ป.ป.ส. บุกรวบนักค้ายาเสพติดรายสำคัญชาวเวียดนาม หนีกบดานในไทย

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ณ สำนักงาน ป.ป.ส. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปฏิบัติราชการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.ตม.1 แถลงการจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญของเวียดนาม MR.NGUYEN TUAN THANH (นายเหงียน ตวน ถัด) ที่หลบหนีหมายจับมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้ที่คอนโดหรูกลางกรุงเทพมหานคร โดยเป็นความร่วมมือของ สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ กรมตำรวจต่อสู้ยาเสพติด กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ (Counter Narcotics Police Department, Ministry of Public Security) 

 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานจากกรมตำรวจต่อสู้ยาเสพติด กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ (Counter Narcotics Police Department, Ministry of Public Security)  ให้ติดตามหานักค้ายาเสพติดรายสำคัญของเวียดนาม คือ MR.NGUYEN TUAN THANH ที่ได้หลบหนีมาอยู่ในไทย ซึ่งผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์ในการสั่งการให้บุคคลในเครือข่ายผลิตยาเสพติด และใช้ภรรยาในการดูแลเรื่องธุรกรรมการเงิน  

 โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกันยายน พ.ศ. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครฮานอย ได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย พร้อมของกลาง หญ้าแห้งชุบสารเสพติด ADB-Butinaca (สารคานาบินอยด์สังเคราะห์ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดไทยถือเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1) จำนวน 200 กิโลกรัม โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 รายให้การ เชื่อมโยงถึงผู้สั่งการ คือ  MR.NGUYEN TUAN THANH เมื่อสืบสวนเพิ่มเติมยังพบว่า ภรรยา Miss DINH NGOC THANH HA  นั้นมีพฤติการณ์ ช่วยเหลือ และทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ และมีประวัติเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย ในช่วงเดือนเมษายน 2567

 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ กล่าวอีกว่า หลังสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานจากทางการเวียดนาม ตนได้สั่งการให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ติดตามสืบสวน โดยร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขยายผลสืบสวนเพิ่มเติม พบว่า MR.NGUYEN TUAN THANH  ใช้วีซ่า ประเภททำงานในประเทศไทย สำนักงาน ป.ป.ส. จึงเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว กระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบบุคคลตามหมายจับ ที่พักอาศัย รวมทั้งพบว่าบุคคลตามหมายจับไม่ได้ประกอบอาชีพตามที่ระบุไว้ในวีซ่า ประกอบกับเป็นบุคคลต่างด้าวได้อยู่ในราชอาณาจักรโดยขัดต่อหลักเกณฑ์ใน

 การขออยู่ต่อเนื่องจากขออยู่ต่อเพื่อเป็นแรงงานกรรมกร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงดำเนินการยกเลิกวีซ่าทันที และในวันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. จึงร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ เจ้าหน้าที่กรมตำรวจต่อสู้ยาเสพติดเวียดนาม วางแผนเพื่อดำเนินการจับกุม MR.NGUYEN TUAN THANH (บุคคลตามหมายจับเวียดนาม) ได้ในเวลาต่อมา 

 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำหนดให้การดำเนินมาตรการต่างประเทศเชิงรุกในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นซึ่งจะทำให้ประสานงานเพื่อขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่มักมีพฤติกรรมในการหลบหนีหมายจับไปยังประเทศต่างๆ เช่นในกรณีนี้ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การช่วยเหลือทั้งในเชิงข้อมูลการข่าวและการร่วมปฏิบัติการจึงต้องมีอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมมือกันสร้างบรรทัดฐานการปราบปรามยาเสพติดที่เข้มแข็งและแก้ไขสถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาคให้ดีขึ้น”

ตำรวจลุยกวาดล้างรอบ 2 ร้านจำหน่ายลูกโป่งก๊าซหัวเราะย่านข้าวสาร

กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สว.กก.1 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 19 ราย ได้แก่ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน


1. ความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 12 ข้อหา “ผลิต ขาย ยา โดยไม่ได้รับอนุญาต” จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่นำมาใช้เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” การอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอนต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
3. พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มีบทลงโทษตามมาตรา 101 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2561”


พร้อมยึดของกลาง รวมจำนวน 9 รายการ ประกอบด้วย 1. ลูกโป่งบรรจุก๊าซไนตรัสออกไซด์ จำนวน 1 ลูก 2. ป้ายโฆษณาขายลูกโป่งบรรจุก๊าซไนตรัสออกไซด์ จำนวน 1 แผ่น 3. หลอดบรรจุก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่ใช้แล้ว จำนวน 19 หลอด
4. ผลิตภัณฑ์ไนตรัสออกไซด์ กล่องสีแดง จำนวน 12 กล่อง (1 กล่องบรรจุ ผลิตภัณฑ์ 10 หลอด) 5. ผลิตภัณฑ์ไนทรัสออกไซด์ กล่องสีเหลือง จำนวน 20 กล่อง (1 กล่องบรรจุ ผลิตภัณฑ์ 10 หลอด) 6. กระบอกสำหรับฉีดฉีดก๊าซไนทรัสออกไซด์ จำนวน 2 กระบอก 7. กระบอกสำหรับฉีดฉีดก๊าซไนทรัสออกไซด์ จำนวน 1 กระบอก 8. ลูกโป่งที่ยังไม่ได้ใช้ จำนวน 2,730 ชิ้น 9. ธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับละ 100 บาท จำนวน 1 ฉบับ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากช่วงประมาณเดือน ก.พ. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กก.1 บก.ปคม.,กก.4 บก.ปคบ., สน.ชนะสงคราม และ อย. ได้ทำการกวาดล้างจับกุม ผู้ลักลอบจำหน่ายลูกโป่งแก๊สหัวเราะ ที่นำมาจำหน่ายให้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ถนนข้าวสาร จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 13 ราย ยึดของกลางมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ภายหลังจากมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)และ อย. ได้ลงพื้นที่ถนนข้าวสารตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายลูกโป่งก๊าซหัวเราะอย่างต่อเนื่อง จนพบว่าปัจจุบัน มีผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณถนนข้าวสารใช้วิธีการหลบเลี่ยงปรับเปลี่ยนวิธีการจำหน่ายลูกโป่งแก๊สหัวเราะ โดยการนำแรงงานต่างด้าวมาถือป้ายโฆษณาจำหน่ายลูกโป่งก๊าซหัวเราะตลอดแนวกลางถนนข้าวสาร โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมประชุมวางแผนเข้าปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมเป็นครั้งที่ 2 ได้ทำการสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ จำนวน 15 ร้าน ที่กระจายอยู่บริเวณถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 19 ราย พร้อมของกลางข้างต้น จากนั้นนำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนโดย ในฐานความผิดของพรบ.ยาฯ ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ส่วนความผิดตามพรบ.คนเข้าเมือง ส่ง พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สอบถามปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เปิดปฏิบัติการทลายแก๊ง “บังซิน”หลังกราดยิงป่วนเมืองกลางถนนย่านหนองจอก

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สน.หนองจอก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สืบนครบาล ชุดพยัคฆ์ร้ายเทพนคร สืบ บก น 3 สน.หนองจอก ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว

นายศุภณัฐ หรือบังซิน อายุ 20 ปี ภูมิลำเนา แขวงคลองจั่น เขตบางกระปิจ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.776/2567 ลงวันที่ 4 พ.ค. 67 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน”โดยจับกุมตัวได้ที่ บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ถ.คลองสิบสาม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลาง 1.ปืนยาว จำนวน 2 กระบอก 2.หมวกกันน็อค 18. ใบ 3.เสื้อที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 ชุด

พฤติการณ์กล่าวคือ “หนองจอกซิตี้” ตะเข็บชายแดนกรุงเทพที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความเถื่อน” โดย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 67 เวลาประมาณ 23.30 น. เกิดเหตุมีแก๊งอันธพาลขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 7 คัน รวมกว่า 11 คน สวมหมวกกันน๊อคเต็มใบปกปิดใบหน้า ไล่ยิงคู่อริกว่า 16 นัด กลางถนน บริเวณหน้าร้านหมู่จุ่ม ตำแซ่บ เลียบวารี ถ.เลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ทำให้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวและรถที่สัญจรไปมาบนท้องถนน พากับหลบเข้ากำบังหนีตายเกรงว่าจะถูกลูกหลง โชคดีที่กระสุนปืนมิได้โดนผู้ใดให้ได้รับบาดเจ็บ “กรรมติดจรวด” เพราะกลุ่มคนร้ายขับรถเกี่ยวกันเองทำให้ล้มได้รับบาดเจ็บ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองจอก สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 ราย ซึ่งจากการขยายผลทำให้ทราบว่า นายศุภณัฐ หรือบังซิน หัวโจกของแก๊ง และ นายชนาภัทร หรือคิม เป็นผู้ที่เหนี่ยวไกเปิดฉากยิงใส่คู่อริ

ซึ่งต่อมาทั้งสองรายนี้ก็ได้ถูกออกหมายจับ โดย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เล็งเห็นแล้วว่าพฤติกรรมของแก๊งผู้ก่อเหตุนั้นอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่หนองจอก โดยสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ หรือผู้การจ๋อ ผบก.สส.บช.น. ดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยส่งชุดสารวัตรแจ๊ะ และทีมพยัคฆ์ร้ายเทพนครนำโดย พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบ “รังปลวก” เซฟเฮ้าส์ลับที่เป็นจุดรวมพลของแก๊งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทริมขอบ จ.กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ในเช้าวันที่ 7 มิ.ย. 67 พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้เปิดปฏิบัตการ “ทลายแก๊งบังซิน” โดยนำกำลังชุดสืบนครบาล , กก.สส.บก.น.3 และ สืบสวน.สน.หนองจอก เข้าตรวจค้น 2 จุด ในพื้นที่ย่านหนองจอก โดยสามารถจับกุมตัว นายศุภณัฐ สลับสี หรือบังซินหัวหน้าแก๊งได้ขณะนอนกบดาลอยู่ภายในเซฟเฮ้าส์ ซึ่งจากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาว 2 กระบอก หมวกกันน็อคกว่า 20 ใบ และจากการตรวจสอบพบว่าเซฟเฮ้าส์แห่งนี้จะเป็นที่รวมตัวของกลุ่มนักศึกษาอาชีวะชื่อดังย่านหนองจอก แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีสถานะเป็นนักศึกษาแล้ว แต่ยังรวมตัวรวมกลุ่มแสดงพลังเช่นนี้อยู่เป็นประจำและล่าสุด นายชนาภัทรฯ ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังหลบหนีได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ สน.หนองจอก เพื่อขอมอบตัวแล้ว

