พระสงฆ์-สาธุชน จากทั่วสารทิศ แห่ร่วม “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 40 “เนื่องวันมาฆบูชา

ปราจีนบุรี – ค่ำจรดดึกนี้! เปิดงาน “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 40 “สุดยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก รับวันมาฆบูชา! ณ โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถจังหวัดปราจีนบุรี หลังขบวนธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดาของคณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรีเดินธุดงค์ มาจากทั้ง 7 อำเภอ รวมกว่า 900 รูป เดินธุดงค์มาถึงรอยพระพุทธบาทคู่พร้อมพร้อมจัดขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอทั้ง 7 อำเภอ

สักการะรอยพระพุทธบาทคู่ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ แสดงแสง สี เสียง ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ การแสดงวงดนตรีเยาวชน อิ่มอร่อยตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค “ร่มเย็นเมืองศรีมโหสถ – อวัธยปุระ”มีร้านจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน-เครื่องดื่ม –รวมมากกว่า 100 ร้าน แก่นักท่องเที่ยวที่เลิกงานประจำมาพักผ่อนสร้างเศรฐกิจท้องถิ่นคึกคัก

เวลา 18.30 น. จรดดึก วันที่ 1 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี พระราชปริยัติวัชราจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส   ในพิธีเปิดงานเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีนครั้งที่ 40 ประจำปี พ.ศ. 2569   เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ ณ โบราณสถานสระมรกต ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

 โดยมี พระบูรพาคณาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี (ธ) พระวชิราธิบดี เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีด้วย

ในวันนี้ ช่วงเย็นเป็นวันที่ขบวนธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดาของคณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรีเดินธุดงค์มาจาดทั้ง 7 อำเภอ รวมกว่า 900 รูป เดินธุดงค์มาถึงรอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ ณ โบราณสถานสระมรกต พร้อมจัดขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอทั้ง 7 อำเภอ  มีการสักการะรอยพระพุทธบาทคู่ พิธีเจริญพระพุทธมนต์

ช่วงค่ำคืนจัดการแสดงโขน ตอนพระรามข้ามสมุทร จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม   การแสดงแสง สี เสียง ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ และ  ปิดท้ายด้วยการแสดงวงดนตรีเยาวชนจังหวัดปราจีนบุรี

ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนและคณะผู้มีเกียรติ ได้เยี่ยมชมร้านค้าจำนายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ในตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค รวมมากกว่า 100 ร้านอิ่มอร่อยตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค “ร่มเย็นเมืองศรีมโหสถ – อวัธยปุระ”มีร้านจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน-เครื่องดื่ม –รวมมากกว่า 100 ร้าน แก่นักท่องเที่ยวที่เลิกงานประจำมาพักผ่อนสร้างเศรฐกิจท้องถิ่นคึกคัก  

มีกิจกรรมจัดทุกวันระหว่าง  วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4มีนาคม 2569 ณ โบราณสถานสระมรกต ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ มินิคอนเสิร์ต จากลีโอ ไมค์หมดหนี้ วันที่ 2 มีนาคม 2569 และพิธีเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ เนื่องในวันมาฆบูชา ในวันที่ 3 มีนาคม 2569   งานบุญใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก  ณ โบราณสถานสระมรกต ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

โดย… มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์-ศุภมิตร – ภาพ/ปราจีนบุรี ###

“ส.อ.ท.” หวั่นสงครามตะวันออกกลาง ทุบเศรษฐกิจไทยทรุด น้ำมันพุ่ง-ส่งออกชะงัก

จากสถานการณ์เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนเวทีโลก หลังมีรายงานว่า “ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน” เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีระลอกแรก ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการผนึกกำลังของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงราคาภายในประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ในระยะสั้น ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นจากแรงกดดันทางจิตวิทยา แต่ต้องจับตาว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือจำกัดวงเฉพาะจุด รวมถึงบทบาทของประเทศพันธมิตรอิหร่าน เช่น จีน และรัสเซีย ตลอดจนท่าทีของประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่าจะเข้ามาไกล่เกลี่ยหรือไม่

นายเกรียงไกร ระบุว่า พื้นที่ความขัดแย้งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือที่สำคัญของโลก หากสถานการณ์บานปลายหรือมีการปิดเส้นทางเดินเรือ จะสร้างแรงกระแทกต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกทันที

กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) คือ การโจมตีแหล่งผลิต บ่อน้ำมัน หรือโรงกลั่นในภูมิภาค ซึ่งจะซ้ำเติมตลาดพลังงานโลกที่ยังเปราะบาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

จึงเสนอให้กระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันเร่งประเมินความเสี่ยง ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว พร้อมวางแผนสำรองน้ำมัน และเตรียมเส้นทางขนส่งทางเลือก หากเกิดการปิดช่องแคบหรือเส้นทางหลัก

ด้าน นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์ต่อภาคอุตสาหกรรมไทยว่า สงครามระหว่างประเทศอิหร่านกับพันธมิตรคืออิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ย่อมส่งผลกระทบต่อคนทั้งโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้นต้องแยกผลกระทบออกเป็นหลายด้าน โดยด้านแรกที่เห็นผลทันทีคือด้านพลังงานที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความไม่มั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญ ซึ่งตนมองว่าราคาจะขยับขึ้นไปมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะขยายวงไปสู่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นด้วยหรือไม่ และจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน

นายหัสดินกล่าวต่อว่า เมื่อต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตาม รวมถึงต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังตลาดตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอาจต้องหยุดชะงักลง เพราะความไม่ปลอดภัยในเส้นทางขนส่งอาจทำให้ต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางและมีต้นทุนที่สูงขึ้น

“หากสถานการณ์บานปลายหรือยืดเยื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ทั้งนี้ ตนมองว่าสงครามครั้งนี้อาจส่งผลต่อการขยับเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของโลกซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป”

สกรีนเข้ม!! ตม.กาญจนบุรี ลุยเข้ม รวบแก๊งลักลอบขนคนแดนมังกร

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.), พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.), พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

พ.ต.อ.ปริญญา  กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 / โฆษก บก.ตม.3 เปิดเผยว่า วันที่ 1 มี.ค.69 เวลาประมาณ 06.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 นำโดย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.ตฤณธวัช ปัญญาธร รอง ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ต.หญิง ศรีสกุล เธียรประดิษฐ์ สว.ตม.จว.กาญจนบุรี สั่งการให้ จนท.ตม. จุดตรวจถาวรไทรโยค บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจบุคคลและยานพาหนะที่สัญจรผ่าน บริเวณจุดตรวจถาวรไทรโยค ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

พบ รถยนต์ต้องสงสัย มีนายกนกพล (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สัญชาติไทย (ผู้ขับขี่) ชาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และตรวจสอบภายในห้องโดยสารพบบุคคลต่างด้าว จำนวน 3 ราย ไม่มีเอกสารแสดงตนต่อ จนท. ให้การว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน 

จากการสอบถาม ผู้ถูกจับที่ 1 ได้ให้การว่าวันนี้  (1 มี.ค.69) เวลาประมาณ 01.00 น. ได้มีผู้เรียกให้ตนให้ไปรับผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง บริเวณสวน Boonsai Hyde Park หมู่บ้านนวธานี ถนนเสรีไทย แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เพื่อไปส่งที่เจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อไปถึงจุดรับ ซึ่งเป็นโรงแรม (จำชื่อโรงแรมไม่ได้) พบชาย 4 คน เป็นต่างชาติ 3 คน และมีชาย 1 คน เป็นบุคคลสัญชาติไทย เจรจาขอยกเลิกการรับ – ส่ง จากแอปพลิเคชัน

โดยขอว่าจ้างให้เป็นการรับ – ส่ง แบบเหมาจ่าย เป็นเงินสด จำนวน 5,000 บาทแทน โดยให้ไปส่งยัง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ผู้ถูกจับที่ 1 จึงได้ตอบรับ จากนั้นชายต่างชาติ จำนวน 3 คน (ผู้ถูกจับที่ 2-4) ได้ขึ้นมานั่งโดยสารบนรถ ซึ่งบุคคลสัญชาติไทยไม่ได้เดินทางมาด้วย แต่แจ้งว่าได้คุยกับผู้โดยสารเรียบร้อยแล้วว่าให้มอบเงินสด จำนวน 5,000 บาท เมื่อถึงปลายทาง แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน

ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ชุดจับกุมจึงได้ทำบันทึกจับกุม พร้อมส่งตัวให้ พงส.สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป             
          
ทางโฆษก บก.ตม.3 ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบัน สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

เศร้าโศกทั้งประเทศ!ชาวอิหร่านหลั่งน้ำตาแห่ไว้อาลัยผู้นำสูงสุดเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 ประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” วัย 86 ปี ซึ่งเสียชีวิตในที่พำนัก หลังจากสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอล ประสานการโจมตีทางอากาศ และหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีคือที่พำนักของผู้นำสูงสุด

“คาเมนาอี”ปกครองอิหร่านมานานมากกว่า 30 ปี และถือเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่อยู่ในอำนาจยาวนานมากที่สุดในโลก

สำหรับผู้นำสูงสุดไม่ใช่เผด็จการเต็มตัว แต่การดำรงตำแหน่งอยู่ท่ามกลางโครงข่ายอำนาจที่แข่งขันกันอย่างซับซ้อน ทำให้เขาสามารถวีโต้ยับยั้งนโยบายสาธารณะใด ๆ และคัดเลือกผู้สมัครรับตำแหน่งสาธารณะได้ด้วยตนเอง

การเสียชีวิต “คาเมนาอี” ถือว่าเป็นการเปิดฉากอนาคตใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งต่ออิหร่านและภูมิภาคโดยรอบ

สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังมีการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน

อย่าไรก็ตามเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตี “บัดร์ อัลบูไซดี” รมว.ต่างประเทศของโอมานผู้ทำหน้าที่เป็นคนกลางการไกล่เกลี่ย บอกว่าการเจรจากำลังบรรลุความคืบหน้า

 บัดร์กล่าวว่ารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ทั้งสองประเทศโจมตีอิหร่าน และ “ทั้งผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และเป้าหมายของสันติภาพโลก ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งนี้”

เดือดสาแก่ใจ! “หัสดี” สับศอกใส่ “เด่นเมืองจันทร์”สลบยก 3 ศึก “มวยรอบปูนเสือ”สาย A นัด 2

