อลังการ!คณะเท่งไฮ้เกียะท้วง ยกทัพมาร่วมแสดงอุปรากรจีนงาน”เทศกาลงิ้วแต้จิ๋วแห่งสยามฯ”ณ สมาคมแต้จิ๋วฯ

อลังการในไทยอุปรากรจีน คณะเท่งไฮ้เกียะท้วง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ยกทัพมา แบบฟอร์มยักษ์ วธ.ขอเชิญร่วมงาน”เทศกาลงิ้วแต้จิ๋วแห่งสยาม เสน่ห์งิ้วแต้จิ๋วของชาวจีนโพ้นทะเล”ณ สมาคมแต้จิ๋ว 12 – 16 มิถุนายน นี้

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ที่สมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย เขตบางรัก กรุงเทพ จัดการแถลงข่าว”เทศกาลงิ้วแต้จิ๋วแห่งสยามเสน่ห์งิ้วแต้จิ๋วของจีนโพ้นทะเล”การแสดงงิ้วแต้จิ๋วชุดพิเศษโดยคณะงิ้วอันดับหนึ่งเมืองเท่งไฮ้มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่12-16 มิถุนายน 2567

โดยมี ดร. ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชรินทร์ ตั้งอยู่ภูวดลนายกสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย นายแสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมอุปรากรจีน นายปรีชา ประเสริฐถาวร อุปนายกสมาคม และนายนราพล โพธิ์สุวัฒนากุล อุปนายกสมาคม ร่วมกันแถลงข่าว

นางยุพา กล่าวว่า หอการค้าไทยจีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย นำการแสดงงิ้วแต้จิ๋วเฉิงไห่ชุดพิเศษ จากคณะอุปรากรจีนเท่งไช้เกียะท้วง มาจัดแสดงฟรีในประเทศไทย นับเป็นการแสดงงิ้วแต้จิ๋วที่ยิ่งใหญ่ตระการตาระดับชาติ โดยคณะงิ้วอันดับหนึ่งเมืองเท่งไส้ มณฑลกวางตุ้ง จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้านกระทรวงวัฒนธรรมเห็นถึงความสำคัญของงิ้วไทย ศิลปะการแสดงที่งดงามและทรงคุณค่า ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย- จีน ที่มิใช่เป็นเพียงแค่การแสดง

แต่ยังเป็นทูตวัฒนธรรมที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงพร้อมสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ทั้งนี้ การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้สอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานครด้านมหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมการแสดงงิ้วแต้จิ๋วในประเทศไทยแสดงถึงสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ของชาวแต้จิ๋วในประเทศไทย

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมการแสดงงิ้วแต้จิ๋วชุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 12 – 16 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 21.00 น. จัดการแสดง 5 ตอน วันละ 1 รอบ ณ สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยโดยเปิดให้ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดทั้ง 5 วัน
สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 091-928-7878

ไก่ย่างบางตาล บ้านโป่ง หอมกลิ่นเครื่องเทศ อร่อยไกลข้ามโลก

ไก่ย่างสีเหลือง หอมกลิ่นเครื่องเทศ เป็นเอกลักษณ์ของไก่ย่างบางตาล เมนูอาหารที่มีตำนานคู่กับชาวบ้านบางตาล ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาอย่างยาวนาน 

นึ่งในผู้สืบทอดสูตร “ไก่ย่างบางตาล” คือ นายประดิษฐ์ คงวิญญา อายุ 54 ปี ที่เปิดร้านไก่ย่างบางตาลอยู่บริเวณหน้าโรงแรมบ้านโป่งอินน์ เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ถึงจะเป็นร้านเล็กๆ แต่ด้วยรสชาติอร่อย ทำให้ลูกค้าชื่นชอบ บางคนถึงกับซื้อติดไม้ติดมือกลับไปยังต่างประเทศ

นายประดิษฐ์ เปิดเผยว่า ไก่ย่างบางตาล อาหารขึ้นชื่อของ อ.บ้านโป่ง มีจุดเริ่มต้นมาจากชายชาวจีนคนหนึ่งที่อพยพย้ายถิ่นมาอยู่ที่บ้านบางตาล โดยหาเลี้ยงชีพด้วยการทำไก่ย่างขายอยู่ที่สถานีรถไฟบางตาล จนเป็นที่เลื่องลือของความอร่อย ซึ่งในช่วงเวลานั้นครอบครัวของตนมีฐานะยากจน เมื่ออายุ 12 ปี จึงออกไปทำงานรับจ้างเดินเร่ขายไก่ย่างอยู่บริเวณชานชาลาและบนรถไฟ จึงได้มีโอกาสเรียนรู้และจดจำวิธีการทำไก่ย่างบางตาลแบบดั้งเดิมติดตัวมา 

ด้วยความเป็นคนที่ชอบค้าขายเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อเติบโตจึงได้ขยับขยายจากการเป็นลูกจ้าง มาทำกิจการไก่ย่างของตัวเอง โดยจะเปิดร้านเร่ขายไปยังงานวัดและสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไก่ย่างบางตาล ทำให้ลูกค้าต่างติดอกติดใจ

หมักเครื่องเทศ กระเทียม พริกไทย

“สำหรับวิธีการทำ เริ่มจากการนำไก่สดมาหั่นแยกชิ้นส่วนต่างๆ อาทิ ส่วนของน่อง ปีก ขา เครื่องใน จากนั้นนำไปล้างทำความสะอาด แล้วจึงใช้ไม้หนีบ ก่อนจะนำไปคลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่มีส่วนผสมหลักอย่างกระเทียมและพริกไทย แล้วจึงนำไปย่างในเตาถ่านด้วยไฟอ่อน เพื่อให้เนื้อของไก่สุกทั่วถึงกัน ก็จะได้ไก่ย่างบางตาลรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศแบบเต็มๆ โดยตนจะใช้ไก่มากถึง 20 ตัวต่อวัน”

