สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ (BAI Institute of Research Development on Economic and Education: BRIIRDEE) และสมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย-จีน (Thai-China One Belt One Road Investment Trade Association: TCBRID ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกริกและสมาคมพัฒนา เศรษฐกิจจีน-เอเชีย (China-Asia Economic Development Association: CAEDA)
จัดงานสัมมนา ‘จับโอกาส ก้าวต่อไปประเทศไทย บนเส้นทาง BRI (Catch What’s Next for Thailand after BRI’s 10 years)’ เพื่อร่วมกับแสวงหาโอกาสและตรวจสอบสถานะความก้าวหน้าโครงการ Belt & Road Initiative (BRI) ที่จะส่งผลต่อ ประเทศไทยจากการเชื่อมโยงกับประเทศจีน และประเทศอื่นๆ บนเส้นทาง BAI หลังจากครบรอบ 10 ปี ของ Bett & Road Initiative (BRI) เมื่อเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา
26 มกราคม 2567 – ห้องบอลรูม 2 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและ การศึกษา บีอาร์โอ (BRI Institute of Research Development on Economic and Education BRIRDEE) was สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย-จีน (Thai-China One Belt One Road Investment Trade Association – TCBR) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกริกและสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจจีน-เอเชีย (China-Asia Economic Development Association: CAEDA)
โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท หยวนหวง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป จำกัด บริษัท Up Power และ CAlIHR จัดสัมมนา ‘จับโอกาสก้าวต่อไปประเทศไทย บนเส้นทาง BRI (Catch What’s Next for Thailand after BRI’s 10 years)’ เพื่อแสวงหาโอกาสและตรวจสอบสถานะความก้าวหน้าโครงการ BRI ที่จะส่งผล ต่อประเทศไทยจากการเชื่อมโยงกับประเทศจีน และประเทศอื่นๆ บนเส้นทาง BRI ซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงทั้งด้าน กายภาพ การค้า การศึกษา ดิจิทัล การเงิน และวัฒนธรรม
ดร.ธารากร วุฒิสถิรกูล ประธานสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ (BRI Institute of Research Development on Economic and Education: BRIIRDEE) และนายกสมาคมการค้าการลงทุนเส้นทาง สายไหมไทย-จีน กล่าวถึง วัตถุประสงค์การจัดงานสัมมนาครั้งนี้ว่า’เพื่อร่วมกันแสวงหาโอกาสและตรวจสอบสถานะ ความก้าวหน้าโครงการ Belt & Road Initiative (BRI) หลังจากครบรอบ 10 ปี BRI’ ซึ่งได้พัฒนาไปไกลกว่าเรื่องโครงสร้าง พื้นฐานด้านการคมนาคม แต่เป็น ‘การริเริ่ม’ ของจีนที่มีกรอบความสัมพันธ์ทวิภาคีร่วมกับประเทศต่างๆ กว่า 130 ประเทศ
Team BaaBall FC วัลลภ ซูซูกิ [กัปตันทีม] ,Bell Khobsanam ,ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย , หอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาก, เจ๊ดำ , ปาม วาทะลูกหนัง ฯลฯ
Team The Hip Hop Nino [กัปตันทีม] Saran , P Hot ฯลฯ มาย เมท เนท หนึ่งใน 3 ผู้จุดประกายการจัดการแข่งขันฟุตบอล IDOL LEAGUE กล่าวถึงการจัดงานแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ว่า “ด้วยเป้าหมายยิ่งใหญ่ในการสร้างโอกาส ที่จะมอบทุนจากการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ ให้แก่เยาวชนไทยผ่านองค์กรการกุศลที่สนับสนุนเด็กๆในกีฬาฟุตบอล โดยเงินรางวัลกว่า 350,000 บาท ที่ทุกคนมาร่วมแข่งขันในวันนี้ ก็เพื่อมอบไปให้แก่ 4 องค์กรการกุศล ของทีมผมคือ Team Online All-Stars เงินรางวัลที่ทีมผมได้รับจะนำไปมอบให้ “สหพันธ์กีฬาฟุตบอลโรงเรียนภาคใต้ (IFC)” ครับ ส่วน Team BaaBall FC เขาจะนำเงินรางวัลมอบให้แก่ “โรงเรียนการศึกษาเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน ชะอำ” Team Essan United มอบให้โรงเรียนบ้านโคกหนองไผ่ และ Team The Hip Hop มอบให้สถานสงเคราะห์บ้านพักนักเรียนสุขใจ มูลนิธิส่งเสริมเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ การแข่งขันในวันนี้ สนุกสนานและน่าประทับใจมากๆ ท่ามกลางผู้เข้ามาเชียร์ในสนามกว่า 10,000 คนที่มาเชียร์ทีมในดวงใจของพวกเขา โดยงานนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือ ร่วมใจ จากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กว่า 100 ชีวิตในทุกๆ วงการ ที่มาร่วมทำกิจกรรมดีๆ ทำการกุศล ผ่านการแข่งขันฟุตบอล ทุกคนตั้งใจมาซ้อม มาแข่งกันอย่างเต็มที่ แล้วปิดท้ายด้วยการร่วมกันทำบุญ และก็ต้องขอบคุณทุกๆ ท่านที่ซื้อบัตรเข้ามาชมการแข่งขัน โดย 10,000 ใบเราเปิดขายเพียงแค่ 4 วันก็ SOLD OUT เรียกว่าได้มาสนุกสนานกับกีฬาและยังได้ร่วมทำบุญไปกับเหล่านักฟุตบอลเฉพาะกิจไปด้วย ซึ่งผมเองก็อยากจะจัดให้มีขึ้นทุกๆ ปี อย่างน้อยทุกๆ คนก็จะได้มาส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่เพื่อเยาวชนไทยไปด้วยกัน” มาย เมท เนท กล่าว แล้วพบกับ IDOL LEAGUE มหากาพย์ LEAGUE FOOTBALL ของคนออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอีกครั้งในปี 2568 โดยผลการแข่งขัน IDOL LEAGUE SEASON 1 ทีมแชมป์ ในวันนี้ได้แก่ Team Essan United ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท ทีมรองแชมป์ได้แก่ Team BaaBall FC ได้รับเงินรางวัล 75,000 บาท ทีมอันดับที่ 3 ได้แก่ Team Online All-Stars ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และทีมที่ 4 ได้แก่ Team The Hip Hop ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท ###