สนุกสนานครื้นเครงบุญบั้งไฟบ้านราษฎร์ ถวายพญาแถน ขอฝนฟ้า

นครราชสีมา – ชาวตำบลบ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จัดงานบุญบั้งไฟ ถวายพญาแถน ขอฝนฟ้าตกตามฤดูกาล พกปลัดขิกมาเพียบ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านทรัพย์เจริญ หมู่ที่ 4 ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา นายอาเขต แววกระโทก ผู้ใหญ่บ้าน นำลูกบ้านและประชาชนชาวตำบลบ้านราษฎร์ ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ที่จัดขึ้นมาสืบต่อกันกว่า 20 ปีแล้ว เพื่อสืบสานประเพณีวิถีชีวิตพื้นบ้าน ให้คงอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีนายไพฑูรย์ เดือนไธสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านราษฎร์ เป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้กันเป็นจำนวนมาก

โดยภายในงานได้มีการจัดขบวนแห่บั้งไฟเล็ก พร้อมปลัดขิกหลากหลายขนาด ตามความเชื่อของชาวบ้านที่ว่า หากนำปลัดขิกและบั้งไฟนับสิบอัน มาร่วมขบวนแห่จะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อหวังให้ฝนตกดีทั่วถึงในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึง จากนั้นก็ได้ทำพิธีจุดบั้งไฟเล็กถวายพญาแถน หรือเทพวิสสกาลเทพบุตร ที่เชื่อกันว่าเป็นเทพผู้คอยดูแลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ รวมถึงเพื่อบูชาเจ้าพ่อขุนสนั่น – แม่มณี ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านทรัพย์เจริญ ที่ชาวตำบลบ้านราษฏร์ให้ความเคารพนับถืออีกด้วย

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและแสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนที่พากันออกมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้นับพันคน ขณะเดียวกันหลังจากที่มีการจุดบั้งไฟบูชาพญาแถน และเจ้าพ่อขุนสนั่น – แม่มณี ก็ได้มีการจับเวลาการพุ่งของบั้งไฟ ที่ลอยอยู่บนฟ้าได้นานถึง 275 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ค่อนช้างนานพอสมควรเพราะเป็นบั้งไฟเล็ก ชาวบ้านจึงถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่ปีนี้ฝนจะตกดีน้ำท่าบริบูรณ์ทำให้ชาวบ้านทำไร่ทำนาได้ผลผลิตดี อีกทั้งเลขเวลาที่จับเอาไว้ได้ ก็จะมีชาวบ้านส่วนหนึ่งนำไปเสี่ยงดวงในงวดนี้อีกด้วย.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

ทหารผาเมืองปะทะเดือดคาราวานยาเสพติดยึดยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด

คาราวานยาเสพติดทะลักทุกช่องทาง กองกำลังผาเมือง ปะทะเดือด สกัดตรวจยึดยาบ้า 30 กระสอบ กว่า 6 ล้านเม็ด ซุกแนวหินผาบ้านป่าปงงาม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เตรียมลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน 

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 67 หน่วยบัญชาการแก้ไข ปัญหายาเสพติดที่ 35 พร้อมทหารกองกำลังผาเมือง เฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนด้าน อ.เชียงดาว จงเชียงใหม่ รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังประเทศไทยในพื้นที่ อ.เชียงดาว เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนใน 

พ.อ.วีระชัย ผองแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จึงจัดกำลังพล 2 ชุด ปฏิบัติการกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ และกองบังคับการควบคุมผาดง หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับกองบังคับการควบคุมที่ 1  ร้อย ม.2 ส่วนสกัดกั้นหน่วยบัญชาการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ 35 ลาดตระเวนเส้นทางบริเวณ บ.ป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จนกระทั่งช่วงบ่าย วันที่   1 มิ.ย. 67 ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 15-20 คน สะพายกระสอบเป้ดัดแปลง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น แต่กลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ เกิดการปะทะประมาณ 10 นาที หลังสิ้นเสียงปืน ชุดปฏิบัติการปลอดภัยและได้ประสานกำลังเสริม ตชด.335 สภ.นาหวาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมโดยรอบรัศมี 300 เมตร 

พบยาบ้าซุกซ่อนตามซอกผาหิน รวมแล้ว 30 เป้ โดยแต่ละเป้บรรจุยาบ้าประมาณ 2 แสนเม็ด รวมยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด ซึ่งจุดนี้ห่างจากชายแดนประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากถนนสาธารณะที่คาดว่าเตรียมจะนำไปส่งต่อขึ้นรถ โดยใช้เส้นทางเดินเท้าอีกร่วม 3 กม.  

