ฟุตซอลหญิงไทย ชนะ เวียดนาม 4-2 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ อาเซียน คัพ

วานนี้ ( 28 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 18.30 น. ณ เทอร์มินอลฮอลล์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา การแข่งขันฟุตซอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน รอบรองชนะเลิศ ฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย ทีมอันดับ 8 ของโลก ลงสนามพบกับ เวียดนาม ทีมอันดับ 11 ของโลก

ทีมชาติไทยเข้ารอบมาด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มเอ ด้วยการมี 6 คะแนนเต็ม ขณะที่ เวียดนาม เป็นรองแชมป์กลุ่ม บีโค้ชโอ ธนาธร สันทนาประสิทธิ์ ส่ง ศศิประภา สุขเสน (GK), แพรพลอย หัวใจเพ็ชร, อารียา แซ่เติ๋น, ณัฐมน อาจกล้า และ ดาริกา เพียรภายลุน กัปตันทีม เป็น 5 คนแรก

เริ่มเกมมา สองนาที เวียดนามนำก่อน 1-0 จากลูกโต้กลับ ที่เบียน ธิ ฮัง ตัดบอลได้ ก่อนยิงไปติดเซฟ ศศิประภา สุขเสน เด้งมาเข้าทาง ตัน ธิ ตู ชวน ยิงเข้าไป

หลังจากนั้น ไทย พยายามยกระดับเกมและนาทีที่ 4 ไทยมาตามตีเสมอ จากจังหวะที่ สุชานาฏ นาคใหม่ เก็บบอลได้และจ่ายให้ ณัฐมน อาจกล้า ยิงด้วยขวาเข้าไปให้ สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

นาทีที่ 6 ไทยน่ามาได้ประตูพลิกขึ้นนำ ที่ลลิดา ฉิมพะบุตร ตัดบอลได้แล้วจ่ายให้ ดาริกา เพียรภายลุน กลับตัวยิงหลุดกรอบไปนิดเดียว

หลังจากนั้นไทยยังกดดันอย่างหนัก นาทีที่ 9 ดาริกา เพียรภายลุน ไปตัดบอลได้ ก่อนยิงด้วยขวาไปติดเซฟของ โง เหงียน ธุย ลินห์ ปัดออกหลังไป

ไทยยังเดินหน้าบุกอย่างหนัก นาที 11 จากคิกอิน ที่ ณัฐมน อาจกล้า ยกให้ เจนจิรา บุบผา ยิงเข้าไปให้ ฟุตซอลหญิงไทย นำ 2-1

นาที 15 ไทยมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ แพรพลอย หัวใจเพชร ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้ เจนจิรา บุบผา ยิงหลุดกรอบไปนิดเดียว

นาที 16 ไทยมาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ ดาริกา เพียรภายลุน เอาชนะคู่แข่งได้ก่อนจ่ายให้ แสงระวี มีขำ ยิงไปติดเซฟอีก และไม่มีจังหวะเพิ่มเติมจบครึ่งแรก ฟุตซอลหญิงไทย นำอยู่ 2-1

ครึ่งหลัง ไทยยังเดินหน้าเข้าใส่ต่อเนื่อง และนาที 26 มาได้ลุ้นจากจังหวะที่ ณัฐมน อาจกล้า จ่ายให้ สุชานาฏ นาคใหม่ ยิงไปติดเซฟ โง เหงียน ธุย ลินห์

นาที 30 ไทยมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ แสงระวี มีขำ ยิงไปติดบล็อคจังหวะแรก เด้งมาเข้าทาง แพรพลอย หัวใจเพชร ยิงด้วยซ้าย หลุดกรอบไปนิดเดียว

หลังจากนั้น เวียดนาม พยายามโหมเข้าใส่ แต่ก็ยังเจาะไทยไม่ได้เข้า นาที 33 เป็นอารียา แซ่เติ๋น ที่เก็บบอลได้ก่อนลากไปยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปอีก

นาที 33 จากบอลยาวที่ เจนจิรา บุบผา โหม่งให้ ดาริกา เพียรภายลุน โหม่งไปชนเสา และดาริกา ไปเก็บมาก่อนจ่ายให้ เจนจิรา ยิงอีกครั้งเข้าไปให้สกอร์ห่างเป็น 3-1

นาที 34 คราวนี้เป็น แพรพลอย หัวใจเพชร ที่ได้บอลสุดเส้นก่อนไหลมาให้ อารียา แซ่เติ๋น ยิงเข้าไปให้ ฟุตซอลหญิงไทย นำห่างเป็น 4-1

นาที 36 เวียดนามได้ประตูตีตื้นจากพาวเวอร์เพลย์ และเป็น เล ธิ ทันห์ หงาน ที่ยิงเข้าไปให้ สกอร์ขยับมาเป็น 2-4

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกม ฟุตซอลหญิงไทยเอาชนะ เวียดนามไป 4-2 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้อีกครั้ง

โปรแกรมนัดต่อไป ฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย จะทำการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน รอบชิงชนะเลิศ พบกับ ออสเตรเลีย ทีมอันดับ 66 ของโลก ที่ เทอร์มินอลฮอลล์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทาง แอปพลิเคชั่น : TrueVisions Now