เสียบไม้ ย่างไฟอ่อนๆ

ในส่วนของราคาจำหน่าย แบ่งเป็น ไก่ย่างขนาดครึ่งตัว ราคาไม้ละ 90 บาท เนื้อน่อง ราคา 50 บาท เนื้ออกและปีก ราคา 40 บาท สำหรับเครื่องใน คอ เนื้อหนัง และขา ราคา 20 บาท ลูกค้าของทางร้านนอกจากจะมีคนในพื้นที่แล้วยังมีลูกค้าจากต่างจังหวัด อาทิ  กาญจนบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และกรุงเทพมหานคร ที่ชื่นชอบไก่ย่างบางตาล เดินทางมาเพื่อซื้อไปเป็นอาหารมื้อพิเศษ รวมถึงเป็นของฝากส่งไกลถึงต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ลูกค้าจะมากเป็นพิเศษจนไก่ไม่พอขาย

ลูกค้ามีทั้งใกล้ไกล ทั้งเมืองไทย ต่างประเทศ

ท่านใดที่สนใจ ร้านไก่ย่างบางตาลบักเคน ตั้งอยู่หน้า “โรงแรมบ้านโป่งอินน์” เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 06-2384-6110. 

คอทุเรียนห้ามพลาด!เทศกาล“ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี ครั้งที่ 2”

นครราชสีมา – หน่วยงานภาครัฐและเอกชนชวนคอทุเรียนร่วมงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี ครั้งที่ 2” 29 – 30 มิ.ย.นี้ ไม่สนภัยแล้งทุเรียนหายาก ขนทุเรียนครบุรีแท้ 150 ตันมาให้จุใจ เริ่มต้นโลละ 150 บาท

ที่สวนทุเรียนสอนสวัสดิ์ ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี พร้อมด้วย นายอุทัย หนูวุ่น เกษตรอำเภอครบุ , นายสุชชัพ ชีระชลสุข ส.อบจ.นครราชสีมา อำเภอครบุรี เขต 2 และนายอนันต์ ช่องป่า ประธานชมรมผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี” ครั้งที่ 2 ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกับ อำเภอครบุรี , สำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี และชมรมผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรี จัดงานนี้ขึ้น ระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายน 2567 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของอำเภอครบุรี โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นพืชทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการเกษตร รวมทั้ง การท่องเที่ยวของอำเภอครบุรีและจังหวัดนครราชสีมาได้อย่างแพร่หลาย นำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชาวอำเภอครบุรีให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ภายในงานจะจัดการประกวดผลผลิตทุเรียนคุณภาพ การประมูลผลทุเรียน การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกร ตลอดจน การแสดงบนเวทีตลอดงาน นอกจากนี้ ยังมีการระดมทุเรียนครบุรีแท้ๆจากสวน มาวางจำหน่ายในงานกว่า 150 ตัน ในราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 150 บาท เพื่อโชว์คุณภาพให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองด้วย ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่าย ที่สนามที่ว่าการอำเภอครบุรี ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป

นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี กล่าวว่า อำเภอครบุรี มีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,748 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,150,000 ไร่ มีป่าไม้ที่สำคัญ อย่างอุทยานแห่งชาติทับลาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี ที่เป็นแหล่งต้นน้ำของเขื่อนลำแชะและเขื่อนมูลบน ถือเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำมูล อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ อาทิ มันสำปะหลัง 180,000 ไร่ อ้อยโรงงาน 3,700 ไร่ และนาข้าว 69,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรได้เริ่มปรับเปลี่ยนหันมาปลูกไม้ผลกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากหลายพื้นที่มีดิน น้ำ และสภาพอากาศที่เหมาะสม ล่าสุด มีเกษตรกรหันมาเพาะปลูกไม้ผลแล้ว รวมกว่า 6,000 ไร่ โดยเฉพาะทุเรียนที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากทุเรียนครบุรีมีเอกลักษณ์พิเศษ เปลือกบาง เนื้อแน่น กลิ่นไม่ฉุน และรสชาติดี จึงได้กระแสตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางอำเภอครบุรี จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน จัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี” เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ทุเรียนครบุรีเป็นที่รู้จักแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกร เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ผลิตได้มีโอกาสพบปะซื้อขายกันโดยตรง เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อันจะนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับสินค้าการเกษตรอย่างอื่นเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต

ด้านนายสุชชัพ ชีระชลสุข สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอครบุรี เขต 2 เปิดเผยว่า พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการทำการเกษตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ ที่มีผลผลิตสำคัญอย่างมันสำปะหลัง จนได้ชื่อว่า เป็นเมืองหลวงของการเพาะปลูกมันสำปะหลัง รวมถึง อ้อย ข้าวโพด และนาข้าว ที่สร้างเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดและประเทศอย่างมหาศาลทุกปี และด้วยศักยภาพ รวมถึงการยกระดับการพัฒนาเทคนิคด้านการเกษตรที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ และภาคส่วนต่างๆ ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดจนนำมาสู่การปลูกไม้ผล โดยเฉพาะทุเรียนที่กำลังประสบความสำเร็จ เดินหน้าต่อเนื่องไปได้ด้วยดี ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเพาะปลูก และทำรายได้เพิ่มมากขึ้น ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และต้องการที่จะส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาของเกษตรกรให้เดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต จึงพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือทุกด้าน ทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

ส่วนนายอุทัย หนูวุ่น เกษตรอำเภอครบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรอำเภอครบุรี มีการเพาะปลูกทุเรียนไปแล้วจำนวน 213 ราย รวมเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ ล่าสุด ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 2,000 ไร่ สามารถให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 750-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ สร้างเม็ดเงินเข้าสู่พื้นที่ ปีละไม่ต่ำกว่า 220 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา สำนักงานเกษตรอำเภอครบุรีได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มศักยภาพการผลิต การสร้างมาตรฐาน คุณภาพและองค์ความรู้ด้านการผลิต ส่งเสริมการตลาด การสร้างการรวมกลุ่ม และเครือข่ายการตลาดทุเรียนต้นน้ำมูลตลอดจน การพัฒนามาตรฐานเพื่อการส่งออก อย่างเช่นปีนี้แม้ว่าการคาดการณ์ผลผลิตในพื้นที่อาจจะลดลงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากผลกระทบจากภัยแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่ทางอำเภอก็ยังจัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างมาตรฐานและวางแผนการประชาสัมพันธ์การตลาดให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และแนวทางส่งเสริมต่อเนื่องในอนาคตจะมีการร่วมมือขับเคลื่อน เพื่อขอการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมไปถึง การบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็ง การสร้างองค์ความรู้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างเป็นระบบเพื่อสร้างมาตรฐานและยกระดับทุเรียนครบุรี ให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้นด้วย .