ต่อมา เวลา 16.00 น. พล.ต.นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รอง ผบ.นบ.ยส.35  พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการกองกำลังผาเมือง พ.อ.ณัฐพล บุญกระพือ รอง ผบ.ฉก.ไชยานุภาพ พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รอง ผบ.ฉก.ไชยานุภาพ ตำรวจ สภ.นาหวาย ปลัดอำเภอเชียงดาว ได้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบของกลาง และทำการสรุปยอดการตรวจยึด เป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 6 ล้านเม็ด และเร่งลำเลียงออกจากพื้นที่ก่อนพลบค่ำ โดยของกลางทั้งหมดส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหวาย ดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วนชุดปฏิบัติการจะมีการขยายวงรอบในการตรวจสอบพื้นที่ต่อไป  

เนื้อไก่แหล่งโปรตีนคุณภาพดีไม่ใช่ต้นเหตุเด็กโตก่อนวัย

ผู้เชี่ยวชาญ ม.มหิดล แนะ เนื้อไก่ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี เหมาะสำหรับ ทุกเพศ ทุกวัย ราคาเข้าถึงง่าย ย้ำ เนื้อไก่ไม่ใช่สาเหตุของเด็กโตก่อนวัย ผู้บริโภคมั่นใจได้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทยไม่มีการใช้ฮอร์โมน

อ.สพ.ญ. พัชราภรณ์ ขำพิมพ์ อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เนื้อไก่ แหล่งโปรตีนที่ดี เป็นที่นิยมรับประทานกันมากที่สุด เพราะราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ หากเทียบในปริมาณที่เท่ากัน และสามารถรับประทานได้ทุกชาติ ทุกศาสนา โดยไม่มีข้อห้าม

เนื้อไก่ มีโปรตีนสูง เห็นได้ว่า นักกีฬา หรือคนที่ออกกำลังกาย ใช้เนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ และยังเหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะมีแคลอรีต่ำ รสชาติดี นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

อ.สพ.ญ. พัชราภรณ์ ย้ำว่า สำหรับความเชื่อของผู้ปกครองหลายๆ คนที่เข้าใจว่า เด็กๆ กินไก่เยอะจะทำให้เป็นสาวก่อนวัยนั้น เป็นความเชื่อที่ “ไม่ถูกต้อง” การที่เด็กเป็นสาวไวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม และการสร้างฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่นิยมบริโภคฟาสต์ฟู้ดมากขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่นิยมบริโภคอาหารจำพวกของทอด และฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตก เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กเกิดภาวะอ้วน จากการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และเกิดการสะสมในร่างกาย

เด็กที่มีภาวะอ้วนจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนเพศได้เร็วขึ้น แต่ไม่สามารถกล่าวได้ว่าการกินไก่ทำให้เด็กโตไว เพราะไม่ใช่ไก่เท่านั้นที่กินแล้วจะทำให้เด็กอ้วน แต่เพราะไก่ เป็นอาหารยอดนิยม โดยเฉพาะ ไก่ทอด เด็กๆ ชอบกิน จึงทำให้คนนึกถึงไก่ก่อนอาหารอื่นๆ ว่าเป็นสาเหตุของการโตไว โดยแพทย์จะแนะนำให้งดของทอด ไก่ทอด อาหารไขมันสูงต่างๆ แต่หากงดเพียงไก่ทอดอย่างเดียว แต่ไม่งดฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ ก็ยังทำให้เด็กอ้วนได้

สำหรับเด็กที่กินอาหารทอดแล้วไม่เกิดภาวะอ้วนอาจเป็นเพราะพันธุกรรม แต่หากเด็กที่ไม่มีภาวะอ้วนแต่ยังเป็นสาวไวอยู่นั้น เพราะไม่ว่าเด็กอ้วนหรือเด็กผอม หากกินอาหารไขมันสูง ไขมันที่สะสมในร่างกาย จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะเป็นสาวเร็วได้ โดยสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลเรื่องโภชนาการของเด็ก เพื่อไม่ให้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เด็กเป็นสาวก่อนวัย

อ.สพ.ญ. พัชราภรณ์ กล่าวย้ำว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทย ไม่มีการใช้ฮอร์โมนในไก่แล้ว เนื่องจากฮอร์โมน Hexoestrol ที่ใช้ในสัตว์ปีก ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสำหรับสัตว์ไปตั้งแต่ปี 2529 นับถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา 38 ปี แล้ว หากมีการลักลอบใช้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและมีบทลงโทษ ดังนั้นจึงไม่เป็นความจริงสำหรับความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงไก่ มีการฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตเพื่อให้ไก่โตไว และทำให้มีฮอร์โมนตกค้างอยู่ในเนื้อไก่ เมื่อเด็กบริโภคเนื้อไก่เข้าไป จะทำให้เด็กโตเป็นสาวเร็ว

อุตสาหกรรมสัตว์ปีกที่มีมาตรฐานไม่มีการใช้ฮอร์โมน เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ฮอร์โมนยังราคาสูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการไม่เสี่ยงที่จะใช้และยังส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยง อีกทั้งอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่ในโรงเรือนขนาดใหญ่ มีปริมาณไก่เป็นหมื่นเป็นแสนตัว การที่จะฉีดฮอร์โมนให้ทีละตัวนั้นทำไม่ได้อยู่แล้ว ฮอร์โมนในรูปแบบการฉีดจะต้องให้ทุกวัน ซึ่งไม่สามารถทำได้จริง

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทย ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่างเข้มงวด การส่งออกติดอันดับโลก ซึ่งการที่ไก่ที่เลี้ยงแบบอุตสาหกรรมโตไว มาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น มีการคัดเลือกสายพันธุ์ไก่ที่โตเร็ว เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดที่ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับธรรมชาติของไก่ มีระบบการป้องกันโรคที่ดี รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิตอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยและการเติบโตของไก่ สามารถคำนวณและผสมอาหารสำเร็จรูปให้ได้สารอาหารตรงตามความต้องการของสายพันธุ์ ทำให้ไก่เติบโตได้เร็วตามวัยโดยไม่จำเป็นต้องเสริมสารเร่งโต