#FAThailand #ฟุตซอลทีมชาติไทย #Womensfutsal #ฟุตซอลหญิง #ฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย #AseanWomensFutsalChampionship2026 #ฟุตซอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน2026

เข้มชาวสวนทุเรียน “ตรวจก่อนตัด” ยกระดับการส่งออก คาดปีนี้ออกกว่า 1.8 ล้านตัน

กรมส่งเสริมการเกษตรเน้นย้ำชาวสวนทุเรียน คุมเข้มคุณภาพ – มาตรฐาน ยกระดับการส่งออก สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยคาดการณ์ปริมาณผลผลิตรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 1,850,220 ตัน

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม 2569 ซึ่งข้อมูลจากการคาดการณ์สถานการณ์การผลิตผลไม้ ปี 2569 ระบุว่า สถานการณ์การผลิตผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้น เป็นผลเนื่องมาจากพื้นที่ให้ผลปีแรกเพิ่มขึ้น ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น จากทุเรียนที่ปลูกในระยะหลายปีที่ผ่านมา เริ่มให้ผลผลิตเป็นปีแรกและสภาพอากาศเอื้ออำนวยทำให้ทุเรียนออกดอกและติดผลเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ปริมาณผลผลิตรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 1,850,220 ตัน ทำให้ต้องมีการคุมเข้มเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนผลิตทุเรียนคุณภาพออกสู่ตลาด สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

กรมส่งเสริมการเกษตรได้เน้นย้ำเกษตรกรผลิตทุเรียนคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้คำแนะนำแก่เกษตรกร ตามแนวทาง “ตรวจก่อนตัด จัดระเบียบสวน กระบวนการผลิตปลอดภัย มั่นใจคุณภาพทุเรียนตะวันออก” สำหรับการตรวจก่อนตัด เกษตรกรต้องมีการตรวจวิเคราะห์และรับรองผลระดับความแก่ของทุเรียนด้วยการวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ใช้เกณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตรทุเรียน (มกษ 3-2567) เพื่อประกอบการตรวจสอบรับซื้อและตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพทุเรียนจากสวน

ซึ่งมีจุดให้บริการ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ และจุดบริการเคลื่อนที่ที่กำหนด การจัดระเบียบสวน ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อยกระดับคุณภาพทุเรียนไทยก่อนเปิดฤดูกาล ให้เกษตรกรเข้าใจในปัญหาด้านสุขอนามัยพืชและการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัย (SPS) ในสินค้าไม้ผลเพื่อการส่งออก ซึ่งกิจกรรมจะให้ความรู้แก่เกษตรกร

ทั้งในด้านสุขอนามัยพืช ภายใต้หลักสูตรที่ครอบคลุมการจัดการสุขอนามัยสวน การใช้สิทธิรับรอง GAP (Good Agricultural Practice) อย่างถูกต้อง กฎหมายที่ควรรู้ แนะวิธีการป้องกันการสวมสิทธิ รวมถึงการปรับตัวการผลิตพืชให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เป็นประเด็นสำคัญในยุคปัจจุบัน พร้อมคำแนะนำในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการเกษตร และการจัดล้างภาชนะและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยว รวมถึงการเก็บตัวอย่างดิน น้ำ และพื้นผิวสัมผัสในจุดเสี่ยง ตรวจหาโลหะหนักในดินสวนทุเรียน โดยเฉพาะแคดเมียม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งออกและคุณภาพผลผลิต และส่งเสริมกระบวนการผลิตปลอดภัย มีการส่งเสริมการปฏิบัติที่ดีระดับเกษตรกรสวนทุเรียนเพื่อผลิตทุเรียนคุณภาพได้มาตรฐาน

ทั้งการจัดการน้ำ พื้นที่ปลูก การเก็บรักษา และขนย้ายผลผลิต ต้องไม่มีความเสี่ยงต่อการตกค้าง หรือปนเปื้อนทางชีวภาพ เคมี และกายภาพ การใช้วัตถุอันตราย ตลอดจนสารเคมีทางการเกษตรต้องเป็นไปตามมาตรฐานและคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ผลผลิตต้องปลอดศัตรูพืช ด้วยการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน มีการเก็บเกี่ยวทุเรียนในระยะที่แก่ได้ที่ของแต่ละสายพันธุ์ มีการสอบทานประสิทธิภาพตามหลักการปฏิบัติระบบทุเรียน และบันทึกข้อมูลตามแบบการควบคุมการผลิตอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพของทุเรียนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การปรับตัวและการยกระดับการผลิตให้ทันสมัย ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แต่ยังส่งผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะยังคงดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเพื่อสร้างความรู้และทักษะให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าเกษตรกรจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับการส่งออก สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรไทย และยกระดับการส่งออกทุเรียนไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับทุเรียนไทยคุณภาพ รับชมรายการ Lab Network: ห้องเรียนสวนคุณภาพ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากสวนผลไม้จริง สู่การพัฒนาผลไม้คุณภาพอย่างเป็นระบบ มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเกษตรกรต้นแบบ เครือข่ายผู้ผลิต นักวิชาการ และนักส่งเสริมการเกษตร ถ่ายทอดประสบการณ์ตรง กระบวนการคิด การลงมือทำ และการพัฒนาสวนให้ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ตลาด และเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับสวนผลไม้ไทยจากฐานการผลิต สู่คุณภาพที่แข่งขันได้ ในรูปแบบ Live Streaming ผ่านทางเพจ Facebook กรมส่งเสริมการเกษตร โดยกำหนดออกอากาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวในแต่ละตอนได้ทางเพจ Facebook กรมส่งเสริมการเกษตร

