เขื่อนลำแชะแหล่งอนุรักษ์ปลาแห่งใหม่ ขุมทรัพย์ชุบชีวิตคนครบุรี

ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดนครราชสีมา และกลุ่มชาวบ้าน ชุมชนบ้านมาบกราด ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้สร้างแหล่งอาศัยและหลบภัยให้แก่พันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ บริเวณพื้นที่อนุรักษ์ที่ทางชุมชนได้กันเอาไว้ มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ บริเวณท่าเลี้ยงปลากระชัง เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อให้บริเวณนี้เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มเติมจากพื้นที่อนุรักษ์เดิมที่ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณต้นน้ำ ตามโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง ทำให้ตอนนี้การร่วมกันอนุรักษ์ของหน่วยงานรัฐและชาวบ้าน เริ่มปรากฏผลให้เห็น โดยเริ่มจะมีปลาแพร่ขยายพันธุ์ชุกชุมมากยิ่งขึ้น ชาวบ้านที่มาทำการประมงใกล้เคียงบริเวณแหล่งอนุรักษ์ ก็เริ่มได้ปลาขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปลายี่สก ซึ่งก่อนหน้านี้มีโอกาสเห็นกันน้อยมาก แต่มาวันนี้ กลับพบปลายี่สกเพิ่มจำนวน จนชาวบ้านสามารถจับไปขายกันได้เกือบทุกวัน

นายทินกร กีระติชัยนันท์ อายุ 72 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังภายในเขื่อนลำแชะ บอกว่า ปีนี้น้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อย ตนจึงหยุดเลี้ยงปลากระชังเป็นการชั่วคราว เพราะหากฝืนเลี้ยง ก็จะเสี่ยงทำให้ปลาป่วยและเป็นโรคตายค่อนข้างสูง ซึ่งยังมีเพื่อนเกษตรกรหลายรายที่ไม่หยุดเลี้ยง แต่ต้องลดจำนวนการเลี้ยงลง เพราะกลัวขาดทุน และอาจจะทำให้เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำได้ ตอนนี้ตนจึงว่างงาน ทำได้แค่ออกมาหานั่งตกปลาริมกระชังเนื่องจากเป็นจุดที่มีปลาชุกชุม เพราะเคยให้อาหารปลาที่จุดนี้เป็นประจำ ประกอบกับไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน นำกิ่งไม้และวัสดุต่างๆ มาสร้างเป็นแหล่งให้ปลาและสัตว์น้ำอื่นใช้หลบซ่อนตัวและให้เป็นที่อยู่อาศัย โดยได้กำหนดแนวเขตอนุรักษ์ฯ เพิ่มเติมในบริเวณนี้ มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ จึงทำให้ประชากรสัตว์น้ำ เพิ่มจำนวนมากขึ้น ชาวบ้านก็จะพากันมาตกปลาบริเวณนี้อย่างคึกคัก เพื่อนำไปประกอบอาหาร ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และนำไปจำหน่ายสร้างรายได้เสริมด้วย ซึ่งปลาส่วนใหญ่จะเป็นปลาตะเพียนและปลานิล และยังมีปลายี่สกด้วย ก่อนหน้านี้ปลายี่สกมีน้อยมาก จะหาได้ค่อนข้างยาก แต่มาตอนนี้เริ่มหาได้ง่ายขึ้น ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ประมงและชาวบ้านในพื้นที่ ที่ช่วยกันสร้างแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาเพิ่มเติม จนทำให้เขื่อนลำแชะแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น

และวันนี้ ชาวบ้านก็สามารถตกปลายี่สกขนาดใหญ่ น้ำหนักมากถึง 11 กิโลกรัม และยังตกปลาชนิดอื่นๆ ได้อีกจำนวนมาก ซึ่งปลายี่สก หากจับได้ตัวใหญ่ๆ สดๆ แบบนี้ เมนูที่นิยมประกอบอาหารก็จะเป็นปลานึ่ง เพราะปลายี่สกสดๆ เนื้อจะแน่น หวาน ให้รสชาติที่ดีกว่าเนื้อปลาทั่วๆ ไป แม้ว่าจะมีก้างแทรกในเนื้อมากกว่าปลาที่นิยมบริโภคชนิดอื่นๆ แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ก็สามารถจะแยกเนื้อและก้างออกจากกันได้ง่าย จึงถือเป็นเมนูยอดฮิตที่หารับประทานได้ไม่บ่อยครั้งนัก เพราะปลายี่สกขนาดใหญ่ในธรรมชาติตอนนี้หาได้ค่อนข้างยากมากแล้ว .

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

เนื้อหมู แหล่งโปรตีนยอดนิยม บริโภคปลอดภัยต้องปรุงสุกทุกครั้ง

นักวิชาการ มั่นใจประเทศไทยมีมาตรฐานการเลี้ยงและการผลิตสุกรที่ดี แนะเลือกซื้อเนื้อหมูจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ได้มาตรฐาน แหล่งที่มาน่าเชื่อถือ มีการรับรองจากกรมปศุสัตว์ ย้ำผู้บริโภคควรรับประทานเนื้อหมูปรุงสุกเพื่อความปลอดภัย

 
รศ.ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “เนื้อหมู” เป็นหนึ่งในเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากชนิดหนึ่งของคนไทย เป็นแหล่งโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย มีวิตามิน กรดไขมัน และแร่ธาตุ รสชาติอร่อย หาซื้อได้ง่ายราคาสมเหตุผล และประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

 
การเลี้ยงสุกรในประเทศไทยมีการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากลตลอดห่วงโซ่การผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร (Good Farming Management : GFM) การจัดการให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ด้วยระบบการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล การพัฒนาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อตอบสนองความต้องการเนื้อสัตว์คุณภาพดีและปลอดภัยของผู้บริโภค

 
รศ.ดร.ศกร แนะ 3 วิธี ในการเลือกซื้อเนื้อหมูให้ปลอดภัย เริ่มต้นด้วย

1. สังเกตราคาสินค้า ไม่ควรราคาถูกเกินไปจนผิดปกติ และ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่เก็บในตู้หรือห้องแช่แข็งที่อุณหภูมิเหมาะสม เพื่อรักษาสภาพความสดไว้ต่อเนื่อง

 
2. เนื้อหมูที่ดี ใช้นิ้วกดเนื้อจะแน่นคืนสภาพได้ ไม่บุ๋มยุบตัว ส่วนความสดให้สังเกตที่สี สีไม่ซีดหรือเขียวคล้ำ มีสีแดงสดตามธรรมชาติ ไม่แดงเข้มจนเกินไป เพราะอาจมีการใส่สารเร่งเนื้อแดง ไม่มีลักษณะฉ่ำน้ำหรือน้ำเจิ่ง ไม่มีเมือก และไม่มีกลิ่นที่ผิดปกติ
 
3. เลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน ได้การรับรองจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางอาหาร มีตราสัญลักษณ์ หรือมีเครื่องหมาย “ปศุสัตว์ OK” รับรองความปลอดภัย ถูกสุขอนามัย สามารถตรวจสอบแหล่งผลิตต้นทางได้

 สำหรับเนื้อหมูที่บรรจุในแพ็คเกจ ให้ดูวันหมดอายุ ฉลากข้อมูล ตราสินค้า ประกอบการเลือกซื้อ หรือเลือกแบรนด์ที่ได้รับความนิยม ที่มีความน่าเชื่อถือ มีระบบตรวจสอบตามมาตรฐาน จะช่วยลดความเสี่ยงปัญหาเรื่องสุขภาพได้
 
นอกจากนี้ รศ.ดร.ศกร ย้ำว่า การรับประทานเนื้อหมูให้ปลอดภัย ควรบริโภคที่ปรุงสุก เพราะการปรุงสุกช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้ ควรปรุงด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 71 องศาเซลเซียส (160 องศาฟาเรนไฮด์) เพื่อทำลายเชื้อโรคที่อาจติดมาและทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคไข้หูดับ โรคพยาธิ หรือ โรคที่ทำให้เกิดท้องเสีย และเกิดอันตราย.

วิสาขบูชาโลก 2567 เศรษฐกิจเชียงใหม่คึกคัก ยอดขายดอกบัวพุ่ง

ประชาชนพากันไปเลือกซื้อดอกบัว ที่ตลาดดอกไม้ริมปิง อ.เมืองเชียงใหม่ โดยปีนี้ดอกบัวราคาถูกกว่าปี 2566 เพราะปลูกในเชียงใหม่ได้มากขึ้น งานประเพณีเตียวขึ้นดอยสุเทพคึกคัก อัญเชิญน้ำสรงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทานจากในหลวง ไปประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุ

บรรยากาศที่ตลาดดอกไม้ริมปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตลอดทั้งวันมีประชาชนพากันไปเลือกซื้อดอกบัวเตรียมนำไปเวียนเทียนและทำบุญถวายพระเป็นพุทธบูชา มีทั้งดอกบัวสีขาวและสีชมพู โดยปีนี้ราคาดอกบัวถูกลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปลูกได้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มากขึ้น ราคาก่อนวันวิสาขบูชาดอกละ 10 ดอกบัวขาวราคามัดละ 80 บาท แต่หากเป็นบัวชมพูจะราคามัดละ 100 บาท

แม่ค้าบอกว่า วิสาขบูชาปีนี้ลูกค้าน้อยลง สาเหตุเพราะดอกบัวจากแหล่งผลิตได้กระจายไปขายตามตลาดอื่นๆ หลายแห่ง ทำให้ลูกค้าเลือกซื้อใกล้บ้าน เพราะเดินทางสะดวกกว่า จากที่ก่อนหน้านี้จะต้องมาหาซื้อที่ตลาดดอกไม้ริมปิงเป็นหลัก

สำหรับกิจกรรมทางพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก จังหวัดเชียงใหม่จัดประเพณีเตียวขึ้นดอยสุเทพในคืนก่อนวันวิสาขบูชาเป็นประจำทุกปี โดยจะมีการอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นบนรถบุษบก พร้อมทั้งนำเครื่องสักการะแบบล้านนา เคลื่อนขบวนเดินเท้าจากบริเวณลานอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ระยะทางรวมประมาณ 11 กิโลเมตร เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุในวันวิสาขบูชา วันที่ 22 พฤษภาคม 2567