โดย : ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล

“จ้าวเสือใหญ่”ดวลเดือดน็อก “ผึ้งหลวง” ศึก ONE ลุมพินี 65

ศึก ONE ลุมพินี 65 มอบความบันเทิงให้กับแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้อย่างเต็มอิ่มหัวใจ เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยยกพลจอมบู๊มากความสามารถมาปะทะฝีมือกันทั้งสิ้น 12 คู่ ทำให้บรรดาเอฟซีจากทั่วทุกมุมโลกได้ลุ้นการแข่งขันสุดมันตั้งแต่ต้นจนจบรายการ

คู่เอกนำรายการ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” นักสู้อาวุธครบเครื่อง วัย 22 ปี จากเมืองกรุง ท้าชนของแรง “ผึ้งหลวง บ้านแรมบ้า” มวยขาลุยสู้ไม่ถอย วัย 24 ปี จากอุบลราชธานี ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125 – 135 ป.)

ไฟต์นี้จบไวเกินคาด เมื่อ “จ้าวเสือใหญ่” อาศัยความเร็วและแม่นยำเดินลุยแหลก ก่อนกดหมัดฮุกซ้ายเรียกนับ 8 คู่ชกได้ก่อน แม้ “ผึ้งหลวง” ยังอึดลุกขึ้นมาได้ไว แต่กลับโดน “จ้าวเสือใหญ่” ย้ำแผลเดิมจนมึนหัวทิ่มไปต่อไม่ไหว ส่งให้ “จ้าวเสือใหญ่” ปิดเกมเร็วในนาทีที่ 2:11 ของยกแรก หยุดสถิติไร้พ่าย 6 ไฟต์ และดับฝันคว้าสัญญา ONE ของอีกฝ่าย พร้อมได้โบนัส 350,000 บาท กลับบ้านเป็นครั้งที่ 4

คู่เอกภาคอินเตอร์ “อวตาร พีเค.แสนชัย” มวยใจใหญ่ วัย 30 ปี จากสระบุรี เช็กความสด “อับดาลลาห์ ดายาคีเอฟ” จอมแสบ วัย 20 ปี จากรัสเซีย ที่เก็บชัยชนะมาแล้ว 2 ไฟต์ติด ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ แคตช์เวต (147 ป.)

สองยกแรก “อวตาร” ขนอาวุธออกมารับมือความสดของ “อับดาลลาห์” อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่ยกตัดสินนักชกเจ้าถิ่นออกอาการแรงตก ปล่อยให้จอมบู๊ทีมเยือนที่ขยันออกอาวุธ เดินหน้าโจมตีเข้าเป้าชัดเจนกว่า จบครบ 3 ยก “อัลดาลลาห์” ไล่อัดเบียดชนะด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ยืดสถิติไร้พ่ายไฟต์ที่ 3 ให้ตัวเองสำเร็จ

นอกจากนั้น สัปดาห์นี้ยังมีนักสู้ฝีมือแกร่งที่สามารถคว้าสัญญานักกีฬา ONE มูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) เพิ่มอีกหนึ่งราย ได้แก่ “คาร์โล บูมินาอัง” นักสู้จากฟิลิปปินส์ ที่แสดงความดุดันเอาชนะซับมิชชัน “ชายัน ออร์ซัค” ตัวแทนจากมองโกเลีย – รัสเซีย วัย 32 ปี ในนาทีที่ 2:39 ของยก 2

ส่งผลให้ยืดสถิติชนะรวด 5 ไฟต์ติดและคว้าโบนัส 350,000 บาท ได้เป็นครั้งที่ 2 พร้อมกลายเป็นนักกีฬา MMA คนที่สองจากเวที ONE ลุมพินี ที่ได้สิทธิ์ไปลุย วัน แชมเปียนชิพ และนับเป็นคนที่ 15 จากรายการนี้ที่คว้าโอกาสไปลุยระดับโลก ต่อจาก “ก้องธรณี ส.สมหมาย” ที่ทำสำเร็จในศึก ONE ลุมพินี 58 เมื่อ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยค่ำคืนนี้ มี 5 นักชกหัวใจปิดเกม ทำผลงานโดนใจบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” กวาดเงินโบนัสพิเศษเข้าบัญชีคนละ 350,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.75 ล้านบาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท) ได้แก่ “คาร์โล บูมินาอัง”, “สำราญสิงห์ ศิษย์ฉลองศักดิ์”, “ทหารเอก นายกเอท่าศาลา”, “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” และ “วัชรพล พีเค.แสนชัย”

เท่านั้นไม่พอยังมีการมอบรางวัล “ONE ซูเปอร์แฟน” รายที่ 6 ให้กับ “คุณรุ้ง” กชภัท พีรวุฒิ แม่ค้าสาวจากเชียงใหม่ ที่ชื่นชอบเชียร์กีฬามวยไทย เพราะชื่นชอบในความหล่อเหลาและแข็งแกร่งของนักกีฬา คว้าเงิน 100,000 บาท กลับบ้านไปแบบสุดเซอร์ไพรส์