มนต์เสน่ห์เวียงกุมกามยามราตรีปลุกตำนานล้านนา 700 ปี ส่องแสงรักนิรันดร์กลางซากอิฐโบราณ

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever” ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง – วัดหนานช้าง ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยผ้าไทยและชุดพื้นเมือง ร่วมดื่มด่ำมนต์เสน่ห์ล้านนายามค่ำคืน

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร เดินหน้าโครงการพัฒนาโบราณสถานเพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวยามราตรี มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเปิดมิติใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของโบราณสถานในบรรยากาศที่แตกต่าง

“เวียงกุมกามไม่ใช่เพียงซากอิฐเก่า แต่คือรากเหง้าของอาณาจักรล้านนา คือมรดกทางจิตวิญญาณของชาวเหนือ” เขากล่าวย้ำ

ที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้ขุดค้น ขุดแต่งทางโบราณคดี และบูรณะปรับภูมิทัศน์โบราณสถานในพื้นที่กว่า 30 แห่ง พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว สร้างกระแสการเรียนรู้และการท่องเที่ยวให้จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะต่อยอดสู่การจัดงานท่องเที่ยวยามค่ำคืน เพื่อผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้นโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ”

งาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever” จัดขึ้นวันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. ในบรรยากาศแห่งความรักและความอาลัย รำลึกและถวายความเคารพแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่หลวงของแผ่นดิน ต้อนรับเดือนแห่งความรักอย่างงดงามและเปี่ยมความหมาย

ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญที่ประดับประดาด้วยแสงไฟตระการตา กลายเป็นจุดเช็กอินท่ามกลางความขรึมขลังของประวัติศาสตร์ เดินเลือกชิมอาหารพื้นถิ่นและสินค้าทางวัฒนธรรมใน “กาดกุมกาม@Love” ชมนิทรรศการเรื่องราวเวียงกุมกาม และนิทรรศการเทิดพระเกียรติที่ถ่ายทอดสายใยแห่งความรักและความผูกพันของพสกนิกร

ไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาเยือนแผ่นดินล้านนาของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ที่ยกทัพศิลปินและนักแสดงมาจัดเต็ม ทั้งการแสดงละครเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ และการแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ชุดอนุภาพรามราชจักรี และชุดกษิรชลมณโฑ ถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงท่ามกลางฉากหลังโบราณสถานอันทรงคุณค่า

ค่ำคืนที่เวียงกุมกามจึงไม่ใช่เพียงงานท่องเที่ยว หากคือการเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และหัวใจของผู้คนเข้าด้วยกัน ผ่านแสงไฟ เสียงดนตรี และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ยังคงเต้นอยู่ใต้ผืนแผ่นดินล้านนา

กรมศิลปากรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหรือผ้าไทย มาแอ่วกุมกามยามแลง สัมผัสความรักนิรันดร์ท่ามกลางเมืองโบราณที่ยังมีลมหายใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

กรมอุทยานฯ ดีเดย์ถอดปลอกคอ GPS “สีดอปี๊ด” คืนอิสระช้างป่าเขาอ่างฤาไน

ปราจีนบุรี–กรมอุทยานฯ ดีเดย์ถอดปลอกคอ GPS “สีดอปี๊ด” คืนอิสระช้างป่าเขาอ่างฤาไน พร้อมเร่งปลดปลอกคอช้างที่เหลือทั้งหมด เน้นสวัสดิภาพสัตว์เป็นสำคัญ

เมื่อเวลา 22.35 น.วันที่ 28กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแจ้งว่า    นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยผลการปฏิบัติงานถอดปลอกคอวิทยุติดตามตัว (GPS Collar) ของช้างป่า “สีดอปี๊ด” ณ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยระบุว่าภารกิจในวันนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ภายใต้ความร่วมมือของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า, ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่), สถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สั่งการให้เร่งปลดปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างป่าที่บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลวิจัย หรือสิ้นสุดระยะเวลาการติดตามเฝ้าระวังแล้ว เพื่อให้ช้างป่าสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามพฤติกรรมธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีภาคประชาชนและช่างภาพสัตว์ป่าร่วมสังเกตการณ์และแสดงความยินดีต่อการคืนอิสระให้กับสัตว์ป่าในครั้งนี้

