ระทึก!ไฟไหม้ศาลาการเปรียญ 100 ปี วัดหนองสะแก โคราช เสียหายกว่า 1.2 ล้าน

นครราชสีมา-ไฟไหม้ศาลาการเปรียญ 100 ปี วัดหนองสะแก อ.ด่านขุนทด โคราช วอดทั้งหลัง รวมเงินสดของวัด ของเจ้าอาวาส โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง ชุดเครื่องเสียงวัด เหรียญวัตถุมงคลฯ เสียหายกว่า 1.2 ล้าน

พ.ต.ท.พิสิษฐ์ สังเกตุ สว.(สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเวลา 08.00 น. วันที่ 11 พ.ค. 67 เพลิงไหม้ศาลาการเปรียญ วัดหนองสะแก เลขที่ 200 ต.หนองไทร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรีบรุดออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า รถดับเพลิง อบต.หนองไทร และ อบต.บ้านแปรง กำลังช่วยกันดับไฟ โดยมี นายเขียว กอนสันเทียะ นายก อบต.หนองไทร นายประยุทธ พิทยาภรณ์ นายก อบต.บ้านแปรง นางวิลัยลักษณ์ ผองสูงเนิน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย ผช.ผญบ.และชาวบ้าน รวมช่วยกันดับไฟใช้เวลา กว่า 2 ชั่วโมง

นายนำชัย ผองสูงเนิน อายุ 59 ปี สารวัตรกำนันและเป็นชาวบ้านหนองสะแก เผยว่าขณะเกิดเหตุไม่มีพระหรือฆราวาสอยู่ที่วัด เนื่องจากมีการทำบุญกลางบ้านประจำปี มีการนิมนต์พระไปฉันภัตตาหารเช้า ชาวบ้านกลับจากทำบุญตักบาตรกลางหมู่บ้านเห็นเหตุการณ์จึงเรียกให้คนอื่นๆ มาช่วยกันดับไฟ โดยศาลาหลังนี้ สร้างมานานกว่า 100 ปี เสาศาลาส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า มีเจ้าอธิการสถิตอภินันโท อายุ 44 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดและมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลหนองไทร นอกจากนี้ท่านยังมีห้องพักและที่ทำการเจ้าคณะตำบลหนองไทร ภายในศาลาแห่งนี้ เนื่องจากกุฏิหลังใหม่กำลังก่อสร้าง

ตรวจสอบความเสียหาย นอกจากศาลา 100 ปี ที่เสียหายทั้งหลังแล้ว ยังมีเงินสดของวัดที่ได้รับจากการทอดผ้าป่า ประมาณ 90,000 (เก้าหมื่นบาท) เงินส่วนตัวเจ้าอาวาสที่อยู่ในย่ามอีก ประมาณ 50,000 (ห้าหมื่นบาท) และเงินจากการทำบุญของชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง ชุดเครื่องเสียงของวัด ชุดใหญ่ 1 ชุด และชุดเล็ก 1 ชุด เหรียญวัตถุมงคลของเจ้าอาวาสอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 1,200,000 บาท ส่วนสาเหตุที่เกิดไฟไหม้ รอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบอีกครั้ง

ลำปางอ่วม ฝนถล่ม น้ำป่าหลาก ซัดถนน เถิน-วังชิ้น ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ฝนถล่มลำปาง! น้ำป่าหลาก ซัดถนนสายเถิน-วังชิ้น ที่จะสัญจรไปยัง จ.แพร่ไ ไม่ด้ขาด แขวงทางหลวงต้องประกาศปิดเส้นทางชั่วคราว

หลังได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนักในพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 พ.ค.67 ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากข้ามเส้นทางถนนสายเถิน-วังชิ้น ที่จะสัญจรไปยัง จ.แพร่ได้ โดยความแรงของกระแสน้ำได้กัดเซาะจนถนนขาด ทำให้ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้

หมวดทางหลวงเถิน จึงได้รายงานสถานการณ์ให้แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 รับทราบ โดยจุดที่ถูกน้ำป่าไหลหลากได้กัดเซาะทางขาด คือทางหลวงหมายเลข 1124 ตอนควบคุม 0100 ตอน ท่าผา – ปางกุ่ม กม. 5+350 น้ำป่าและน้ำในลำห้วยสาขาไหลท่วมผิวทางและกัดเซาะทางขาด ไม่สามารถใช้เส้นทางได้

สำหรับท่านที่จะเดินทางผ่าน ทล.1124 ไปยัง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ควรใช้ทางเลี่ยง ทางหลวงหมายเลข 106 ทางหลวงหมายเลข 102 ทางหลวงหมายเลข 1201 ทางหลวงหมายเลข 101

ล่าสุดหมวดทางหลวงเถินได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน กรวยยาง อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทาง ขอให้ผู้ใช้เส้นทางเดินทางด้วยความระมัดระวัง และขออภัยในความไม่สะดวก

แห่นาคโหด!หนึ่งเดียวในโลก งานบุญใหญ่พลังแห่งศรัทธานับหมื่นร่วมอนุโมทนา

สุดยิ่งใหญ่!ซอฟต์พาวเวอร์ชัยภูมิ แห่นาคโหด ประจำปี 2567 หนึ่งเดียวในโลก งานบุญใหญ่พลังแห่งศรัทธา นักท่องเที่ยวแห่ชมจำนวนมาก

ที่วัดตาแขก บ้านโนนเสลา ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนครราชสีมา ร่วมกิจกรรมประเพณี แห่นาคโหด ประจำปี 2567

โดยมี นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และนายสนอง มะลัยขวัญ นายอำเภอภูเขียว หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเปิดงานสืบสานประเพณีอันยาวนาน แห่นาคโหด ที่เดียวในโลก เข้าเยี่ยม “นาค” จำนวน 4 – 5 นาค ที่กำลังจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ พิธีการตัดและโกนผมนาค ตามพิธี บวชปกติ และชมพิธีสู่ขวัญนาค ขอขมาญาติผู้ใหญ่ตามบ้านต่างๆ พิธีบายศรีสู่ขวัญนาค บริเวณบนศาลาวัด

   
สำหรับไฮไลต์งานเริ่มต้น ขบวนวัฒนธรรมประกอบไปด้วย พานพุ่ม ทอง-เงิน ขบวนธงสัญลักษณ์ต่างๆ เสลี่ยงบายศรี ชุดบูชา เครื่องบายศรี ขบวนพ่อ – แม่และญาติของนาค ถือผ้าไตร เครื่องใช้บวชหมอน ขบวนนาคขึ้นแห่บนแคร่ และรถเครื่องเสียง เริ่มแห่นาคโหด ไปรอบๆหมู่บ้าน โดยจะใช้คนหนุ่มที่ยังไม่ได้บวชของแต่ละหมู่บ้าน มาช่วยกันหามแคร่ไม้ไผ่ แห่นาคไปรอบหมู่บ้าน และเขย่าโยนนาคอย่างรุนแรง ถือเป็นการทดสอบความตั้งใจว่า ผู้บวชจะมีความมุ่งมั่นอดทนที่จะบวชแทนคุณบิดามารดาหรือไม่

โดยผู้บวชจะต้องประคองตัวเองไม่ให้ตกลงมาจากแคร่ หากใครตกลงมาถูกพื้นดินจะถือว่าขาดคุณสมบัติไม่ให้บวช โดยจะเป็นเช่นนี้ตลอดระยะทางที่แห่รอบหมู่บ้านกว่า 3 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่อง และด้วยรอบโบสถ์วัดอีก 3 รอบ

ด้าน นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเพณีแห่นาคโหด ชัยภูมิ มีประวัติอันยาวนาน และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สืบสานประเพณีวัฒนธรรม และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมสร้างรายได้ให้ชุมชน สนองนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ประเทศไทย

