รอง มทภ.4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49กับชับเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ

รอง มทภ.4 ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49 เน้นย้ำติดตามสถานการณ์ เพิ่มความเข้มงวด ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่

 พลตรี ไพศาล  หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมคณะฯ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมประชุมและรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี พันเอก กำธร  ศรีเกตุ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะนราธิวาส, พันเอก ภาณุวัฒน์  สุคชเดช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, พันเอก ชาญฤทธิ์  ฮันสราช รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, ผู้บังคับกองร้อยฯ และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุม

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหารือแนวทางแก้ไขของห้วงที่ผ่านมาของหน่วย พร้อมกำชับให้ปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งได้นำนโยบายการปฏิบัติ 5 งานสำคัญตามนโยบาย แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน 

ทั้งนี้  รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เน้นย้ำพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึงฐานปฏิบัติการทุกฐานเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่ชุมชน

โดย….แวดาโอ๊ะ​ หะไร​ จ.นราธิวาส

โอกาสทองสิงห์คะนองนา ชาวนาจองคิว ไถนาแปลงนาเพาะปลูก

ฝนตกต่อเนื่องเกษตรกรชาวนาแห่เตรียมแปลงทำนากันอย่างคักคัก ขณะที่เกษตรกรชาวนาที่ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีรถแทรกเตอร์ไถนาเป็นของตัวเอง หลังจากทำนาของตัวเองแล้ว ก็นำรถไถมารับจ้างโกยเงินวันละเกือบ 4,000 บาท

นายสายัญ สดุดี อายุ 58 ปี ชาวนาในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งกระบือ ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นเกษตรกรชาวนาและมีรถไถนาเป็นของตัวเอง ในช่วงนี้ฝนตกลงมาอยู่ต่อเนื่องมีน้ำขังในแปลงนา และได้ไถนาหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ปักดำต้นกล้าของตนเอง เสร็จสิ้นไปแล้ว แล้วทุกปีหลังทำนาของตัวเอง หลังจากนั้นจะผันตัวมารับจ้างไถนา ให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีรถไถนา

เกษตรกรรับจ้างขับรถไถนา กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับปีนี้ มีเกษตรกรชาวนาในปีนี้มีจองคิวกันยาว โดยจะคิดค่าจ้างไถปั่นนาไร่ละ 250 บาท และสามารถรับจ้างได้วันละ 15 ไร่ เท่ากับว่าจะมีรายได้วันละ 3,750 หักค่าน้ำมันแล้วจะเหลือประมาณวันละ 3,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่งดงาม

นายสายัญ กล่าวด้วยว่า การไถนาเกษตรกรชาวนาจะต้องไถปั่นนาถึง 2 ครั้ง โดยส่วนใหญ่เจ้าของนาจะจ้างแค่ครั้งเดียว แต่การทำนาหว่านหรือปักดำต้นกล้า จะต้องไถปั่นนาถึง 2 ครั้ง และครั้งที่ 2 เจ้าของนาส่วนใหญ่จะใช้รถไถนาเดินตามไถเองก่อนที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือปักดำต้นกล้า แต่หากว่าเจ้าของนาไม่ไถปั่นเองในครั้งที่ 2 เท่ากับว่าเจ้าของรถไถที่เป็นคนรับจ้าง จะได้เงินจากเจ้าของนาอีกครั้ง แต่จะเสียค่าจ้างครั้งแรกไร่ละ 250 บาท ครั้งที่ 2 จะคิดค่าจ้างจากเจ้าของนาไร่ละ 200 บาท ทำให้มีรายได้อย่างงามในช่วงนี้ รวมทั้งมีการจองกันล่วงหน้าจนคิวไม่ว่าง ซึ่งจะมีการรวมกลุ่มเจ้าของรถไถนาและจะมีการส่งต่องานกัน หากว่าตัวเองคิวไม่ว่าง.