สำหรับการดำเนินการติดปลอกคอวิทยุติดตามตัว (GPS Collar) ได้ดำเนินตั้งแต่ พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน ภายใต้การทำงานของ 3 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการศึกษาเส้นทางและพฤติกรรม (เริ่มปี 2562) ติดตั้งจำนวน 6 ตัว ปัจจุบันดำเนินการ ถอดออกครบถ้วนแล้ว 100%
2.โครงการเฝ้าระวังความขัดแย้งและเตือนภัยชุมชน (เริ่มปี 2563): ติดตั้งรวม 37 ตัว ปัจจุบันดำเนินการ ถอดออกแล้ว 33 ตัว อยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อถอดออกอีก 4 ตัว (อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบพิกัด 2 ตัว)
3.โครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล (เริ่มปี 2567) ติดตั้งจำนวน 5 ตัว ปัจจุบันดำเนินการ ถอดออกแล้ว 1 ตัว (พลายมะม่วง) ส่วนอีก 4 ตัวที่เหลือ กรมฯ ได้ประสานทีมวิจัยให้เร่งดำเนินการถอดออกต่อไป

นายสุขี กล่าวเน้นย้ำว่า “กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพของสัตว์ป่าควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน แม้เทคโนโลยี GPS Collar จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง แต่เมื่อภารกิจบรรลุเป้าหมายตามกำหนด กรมฯ จะดำเนินการปลดอุปกรณ์ออกทันทีตามเจตนารมณ์ในการคืนความเป็นธรรมและอิสระให้กับสัตว์ป่า ตามเสียงสะท้อนและความห่วงใยจากภาคประชาชน”

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรการอนุรักษ์ที่สร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ และการเคารพต่อวิถีธรรมชาติของสัตว์ป่าอย่างยั่งยืนสืบไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ  / ปราจีนบุรี###
 

ทีมแพย์ฯเผย “พลายด้วนวนาลี”กินอาหารได้ปกติ แผลบวมโคนหาง-สนับงาเริ่มยุบลงแล้ว

ปราจีนบุรี –  สบอ.1 เผยอาการ “พลายด้วนวนาลี” หลังพบแผลบวมโคนหาง-สนับงา ล่าสุดกินอาหารได้ปกติ ทีมสัตวแพทย์เฝ้าดูแลใกล้ชิด

เมื่อเวลา 22.20น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (สบอ.1) ปราจีนบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการรักษาอาการบาดเจ็บของช้างป่า “พลายด้วนวนาลี” หลังได้รับรายงานจาก นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถึงการลงพื้นที่ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

นายยศวัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิด นำโดย น.สพ.นราธิป วรวัฒนธรรม สัตวแพทย์ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ รวมถึงได้รับเมตตาจากหลวงพ่อกัมปนาท เจ้าอาวาสวัดหมูสี ในการร่วมสนับสนุนการติดตามอาการและให้ยารักษา

สำหรับรายละเอียดอาการล่าสุดของพลายด้วนวนาลี น.สพ.นราธิป ระบุว่า บริเวณโคนหางและสนับงา ที่มีอาการบวมใต้โคนหางเริ่มยุบลงเล็กน้อย แต่ยังคงพบเศษเนื้อตายในบริเวณดังกล่าว รวมถึงบริเวณสนับงาด้านซ้าย ซึ่งสัตวแพทย์ได้ทำการรักษาตามอาการ

ล่าสุดพฤติกรรมทั่วไป ช้างไม่มีอาการซึม สามารถกินอาหารและขับถ่ายเป็นก้อนได้ตามปกติ รวมถึงสามารถกินยาได้ครบตามจำนวนที่สัตวแพทย์กำหนด สำหรับแผนการรักษา ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการให้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะประเมินอาการอย่างใกล้ชิดวันต่อวัน หากพบว่าอาการยังไม่กระเตื้องขึ้น จะมีการพิจารณาปรับแผนการรักษาในทันที

ทั้งนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทีมงานจะยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เพื่อให้พลายด้วนวนาลีได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 จะรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบต่อไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ  / ปราจีนบุรี ###

สงครามอิหร่านปั่นป่วนหนัก! สายการบินทั่วโลกยกเลิกเที่ยวบิน-เลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากสหรัฐฯจับมือ อิสราเอล เปิดปฎิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้สายการบินทั่วโลกได้ระงับเที่ยวบินทั่วตะวันออกกลางโดยรวม 6.7%

สนามบินในตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในบรรดาสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ประเทศอิหร่านและอิรักไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างยุโรปและเอเชีย ภูมิภาคนี้ยังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นนับตั้งแต่เริ่มสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งบังคับให้สายการบินต้องหลีกเลี่ยงน่านฟ้าของทั้งสองประเทศ

ขณะที่ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บางสายการบินแจ้งยกเลิกเที่ยวบิน เช่น สายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (EI AI) เที่ยวบินที่ LY82 กรุงเทพฯ-เทลอาวีฟ ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 23.55 น. (วันที่ 28 ก.พ. 2569) ได้ยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าว