ตลอดเส้นทางจะมีวัดวาอาราม หน่วยงานองค์กรต่างๆ รวมทั้งประชาชนจิตอาสา ออกโรงทานแจกจ่ายน้ำดื่มและอาหารให้กับผู้ที่ร่วมเดินขึ้นดอย ในแต่ละปีจะมีประชาชนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีเดินขึ้นดอยกันหลายหมื่นคน และในปีนี้คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

“มาเฟียนกพิราบ”ท่าแพ หายเกลี้ยง หลังตำรวจรวยยกแก๊ง ปรับคนละ 100 บาท

จากพฤติกรรมของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารนกพิราบ บนลานอเนกประสงค์ ข่วงประตูท่าแพ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ถูกร้องเรียนว่า ข่มขู่คุกคามนักท่องเที่ยวและเรียกเก็บเงินกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมซื้ออาหารนกและต้องการจะถ่ายภาพกับฝูงนกพิราบด้วยตัวเอง จนกระทั่งเมื่อชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ลงพื้นที่จับกุมมาเฟียกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด 8 คน ควบคุมตัวไปทำประวัติที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ และ ดำเนินคดีในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ เปรียบเทียบปรับเป็นเงินคนละ 100 บาทก่อนปล่อยตัวไป

ล่าสุดผู้มข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจที่ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนพากันไปถ่ายภาพกับฝูงนกพิราบกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่พบพ่อค้าแม่ค้าอาหารนกออกมาหากินบนลานท่าแพแม้แต่คนเดียว ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ และตำรวจท่องเที่ยว ได้หมุนเวียนเข้ามาตรวจตราตลอดทั้งวันเพื่อป้องปรามไม่ให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้านกกลับมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวอีก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้คอยสอดส่องและห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวนำอาหารมาให้นกในบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน

ชาวบ้านบริเวณนี้ บอกว่ากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอาหารนกพิราบ มีทั้งคนไร้บ้านและกลุ่มคนต่างด้าว ยึดพื้นที่หากินบนลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพมานานหลายปี ก่อนหน้านี้ก็ขายอาหารนกพิราบให้กับนักท่องเที่ยวใช้โปรยล่อฝูงนกมาถ่ายรูป ถุงละ 20–50 บาท แต่ช่วงหลังได้พัฒนาเพิ่มบริการถ่ายรูปให้และเรียกเก็บเงินเพิ่ม อ้างว่าแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะให้ แต่จริงๆ กลับเรียกเก็บเงินค่าถ่าย คนละ 100 บาท หลังจากนั้นก็ชักชวนกันมาทำจนเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนช่วงหลังมีบางคนเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวหัวละร้อย ถ้าหากต้องการจะถ่ายรูปกันเอง โดยไม่ซื้ออาหารนก

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เข้ามากวาดล้างจับกุมบ่อยครั้ง คนพวกนี้ก็จะถูกจับไปดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ จากนั้นจะหายไปสองสามวัน และกลับมาหากินเหมือนเดิม ในแต่ละวันช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจก็จะเดินหลบออกไปอยู่ที่อื่นและกลับเข้ามาทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ออกไป

โชเฟอร์ตุ๊กๆ บริเวณเดียวกันนี้ บอกว่า บนลานท่าแพมีกลุ่มคนมาขายอาหารนกมานานหลายปี แต่ไม่เคยเห็นว่ามีการรีดไถเงินนักท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าจะเป็นพฤติกรรมของพ่อค้าแม่ค้าบางคน คงไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้กันหมดทุกคน ไม่อย่างนั้นนักท่องเที่ยวคงหายหมด

ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจังหวัดลำปาง บอกว่า การค้าขายอาหารนกเป็นเรื่องปกติของแหล่งท่องเที่ยว แต่ก็ควรอยู่ในขอบเขตทั้งในเรื่องราคาและการบริการต่างๆ การข่มขู่เรียกเก็บเงินทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และทำให้มีผลต่อความเชื่อมั่นในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยยอมรับว่าข่าวมาเฟียที่ออกไปทำให้ตัวเองและนักท่องเที่ยวอีกหลายคนเริ่มกล้าๆ กลัวๆ ที่จะมาเที่ยวที่ลานท่าแพ

ขณะที่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าพวกนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นขาประจำ ที่ผ่านมาถูกตำรวจท่องเที่ยวและเทศกิจคุมตัวมาดำเนินคดีหลายครั้ง ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีในข้อหา ก่อความเดือดร้อนรำคาญซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยการจับกุมครั้งที่ผ่านมาก็จะทำได้เพียงเปรียบเทียบปรับเป็นเงินหลักร้อย ล่าสุดจับเมื่อวานนี้ปรับไปคนละหนึ่งร้อยบาท ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็จะไม่เข็ดหลาบ เพราะปรับหลักร้อยแต่รายได้หลักพัน

ฝนตกหนักน้ำไหลหลากท่วมท่าตะเกียบฉับพลัน หนักสุดรอบ 50 ปี

นายกฯอบต.คลองตะเกราเข้าบ้านไม่ได้แม่บ้านบอกน้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทางโรงเรียนบ้านศรีเจริญทอง อำเภอท่าตะเกียบอ่วมหนักรอบกว่า 50 ปี ฝนเทกระหน่ำส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากเอ่อล้นเข้าท่วมในหลายจุด ถนน3076 แยกสัญญาณไฟแดงตลาดบ้านหนองคอก น้ำท่วมสูงกว่า 80 เซนติเมตร แม่ค้าร้านตลาดปลาบ้านหนองคอกวอน รถชะลอน้ำซัดตู้แช่เก็บไม่ทัน ถนน3076น้ำป่าไหลหลากเชี่ยวสูงหลายจุด

นายบุญนาค พรพจน์ธนมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.)คลองตะเกรา สั่งปิดประชุมด่วนเมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 21 พ.ค.2567 พร้อมนำเจ้าหน้าบรรเทาสาธารณภัย นำเรือ รถยกสูง เร่งเข้าให้การช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ บ้านซอย 2 ม.18 บ้านกระบกคู่ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้งขอความช่วยเหลือ มีชาวบ้าน ติดอยู่กำลังมีน้ำป่าไหลหลากเชี่ยวให้ออกมา จะเห็นจากภาพจุดที่นายกฯเล้ง ยืนให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ปาทางบ้านซอย 2 ริมถนน 3076 ตัดทางแยกร่วมบ้านท่ากลอย ที่น้ำกำลังไหลเชี่ยว รถยนต์ชลอตัวติดสะสม ถือว่าทุลักทุเลมาก นายกฯเล้งบอกว่าห่วงอีกจุดคือบ้านห้วยโสมที่น้ำป่าจะไหลไปรวม ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะไหลเข้าท่วมบ้านห้วยโสม ตอนนี้กำลังให้เจ้าหน้านำเรือไปแสตนบาย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวฉะเชิงเทรา กำลังรายงานสถานการณ์น้ำหลาก พบชาวบ้านอุ้มสุนัขฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเจ้าหน้าที่จิตอาสาท่าตะเกียบต้องรีบไปช่วยเกาะแขนมา พร้อมกับมีชาวบ้านผู้หญิงเดินมาแจ้งขอความช่วยเหลือด้วยมีชาวบ้านพร้อมรถมอเตอร์ไซค์เกาะติดอยู่ที่ต้นไม้ช่วงก่อนถึงปากทางบ้านซอย 2 ผู้สื่อข่าวจึงโทรขอความช่วยเหลือนายอำนวย เกษตรสินธุ์นุกูล นายอำเภอท่าตะเกียบ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ ต้องใช้เชือกผูกโยงค่อยๆปล่อยไหลมาช่วยไว้ได้ทัน และมีหลายจุดที่มีน้ำป่าจากฝนที่เทลงมาเมื่อช่วงบ่าย ถนน 3076 มี 4 จุดหลักๆที่ได้รับผลกระทบหนัก รถยนต์ถึงกับเครื่องยนต์ดับ ร้านค้าข้าวของลอยไปกับน้ำ คือ จุดที่ 1 แยกบ้านซอย 2 บ้านท่ากลอย จุดที่ 2 บ้านทุ่งยายดำ จุดที่ 3 บ้านกระบกคู่ และจุดที่ 4 สี่แยกสัญญาณไฟตลาดปลาบ้านหนองคอก

ล่าสุด นายอำนวย เกษตรสินธุ์นุกูล นายอำเภอท่าตะเกียบ นายกฯเล้ง นายบุญนาค พรพจน์ธนมาศ นายก อบต.คลองตะเกรา ได้เตรียมระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายบูรณาการร่วม เฝ้าจุดเสี่ยงคือบ้านห้วยโสม บ้านไทรงาม บ้านวังหิน บ้านน้อยนาดี หวั่นกลางดึกวันนี้จะมีน้ำป่าไหลเอ่อล้นเข้าท่วม จากมวลน้ำที่กำลังไหลรวม พร้อมให้ปลัดฝ่ายความมั่นคงท่าตะเกียบ สั่งการด่วนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชาวบ้าน พร้อมเตรียมเร่งออกสำรวจให้การช่วยเหลือทันท่วงทีตลอด 24 ชม.