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 65

  • คู่เอก จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี ชนะน็อก ผึ้งหลวง บ้านแรมบ้า นาทีที่ 2:11 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
  • คู่รอง เพชรภูผา เอกปู่ยีนส์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ โล่เงิน ส.สมหมาย (มวยไทย แคตช์เวต 130 ป.)
  • วัชรพล พีเค.แสนชัย ชนะทีเคโอ เพชรน้ำคํา พันธ์ดักษ์รัตนบุรี นาทีที่ 2:04 ของยกแรก (มวยไทย แคตช์เวต 119 ป.)
  • ทหารเอก นายกเอท่าศาลา ชนะน็อก เพชรน้องเนย นกเขากม.11 นาทีที่ 2:17 ของยกแรก (มวยไทย แคตช์เวต 119 ป.)
  • แมนยู ศิษย์เจ๊นิ่ม ชนะคะแนนเอกฉันท์ จงอางศึก ส.เทพพิทักษ์ (มวยไทย แคตช์เวต 132 ป.)
  • สำราญสิงห์ ศิษย์ฉลองศักดิ์ ชนะน็อก จิ้งหรีดทอง กีล่าสปอร์ต นาทีที่ 0:28 ของยก 2 (มวยไทย แคตช์เวต 128 ป.)
  • อับดาลลาห์ ดายาคีเอฟ ชนะคะแนนเสียงข้างมาก อวตาร พีเค.แสนชัย (มวยไทย แคตช์เวต 147 ป.)
  • ดีมิทรี คิรีเอฟ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ตัน มิน ออง (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145 – 155 ป.)
  • จาง จินฮู ชนะคะแนนเอกฉันท์ โซอิชิโร อาระตะ (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
  • คาร์โล บูมินาอัง ชนะซับมิชชัน ชายัน ออร์ซัค นาทีที่ 2:39 ของยก 2 (MMA รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
  • เรียวสุเกะ ฮอนดะ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เรียวสุเกะ โนดะ (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115 – 125 ป.)
  • หาว ฉ่วย ชนะคะแนนเอกฉันท์ ชิกะ มาซาฮิโร (มวยไทย แคตช์เวต 118 ป.)

ฝนตกชุก เห็ดเผาะครบุรี ออกทุกเขา ชาวบ้านเก็บขายได้เงินดี

ฝนที่ยังตกต่อเนื่องประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา ทำให้แทบทุกพื้นที่ที่ยังคงมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ทั้งในป่าชุมชน เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าครบุรี รวมถึงอุทยานแห่งชาติทับลาน เกิดมีเห็ดเผาะงอกขึ้นมาเป็นจำนวนมากแทบทุกป่า ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีเห็ดเผาะงอกออกมามากที่สุดในรอบหลายสิบปี 

โดยเฉพาะที่บริเวณพื้นที่แนวภูเขาเขตรอยต่อระหว่างท้องที่ตำบลบ้านใหม่ ตำบลจระเข้หิน และตำบลโคกกระชาย อย่างเขามะค่า เขาประดู และเขาแกลบ แนวภูเขาสามลูกที่เรียงต่อกัน ต่างเต็มไปด้วยชาวบ้านจากทั้งในและต่างพื้นที่ที่พากันออกมาตระเวนหาเก็บเห็ดเผาะ เพื่อนำไปรับประทาน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริมวันละหลายร้อยคนมานานติดต่อกับนับสัปดาห์แล้ว โดยทุกวันชาวบ้านก็จะพากันได้เห็ดเผาะติดไม้ติดมือกลับไปบ้านทุกราย มากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่ความชำนาญ ซึ่งหากใครได้จำนวนมากก็จะนำไปขายต่อในราคากิโลกรัมละ 400-600 บาท สร้างรายได้เสริมในช่วงนี้ได้อย่างดีทีเดียว

นางเฉลิม ฉิมครบุรี ผู้ใหญ่บ้านหนองโบสถ์ หมู่ที่ 8 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ปีนี้เห็ดเผาะที่อำเภอครบุรีออกมากเป็นพิเศษกว่าทุกๆ ปี และออกกันทั่วทุกพื้นที่ ทุกภูเขาที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังคงมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นประวัติการณ์เลยก็ว่าได้ ที่เห็ดเผาะออกในพื้นที่หลายจุดขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะหลายปัจจัย โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนจัดและมามีฝนตกชุก เหมาะแก่การงอกของเห็ด ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลดี ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการออกหาเห็ดมาจำหน่าย ซึ่งตอนนี้ก็มีชาวบ้านจากทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ออกมาหาเห็ดเผาะขายมีรายได้กันทุกวันนานนับสัปดาห์แล้ว. 