เช่นเดียวกับ สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) เที่ยวบินที่ EK385 กรุงเทพฯ-ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 01.05 น. คืนนี้ (1 มี.ค. 2569) ได้ยกเลิกเที่ยวบินเช่นกัน ทั้งที่ตามแผนจะใช้เครื่องบินทะเบียน A6-EUD ทำการบินจากฮ่องกงมายังกรุงเทพฯ และลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 22.54 น. ที่ผ่านมา รวมทั้งเที่ยวบินที่ EK377 กรุงเทพฯ-ดูไบ ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 02.00 น. ก็ยกเลิกเที่ยวบินไปด้วย โดยเป็นไปตามประกาศของสายการบิน ที่ระบุว่า ได้ระงับการให้บริการเที่ยวบินเข้าและออกจากดูไบเป็นการชั่วคราว เนื่องจากการปิดน่านฟ้าในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีสายการบินฝั่งตะวันออกกลางได้ยกเลิกเที่ยวบินอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส (Qatar Airways) เที่ยวบินที่ QR837 กรุงเทพฯ-โดฮา ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 02.00 น. เที่ยวบินที่ QR827 กรุงเทพฯ-โดฮา ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 03.00 น., สายการบินอิติฮัดแอร์เวย์ส (Etihad Airways) เที่ยวบินที่ EY401 กรุงเทพฯ-อาบูดาบี ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 02.55 น., สายการบินคูเวตแอร์เวย์ส (Kuwait Airways) เที่ยวบินที่ KU414 กรุงเทพฯ-คูเวต ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 03.00 น. เป็นต้น

หลักฐานมัดแน่น!บุกรวบพ่อค้าออนไลน์ไลฟ์ขายกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น-จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ.  ร่วมจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย   นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง กระเป๋า หมาวก เครื่องหนังแบรนด์เนม อาทิ ยี่ห้อ Louis Vuitton ,Chanel, ,Gucci,Dior จำนวนกว่า 100 ชิ้น

สถานที่ตรวจค้น/จับกุม บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

ดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ในข้อหา “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร”

พฤติการณ์ ปฏิบัติการสืบสวนจับกุมแบบเข้มข้น ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ซึ่งมีหน้าปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เปิดฉากหลังได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนผู้ผลิตสินค้ากระเป๋า และเครื่องหนัง แบรนด์หรูระดับโลกอาทิ Louis Vuitton, Chanel, Gucci, Dior ว่ามีผู้ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

โดยเป็นการไลฟ์สดเสนอจำหน่ายสินค้าประเภทกระเป๋า และเครื่องหนังแบรนด์ดังกล่าว ซึ่งเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือสินค้าปลอมของบริษัทผู้เสียหาย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง โดยผู้ขายสินค้าดังกล่าว มีผู้ติดตามช่องร้านค้าออนไลน์จำนวน กว่า 3 หมื่นคน และมีการจำหน่ายสินค้าในการไลฟ์สดแต่ละรอบจำนวนมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับตัวแทนผู้เสียหาย ติดตามเฝ้าดูผู้ขายสินค้าออนไลน์ดังกล่าว จนพบการไลฟ์ขายสินค้า และได้สั่งซื้อสินค้ากระเป๋าหนังแบรนด์ LOUIS VUITTON จากผู้ขายขณะไลฟ์ขายสินค้า   ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง หลังจากติดต่อสั่งซื้อกระเป๋าหนัง และชำระเงินเรียบร้อย ชุดสืบสวนได้สืบสวน เกาะรอยติดตาม จนกระทั่งพบสถานที่ ที่ผู้ขายใช้เป็นที่ไลฟ์สดขายสินค้า และเป็นที่สต๊อกสินค้าปลอม ซึ่งเป็นบ้านพักอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

ชุดสืบสวนได้เฝ้าสืบสวนลงพื้นที่ติดตามสถานที่ดังกล่าว จนแน่ชัดว่าเป็นสถานที่ไลฟ์สด และเป็นที่    สต๊อกสินค้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยแบบ 2 ชั้น ในตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อไปถึงพบสถานที่ดังกล่าวปิดปะตูเงียบ ลักษณะเหมือนไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบ้าน

เจ้าหน้าชุดสืบสวนจึงได้ติดตามเปิดดูการไลฟ์สดของผู้ขาย พบว่ากำลังไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าอยู่ จึงได้พยายามเรียก และโทรติดต่อเข้าไปขณะไลฟ์ขายสินค้าจนผู้ขาย ( ชื่อนายกฤษฎา ทราบชื่อภายหลัง ขอสงวนนามสกุล) หยุดไลฟ์ขายสินค้าชั่วครู่ และออกมาพบเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน  
 
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตัว และแสดงหมายค้น พร้อมทั้งแจ้งให้พ่อค้านายกฤษฎาฯ ทราบเหตุของการเข้าตรวจค้น จากการเข้าตรวจค้นพบสินค้าประเภทกระเป๋า เครื่องหนัง แว่นตา แบรนด์ดังจากต่างประเทศปลอม     จำนวนกว่า 100 ชิ้น ซุกซ่อนเก็บอยู่ภายในบ้าน และยังพบอุปกรณ์ใช้ในการไลฟ์สด อาทิ อุปกรณ์ฉากหลัง ขาตั้งโทรศัพท์ใช้ไลฟ์สด ไฟไลฟ์สด (Live Stream Light)  เปิดใช้งานอยู่ขณะจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ จากนั้นได้จับกุมตัวพร้อมยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ.ดำเนินคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ไลฟ์สดขายสินค้า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม กำลังไลฟ์สดจำหน่ายกระเป๋า ผ่านช่องร้านค้าออนไลน์ของตนเอง