รฟฟท. เฉลิมฉลองการให้บริการก้าวสู่ปีที่ 14 จับมือ ทิพยประกันภัย มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้แก่ผู้โดยสาร

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เฉลิมฉลองการให้บริการก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 จับมือ ทิพยประกันภัย มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้แก่ผู้โดยสาร

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสาย สีแดง เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับ ทิพยประกันภัย เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองการให้บริการรถไฟฟ้าก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 โดยภายในงานมี นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด พร้อมด้วย นางสาวสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นางณัฐญา ธนะรัชต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และนายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ร่วมเปิดตัวและมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ทั้งนี้ บริษัทฯเล็งเห็นถึงประโยชน์สูงสุดที่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงจะได้รับจากการบูรณาการความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงาน โดยได้มีการคัดสรรสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมาย ดังนี้

  • รับ ฟรี! ประกันภัยอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุที่ไหน ก็คุ้มครองนาน 30 วัน โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 100,000 บาท และมีค่ารักษาพยาบาลให้สูงสุด 5,000 บาท สามารถสแกน QR Code เพื่อรับสิทธิ์ได้ที่รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 – 15 มิถุนายน 2567
  • ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ผ่านเวปไซต์ www.tipinsure.com เพียงกรอกโค้ด “RED” ก่อนชำระเบี้ยประกันภัย จะได้รับสิทธิพิเศษ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 4,900 บาท/ปี รวมถึงส่วนลดสูงสุด 10% สามารถผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ 0% นานสูงสุด 10 เดือน และรับบัตรโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมูลค่าสูงสุด 1,000 บาท โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯกำหนด

นอกจากนี้ บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นพัฒนาด้านการให้บริการเดินรถไฟฟ้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ใช้บริการอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งส่งมอบความสุขด้วยกิจกรรมส่งเสริมตลาดสุดพิเศษ เพื่อคัดสรรสิทธิประโยชน์ดีๆให้แก่ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้โดยสารทุกท่านจะได้รับความสุขในทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter, Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง  และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ด่วน!บุกรวบลุงขับแท็กซี่ เก็บทอง 49 บาท อ้างนำไปขายพิสูจน์จริงหรือไหม

จากกรณี นางไพรินทร์ แก้วเพ็ชร แจ้งความว่า ทำทองคำมูลค่ากว่า 40 บาทหายไประหว่างจะนำทองคำไปส่งที่ร้านทองแห่งหนึ่งย่านเยาวราช และ นายชัยพร เจ้าของได้แจ้งว่า หากใครเจอแล้วเอามาคืน จะมีสินน้ำใจให้ 100,000 บาท แต่ถ้าตำรวจไปตามจับกุมได้ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.20 วันที่ 27 พ.ค.67 ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน ได้คุมตัวคนขับรถแท็กซี่สีส้มแดง ที่ปรากฏภาพกล้องวงจรปิด ว่าได้มีการลงไปหยิบกระเป๋าที่ตกอยู่กลางถนนบรมราชชนนีขาออก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม มาสอบปากคำ หลังจากที่เช้าวันนี้สามารถติดตามจับกุมตัวได้ย่านนางเลิ้ง ขณะกำลังขับรถแท็กซี่รับส่งผู้โดยสารอยู่

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวคนขับแท็กซี่ไปตรวจค้นหาทองบริเวณบ้านพักย่านสาธุประดิษฐ์ ซึ่งรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้

โดยระหว่างเจ้าหน้าที่คุมตัวคนขับแท็กซี่ขึ้นมายังห้องสืบสวนที่อยู่บริเวณชั้นสามของโรงพัก สื่อมวลชนได้พยามสอบถามกับคนขับแท็กซี่รายดังกล่าวว่าทองยังอยู่หรือเปล่า คนขับแท็กซี่ไม่ได้ตอบคำถามได้แต่พยักหน้า

ซึ่งนอกจากนี้สื่อมวลชนยังได้สอบถามอีกว่า วันที่เก็บกระเป๋าไปรู้มั้ยว่าเป็นทอง, ทำไมไม่นำทองมาคืน, ได้คุยกับเจ้าของทองหรือยัง, กลัวได้รับผิดหรือไม่ แต่คนขับแท็กซี่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามทุกคำถาม

ทั้งนี้มีรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทองคำทั้งหมดได้แล้ว 47 บาท ส่วนอีก 2 บาทลุงคนขับแท็กซี่ได้นำไปขายให้กับร้านทองแห่งหนึ่ง และได้เงินมาจำนวน 60,000 บาท ซึ่งเงินดังกล่าวยังไม่ได้นำมาใช้จ่าย ซึ่งก็ได้อายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้แล้ว ส่วนสาเหตุที่ลุงคนขับแท็กซี่อ้างว่านำทองไปขายเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าทองที่เก็บได้เป็นของจริงหรือไม่

“ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์”ส่งนกเขาชวานับพันตัวประกวดชิงแชมป์ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2567 ชมรมนกเขาชวาเสียง อ.จะนะ จ.สงขลา ร่วมกับชมรมนกเขาชวาเสียงภาคใต้ และ บริษัท ทรานส์ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันมหกรรมการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นการแข่งขันนกเขาชวาเสียงรายการใหญ่ระดับประเทศรายการแรกของ อ.จะนะ จ.สงขลา ปี 2567 ณ สนามนกเขาชวาเสียงนานาชาติหวังดี หมู่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสนามกลางของการแข่งขันนกเขาที่ใหญ่ที่สุด และมีมาตรฐานที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซี่ยน

นายนิพนธ์ ชิตมณี ปลัดอาวุโสอำเภอจะนะ จ.สงขลา นายอับดุลรอหมาน เส็นแอ ประธานชมรมนกเขาชวาเสียง อ.จะนะ จ.สงขลา นายอาห์หมัด ฟาห์มี อาห์หมัด ซาริการี กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา และนายโมฮัมหมัด ไฟโรส บินโรสนี ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรานส์ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีบรรดาเซียนนกเขาชวาเสียง และฟาร์มเลี้ยงนกเขา จ.สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และ จ. นราธิวาส  พร้อมกับอีกหลายจังหวัดรวมทั้งจากประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ ส่งนกเขาชาวาเข้าร่วมแข่งขันเกือบประมาณ 1,000 ตัว

สำหรับ การแข่งแบ่งเป็น 6 ประเภท คือ BB1, BB2 หรือว่า เบบี้ ซึ่งเป็นลูกนก ประเภท DR หรือว่าดาวรุ่ง และประเภทเสียงเล็ก เสียงกลาง เสียงใหญ่  และรางวัลที่เป็นที่สุดของที่สุดรายการนี้คือ รางวัลนกยอดเยี่ยม A B C “Best In Show” The Best Of The Best  ซึ่งเป็นรางวัลสุดยอดนกเขาชวาเสียง ที่นำเอาแชมป์เสียงเล็ก เสียงกลาง เสียงใหญ่มาประชันกัน เพื่อให้ได้นกเขาชวาเสียงที่มีท่วงทำนองเสียงร้องที่ดีที่สุดและไพเราะที่สุดของการแข่งขันเป็นรางวัลที่มีขึ้นเป็นครั้งแรก

นายอับดุลรอหมาน เส็นแอ ประธานชมรมนกเขาชวาเสียง อ.จะนะ  เปิดเผยว่า ปัจจุบัน อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเมืองหลวงของนกเขาโลก หรือ “ชวาวงศ์” มีการเลี้ยงนกเขาชวาเสียงประมาณ 40,000 ตัว และฟาร์มเลี้ยงนกเขาประมาณ 30 ฟาร์ม อ.จะนะ ยังเป็นแหล่งเพาะขยายพันธ์นกเขาเสียงดี และสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงระดับอาเซี่ยน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งกรงนกเขาอาหารนกเขา นกเขาชวา จะสร้างเม็ดเงินให้กับ อ.จะนะ เป็นหลักร้อยล้านบาทต่อปี  โดยเฉพาะนกเขาจากฟาร์มนกเขาจะนะ มีราคาต้้งแต่หลักหมื่น หลักแสน จนถึงหลักล้าน

