ช็อกโลก! นายกเทศมนตรีหญิงเม็กซิโกถูกฆ่า หลังเพิ่งได้ ปธน.หญิงคนแรก

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า น.ส.โยลันดา ซานเชซ นายกเทศมนตรีหญิงของเมืองโกติยา ในรัฐมิโชอากัน ตอนกลางของประเทศเม็กซิโก ถูกกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายกระหน่ำยิง 19 นัดและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันจันทร์ที่ 3 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเม็กซิโกเพิ่งเฉลิมฉลองการได้ประธานาธิบดีหญิงเป็นคนแรกของประเทศ

ทั้งนี้ น.ส.ซานเชซ ชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองโกติยา ในเดือนกันยายน 2564 ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ โดยเธอต้องเผชิญการขู่ฆ่าหลายครั้งนับตั้งแต่รับตำแหน่ง นอกจากนั้นเธอยังเคยถูกกลุ่มมือปืนลักพาตัวและจับเอาไว้นาน 3 วันระหว่างเดินทางเยือนรัฐฮาลิสโก ในปี 2566 ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมา ซึ่่งในตอนนั้น น.ส.ซานเชซ บอกว่าเธอไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร แต่สื่อท้องถิ่นคาดว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม ‘คนรุ่นใหม่ฮาลิสโก’ (Jalisco New Generation cartel – CJNG)

สำหรับกลุ่ม CJNG มีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมมากมายในเม็กซิโก ทั้งลักลอบค้ายาเสพติด, ลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ และกรรโชกทรัพย์ นอกจากนั้นพวกเขายังมีชื่อฉาวโฉ่เรื่องการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ยอมทำตามที่พวกเขาต้องการด้วย

การเสียชีวิตของ น.ส.ซานเชซ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังการเลือกตั้งใหญ่ของเม็กซิโกจบลงด้วยชัยชนะของ น.ส.คลอเดีย เชนบาม แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครท้องถิ่น ซึ่งกลบกระแสการเลือกตั้งจนหมด

ดีเอสไอเปิดตู้คอนเทนเนอร์ไม่มีผู้แสดงตนพบซากสัตว์กว่า กว่า 460 ตัน

DSI ร่วมกับศุลกากร-แหลมฉบัง เปิดตู้คอนเทนเนอร์ไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ พบซากสัตว์ไม่ขออนุญาตนำเข้ากว่า 460 ตัน เร่งสอบสวนหาเจ้าของ

วันนี้ (4 มิถุนายน 2567) พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก ชาญณรงค์ ทับสาร รองผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 127/2566 กรณีลักลอบนำเข้าสุกรและชิ้นส่วนไก่ฯ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมประมง พร้อมด้วยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบตู้สินค้าที่ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ทำการสำรวจของค้างบัญชีเรืออยู่ในอารักขาของศุลกากรเกินกำหนดเวลา 30 วัน ที่ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมาแสดงความเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้มีสิทธิ เพื่อให้มีการชำระอากรหรือวางประกันค่าอากรภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พบว่าสินค้า จำนวน 16 ตู้คอนเทนเนอร์ ที่แสดงรายการนำเข้าเป็นสินค้าประเภทสุกร เนื้อสุกรและเครื่องในสุกรแช่แข็ง ไม่มีหลักฐานการขออนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์ และยังพบว่าสินค้าบางรายการโดยเจตนาสำแดงข้อมูลรายการในใบขนสินค้าเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรและหลีกเลี่ยงข้อจำกัด

อธิบดีกรมศุลกากรจึงได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดฐาน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากร โดยเจตนาจะฉ้ออากร ที่ต้องเสียสำหรับของนั้นๆ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เป็นคดีพิเศษที่ 127/2566 จึงเป็นที่มาของการเปิดตู้สินค้าเพื่อตรวจสอบในวันนี้


จากการเปิดตู้สินค้า จำนวน 16 ตู้คอนเทนเนอร์ และตรวจพบเพิ่มเติมอีก จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมเป็นจำนวน 17 ตู้คอนเทนเนอร์ พบว่าเป็น สินค้าประเภทสุกร เนื้อสุกร และเครื่องในสุกรแช่แข็ง น้ำหนักรวมประมาณ 460 ตัน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวตามที่กรมศุลกากรได้ทำการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป

คุ้มเข้ม”แป้ง นาโหนด”ผู้ต้องหาหลบหนีซุกอินโดฯ สอบเครียด สภ.เมืองนครศรีธรรมราช

เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซีย คุมตัว “แป้ง นาโหนด” ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายที่สนามบิน โดยตำรวจ ตม.จะดำเนินการตามขั้นตอนในการตรวจคนเข้าเมือง ก่อนนำตัวไปสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 17.38 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2567 ที่ ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช ม.10 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากครื่องบินซุปเปอร์เจ็ต ของประเทศอินโดนีเซีย บินลงแตะรันเวย์สนามบินนานาชาตินครศรีธรรมราชแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. นำโดย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.ท.วรรณชัย สุขแจ่ม สว.ตม.นครศรีธรรมราช เข้าไปรับตัว นายเชาวลิต หรือ แป้ง นาโหนด จากเครื่องบิน ก่อนคุมตัวเข้ามายังห้องรับรองพิเศษที่สนามบินจัดเตรียมเอาไว้ 

ก่อนที่ตำรวจ ตม.จะแสดงหมายแดงแล้วแจ้งข้อหาออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตแก่ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด จากนั้นทางตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้ามาแสดงหมายจับนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ในข้อหาหลบหนีการคุมขัง และข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งในขั้นตอนที่สนามบินนครศรีธรรมราช คาดว่าจะใช้เวลาแจ้งข้อกล่าวหาและบันทึกการจับกุมเบื้องต้นประมาณ 1 ชั่วโมง 

ก่อนที่จะคุมตัวนายเชาวลิต หรือ แป้ง ออกจากสนามบินไปขึ้นรถตู้ที่เตรียมเอาไว้ด้านหน้าทางออกจากสนามบิน โดยมีการตำรวจคุ้มกันอย่างเข้มแข็งตลอดเส้นทางระยะทางจากสนามบินถึง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ 23 กิโลเมตร

ทั้งนี้ในการรอรับตัวนายเชาวลิต หรือ แป้ง นาโหนด ในครั้งนี้มี พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช, ผช.ทูตประเทศอินโดนีเซีย และนายตำรวจระดับสูงของจังหวัดนครศรีธรรมราชมา ร่วมรับนายเชาวลิต หรือ แป้ง นาโหนด 

โดน 2 ข้อหาหนัก”ซ้อแทน”เจ้าแม่เงินกู้พิเรนท์ ตร.ฝากขัง ยันไม่มีแบ็กหนุน

ปราจีนบุรี-“ซ้อแทน” โดน 2 ข้อหา ยอมรับสารภาพ ตำรวจคุมฝากขังศาลปราจีนบุรี เจ้าตัวเผยเหตุตั้งเงื่อนไขสุดพิเรนทร์ อ้างถูกลูกหนี้เบี้ยวเงินบ่อย ตำรวจฝากเหยื่อเข้าแจ้งความ ยืนยันผู้ต้องหาไม่มีแบ็กหนุน

เมื่อเวลา 09.30น.เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีรายงานความคืบหน้า กรณี “ซ้อแทน” เจ้าหนี้เงินกู้ผ่านทางโลกออนไลน์ มีที่อยู่หมู่บ้านบุยายใบหมู่4 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้มีการทวงหนี้ลูกหนี้ที่เบี้ยวหนี้พิสดาร โดยโพสต์ภาพเปลือยผ่านเฟสบุ๊คและมีการเผยแพร่ในเพจชื่อดัง(อีซ้อขยี้ข่าว)ต่อมาสื่อมวลชนนำเสนอ อละเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ ร่วมกับฝ่ายปกครองติดตามจนทางเจ๊แทน ได้เข้ามอบตัวและรับสารภาพว่ากระทำจรืง

ทั้งนี้ ซ้อ แทนผู้ต้งหา ได้เดินมางมา สภ. ศรีมหาโพธิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมให้ปากคำพนักงานสอบสวนเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ท่ามกลางสื่อมวลชนมาดักทำข่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรีต่อไป

โดยเบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาคือ ประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลมีลักษณะลามกฯผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ จึงได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ที่ใช้บันทึกข้อมูลการกู้ยืมเงินกับลูกค้าไว้แล้ว

พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า ผู้ต้องหาคือเจ้แทนหรือซ้อแทนยอมรับสารภาพว่ากระทำผิดเพียงลำพัง โดยลูกหนี้ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีไม่มี มีลูกหนี้ในต่างจังหวัด เช่น จ.ฉะเชิงเทรา จ.สมุทรสาคร หากมีลุกหนี้ลักษณะนี้สามารถอจ้งความได้

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ชัชวาลย์ ศิริปิ่น-ภาพ/ปราจีนบุรี

แม่ไก่ไม่ไข่ ผลผลิตน้อย ราคาปรับตามกลไกตลาด ภายใต้การดูแลของ “ก.พาณิชย์” 

“ไข่ไก่” เป็นหนึ่งในอาหารหลักของคนไทยมาตั้งแต่ในอดีต และเป็นอาหารที่ราคาจับต้องได้สำหรับคนทุกชนชั้น ดังนั้นเมื่อไหร่ราคาขยับขึ้นก็จะเกิดเสียงบ่นตามมาทันที โดยไม่ได้พิจารณาปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการผลิตในแต่ละช่วง เช่น ดินฟ้าอากาศ ต้นทุนการป้องกันโรค วัตถุดิบอาหารสัตว์ ต้นทุนพลังงาน ฯลฯ  เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญที่ผลักดันราคาเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะสินค้าเกษตรแต่รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมด้วย แม้ผู้เลี้ยงพยายามให้ข้อมูลในส่วนนี้ แต่ผู้บริโภคหรือองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคไม่พิจารณาเป็นหลัก  หากแต่เป้าหมายอยู่ที่ราคาที่ต้องจ่ายเท่านั้น ความจริงก็คือราคาสินค้าเกษตรมีขึ้นและมีลงตามอุปสงค์-อุปทาน (Demand-Supply)

“ไข่” เป็นสินค้าที่ตลาดในประเทศมีการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์ มีผู้เลี้ยงไม่น้อยกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ ทั้งรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ ดังนั้นการแข่งขันด้านราคาจึงสูงและเป็นไปตามกลไกตลาด (Market Mechanism) ยากที่จะมีการผูกขาด (Monopoly) หรือ ฮั้วราคากัน (Price Collusion) เพราะแต่ละกลุ่มมีอำนาจต่อรองสูง คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการแข่งขันสมบูรณ์นี้ คือ ผู้บริโภค ที่สำคัญคนไทยมีไข่รับประทานเพียงพอ ไม่ขาดแคลน ในราคาที่เหมาะสม 

หากย้อนกลับไปดูราคาไข่ไก่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ราคาเฉลี่ยฟองละ 75 สตางค์ – 1 บาท ขณะที่ราคาล่าสุด 4 บาท ถือว่าไม่ได้ปรับขึ้นสูงกับเวลาครึ่งทศวรรษ แต่เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับบ่อยเป็นรายสัปดาห์หรือรายวันก็มีประสบการณ์กันมาแล้ว จากราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลลิตรละไม่ถึง 10 บาท วันนี้ 35 บาท และยังมีกองทุนน้ำมันเพลิงอุดหนุนราคาไม่ให้แพงเกินไปมาหลายสิบปี แต่ไข่ไก่ไม่มีกองทุนใดๆสนับสนุน หรือแม้จะเปรียบเทียบกับราคาทองคำ ที่ปรับสูงขึ้นและในแต่ละวันอาจปรับขึ้น 3-5 รอบ จากราคาทองรูปพรรณ 500 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาท ปัจจุบันราคามากกว่า 40,000 บาท หรือแม้แต่เทียบกับมะนาวที่ช่วงหน้าร้อนทุกปีราคาพุ่งขึ้นไปถึง 8-10 บาทต่อลูก จากปกติ 2-3 บาท ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เห็นได้ว่าทั้งสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าเกษตรมีการปรับขึ้น-ลงทั้งสิ้น

ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ประกาศราคาแนะนำไข่คละขึ้น 3 ครั้งๆ ละ 20 สตางค์ต่อฟอง จาก 3.40 บาท และปรับขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา อยู่ที่ 4 บาทต่อฟอง โดยให้เหตุผลว่าเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู ไก่ป่วย ออกไข่น้อยและขนาดเล็กลง ประกอบกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น จึงต้องปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน ประกอบกับเป็นช่วงโรงเรียนเปิดเทอม ความต้องการไข่สูงขึ้น แต่ผลผลิตน้อยปกติ 