ในชั้นจับกุม นายศุภณัฐฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ในคืนวันเกิดเหตุ ตนเองและพวกขับรถจักรยานยนต์ไปตามท้องถนนและได้ขับสวนกับกลุ่มใดไม่ทราบ แต่เห็นว่ามีการชูนิ้วกลางขึ้นมาใส่กลุ่มของตน จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไปแต่ไม่โดนใคร โดยหลังเกิดเหตุก็ได้นำปืนไปทิ้งหมดแล้วเพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่จะต้องตามมาจับแน่ๆ และไม่คิดจะต่อสู้เพราะกลัวจะถูกวิสามัญ และยืนยันว่าการรวมตัวที่เซฟเฮ้าส์นี้เป็นแค่การมาตั้งวงกินน้ำกระท่อม ไม่ได้ไปก่อความวุ่นวายใดๆ ส่วนหมวกกันน็อคจำนวนมากในบ้านนั้นเพราะเวลาคนไปๆมาๆก็จะชอบทิ้งไว้ที่บ้านของตน ยืนยันว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้มีไว้ทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น ส่วนเสื้อดอนผีบินในบ้านนั้นยืนยันว่าตนเองซื้อมาเองจริงๆไม่ได้ไปตบใครมา”

หลังจับกุมตัว ได้นำตัวส่ง สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

‘วิรากานต์ กรุดทองกุล’ คว้าตำแหน่ง Miss Eco Tourism Global Ambassador 2024

นางสาว วิรากานต์ กรุดทองกุล สาวไทยคนรุ่นใหม่ ทั้งเก่งและฉลาด มนุษย์สัมพันธ์ดี ได้รับการสนับสนุนเข้าประกวดในงาน Miss Eco Tourism Global 2024 ซึ่งเป็นการประกวดความงามระดับนานาชาติที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย…คว้าตำแหน่ง Miss Eco Tourism Global Ambassador 2024: Virakam Krudthongkul (Thailand) มาครองเป็นที่เรียบร้อย ณ เดอะ บาซาร์ โฮเทล บางกอก รัชดา เมื่อเร็วนี้

ตำแหลกยกทะเลถาด ตันหยงมัส อร่อยแซบราคาหลักร้อย ยอดขายหลักล้าน

วันนี้เราอยากแนะนำร้านตำแหลก ร้านดังในเขต ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จากเดิมเจ้าของร้านบอกว่า ถึงแม้ที่ตำบลของตนเคยเป็นพื้นที่ “สีแดง” แต่ ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะคนในพื้นที่ ก็อยากกินของอร่อยๆ ไม่ต้องไปหากินที่อื่น ถ้าคนในพื้นที่ไม่อุดหนุนคนในพื้นที่ด้วยกัน แล้วพ่อค้าแม่ขายในพื้นที่จะขายใคร จึงตัดสินใจ เปิดร้านอยู่ต่อเพื่อลูกค้า และไม่คิดจะย้ายไปไหน แต่ ตอนนี้ขออนุญาต อยากโปรโมทให้คนต่างพื้นที่ได้มารู้จักและช่วยอุดหนุนของอร่อยๆ และถูกปากถูกใจแน่นอนกับราคาที่สุดคุ้ม จึงอยากให้ทางสื่อช่วยประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง เพื่อการันตีความอร่อย ราคาถูก ของที่ร้านตำแหลกสาขา2 ตันหยงมัส ทางสะดวก ปลอดภัย ติดถนนใหญ่ มีที่จอดรถ โต๊ะเก้าอี้พร้อมนั่ง ที่สำคัญ อาหารอร่อยและสบายกระเป๋าชัวร์ๆ

“ร้านตำแหลก สาขาตันหยงมัส” เป็นร้านขายอาหารและร้านส้มตำยำแซ่บที่อยู่ในร้านเดียวกัน จะนั่งทานอาหารในร้านหรือจะนั่งกินแบบชิวๆ สบายๆ ก็นั่งทานในซุ้มไม้ไผ่ข้างๆร้านอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนได้บรรยากาศนั่งทานที่บ้าน ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ แต่ยอดขายไม่ธรรมดา วันปกติ ขายได้ 30,000-40,000 บาทต่อวัน และถ้าเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ จะได้ถึง60,000-70,000 บาทอัพเลยทีเดียว