นายอับดุลรอหมาน กล่าวอีกว่า และการจัดการแข่งขันมหกรรมการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงแชมป์ประเทศไทย รายการนี้นอกจากจะมีผู้เลี้ยงนกเขาชาวเสียงของไทยแล้วยังมี เซียนนกจากมาเลเซียและสิงคโปร์ส่งนกเข้าร่วมแข่งขันด้วย

สำหรับ ผลการแข่งขันโดยเฉพาะรางวัลนกยอดเยี่ยม A B C “Best In Show” The Best Of The Best  ซึ่งเป็นรางวัลนกเขาที่เสียงดีที่สุดร้องเพราะที่สุด ท่วงทำนองดีที่สุด ของรายการนี้ นกที่ได้รับรางวัลคือ “นกสีนาแม” เป็นนกเขาเสียงกลาง ของ นายอับดุลอาซิ  เจ๊ะอาลี จากบ้านนาแม ต.คลองมานิง อ.เมือง จ.ปัตตานีได้ถ้วยนี้ไปครอง และรางวัลใหญ่อีกรางวัลคือ รางวัลการจับสลากหางบัตรจากผู้ที่ส่งนกเขาเข้าร่วมแข่งขันเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวปป้ายแดง ได้แก่ นายมูฮัมหมะสุกรี หวังกะจิ  จากอ.เทพา จ.สงขลา ส่งนกชื่อ “ศรีจอแม”  เข้าร่วมแข่งขันประเทศ DR หรือ ดาวรุ่ง

ข่าว/ภาพ : อัสวิน ภักฆวรรณ ผู้สื่อข่าวจังหวัดสงขลา

 

ฆาตกรอำมหิต ฆ่าปาดคอ หมกศพคอนโดย่านงามวงศ์วาน ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง

สยองคอนโด ซอยงามวงศ์วาน 6 ฆาตกรอำมหิต ฆ่าปาดคอ กระหน่ำแทงร่างพรุน 15 แผล หมกศพทิ้งในครัวติดกับระเบียงหลังห้อง ลูกบ้านของคอนโดได้กลิ่นเหม็นเน่ามาประมาณ 2-3 วัน ก่อนแจ้งให้ทางนิติบุคคลเข้าตรวจสอบ

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 พ.ต.ท.ฐิติปกรณ์ คุ้มปานอินทร์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายถูกฆ่าหมกคอนโด ห้องเลขที่ 107/129 ชั้น 6 คอนโดชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้กระทรวงสาธารณสุข ซอยงามวงศ์วาน 6 แยก 21 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบช.ภ.1 รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี, พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.ท.พงศ์สิน สุริยะอรุณศิริ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี, พ.ต.ต.ธราธิป เพ็งขำ สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี และประสานเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัด แพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู 

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 8 ชั้น อาคาร L2 ที่ห้องดังกล่าวเป็นคอนโด 1 ห้องนอน มีห้องโถงด้านหน้า พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ที่ห้องครัวติดกับระเบียงหลังห้อง ถูกปิดทับด้วยที่นอนและหมอนลายสก็อตสีน้ำตาล และหมอนสีแดง ที่ซิงค์ล้างจานและในห้องน้ำมีรอยคราบเลือด และมีรอยเลือดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเต็มพื้นและผนังห้อง ข้าวของภายในห้องกระจายเกลื่อน ลักษณะมีการต่อสู้กัน ประตูหน้าห้องด้านในพบขวดน้ำยาบ้วนปาก และมีการราดพื้นเพื่อดับกลิ่น

สภาพศพผู้เสียชีวิตนอนหงายขึ้นอืด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีผ้าเช็ดหน้าสีแดงคลุมปิด มีบาดแผลถูกแทงตามลำตัวประมาณ 10 แผล ลำคอถูกของมีคมปาดด้านซ้าย 1 แผล ด้านขวา 1 แผล แผลละ 12 ซม. โหนกแก้มซ้ายถึงเหนือหูซ้ายมีแผลยาว 8 ซม. แขนซ้ายถูกฟันมีแผลยาว 10 ซม. แขนขวา 8 ซม. รวมมีแผลทั้งหมด 15 แผล  

สอบสวนทราบว่ามีลูกบ้านของคนโดได้กลิ่มเหม็นเน่ามาประมาณ 2-3 วัน จึงได้แจ้งให้ทางนิติบุคคลเข้าตรวจสอบ และได้ไลน์ไปหาเจ้าของห้องพักให้มาเปิดประตูห้อง แต่ทางเจ้าของแจ้งว่าจะมาเปิดในวันรุ่งขึ้น ทางนิติบุคคลได้แจ้งกลับไปว่า หากไม่มาเปิด จะขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเปิด หลังจากนั้นคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของห้องได้ลบบัญชีไลน์ทันที 

จากการตรวจสอบในห้องพักไม่พบเอกสาร หรือบัตรประชาชนของบุคคลในห้อง แต่จากการตรวจสอบชื่อเจ้าของห้องคือ นายไพศาล ทองอ่อน อายุ 54 ปี จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใด ได้นำศพส่งไปผ่าชันสูตรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมจะประสานหาญาติของบุคคลที่มีชื่อระบุว่าเป็นเจ้าของห้องต่อไป.

รักแท้หวังแต่ง หนุ่มขอนแก่น หอบทองน้ำหนักเท่าเจ้าสาว 120 บ.หมั้นแฟนสาว

“รักจริงหวังแต่ง” หนุ่มขอนแก่น ยกขันหมาก หอบ “เงิน 4 แสน-ทอง 120 บาท-แหวนเพชรอีก 3 กะรัต” สู่ขอแฟนสาว เจ้าบ่าวลั่นถึงอ้วนตุ้ยนุ้ยก็รัก แจงเหตุขนทองมามากเพื่อเป็นสินสอด เพราะเท่าน้ำหนักตัวเจ้าสาว 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงไกร ขัดสา (เจ้าบ่าว) พร้อมครอบครัว และญาติๆ ได้ยกขบวนขันหมากมาจาก จ.ขอนแก่น เพื่อสู่ขอ น.ส.เกวลิน กิติวรรณ์ (เจ้าสาว) ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกคึกคัก นอกจากนี้ยังมี “บิว พงค์พิพัฒน์” หรือ “บิว เดอะสตาร์” มาร่วมอวยพรคู่บ่าวสาวด้วย

ส่วนไฮไลต์ของงานนั้น ได้แก่ สินสอดที่เจ้าบ่าวนำมาสู่ขอ ซึ่งได้แก่ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 120 บาท แหวนเพชร 2 วง หนักรวม 3 กะรัต และเงินสดอีก 400,099 บาท

สำหรับ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวนั้น ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม จนกระทั่งมิตรภาพก่อตัวเป็นความรัก และเมื่อทั้งคู่เรียนจบต่างคนต่างไปงานทำ ซึ่งทั้งคู่ทำงานในตำแหน่งวิศวกร หลังจากนั้นทางฝ่ายชาย จึงให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอฝ่ายหญิง เพื่อแต่งเป็นคู่ชีวิตกัน

“ถึงแม้ว่ารูปร่างเจ้าสาวนั้นจะอ้วนตุ้ยนุ้ย ตนก็รัก และเมื่อเห็นว่าแฟนตนมีน้ำหนักถึง 120 กิโลกรัม ตนจึงได้นำทองคำน้ำหนัก 120 บาท มามาเป็นสินสอดในการสู่ขอครั้งนี้ในครั้งนี้” เจ้าบ่าว กล่าว