โดย…..สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

ศรีสะเกษทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่อีสานใต้ ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด

ศรีสะเกษ-ผู้ว่าศรีสะเกษแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติดตามยุทธการพิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้ ภ.3 และ238 พิทักษ์นคร จับกุมยาบ้า 3,186,575 เม็ด ยึดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 45 ล้านบาท

อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.พิษณุ วัตถุ ผบก.ก.จว.ศรีสะเกษ พ.อ.โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ฝ่ายทหาร) นายนพ พงศ์ผลาดิสัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายธาตรี สิริรุ่งวนิช ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายอรรถสิทธิ์ ทองแสง ผบ.เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ พ.ต.อ.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พ.อ.กิตติวรา อารีรักษ์ ผบ.ฉก.ทพ.๒๓

ทั้งนี้มี พ.อ.สิทธิศักดิ์ พรหมดิเรก ผบ.ฉก.3 และคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติดตามยุทธการพิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้ ภ.3 และ238 พิทักษ์นคร ในห้วงระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2567 ถึงวันที่ 20 พ.ค.2567 สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ 2,959 คน ของกลางยาบ้า 3,186,575 เม็ด ไอซ์ 29.87 กรัม ยึดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติด รวมมูลค่าประมาณดำเนินการตามมาตรการสนับสนุน สมคบ จำนวน 45,417,785 บาท ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ พ.ศ.2542 จำนวน19 ราย และจับกุมตามหมายจับคดียาเสพติดข้อหาร้ายแรงจำนวน 3 ราย เพื่อนำผู้ต้องดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังทั้งระบบ โดยเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ความสำคัญกับกระบวนการ มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ปราบปราม แหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ทั้งพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน

โดยให้เป็นการแก้ไขปัญหาภายในของประเทศด้วยกฎหมายไทยและหลักสากลภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร/รรท.ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 โดย พล.ต. ท.ฐากูร นัทธีศรี ผบช.ภ.๓ และ พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.ต ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ

การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและพื้นที่ชั้นใน และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น และการทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ ดำเนินการสืบสวนจับกุม ขยายผล เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดให้ได้ผลอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง และตามยุทธการพิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้ และ238 พิทักษ์นครลำดวน ของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อนำผู้ต้องไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เสนาะ วรรักษ/รายงาน

ช็อก!สิงคโปร์แอร์ไลน์เจออากาศแปรปรวนลงจอดฉุกเฉินสุวรรณภูมิดับ 2 เจ็บเอื้อ

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ออกแถลงการณ์ เที่ยวบิน SQ321 จากลอนดอน สู่สิงคโปร์ เผชิญสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง มีผู้เสียชีวิตบนเครื่องบิน 2 ราย และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ต้องขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ได้ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีผู้โดยสารบาดเจ็บหลายคน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยเป็นเที่ยวบิน เอสคิว 321 เดินทางจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ระหว่างทางได้ประกาศและขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิแทน

รายงานข่าวจากสนามบินสุวรรณภูมิระบุว่า วันนี้ได้รับแจ้งจากสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ SQ321 ซึ่งบินมาจากลอนดอน ขอลงจอดฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต่อมา 16.00 น. สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ประกาศใช้แผนรับมือฉุกเฉินทางการแพทย์ – โรคติดต่อ

โดยได้ส่งทีมแพทย์ เข้าไปยังเครื่องบินเพื่อให้ความช่วยเหลือ และดูแลผู้บาดเจ็บ ขณะนี้สนามบินยังไม่ทราบสาเหตุของการบาดเจ็บ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร อยู่ระหว่างประสานไปที่สายการบิน เพื่อสอบถามสาเหตุที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บว่า เป็นปัญหาจากการตกหลุมอากาศ หรือสาเหตุอื่น

ล่าสุดมีรายงานสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อเวลา 15.45 น. รับแจ้งจากสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ SQ321 บินมาจากลอนดอน มุ่งหน้าสิงคโปร์ แต่ระหว่างทางเกิดมีเกิดสภาพอากาศแปรปรวนตามเส้นทางบิน ทำให้สายการบินสิงค์โปร์แอร์ไลต้องทำการเปลี่ยนเส้นทางฉุกเฉินมาลงสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีผู้โดยสารบาดเจ็บและเสียชีวิต

เบื้องต้นทราบว่า เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งสิน 213 คน โดยผู้บาดเจ็บที่ได้รับการยืนยัน 7 คน และลูกเรือบาดเจ็บ 1 คน นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิต 1 รายด้วย โดยในส่วนของผู้บาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทั้งหมดแล้ว

ล่าสุดรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 17.25 น. มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมาเพิ่ม 1 ราย รวมเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 2 ราย

ขณะที่ สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ออกแถลงการณ์เที่ยวบิน SQ321 จากลอนดอน สู่สนามบินชางงี ในสิงคโปร์ เผชิญสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงระหว่างการเดินทาง ทำให้ผู้โดยสารคนหนึ่งเสียชีวิตบนเครื่องบิน และได้รับบาดเจ็บหลายคน เป็นเหตุให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 21 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ แจ้งผ่าน X ว่า ทางสายการบินสามารถยืนยันว่ามีผู้บาดเจ็บหลายคน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ซึ่งทางสายการบินขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้โดยสารที่เสียชีวิต

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสาร 777-300ER ได้นำผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คน รวม 229 คน เดินทางจากสนามบินลอนดอน มุ่งสู่สนามบินชางงี ในประเทศสิงคโปร์ แต่ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเกิดเหตุ

เปิดใจคุณลุงวัย 67 ปั่นจยย.จากอุตรดิตถ์สู่บ้านเกิดชัยภูมิ

น้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือช่วยส่ง คุณตาวัย 67 ปี กลับถึงบ้านที่ จ.ชัยภูมิ หลังพบขณะปั่นจักรยานจากอุตรดิตถ์กลับชัยภูมิ ไม่มีเงินติดตัว จำเบอร์ติดต่อใครก็ไม่ได้ เผยเมื่อ 2 ปี ขณะทำงานที่กรุงเทพฯ ยังถูกนายจ้างโกงค่าแรงด้วย  

หลังได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “ขอปิดรับค่าน้ำมันแล้วนะคะ คาดว่าน่าจะเพียงพอแล้วค่ะ 1 ชั่วโมง ยอดได้ 6,329.70 บาท น้ำใจคนเขาค้อ ตามกำลังศรัทธา สมทบทุนส่งตา โดนโกงค่าแรง ได้ขับจักรยานกลับบ้านเอง จากอุตรดิตถ์ กลับบ้านที่ชัยภูมิ ตอนนี้ได้รับอนุเคราะห์ห้องพักจาก สท.เอ๋มะขามทอง ให้พักผ่อนในคืนนี้ และพรุ่งนี้ สท.เดียวจะนำส่งถึงบ้าน ตอนนี้ประสานทาง ผญบ.ของตาเรียบร้อยแล้วอายุ 67 ปี ขับขี่รถจักรยาน 2 ล้อ ถีบจาก อุตรดิตถ์ เป็นเวลา 3 วันแล้ว ถามตาสั้นๆ ว่าทำไม ไม่ขึ้นรถประจำทาง ตาบอกไม่มีเงิน ที่จุกไปกว่านั้น รถไม่มีเบรก ล้อหลังส่ายไปมา โอ๊ยย…..ตาน้ำตาไหลเลย ตอนถามว่า พรุ่งนี้ไปส่งมั้ย”

 จากนั้นก็ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะช่วยเหลือชายวัยสูงอายุ ที่อาศัยอยู่ศาลาริมทางพร้อมกับจักรยาน 1 คัน แล้วพาไปพักในห้องพักแห่งหนึ่งใกล้กับเทศบาลตำบลแคมป์สน รวมทั้งคลิปวิดีโอพาชายสูงอายุดังกล่าวขึ้นรถนำไปส่งที่จังหวัดชัยภูมิ ทำให้มีผู้คนเข้ามาแสดงความชื่นชมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ 179 บ้านหัวสะพาน หมู่ที่ 12 ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ พบกับนายสำเริง แสงเทียน อายุ 67 ปี ผู้ที่เป็นข่าว จากการสอบถามนายสำเริง เล่าว่าที่ผ่านมา ตนเองนั้นได้ขี่รถจักรยาน 2 ล้อถีบ ปั่นไปที่จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อที่จะไปหาญาติพี่น้อง 2 ครั้งมาแล้ว ซึ่งส่วนค่าแรงที่ถูกโกงค่าแรงนั้นตอนนั้นถูกโกงค่าแรงตั้งแต่ตอนที่ตนไปทำงานที่กรุงเทพมหานครประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกโกงค่าแรง ขณะที่ตนถีบจักรยานไปที่อุตรดิตถ์  รวมถึงการที่ตนได้ถีบจักรยานปั่นไปที่จังหวัดอุตรดิตถ์นั้น

 เพราะตนต้องการเดินทางไปหาญาติตน ได้ไปเจอกับพี่สาวแล้ว แต่พี่สาวให้เงินกลับมาเพียง 300 บาทเท่านั้น จนกระทั่งตนถีบรถจักรยานปั่นกลับมาถึงบริเวณเขาค้อ มีผู้ใจดีเห็นตนเองขณะปั้นจักรยาน 2 ล้อลงถนนเข้าค้อ จนรองเท้าแตะขาดหมดแล้ว ได้ใจดีจอดรถสอบถาม ช่วยหาน้ำ อาหารให้กิน ให้ที่พักค้างคืน 1 คืน และช่วยนำตนและรถจักรยาน 2 ล้อ มาส่งถึงที่บ้านด้วยความปลอดภัย ฝากขอบคุณผู้ใจบุญ ที่มีน้ำใจนำมาส่งที่บ้านด้วย คนไทยไม่ทิ้งกัน ส่วนนางหนูรัก แสงเทียน  อวยุ 66 ปี ภรรยานายสำเริง แสงเทียน บอกว่า สามีของตนนั้นเป็นคนขี้หลงขี้ลืมซึ่งก่อนที่จะถีบจักรยานออกจากบ้านไปที่จังหวัดอุตรดิตถ์นั้นก็ไม่ได้บอกตนและทางคุณตาก็ได้ถีบจักรยานออกไปเอง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งก่อนหน้าหน้านั้นทางคุณตาก็ได้ถีบจักรยานยนต์กลับไปที่บ้านเกิดโดยถีบทั้งไปและกลับด้วยตนเองส่วนการโกงเงินค่าแรงนั้น ไม่ใช่ครั้งนี้ เป็นการโกงค่าแรงตั้งแต่สองปีที่ผ่านมาแล้วซึ่งตอนนั้นคุณตาไปทำงานที่กรุงเทพมหานครก่อนที่จะถูกโกงค่าแรงและตาก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้าน 

 ด้าน นายชัยกฤต เจนชัย นายกเทศมนตรีตำบลตลาดแร้ง หลังจากที่ทราบข่าวเบื้องต้นตนเองก็ได้เดินทางมาที่บ้านของคุณตาและได้มาพูดคุยกับคุณตาและคุณยายเพื่อเป็นกำลังใจและหากขาดตกบกพร่องตนเองก็จะดูแลพร้อมกับจะให้เจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลตำบลตลาดแร้งเข้ามาช่วยเหลือคุณตาต่อไป โดย..มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

รวบยกแก๊ง 8 มาเฟียประตูท่าแพ ตื๊อขายอาหารนกพิราบ ไม่ซื้อ-ไม่ให้ถ่ายภาพ

เชียงใหม่ – ตำรวจท่องเที่ยว จับยกแก๊ง 8 มาเฟียขายอาหารนกพิราบ “ประตูท่าแพ” แฉพฤติกรรมคุมพื้นที่ขายอาหารนกพิราบให้นักท่องเที่ยวมานาน แถมยังขู่เก็บเงินนักท่องเที่ยวหัวละร้อย ตื๊อหนัก-ไม่ซื้อไม่ให้ถ่ายภาพกับฝูงนกพิราบ 

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำโดย ร.ต.อ.เชาวลิต สบายสุข รองสารวัตรสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 ลงพื้นที่ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวกลางเมืองเชียงใหม่ จับกุมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารนกเป็นชาย 3 คน หญิง 5 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ทำประวัติอาชญากรรมและดำเนินคดีในข้อหา กระทำการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณสถาน 

การจับกุมมีขึ้นหลังจากตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ได้รับร้องเรียนพฤติกรรมของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอาหารนกพิราบ บนลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพที่ทำตัวเป็นมาเฟียคุมพื้นที่ ข่มขู่นักท่องเที่ยวไม่ให้ถ่ายภาพกับฝูงนกพิราบ หากไม่ซื้ออาหารนก นักท่องเที่ยวบางคนยังถูกเรียกเก็บเงินคนละ 100 บาท แลกกับการเข้าไปถ่ายภาพในบนลานท่าแพ 

โดยพฤติกรรมมาเฟียดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เข้าไปตรวจตราป้องปรามและมีการดำเนินคดีเป็นประจำ แต่ก็ปรากฏว่ายังไม่หลาบจำ คนกลุ่มเดิมยังกลับมามีพฤติกรรมซ้ำซาก เนื่องจากมีรายได้มากจนยอมเสียค่าปรับเป็นเงินไม่กี่ร้อยบาท 

ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้จับกุมแม่ค้าหนึ่งราย พร้อมกับเปรียบเทียบปรับ แต่ก็ยังมีการร้องเรียนพฤติกรรมซ้ำซากเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งพฤติกรรมมาเฟียดังกล่าวนอกจากจะผิดกฎหมายยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ 

รายงานข่าวแจ้งว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มีนโยบายปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย การกระทำความผิดในคดี 10 กลุ่มต้องห้าม, Overstay และความผิดอื่นๆ ที่มีผลการกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

“ไอแอลโอ” ต่อยอดโครงการเยาวชนคนสร้างอนาคต

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนเยาวชนในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน หลังประสบความสำเร็จจากโครงการเยาวชนคนสร้างอนาคตระยะที่ 1-2 และเปิดตัว “ยะลาโมเดล” เพื่อนำมาเป็นต้นแบบ สำหรับเทศบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ ไอแอลโอพร้อมเดินหน้าโครงการใหม่ที่จะต่อยอดจากโครงการเยาวชนคนสร้างอนาคต เพื่อสนับสนุนเสริมสร้างทักษะอาชีพให้กับครอบครัวเยาวชนต่อไป

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization; ILO) ได้จัดพิธีปิดโครงการเยาวชนคนสร้างอนาคต ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพ โดยมีนาง เสี่ยวเยี่ยน เฉียน ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำประเทศไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ร่วมกับนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน, นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และนางสาววรนันท์ ฉกามานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าสายงานองค์กรสัมพันธ์ และบริหารภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์และการตลาด ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด

ทางนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานเยาวชนมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะทางสังคม และเสริมสร้างความสามารถ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

โครงการนี้ได้สร้างความรู้ เพิ่มสมรรถนะในด้านต่าง ๆ และสร้างโอกาสจ้างงานให้แก่เยาวชน รวมถึงเยาวชนผู้มีความพิการ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรมทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การจัดตลาดนัดแรงงาน การจัดการแนะแนวอาชีพ และการให้บริการจัดหางาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับ ทุกภาคส่วนในการร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุผล และเชื่อว่า เมื่อเยาวชนเหล่านี้ได้รับการพัฒนาทักษะที่ครบถ้วนแล้ว จะสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ และภาคภูมิใจได้อย่างแน่นอน