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

แม่บ้านชุมชนเจาเราะกางาเบตงร่วมกลุ่มผลิตผ้า Eco Print ขายสร้างรายได้ยั่งยืน

ยะลา-กลุ่มสตรีชุมชนจาเราะกางาอบรมหลักสูตรการทำผ้าพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Eco Print สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และจำหน่ายเป็นการสินค้าหรือส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในอนาคต

ที่ทำการชุมชนจาเราะกางา อ.เบตง จ.ยะลา นายอาลี ดูดิง รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพให้แก่เยาวชนและประชาชนในเขตเทศบาล หลักสูตรการทำพิมพ์ลายผ้า หรือ Eco Print เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการประกอบอาชีพทางเลือกให้แก่เยาวชนและประชาชนในเขตเทศบาล ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพทางเลือกของตน เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยมีสมาชิกกลุ่มสตรีชุมชนจาเราะกางาและชุมชนใกล้เคียงเข้าร่วมโครงการ จำนวน 40 คน และได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกลุ่มนานาไอเดีย

นางมธุรส ดีเสมอ วิทยากรจากกลุ่มนานาไอเดีย กล่าวว่า การผลิตผ้าพิมพ์ลายหรือ Eco Print เป็นเทคนิคการผลิตผ้าพิมพ์ลายที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยมีกระบวนการโอนถ่ายสีและลวดลายจากส่วนของใบ ดอก และผลของพืช ลงบนผืนผ้าด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ประกอบกับอำเภอเบตงซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก็เลยมีแนวคิดที่จะทำงานอีโก้ปริ้นก็คือเทคนิคการโอนสีจากใบไม้ลงไปสู่ผ้า โดยเราได้สอนการทำ2เทคนิคคือการนึ่ง โดยการวางใบไม้ลงไปบนผ้าแล้วใช้วิธีม้วนจากนั้นมัดให้แน่นแล้วนำไปนึ่งโดยใช้ความร้อนในการช่วยถ่ายโอนสีโดยจะไม่ให้น้ำซึมลงผ้า และอีกเทคนิคนึงก็คือการทุบโดยการวางใบไม้ลงบนผ้าแล้วนำค้อนทุบ

จากนั้นใช้ค้อนทุบเป็นตัวที่ทำให้ใบไม้แตกตัวแล้วสีจากใบไม้จะถ่ายโอนสีลงมาบนผ้า ซึ้งทั้ง2เทคนิคนี้ก็จะมีความสวยที่แตกต่างกัน ซึ่งกลุ่มแม่บ้านมีความต้องการที่จะทำกระเป๋าแล้วก็จะมีโลโก้ของทะเลหมอกจาเราะกางาอีกด้วย ที่นี่เป็นวิสหกิจชุมชนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแน่นอนว่าจะต้องมีนักท่องเที่ยวที่ต้องผ่านเข้ามาอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานของกลุ่มแม่บ้านที่จำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวได้ และจะเป็นอีกช่องทางนึงที่ทางชุมชนจะได้หารายได้เสริมอีกด้วย สามารถนำไปประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าได้อย่างหลากหลาย อาทิ เสื้อ ผ้าซิ่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หมวก กระเป๋า เป็นต้น

สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ เป็นการรณรงค์การใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสภาพแวดล้อม รวมทั้งเป็นการใช้พืชที่มีในท้องถิ่น ใบไม้ทุกใบ จะเก็บมาจากสวนในรั้วบ้าน และสีสันของดอกไม้ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผู้เข้าอบรมสามารถผลิตผ้าพิมพ์ลายจากพืชสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และจำหน่ายเป็นการสินค้าหรือส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

ด้านนางมนฤดี คือรือมอ รองประธานกลุ่มสตรีจาเราะกางา กล่าวว่า กลุ่มสตรีจาเราะกางาได้เรียนรู้การทำผ้า เพื่อที่จะได้มีผ้าเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มแม่บ้านจาเราะกางาของเรา จะได้นำไปต่อยอดการผลิตกระเป๋าเพราะกลุ่มแม่บ้านจาเราะกางาก็ผลิตกระเป๋ามาเนินนาน คิดว่าสินค้านี้น่าจะเป็นที่ลองรับให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในอำเภอเบตง ซึ่งชุมชนจาเราะกางาของเราก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายและมีสินค้าสวยงามที่ทางชุมชนจาเราะกางาได้ผลิตออกมาให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจได้มาซื้อกันเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพ เป็นการเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายในครัวเรือน ส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มสตรีจาเราะกางา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทลายเครือขาย “บอสบอม”เจ้าพ่อเว็บพนันเมืองอุดรธานี ยึดทรัพย์กว่า 50 ล้าน

ตำรวจอุดรธานีบุกรวบเครือข่าย “บอสบอม” เจ้าพ่อเว็บพนันเมืองอุดร พบเปิดร้านอาหารบังหน้า เบื้องหลังคุมเว็บพนันกว่า 100 เว็บ ยึดทรัพย์กว่า 50 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.67 ที่ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวกรณีรวบเครือข่าย “บอสบอม” เจ้าพ่อเว็บพนันเมืองอุดร เปิดร้านอาหารบังหน้า เบื้องหลังคุมเว็บไซต์พนันกว่า 100 เว็บ สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้กวาดล้างเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ตามนโยบายรัฐบาล และ นโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ได้พบเบาะแสการกระทำผิด และทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่า มีผู้จัดให้เล่นพนันออนไลน์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตโดยประชาชนคนไทยโดยทั่วไปสามารถเดิมพันเล่นพนันได้ คือเว็บไซต์ m.pgslotz.com 

จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติของบัญชีธนาคาร ซึ่งใช้เป็นบัญชีช่องทางในการรับเงินสำหรับกลุ่มผู้เล่นการพนันออนไลน์ โดยพบว่ามีการกดเงินสดในเขตพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานีจำนวนหลายครั้ง ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลระบบและตระเวนกดเงินคือ น.ส.วราภรณ์ ฯ อายุ 25 ปี และ นายจิรภัทร ฯ อายุ 36 ปี แล้วนำเงินส่งมอบให้แก่นายทุนใหญ่ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยพบความเกี่ยวพันกับ “บอสบอม” เจ้าของธุรกิจร้านอาหารดังในจังหวัดอุดรธานี โดยพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเงิน รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดอุดรธานีออกหมายค้นหมายจับ และสนธิกำลังเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด พร้อมจับกุมตัว น.ส.วราภรณ์ อายุ 25 ปี และ นายจิรภัทร ฯ อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง
กว่า 30 รายการ อาทิ สมุดบัญชีพร้อมบัตร ATM ของบุคคลอื่นจำนวนกว่า 50 เล่ม โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ เงินสด 200,000 บาท เป็นต้น อีกทั้ง ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่มีหลักฐานเชื่อว่าได้มากจากเว็บพนันออนไลน์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าว รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยอมเปิดเผยข้อมูลว่า พวกตนได้ทำงานในร้านอาหารที่ “บอสบอม” เปิดบังหน้า แต่หน้าที่หลักโดยแท้จริงแล้ว คือ ตระเวนกดเงินจากบัญชีที่ใช้ในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ แล้วนำเงินสดส่งมอบให้แก่ “บอสบอม” และยังมีหน้าที่ในการทำบัญชีรายรับจ่ายของพนักงานส่วนต่างๆ ในการทำกิจกรรมของเว็บพนันออนไลน์ ทั้งในส่วน โปรแกรมเมอร์ การตลาด แอดมิน และยังทำหน้าที่ดูแลเว็บพนันออนไลน์ให้แก่ “บอสบอม” อีกจำนวนกว่า 100 เว็บไซต์

จากการตรวจสอบข้อมูลของ “บอสบอม” พบว่ามีการเปิดธุรกิจบริษัทรับจัดเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ และเปิดธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่เมืองอุดรธานีบังหน้า และกำลังขยายกิจการซึ่งคาดว่าเพื่อใช้ฟอกเงินในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี อีกทั้ง เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่มีในความครอบครอง พบว่ามีอาวุธปืนในการครอบครองถึง14 กระบอก รถยนต์หรู 8 คัน และครอบครองที่ดินในเมืองอุดรธานีอีกมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน(ออนไลน์)โดยผิดกฎหมายและร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดทรัพย์สินอันน่าเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เพื่อประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบยึดทรัพย์และดำเนินคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับ “บอสบอม” และกลุ่มบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่อ

“ผบก.ภ1” เปิดทามไลน์ หนุ่ม ฆ่าโหดแฟนสาว หมกป่าใต้ทางด่วน

“ผบก.ภ1” เปิดทามไลน์ หนุ่ม ฆ่าโหดแฟนสาว หมกป่าใต้ทางด่วน พบทะเลาะกันรุนแรงตั้งแต่ตี2 ก่อนก่อเหตุในห้องน้ำในห้องนอน ก่อนนำศพไปทิ้ง ก่อนพี่ชายไปพบหมดสติเหตุกินยาเกินขนาด เร่งนำส่งรพ. ล่าสุดปลอดภัยแล้ว -ตรวจสอบ พบ ประวัติรักษาจิตเวชเป็นปี และมีคดีกระทำอนาจารย์เด็กต่ำกว่า 15 ปี ตอนเป็นผู้เยาว์ ตำรวจยืนยัน ผู้ก่อเหตุอายุเกิน 18 ปี ต้องดำเนินการตามกฎหมายผู้ใหญ่

ความคืบหน้ากรณีฆ่าสาวเปื่อยหมกป่าข้างทางใต้ทางด่วน ในพื้นที่ ม.4 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตำรวจได้ไล่จากกล้องวงจรปิด จากที่เกิดเหตุมายังในป่าหญ้าข้างทางถนนใต้ทางด่วนอุดรรัถยา(บางพูน) ม.4 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี มายัง หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่าน ต.บางพูน อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี จึงอยู่ห่างจากจุดถึงศพประมาณ 7 กิโลเมตร

โดยผู้ก่อเหตุคือ นายธนากรณ์ เอี่ยมละออ อายุ 18 ปี หลังจากลงมือฆ่า นางสาววรัญญา แสงสุรวงศ์ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตแล้วได้กลับมาที่บ้านพัก ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ในขณะที่กำลังล้อมพื้นที่อยู่นั้น คนร้ายรู้ตัวจากข่าวว่า ตำรวจ ทราบตัวคนก่อเหตุแล้ว จึงได้พยายามกินยาเพื่อหวังฆ่าตัวตาย แต่ครอบครัวดันมาเห็นซะก่อน จึงได้รีบพาตัวนำไปส่งที่โรงพยาบาลสยามกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ตำรวจกำลังจะเข้ามาจับกุม

ขณะที่บริเวณหน้าหมู่บ้านหรู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สวยพริกไทย ขับรถเข้าออกหมู่บ้านดังกล่าว เมื่อพยายามสอบถามรายละเอียด เจ้าหน้าที่ได้ขับรถออกจากพื้นที โดยที่ไม่ได้ให้ข้อมูลใดใดกับสื่อมวลชน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นร่องรอยคล้ายหยดเลือดเป็นทางตั้งแต่บริเวณประตูทางออกหมู่บ้าน จนถึงถนนทางเข้าหมูบ้าน

จากนั้นในเวลาประมาณ 15.30น. พลตำรวจโทจิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมกับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ซึ่งหลังจากตรวจสอบนานกว่า 1 ชั่วโมง พลตำรวจโทจิรสันต์ ได้แถลงละเอียดของคดี โดยระบุว่า คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เป็นที่สนใจของประชาชน เพราะมีการกระทำที่ค่อนข้างรุนแรง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุอยู่วันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 8:00 น ว่ามีการพบศพผู้เสียชีวิต บริเวณใต้ทางด่วนบางพูน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุโดยทันที

เริ่มจากการตรวจสอบ พบ ว่าข้อมือถูก ตัดขาดทั้ง 2 ข้าง เฉือนบริเวณลำคอ จากนั้นได้ทำการตรวจสอบ และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงทราบตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านแห่งหนึ่ง แล้วก็อยู่ด้วยกันสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุพกพาดวงใจกับผู้เสียชีวิตนานกว่า 3 ปีแล้ว เรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยมและกำลังจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่สถาบันเดียวกัน และได้ย้าย มาอยู่ด้วยกัน ที่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ

ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้น จากการสอบถามพยานซึ่งเป็นพี่ชายซึ่งอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ ทราบว่ามีการทะเลาะเบาะแว้งกัน เมื่อเวลาตี 2 เมื่อคืนนี้ พอมีการประกวดเสียงก็เงียบไป // จากการสอบสวนตรงๆพบว่าผู้ก่อเหตุไปนำศพผู้เสียชีวิตออกจากบ้านเมื่อเวลาประมาณ 05.00 ที่ผ่านมา นำไปทิ้งในจุดพบศพ

ขณะที่มีส่วนผู้ก่อเหตุครอบครัวไปพบว่ากินยาเกินขนาดจึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว และจากการตรวจสอบพบว่ามีประวัติการรักษาจิตเวชนานกว่า 1 ปี อีกทั้งยังมีประวัติอาชญากรรมในคดี ไปทำอนาจารต่อเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเมื่อปี 2565 ในพื้นที่สน. คันนายาว

โดยจุดเกิดเหตุคือห้องน้ำ ในห้องนอนของก่อเหตุบริเวณชั้น2 ของบ้าน พบร่องรอยการก่อเหตุที่ห้องน้ำ ทั้งคลาบเลือด และมีดอีโต้ ขนาด 1 ฟุต พร้อมกับเขียงทรงกลม

โดยบ้านหลังนี้อาศัยอยู่กับครอบครัว รวม 4 คน ประกอบด้วย ผู้ก่อเหตุ ผู้ตาย พี่ชายผู้ก่อเหตุ และพี่สะใภ้ เมื่อตอนที่เกิดเหตุทุกคนมีลูกอาศัยอยู่ในบ้าน แต่พี่ชายและพี่สะใภ้นอนหลับแล้ว และยังมีห้องนอนแม่คันกลาง ทำให้ไม่ได้ยินเสียง จากการสอบถามครอบครัวยอมรับว่า มีการทะเลาะเบาะแว้งกับอาจารย์แต่ยังไม่เคยถึงขั้นทำร้ายร่างกาย แต่ในช่วงรุ่งเช้าวันต่อมาพี่ชายและแม่ ได้สร้างรูปพรรณสัณฐานของชายจ้องสงสัย และรถจักรยานยนต์ จึงได้มาตรวจสอบที่บ้านจนสามารถช่วยชีวิตผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ไม่พร้อมที่จะให้ปากคำ แต่สันนิษฐานว่าแรงจูงใจเกิดจากการหึงหวง

พลตำรวจโทจิรสันต์ ระบุว่า เมื่อมีประวัติการรักษาจิตเวชจากนี้ก็จะมีการสอบปากคำพ่อรวมถึงพยานนักร้อง และหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป โดยตอนนี้ยังไม่พบ มือทั้ง 2 ข้างที่หายไป แต่พฤติกรรมดังกล่าวแสดงถึงเจตนาที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุอายุ 18 ปี ย่าง 19 ปี จึงต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายทั่วไป ซึ่งเบื้องต้นตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และอำพรางศพเพื่อปิดบังการตาย ล่าสุดศาลได้อนุมัติใหม่จับแล้ว

กระหึ่มโลก! ONE ระเบิดศึกมวยใหญ่หยุดโลก ONE 167 เสาร์ที่ 8 มิ.ย.นี้

ริช แฟรงคลิน รองประธาน วัน แชมเปียนชิพ นำทัพแถลงความยิ่งใหญ่ ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II ที่มีคิวระเบิดศึกในประเทศไทย คัดมาเน้นๆ กับมวยใหญ่หยุดโลกทั้งหมด 10 คู่ คัดสรรนักกีฬาดังระดับซูเปอร์สตาร์-ดาวรุ่งไฟแรงมากมาย การันตีความมันตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมทั้งกิจกรรม Open Workout เช็กความฟิตและฝึกซ้อมโชว์สื่อมวลชน บอสใหญ่เผยมุ่งเน้นพา “ศิลปะแม่ไม้มวยไทย”ผงาด-ครองใจแฟนในตลาดกำปั้นอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ยิงสดจากอิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 07.00 น. ของวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.ของไทย ออกอากาศมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย vs โจ ณัฐวุฒิ 

วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แถลงข่าว-ซ้อมโชว์สื่อมวลชน ศึก ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 โดยมีเหล่านักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์-ดาวรุ่งที่ลงทำการแข่งขัน รวมทั้งทัพสื่อมวลชนหลายร้อยสำนัก อินฟลูเอนเซอร์, แฟนคลับ เข้าร่วมงานมากมาย