ศึก “มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25” สาย A รอบ 16 คน นัดที่สอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก นายสมยศ อรุณมาศ (ผู้แทนปูนเสือ) พร้อมด้วย นายจมร เลขะกุล (ผู้แทนปูนเสือ) ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที เป็นการชกกันระหว่าง หัสดี ตี๋น้อยคชิน (แดง) พบกับ เด่นเมืองจันทร์ ป.มงคลอินทร์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และเพชรสิงห์ขร ส.สมานการ์เม้นท์ (แดง) พบกับ เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ หลังจากนั้นทั้งสองคู่ขึ้นสังเวียนแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยมีแฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาร่วมชมติดขอบเวทีและส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก

สรุปผล ศึก “มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25” สาย A รอบ 16 คน นัดที่สอง มีดังนี้

 คู่ที่ 1. ศอกซ้ายน็อก หัสดี ตี๋น้อยคชิน (แดง) พบกับ เด่นเมืองจันทร์ ป.มงคลอินทร์ (น้ำเงิน) คู่นี้ต่างคนแพ้กันมาใครแพ้ตกรอบทันที “หัสดี” มวยซ้ายอาชีพเตี้ยกว่าเดินเตะซ้ายลำตัวตามด้วยหมัด ทางด้าน “เด่นเมืองจันทร์” สูงยาวเข่าในเหนียวแน่นเดินเตะขวาจับในตีเข่าแต่ยังไม่ชัดเจนผิดกับ “หัสดี” ที่เดินเร็วเตะซ้ายจับในตเข่าได้จังหวะพอดีฮัดศอกซ้ายเข้าปลายคาง “เด่นเมืองช้าง” ถึงกับร่วงให้กรรมการนับ8 ชกต่อได้ “หัสดี” วิ่งเข้าสับศอกขวาเข้าปลายคาง “เด่นเมืองจันทร์” เต็มๆ ร่วงให้กรรมการนับ10 ทำให้ “เด่นเมืองจันทร์” แพ้ตกรอบทันที ด้าน “หัสดี” ยังได้ไปต่อ

คู่ที่ 2. เฉือนแต้มเข้ารอบ 8 คน เพชรสิงห์ขร ส.สมานการ์เม้นท์ (แดง) พบกับ เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ (น้ำเงิน) คู่นี้ต่างฝ่ายก็ชนะกันมาใครชนะเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายทันที “เพชรสิงห์ขร” มวยขวาเตี้ยกว่าเดินเข้าเตะขวาลำตัวตามด้วยหมัด ทางด้าน “เมืองช้าง” ก็โต้ด้วยแข้งซ้ายหนักๆ รุนแรงจับในตีเข่าข้างเดียวถึงกับออกอาการช่วงท้ายๆ “เพชรสิงห์ขร” เดินเร็วขึ้นหันมาเล่นหมัดอย้างเดียวกลับโดน “เมืองช้าง” เตะซ้ายเป็นชุดๆ จะแจ้งชัดเจนครบยก “เมืองช้าง” เป็นฝ่ายชนะคะแนนผ่านเข้ารอบ8 คนสุดท้ายทันที ส่วนผู้แพ้ยังได้ไปต่อ

สำหรับ ศึก “มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25” สาย B รอบ 16 คน นัดที่สอง ประชันฝีมือกันระหว่าง นําเจริญ บุญลานนามวยไทย (แดง) ดวลกับ สะตอเพชร ส.โชคมีชัย (น้ำเงิน) พิกัด 116 และ พรเพชร ท็อปเเฟรี่ยิม (แดง) ดวลกับ มอญขาว ซีเมนต์ ดี (น้ำเงิน) พิกัด 116 เพื่อเตรียมตัวความพร้อมขึ้นสังเวียนโชว์ออกอาวุธศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้กับผู้ชมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาเชียร์กันอย่างสนุกสนานไปด้วยกัน พร้อมเสิร์ฟความมันส์ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD รับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป

.

ระทึกกลางกรุง!! หนุ่ม 28 ควักมีดจ่อคอสาวเป็นตัวประกันหวังหนีคดีชิงทรัพย์นนท.จีน

ระทึกกลางกรุง!! ตำรวจสืบสวนนครบาล 6 พยายามเกลี้ยกล่อมให้นายวิทย์ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี วางอาวุธมีดหลังจากจับผู้หญิงคนใกล้ชิดเป็นตัวประกัน เหตุเกิดภายใน ซ.ลาดพร้าว 101 กรุงเทพฯ

เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 1 มี.ค.2569 ใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ตำรวจสืบสวนนครบาล 6 และตำรวจ สน.ลาดพร้าว เกลี้ยกล่อมโดยให้แม่ของนายวิทย์ ช่วยเจรจาทำให้นายวิทย์ ยอมวางอาวุธมีดปล่อยตัวประกัน ซึ่งตำรวจนำตัวนายวิทย์ไปซักถามเพิ่มเติม

เหตุการณ์ระทึกครั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ถูกคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ วิ่งราวทรัพย์ซึ่งเป็นกระเป๋าสะพายภายในมีเงินสด 10,000 บาท ขณะผู้เสียหายนั่งโดยสารรถตุ๊กตุ๊ก เหตุเกิดกลางดึกของวันที่ 25 ก.พ.2569 พื้นที่ สน.ปทุมวัน

ต่อมาหลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวนนครบาล 6 แกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางคนร้ายหลบหนีหลังก่อเหตุ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องสงสัยคือนายวิทย์ (นามสมมติ) ที่เป็นคนร้าย พักอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งภายใน ซ.ลาดพร้าว 101 กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยจึงเรียกเพื่อสอบถาม 

ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยหยิบมีดจี้จับคนใกล้ชิดเป็นผู้หญิงไว้เป็นตัวประกัน โดยพาออกจากสถานที่แห่งหนึ่งเดินมาตามถนน และมาหยุดตรงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ทำให้ตำรวจต้องตามมารดาของนายวิทย์ มาช่วยเจรจากระทั่งยอมวางอาวุธมีดปล่อยตัวประกัน

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนซักถามนายวิทย์ บอกว่าเป็นผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจริง ในคืนวันก่อเหตุได้ไปก่อเหตุในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง และมาก่อเหตุในพื้นที่ สน.ลุมพินี และมาก่อเหตุพื้นที่ สน.ปทุมวัน . 

191 ทลายแก๊ง “เช่า-ซิ่ง-ชิ่ง” ตุ๋นเช่ารถหรูตัดจีพีเอสส่งขายตลาดมืด รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดรถของกลางเพียบ!

กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) เปิดปฏิบัติการตัดวงจรขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ หลังสืบทราบพฤติการณ์สุดแสบ ใช้เอกสารปลอมเช่ารถก่อนตัดสัญญาณจีพีเอสหนี แล้วนำไปประกาศขายทอดตลาดมืด รวบผู้ต้องหายกแก๊ง 5 ราย พร้อมยึดรถของกลางคืนเจ้าของได้ทันควัน

นโยบายเข้ม ปราบปรามขบวนการรถหลุดจำนำ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 เร่งรัดกวาดล้างขบวนการลักลอบจำหน่ายรถหลุดจำนำผิดกฎหมายที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างหนัก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพทำทีมาขอเช่ารถยนต์ Mitsubishi Xpander แต่เมื่อถึงกำหนดคืนกลับติดต่อไม่ได้ แถมสัญญาณจีพีเอสในรถยังถูกตัดขาดหายไปอย่างมีเงื่อนงำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จึงรุดตรวจสอบจนพบเบาะแสสำคัญว่า กลุ่มคนร้ายใช้บัตรประชาชนและใบขับขี่ปลอมในการทำสัญญาเช่า ก่อนจะนำรถคันดังกล่าวไปโพสต์ประกาศขายผ่านโซเชียลมีเดียในราคาถูกผิดปกติ ชุดสืบสวนจึงวางแผน “ล่อซื้อ” และนัดส่งมอบรถกันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ย่านรังสิต-นครนายก

เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ซุ่มโปร่งจนพบกลุ่มผู้ต้องหาปรากฏตัวพร้อมรถของกลาง จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย นายวันชัย (อายุ 50 ปี) “ตัวการหลักที่ใช้เอกสารปลอม” พร้อมพวกอีก 4 ราย คือ นายคงศักดิ์, น.ส.ภัทรวดี, นายวิสิทธิ์ และ นายอดิศักดิ์ จากการขยายผลตรวจค้นบริเวณลานจอดรถหลังร้านโกดังย่านรังสิต เจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์ที่รอการจำหน่ายในลักษณะเดียวกันอีก 4 คัน ทั้ง Toyota Fortuner, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton และ MG3 รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าขบวนการนี้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ตั้งแต่คนทำหน้าที่ไปเช่ารถโดยใช้เอกสารปลอม คนรับฝากรถ และคนนำรถไปโพสต์ขายต่อ โดยมีนายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อลากคอตัวการใหญ่มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ด้านกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ฝากเตือนผู้ประกอบการรถเช่าให้ตรวจสอบเอกสารผู้เช่าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หากประชาชนพบเห็นเบาะแสการขายรถผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

“ภูเขียวมินิมาราธอน ครั้งที่ 2” นักวิ่งกว่า 600 คนร่วมชิงชัยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น–ท่องเที่ยวคึกคัก

ชัยภูมิ – นักวิ่งปอดเหล็กกว่า 600 ชีวิตแห่ประชันแกร่ง “ภูเขียวมินิมาราธอน ครั้งที่ 2”ส่งเสริมการท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคัก

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้า เมื่อกิจกรรม “ภูเขียวมินิมาราธอน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” เปิดฉากอย่างเป็นทางการบริเวณรอบหนองผักปัง มีนักวิ่งและประชาชนเข้าร่วมกว่า 600 คน สะท้อนกระแสการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 6 เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยพ.อ.อ.กิตติพงษ์ ยอดไชยเพ็ชร นายอำเภอภูเขียว และนักกีฬาจากทั่วสารทิศร่วมพิธีโดยกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพประชาชน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ทั้งร้านค้า ที่พัก และบริการท้องถิ่น

ด้านนางวิไลวรรณ มานะศิลป์ นายกเทศมนตรีตำบลภูเขียว กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองให้เป็นชุมชนสุขภาพ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าผลักดันภูเขียวสู่การเป็นเมืองกีฬาในอนาคต

กิจกรรมแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Fun Run 3.5 กิโลเมตร สำหรับครอบครัวและประชาชนทั่วไป ” Mini Marathon 10.5 กิโลเมตร” สำหรับนักวิ่งสายแข่งขัน

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้สร้างจะเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่จำนวนมาก และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่แสดงพลังความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

.

กลับมาอีกครั้ง! เทศกาลภาพยนตร์รัสเซีย 2026 ครั้งที่4 ปีนี้ยกทัพจัดใหญ่ที่เกาะภูเก็ต 2-4 มี.ค.

กลับมาอีกครั้ง! เทศกาลภาพยนตร์รัสเซีย 2026 ครั้งที่4 ปีนี้ยกทัพจัดใหญ่ที่เกาะภูเก็ต  2-4 มี.ค.เปิดบทใหม่วัฒนธรรม2 ประเทศที่น่าตื่นเต้น จากผลงานผู้กำกับชั้นนำตั้งแต่แนว สงคราม-ดราม่าไซไฟ – แอนิเมชั่น ชมฟรีจัดโดย กระทรวงวัฒนธรรมรัสเซีย ROSKINO และสถานทูตฯรัสเซีย

องค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซีย (Roskino) โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมของรัสเซีย จะจัดเทศกาลภาพยนตร์รัสเซียในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-4 มีนาคม 2026 ที่เกาะภูเก็ต งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับนานาชาติที่สำคัญ คือ “ฤดูกาลรัสเซีย” ของรัฐบาลสหพันธรัฐรัสเซียและกระทรวงวัฒนธรรมของรัสเซีย ซึ่งจะดำเนินการในราชอาณาจักรไทยในปี 2026

นางโอลกา ลูบิโมวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของรัสเซีย กล่าวว่า เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ประเทศของเราผูกพันกันด้วยมิตรภาพ ความเคารพซึ่งกันและกัน ความรักในศิลปะ ความสร้างสรรค์ และภาพยนตร์รัสเซียก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชมชาวไทยมาโดยตลอด เทศกาลภาพยนตร์รัสเซียครั้งนี้เปิดบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นในบทสนทนาทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าภาพยนตร์ที่จัดฉายจะช่วยให้เราได้ทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสมัยใหม่ของประเทศของเรา ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวบนเกาะจะสามารถชมภาพยนตร์รัสเซียเรื่องล่าสุดบนจอใหญ่ ซึ่งเป็นผลงานของผู้กำกับชั้นนำในหลากหลายประเภท ตั้งแต่ภาพยนตร์สงคราม และดราม่าไซไฟ ไปจนถึงแอนิเมชั่นสำหรับครอบครัว

เอลซา อันโตโนวา ซีอีโอขององค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซียกล่าวว่า การจัดฉายภาพยนตร์รัสเซียในประเทศไทยเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาบทสนทนาทางภาพยนตร์ ระหว่างสองประเทศของเรา ในแง่หนึ่งรัสเซียและไทยดูแตกต่างกันมาก แต่เราก็มีสายสัมพันธ์พื้นฐานร่วมกัน นั่นคือ ความรักในครอบครัว ความเคารพผู้ใหญ่ ความนับถือในประเพณี และความเชื่อในความดีงาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ตรงกับสิ่งที่ภาพยนตร์ของเรานำเสนอและภาพยนตร์ของเราก็สามารถสร้างความประหลาดใจ และแรงบันดาลใจได้ นี่เป็นครั้งที่สี่แล้วที่เทศกาลภาพยนตร์รัสเซียจัดขึ้นในประเทศไทย และเรามั่นใจว่าผู้ชมจะชื่นชมความลึกซึ้งและความจริงใจของภาพยนตร์รัสเซีย

สำหรับเทศกาลภาพยนตร์จะเปิดฉากด้วยภาพยนตร์ดราม่ากีฬาเรื่อง “ที่หนึ่งในโอลิมปัส” (ปี 2025 กำกับโดย อาร์เต็ม มิคาลคอฟ) เรื่องราวการก้าวขึ้นสู่เส้นทางแชมป์โอลิมปิกของยูริ ทยูคาลอฟ

นอกจากนี้ ในโปรแกรมของเทศกาลยังมีเรื่อง“สิงหาเดือด” (2025 กำกับโดย นิกิตา วิโซตสกี และ อิลยา เลเบเดฟ) ภาพยนตร์สงครามที่สร้างจากนวนิยายเรื่อง “ในเดือนสิงหาคม ปี 1944” ของวลาดิมีร์ โบโกโมลอฟ  “เที่ยวบินแห่งอนาคต” (2025 กำกับโดย เยกอร์ มิคาลคอฟ-คอนชาลอฟสกี)  ดราม่าแฟนตาซีเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาโดย อินโนเคนตี พลาโตนอฟ;  “เพื่อนขนปุย 2” (ปี 2026 กำกับโดย ดมิทรี ดียาเชนโก)  ภาพยนตร์ตลกสำหรับครอบครัวเกี่ยวกับการผจญภัยต่อเนื่องของเชบูราชกา ตัวละครโปรดของทุกคน “พิน๊อคคิโอ” (ปี 2025 กำกับโดย อิกอร์ โวโลชิน)  ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิทานชื่อดังของ อเล็กเซย์ ตอลสตอยเกี่ยวกับเด็กชายไม้

 “ ฟินนิค 2” (ปี 2025 กำกับโดย เดนิส เชอร์นอฟ) เป็นการ์ตูนที่เล่าเรื่องราวภาคต่อของชีวิตของ ฟินนิค – เอลฟ์ประจำบ้านตัวน้อย และเพื่อนของเขา 

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเทศกาลคือ นิทรรศการของพิพิธภัณฑ์โรงละครบาครูชิน ซึ่งจัดร่วมกับองค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซียภายใต้โครงการ “ภาพยนตร์ | โรงละคร”  กิจกรรมนี้จะเป็นขั้นตอนแรกของข้อตกลงที่ลงนามไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างองค์กรต่างๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมรัสเซียและหน่วยงานเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นิทรรศการจะสะท้อนให้เห็นถึงประเพณีการสืบทอดทางศิลปะจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมรัสเซีย ผ่านเรื่องราวของราชวงศ์ศิลปะ นิทรรศการนี้เน้นที่ภาพถ่ายอันเป็นเอกลักษณ์จากคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ รวมถึงภาพที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่อง “สิงหาเดือด” (2025) ซึ่งรวมอยู่ในโปรแกรมของเทศกาลด้วย

ภาพยนตร์ครึ่งหนึ่งที่จัดฉายในเทศกาล ( “ที่หนึ่งในโอลิมปัส,” “สิงหาเดือด,” และ “เพื่อนขนปุย 2”) ผลิตขึ้นโดยมีส่วนร่วมของบริษัท “กาซพรอม-มีเดีย โฮลดิ้ง” 

” ภาพยนตร์เป็นภาษาสากลแห่งหัวใจ ไม่จำเป็นต้องแปล และทุกคนสามารถเข้าใจได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ความจริงง่ายๆ นี้คือสิ่งที่ภาพยนตร์ที่องค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซียนำมาฉายในประเทศไทยต้องการแสดงให้เห็น เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ภาพยนตร์เรื่อง “ที่หนึ่งในโอลิมปัส” ของเราได้เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล แต่คุณค่าที่แท้จริงของงานนี้อยู่ที่ความหลากหลาย: โปรแกรมทั้งหมดได้รวมกันเป็นภาพโมเสกที่มีชีวิตชีวาของภาพยนตร์รัสเซีย- ร่วมสมัย จริงใจ หลากหลายประเภทและอารมณ์ แต่ลึกซึ้งเสมอ ผมมั่นใจว่าผู้ชมชาวไทยจะเห็นว่าศิลปะที่แท้จริงนั้นอยู่เหนือขอบเขตทั้งหมดและเข้าถึงหัวใจได้ ไม่ว่าละละติจูดหรือลองลองจิจูดจะเป็นอย่างไร ” อเล็กซานเดอร์ จารอฟ ซีอีโอของกาซพรอม-มีเดีย โฮลดิ้ง กล่าว

“ภาพยนตร์เรื่อง ‘พิน๊อคคิโอ’ ของเรา หลังจากประสบความสำเร็จในการฉายในรัสเซีย ก็ยังคงครองใจผู้ชมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน สิทธิ์ในการจัดจำหน่ายได้ถูกขายไปแล้วใน 53 ประเทศ รวมถึงละตินอเมริกาและตะวันออกกลาง ตลอดจนสเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ไซปรัส อิสราเอล มองโกเลีย บัลแกเรีย อินโดนีเซีย อิตาลี และประเทศที่ใช้ภาษาอิตาลี เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซียจะได้ฉายให้ผู้ชมชาวไทยได้ชมกัน ดิฉันมั่นใจว่าการฉายครั้งนี้จะไม่เพียงแต่จะมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนให้แก่ผู้ชมชาวไทยเท่านั้น แต่ยังจะเป็นการสร้างคุณูปการในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและรัสเซีย เปิดสะพานแห่งมิตรภาพใหม่ๆ ผ่านโลกแห่งเวทมนตร์ของภาพยนตร์รัสเซีย” สเวตลานา บาลาโนวา ซีอีโอของเนชั่นแนลมีเดีย กรุ๊ป กล่าว

”พิพิธภัณฑ์บาครูชินเป็นผู้นำด้านการทูตทางวัฒนธรรมของประเทศเรา ในการนำเสนอมรดกทางด้านละครของรัสเซียไปต่างประเทศ การเปิดตัวโครงการ “ภาพยนตร์ | ละคร” ในราชอาณาจักรไทยเป็นก้าวใหม่ในงานนี้ เราได้ร่วมมือกับองค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซียเพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนสอนละครได้หล่อหลอมภาษาของภาพยนตร์รัสเซียอย่างไร เรากำลังริเริ่มโครงการระยะยาวและวางแผนที่จะดำเนินการต่อในสถานที่อื่นๆ ในระดับนานาชาติ” – คริสตินา ทรูบินโนวา ผู้อำนวยการใหญ่ของพิพิธภัณฑ์บาครูชิน 

เทศกาลภาพยนตร์รัสเซียที่ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องขององค์กรส่งเสริมภาพยนตร์รัสเซียในการส่งเสริมความสนใจอย่างยั่งยืนในเนื้อหารัสเซียในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระหว่างการฉายภาพยนตร์ ผู้ชมยังมีโอกาสได้พบกับสมาชิกของคณะผู้แทนสร้างสรรค์ ซึ่งจะมานำเสนอโครงการของพวกเขาด้วย

“ใบตอง ใบเงิน” เปลี่ยนกล้วยริมรั้วเป็นตู้ ATM หน้าบ้าน สร้างรายได้เกษตรกร 8,000–9,000 บาทต่อเดือน

หากเอ่ยถึงจังหวัดนครพนม ภาพจำของผู้คนมักผูกโยงกับศรัทธาที่มีต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กสำคัญริมฝั่งโขง ภายใต้วิถีความเชื่อนี้ ‘บายศรี’ คือเครื่องสักการะที่ขาดไม่ได้ ซึ่งต้องอาศัยใบตองปริมาณมาก ไม่เพียงเท่านั้น นครพนมยังเป็นเมืองที่มีอาหารขึ้นชื่ออย่าง ‘หมูยอ’ ‘แหนม’ และโดยเฉพาะ ‘กะละแม’ ที่มีความต้องการใช้ใบตองสูงถึง 7 ล้านแผ่นต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่า “ใบตอง” คือตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดนครพนม อีกทั้งพื้นที่จังหวัดที่เต็มไปด้วยสวนกล้วยตามหัวไร่ปลายนา ทว่าใบตองส่วนใหญ่ที่ใช้ในจังหวัดกลับต้องนำเข้ามาจากจังหวัดใกล้เคียงสัปดาห์ละหลายตัน เม็ดเงินจึงไหลออกนอกพื้นที่อย่างน่าเสียดาย สถานการณ์นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ “ธุรกิจรวบรวมใบตอง” ในพื้นที่

เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ คุณปวีณา อ้วนจี ที่เดิมเคยเปิดร้านเสริมสวย แต่เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก จึงหันมาขายมะม่วงและกล้วยที่ตลาดโต้รุ่งในจังหวัดนครพนม โดยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับใบตองมากนัก จนกระทั่งมีโอกาสลงสำรวจตลาดใบตองในพื้นที่อย่างจริงจัง ทำให้พบว่าใบตองไม่ใช่เพียงเศษวัสดุทางการเกษตรที่ไร้ประโยชน์ แต่คือ “ใบเงิน” ที่มีมูลค่าและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้จริง

แนวคิด “ฝายชะลอเงิน” จึงเกิดขึ้น เพื่อกั้นไม่ให้เงินไหลออกนอกจังหวัด แต่ให้หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ด้วยการให้ชุมชนปลูกและรวบรวมใบตองใช้กันเอง นางปวีณาจึงผันตัวเข้าสู่เส้นทางธุรกิจใหม่ในฐานะ “ผู้รวบรวมใบตอง” อย่างเต็มตัว

“ความสำเร็จของธุรกิจรวบรวมใบตองจังหวัดนครพนมสะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จากเดิมที่มูลค่าการซื้อขายใบตองในพื้นที่ไม่ถึง 1,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันใบตองสดถูกส่งออกขายวันละ 200 กิโลกรัม สร้างรายได้หมุนเวียนราว 30,000 บาทต่อเดือน โดยเกษตรกรผู้ปลูกใบตองมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 8,000 – 9,000 บาท บางรายใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงหลังเสร็จงานประจำตัดใบตองขายเป็นรายได้เสริมได้ถึงวันละ 300 บาท ส่วนผู้รวบรวมมีกำไรประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน เฉพาะจากการรวมรวมใบตองสด โดยตั้งเป้าไว้ว่าหากเข้าถึงการแปรรูปรีดใบตองห่อกะละแมได้มากขึ้นจะสามารถเพิ่มรายได้ให้เครือข่ายธุรกิจขึ้นอีก”

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการทำเพียงลำพัง คุณปวีณาได้ชักชวนคนในหมู่บ้านจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนรวบรวมสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ” เพื่อยกระดับการทำงานจากต่างคนต่างทำ มาเป็นการวางแผนและวิเคราะห์ตลาดร่วมกัน ใช้บทบาท “ผู้รวบรวม” เชื่อมโยงเกษตรกรกับตลาดผู้ใช้งานจริง โดยคำนึงถึงการสร้างความเชื่อมั่นและการควบคุมคุณภาพผลผลิต เน้นรวบรวมใบตองที่สดใหม่แล้วส่งออกขายวันต่อวัน

สร้างมาตรฐานสินค้าผ่านการ “คัดแยกเกรด” ตามการใช้งานเพื่อเพิ่มมูลค่า ได้แก่ เกรด A ใบตองตานีคุณภาพสำหรับทำบายศรีที่ขายได้ถึงก้านละ 8-10 บาท เกรด B ใบตองกล้วยน้ำว้าสำหรับห่อหมูยอ ราคาก้านละ 3-4 บาท ส่วนใบตองอ่อน ราคาก้านละ 5-6 บาท เกรด C เป็นเกรดรวมสำหรับห่อแหนม ราคาก้านละ 3 บาท และเกรดสำหรับส่งแปรรูปรีดใบตองห่อกะละแม ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้ใบตองขายได้ราคาดีกว่าการขายแบบเหมาสวน และผู้ประกอบการก็ได้วัตถุดิบที่ตรงกับความต้องการ

แม้จะมองเห็นโอกาส แต่การลงมือทำโดยปราศจากองค์ความรู้ที่ถูกต้องก็อาจนำไปสู่ความล้มเหลว คุณปวีณายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ผลจากการทำธุรกิจ… เจ๊ง!’ ในช่วงแรกที่พยายามแปรรูปใบตองด้วยตนเองและไม่สามารถบริหารจัดการเงินได้ จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการ “ธุรกิจปันกัน” รุ่นที่ 3 ของสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน โดยการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้กำกับของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ซึ่งได้มอบหลักการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้จริง ได้แก่

1.ใช้ตลาดนำการผลิต สำรวจตลาดเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าก่อนที่จะเริ่มลงมือผลิต สอบถามผู้ประกอบการแต่ละรายถึงลักษณะใบตองที่ต้องการ จากนั้นจึงนำข้อมูลนี้ไปสื่อสารกับชุมชนให้ตัดใบตองได้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยนำเทคนิคนี้ไปใช้กับสินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ ในท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแทนการผลิตตามใจ

2.ประเมินความเสี่ยง เพื่อรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจ และความผันผวนของคุณภาพผลผลิตตามฤดูกาล กลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ คือ การสร้างตลาดรองรับ โดยนางปวีณาเล่าว่า หากวันใดที่ใบตองสดล้นตลาดหรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานก็ยังมีกลุ่มแปรรูปใบตองรีดสำหรับกะละแม ที่พร้อมรับซื้อใบตองทุกเกรดเพื่อนำไปรีดให้แห้ง ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 1-2 ปี เป็นหลักประกันว่าผลผลิตจากชุมชนจะมีที่ไปอย่างแน่นอน

3.แยกกระเป๋าเงินธุรกิจและครัวเรือน จากปัญหาที่เคยเผชิญคือ “เห็นตัวเลขแต่ไม่เห็นตัวเงิน” ซึ่งเกิดจากการไม่แยกเงินธุรกิจและเงินส่วนตัวออกจากกัน นางปวีณาจึงนำหลักการ “แยกกระเป๋าเงิน” มาปรับใช้อย่างเคร่งครัด หากมีรายรับเข้ามา 100 บาท จะถูกแบ่งออกเป็น ต้นทุน 40 บาท กำไร 60 บาท อย่างชัดเจน จากนั้นจึงนำกำไร 60 บาทมาจัดสรรเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ใช้จ่ายส่วนตัว ชำระหนี้ และเก็บเป็นเงินออมสำหรับครอบครัวและต่อยอดธุรกิจ

เมื่อธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมีแบบแผนด้วยหลักธุรกิจปันกัน คุณปวีณาเลือกที่จะส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนในฐานะวิทยากร ทั้งสอนการทำบัญชีรายรับรายจ่าย การออม และการแยกกระเป๋าเงิน พร้อมทั้งปลูกฝังวินัยการออมแก่เยาวชน ทั้งยังปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน โดยนำหลักบริหารจัดการมาปรับเปลี่ยนจากการคัดแยกเกรดใบตองในขั้นตอนการรวบรวมเป็นการสอนให้เกษตรกรคัดแยกเกรดตั้งแต่ตอนตัดใบตองจากต้น เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง

“ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของคน คือ ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเงิน” คุณปวีณากล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในชุมชนว่า นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ชาวบ้านก็หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเงินและเก็บออมเพื่ออนาคตมากขึ้น โดยวิสาหกิจฯ มีการจัดสรรเงินออมกลุ่มให้เป็นแหล่งทุนหมุนเวียนที่พึ่งพาได้สำหรับสมาชิก ยิ่งไปกว่านั้น ชุมชนได้ตระหนักถึงคุณค่าในทรัพยากรท้องถิ่นจากการรู้ว่าใบตองสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นและถูกบอกต่อกันปากต่อปาก ส่งผลให้หลายครัวเรือนขยายจากการปลูกเพียง 2-3 ต้น สู่การปลูกเชิงพาณิชย์และยึดเป็นอาชีพหลัก จนเกิดเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งทั่วทั้งจังหวัดนครพนม

คุณปวีณายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นและการมีตลาดรองรับที่แน่นอน ทำให้ต้นกล้วยในชุมชนเปรียบเสมือนเป็น “ตู้ ATM หน้าบ้าน” ที่สามารถเดินไปตัดใบตองมาส่งให้ผู้รวบรวมแลกเป็นเงินสดได้ทันทีเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงิน สะท้อนถึงการสร้างรายได้ที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว

“หากไม่มีชุมชนผู้ผลิต หรือขาดคนกลางเชื่อมโยง ตลาดก็ไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้ การทำธุรกิจจึงไม่ใช่การยึดตนเองเป็นตัวตั้ง แต่คือการทำงานร่วมกัน เพื่อแบ่งปันโอกาสให้ชุมชนมีงานและรายได้ที่มั่นคง ขณะที่ตลาดก็ได้ของดีมีคุณภาพตรงตามความต้องการ เพราะหัวใจสำคัญของธุรกิจปันกัน คือ การอยู่ร่วมกันอย่าง “เกื้อกูล” ทั้งชุมชน ผู้รวบรวม และตลาด ความสำเร็จจึงไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการที่ทุกฝ่ายต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และเห็นร่วมกันว่า ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่าง ‘ใบตอง’ คือ ‘ใบเงิน’ ที่ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนได้จริง” คุณปวีณา กล่าวทิ้งท้าย