ท้าทายอำนาจรัฐ!ตำรวจบุกทลาย 2 บาร์ฝรั่ง ค้ากามเด็ก กลางเมืองพัทยา

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม.จับกุมผู้ต้องหา จำนวนทั้งสิ้น 2 ราย ได้แก่ 1. น.ส.เจนจิราฯ หรือเจน อายุ 36 ปี เป็นเจ้าของร้านบาร์แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 111/2569 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน

(1) “ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี หรือการแสวงหาประโยชน์รูปแบบอื่น

(เด็กนั่งดริ้งค์) โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี” (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พุทธศักราช 2551 มาตรา 4, 6, 52 วรรคสอง)

(2) “เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอม

ก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี” (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 9 วรรคสอง)

(3) “เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานค้าประเวณี กระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย” (พระราชบัญญัติ

ป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 11)

(4) “เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคคลนั้นจะยินยอมก็ตามซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี” (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282)

(5) “กระทำด้วยประการใดๆ โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่นรับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีซึ่งผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีและจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับ

ผู้ให้บริการ” (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286)

(6) “โดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี 

แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม” (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ตรี)

(7) “ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสียงต่อการกระทำผิดและกระทำการอันมีลักษณะลามก่อนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด และ ใช้ ชักจุง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสียงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด” (พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช 2546 มาตรา 4, 6 (3), (9) และ มาตรา 78)

สถานที่จับกุม ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พร้อมด้วยของกลาง

1.ถุงยางอนามัย ยี่ห้อดูเร็กซ์ ซองสีน้ำตาล ฉีกพร้อมใช้แล้ว จำนวน 1 ชิ้น พบอยู่วางอยู่ ภายในห้องไม่มีหมายเลข ชั้น 3 ของร้านที่เกินเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย

2.ธนบัตรที่ใช้ในการปฏิบัติการอำพรางฉบับละหนึ่งพันบาท จำนวน 3 ฉบับ (พร้อมสำเนาธนบัตรของกลาง 1 แผ่น) ซึ่งได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ กก.2 บก.ปคม. ตรวจพบอยู่ภายในลิ้นชักเก็บเงิน บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ของร้าน ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในร้านฯ

3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 13 จำนวน 1 เครื่อง ตรวจพบผู้ต้องหาถืออยู่ในมือขณะถูกตรวจค้นและจับกุม

4.สมุดบันทึก รายรับ รายจ่ายของร้านฯ จำนวน 3 เล่ม พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ

5.สมุดลงเวลาเข้าทำงานของพนักงานร้านฯ จำนวน 2 เล่ม พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ

6.ใบเสร็จร้านฯ ของวันที่ 26 ก.พ.69 จำนวน 57 ใบ พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ

7.แฟ้มเก็บใบเสร็จ สีดำ จำนวน 1 เล่ม พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ

8.เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด จำนวน 1 เครื่อง พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านที่เกิดเหตุ

9.เครื่องแคชเชียร์ ยี่ห้อ IMIN จำนวน 1 เครื่อง พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ (ตรวจยึดเป็นของกลาง)

10.เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ จำนวน 1 เครื่อง พบอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ (ตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ)

11.สำเนา ใบทะเบียนพาณิชย์ 

12.สำเนา ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 

13.สำเนา ใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 2 

14.สำเนา หนังสือสัญญาขอเช่าอาคาร ระหว่างนายสุภธีร์ฯ กับนางสาวเจนจิราฯ 

พฤติการณ์ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลตั้งแต่ช่วง เดือนพฤศจิกายน 2568 ว่ามีเด็กหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี มาทำงานนั่งดริ้งภายในร้านบาร์แห่งหนึ่ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี คือ น.ส.พอพานฯ อายุ 17 ปี ผู้เสียหาย มาทำงานบริการ และมีพฤติการณ์เข้าข่ายบังคับ/ชักจูงให้ค้าประเวณี อันเป็นความผิดเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ฯ ภายในร้านฯ โดยภายในร้านฯ ดังกล่าวมีการจัดพื้นที่/ห้องพักภายในร้านฯ เพื่อให้บริการทางเพศกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านฯ เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาราย น.ส.เจนจิราฯ หรือเจน อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 111/2569 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ปคม. ได้สนธิกำลังร่วมกับ พมจ.ชลบุรี, สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่

ฝ่ายปกครอง วางแผนปฏิบัติการอำพราง เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมร้านฯ ดังกล่าว และเพื่อช่วยเหลือ น.ส.พอพานฯ อายุ 17 ปี ผู้เสียหาย เมื่อสายลับได้ปฏิบัติการอำพราง ขอซื้อบริการทางเพศกับผู้เสียหายสำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นการคุยตกลงผ่าน น.ส.เจนจิราฯ หรือเจน ผู้ต้องหา ในราคาประมาณ 1,500 บาท ซึ่งสายลับแจ้งว่า น.ส.เจนจิราฯ หรือเจน เป็นผู้รับเงินจำนวนดังกล่าวไป และนำไปเก็บไว้ที่ลิ้นชักเก็บเงิน บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ของร้านฯ ส่วนน้องพอพานฯ ได้นำพาสายลับขึ้นไปที่ห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ชั้น 3 ของร้านฯ เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม/ช่วยเหลือทราบดังกล่าว จึงได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นและช่วยเหลือผู้เสียหายภายในร้านฯ โดยขณะเข้าช่วยเหลือพบ น.ส.พอพานฯ อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการทางเพศ บริเวณชั้น 3 ของร้านฯ ดังกล่าว และพบบุคคลตามหมายจับ น.ส.เจนจิราฯ อยู่บริเวณหน้าเคาท์เตอร์ร้านฯ พร้อมธนบัตรที่ใช้ในการปฏิบัติการอำพราง อยู่ในลิ้นชักเก็บเงินของร้านฯ

จากการตรวจค้นภายในร้านฯ ที่เกิดเหตุ พบ น.ส.เจนจิราฯ หรือเจน แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านฯ นั่งอยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ของร้านฯ เมื่อทราบดังนั้น เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุมได้ตรวจค้นตัวผู้ต้องหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนตรวจค้น ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนตรวจค้น และจากการตรวจค้นตัว พบของกลางลำดับที่ 1 วางอยู่ภายในห้องไม่มีหมายเลข ชั้น 3 ของร้านฯ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย พบของกลางลำดับที่ 2 อยู่ภายในลิ้นชักเก็บเงิน บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ของร้านฯ พบของกลางลำดับที่ 3 น.ส.เจนจิรา หรือเจนฯ ถืออยู่ในมือขณะถูกตรวจค้นและจับกุม พบของกลางลำดับที่ 4 – 14 อยู่บริเวณเคาท์เตอร์แคชเชียร์ภายในร้านฯ พร้อมกับทำการตรวจยึดสิ่งของต้องสงสัย ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบ จำนวน 14 รายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ ในข้อหาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบในที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งในชั้นจับกุม น.ส.เจนจิราฯ ให้ถ้อยคำว่า รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้นจึงควบคุมตัวมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำตัวมาควบคุมยังที่ทำการ กก.2 บก.ปคม. และส่งมอบตัว พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เคสที่สองร่วมกันจับกุม น.ส.ชุดาฯ หรือเอ้ อายุ 36 ปี ผู้ดูแลร้านบาร์แห่งหนึ่ง เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 103/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569  ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน  “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้กระทำความผิดตามที่สมคบกัน, ร่วมกันค้ามนุษย์เพื่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี, ร่วมกันค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป 

หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมก็ตามซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่นรับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีซึ่งผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีและจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ, ร่วมกันชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดและกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนเพื่อการใด”

สถานที่จับกุม ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 

พร้อมด้วยสิ่งของที่ยึดไว้ตรวจสอบ คือ

1. เซิฟเวอร์กล้องวงจรปิด ยี่ห้อ HIKVISION จำนวน 1 เครื่อง

2. แฟ้มเอกสารสมัครงาน จำนวน 1 เล่ม

3. บิลใบเสร็จ ร้าน Mona Liza Bar จำนวน 2 กล่อง

4. สมุดควบคุมรายรับ-รายจ่าย จำนวน 1 เล่ม

5. บิลประวัติการทำงานของพนักงานภายในร้านฯ จำนวน 1 ถุง

6. ใบตรวจสอบประวัติผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการ จำนวน 1 ฉบับ

7. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Iphone 13 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง

พฤติการณ์ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลตั้งแต่ช่วง เดือนพฤศจิกายน 2568 ว่ามีเด็กหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี มาทำงานนั่งดริ้งภายใน ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี คือ น.ส.ปอปลาฯ อายุ 16 ปี ผู้เสียหาย มาทำงานบริการ และมีพฤติการณ์เข้าข่ายบังคับ/ชักจูงให้ค้าประเวณี อันเป็นความผิดเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ฯ ภายในร้านฯ โดยภายในร้านฯ ดังกล่าว มีการจัดพื้นที่/ห้องพักภายในร้านบาร์ฯ เพื่อให้บริการทางเพศกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านฯ เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาราย น.ส.ชุดาฯ หรือเอ้ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 103/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ปคม. ได้สนธิกำลังร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง วางแผนปฏิบัติการเพื่อเข้าตรวจค้น ตามหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา ที่ 51/2569 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเข้าตรวจค้น ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพบและยึดสิ่งของที่เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2562 และกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งวัตถุและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด หรือสิ่งซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมายหรือได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด และเพื่อพบบุคคลตามหมายจับ โดยก่อนการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้น พบนางสาวชุดาฯ หรือเอ้ อายุ 35 

ตะวันออกกลางเดือด!สหรัฐฯ-อิสราเอลปฏิบัติการชิงโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเตหะราน

Smoke rises in the sky after blasts were heard in Manama, Bahrain, February 28, 2026. REUTERS/Stringer TPX IMAGES OF THE DAY

ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ สหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการชิงโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเตหะราน ท่ามกลางการตอบโต้อย่างดุเดือดจากอิหร่าน ที่ระดมยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าฐานทัพอเมริกาและเมืองสำคัญ ขณะที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายต้องหนีเอาชีวิตรอด

ขณะที่ เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังระงมทั้งในคูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์ และบาห์เรน ในตอนช่วงเช้าวันเสาร์(28ก.พ.) หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ประกาศกร้าวว่าปฏิบัติการที่พวกเขาให้สมญานามว่า “True Promise 4.” ได้เริ่มขึ้นแล้ว

นอกจากนี้แล้วยังมีรายงานข่าวได้ยินเสียงระเบิดในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียเช่นกัน ตามรายงานของเอเอฟพี แต่เจ้าหน้าที่ซาอุฯยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

.

“ออกัสตา เนชันแนล-มูลนิธิมาสเตอร์ส” มอบ 1.5 ล้านดอลลาร์ หนุนเยาวชน

“ออกัสตา เนชันแนล” และ “มูลนิธิมาสเตอร์ส” มอบเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการขยายโครงการพัฒนาเยาวชนระดับชาติของสหรัฐอเมริกา ของยูเอสเอ็นดีพี ระยะเวลา 3 ปี 
 
สมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสจีเอ (USGA) ประกาศว่าออกัสตา เนชันแนล กอล์ฟ คลับ และ กองทุนการกุศลของรายการมาสเตอร์ส ให้การสนับสนุนเงินจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลา 3 ปี เพื่อขยายโครงการทีมเยาวชนระดับรัฐ (State Junior Team) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเยาวชนแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. National Development Program State Junior Teams : USNDP) 

เงินสนับสนุนดังกล่าวจะมอบให้แก่ ยูเอสจีเอ ครอบคลุมช่วงปี 2026–2028 โดยแบ่งปีละ 500,000 ดอลลาร์ เพื่อผลักดันและเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการพัฒนาเยาวชนระดับรัฐทั่วประเทศ ตั้งเป้าให้ครบทั้ง 50 รัฐภายในสิ้นปี 2028

เฮทเธอร์ เดลี-โดโนฟริโอ ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนากอล์ฟแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวว่า “กองทุนการกุศลของรายการมาสเตอร์ส มีความเชื่อเช่นเดียวกับเราว่า การพัฒนาที่มีความหมายต้องเริ่มต้นจากระดับท้องถิ่น ความมุ่งมั่นต่อโครงการทีมเยาวชนระดับรัฐครั้งนี้ คือการลงทุนในนักกีฬารุ่นเยาว์ทั่วประเทศ ช่วยให้แต่ละรัฐสามารถจัดเตรียมโอกาสการพัฒนาที่มีคุณภาพ รอบด้าน และครอบคลุม ทั้งในด้านศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตส่วนบุคคล เรารู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อความร่วมมือครั้งนี้ ขณะที่เรากำลังก้าวสู่การสร้างเส้นทางพัฒนาเยาวชนระดับชาติอย่างแท้จริง” 

โครงการทีมเยาวชนระดับรัฐเปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 มีเป้าหมายสร้างเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟเยาวชนภายในรัฐของตนเองก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น ปัจจุบันมี 16 รัฐดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการ และอีก 14 รัฐเตรียมเข้าร่วมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 โดยรัฐเหล่านี้จะคัดเลือกนักกีฬาเข้าสู่ทีมชุดแรกหลังจบฤดูกาลแข่งขันปี 2026 

นอกจากการสนับสนุนนักกีฬาแล้ว เงินทุนดังกล่าวยังช่วยพัฒนาทรัพยากรสำหรับผู้บริหารทีมระดับรัฐ ทั้งสื่อการเรียนรู้ วิดีโอการสอน ตลอดจนโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศระหว่างรัฐต่าง ๆ ขณะที่โครงการขยายตัวทั่วประเทศ

แต่ละโครงการทีมเยาวชนระดับรัฐจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรกอล์ฟหลักภายในรัฐนั้น ๆ รวมถึงสมาคมกอล์ฟพันธมิตร และหน่วยงานบริหารท้องถิ่นของสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งอเมริกา โดยมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกทีมและบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแนวทางของยูเอสจีเอ เพื่อสร้างกรอบมาตรฐานระดับชาติที่สอดคล้องกัน ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้เกิดความเป็นผู้นำและความร่วมมือในระดับท้องถิ่น 

โครงการทีมเยาวชนระดับรัฐถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของโครงการพัฒนากอล์ฟแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างระบบพัฒนานักกอล์ฟอเมริกันรุ่นใหม่ ขยายโอกาสการเข้าถึงการพัฒนา และสร้างเส้นทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับนักกีฬารุ่นเยาว์ทั่วประเทศ

เครดิตภาพ: USGA