ริช แฟรงคลิน รองประธาน วัน แชมเปียนชิพ เปิดเผยว่า “สำหรับการแข่งขันรายการนี้ เป็นการรวมกันของนักกีฬาระดับแม่เหล็กทั้งไทย-เทศมากมาย นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ ไม่ว่าจะเป็นตะวันฉาย พีเค.แสนชัย, รถถัง จิตรเมืองนนท์, โจ ณัฐวุฒิ, สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ซึ่งมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก รอชมและนับถอยหลังสู่การแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ”

รถถัง จิตรเมืองนนท์ vs เดนิส พูริช

นอกจากนี้ยังมี “ไมกี มูซูเมกี” สุดยอดนักปล้ำจับล็อกชาวอเมริกัน ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักกีฬาปล้ำจับล็อกที่เก่งที่สุดในโลก และ “โจฮัน กาซาลี” นักมวยไทยดาวรุ่งลูกครึ่งมาเลเซีย-อเมริกัน วัย 17 ปี ที่สร้างชื่อใน ONE ลุมพินี ตั้งแต่ไฟต์เปิดตัว ด้วยการทำสถิติน็อกไวที่สุดของรายการด้วยเวลาเพียง 16 วินาที ทำให้โด่งดังชั่วข้ามคืน ก่อนจะเก็บชัยอีก 3 ไฟต์รวด จนได้เซ็นสัญญากับ ONE ด้วยวัยเพียง 16 ปี

“การจัดแข่งขัน ยังมุ่งเน้นการถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกาที่เป็นตลาดใหญ่ ประชากรกว่า 300 ล้านคน ถ่ายทอดสดส่งตรงความมันไปในช่วงเวลาที่มีคนดูมากที่สุด ส่งผ่านศิลปะแม่ไม้มวยไทย รวมทั้งความมันของการต่อสู้ในกติกาอื่นๆ ออกอากาศมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยชื่อชั้นความเป็น ONE การันตีได้ถึงความสนุก-ดุเดือดทุกวินาทีแน่นอน”

สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง vs มาซาอากิ โนอิริ

สำหรับซีรีส์ความมัน ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II มีคิวดวลในประเทศไทย วันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.2567 ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี เริ่มคู่แรกเวลา 07.00 น. โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 10 คู่ คู่เอกจะเป็นศึกสายเลือด การพบกันระหว่าง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145 – 155 ป.) วัย 25 ปี ที่จะกลับมาป้องกันเข็มขัดครั้งที่ 3 เผชิญหน้ากับผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง “โจ ณัฐวุฒิ” วัย 34 ปี ที่เคยปะทะเดือดกันมาแล้วในกติกาคิก บ็อกซิ่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ในศึก ONE Fight Night 15 ซึ่งตะวันฉายเป็นฝ่ายชนะคะแนนอย่างเอกฉันท์ ขณะที่โจ ณัฐวุฒิ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก เพราะในครั้งนั้นลงแข่งขันในฐานะมวยแทนที่รู้ตัวล่วงหน้าไม่กี่วัน แต่สามารถต่อสู้ได้อย่างสนุกสมศักดิ์ศรี ทำให้ครั้งนี้ถือเป็นนัดล้างตา ได้พิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้ง

คู่รองเป็นการกลับมาของ “ดิไอรอนแมน” รถถัง จิตรเมืองนนท์ ราชันมวยไทย รุ่นฟลายเวต (125 – 135 ป.) คืนเวที ศึกแรกของปี 2567 ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง พบกับ “เดนิส พูริช” จอมดีเดือดจากบอสเนีย-แคนาดา

ขณะที่ “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” ตำนานคิกบ็อกซิ่งชาวไทย ขอกลับมากู้ศรัทธาแฟนมวยทั่วโลกอีกครั้ง พบกับซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิ่งจากแดนซามูไร “มาซาอากิ โนอิริ” ที่จะประเดิมโชว์ฝีมือใน ONE เป็นครั้งแรก ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145 – 155 ป.)

ไมกี มูซูเมกี VS กาเบรียล ซูซา

ด้าน “โนแอล กรองด์ชอง” ลูกครึ่งสาวไทย-ฝรั่งเศส คว้าโอกาสครั้งสำคัญ ในการพิสูจน์ตัวเองกับนักสู้ตัวท็อปของแรงกิง อย่าง “เดนิส แซมโบอันกา” หลังจากที่ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” แชมป์โลก ONE การต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) รุ่นอะตอมเวต (105 – 115 ป.) ประกาศถอนตัวจากอาการบาดเจ็บ

สำหรับคู่อื่นๆ ได้แก่ ปล้ำจับล็อก รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป.ไมกี มูซูเมกี (สหรัฐอเมริกา) พบ กาเบรียล ซูซา (บราซิล), มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป. เลียม แฮร์ริสัน (สหราชอาณาจักร) พบ คัตซูกิ คิตาโนะ (ญี่ปุ่น), การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นไลต์เวต 155 – 170 ป. เคด รูโทโล (สหรัฐอเมริกา) พบ เบลก คูเปอร์(สหรัฐอเมริกา), การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นไลต์เวต 155 – 170ป. อาเดรียน ลี (สหรัฐอเมริกา-สิงคโปร์) พบ อันโตนิโอ มัมมาเรลลา (ออสเตรเลีย) มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125 – 135 ป. โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย-สหรัฐเมริกา) พบ เหงียน ตรัน ดุย งัด (เวียดนาม), การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นอะตอมเวต 105 – 115 ป. อิตซูกิ ฮิราตะ (ญี่ปุ่น) พบ วิกตอเรีย ซูซา (บราซิล) และ มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป.โยฮัน เอสตูปินาน (โคลัมเบีย) พบ ซาเฟอร์ ซายิก (ตุรกี)

นายกฯ ปลื้ม กทม.ครองอันดับ 6 จาก 20 เมืองที่ดีที่สุดในโลกในด้านอาหาร

“นายกฯ เศรษฐา” ปลื้ม กรุงเทพฯ ครองอันดับ 6 ของโลก The World’s 20 Best Cities for Food จากนิตยสารชื่อดัง Time Out ถูกยกเป็นเมือง Street Food ภูมิใจในศักยภาพ มนตร์เสน่ห์ พร้อมหนุนปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ของไทย

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ปลื้มข่าวดี “Time Out” นิตยสารอันดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ ประกาศว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ครองอันดับ 6 ของโลก ในหมวดหมู่ The World’s 20 Best Cities for Food หรือ 20 เมืองที่ดีที่สุดในโลกในด้านอาหาร

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุต่อไปว่า Time Out เป็นนิตยสารชั้นนำระดับโลกด้านการแนะนำไลฟ์สไตล์ สถานที่ท่องเที่ยว และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดของเมืองในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม การเดินทาง อาหาร และความบันเทิง ซึ่งการจัดลำดับทางนิตยสาร สอบถามไปยังผู้คนท้องถิ่นเกี่ยวกับการรับประทานอาหารนอกบ้าน เพื่อจัดอันดับเมืองหลวงแห่งอาหารในปี 2024

ขณะเดียวกัน นิตยสาร Time Out ระบุว่า การรับประทานอาหารเป็นส่วนหนึ่งของการทำความรู้จักแต่ละเมือง ส่วนที่ทำให้อาหารยอดเยี่ยม ไม่ใช่เพียงแค่คำชม และดาวมิชลิน (Michelin Star) แต่คือตัวเลือกของอาหาร คุณภาพ ราคา การสำรวจครั้งนี้จึงเป็นการสอบถามไปยังหลายพันคนเพื่อกล่าวถึงการรับประทานอาหารนอกบ้านในบ้านเกิดของตัวเอง ให้คะแนน ด้านคุณภาพ ราคา จากนั้นทีมบรรณาธิการและนักเขียนทั่วโลกเป็นผู้สรุปผลการสำรวจ

ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอับดับให้ครองที่ 6 ของโลก The World’s 20 Best Cities for Food ซึ่งในนิตยสารได้ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของ Street Food และมีราคาย่อมเยาที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก มีความหลากหลาย ทั้งรับประทานจากจานร้อนริมถนน หรือเสิร์ฟในเรือบริเวณตลาดน้ำ อาหารที่ต้องลองคือ ส้มตำ นอกจากนี้ กรุงเทพฯ มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 34 แห่ง และมีถึง 8 ร้าน ได้รับรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants 2024

ฝากขัง “เจ๊มด-แก๊งยิงเสี่ยต้น” ตร.ยื่นค้านประกัน ตร.เร่งลากคอมือปืน

ตำรวจเตรียมคุมตัวแก๊งยิง “เสี่ยต้น” ฝากขังศาลอาญา พร้อมคัดค้านประกันตัว “เจ๊มด” ยังยืนยันให้การชั้นศาล ขณะที่คำให้การของผู้ต้องหาอีก 2 ราย เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ตร.เร่งล่าตัวมือปืน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มิ.ย.67 ที่ สน.วังทองหลาง พนักงานสอบสวนได้เบิกตัว น.ส.วรรณิภา หะมาลา หรือ “เจ๊มด” ภรรยานายพิชิต กลีบจินดา หรือ “เสี่ยต้น” เจ้าของธุรกิจสอนนวดแผนไทย ในข้อหา “จ้างวานฆ่า” มาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อนำตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันปล่อยตัวชั่วคราวแล้วเกรงว่าจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่วน นายสาโรจน์ เสือสุวรรณ ผู้ทำหน้าที่จัดหาอาวุธปืน ทางเจ้าหน้าที่ได้แยกควบคุมตัวไว้ที่ สน.หัวหมาก และนายวีรภัทร สุคนธทรัพย์ ผู้ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.โชคชัย

พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า วานนี้ (4 มิ.ย.) มีการคุมตัว น.ส.วรรณิภา และผู้ต้องหาอีก 2 คน ดำเนินการด้านเอกสารเพิ่มเติมก่อนส่งฝากขังวันนี้ รวมทั้งสอบถามบางประเด็นที่สงสัยเพิ่มเติม ซึ่งตัว น.ส.วรรณิภา ยังยืนยันที่จะให้การทุกอย่างในชั้นศาลเท่านั้น

สำหรับ นายวีรภัทร สุคนธทรัพย์ ผู้ต้องหาอีกราย ซึ่งถูกคุมขังที่ สน.โชคชัย เมื่อวานนี้ได้แสดงความสมัครใจที่จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งคำให้การของ นายวีรภัทร ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ทั้งการพิสูจน์ยืนยันตัวตนว่า เขาคือบุคคลในภาพวงจรปิด ที่สวมหมวกกันน็อกเต็มใบและสวมเสื้ออำพรางตัวเอง รวมทั้งการจำลองพฤติการณ์เหตุการณ์ในวันที่ 8 เม.ย.67 จึงทำให้คดีนี้มีพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์และมีความคืบหน้าอย่างมาก

ส่วนนาย สาโรจน์ เสือสุวรรณ ผู้ต้องหาอีกราย ซึ่งถูกคุมขังที่ สน.หัวหมาก ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี ซึ่ง นายสาโรจน์ และ นายวีรภัทร ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับ น.ส.วรรณิภา มาก่อน คาดว่าเป็นการรู้จักกันผ่านตัว นายณัฐพล ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ทำหน้าที่เป็นมือปืน ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการติดตามตัวของตำรวจ

โดยในวันนี้จะดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งขออำนาจฝากขังผลัดแรกต่อศาลอาญา โดย นายสาโรจน์ และ นายวีรภัทร จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจที่ดำเนินการคุมขัง เป็นผู้รับผิดชอบส่งตัวไปที่ศาลอาญา ส่วนตัว น.ส.วรรณิภา ทาง สน.วังทองหลาง เป็นผู้รับผิดชอบส่งตัวไปยังศาลอาญา ก่อนที่ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะนำสำนวนส่งฝากขังรวมกัน