เมนูแนะนำ ที่เป็นสิกเนเจอร์ของร้านคือ ตำแหลกถาดทะเล ที่รวมยกทะเลมาไว้ในถาดเดียว ราคาสุดคุ้ม เพียง 200 บาทต่อถาด ใส่ ปูม้า กุ้ง หมึก หอย ปลาจิงจังทอดกรอบ ไก่ยอ พร้อมน้ำปรุงเครื่องแซ่บจี๊ดจ๊าด เผ็ดตามระดับที่สามารถสั่งได้ ใส่ปลาร้าหรือ น้ำบูดู เพิ่มรสชาติให้เข้มข้น ตามใจชอบ ส่วนเมนูอย่างอื่น ตำยำแซ่บ ก็ไม่เคยทิ้งห่าง อยากกินแบบหลายๆอย่าง ตามใจตัวเอง กับเมนูมากมายให้เลือก ก็มี ตำปูม้า ตำข้าวโพด ตำมะละกอ ตำสั่ว ไข่เค็ม เนื้อตกครก ฯลฯ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ขนมจีน และสารพัด เมนูยำต่างๆ แต่ที่ชอบสั่งกันมากคือ ยำปลาดุกฟู ยำทะเลยอดมะพร้าว ซึ่งมีมากกว่า 50 เมนู และเมนูสำหรับเด็กๆ เพรนฟรายน์ นัตเกต ลูกชิ้น ไส้กรอกไก่ทอดต่างๆ และเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้คือ น้ำมะม่วงปั่นสด ชากาแฟ ต่างๆที่มีให้เลือก มากมาย ย้ำ ตำแหลกถาดทะเล ราคา

เมนู อาหารตามสั่ง มีเพียบ ข้าวผัดกะเพราไก่เนื้อ ทะเล ผัดเครื่องแกง ข้าวผัด จานเดียวจานด่วน หรือมาเป็นเซต ชุดที่นิยมมาทานกันแบบเป็นกลุ่มครอบครัว ชุด A ราคา 599 บาท มีซุปเนื้อหรือต้มยำทะเลให้เลือก1 อย่าง พร้อมปลากะพง 3 รส (เป็นตัว) ผัดเนื้อแดง ไข่เจียว ข้าว 4 จาน ชุด B ราคา499 บาท มีซุปหรือต้มยำ ปลากะพง 3 รส ผัดผัก ไข่เจียว ข้าว 4 จาน และชุดเซต C มี ซุป ไข่เจียว คะน้าปลาเค็ม ข้าว 2 จาน และที่อยากแนะนำ นอกจากเซตอาหารที่เป็นเซตแล้ว ทางร้านยังมีอาหารอร่อยที่เป็นทีเด็ดอีกคือ ไส้อ่อนวัวย่างจิ้มน้ำจิ้มแจ๋ว ซุปหางวัว ซุปกระดูกอ่อน ต้มยำทะเลน้ำข้น แกงเห็ดลาว ฯลฯ

คุณ ซารีดา และคุณ ซายูดี แนฮะ สองสามีภรรยาเจ้าของร้านร้านตำแหลก เล่าว่า ร้านเปิดมา 2 ปีกว่าแล้ว เราจับจุดของลูกค้า ที่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ที่ชอบกินส้มตำ เราก็เลยลองมาเปิดดู ผลตอบรับดีมากๆเกินคาด รสชาติของเราอาจจะแตกต่างกันเยอะ กับร้านอื่น เพราะว่า เราทำเองทุกอย่าง อย่างเช่น น้ำปลาร้า เรานำมาต้มเอง สูตรเอง เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าชอบน้ำปลาร้าที่ต้ม จนทำให้ผลตอบรับ ดีเกินคาดมากๆ จนบางวันลูกน้องไม่ทันกินข้าวเลยก็มี เพราะมีทั้งออเดอร์ในร้านและออเดอร์สั่งทางออนไลน์ ต้องไปส่งก็มีเยอะ บริการลูกค้าให้ถึงที่ สิกเนเจอร์คือ ยำถาด ยำปลาดุกฟู ตำตกครก ไส้อ่อนย่าง น้ำตกเสื้อร้องไห้ ทุกอย่างขายดีที่สุด

ส่วนอาหารเซต จะมีเป็นเซต A-B-C นอกจากอาหารเซตแล้ว ยังมีอาหารอย่างอื่นแล้วแต่ลูกค้าจะสั่ง ทำได้หมด รายได้ต่อวัน ณ. ตอนนี้ วันหนึ่เฉลี่ยประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อวัน ถ้าช่วงเทศกาลจะเยอะกว่า บางวันลูกน้องจะเหนื่อยมากจนไม่ทันได้กินข้าวเลยก็มี แต่ก็คุ้มกับที่เราเหนื่อย ได้60,000-70,000 บาทต่อวัน เราภูมิใจ ถึงแม้ว่า ร้านเราอยู่ในพื้นที่สีแดง ส่วนมากคนที่ดูโซเชียล ดูข่าว กลัวที่จะมา ไม่ต้องกลัว ลองมา เปิดใจมา แล้วจะรู้ว่ารสชาติ ความอร่อย ไม่แพ้จากที่อื่นแน่นอน


พิกัดร้าน ตำแหลกสาขา2 ตันหยงมัส อยู่ใกล้โรงพยาบาลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ขับตรงไปทางสถานีรถไฟตันหยงมัส เลยจุดด่านตรวจ ประมาณ 200 เมตร อยู่ทางซ้ายมือสังเกตป้ายหน้าร้าน ตำแหลกสาขา 2 ตันหยงมัสค่ะ ..เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-22.00 น.โทร.096-0284764 สำรองจองโต๊ะได้ มีบริการส่ง และรับทำข้าวกล่องด้วย เพจ.ตำแหลก สาขา2 ตันหยงมัส นราธิวาส

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร/ อัสมา บินมะนุ /ผู้สื่อข่าวนราธิวาส

อุกอาจ!คนร้ายบุกยิงหนุ่มเมียนมานอนรอผ่าตัดดับคา รพ.ขอนแก่น

ขอนแก่น-คนร้ายบุกยิงผู้ป่วย ขณะนอนรอผ่าตัด คาเตียงโรงพยาบาล แฟนสาวเผย ทำงานโรงงานด้วยกัน ไม่เคยมีปัญหากับใคร ด้านตำรวจปิดเมืองล่ามือปืน

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.2567 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ขณะออกตรวจพื้นที่ในความรับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 1669 รพ.ขอนแก่น ว่าเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามายิงผู้ป่วยที่นอนรอการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น จนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก และ ศพฐ.4

ที่เกิดที่บริเวณอาคาร6 (อาคารศัลยกรรมชาย) ชั้นที่5 ภายในห้องพักผู้ป่วยชาย เจ้าหน้าที่พบนายกวาน วา ออง( Kyaw Swar Aong )29 ปี ชาวประเทศเมียนมาร์ ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอย1นัด เจ้าหน้าโรงพยาบาลต้องเร่งนำตัวมายังห้องฉุกเฉินแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนร้ายได้อาศัยช่วงชุลมุนเดินหลบหนีไปทางด้านหน้าโรงพยาบาล

จากการสอบถามแฟนสาวของผู้เสียชีวิต (เจ้าตัวไม่ยอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) กล่าวว่า ผู้เสียชีวิต ได้เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ขอนแก่นเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมาหลังจากมีก้อนเนื้ออยู่ที่บริเวณด้านหลัง โดยได้นอนพักรอการผ่าตัด โดยตนเองทำงานกับแฟนหนุ่มที่โรงงานทออวนขอนแก่น และคบหาดูใจมานานกว่า 4 ปี ตลอดเวลาไม่เคยมีปัญหากับใคร โดยได้มาเช่าห้องพักที่บ้านสำราญด้วยกัน

“จนกระทั่งมาเห็นก้อนเนื้อที่บริเวณหลังจึงทักแฟนไป จากนั้นจึงได้มาพบแพทย์ ก่อนที่แพทย์จะนัดผ่าตัดในวันที่ 7 มิย. ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแต่ที่รู้คือแฟนตนเองได้มีการไปยืมเงินจากคนรู้จักกันจำนวน 12,000 บาท โดยการวางบัตรเอทีมเอ็ม กับเจ้าหนี้ เป็นคนในโรงงานเดียวกัน และไม่เคยมีปากเสียงกับผู้ใด จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว”

ขณะที่ พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ก่อยเกิดเหตุคนร้ายเป็นชายได้ทำทีเข้ามามาเยี่ยมผู้เสียชีวิต โดยมีการสอบถามพยาบาลจากนั้นได้เดินเข้าไปโดยอ้อมไปด้านหลังตัวอาคารแล้วเปิดประตูอ้อมหลังห้องเข้ามา ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ท้ายทอยจนเสียชีวิตจากนั้นได้หลบหนีไปบริเวณด้านหน้าของโรงพยาบาล

“ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมประสานกำลังร่วมชุดสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น,บก.สส.ภ.4 ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายโดยเฉพาะเพื่อนคนงานชาวเมียนมาร์ที่เป็นเจ้าหน้า ซึ่งพบว่าหายตัวไปคาดว่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว”

ศก.ทรุด กำลังซื้อหด ฉุดธุรกิจค้าปลีกโคราชซบเซา

นครราชสีมา – ธุรกิจค้าปลีกโคราชซบเซา กำลังซื้อลดฮวบ แบรนด์ท้องถิ่นไปต่อไม่ไหวขายกิจการทิ้งต่อเนื่อง ด้านเจ้าของร้านหมอยาพลาซ่า เรียกร้องรัฐบาลเร่งอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำนโยบายคนละครึ่งมาใช้อีกครั้ง

จากข้อมูลแหล่งข่าววงการค้าปลีกและค้าส่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยเฉพาะที่นครราชสีมา ได้ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งหลายแห่งต้องปิดตัวหรือเปลี่ยนมือกิจการ สาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อที่ลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) ประสบปัญหารายได้และสภาพคล่องลดลงอย่างรุนแรง หลายธุรกิจเก่าแก่ต้องปิดตัวหรือถูกซื้อกิจการไปโดยบริษัทจากจังหวัดอื่น เช่น อุบลราชธานีและสุรินทร์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจร้านค้าปลีกท้องถิ่น คือร้านหมอยาพลาซ่า สาขาหนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบว่าภายในร้านมีลูกค้าบางตาอย่างเห็นได้ชัด โดยนายจักริน เชิดฉาย เจ้าของร้านหมอยาพลาซ่า เปิดเผยว่า ยอมรับว่าช่วงนี้เศรษฐกิจในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซบเซามาก เนื่องจากกำลังการซื้อของลูกค้าลดลง ส่งผลให้ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งต่างๆ ในพื้นที่ ต้องมีการปรับตัวอย่างหนัก เพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่เป็นแบรนด์ของคนในท้องถิ่น พบว่าขณะนี้มีอย่างน้อย 3 แบรนด์ บางแบรนด์มีร้านมากกว่า 20 สาขา ที่เริ่มขายสาขาให้เจ้าอื่นไปหลายสาขาแล้ว ซึ่งสาเหตุนอกจากกำลังซื้อที่ลดลงแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาผสมโรงด้วย อย่างเช่น การแข่งขันที่สูงขึ้น และผู้ประกอบการรุ่นเก่าเริ่มเหนื่อยกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันทายาทรุ่นใหม่ก็ไม่มาสานต่อธุรกิจค้าปลีกของครอบครัว เป็นต้น

ทำให้ต้องตัดสินใจขายกิจการให้เจ้าอื่นที่มีความพร้อมกว่าไปทำต่อ อย่างเช่นตนเองก็อายุมากแล้ว ทายาทก็ไปเรียนด้านแฟชั่น เขาก็อยากไปทำอาชีพที่เขารัก ตนเองที่เคยปั้นธุรกิจค้าปลีก มีสาขามากถึง 19 สาขา ตอนนี้ก็ได้ขายสาขาให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ของโคราชไป จนขณะนี้เหลืออยู่เพียงแค่ 9 สาขาเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ตนเองก็อยากจะให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในต่างจังหวัด ให้สามารถไปต่อได้ โดยอยากฝากถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็อยากให้นำนโยบายคนละครึ่งของรัฐบาลที่แล้วมาปัดฝุ่นใหม่

เพราะนโยบายคนละครึ่งนั้นสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าได้ดีมาก และทำให้ร้านค้าปลีกต่างๆ ที่อยู่ในชนบทได้รับอานิสงค์ขายดีไปด้วย เพียงแต่รอบนั้นมีผลทำให้เกิดการเก็บภาษีย้อนหลังกันเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายร้านเริ่มไม่อยากเข้าร่วมโครงการ เพราะเขากลัวภาษีย้อนหลัง ถ้าอยากให้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากๆ ก็แก้ปัญหาด้วยการกำหนดจากยอดขายที่ไม่มาก เช่น ถ้าร้านใดยอดขายไม่ถึง 1 แสนบาท ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง อย่างนี้จะดีมาก.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

“นายก เศรษฐา”ดึงเอกชนถ่ายทอดสด “ฟุตบอลยูโร 2024” ผ่านฟรีทีวี เริ่ม 14 มิ.ย. นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี, นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผู้สนับสนุน และ คณะผู้บริหาร กกท. ร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 มิ.ย 2567 ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลส่งเสริมและพัฒนาด้านกีฬา ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศในการพัฒนาอย่างมีระบบ ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนกีฬา โดยการจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬา ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้มีกิจกรรมการแข่งขันกีฬาทั้งในระดับประเทศ และมหกรรมกีฬานานาชาติหลายรายการ รวมถึงการถ่ายทอดกีฬาในต่างประเทศเพื่อให้ประชาชนได้รับชม เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนที่รักในกีฬา รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนการสนับสนุนให้กว้างขึ้น พร้อมกับดึงภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนวงการกีฬาให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับวงการกีฬาไทย โดยจะมาร่วมกันช่วยผลักดันให้การกีฬาของประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น ต่อไป

หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายกรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และทีมงาน ที่ได้ผนึกกำลังกับภาคเอกชน จนได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2024 มาให้ประชาชนคนไทยได้รับชมทางช่องฟรีทีวี ครบทุกนัดของการแข่งขัน สำหรับช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ จะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง NBT, ช่อง 9 MCOT HD และ PPTV ส่วนนัดไหนจะถ่ายช่องไหนรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งรายการแข่งขันฟุตบอลที่คนทั้งโลกให้ความสนใจอย่างมาก รวมทั้งแฟนบอลชาวไทยด้วย สำหรับเรื่องการถ่ายทอดสดการแข่งขันฯ รัฐบาลได้เป็นหลักในการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ผ่านทางฟรีทีวี ประกอบด้วย บริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด (แอโร่ซอฟ), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บางกอกแอร์เวย์ส) ที่ร่วมกันสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย – 14 ก.ค 2567 ครั้งนี้ให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชม ในส่วนของภาครัฐ โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เตรียมจัดกิจกรรมสร้างกระแสการชมและเชียร์ฟุตบอลยูโร 2024 เพิ่มเติม ภายในสนามกีฬาหัวหมาก ด้วยเข่นกัน.

ล้งจีนกว้านซื้อทุเรียนน้ำแพร่พบพระร้อยตัน หลังรสชาติถูกใจผู้บริโภค

“ทุเรียนน้ำแร่พบพระ” ยังฟีเวอร์ไม่เสื่อมคลาย พ่อค้าคนกลางจองสวนซื้อส่งล้งไปจีน ปีนี้ยอดสั่งจองกว่า 100 ตัน เนื่องจากรสชาติดี ถูกใจชาวจีนที่ชอบทุเรียนไทย ด้าน ททท.หนุนท่องเที่ยวเชิงเกษตร กินทุเรียนถึงสวนรับฤดูฝน  

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปีนี้ทุเรียนอำเภอพบพระคึกคัก พ่อค้าคนกลางเริ่มรับซื้อและจองเหมาสวน โดยสนนราคาทุเรียนหน้าสวนช่วงนี้ ทุเรียนหลงลับแล เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 200 บาท ทุเรียนหมอนทองน้ำแร่ เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 150 บาท โดยไม่มีการเปิดขายออนไลน์ ทั้งนี้ ทุเรียนน้ำแร่อำเภอพบพระ เป็นทุเรียนหมอนทองที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือ กลิ่นไม่แรง เนื้อฟู ผลโต เมล็ดเล็กลีบ เนื้อเนียนละเอียด นุ่มละมุน รสชาติหวานมัน เนื่องจากเปอร์เซ็นต์แป้งสูง

นอกจากนี้ ททท.ตาก ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วไทยมาเยือนจังหวัดตาก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายมิติ ในช่วงต้นฤดูฝนแบบนี้ พร้อมมาเลือกซื้อเลือกชิมทุเรียนน้ำแร่ คัดสดๆ จากสวน กลับไปเป็นของฝากแด่คนที่รักอีกด้วย

นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ กล่าวว่า ทุเรียนพบพระ หรือทุเรียนน้ำแร่ ซึ่งพื้นที่อำเภอพบพระมีสวนทุเรียนประมาณกว่า 8,000 ไร่ และให้ผลผลิตแล้วประมาณ 2,000 กว่าไร่ ผลผลิตปีนี้คาดว่าจะมีกว่า 150 ตัน สร้างชื่อเสียงคนรู้จักทั่ว ที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในปี 2567 นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง เตรียมกระตุ้น ยกระดับสวนทุเรียนน้ำแร่ อำเภอพบพระ เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานตาก กล่าวว่า ทาง ททท.สำนักงานตาก ได้เตรียมกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวในประเทศ จะจัดนำคณะทัวร์มาหลายๆ กลุ่มคาราวานรถยนต์ เพื่อพาคณะนักท่องเที่ยวมาชิมทุเรียนที่พบพระ ซึ่งถือว่าเป็นทุเรียนน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตาก เป็นพันธุ์หมอนทองแต่ใต้ดินเป็นน้ำแร่ ก็จะให้รสชาติที่อร่อยหวานหอม ละมุนลิ้น

ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานตาก กล่าวด้วยว่า อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาที่อำเภอพบพระ มาสัมผัสในเรื่องของทุเรียน แล้วก็เกษตรหลากหลายที่อำเภอพบพระ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีให้ได้ไปสัมผัส ไปเซลฟี่ ไปถ่ายรูปกับทุเรียน ไปถ่ายรูปกับแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ไม่ว่าจะเป็นไร่เตยาวรรณ ถ้ำสีฟ้า และชมทะเลหมอกสวยๆ ในฤดูฝน.

บุกรวบป้ากาเหว่า พระราม 9 “หัวจ่ายเจ้าเล่ห์ ใช้คนใบ้เดินยาบ้ากันการซักทอด

“ใช้คนใบ้เดินส่งยาเสพติด มันจะไม่มีทางซักทอดถึงเราได้” ความคิดสุดเจ้าเล่ห์ของ ระดับหัวจ่ายของแก๊งค้ายานรกย่านพระราม9 ล่าสุดผู้การจ๋อแกะรอยรวบป้ากาเหว่า ตามหมายจับในข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ“ โดยเจ้าตัวสารภาพแต่อ้างว่า ไม่ได้หลอกให้กลุ่มคนใบ้รายอื่นๆไปเดินยาเสพติดแต่เป็นความสมัครใจของพวกเค้าเอง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลี

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุญยมานนท์  ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสันพ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพสว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.ชัยยุทธ ศักดิ์เพชร รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. สืบนครบาล กับสืบ สน.มักกะสัน ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวน.ส.ประยูรหรือกาเหว่า อายุ 53 ปี ภูมิลำเนา แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา จ.กรุงเทพฯ บุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.233/2567 ลงวันที่ 24 พ.ค. 67

ทั้งนี้มีความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน , ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”โดยจับกุมตัวได้ที่ ภายในซอยสาธุประดิษฐ์ 34 แยก 6 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา จ.กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบนครบาลได้รับเบาะแสว่ามีการใช้คนใบ้เดินส่งยาเสพติด จะไม่มีทางซักทอดถึงผู้ขายได้” ความคิดสุดเจ้าเล่ห์ของ ระดับหัวจ่ายของแก๊งค้ายานรกย่านพระราม 9 โดยเรื่องนี้เริ่มแดงขึ้นจากเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนปราบปรามยาเสพติด โดยใช้สายลับติดต่อล่อซื้อจากเอเย่นรายหนึ่งทางแอ็พพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่พาสายลับไปยังจุดนัดพบเพื่อส่งมอบยาเสพติด ชุดสืบสวนเริ่มจะได้กลิ่นทะแม่งๆเพราะสถานที่นัดหมายคือ “ชุมชนคนไร้เสียง” แขวงบางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หลังวางกำลังซุ่มโปร่งดูราวชั่วโมงเศษ ก็ได้มีชายไทยขับรถจักรยานยนต์โผล่มายังจุดนัดพบ และส่งยาไอซ์ 1 ถุง ให้กับสายลับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าชาจน์จับกุมตัวทันที แต่ก็ต้องพากันงงเพราะไม่ว่าจะถามอะไรชายไทยรายนี้ก็ไม่สามารถพูดได้ ได้แต่ทำท่าทางทำมือแปลกๆ ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งถึงทราบว่าชายไทยรายนี้ “เป็นผู้พิการ (ใบ้)”

แต่ยังสามารถฟัง อ่าน เขียน ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกระดาษมาให้ชายไทยรายนี้เขียนจึงทราบว่า คือ นายภัทรสิน หลังจากการจับกุมตัว ชุดสืบสวนขยายผลอย่างยากลำบาก ไม่สามารถพูดคุยได้เหมือนผู้ต้องหาปกติ ชุดสืบสวนขยายผลเล็งเห็นแล้วว่าการใช้คนเป็นใบ้มาส่งยาเสพติดลักษณะนี้ เจ้าของยาเสพติดรายนี้ต้องไม่ธรรมดา จึงตัดสินใจ “กัดไม่ปล่อย” พยายามหาพยานหลักฐานอื่นๆกว่า 2 สัปดาห์จนกระทั่งสามารถออกหมายจับ น.ส.ประยูร หรือป้ากาเหว่า ในข้อหา “สมคบฯ” ได้ในที่สุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้ส่งชุดสืบสวนแกะรอยหาตัวเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์จนสุดท้ายสามารถติดตามจับกุมได้ขณะที่อยู่กับแฟนหนุ่มที่พิการ (เป็นใบ้) โดยทั้งสองพึ่งเดินทางกลับจากการไปมั่วสุมที่ชุมชนคนไร้เสียงย่านพระราม9 หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจสอบภาพในโทรศัพท์ของป้ากาเหว่าพบภาพการมั่วสุมยาเสพติดในชุมชนคนไร้เสียง และพบข้อความติดต่อขายยาเสพติด “เป็นประจำ”

ในชั้นจับกุม น.ส.ประยูรฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองมีความพิการประเภทหูตึง ใครพูดจะไม่ค่อยได้ยินจะต้องมาตะโกนใกล้ๆหู ในคดีนี้ตนยอมรับสารภาพว่าขายยาบ้า แต่ไม่ได้ขายยาไอซ์ โดยอ้างว่าที่ขายเพราะตนเองถูกบังคับให้ขาย ไม่ได้หลอกให้คนใบ้รายอื่นๆไปเดินยา แต่เป็นความสมัครใจของพวกเค้าเอง ส่วนคนที่ตนไปรับยาเสพติดมาปล่อยต่อคือ นายต่อ กับ เจ๊ฝน โดยทั้งสองเป็นขาใหญ่อยู่ในชุมชนคนไร้เสียงพระราม 9 แต่ตนเองขอไม่พูดถึงไปมากกว่านี้เพราะกลัวว่าเพื่อนจะไม่คบ”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า “เรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะจากพยานหลักฐานการติดต่อซื้อขายยาเสพติดในคดีตั้งต้นนั้นมัดแน่น แต่ที่ทำให้ผมรับไม่ได้คือการใช้ความพิการ ความด้อยโอกาสของคนอื่น หลอกใช้ให้กระทำสิ่งผิดกฏหมายเยี่ยงนี้ ซึ่งหลังจากนี้เราจะมีการขยายผลโดยละเอียด หากผู้ใดมีเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ โดยเฉพาะในชุมชน คนไร้เสียง ย่านพระราม 9 โปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”