สำหรับราคาที่สูงขึ้นเป็น 4 บาทต่อฟอง ไม่ได้เป็นราคาสูงสุดครั้งแรก เพราะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ราคาก็ยืนอยู่ในระดับ 4 บาทต่อฟอง จนถึงสิ้นปี และปรับลดลงช่วงต้นปี 2567อยู่ที่ 3.40 บาทต่อฟอง ตามผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าราคาขึ้นได้ก็ลงได้ ก่อนจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน และช่วงที่ร้อนที่สุดในเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมา ที่อากาศร้อนจัดมากกว่าทุกปี ถึงขนาดเกษตรกรเลี้ยงไก่ไข่บางพื้นที่ต้องซื้อน้ำดื่มมาใช้ในฟาร์มทั้งให้แม่ไก่และใช้พ่นน้ำเพื่อลดอุณหภูมิในฟาร์ม อากาศร้อนแล้งดังกล่าวทำให้แม่ไก่ไม่ไข่ตามปกติและขนาดของไข่ฟองเล็กลง ผลผลิตโดยรวมลดลง นับเป็นปีที่ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องแบกต้นทุนเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี 

นอกจากนี้ ร้านอาหารจานด่วนที่มีการปรับราคาขึ้น หรือ ปรับราคาอาหารเมนูไข่ขึ้นนั้น ผู้บริโภคไม่ต้องกังวล เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการตรวจสอบและดูแลราคาอาหารตามสั่งให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค ซึ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่า การปรับขึ้นราคาไข่ไก่อยู่ที่ฟองละ 4 บาท เป็นผลมาจากปัญหาภัยแล้ง อากาศร้อน ทำให้ไข่ออกน้อย ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามผลผลิตและสินค้าอื่นๆ ทั้ง ผลไม้ พืชผัก และจัดทำแผนการผลิตและช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภค

โดย…ศิระ มุ่งมะโน นักวิชาการอิสระ

ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่! ราชินีบอสซาโนว่า ‘Lisa Ono’ ใน Greatest hits live in Bangkok Concert 2024

เตรียมพบกับราชินีบอสซาโนว่า ‘Lisa Ono’ Concert สุดประทับใจแห่งปี ใน Greatest hits live in Bangkok 2024 พร้อมกับดื่มด่ำท่วงทำนองเพลงที่เพียบพร้อมไปกับความอร่อยใจกลางกรุงกับ Exclusive Balcony VIP Package ที่จะมาพร้อมกับอาหาร Tasting Menu จาก Chef Michelin จากโรงแรม 6ดาวในเครือ AWC โดยเนรมิต พื้นที่ Concert เสมือนอยู่ใน exclusive lounge

เมื่อย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น Lisa Ono เกิดที่ประเทศบราซิล และกลับมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับครอบครัวตอนอายุ 10 ขวบ โดยระหว่างนั้น Lisa Ono ก็ไป ๆมา ๆ และใช้ชีวิตอยู่ทั้งในบราซิลและญี่ปุ่น เธอก็ได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากที่นั่นมาเต็มเปี่ยม เริ่มจากการได้ทำงานเป็นนักร้องที่คลับของพ่อในบราซิล เส้นทางการเป็นศิลปินแนวบอสซา โนวา ของ Lisa Ono นั้นเริ่มต้นตอนอายุได้ 27 ปี ด้วยน้ำเสียง และท่วงทำนองในการเล่นกีต้าร์อันเป็นเอกลักษณ์ บวกกับรอยยิ้มอันเปี่ยมเสน่ห์ ทำให้เธอประสบความสำเร็จอย่างสูงในญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัลบั้ม Dream ที่ออกเมื่อปี 1999 ที่ขายได้ในญี่ปุ่นกว่า 2 แสนชุดตลอดระยะเวลากว่า 23 ปีในวงการเพลง Lisa Ono ออกอัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 28 ชุด

แม้ว่าส่วนใหญ่จะร้องเป็นภาษาโปรตุกีส แต่ก็มีหลายเพลงจากหลายอัลบั้มที่เธอร้องเป็นภาษาอังกฤษหรือแม้กระทั้งฝรั่งเศส (กับอัลบั้ม DANS MON ILE 2003)รวมถึงเมื่อปี 2010 ที่ Lisa Ono ได้ออกอัลบั้มรวมเพลงคลาสสิคจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย โดยเธอได้โชว์ความสามารถในการร้องเพลงภาษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาษาจีน กับเพลง เหอ ยื่อ จวิน ไจ้ ไหล ของ เติ้ง ลี่ จวิน เพลงภาษาเกาหลี กับเพลง อารีรัง รวมถึง เพลงภาษาไทย กับ เพลงสายชล ซึ่งนั่นทำให้ชื่อของ Lisa Ono เป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยม จากคอเพลงบอสซาโนว่า ทั่วโลกทั้งในละตินอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทยของเรา ที่พิสูจน์ได้จากจำนวนผู้ชมคอนเสิร์ตที่มาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามในทุกครั้งที่ราชินีบอสซา โนว่า มาเปิดการแสดง ซึ่งในครั้งนี้ ลิซ่า ได้เตรียมเพลงพิเศษมามอบให้กับแฟน ๆ มากมายให้สมกับการรอคอย

สถานที่จัดงาน โครงการ Phenix

หลายๆคนอาจจะสงสัย โครงการ Phenix คืออะไร คือโครงการที่พัฒนาจาก Pantip ประตูน้ำเดิม จากศูนย์ IT กลายมาเป็นแหล่ง บันเทิงแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพ ที่รวบรวม ร้านอาหารชั้นนำทั่วโลก โดยมีพื้นที่ Food lounge ใหญ่ที่สุดในประเทศ และสินค้าอาหารวัตถุดิบชั้นนำนานาชาติ พร้อมไปกับกิจกรรมตลอดทั้งปี มีกำหนดการเปิดศูนย์เป็นทางการ วันที่ 26 มิถุนายน นี้ โดยประเดิม Concert แรกกับ ราชินีบอสซาโนว่า‘Lisa Ono’ วันเสาร์ที่ 6 กรกฤาคม 2567

โดยมีโซนต่างๆและราคาดังนี้

V1 = VIP Room group of 4 = 24,000 บาท
V2 = Honeymoon group of 2 = 12,000 บาท
A1-2 = 3,600 บาท (เป็นแบบ Fix ที่นั่ง) รับ Voucher 500 บาท
B1-2 = 3,200 บาท (เป็นแบบ Fix ที่นั่ง) รับ Voucher 300 บาท
C1-2 = 2,600 บาท (เป็นแบบ Fix ที่นั่ง) รับ Voucher 200 บาท

งานนี้ คอเพลงบอสซาโนว่า ห้ามพลาดเด็ดขาด! เตรียมดื่มด่ำท่วงทำนองเพลงบอสซาโนว่า ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนพิเศษ
LISA ONO GREATEST HITS LIVE IN BANGKOK CONCERT 2024
ใน วันเสาร์ที่ 6 กรกฤาคม 2567ณ โครงการ Phenix ประตูน้ำ ที่ Phenix Grand ballroom ชั้น 5

สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ซื้อบัตรดังนี้
• บัตรราคา 2,600 บาท รับ Voucherมูลค่า 200 สิทธิทานอาหาร ที่ Food lounge ชั้น4
• บัตรราคา 3,200 บาท รับ Voucherมูลค่า 300 สิทธิทานอาหาร ที่ Food lounge ชั้น4
• บัตรราคา 3,600 บาท รับ Voucherมูลค่า 500 สิทธิทานอาหาร ที่ Food lounge ชั้น4

   สิทธิพิเศษเหนือระดับจำนวนจำกัด

• Honeymoon group of 2 = 12,000 บาท ( 2ท่าน)
สิทธิพิเศษรับประทานอาหาร อร่อยฟินจาก เชฟส์เทเบิ้ล (Michelin Chef)
• VIP Room group of 4 = 24,000 บาท ( 4 ท่าน)
สิทธิพิเศษรับประทานอาหาร อร่อยฟินจาก เชฟส์เทเบิ้ล (Michelin Chef)

สามารถซื้อบัตรได้ที่ Thai Ticket Major ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-262-3456

ฝนถล่มภาคใต้เยอรมนี น้ำท่วมหนัก ดับแล้ว 4 ศพ อพยพนับพัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 มิ.ย. 2567 ว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมาทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในรัฐไบเอิร์น และรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ทางตอนใต้ของเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ และประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อหนีน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเกิดเหตุเขื่อนแตกที่เมืองมันชิง ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดในรัฐไบเอิร์น ห่างจากเมืองมิวนิก ไปทางเหนือราว 80 กม. ทำให้ชาวบ้านกว่า 800 คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงต้องอพยพหนีน้ำไปยังที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นาย มาร์คุส ซูเดอร์ ผู้ว่าการรัฐไบเอิร์น ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรวมประมาณ 20,000 คน เข้าร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยทั่วทั้งรัฐ

14 รีสอร์ตจับมือเสิร์ฟทุกเรียนแบบไม่อั้นกระตุ้นท่องเที่ยวโคราชช่วงโลว์ซีซัน

นักท่องเที่ยวแห่เข้าพักและกินทุเรียนแบบไม่อั้นตามที่พักและรีสอร์ต 14 แห่งในนครราชสีมาที่เข้าร่วมโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน

นางลูบี แซ่พูน เจ้าของรีสอร์ตเคียงหมอกชาเล่ต์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดยาวมีนักท่องเที่ยวแห่เข้ามาท่องเที่ยวที่อ.วังน้ำเขียว และเข้าพักผ่อนตามรีสอร์จำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการที่พัก และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ปากช่อง อ.เสิงสาง อ.หนองบุญมาก และ อ.ครบุรี และจากจ.ปราจีนบุรี ได้ร่วมจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยววังน้ำเขียวในช่วงฤดูฝน โดยถ้าเข้าพักที่โรงแรมและรีสอร์ตที่เข้าร่วมกับกิจกรรม “ชมหมอก กินหมอน …นอนวัง…น้ำเขียว” กินทุเรียนฟรีแบบบุพเฟ่ต์ได้ไม่อั้น ทั้งทุเรียนหมอนทอง ก้านยาว พวงมณี และทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ โรงแรมบ้านดินวังน้ำเขียว (ริมถนน 304 ติดปั๊ม ปตท.) กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน มีรอบการรับประทานรอบละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามโดยตรงกับที่พักที่ร่วมรายการ ซึ่งในช่วงฤดูฝนการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียวจะเข้าช่วงโลว์ซีซัน ทำให้นักท่องเที่ยวลดจำนวนลง ทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยววังน้ำเขียว  จึงได้ร่วมกับผู้ประกอบการที่พักจัดกระตุ้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการมาพักกับโรงแรมและรีสอร์ตที่ร่วมรายการ นอกจากราคาห้องพักจะลดกว่า 50% นักท่องเที่ยวยังสามารถรับประทานทุเรียนฟรีไม่จำกัดในเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทราบว่าที่จังหวัดนครราชสีมา ก็มีสวนทุเรียนที่ให้ผลผลิตรสชาติอร่อยไม่แพ้ทุเรียนที่ปลูกในภูมิภาคอื่นของประเทศไทยเลย

สำหรับ กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โรงแรมและรีสอร์ตหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการ มียอดนักท่องเที่ยวจองเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย นอกจากจะได้กินทุเรียนบุพเฟต์แบบไม่อั้นแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศกาศในฤดูฝนที่อากาศเย็นสบายมีทะเลหมอกในยามเช้า สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก

สำหรับ ผู้สนใจสามารถโทรศัพท์สอบถามกับที่พักและรีสอร์ตที่ร่วมรายการ ดังนี้

1., บ้านวังน้ำเขียวลอดจ์ 08-3299-9099,

2. เคียงหมอกชาเล่ต์ 08-1611-5515,

3. ซันเซสลากูน 08-1611-5515,

4. คูลลีฟวิ่งฟาร์มเฮ้าส์ ไลน์แอด @coolliving,

5. บ้านดินวังน้ำเขียว 08-2276-2223,

6. ไอหมอกชาเลต์ 06-3189-8696,

7. วิลล่าเขาแผงม้า 08-1846-6768,

8. ริมลากูน 08-1611-5515

9. เดอ บัว วัลเลย์ 08-1718-1191,

10. นิกส์ลองสเตย์ 08-1699-8484,

11. อินเทรนด์แคมป์ปิ้ง 06-4898-3399,

12. ฟ้าวารี 06-1146-5619,

13. วิมานกล้วยไม้ 08-1949-2652

14. จังเกิ้ลวิว 08-1376-5929

นางลูบี กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่สนใจให้ติดต่อเบอร์โทรศัพท์กับที่พักรีสอร์ตทั้ง 14 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการได้โดยตรง โดยไม่มีนายหน้าหรือผู้แทนแต่อย่างใดเพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่คิดจะหลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวดังที่เคยปรากฏเป็นข่าว

ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา

“เจ๊มด”เปิดปากสารภาพสิ้น ความแค้นสุมอก สู่ปมสังหาร จ้างวานฆ่าเสี่ยต้น

ตำรวจบุกรวบ “เมียเสี่ยต้น” และทีมฆ่าอีก 1 คาบ้านพักย่าน รามอินทรา-ลาดพร้าว หลังถูกศาลออกหมายจับ “จ้างวานลอบยิงผัว” อ้างโกรธแค้นเพราะถูกนอกใจ

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม น.ส.วรรณิภา หรือมด หะมาลา ภรรยานายพิชิต กลีบจินดา หรือ “เสี่ยต้น” อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2562/2567 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2567 และ นายสาโรจน์ เสือสุวรรณ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2560/2567 ลงวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567 โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ย่านรามอินทรา และย่านลาดพร้าว

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า น.ส.วรรณิภา ทำหน้าที่จ้างวานพยายามฆ่า นายพิชิต หรือเสี่ยต้น เนื่องจากมีสาเหตุโกรธเคืองนายพิชิต ผู้เป็นสามีเพราะถูกนอกใจ และมีการทะเลาะกันหลายครั้ง จนถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกาย จากนั้นจึงเริ่มมีการวางแผนฆ่าเอาชีวิต โดยมีการว่าจ้าง นายสาโรจน์ ให้จัดหาอุปกรณ์และอาวุธปืนในการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ผู้สื่อข่าวจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

รองมทภ.4 ตรวจเยี่ยมกำลังพลนราธิวาสกำชับไม่ประมาท

รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานหน่วยในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา กำชับกำลังพลไม่ประมาท หมั่นฝึกทบทวนสร้างทักษะความชำนาญให้มีความเข้มแข็ง พร้อมดูแลประชาชน

พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของหน่วย รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง และร่วมหารือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติงานห้วงที่ผ่านมา โดยมี พันเอก วรจิตร ศาสตร์ศิลป์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, พันเอก ภาคภูมิ จันทรักษ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44, ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานในพื้นที่ พร้อมกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมฯ

โอกาสนี้ พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กำลังพล เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งฐานปฏิบัติการและพื้นที่ชุมชนโดยรอบให้มีความปลอดภัยสูงสุด ปฏิบัติงานโดยไม่ประมาท ให้มีการลาดตระเวนเพื่อควบคุมพื้นที่และการทำเส้นทางให้ปลอดภัย มีการปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และต้องปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งนำการปฏิบัติ 5 งานสำคัญตามนโยบายของ พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โดยยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หมั่นสอดส่องดูแลจุดเสี่ยง เพิ่มความเข้มงวดจุดล่อแหลมต่าง ๆ เพื่อช่วยป้องกันและลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้น มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง เพราะนอกเหนือจากการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่แล้วการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องให้ความช่วยเหลือ

ต่อมาเวลา 10.00 น. รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะฯ ลงพื้นที่ไปยัง ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี ตำบลท่าประดู่ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เข้าร่วมประชุมและถอดบทเรียนจากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ห้วงที่ผ่านมาเพื่อเป็นแนวทางการป้องกัน และศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี เป็นพื้นที่สำหรับการฝึกทางยุทธวิธีของทหาร ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ชุดคุ้มครองตำบล ที่อาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนมีทักษะความชำนาญในการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการอบรมให้ความรู้ ทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติแก่กำลังพลที่ลงพื้นที่ปฏิบัติ ซึ่งกำลังพลทุกนายจะต้องผ่านการฝึกทางยุทธวิธี สร้างความเข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้น มีความเสียสละ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส