซิฟ ได้รับความช่วยเหลือโดยกองกำลังพิเศษ, หน่วยข่าวกรอง และกองทัพอิสราเอล จากสถานที่ 2 แห่งในค่ายนูเซรัต

.“พวกเขาอยู่ในสภาพที่ดีทางการแพทย์ และตอนนี้กำลังถูกส่งตัวไปยังศูนย์การแพทย์ เชบา ในย่านเทล-ฮาโชเมอร์ เพื่อตรวจสอบทางการแพทย์เพิ่มเติม ตำรวจอิสราเอล 1 นาย จากหน่วยพิเศษต่อต้านการก่อการร้าย เสียชีวิตระหว่างร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย”

น.ส.โนอา อาร์กามานี ได้พบกับครอบครัวอีกครั้ง หลังจากได้รับความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ข่าวการช่วยเหลือตั้วประกันดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากกองทัพอิสราเอลระบุว่า พวกเขากำลังมีปฏิบัติการทางทหารที่ค่ายนูเซรัต และพื้นที่อื่นๆ ในภาคกลางของฉนวนกาซา ซึ่งมีรายงานว่าถูกการโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่ถล่มอย่างหนัก

ขณะสำนักงานฝ่ายสื่อของรัฐบาลปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ออกมากล่าวหาว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 210 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 400 คน โดยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกส่งไปยังโรงพยาบาล 2 แห่งได้แก่ โรงพยาบาล อัล-ออว์ดา ในนูเซรัต กับโรงพยาบาล อัล-อักซา ในเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์

นายอัลม็อก เมียร์ จาน สวมกอดผู้เป็นมารดาหลังได้รับอิสรภาพ

นายไนดาล อับโด หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เขากำลังซื้อของในนูเซรัต ในวันเสาร์ ก่อนที่การโจมตีปูพรมอย่างบ้าคลั่งจะเกิดขึ้น “มีเด็กๆ ตายเกลื่อนถนน พวกเขากวาดล้างนูเซรัต นี่มันคือนรกบนดิน”

ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์โจมตีปฏิบัติการช่วยเหลือของอิสราเอลว่าเป็น “อาชญากรรมอันชั่วร้าย” และว่ากองทัพอิสราเอลก่อเหตุสังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์

ชโลมี ซิฟ พูดคุยกับครอบครัวที่โรงพยาบาลในเมืองรามัต กัน

ไทย-ลาว เปิดเดินรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์– เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เต็มรูปแบบก.ค.นี้

การรถไฟฯ ร่วมประชุม รัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเดินรถสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เดือนก.ค.นี้

นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางไปร่วมประชุมกับ Mr.DaochindaSIHARATH Managing Director of LAO NATIONAL RAILWAYS (รัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเดินขบวนรถระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ที่มีกำหนดเปิดให้บริการเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็นการขยายความร่วมมือในการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน และขนส่งสินค้าของทั้งสองประเทศ ตลอดจนยกระดับระบบโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางตามนโยบาย IGNITE THAILAND ของรัฐบาล

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การเดินทางไปร่วมประชุม ของนายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการการรถไฟฯ และคณะผู้แทนการรถไฟฯ กับรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเดินขบวนรถระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ที่ต้องการให้การรถไฟฯ มีการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในทุกด้านๆ ก่อนที่จะมีเปิดให้บริการเดินรถเต็มรูปแบบในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้  

ทั้งนี้ ในการหารือระหว่างการรถไฟฯ กับรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาวได้มุ่งเน้นประเด็นหารือใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.แผนการเปิดเดินรถระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุดรธานี –หนองคาย – เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) รวมถึง แผนการทดลองเดินรถเสมือนจริง ซึ่งกำหนดไว้ในระหว่างวันที่ 13 -14 กรกฎาคม 2567 2.แผนพัฒนาตลาดด้านการท่องเที่ยว 3.แผนการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และ 4. การเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าระหว่าง ไทย – ลาว- จีน โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อหารือด้านการขนส่งสินค้าข้ามแดน/ผ่านแดนระหว่างประเทศ ซึ่งการรถไฟฯ ได้ให้ความช่วยเหลือในการให้ความรู้ในการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาวในด้านปฏิบัติการเดินรถมาโดยตลอด ทั้งด้านพนักงานขับรถ พนักงานสถานี และพนักงานขายตั๋ว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังได้ร่วมมือกันทำการทดลองและทดสอบการเดินขบวนรถไฟระหว่างสถานีอุดรธานี-สถานีหนองคาย-สถานีท่านาแล้ง-สถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) แล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 โดยผลการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอุปสรรคในการเดินรถใดๆ  
 
นายเอกรัช กล่าวว่า การเปิดเดินขบวนรถระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุดรธานี – หนองคาย – เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ในครั้งนี้ จึงนับเป็นการขยายความร่วมมือครั้งสำคัญของทั้ง 2 ประเทศ  จากปัจจุบันที่สามารถเปิดเดินรถถึงสถานีท่านาแล้ง (สปป. ลาว) และเมื่อสามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบจนถึงสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) จะก่อให้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวอย่างมหาศาล โดยสามารถรับส่งผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน มาลงยังสนามบินอุดรธานี เพื่อเดินทางต่อเข้าไปนครหลวงเวียงจันทน์ได้ โดยไม่ต้องต่อรถโดยสารอื่น ซึ่งเป็นการยกระดับระบบโลจิสติกส์ของทั้งสองประเทศ สอดคล้องกับนโยบาย IGNITE THAILAND ของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว  และโลจิสติสก์ของภูมิภาคอีกด้วย

เอาจริง!ขอนแก่นลั่นลุยล้างบางยาเสพติดให้สิ้นซาก

ขอนแก่นนำฝ่ายปกครองสนธิกำลังตำรวจ ร่วมปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252” จับกุมผู้เสพ 49 คน ผู้ค้า 18 คน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จังหวัดขอนแก่น ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ผ่านมาได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการเข้มงวดกวดขัน เกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ล่าสุดตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายประจวบ รักแพทย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น สนธิกำลังกับ พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้แทนสำนักงาน ปปส. ภาค 4 ร่วมปฏิบัติการเร่งรัดป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระยะเร่งด่วน ตามนโยบายรัฐบาลและตามที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนดให้ จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่เป้าหมายดำเนินการใน 25 จังหวัดเร่งด่วน โดยปฏิบัติการภายใต้ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252”

นายไกรสร กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือร่วมใจกันของจังหวัดขอนแก่น สถานีตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในการร่วมปฏิบัติการพิเศษ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้ เริ่มต้นจากการปล่อยแถวกำลังพลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามแนวทางการปราบปรามนักค้ายาเสพติด และยึด อายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด และดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายตามบัญชีรายชื่อผู้ค้ายาเสพติดจากการ Re X-ray ณ สถานีตำรวจภูธรหนองเรือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

หลังจากนั้นได้ปฏิบัติการต่อโดยทันที โดยการเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติดในพื้นที่ ณ บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระยะเร่งด่วน 3 เดือน ซึ่งเป็นปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมบุคคลตามหมายจับ และยึด อายัดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัดในพื้นที่ 26 อำเภอ 30 สภ. ในจังหวัดขอนแก่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงผลการปฏิบัติการดังกล่าวว่า มีเป้าหมายที่ดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 84 เป้าหมาย จับกุมผู้เสพ 49 คน ผู้ค้า 18 คน และผู้ต้องหาครอบครองปืนผิดกฎหมาย 2 คน สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดได้จำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 2,618 เม็ด และ ไอซ์ 1.56 กรัม ปิดท้ายด้วยการ ยึด อายัดทรัพย์สิน ประกอบด้วย รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน รวมมูลค่าประมาณ 620,000 บาท ในส่วนของผู้กระทำผิดได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ผู้เสพ นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการคัดกรองและบำบัดรักษา และนำเข้าสู่ศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด (CI) ณ กองร้อย อส. ของทุกอำเภอ ก่อนที่จะส่งตัวกลับสู่ชุมชนและครอบครัว ซึ่งจังหวัดขอนแก่นจะได้รายงานผลการดำเนินงานเพื่อโปรดทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนกว่าปฎิบัติการจะเสร็จสิ้น

นายไกรสร กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งมั่นในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง และขอกำชับให้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เร่งยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนเสาะหาสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข มีชุมชนที่น่าอยู่ มีสังคมที่มีความสุข บ้านเมืองมีความมั่นคงสงบเรียบร้อย ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปลอดจากสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูล หรือ ร้องเรียน ร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง