“ฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ

“ฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ

ขอเชิญท่านมาร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ที่ ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ อิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติรวมซูชิพรีเมียมและซีฟู้ด ที่ได้คัดสรรเมนูเพื่อมื้อค่ำสุดหรูของคุณ พร้อมเครื่องดื่มพิเศษให้เลือก 1 แก้วและน้ำอัดลมไม่อั้น เพลิดเพลินกับวงดนตรีเล่นสด เสริมบรรยากาศสนุกสุขสันต์ให้ทุกท่านได้ประทับใจ แล้วลุ้นรับรางวัลมากมาย ผู้ใหญ่ท่านละ 2,567 บาท เด็ก 1,280 บาท ช่วงนับเวลาถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ รับปาร์ตี้เซทและเครื่องดื่มพิเศษท่านละ 1 แก้ว

***Early Bird จองและชำระก่อนภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 เหลือเพียงท่านละ 2,024 บาท เท่านั้น

โปรโมชั่นพิเศษ!!! จองพร้อมห้องพัก 1 คืนรวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน เพียง 6,500 บาทถ้วน
  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และwww.facebook.com/theemeraldcoffeeshop

ADVERTISEMENT

พิธีเปิดกิจกรรมการเสวนาวิชาการ งานวันฉลองรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2566

พิธีเปิดกิจกรรมการเสวนาวิชาการ งานวันฉลองรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2566

“ร่วมก้าวย่างบนเส้นทางประชาธิปไตย สู่เส้นชัยแห่งรัฐธรรมนูญ” 10 ธ.ค. 66 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสัมมนา B1 – 2 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการเสวนาวิชาการ งานวันฉลองรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2566 “ร่วมก้าวย่างบนเส้นทางประชาธิปไตย สู่เส้นชัย แห่งรัฐธรรมนูญ” โดยมี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2566 กล่าวรายงาน ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา ศ.พิเศษนรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ รศ.ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ส. ศิวรักษ์ นักวิชาการอิสระ นายปรีดิวิชญ์ พนมยงค์ ทายาท ศ.ดร.ปรีดี พยมยงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการฝ่ายการเมือง คณะผู้บริหารสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธี
โอกาสนี้ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันที่ทางราชการ กำหนดให้เป็นวันที่ระลึกถึงวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เพื่อเป็นกฎหมายสูงสุดเป็นหลักในการปกครองประเทศ

และเป็นฉบับถาวร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 เราเรียกวันนี้ว่า “วันรัฐธรรมนูญ” โดยวันรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงเป็นวันหยุดราชการ เพื่อระลึกถึงวันสำคัญทางการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การปกครองของราชอาณาจักรสยามเท่านั้น ยังมีจุดประสงค์เพื่อให้ชนในชาติได้ระลึก ตระหนักถึงความเป็นเอกราชของรัฐ ภายใต้การปกครองอิสระที่มีกฎ มีเกณฑ์ เคารพ สิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพของบุคคล และความเป็นธรรมของมนุษยชาติ ตลอดจนการใช้อำนาจในการดำเนินกิจการต่าง ๆ อย่างสมดุลแก่กันและกันด้วย ซึ่งเป็นเจตนารมณ์หลักของรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย ข้อเท็จจริง คือ ตั้งแต่ปี 2475 ถึงปัจจุบัน ประเทศเราไม่ได้มีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวเป็นฉบับถาวร แต่ประเทศไทยมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ได้ประกาศใช้แล้ว แล้วร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ประกาศใช้ใหม่หลายครั้ง หลายคราว เป็นปรากฏการณ์สะท้อนถึงการแย่งชิงอำนาจ สลายอำนาจ และสืบทอดอำนาจ นัยสำคัญ คือ การเลิกรัฐธรรมนูญ มักเกิดขึ้นจากการกระทำปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง ยกเลิกสภา แล้วจัดการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ในนามคณะของตน จัดตั้งรัฐบาลของตน สภาของตน เพื่อดำรงอำนาจบริหารประเทศ เหตุจากการเลิก หรือฉีกรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจการปกครองบ่อยครั้ง ทำให้ศักดิ์ศรี ความเชื่อมั่น ความศรัทธาต่อรัฐธรรมนูญ และต่อระบบรัฐสภาได้เสื่อมถอยอย่างน่าเสียดาย ศักดิ์ และอำนาจของหัวหน้าคณะปฏิวัติบางครั้งจะสูงกว่ารัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม นอกจากเป็นวันรำลึกถึงเจตนารมณ์แห่งการโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว จะเป็นวันที่ต้องไว้อาลัยการสูญเสียศักดิ์ศรีของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอีกด้วย
อีกประเด็นหนึ่ง ในมาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา บริหาร ทางคณะรัฐมนตรี ตุลาการทางศาล ซึ่งหมายถึงเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของประเทศ มี 3 องค์กร คือ รัฐสภา รัฐบาล และศาล รัฐสภาโดยหลักการต้องเป็นองค์กรของสมาชิกอันเป็นตัวแทนของประชาชน เป็นสถาบันทางการเมืองหลักของประเทศ รัฐสภา มีหน้าที่กำหนด ออกกฎเกณฑ์ กฎหมายให้ประชาชนใช้ร่วมกัน ให้รัฐบาลนำไปบริหารประเทศ และศาลใช้เป็นหลักเกณฑ์พิจารณาตัดสินคดี แต่ข้อเท็จจริงแล้ว กฎหมายที่ผ่านมาจึงมักเป็นการเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ มากกว่าพิทักษ์อำนาจของประชาชน เชื่อว่านี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน หนี้สิน และปัญหาสังคม ยาเสพติด และอื่น ๆ ตามมา หรือแม้แต่การตีความให้ความเห็นข้อกฎหมาย เพื่อใช้ประกอบการอ้างอิง ยังต้องใช้คณะกรรมการกฤษฎีกา หรือใช้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่รัฐบาลเป็นฝ่ายจัดตั้งขึ้น ไม่ทางตรงก็โดยทางอ้อม มิได้ใช้องค์กรของรัฐสภาที่เป็นฝ่ายผลิตกฎหมาย

วันนี้เป็นวันรัฐธรรมนูญ นอกจากจะเป็นวันรำลึกถึงรัฐธรรมนูญ หรือวันอาลัยรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว ควรจะเป็นวันรำลึกถึงความสำคัญของรัฐสภาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยย่อมคู่กับศักดิ์และเกียรติการดำรงอยู่ของรัฐสภาเสมอ สถานะทางการเมืองรัฐสภาปัจจุบันยังดำรงอยู่ประหนึ่งว่าเป็นส่วนราชการหนึ่งของรัฐบาล ต้องใช้งบประมาณตามที่รัฐบาลกำหนด ใช้ระบบระเบียบอ้างอิงของรัฐบาล รัฐสภาอยู่ในสภาพเป็นสภาของส่วนราชการมากกว่าเป็นสภาขององค์กรสมาชิก หรือของประชาชน จึงเห็นว่าวันนี้น่าจะ เป็นวันที่เราต้องช่วยกันคิดว่า ถึงเวลาที่จะสถาปนารัฐสภาให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนไทย ที่มีศักดิ์ศรี มีภารกิจที่สร้างความสมดุลระหว่างองค์กรอำนาจ พิทักษ์รับรองสิทธิเสรีภาพของบุคคล องค์การทางการเมืองของประชาชน และดำรงความยุติธรรม ภายใต้หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถึงเวลาจะต้องแก้ไข ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารของรัฐสภา เปลี่ยนแปลงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับกันใหม่ รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้คุ้มครองความเสมอภาคแห่งสังคมพหุวัฒนธรรมให้มากยิ่งขึ้น โดยปราศจากความขัดแย้ง แบ่งแยก และสุดท้ายสำหรับวันนี้ มีอีกกรณีหนึ่งที่ควรรำลึกถึง คือ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ที่ขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญบทบัญญัตินั้น หรือการกระทำนั้น เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ แต่ข้อสงสัยที่ควรระลึกถึง มีอยู่ว่าโดยหลักการแล้ว การใช้อำนาจด้วยกำลังอาวุธ ปืน ทำการปฏิวัติรัฐประหาร กำหนดกฎเกณฑ์ บังคับใช้กับประชาชนก็ดี การใช้อำนาจตัดสินคดี โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ศาล ก็ดี เป็นสิ่งที่ละเมิดวัฒนธรรม จริยธรรม และรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น แต่การกระทำด้วยวิธีการเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเคยชิน กลายเป็นวัฒนธรรม การปกครองของไทย โดยไม่มีความผิดใด ๆ ข้อกังขาและการกระทำดังกล่าวนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ที่ทำให้รัฐธรรมนูญไร้ศักดิ์ศรี รัฐสภาไทยไร้เกียรติ อำนาจของประชาชนถดถอย วัฒนธรรม จริยธรรม แห่งระบอบประชาธิปไตยถูกละเลย รัฐธรรมนูญเป็นเพียงกระดาษ เท่ากับว่าอำนาจอธิปไตยของประชาชนไม่ได้มีอยู่จริง
วันที่ 10 ธันวาคม ปีนี้ ขอให้เป็นวันรัฐธรรมนูญแห่งความหวังใหม่ ของประชาชนและของเราทุกคน เป็นวันสถาปนาระบบรัฐสภาให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน และระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ที่จะต้องช่วยพิทักษ์สิทธิความเป็นมนุษยชาติ เป็นวันสันติภาพ อิสรภาพ เสรีภาพของการอยู่ร่วมกัน หวังว่าการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ จะช่วยลดบรรยากาศของความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกัน โดยให้กลไกของระบบรัฐสภาให้มีภารกิจคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างสมดุลระหว่างอำนาจรัฐกับประชาชน สามารถพัฒนาอำนาจอธิปไตยของประชาชน ไม่ตกอยู่ในอำนาจของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ ตามพระประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประทานไว้ก่อนที่ท่านจะสละราชสมบัติ ทั้งนี้ คำกล่าวของตนในวันนี้ ไม่ใช่ข้อยุติ แต่เป็นการเสนอความคิดของบุคคลหนึ่ง เพื่อเชิญชวนให้ท่านทั้งหลายได้พูด คิด และถกเถียงกันต่อไป และขอขอบคุณทุกท่าน ทุกฝ่าย ที่ร่วมจัดงาน ร่วมเป็นเกียรติ ร่วมกิจกรรมทุก ๆ ด้าน ในนามของรัฐสภาขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดี ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งของรัฐสภา และขอเปิดงานวันรัฐธรรมนูญ ณ บัดนี้

สำหรับการจัดงานวันรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐสภาได้จัดขึ้น และเป็นการรื้อฟื้นการจัดงานเฉลิมฉลองวันรัฐธรรมนูญขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ไม่มีการจัดมาตั้งแต่ ปี 2500 เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจในรัฐธรรมนูญ และตระหนักถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ รวมถึงการจัดงานในครั้งนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยมีการเปิดใช้พื้นที่ ณ ลานประชาชน เป็นครั้งแรกในวันนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย ได้เข้ามาใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้รัฐสภายึดโยงกับประชาชน และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเมืองไทยในระบบรัฐสภา ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน และร่วมกันพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนั้นแล้วการจัดงานในวันนี้ถือเป็นก้าวย่างของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งวันที่ 10 ธันวาคม นอกจากจะเป็นวันรัฐธรรมนูญของคนไทยแล้ว ยังเป็นอีกวันที่มีความสำคัญ คือ “วันสิทธิมนุษยชนสากล” 

ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า “มนุษย์ทั้งปวง เกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรี และสิทธิต่างในตนมีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วยจิตวิญญาณแห่งภราดรภาพ” อันสอดคล้องกับรากฐานแนวคิดของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติ และรับรองไว้เช่นเดียวกัน สำหรับกิจกรรมภายในงานวันรัฐธรรมนูญประจำปี 2566 มีต้นแบบจากการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันรัฐธรรมนูญในอดีต โดยประกอบด้วย กิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ การเสวนาว่าด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การจัดแสดงนิทรรศการทางวิชาการ การแสดงดนตรี การออกร้านจำหน่ายสินค้า การออกบูทขององค์กรภาคีเครือข่าย และการประกวดภาพวาดภาพถ่ายในหัวข้อ “รัฐสภาในมุมมองของประชาชน”

ADVERTISEMENT

“ที่ปรึกษา กมธ.วุฒิฯ”เปิดโครงการวันหยุด ปันสุข ปักหมุด วังน้ำเขียว กิจกรรม “คลายหนาว สร้างสัมพันธ์ CSR”

“ที่ปรึกษา กมธ.วุฒิฯ”เปิดโครงการวันหยุด ปันสุข ปักหมุด วังน้ำเขียว กิจกรรม “คลายหนาว สร้างสัมพันธ์ CSR”

“ที่ปรึกษา กมธ.วุฒิฯ”เปิดโครงการวันหยุด ปันสุข ปักหมุด วังน้ำเขียว กิจกรรม “คลายหนาว สร้างสัมพันธ์ CSR”

ณ โรงเรียนบ้านคลองบง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ ที่ปรึกษาประจำคณะ กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาชมรมช่างภาพการเมือง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันหยุด ปันสุข ปักหมุด วังน้ำเขียว กิจกรรม “คลายหนาว สร้างสัมพันธ์ CSR” โดยมี นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมช่างภาพการเมือง กล่าวรายงาน

โอกาสนี้ ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ ได้กล่าวให้โอวาทแก่เด็ก ๆ ว่า เด็กและเยาวชนคือทรัพยากรบุคคลที่เป็นความหวังและเป็นพลังสำคัญของประเทศในอนาคต ที่จะเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า จะต้องรับช่วงภารกิจในการรักษาบ้านเมืองและพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าต่อไป การที่ชมรมช่างภาพการเมืองร่วมกับเครือข่ายจิตอาสารัฐสภา ฯ ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น นับเป็นโครงการที่ดีมาก และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ทั้งผู้ที่มาร่วมโครงการในวันนี้และผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ได้สนับสนุนโครงการดังกล่าว

สำหรับโครงการดังกล่าว ชมรมช่างภาพการเมือง ร่วมกับเครือข่ายจิตอาสารัฐสภา ทำดีตามรอยพ่อ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์การกีฬา และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านคลองบง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน โดยมี นางฤทัยทิพย์ ศรีวิไล รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน บ้านคลองบง และนายพงษ์ศักดิ์ อันทิม อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นตัวแทนรับมอบ
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมวกนิรภัยจากมูลนิธิให้แก่เด็ก ๆ เพื่อเป็นการรณรงค์ในการสร้างจิตสำนึกให้เด็ก ๆ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน สร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างวินัยจราจรสู่ความปลอดภัยทางถนน
และปลูกฝังให้เกิดความเคยชินตั้งแต่วัยเด็ก รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ปกครองเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และรณรงค์ให้เด็ก ๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดย น.ส.จิราพร ประจันนวล หรือ ครูติ๊ก ครูฝึกสอนออกกำลังกาย (เทรนเนอร์) ได้นำเด็กนักเรียนออกกำลังกายด้วยการใช้กระบอกน้ำ ในท่าการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ และสนุกสนาน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีให้แก่เด็ก ๆ ตลอดจนได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ไอศกรีม และขนมต่าง ๆ อีกด้วย

ในการนี้ ได้มีผู้ใหญ่ใจดีร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมมากมาย อาทิ นายปริวรรตน์ คณากัมพลสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด สนับสนุนเครื่องดื่มผลไม้ น.ส.ปนัดดา เจริญกิจ ผู้จัดการแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์และประกันคุณภาพ บริษัท นำเชา (ประเทศไทย) จำกัด มอบอุปกรณ์กีฬา และขนมขบเคี้ยวชินมัย พร้อมด้วยบะหมี่สำเร็จรูป ชมรมทีเคเพื่อนบัวทองแบดมินตัน ศิษย์เก่าโรงเรียนภักดีนรเศรษฐและโรงเรียนวัดหนองจอก รุ่น 22 นายสมศักดิ์ พัฒนกิตติชัย และครอบครัวพัฒนกิตติชัย สนับสนุนทุนอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กนักเรียน น.ส.วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป มูลนิธิเมาไม่ขับ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ตลอดจนสมาชิกชมรมฯ และครอบครัว

ADVERTISEMENT

“กองทัพเรือ ร่วมกับ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์

“กองทัพเรือ ร่วมกับ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”

“กองทัพเรือ ร่วมกับ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์

วันที่ 14 ธ.ค.66 ระหว่างเวลา 18.00 – 19.30 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ คุณกีรตา  พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล สมาคมภริยาทหารเรือตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชนร่วมในพิธี ประมาณ 300 คน ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุม กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ กองทัพเรือร่วมกับวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

โดยกองทัพเรือ ได้ขอพระราชทานผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ถวายแด่พระราชวัชรสุทธิวงศ์ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ และนำเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระกุศล

พิธีเจริญพระพุทธมนต์

กองทัพเรือ

กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

ADVERTISEMENT

“THAI FIGHT” ผงาดแดนมังกรชูนโยบาย “THAI SPIRIT”ทำ MOU บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน

“THAI FIGHT” ผงาดแดนมังกรชูนโยบาย “THAI SPIRIT”ทำ MOU บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน

“THAI FIGHT” ผงาดแดนมังกร
ชูนโยบาย “THAI SPIRIT”ทำ MOU บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ปูพรมเตรียมสร้างยิม THAI FIGHT สุดยิ่งใหญ่ 10,000 ยิม ภายใน 5 ปี

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2566 “THAI FIGHT” โดย ดร. นพพร วาทิน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร และ United Vansen Sports Management Co., Ltd โดย Mr. William Wu ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ลงนามความร่วมมือเชิงธุรกิจ โดยมี นางจิราพร สุดานิช กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยการประสานงานจาก นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร และนายฉัตรชัย เล่งอี้ประธานและรองประธาน คณะอนุกรรมการหอการค้าแห่งประเทศไทยด้านค้าชายแดนด้านจีนตอนใต้

THAI FIGHT” เป็นบริษัทจัดการแข่งขันมวยไทยอาชีพระดับโลกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนโยบายหลักของบริษัทคือ “THAI SPIRIT” บ่งบอกความเป็นไทย และคนไทยเท่านั้น ที่จะทำได้ดีที่สุด เพราะมันคือจิตวิญญาณของคนไทย และ United Vansen Sports Management Co., Ltd เป็นบริษัทบริหารจัดการกีฬาชั้นนำอันดับต้น ๆ ของประเทศจีน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงปักกิ่ง ทั้งสองพันธมิตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์แบบครบวงจรอย่างเป็นทางการ โดย “THAI FIGHT” ตกลงร่วมมือกับบริษัท “United Vansen” แต่เพียงผู้เดียว 

เพื่อร่วมกันส่งเสริมอุตสาหกรรมมวยไทยเข้าสู่ จีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงการจัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลกในประเทศจีน พร้อมดำเนินการเปิดยิมมวยไทยทั่วประเทศจีน เพื่อฝึกอบรมตลอดจนปลูกฝังและคัดเลือกนักมวยไทยมืออาชีพที่เป็นชาวจีน รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่สนใจออกกำลังกายด้วยวิชามวยไทย ที่จะส่งผลให้ได้ทั้งเรื่องสุขภาพและศิลปะการป้องกันตัวอีกด้วย โดยตั้งเป้าจะเปิดยิมมวยไทย 10,000 ยิมภายในเวลา 5 ปี ซึ่ง Mr. William ได้กล่าวตอกย้ำด้วยความมั่นใจว่าเวลา 5 ปี ได้หลายหมื่นยิมแน่นอน

โดยในเวลาเดียวกันทั้งสองฝ่ายวางแผนที่จะผลักดันด้านลิขสิทธิ์กีฬา สื่อบันเทิงกีฬา รวมไปถึงอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์กีฬาต่าง ๆ ที่มีคุณภาพของประเทศไทย เครื่องดื่มชูกำลัง นอกจากนี้ยังเปิดตัวโครงการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจีน – ไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาในเชิงลึกของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัฒนธรรม กีฬา การท่องเที่ยว และด้านอื่น ๆ
หลังจากพิธีลงนามทั้งสองฝ่ายยังได้หารือและวางแผนในเชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านการจัดการแข่งขัน พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกีฬา และกีฬาเพื่อสุขภาพอย่างละเอียด
ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
อุมา จงสิริวิทยา (น้อง) โทร.081-899-5395
สุรีรัตน์ ปานพรม (รัตน์) โทร.085-058-9777

ADVERTISEMENT

พิธีเปิดร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 เวลา 11.00 น. มีพิธีตัดริบบิ้นเปิดร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ ถนนวัฒนธรรม โดย ดร.ประสงค์ เบญจวรรธรรม นายกสมาคมธุรกิจการค้าไทย-อาเซียน ได้เชิญแขกวีไอพีหลายท่านมาร่วมเป็นประธานเปิดงาน อาทิ นายสมคิด เชื้อคง เลขานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข, นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกระทรวงพาณิชย์การค้าระหว่างประเทศ, พลตรีหม่อมราชวงศ์วัยวัฒน์ จักรพันธุ์, ดร.จำนงค์ ไชยมงคล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, หม่อมราชวงศ์บวรฉัตร ฉัตรชัย, หม่อมราชวงศ์จิราภัทร์ (ชุมพล) นีลวัฒนานนท์ และหม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช

ส่วนพิธีเจิมตาสิงโต โดย นายประสพพร จันทนบุบผา เลขานุการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ศ.ดร.วีรชิต วีระคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญาภานุพันธ์

งานพิธีประกอบด้วย ช่วงเช้า พิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และพิธีเจิมประตูทางเข้าร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จพิธิ โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมในงานอย่างคับคั่งและอบอุ่นเป็นกันเอง และร่วมรับประทานอาหารลิ้มรสอาหารเนื้อแพะที่อร่อยเลิศรส

สูตรน้ำซุปเปรี้ยวจากกุ้ยโจ้ว ซุปขาวกระดูกแพะ เน้นเมนูเนื้อแพะ ผัด-ตุ๋นน้ำแดง เนื้อแพะสไลด์ เครื่องใน ตับแพะ เมนูเนื้อแพะย่าง ย่างเป็นตัว ย่างเป็นชิ้น ขาแพะย่างจิ้มกับน้ำจิ้มหม่าล่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแพะ เมนูแบบซาบู เมนูอาหารจานเดียว อาหารตามสั่ง เมนูอื่น เช่น เต้าหู้ คอหมู สันคอ ผักตามฤดูกาล อาหารสดใหม่ทุกวัน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. วันศุกร์-เสาร์ 10.00-03.00 น.

ร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ ตั้งอยู่ที่ถนนวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง เยื้องทางเข้าสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท. กรุงเทพฯ เส้นทางมาที่ร้าน ถ้ามาทางถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามเก้า ถึงแยกศูนย์วัฒนธรรม เลี้ยวเข้าถนนเทียนร่วมมิตร-ถนนวัฒนธรรม ร้านอยู่ขวามือ

สำรองโต๊ะล่วงหน้า โทร. 062-8076666
(เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รสชาติดี ต้องจองเนื้อแกะย่างและขาแกะย่างล่วงหน้า 3 ชั่วโมง และเนื้อแกะย่างทั้งตัวต้องจองล่วงหน้า 5 ชั่วโมง)

ร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ เป็นร้านที่ ดร.ประสงค์ เบญจวรรธรรม นายกสมาคมธุรกิจการค้าไทย-อาเซียน ช่วยลูกชาย (ดร.ชิวเชียน นายกสมาคมสุขภาพไทยจีน) บริหารงาน

ADVERTISEMENT

พิธีเปิดร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 เวลา 11.00 น. มีพิธีตัดริบบิ้นเปิดร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ ถนนวัฒนธรรม โดย ดร.ประสงค์ เบญจวรรธรรม นายกสมาคมธุรกิจการค้าไทย-อาเซียน ได้เชิญแขกวีไอพีหลายท่านมาร่วมเป็นประธานเปิดงาน อาทิ นายสมคิด เชื้อคง เลขานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข, นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกระทรวงพาณิชย์การค้าระหว่างประเทศ, พลตรีหม่อมราชวงศ์วัยวัฒน์ จักรพันธุ์, ดร.จำนงค์ ไชยมงคล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, หม่อมราชวงศ์บวรฉัตร ฉัตรชัย, หม่อมราชวงศ์จิราภัทร์ (ชุมพล) นีลวัฒนานนท์ และหม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช

ส่วนพิธีเจิมตาสิงโต โดย นายประสพพร จันทนบุบผา เลขานุการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ศ.ดร.วีรชิต วีระคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญาภานุพันธ์

งานพิธีประกอบด้วย ช่วงเช้า พิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และพิธีเจิมประตูทางเข้าร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จพิธิ โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมในงานอย่างคับคั่งและอบอุ่นเป็นกันเอง และร่วมรับประทานอาหารลิ้มรสอาหารเนื้อแพะที่อร่อยเลิศรส

สูตรน้ำซุปเปรี้ยวจากกุ้ยโจ้ว ซุปขาวกระดูกแพะ เน้นเมนูเนื้อแพะ ผัด-ตุ๋นน้ำแดง เนื้อแพะสไลด์ เครื่องใน ตับแพะ เมนูเนื้อแพะย่าง ย่างเป็นตัว ย่างเป็นชิ้น ขาแพะย่างจิ้มกับน้ำจิ้มหม่าล่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแพะ เมนูแบบซาบู เมนูอาหารจานเดียว อาหารตามสั่ง เมนูอื่น เช่น เต้าหู้ คอหมู สันคอ ผักตามฤดูกาล อาหารสดใหม่ทุกวัน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. วันศุกร์-เสาร์ 10.00-03.00 น.

ร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ ตั้งอยู่ที่ถนนวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง เยื้องทางเข้าสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท. กรุงเทพฯ เส้นทางมาที่ร้าน ถ้ามาทางถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามเก้า ถึงแยกศูนย์วัฒนธรรม เลี้ยวเข้าถนนเทียนร่วมมิตร-ถนนวัฒนธรรม ร้านอยู่ขวามือ

สำรองโต๊ะล่วงหน้า โทร. 062-8076666
(เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รสชาติดี ต้องจองเนื้อแกะย่างและขาแกะย่างล่วงหน้า 3 ชั่วโมง และเนื้อแกะย่างทั้งตัวต้องจองล่วงหน้า 5 ชั่วโมง)

ร้านอาหารเนื้อแพะจู้เสียนเก๋อ เป็นร้านที่ ดร.ประสงค์ เบญจวรรธรรม นายกสมาคมธุรกิจการค้าไทย-อาเซียน ช่วยลูกชาย (ดร.ชิวเชียน นายกสมาคมสุขภาพไทยจีน) บริหารงาน

ADVERTISEMENT

ดิเอมเมอรัลด์รับรางวัลประหยัดพลังงานดีเด่น

ดิเอมเมอรัลด์รับรางวัลประหยัดพลังงานดีเด่น

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานมอบโล่รางวัล “สถานประกอบการที่มีผลการประหยัดพลังงานดีเด่น ประเภทอาคารควบคุมกลุ่มโรงแรม” ในงานครบรอบ 20 ปี อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ สู่ปีแห่งคน เครื่องจักรและระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้กับโรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โดยมี สมบัติ บุญช่วย หัวหน้าวิศวกร เป็นตัวแทนรับมอบ ณ อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันก่อน

ADVERTISEMENT

“นางฟ้านักปั่น” สู่ “นางฟ้าติดสปีด” หวานหวาน อรุณณภา ก้าวข้ามพิกัดความเร็ว พัก”จักรยาน” บินร่วมงานครบรอบ 60 ปีปอร์เช่

“นางฟ้านักปั่น” สู่ “นางฟ้าติดสปีด” หวานหวาน อรุณณภา ก้าวข้ามพิกัดความเร็ว พัก”จักรยาน” บินร่วมงานครบรอบ 60 ปีปอร์เช่

“นางฟ้านักปั่น” สู่ “นางฟ้าติดสปีด” หวานหวาน อรุณณภา ก้าวข้ามพิกัดความเร็ว พัก”จักรยาน” บินร่วมงานครบรอบ 60 ปีปอร์เช่ 911ซิ่งม้าเหล็กในตำนานตะลุยยุโรป ซิ่งทะลุ 250 กม./ชม.

“หวานหวาน” อรุณณภา พาณิชจรูญ ก้าวข้ามพิกัดความเร็ว ขอพักฉายา “นางฟ้านักปั่น” ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการนักปั่นจักรยานเมืองไทย ก้าวสู่การเป็น “นางฟ้าติดสปีด” เมื่อ หวานหวาน ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Gipfel TREFFEN ซึ่งก็คืองาน Birthday RoadTrip 3 วัน 3 ประเทศ ฉลองครบรอบ 60ปี ของรถปอร์เช่ รุ่น 911 โดยมีประเทศต้นกำเนิดแบรนด์อย่างประเทศเยอรมัน เป็นผู้จัดงาน

โดยในงานนี้ ปอร์เช่ ได้เชิญกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์มาร่วมทริป และ หวานหวาน อรุณณภา ก็เป็นหนึ่งในคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการเชิญเข้าร่วมงาน โดยบรรยากาศภายในงานได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน กับคนรักปอร์เช่จากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึง ที่มาร่วมพบปะพูดคุยด้วย
และไฮไลท์สุดพิเศษของงาน คือการจัดทริป Birthday RoadTrip 3 วัน 3 ประเทศ ฉลองครบรอบ 60 ปี ของรถ ปอร์เช่ รุ่น 911 โดย หวานหวาน อรุณณภา ได้ขับ Porsche 911 CarreraS สีส้ม ซึ่งในงานทั้งสามวันนี้ หวานหวาน มีพาหนะคู่ใจเป็น ปอร์เช่ ม้าเหล็กในตำนาน เพื่อใช้ขับซิ่งผ่าน 3 ประเทศ เยอรมัน – ออสเตรีย – อิตาลี ด้วยระยะทางในการเดินทาง กว่า 1000 กิโลเมตร โดยทริปนี้ต้องขับผ่านเทือกเขามรดกโลก “DOLOMITES” ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศอิตาลี ได้รับการยกย่องให้เป็นเทือกเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้ประลองความเร็วทะลุไมล์ ที่ถนนออโตบาห์น Autobahn ถนนสายแรงไม่จำกัดสปีด เร่งได้ถ้าใจถึง

“หวานได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Gipfel TREFFEN ซึ่งก็คืองาน Birthday RoadTrip 3 วัน 3 ประเทศ เพื่อฉลองครบรอบ 60ปี ของรถปอร์เช่ รุ่น 911 โดยงานจัดที่ประเทศเยอรมันซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของปอร์เช่ ต้องบอกเลยว่าดีใจมากๆที่เราเป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าร่วมงานนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ หวานจะมีคนรู้จักและให้ฉายาหวานว่าเป็น นางฟ้านักปั่น เพราะหวานจะมีภาพลักษณ์ที่คุ้นตาว่าเป็นคนชอบขี่จักรยาน และเป็นตัวแทนในฐานะคนรักจักรยานในหลายๆงานที่จัดขึ้น แต่จริงๆแล้วลึกๆนั้น หวานเป็นคนที่ชอบอะไรที่มีการขับเคลื่อนบนล้อมากๆ ทั้งจักรยาน มอเตอร์ไซด์ หรือรถทุกประเภท โดยในช่วงปีที่ผ่านมา หลายๆครั้งที่หวานหวานได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับปอร์เช่ในประเทศไทย จนคนวงในรู้กันว่าหวานหวาน น่าจะกำลังก้าวข้ามแค่นักปั่นจักรยานในเร็วๆนี้แน่นอน และครั้งนี้หวานก็ปลื้มสุดๆ ที่ ได้รับเกียรติถูกเชิญไปร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ต้องบอกว่าการไปร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่ามากๆ เราได้เห็นวิวัฒนาการของรถปอร์เช่ ที่เราชอบ อย่างรุ่นที่จัดคือ ปอร์เช่ 911 ที่เขาฉลองครบรอบเป็นปีที่ 60 แล้ว แต่เขายังสวยงามและทันสมัยสุดๆ ในงานนี้นอกจากเราได้พบปะพูดคุยกับคนรักความเร็วจากทั่วโลก รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองของเรากับผู้บริหารระดับสูงของปอร์เช่ด้วยแล้ว เรายังได้มีโอกาสร่วมทริป 3 วัน 3 ประเทศ ต้องขับปอร์เช่ 911 ผ่าน 3 ประเทศ เยอรมัน – ออสเตรีย – อิตาลี ด้วยระยะทาง กว่า 1,000 กิโลเมตร ได้ขับรถผ่าน ขึ้น เทือกเขามรดกโลก “DOLOMITES” ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศอิตาลี ได้รับการยกย่องให้เป็นเทือกเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และที่สำคัญสุด ตอนผ่านไปที่ประเทศเยอรมัน หวานได้ไปท้าความกล้าของตัวเอง โดยได้ ขับรถPorsche 911 CarreraS ไปซิ่งที่ถนนออโตบาห์น Autobahn ถนนสายแรงที่ไม่จำกัดสปีด เร่งได้ถ้าใจถึง เป็นถนนในฝันของคนรักความเร็วทุกคน ที่อยากเข้าไปเหยียบคันเร่ง ท้าความเร็ว ทะลุไมล์ ทะลุความกลัวในจิตใจว่าใครจะเหยียบได้เร็วที่สุดแค่ไหน เพราะเขาสร้างให้ถนนเส้นนี้มีทัศนวิสัยพี่พร้อมจนสามารถทำความเร็วได้เท่าที่เราต้องการ โดยหวานก็เหยียบคันเร่งทำความเร็วได้ถึง 250 กม./ชม. เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ยอมรับว่าตื่นเต้นที่สุด และตอนนี้หวานก็เลยขอก้าวข้ามจาก นางฟ้านักปั่น เป็น “นางฟ้าติดสปีด” จากงานนี้นะคะ จากประสบการณ์ล้ำค่า ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้นและว้าวมากๆในครั้งนี้ หวานเลยอยากนำประสบการณ์นี้มาฝากทุกๆคนให้ได้สัมผัสการเดินทางร่วมไปกับหวานโดยหวานได้นำไปลงในช่องยูทูป 

Sweetvarnvarn สามารถเข้าไปชมได้เลยนะคะ หวานขอฝากช่องเพื่อเข้าไปรับชมและติดตาม เพื่อพบเรื่องราวดีๆและเป็นกำลังใจให้หวานด้วยนะคะ” สาวหวานแต่ใจแกร่งอย่าง หวานหวาน อรุณณภา กล่าว
​ติดตามประสบการณ์สุดว้าวของ หวานหวาน อรุณณภา พาณิชจรูญ ในการไปร่วมงานของ Gipfel TREFFEN (Birthday RoadTrip) 3 วัน 3 ประเทศ ฉลองครบรอบ 60ปี ของรถปอร์เช่ รุ่น 911 ได้ที่
https://youtu.be/_2A8WMnI_0A?si=8KjJzZpsmn4cTLQN
SweetVarnvarn Youtube Channel
SweetVarnvarn Instagram
SweetVarnvarn Facebook Fanpage
SweetVarnvarn TikTok

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
อุมา จงสิริวิทยา (พี่น้อง)
โทร.081-8995395

ADVERTISEMENT

“อลังการ” งานพัทลุงสามัคคีครั้งที่ 62 “ชวน หลีกภัย” เป็นประธานเปิดงาน

“อลังการ” งานพัทลุงสามัคคีครั้งที่ 62 “ชวน หลีกภัย” เป็นประธานเปิดงาน

ควันหลงงาน “พัทลุงสามัคคีครั้งที่ 62” ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนน กาญจนาภิเษก พุทธมณฑล จัดยิ่งใหญ่เต็มคาราเบล มีพี่น้องชาวพัทลุงในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมงานหนาแน่นเหมือนทุกปี

ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดงาน, มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลคนดีศรีพัทลุง ร่วมพบปะพี่น้อง ที่มาร่วมงาน และรับประทานอาหารร่วมกัน
บรรยากาศชื่นมื่นตระการตาด้วยสีแสง เสียง ภาคบันเทิงหรรษาเต็มที่ เมื่อ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา

ADVERTISEMENT