สำหรับประเพณี แห่นาคโหด ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์แห่งชัยภูมิ เป็นประเพณีนี้ ถูกสืบทอดต่อกันมาหลายร้อยปี โดยชาวบ้านแห่งนี้ จะร่วมกันจัดงานอุปสมบทหมู่ ให้กับชายหนุ่มที่มีอายุครบ 20 ปีขึ้นไป เพื่อให้ได้บวชตามหลักศาสนาพุทธ เพื่อเป็นการแทนคุณบิดามารดาและญาติพี่น้อง เริ่มจากพิธีโกนผมนาคในช่วงเช้า ต่อด้วยการขอขมาบิดามารดาตลอดจนญาติผู้ใหญ่ ก่อนเข้าพิธีทำขวัญนาค ซึ่งทั้งหมดจะต้องพากันเดินออกจากวัดเพื่อไปกราบศาลปู่ตา ซึ่งเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อประจำหมู่บ้าน จากนั้นตั้งขบวนแห่ โดยการนำนาคขึ้นแห่บนแคร่ไม้ไผ่ ถือว่าเป็นที่เดียวในโลก

ระทึก!หนุ่มซิ่งเก๋งเสียหลักพลิกตะแคงไฟลุกท่วมคันหวิดถูกย่างสดคาซากรถ

สมุทรปราการ-ชาวบ้านเร่งช่วยกันนำหนุ่มสายตาสั้นขับเก๋งเสียหลักพลิกตะแคงออกจากรถก่อนที่จะเกิดไฟลุกท่วมคันรอดตายหวุดหวิด

พ.ต.ต.รัฐพงศ์ ศรีนอก สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2567มีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเกาะกลางถนนพลิกคว่ำก่อนจะเกิดไปลุกไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท บริเวณจุดกลับรถสวนสมเด็จย่า ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางปู จำนวน 1 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถ พบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ เอ็มจี แซดเอส สีแดง ทะเบียน 9 กฎ 3153 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงอยู่ สภาพหน้าพังยับเยิน และมีควันลอยออกมาจากหน้ารถ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน ชาวบ้านได้ช่วยกันยกรถ ให้ผู้ได้รับบาดเจ็บมุดออกมาจากรถทางกระจกฝั่งคนขับ แล้วพากันเดินออกห่างจากรถ ทราบชื่อต่อมา คือ นายกิตติศักดิ์ จีนาคม อายุ 36 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนงง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนที่ไฟจะเริ่มลุกไหม้บริเวณหน้ารถ แล้วลุกลามเข้าห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำอยู่ไม่นานเพลิงจึงสงบ พบว่าภายในห้องโดยสารและหน้ารถได้รับความเสียหายอย่างหนัก ที่เกาะกลางและบนถนนพบเศษแบริเออร์พลาสติกแตกกระจายไปทั่ว เหล็กกั้นเกาะกลางบิดงอ

จากการสอบถาม นายกิตติศักดิ์ คนเจ็บ บอกว่า ตนเองขับรถมาจากทางปากน้ำ กำลังจะกลับบ้านที่แถววัดอโศการาม พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนเองเขาใจผิดว่าต้องกลับรถตรงนี้ เนื่องจากสายตาสั้น และ ถนนมืด จึงทำให้ชนแบริเออร์ที่อยู่กลางยูเทิร์น ก่อนจะพุ่งไปปีนเหล็กกั้นเกาะกลางจนรถพลิกตะแคง ก่อนจะมีชาวบ้านเข้ามาช่วยกันยกรถ ตนจึงออกมาทางหน้าต่าง ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้

ด้านชาวบ้าน บอกว่า ตนเดินออกมาส่งเพื่อนที่ริมถนน เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาจากทางปากน้ำ ก่อนจะพุ่งชนแบริเออร์แล้วปีนเกาะกลางถนนจนรถพลิกคว่ำ ตนและเพื่อนจึงเข้าไปช่วยกันยกรถเพื่อช่วยคนขับออกมาจากรถ พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพักเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผบ.ทบ.สั่งกำชับกำลังพลเตรียมพร้อมรับมือ-เพิ่มประสิทธิภาพป้องเหตุไฟใต้

ผบ.ทบ. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ และติดตามการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนนราธิวาส 

วันนี้ ( 11 พฤษภาคม 2567 ) เวลา 09.00 น. พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมด้วย คณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล พร้อมติดตามการปฏิบัติภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่ 33 อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส  และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของหน่วย และมอบแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำลังพล  โดยมี พลโท ศานติ  ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมคณะตรวจเยี่ยม และ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ , ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือที่ 33 ,หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

พร้อมกันนี้ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ และคณะฯ ได้ลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม พร้อมพบปะให้กำลังใจแก่กำลัง และสอบถามปัญหา ความเป็นอยู่ ข้อขัดข้อง เพื่อร่วมหาวิธีพัฒนาการปฏิบัติภารกิจ ทั้งการป้องกันตนเอง การป้องกันฐานปฏิบัติการ เพื่อการดูแลประชาชนให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และได้มอบเครื่องอุปโภค บริโภคแก่หน่วยงานในพื้นที่ เพื่อแทนคำขอบคุณและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฎิบัติภารกิจในพื้นที่อีกด้วย

โอกาสนี้ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ระบุว่า กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (อส.จชต. ) ในทุกตำบลของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่ง นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน โดยกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานให้หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ  ดำเนินการฝึกและเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำเสริมสร้างสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ เป็นกำลังหลักในการดูแลพื้นที่และพิทักษ์ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานตามหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 

พร้อมระบุว่า Marine คือ ทหารนาวิกโยธิน สำหรับเมืองไทย Marine คือ กองพลที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพเรือ พร้อมชื่นชมกำลังพลทหารนาวิกโยธินทุกนาย เป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ เทียบเท่าทหารอเมริกัน  เห็นได้จากการดูแลพื้นที่ให้มีมั่นคง เป็นที่เชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งงานด้านยุทธการเป็นงานยุทธศาสตร์ ด้านการพบปะกับพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ที่จะต้องดำเนินการควบคู่การดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ให้พื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่แห่งนี้ คือ อำเภอสุไหงโก-ลก และ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีความเจริญและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง พร้อมย้ำว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับ มีความห่วงใย และขอส่งกำลังใจมายังกำลังพลทุกนาย 

ทั้งนี้ขอให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างมีสติ ไม่ประมาท หมั่นซักซ้อมการปฏิบัติให้พร้อมรับมือต่อสภานการณ์ฉุกเฉินและทุกเหตุการณ์อย่างทันท่วงที รวมทั้งกล่าวขอบคุณที่ทุกท่านทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ และขออำนวยพร สวดมนต์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ฃหลายอันเป็นมงคลยิ่งให้การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ และปกป้องอันตราย ตลอดจนนำไปสู่ครอบครัวของทุกคน ยืนยันได้เห็นแววตาความมุ่งมั่น ทุ่มเท ตั้งใจจริง ของทุกคน ที่เป็นผู้มีวินัย มีความเข้มแข็งของชายชาติทหาร แม้ในอนาคตเราจะไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่แห่งนี้แล้วก็ตาม  ขอเป็นกำลังใจ และเชื่อมั่นว่า ทุกคนทำงานที่ตั้งใจ อย่างมีความสุขและปลอดภัย ขอบคุณที่เสียสละเพื่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ นำพาความผาสุข มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อย่างแท้จริง

โดย… แวดาโอ๊ะ​ หะไร​ จ.นราธิวาส

สลด!เก๋งเสียหลัก เสยเกาะกลางถนน ไฟไหม้วอด คลอกร่างคนขับดับสยอง

สลด เก๋งเสียหลัก พุ่งเสยเกาะกลางถนน พลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า ไฟลุกพรึ่บไหม้วอดทั้งคัน คลอกร่างคนขับ เสียชีวิตคาที่ เอกสาร-รูปถ่ายกระเด็นออกมานอกรถ