ลาวส่งเซียนพระชื่อดัง-เมียกลับดำเนินคดีในไทยคดีโกง 380 ล้าน

เจ้าหน้าที่สปป.ลาวจับกุม “รุต นครสวรรค์”เซียนพระชื่่อดัง และเมียส่งกลับมาดำเนินคดีในไทย หลังก่อเหตุนำพระเครื่องของผู้เสียหาย 564 องค์ จำนวน 380 ล้านบาทไปปล่อยเช่า แต่ไม่จ่ายเงินกลับเซ็นเช็คแทน เมื่อไปขึ้นเงินเช็คเด้ง กระทั่งถูกจับ เจ้าตัวยอมรับผิดแต่ไม่คืนเงิน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2567พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ คุมตัวนายธนพล หรือรุต คำภิรานนท์ อายุ 34 ปี และนางอมรรัตน์ คำภิรานนท์ อายุ 34 ปี สองผัวเมีย ผู้ต้องหาในคดีเช็คเด้งเป็นจำนวนเงิน 380 ล้านบาทและคดีฉ้อโกงมาสอบสวนเพิ่มเติม หลังหนีคดีไปอยู่ที่ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ต้องหาข้ามแดนกลับมาไทย

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.สุรกานต์ มุดซาเคน ผกก.สภ.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับการประสานจากเจ้าหน้าที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ว่า จับกุมผู้ต้องหา 2 คนหนีหมายจับของทางการไทยข้ามแดนไปซ่อนตัวแถวเขตพื้นที่คิงส์โรมันให้กลับมารับโทษที่ฝั่งไทย สั่งการให้ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.โกวิทย์ จักรสมศักดิ์ สว.สส.สภ.บ้านแซว ร.ต.อ.ศุภชัย ก้างออนตา รอง สว.สส. ร.ต.อ.วินัย เชยบาน ร.ต.อ.พิชญ์พัชระ พิชญณันทร์ รอง สว.ด่าน ตม.เชียงแสน ไปรับตัวผู้ต้องหาตามที่ได้รับการประสานที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่รับตัวผู้ต้องหา 2 คน ทราบชื่อนายธนพล หรือรุต คำภิรานนท์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/52 หมู่ 4 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในวงการพระเครื่องจะรู้จักกันในชื่อ “รุต นครสวรรค์” เซียนพระชื่อดังในพื้นที่จ.นครสวรรค์ ศาลแขวงนครสวรรค์ออกหมายจับที่ 155/2567 ในข้อหาความผิดว่าด้วยการใช้เช็ค และนางอมรรัตน์ คำภิรานนท์ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 88/52 หมู่ 4 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ภรรยาของนายธนพล ศาลแขวงนนทบุรีออกหมายจับเลขที่ จ.70/2567 ในฐานความผิดร่วมกันยักยอกทรัพย์และร่วมกันฉ้อโกง ทั้งคู่หลบหนีความผิดออกจากพื้นที่ และข้ามแดนไปค้าขายอยู่ฝั่ง สปป.ลาว ตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.67 ตำรวจควบคุมตัวทั้งคู่ไปที่ สภ.บ้านแซว เพื่อตรวจสอบและสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่เป็นบุคคลตามหมายจับจริง แจ้งข้อหาให้ได้รับทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จ.นครสวรรค์มารับตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา พ.ต.อ.ปัณณทัต เศวตะทัต ผกก.สส.ภ.จ.นครสวรรค์ เดินทางมารับตัวผู้ต้องหา ตรวจสอบประวัติทราบว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย.67 ศาลแขวงนครสวรรค์อ่านคำพิพากษา ระหว่างพนักงานอัยการคดีศาลแขวงนครสวรรค์ (โจทก์) นายบุญยืน แซ่กัง (โจทก์ร่วม) นายธนพล คำภิรานนท์ (จำเลย) เรื่อง พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลัง เนื่องจากจำเลยไม่มาร่วมฟังว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 8 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมจำคุก 48 เดือน