“ขอชื่นชมและขอขอบคุณมูลนิธิสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ที่สนับสนุนการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระยะที่ 1-2 รวมถึงองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา และมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการช่วยเหลือเยาวชนทั้งหญิงและชาย ผู้ซึ่งเป็นกำลังหลักที่สำคัญของประเทศ”

นางสาวจิตติมา ศรีสุขนาม เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโสประจำประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว องค์การแรงงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า ทางองค์กรฯพร้อมจะขับเคลื่อนโครงการที่มุ่งเน้นด้านแรงงานเยาวชนอย่างต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการเยาวชนคนสร้างอนาคต-ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้

โดยโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมา 2 ระยะ รวมระยะเวลา 3 ปี ให้ความสำคัญในการสนับสนุนเยาวชนหญิงและเยาวชนชาย รวมถึงเยาวชนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงาน ผ่านการจัดฝึกอบรม ทักษะอาชีพและทักษะในการทำงาน การแนะแนวอาชีพ และการบริการจัดหางาน โดยในระยะที่ 1 เน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยอง พระนครศรีอยุธยา และนครราชสีมา สำหรับระยะที่ 2 เน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา สงขลา และยะลา

“ระยะที่สองเป็นโครงการที่ไอแอลโอ ได้ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างแท้จริง โดยทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สิ่งที่โครงการโฟกัสเป็นพิเศษคือ ทำอย่างไรทำให้เยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดแรงงานอย่างแท้จริง โดยการเซ็ตเทศบาลนครยะลาโมเดล ที่เพิ่งจบโครงการไปมาเป็นต้นแบบความสำเร็จไปยังเทศบาลอื่น ๆ ทั่วประเทศ”

“โครงการรูปแบบ เทศบาลนครยะลาโมเดล เป็นจังหวัดแรกที่ทางเราลงไปทำกับท้องถิ่นโดยตรง โดยประสานกระทรวงแรงงานเข้ามาทำงานร่วมกับจังหวัดยะลาด้วย ทั้งกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมถึงเทศบาลนครยะลาด้วย ดังนั้น ตัวยะลาโมเดล จึงครอบคลุมหลาย ๆ มิติของการจ้างงาน และหลายมิติในตลาดแรงงาน”

ที่ผ่านมา ไอแอลโอให้ความสำคัญในสองภาคส่วน ส่วนแรกคือ เกี่ยวข้องกับตัวเยาวชน ได้แก่ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ทำอย่างไรให้แรงงานเยาวชน มีทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง ส่วนเยาวชนที่ไม่ได้ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำอย่างไรให้ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และสอดคล้องกับตลาดแรงงาน เช่น เป็นยูทูปเบอร์ การขายของออนไลน์ ช่างตัดผม ร้านกาแฟ หรือร้านขนมหวาน เป็นต้น

ส่วนที่สอง เน้นให้ความสำคัญในเรื่องระบบการให้บริการจัดหางานภาครัฐในการที่จะให้บริการว่าทำอย่างไรที่จะช่วยเยาวชนและช่วยผู้ประกอบการในการจัดหางานได้

“ส่วนแผนงานการดำเนินงานต่อไป จะดูด้านการพัฒนาฝีมือและทักษะของคนในครอบครัวเยาวชน ซึ่งทางเราได้ประเมินไว้แล้วส่วนหนึ่งจะเป็นโครงการใหม่ที่ต่อยอดโครงการเยาวชนคนสร้างอนาคตต่อไป”

สำหรับผลงานที่สำคัญ ๆ ของโครงการที่ผ่านมาได้แก่ โครงการฝึกอบรมทักษะอาชีพและทักษะในการทำงานให้แก่เยาวชนจำนวนมากกว่า 1,000 คน รวมถึงเยาวชนพิการประมาณ 200 คน, โครงการร่วมมือกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ในการกำหนดแนวคิดและจัดงานตลาดนัดแรงงานออนไลน์ที่จังหวัดระยอง โดยมีนายจ้างเข้าร่วม 46 บริษัท และผู้ที่กำลังหางานทำ ซึ่งรวมทั้งแรงงานเยาวชนมากกว่า 2,000 คน

โครงการส่งเสริมการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ต่อการจ้างงานเยาวชนในประเทศไทย และการถอดบทเรียนเพื่อการฟื้นฟูที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการจัดงานสัมมนาออนไลน์ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน โครงการได้ให้แนวทางแก่องค์กร 18 แห่ง รวมถึงธุรกิจ 7 แห่งผ่านการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและการแนะแนวเกี่ยวกับการเป็นสถานประกอบการสำหรับทุุกคนรวมถึงเยาวชนพิการในประเทศไทย

โครงการร่วมกับสำนักงานเทศบาลนครยะลา จัดงานแนะแนวอาชีพสำหรับเยาวชนในจังหวัดยะลา โดยงานนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สำรวจเส้นทางอาชีพและโอกาสในการฝึกอบรมต่างๆ ตลอดจนเข้าถึงบริการจัดหางานภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการสมัครตำแหน่งงานว่างที่กำลังเปิดรับอยู่ กิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 403 คน รวมถึงเยาวชน NEET และแรงงานเยาวชนที่กำลังหางานทำ