ศูนย์วิทยุ สน.ประเวศ และ อาสากู้ภัยปอเต็กตึ้ง ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 05.11 น.วันที่ 111 พ.ค.567 อุบัติเหตุ รถเก๋ง Toyota Vios ทะเบียน กท 3496 สมุทรปราการ เสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนพัฒนาการ บริเวณหน้าซอย พัฒนาการ 53/1 ตรงข้ามสำนักงานเขตสวนหลวง ในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในตัวรถ และ ไฟกำลังลุกไหม้รถ พลเมืองดีและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ ไปถึง ปรากฏว่าไฟลุกไหม้ไปทั้งคันแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกรุงเทพมหานคร(จุด….) ได้ระดมฉีดน้ำก่อนไฟจะดับลง ปิดการจราจรหนึ่งช่องทาง ยืนยันพบผู้เสียชีวิต 1ราย ติดอยู่ในรถ

พ.ต.ต.พลนิวัฒน์ ทองลาด สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ ซึ่งเดินทางมาตรวจยังที่เกิดเหตุ แจ้งว่า เบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบเอกสาร 1ฉบับ ซึ่งมีรูปถ่ายของชาวต่างชาติและลายมือชื่อเขียนไว้อยู่ แต่ยังไม่ยืนยันว่าใช้ผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่ เนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอก และ ไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานได้ ทั้งนี้จะไปตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถเพื่อติดตามหาญาติเข้ามายืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ต่อไป

ยอดคำสั่งซื้อทุเรียนบึงกาฬทะลัก ชาวสวนยิ้มแก้มปริ สร้างรายได้อู้ฟู่

เกษตรกรชาวบึงกาฬ เริ่มตัดทุเรียนหมอนทองในสวนแล้ว โดยนำมาจำหน่ายทั้งหน้าสวน และช่องทางออนไลน์ โกยยอดสั่งซื้อทั่วประเทศ โดยพันธุ์หมอนทองและนกกระจิบ กก.ละ 150 บาท ส่วนทุเรียนแกะเนื้อ ขาย กก.ละ 550 บาท

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สวนทุเรียนไร่พอเพียงประภัสสร เกษตรกรชาวสวนทุเรียนเริ่มเก็บผลผลิตทุเรียนออกจำหน่ายได้แล้ว หลังจากทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และนกกระจิบ เริ่มสุกได้ที่ โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 150 บาท ปัจจุบันมียอดสั่งซื้อทั้งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และในต่างจังหวัด โดยทางสวนทุเรียนไร่พอเพียงประภัสสร จะคัดลูกทุเรียนโดยเผื่อระยะเวลาขนส่งในการขนส่งของพื้นที่นั้นๆ ให้ เมื่อลูกค้าได้จะรับจะสามารถรับประทานได้เลย โดยที่ทุเรียนไม่สุกจนเกินไป หรือหากลูกค้าจะเข้ามาชมสวน ศึกษาเรียนรู้ หรือถ่ายรูปสวยๆ กับผลทุเรียน เจ้าของสวนก็ยินดีต้อนรับ โดยสวนทุเรียนไร่พอเพียงประภัสสร ตั้งอยู่ที่บ้านแสนประเสริฐ ม.9 ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ อยู่ห่างจากวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ประมาณ 100 เมตร เท่านั้น

นางประภัสสร ผาสุก อายุ 50 ปี เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวว่า ปลูกทุเรียนประมาณ 4 ไร่กว่าๆ ตอนนี้ที่เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว ภายในสวนจะมีทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง และนกกระจิบ ปัจจุบันปลูกไว้หลายพันธุ์ เช่น หมอนทอง, นกกระจิบ, หลง-หลิน และก้านยาว โดยผลผลิตชุดแรก ได้เก็บเกี่ยวไปเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2566) ได้ผลผลิตประมาณ 600 กว่ากิโลกรัม ส่วนปีนี้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน เสียหายจากพายุไปร้อยกว่าลูกประมาณ 300 กิโลกรัม

ขณะนี้ เริ่มเก็บผลผลิตทุเรียนจำหน่ายแล้ว คือ พันธุ์หมอนทองและนกกระจิบ จำหน่ายกิโลกรัมละ 150 บาท หากแกะเป็นเนื้อ ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 550 บาท สามารถส่งได้ทั่วราชอาณาจักร มีการจัดส่งไปแล้วหลายจังหวัด เช่นที่ จังหวัดอุดรธานี สกลนคร สุรินทร์ และเลย ซึ่งรสชาติของทุเรียน “อร่อย หวาน มัน กลมกล่อม สุดยอด” สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้อทุเรียน สามารถเดินทางมาสั่งซื้อได้ที่สวนใกล้ๆ กับวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ หรือโทรสั่งที่ 061 958 4595 หรือทางเฟซบุ๊กเพจ ไร่พอเพียงประภัสสร ได้.

สจส.กำชับบีทีเอสคุมเข้มทุกสถานีด้านปลอดภัยป้องกันซ้ำรอยสถานีเคหะฯ

นายไทภัทร ธนสมบัติกุล ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุลวนลามและจี้ชิงทรัพย์ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส บริเวณสถานีเคหะสมุทรปราการ ถนนสุขุมวิท ขณะขึ้นบันไดเลื่อนว่า สจส.ได้ประสานบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ทราบว่า พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ และฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุมชาย อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี ขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายกระทำต่อหน้าธารกำนัล, กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยกระทำการลามกอย่างอื่น, ทำร้ายร่างกาย, ลักทรัพย์” โดยพบของกลางโทรศัพท์มือถือ เงินสด 1,050 บาท และกระเป๋าสะพายข้างสีเทา จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุพบมีประวัติคดีลักทรัพย์มา 2 ครั้ง เพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือน ก.พ.2567 โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างทำลงไปเพราะเมายากล่อมประสาทที่เพิ่งเสพมา

ทั้งนี้ สจส.ได้มีหนังสือแจ้ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ให้กำกับ BTSC ในฐานะผู้รับจ้างเดินรถ ให้พิจารณาเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี ตามมาตรการและขั้นตอนด้านความปลอดภัยในการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น โดยถอดบทเรียน เพื่อตรวจสอบสาเหตุ ทบทวนเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในกรณีนี้ เพื่อหามาตรการป้องกันแก้ไขลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดเหตุขึ้นซ้ำในอนาคต พร้อมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่กำกับดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้บริการต่อไป

เตือนอากาศร้อนเสี่ยง “ฮีทสโตรก” ทั่วไทยตายแล้ว 61 ศพ

นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปี พ.ศ.2567 มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคลมร้อนหรือฮีทสโตรก 61 คน จากทุกภาคทั่วประเทศ สูงสุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 33 คน ภาคกลางและภาคตะวันตก 13 คน และภาคเหนือ 10 คน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วงวัยทำงานและสูงอายุ เพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและเกษตรกรรม โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิต คือ ร้อยละ 49.2 มีโรคประจำตัว, ร้อยละ 62.1 ดื่มสุราเป็นประจำ, ร้อยละ 27.6 ทำงานกลางแจ้ง กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนอ้วนและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นักกีฬา คนงานก่อสร้าง เกษตรกร หรือทหารที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน

นพ.อภิชาต กล่าวต่อว่า กรณีพบเห็นผู้ป่วยมีอาการตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ผิวหนังแดง หัวใจเต้นเร็วและแรง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง เป็นลม หมดสติ ให้สงสัยเบื้องต้นว่าเป็นฮีทสโตรก และให้ยึดหลักในการปฐมพยาบาล คือ ทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงให้เร็วที่สุดก่อนนำส่งโรงพยาบาล เช่น ย้ายผู้ป่วยมาในที่ร่ม นอนหงาย ยกขาสูง ถอดเสื้อผ้า แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณหลังคอ รักแร้ ขาหนีบ และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน หากผู้ป่วยยังรู้สึกตัวอยู่ให้ดื่มน้ำ/น้ำเกลือแร่ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล หรือขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1669.

ศิลปะมวยไทยฟีเวอร์ อังกฤษ เชิญ 3 สุดยอดมวยไทยบินสอนเชิงถึงแดนผู้ดี

“เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) , “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เฉพาะกาล และ “น้องโอ๋ ฮามามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) แท็กทีม 3 นักมวยไทยบินไกลถึงอังกฤษเพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยในงานสัมมนาที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 3 – 6 พ.ค. ที่ผ่านมา

โดยนักกีฬาทั้ง 3 คน ได้รับเชิญจากสภามวยโลก (WBC) ให้ไปเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่เมืองเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ ในฐานะตัวแทนของ ONE ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันกีฬามวยไทยให้เป็น “ซอฟต์ พาวเวอร์” ระดับโลก โดยทั้ง 3 ถือเป็นนักกีฬาฮีโร่ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย

ในสัมมนาครั้งนี้ มีผู้ร่วมงานจำนวนหลายร้อยคนที่ตั้งใจเข้ามาศึกษาเทคนิคเคล็ดลับมวยไทยของทั้ง 3 คน กันอย่างใกล้ชิด

โดยทาง “ซุปเปอร์บอน” ที่ผ่านประสบการณ์สัมมนามวยไทยในหลายประเทศทั่วโลก เผยว่า

“ดีใจมากครับที่เจอแฟน ๆ ที่รักเราและตั้งใจมาหาเรา การตอบรับดีมาก ๆ ครับ คนมาร่วมงาน 350 คน จนห้องจัดงานแทบไม่มีที่ยืน บรรยากาศในงานก็สนุกมาก ผมทำสัมมนามาหลายประเทศ แต่ละประเทศ พื้นฐานของผู้ร่วมงานจะแตกต่างกัน แต่ทุกคนที่มารักมวยไทย และอยากเรียนรู้จากเราอย่างจริงจัง”

เช่นเดียวกับ “น้องโอ๋” ที่ผ่านการอบรมมวยไทยให้ลูกศิษย์ลูกหาในหลากหลายประเทศทั่วโลก ก็ยังรู้สึกประทับใจที่แฟนคลับแดนผู้ดีให้การการต้อนรับอบอุ่นเหมือนเคย

“กระเเสมวยไทยที่อังกฤษคือดีมาก ๆ ตั้งเเต่ผมเดินสายสัมมนามวยไทยในต่างประเทศมา ยอมรับว่าครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากที่สุดตั้งเเต่ทำมาครับ บรรยากาศตอนสอนสัมมนาคือทุกคนตั้งใจเรียนรู้จากเรา ตั้งใจฝึกมาก”

“ผมเคยไปสัมมนามวยไทยที่อังกฤษมาเเล้ว 2 รอบ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 3 และผมประทับใจมากที่ได้เจอลูกศิษย์เก่า ๆ ที่เคยเรียนกับเราเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หลายคนตั้งใจมาเจอเรา เขาไม่ลืมเรา ไปกี่รอบก็มาเรียนด้วยตลอดครับ”

ในฟากของ “เพชรจีจ้า” ที่เข้าร่วมสัมมนาเป็นครั้งแรกในชีวิตก็รู้สึกประทับใจที่ได้เห็นความคลั่งไคล้มวยไทยของชาวต่างชาติทุกเพศทุกวัยในครั้งนี้

“การสัมมนาในครั้งนี้ รู้สึกตื่นเต้นค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมสัมมนา แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีผู้คนเข้ามาร่วมเรียนมากขนาดนี้ มีทั้งเด็กตัวเล็ก ๆ เด็กหญิงและเด็กชายที่มา แม้แต่เด็กตัวเล็กก็ยังสนใจเรียนและฝึกมวยไทย ทำให้รู้สึกดีมากเลยค่ะ”