นายธนพล หนีคดีไม่มารับฟังคำพิพากษาหนีข้ามไป สปป.ลาว กระทั่งถูกจับกุมนำตัวส่ง สภ.เมืองนครสวรรค์ นายบุญยืน แซ่กัง นักธุรกิจผู้เสียหาย เปิดเผยว่า นายรุตเป็น 1 ในคณะกรรมการตัดสินพระเครื่องของสมาคมพระเครื่องไทย มีฉายา “รุต นครสวรรค์” ในวงการพระเครื่องเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ ตนเคยถูกนายรุตหลอกนำพระปลอมมาจำนำอ้างว่าเป็นพระแท้ เมื่อไปตรวจสอบแหล่งเช่าพระหลายสถานที่ เซียนพระต่างยืนยันเป็นพระปลอม นายรุตยังไม่ชดใช้เงินคืนแต่อย่างใด กระทั่งมีข้อตกลงกันว่า นายรุตจะนำพระเครื่องของตน 564 องค์ จำนวน 380 ล้านบาท ไปปล่อยบูชา นายรุตปล่อยพระบูชาไปหมดแล้วแต่ไม่นำเงินมาให้ เมื่อทวงถามกลับเซ็นเช็คเปล่าใบละ 10 ล้านบาท จำนวน 38 ใบ รวมเป็นเงิน 380 ล้านบาท มาให้แทน เมื่อไปขึ้นเงิน เช็คเด้ง แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ภายหลังตำรวจจับกุมตัวสองผัวเมียได้แล้ว ตนสอบถาม

นายรุต บอกว่ายอมรับผิด แต่จะไม่ขอพูดเรื่องจะคืนพระหรือจะคืนเงินที่นำพระไปปล่อยเช่าแต่อย่างใด

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี เดินทางมาที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อขออายัดตัว นางอมรรัตน์ คำภิรานนท์ ไปดำเนินคดีในท้องที่ตามหมายจับในคดี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คและฉ้อโกง

ยูเอ็น คาด เหยื่อดินถล่มปาปัวนิวกินีทะลุกว่า 670 ศพ เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

หน่วยงานของสหประชาชาติประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ที่ปาปัวนิวกินี อาจมากถึง 670 ศพ ขณะชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) คาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ กลืนหมู่บ้าน ‘ยัมบาลี’ บริเวณเชิงเขา ‘มุงกาโล’ ในจังหวัดเอ็นกา ตอนกลางของประเทศปาปัวนิวกินี อาจสูงถึง 670 ศพเป็นอย่างน้อย ในขณะที่เจ้าหน้าที่กับชาวบ้านยังคงพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างไม่ลดละ

ทั้งนี้เหตุดินถล่มซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันศุกร์ (24 พ.ค.) ที่ผ่านมา ทำลายหมู่บ้านเชิงเขาที่เคยคึกคักแห่งนี้จนแทบหมดสิ้น ฝังบ้านเรือนจำนวนมากไว้ใต้ดินโคลน พร้อมกับชาวบ้านที่กำลังหลับไหล

นายเซอร์ฮาน อัคโตปรัค ผู้แทนของไอโอเอ็ม กล่าวว่า ตัวเลขโดยประมาณของบ้านเรือนที่ถูกกลบฝังตอนนี้อยู่ที่ 150 หลังเป็นอย่างน้อย ขณะที่มีประชาชนที่คาดว่าเสียชีวิตแล้ว 670 รายหรือมากกว่านั้น ขณะที่สถานการณ์ยังเลวร้ายมาก เนื่องจากดินกับน้ำยังสไลด์ไม่หยุด ทำให้เกิดความเสี่ยงใหญ่หลวงต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นผิวที่เลวร้าย, ถนนซึ่งได้รับความเสียหาย และสถานการณ์ความรุนแรงในชนเผ่าใกล้เคียง ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ภัยพิบัติได้ยาก แต่ชาวบ้านยังคงพยายามใช้อุปกรณ์เท่าที่หาได้ ขุดหาบุคคลอันเป็นที่รัก ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลน

เสียดาย พายุพัดโค่นต้นมะขามยักษ์ 100 ปีคู่เมืองเพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. เกิดเหตุต้นมะขามยักษ์อายุราว 100 ปี บริเวณริมถนนตรงข้ามวัดมหาธาตุพระอารามหลวง เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ได้ถูกแรงลมจากพายุฝนที่ตกกระหน่ำเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยแรงลมทำให้ต้นมะขามยักษ์โค่นลงกับพื้น แบบถอนรากถอนยวงทั้งต้น ขณะเดียวกันกิ่งก้านสาขาของต้นมะขามยักษ์ ยังพาดทับบ้านพักบริเวณใกล้เคียง ทำให้หลังคาบ้านและทรัพย์สินเสียหายบางส่วน นอกจากนี้ยังมีเสาไฟฟ้าหักโค่นอีก 1 ต้นด้วย โดยเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลฯ ต้องทำการตัดทอนกิ่งไม้บางส่วนออก แต่ยังไม่การเคลียร์ต้นมะขามยักษ์ 100 ปี ออกจากบริเวณดังกล่าว

ต่อมาทางเทศบาลฯได้เผยแพร่ภาพต้นมะขามยักษ์ถูกลมพายุพัดโค่นล้มทางสื่อโซเชียล ปรากฏว่า มีคอมเม้นท์จากชาวเมืองเพชรบูรณ์โอดครวญเสียดายที่ต้นมะขามยักษ์อายุ 100 กว่าปีโค้นล่มเพราะภัยธรรมชาติ โดยให้เหตุผลว่า มีความผูกพันและมีภาพจำต้นมะขามยักษ์มาตั้งแต่เด็ก ขณะเดียวกันยังขอให้นายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ช่วยหาวิธีฟื้นคืนมะขามยักษ์ต้นนี้ให้ ในขณะที่นายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกร จ.เพชรบูรณ์และนักวิชาการด้านเกษตรได้ออกมาระบุว่า “ถ้าจะยกตั้งที่เดิมอันตรายและระบบความเสียหายแล้ว” โดยนายเสกสรรชี้แจงว่า “ตอนนี้มีแนวคิดว่าต้องตัดแต่งกิ่งและเพิ่มโครงเหล็กค้ำยันช่วย”

นายเสกสรรยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีดว่า หลังเกิดเหตุการณ์ทางเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ติดต่อมาว่า หากเป็นไปได้ก็อยากขอให้ช่วยรักษามะขามต้นนี้ไว้ รวมทั้งมีชาวเพชรบูรณ์โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่หลายคนที่พูดคุยและเล่าถึงความผูกพันมะขามต้นนี้ที่อยู่คู่กับเมืองเพชรบูรณ์ไปแล้ว เวลานี้ตนจึงให้เจ้าหน้าที่พยายามรักษาสภาพต้นมะขามไว้ให้ได้มากที่สุดก่อน โดยให้ริดกิ่งก้านที่ไปพาดทับบ้านพักและเสาไฟฟ้าออกก่อน

“ส่วนการจะกู้ต้นมะขามยักษ์ให้กลับมามีชีวิตได้หรือไม่ก็ต้องดูความเป็นไปได้ เพราะจากการสังเกตดูรากใหญ่ขาด แต่มีอีกแนวคิดโดยจะยกต้นมะขามขึ้น จากนั้นอาจจะทำโครงเหล็กค้ำยันไว้ ทั้งนี้ทุกแนวทางยังไม่ตกผนึก แต่ยังไรก็ตามก็พยายามจะหาแนวทางแก้ไขเท่าที่จะทำได้ดีที่สุด และยังมีต้นไม้เก่าแก่ในเขตเทศบาลอีกหลายต้น มีผู้เสนอแนะให้ช่วยดูแลรักษาไว้ โดยให้ตัดแต่งกิ่งออกเพื่อลดความเสี่ยงถูกภัยธรรมชาติโค่นล้มอีก””นายเสกสรรกล่าว

ข่าว/ภาพ : สุนทร คงวราคม ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์