“สำกรับตัว นายณัฐพล ที่ยังอยู่ในระหว่างการหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนคนใดมีเบาะแสหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ นายณัฐพล ว่า หลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง หรือตำรวจท้องที่นั้นๆ ได้ เพื่อช่วยกันติดตามจับกุม นายณัฐพล มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสิบเวร สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา น.ส.วรรณิภา นอนอย่างเดียว ยังไม่ได้เรียกร้องหรือต้องการอะไรเพิ่ม ซึ่งทางสิบเวรก็ปล่อยให้นอนพักผ่อนในห้องผู้ต้องขังโดยไม่รบกวน เพราะทราบมาว่า น.ส.วรรณิภา มีอาการเครียดตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ อย่างไรก็ตามตำรวจสิบเวรยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ น.ส.วรรณิภา ทำอันตรายใดๆตัวเอง ในขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่า น.ส.วรรณิภา ยังพูดคุยกับตำรวจได้ดี ยังไม่แสดงอาการเครียด รับประทานอาหารได้ และบอกกับตำรวจเพียงว่า “อยากไปที่ศาลโดยเร็วที่สุด”

กลุ่มแม่บ้านสตูล ไอเดียเจ๋งนำปูขาวไร้ราคาทำปู 3 รส ลูกค้าติดใจสั่งซื้อจนไม่พอขาย

กลุ่มแม่บ้านเกษตรตำมะลังทวีศรีสุข จ.สตูล ใช้เวลาว่างหารายได้เสริม โดยรวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลที่มีในท้องถิ่น โดยนำปูกระตอยมาทำปูและกุ้ง 3 รส กลายเป็นสินค้าขายดี ลูกค้าติดใจทำขายไม่เคยพอ

น.ส.บุศรา สง่าบ้านโคก หรือ จ๊ะโอ๋ เล่าถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ “ปูและกุ้ง 3 รส” สินค้าที่กำลังขายดีของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรตำมะลังทวีศรีสุข ว่า เดิมทีกลุ่มแม่บ้านเกษตรตำมะลังทวีศรีสุข ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ด้วยการรวมหุ้นคนละ 50 บาท จากแม่บ้านจำนวน 15 คน เพื่อหารายได้เสริม โดยทำน้ำพริกเผาเร่ขายตามหน่วยงานราชการต่างๆ แปรรูปอาหารทะเล เนื่องจากชุมชนตำมะลัง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมง นอกจากน้ำพริกเผา ก็มีผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ปลาแห้ง กะปิ และกุ้งแห้ง

ต่อมาปี พ.ศ. 2561 จึงได้จดเป็นวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรตำมะลังทวีศรีสุข กระทั่งสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย หน่วยงานราชการได้พาไปดูงานต่างจังหวัด เห็นหมึก 3 รส ขายดีมาก ตนจึงกลับมาคิดว่าเราน่าจะทำอะไรในรูปแบบ 3 รสบ้าง จึงนำ ปูขาว หรือ ปูกระตอย ที่มีอยู่มากในชุมชน แต่ปูกระตอยชาวบ้านไม่นิยมกินเพราะตัวเล็ก มีเนื้อน้อย เมื่อติดมากับอวนก็จะนำไปทิ้ง ตนจึงนำมาชุบแป้งทอดขายกินคู่กับน้ำจิ้ม เพราะตนขายจำพวกลูกชิ้นทอดอยู่แล้ว เมื่อปูกระตอยชุปแป้งทอดเริ่มขายดีมีคนนิยมกินมากขึ้น

ตนจึงติดต่อกับชาวประมงที่วางอวนให้เก็บปูกระตอยไว้ให้ จึงเริ่มทดลองทำเป็นปู 3 รส โดยนำน้ำจิ้มลูกชิ้นมาคลุกรวมกับปูชุปแป้งทอด นำไปให้เพื่อนบ้านชิมก็บอกว่าอร่อย จากนั้นจึงนำมาปรับสูตรเพิ่มความเข้มข้น และนำปูไปต้มก่อนจากนั้นคลุกแป้งทอด และนำมาผัดกับเครื่องให้แห้ง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ ปู 3 รส นอกจากนี้ ก็ทำ กุ้ง 3 รส สำหรับคนที่ไม่ทานปูเพื่อเป็นทางเลือก นำไปขายลูกค้าก็ต่างชอบใจ วางขายที่ไหนก็หมด ปัจจุบันตนขายตลาด ธ.ก.ส. ตลาดหน้าศาลากลาง จ.สตูล และออกบูธตามงานต่างๆ งาน อบจ.พบประชาชนและร้านค้าสวัสดิการชุมชนที่ท่าเรือแพหลวง ต.ตำมะลัง อ.เมือง โดย ปูและกุ้ง 3 รส ขายกระปุกใหญ่กระปุกละ 35 บาท หรือ 3 กระปุก 100 กระปุกเล็ก กระปุกละ 20 บาท 3 กระปุก 50 บาท

นอกจาก ปูและกุ้ง 3 รส ที่เป็นสินค้ายอดฮิตแล้ว ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มยังมีปลาแห้งห่อละ 35 บาท ปลาเส้นห่อละ 120 บาท กุ้งแห้งถุง ครึ่ง กก.ราคา 300 บาท กะปิหวานกระปุกละ 35 บาท สินค้าทุกอย่างมีหลายราคาให้เลือกซื้อตามกำลังทรัพย์ โดยทำสัปดาห์ละ 4 ครั้ง แต่ละครั้งมีรายได้ 5-6 พันบาท ทั้งนี้ ตนเองพยายามหาสินค้าใหม่ๆ เข้ามาบ่อยๆ เพื่อให้สินค้ามีความแปลกใหม่ตลอด ผู้สนใจทดลองชิมปูและกุ้ง 3 รสของกลุ่ม สามารถสั่งซื้อได้ที่ 099-2078217 หรือ เฟซบุ๊ก จ๊ะโอ๋น้ำพริก รับรองว่าติดใจแน่นอน.