“ข้าวกล่องพร้อมรับประทาน” มาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารปลอดภัย

นักวิชาการยืนยันกระบวนการผลิตอาหาร มีกฎหมายบังคับและระบบการประกันคุณภาพ มีการตรวจสอบคัดกรองวัตถุดิบคุณภาพที่ดีและได้มาตรฐานก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องปรุงรส สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย

ผศ.ดร.รชา เทพษร สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ทั้งอาหารแปรรูป อาหารแช่เย็น อาหารแช่เยือกแข็ง หรืออาหารกล่องพร้อมรับประทาน มี “ระบบการประกันคุณภาพ” ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตอาหาร นำไปปฏิบัติใช้เพื่อควบคุมการทำงาน ให้การผลิตอาหารในทุกขั้นตอน มีคุณภาพ มีมาตรฐานรับรอง และปลอดภัยต่อผู้บริโภค หากผู้ประกอบการรายใดไม่ปฏิบัติตามก็ไม่สามารถได้รับการรับรอง และไม่สามารถแสดง สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายที่ผลิตภัณฑ์อาหารได้


สำหรับ “ระบบการประกันคุณภาพ” มีหลายมาตรฐานที่สำคัญและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น ระบบพื้นฐานของโรงงานผลิตอาหาร (Good Hygiene Practices : GHP) หรือหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP เดิม) (Good Manufacturing Practices), การวิเคราะห์อันตรายและจุดควบคุมวิกฤต (HACCP), ระบบการจัดการความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน (ISO22000), มาตรฐานการรับรองความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหาร และออกแบบมาเพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ (Food Safety System Certification : FSSC) รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสากลที่เกิดจากสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร (British Retail Consortium : BRC) ซึ่งทุกมาตรฐานมีข้อกำหนดที่ตรงกันในเรื่องของคุณภาพ และความปลอดภัยของวัตถุดิบ มาตรฐานเหล่านี้จะเป็นหลักประกันที่ดี เพราะอาหารที่ดี ต้องมาจากวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ ที่ได้รับการตรวจสอบวัตถุดิบ (Test Element) โดยเฉพาะมาตรฐาน GHP (GMP เดิม) เป็นกฎหมายบังคับของกระทรวงสาธารณสุข (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 420) กำหนดให้ผู้ผลิตต้องตรวจสอบวัตถุดิบก่อนนำเข้าสู่การผลิตอาหาร


“กรณีข้าวเก่าค้างโกดัง 10 ปี และมีผู้ที่กังวลว่าจะไม่ปลอดภัยและนำมาผลิตอาหารนั้น หากผลการวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า ปลอดภัย ก็สามารถนำมาผลิตอาหารได้ แต่หากผลการวิเคราะห์ยืนยันแล้วว่า ไม่ปลอดภัย จะไม่สามารถนำมาผลิตอาหารได้ เพราะไม่ว่าวัตถุดิบ จะเพิ่งได้มาสดใหม่แค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคุณภาพ ไม่มีความปลอดภัย โรงงานอาหารก็ไม่สามารถนำวัตถุดิบนั้นมาผลิตอาหารได้” ผศ.ดร.รชา กล่าว


ผศ.ดร.รชา กล่าวย้ำว่า พระราชบัญญัติอาหาร ปี พ.ศ 2522  ระบุว่าห้ามผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งมีลักษณะคือไม่เป็นอาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือปนอยู่ด้วย นั่นคือหากมีการปนเปื้อนด้วยสิ่งใดก็ตามที่อาจมีผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค ก็ไม่สามารถนำวัตถุดิบนั้นมาผลิตอาหารได้ จึงไม่มีผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตรายใดจะเข้าไปเสี่ยงกับการนำวัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพมาผลิตอาหาร ขณะที่ผู้ให้การรับรองมาตรฐาน ก็จะไม่นำชื่อเสียงมาเสี่ยงกับการอนุญาตให้โรงงานนำวัตถุดิบที่ไม่ปลอดภัยมาใช้ในการผลิต เช่นกัน


นอกจากนี้ ระบบประกันคุณภาพ ยังครอบคลุมการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อติดตามสินค้าตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตติดตามแต่ละส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ จากซัพพลายเออร์ ผ่านกระบวนการผลิต ไปจนถึงผู้บริโภคในขั้นสุดท้ายได้ กรณีที่ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากอาหาร ผู้ผลิตจะตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเกิดจากอะไร และรัฐธรรมนูญยังระบุด้วยว่า ผู้บริโภคมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย จากความผิดพลาดของผู้ผลิตได้ตามสมควร จึงไม่มีผู้ผลิตรายใดเสี่ยงผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะหากเกิดปัญหาจะได้รับผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเสียหายตามมาอีกมาก ดังนั้นด้วยระบบที่ดี และกฎหมายที่เคร่งครัดของไทย ผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นในระบบประกันคุณภาพอาหารปลอดภัยได้

โดย…คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ฝนถล่มขอนแก่นจมฉับพลัน ชาวบ้านบ่นอุบท่วมซ้ำซาก

ขอนแก่น-ฝนถล่มเมืองขอนแก่นท่วมฉับพลัน ชาวบ้านบ่นตกปุ๊บ ท่วมปั๊บ วอนแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านอย่างจริงจังเสียที

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 พ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนกสิกรทุ่งสร้าง – หนองไผ่ เส้นบ้านเอื้ออาทรศิลาไปถึงแยกตลาดหนองไผ่ศิลา เขตเทศบาลเมืองศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลัง พบว่ามีมีน้ำท่วมขังประมาณ 50 ซม. ระยะทางประมา 200 เมตร หลังเกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้รถเล็กและรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านไม่ได้ จุดนี้เกิดปัญหาซ้ำซากทุกปีวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายวิจิตร สุขมั่น อายุ 38 ปี ชาวบ้านผู้ประสบภัย กล่าวว่า ฝนตกอย่างหนักและนานกว่า 1 ชม. ทำให้ตรงจุดนี้น้ำระบายไม่ทันท่วมสูงเกินขอบถนนขึ้นมาคาดว่าน่าจะท่วมสูงกว่า 40-50 ซม.โดย ท่วมตั้งแต่ช่วงหน้าบ้านเอื้ออาทรศิลามาจนถึงสี่แยกไฟแดงตลาดหนองไผ่ศิลา ระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งถ้ามีฝนตกหนักและตกแรง และตกต่อเนื่องตรงจุดนี้จะท่วมเป็นประจำรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้

“วันนี้รถดับไปหลายคัน ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาแก้ปัญหาให้หายขาดตรงจุดนี้จะเป็นทุกปีและคิดว่าไม่น่าจะแก้ไขให้หายขาดได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างจริงจัง เพราะว่าน้ำท่วมทีไรรถจะติดมากเพราะไม่สามารถสัญจรไปมาได้จึงวอนขอหน่วยงานเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน”

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ/ขอนแก่น

เกษตรกรวอนผู้บริโภคเข้าใจ ไข่ไก่มีขึ้นมีลง อีกไม่นานเข้าสู่ภาวะปกติ

เกษตรกรวอนผู้บริโภคเข้าใจ ไข่ไก่มีขึ้นมีลง ช่วงนี้ผลผลิตน้อยจากอากาศแปรปรวน คาดอีกไม่นานเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมขอบคุณกรมปศุสัตว์ – ก.พาณิชย์ ดูแลทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค

นายพัสธนภูมิ แตงอ่อน เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 4 บาท เป็นราคาเดียวกับช่วงกลางปีของปีก่อน ซึ่งเกิดจากปัจจัยที่มากระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ทำให้แม่ไก่สุขภาพไม่ดี ออกไข่น้อยลงและมีขนาดเล็กลง บางฟาร์มของเกษตรกรรายย่อยมีแม่ไก่ไข่เสียหาย 7-10%

“แม่ไก่ไข่ในฟาร์มเกษตรกรรายย่อยหลายรายเสียหายไปพอสมควรจากอากาศแปรปรวน ส่วนแม่ไก่ที่ยังออกไข่ได้ก็ให้ผลผลิตลดลงและฟองเล็กลง นับเป็นเรื่องปกติของการเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต หากสภาพอากาศดีขึ้น แม่ไก่ปรับตัวได้ดีขึ้น ผลผลิตไข่จะออกมามากขึ้น ขณะที่ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียง 20 สต./ฟอง เมื่อคำนวณจากอัตราบริโภคของคนไทยที่ 240 ฟอง/คน/ปีนั้น พบว่าเป็นรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นในครอบครัวเพียงคนละ 4 บาท/เดือนเท่านั้น ดังนั้น ขอผู้บริโภคอย่ากังวล” นายพัสธนภูมิกล่าว

อย่างไรก็ตาม ราคาไข่ไก่มีขึ้นมีลงตามกลไกตลาด ดังเช่นที่ช่วงนี้เป็นช่วงการเปิดเทอมของเด็กนักเรียน ซึ่งมีความต้องการบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้น สวนทางผลผลิตที่น้อยลง เมื่อผนวกกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ตลอดจนค่าแรงในภาคเกษตร จึงทำให้ราคาไข่ขยับขึ้น ขอวอนผู้บริโภคเข้าใจกลไกตลาด เมื่อเข้าสู่ภาวะปกติหรือผลผลิตออกมามาก ระดับราคาไข่ไก่จะลดลงเอง

ทั้งนี้ ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ฟองละ 4 บาท ไม่ใช่ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเป็นราคาเดียวกันกับช่วงกลางปีของปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าราคาไข่มีขึ้นมีลงเสมอ โดยราคาไข่ไก่จะอ่อนไหวกับทุกสิ่งที่มากระทบ ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาล สภาพภูมิอากาศ และเทศกาล นอกจากนี้ราคาของวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกปัจจัยต้นทุนสำคัญ รวมถึง ค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน และค่าแรงที่มีข่าวว่าจะปรับขึ้นเป็น 400 บาททั่วประเทศในเดือนตุลาคมนี้ ล้วนมีผลต่อราคาไข่ไก่ทั้งสิ้น

นายพัสธนภูมิกล่าวอีกว่า การเลี้ยงไก่ไข่ของเกษตรกรและการซื้อไข่ไก่ของผู้บริโภค มีกรมปศุสัตว์ และกระทรวงพาณิชย์กำกับดูแล ซึ่งต้องขอบคุณทั้งสองหน่วยงานรัฐที่ดูแลเกษตรกรและผู้บริโภคเป็นอย่างดีด้วยความเข้าใจกลไกตลาด ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารเพื่อคนไทยได้ต่อไป ขณะเดียวกันก็ช่วยดูแลค่าครองชีพผู้บริโภค จัดหาสินค้าราคาสมเหตุสมผลแก่การบริโภค-อุปโภคได้อย่างเหมาะสม

นำร่องชัยภูมิพัฒนาพื้นที่ต้นแบบพระราชดำริ

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายภูรินทร์ พ่วงชิงงาม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ ณ วัดพระธาตุชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ ได้มีศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนความรู้แบบอารยเกษตรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความยั่งยืน

นายอนันต์ กล่าวต่ว่า ในปัจจุบันโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการขุดคลองไส้ไก่รูปเลข ๙ สำหรับกักเก็บน้ำ คาดว่าจะเก็บน้ำได้ตามเป้าปริมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตร และทำฝายชะลอน้ำจำนวน 9 จุด คิดปริมาณงานที่ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 50 โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชัยภูมิได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ถ่ายภาพมุมสูงเพื่อสำรวจพื้นที่วางแผนขั้นตอนการดำเนินงานในช่วงฤดูฝน ซึ่งในต้นเดือนมิถุนายน 2567 จะทำการเพิ่มขอบคันดินคลองไส้ไก่รูปเลข ๙ ปูพลาสติกในคลองไส้ไก่ ปลูกหญ้าแฝกกันดินสไลด์ ปลูกถั่วบราซิลคลุมดิน และทำนาขั้นบันได 9 ชั้น เพิ่มเติมให้สมบูรณ์อีกด้วย

สำหรับ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ วัดพระธาตุชัยภูมิ ได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระราชมหาเจติยาภิบาล (ต่อศักดิ์ สุนฺทรวาที) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ประธานโครงการก่อสร้างวัดพระธาตุชัยภูมิ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานที่นี้เป็นพื้นที่แปลงนาสาธิต สำหรับการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ที่มีการสร้างแหล่งน้ำไว้สำหรับกักเก็บน้ำ ซึ่งมีการกำหนดตำแหน่งขอบเขตพื้นที่ของอาคารศูนย์การเรียนรู้ เพื่อเป็นต้นแบบอารยเกษตร มีการจัดภูมิทัศน์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ได้ประโยชน์สูงสุด โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริแห่งนี้ จะสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิได้ในอนาคต นายอนันต์ฯ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ ถือกำเนิดขึ้น โดยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงคิดค้นทฤษฎีใหม่เป็นจำนวนมากเพื่อยังคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับพสกนิกรของพระองค์ ทั้งนี้ เกษตรทฤษฎีใหม่เป็น 1 ใน 40 ทฤษฎี ธรรมชาติมีแหล่งน้ำ มีนา ปลูกข้าวกินเอง เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหาร มีไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว โดยทรงให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำ เพราะ “น้ำคือชีวิต” จึงทรงหาวิธีการที่ทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยทำให้พื้นที่ทำมาหากินต้องมีน้ำและมีการจัดสรรพื้นที่ในการทำประโยชน์อย่างสมดุล รวมทั้งพระองค์ท่านทรงคิดทฤษฎีใหม่อื่น ๆ อาทิ เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช ป่าเปียก หลุมขนมครก อธรรมปราบอธรรม โดยต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด จึงพระราชทานโครงการโคก หนอง นา ซึ่งเป็นโครงการที่ประยุกต์และต่อยอดมาจากการเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบรมราชชนก

ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้น้อมนำไปขับเคลื่อน โดยเป็นนโยบายหลักให้ทุกจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ได้ร่วมกันดำเนินการ “โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา” หรือโครงการ “อารยเกษตร” ซึ่งจะช่วยทำให้พื้นที่ที่เราพัฒนาแล้วจะเกิดความสวยงาม ทั้งภาพลักษณ์ และอรรถประโยชน์ มองทางไหนก็มีความสวยงาม สบายตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีคลองไส้ไก่คดเคี้ยวเลี้ยวลด มีผืนแผ่นดินทำมาหากิน อยู่อาศัย ที่มีต้นไม้สูง กลาง ต่ำ เตี้ย เรี่ยดิน อันจะทำให้คนมีกิน มีใช้ และดูแลให้คนในครอบครัวมีความสุข

“ในฐานะที่จังหวัดชัยภูมิเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานอารยเกษตร วันนี้ตนจึงอยากเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปราชญ์ชาวบ้าน ภาคีเครือข่ายโคก หนอง นา ที่ได้ช่วยกันพัฒนาพื้นที่ต้นแบบให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิที่สนใจได้เข้ามาศึกษา ถ่ายทอดประสบการณ์ และร่วมกันเรียนรู้ รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาในด้านเกษตรกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาพื้นที่ทำการเกษตรของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดสร้างงาน สร้างคุณค่า สร้างรายได้ ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสังคมและชุมชนที่ดียั่งยืนสืบไป” นายอนันต์ กล่าวเชิญชวน

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายภูรินทร์ พ่วงชิงงาม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ ณ วัดพระธาตุชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ ได้มีศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนความรู้แบบอารยเกษตรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความยั่งยืน

นายอนันต์ กล่าวต่ว่า ในปัจจุบันโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการขุดคลองไส้ไก่รูปเลข ๙ สำหรับกักเก็บน้ำ คาดว่าจะเก็บน้ำได้ตามเป้าปริมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตร และทำฝายชะลอน้ำจำนวน 9 จุด คิดปริมาณงานที่ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 50 โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชัยภูมิได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ถ่ายภาพมุมสูงเพื่อสำรวจพื้นที่วางแผนขั้นตอนการดำเนินงานในช่วงฤดูฝน ซึ่งในต้นเดือนมิถุนายน 2567 จะทำการเพิ่มขอบคันดินคลองไส้ไก่รูปเลข ๙ ปูพลาสติกในคลองไส้ไก่ ปลูกหญ้าแฝกกันดินสไลด์ ปลูกถั่วบราซิลคลุมดิน และทำนาขั้นบันได 9 ชั้น เพิ่มเติมให้สมบูรณ์อีกด้วย

สำหรับ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ วัดพระธาตุชัยภูมิ ได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระราชมหาเจติยาภิบาล (ต่อศักดิ์ สุนฺทรวาที) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ประธานโครงการก่อสร้างวัดพระธาตุชัยภูมิ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานที่นี้เป็นพื้นที่แปลงนาสาธิต สำหรับการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ที่มีการสร้างแหล่งน้ำไว้สำหรับกักเก็บน้ำ ซึ่งมีการกำหนดตำแหน่งขอบเขตพื้นที่ของอาคารศูนย์การเรียนรู้ เพื่อเป็นต้นแบบอารยเกษตร มีการจัดภูมิทัศน์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ได้ประโยชน์สูงสุด โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริแห่งนี้ จะสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิได้ในอนาคต นายอนันต์ฯ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ ถือกำเนิดขึ้น โดยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงคิดค้นทฤษฎีใหม่เป็นจำนวนมากเพื่อยังคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับพสกนิกรของพระองค์ ทั้งนี้ เกษตรทฤษฎีใหม่เป็น 1 ใน 40 ทฤษฎี ธรรมชาติมีแหล่งน้ำ มีนา ปลูกข้าวกินเอง เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหาร มีไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว โดยทรงให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำ เพราะ “น้ำคือชีวิต” จึงทรงหาวิธีการที่ทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยทำให้พื้นที่ทำมาหากินต้องมีน้ำและมีการจัดสรรพื้นที่ในการทำประโยชน์อย่างสมดุล รวมทั้งพระองค์ท่านทรงคิดทฤษฎีใหม่อื่น ๆ อาทิ เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช ป่าเปียก หลุมขนมครก อธรรมปราบอธรรม โดยต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด จึงพระราชทานโครงการโคก หนอง นา ซึ่งเป็นโครงการที่ประยุกต์และต่อยอดมาจากการเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบรมราชชนก

ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้น้อมนำไปขับเคลื่อน โดยเป็นนโยบายหลักให้ทุกจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ได้ร่วมกันดำเนินการ “โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา” หรือโครงการ “อารยเกษตร” ซึ่งจะช่วยทำให้พื้นที่ที่เราพัฒนาแล้วจะเกิดความสวยงาม ทั้งภาพลักษณ์ และอรรถประโยชน์ มองทางไหนก็มีความสวยงาม สบายตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีคลองไส้ไก่คดเคี้ยวเลี้ยวลด มีผืนแผ่นดินทำมาหากิน อยู่อาศัย ที่มีต้นไม้สูง กลาง ต่ำ เตี้ย เรี่ยดิน อันจะทำให้คนมีกิน มีใช้ และดูแลให้คนในครอบครัวมีความสุข

“ในฐานะที่จังหวัดชัยภูมิเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานอารยเกษตร วันนี้ตนจึงอยากเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปราชญ์ชาวบ้าน ภาคีเครือข่ายโคก หนอง นา ที่ได้ช่วยกันพัฒนาพื้นที่ต้นแบบให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิที่สนใจได้เข้ามาศึกษา ถ่ายทอดประสบการณ์ และร่วมกันเรียนรู้ รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาในด้านเกษตรกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาพื้นที่ทำการเกษตรของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดสร้างงาน สร้างคุณค่า สร้างรายได้ ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสังคมและชุมชนที่ดียั่งยืนสืบไป” นายอนันต์ กล่าวเชิญชวน

มท.1นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมอส.-ตร.ชายแดนใต้

ผู้ว่าฯ นราธิวาส ร่วมให้การต้อนรับ มท.1 และคณะ ในโอกาสเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เยี่ยม อส. และตำรวจ ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ฯ  พร้อมเยี่ยมชมการฝึกหลักสูตรผู้นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และร่วมการประชุมหารือข้อราชการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองกับฝ่ายความมั่นคง

ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือข้อราชการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองกับฝ่ายความมั่นคง และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงที่ผ่านมา พร้อมมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาล ให้กับบุคลากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

โดยมี พลเอก เจริญชัย หินเธาว์  ผู้บัญชาการทหารบก   พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมประชุม

จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะฯ เดินทางไปยังศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังประจำถิ่นท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้ตรวจเยี่ยมและตรวจแถวกองเกียรติยศ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่จังหวัดยะลา และตรวจเยี่ยมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2567

ในโครงการฝึกเสริมสร้างขีดความสามารถสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการฝึก จำนวน 1,266 นาย ได้ฝึกอบรมระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2567 โดยมี ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการฝึกในครั้งนี้

โดยก่อนจะลงปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเช้า เวลา 09.15 น. นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะฯ ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมกับมอบของเยี่ยมแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ผู้ปฏิบัติงานและได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส