“ไชยา” เดินหน้าผลักดันผลไม้ไทย จับมือ “แพลททินัม ฟรุ๊ต” เปิดตลาดส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยม ตอกย้ำผู้นำอาเซียน

“ไชยา” เดินหน้าผลักดันผลไม้ไทย จับมือ “แพลททินัม ฟรุ๊ต” เปิดตลาดส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยม ตอกย้ำผู้นำอาเซียน

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ผู้นำด้านการส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยมชั้นนำของประเทศไทย โดยมี ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัยประธานกรรมการ นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางชมชนก เอี่ยมสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด และบริษัทในเครือร่วมให้การต้อนรับ โดย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์และเจิมป้ายบริษัทเพื่อเป็นสิริมงคล

นายไชยา เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมภาคการเกษตร ภายใต้หลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อจะช่วยพัฒนาให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่กัน ทั้งภาคผู้ส่งออกและเกษตรกรชาวไทย โดยภาคธุรกิจส่งออกถือว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งสำหรับการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตรไทยในการช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเกษตรกรให้สามารถพัฒนาผลผลิตที่ตอบโจทย์ตรงตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันสินค้าเกษตรก้าวไปสู่การเป็นสินค้าในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูง สินค้าเกษตรไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ ชาวต่างชาติมีความนิยมชื่นชอบผลไม้ไทย เนื่องจากจุดเด่นของผลไม้ไทยในด้านรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตร อันดับ 1 ของอาเซียนและเป็นอันดับ 9 ของโลก มูลค่ารวมปีละกว่า 8.5 แสนล้านบาท

“ผลไม้ไทย โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ถือเป็นสินค้าดาวรุ่งที่กำลังเป็นที่นิยมของต่างประเทศ โดยปี 2566 จะมีมูลค่าส่งออกมากกว่า 1 แสนล้านบาท ดังนั้นหากมีการบูรณาการเชื่อมต่อภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เชื่อได้ว่าผลไม้ไทยจะสามารถขยายการส่งออกไปทั่วโลกได้มากกว่านี้แน่นอน”
นายไชยา กล่าวเสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้สินค้าเกษตรของไทยประสบความสำเร็จ จะต้องพึ่งพาการขับเคลื่อนและการประสานความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ ส่วนแรก นโยบายภาครัฐ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางกรอบนโยบายโดยต้องการผลักดันการเพิ่มรายได้เกษตรกร ด้วยหลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ส่วนที่สอง คือ เกษตรกร จะต้องคงคุณภาพและปริมาณผลผลิตให้เหมาะสมตามความต้องการของตลาด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะช่วยสนับสนุน ด้วยการจัดอบรมพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้ให้กับเกษตรกรอย่างจริงจัง

ส่วนที่สาม คือ ผู้ส่งออก ที่ต้องรับซื้อผลผลิตในราคาเหมาะสม เป็นธรรม และมีนวัตกรรม โดยในส่วนบริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทยที่ตอบโจทย์แนวนโยบายกระทรวงฯ เพราะด้วยปริมาณส่งออกเฉลี่ยกว่า 18,000 ตันต่อปี และทำรายได้ปีล่าสุดถึง 5,200 ล้านบาท จึงมีส่วนช่วยเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ ให้ชาวสวนผลไม้ของไทยจำนวนมาก ปัจจุบันสามารถส่งออก “ทุเรียน” ไปทั่วโลกโดยเฉพาะจีนที่ทำตลาดครอบคลุมได้แล้วถึง 4 มณฑล ขณะเดียวกันก็ส่งออก “ลำไย” เป็นอันดับ 1 ในตลาดอินโดนีเซีย รวมทั้งมังคุด และ มะพร้าว ที่ส่งออกในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ด้วยระบบโลจิสติกส์ที่ควบคุมคุณภาพ คงความสดใหม่ของรสชาติ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงนำนวัตกรรมการเพาะปลูกไปปรับใช้ร่วมกับชาวสวน ซึ่งเมื่อคุณภาพผลผลิตดีขึ้นนั่นหมายถึงราคารับซื้อที่เป็นรายได้ทางตรงของชาวสวนจะเพิ่มขึ้นตามมา

อนึ่ง บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด เป็นบริษัทชั้นนำระดับท็อป 5 ของประเทศไทยด้านส่งออกผลไม้สด สามารถดำเนินธุรกิจได้ครบวงจร ตั้งแต่จัดหาสินค้าเกษตรที่มี “คุณภาพ” โดยคัดเลือกจากสวนผลไม้ที่มีมาตรฐาน GAP และ Global GAP รับรอง มีตลาดส่งออกกระจายทั้งในเอเชียและยุโรป ทั้งมีเป้าหมายที่จะนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความเชื่อมั่นทางธุรกิจในตลาดโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ADVERTISEMENT

พช. เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ติดอาวุธวิเคราะห์ตลาดทุน ปรับพอร์ต กบข. สู่เป้าหมาย เกษียณอย่างยั่งยืน

พช. เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ติดอาวุธวิเคราะห์ตลาดทุน ปรับพอร์ต กบข. สู่เป้าหมาย เกษียณอย่างยั่งยืน

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น.

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ปี 2567 โดยอบรมออนไลน์ผ่านระบบ Cisco WebEx Meetings โดยมี นางวิภาวี นิยมสมิต ผู้อำนวยการกลุ่มงานทะเบียนประวัติและสารสนเทศ นายกิตติศักดิ์ พูลนุช นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ เจ้าหน้าที่โครงการฯ พร้อมด้วย นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน กบข. ทั้ง 76 จังหวัด จำนวน 76 ราย และ สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ที่สนใจทั่วประเทศ เข้าร่วมฯ ณ ห้อง War room ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน

นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า ตามที่กองการเจ้าหน้าที่ในฐานะหน่วยงานในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีภารกิจและบทบาทในการบริหารและพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยรับผิดชอบงานด้าน การเกษียณอายุ บำเหน็จบำนาญ สิทธิทดแทน ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว กองการเจ้าหน้าที่ จึงได้จัดทำโครงการ “โครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี 2567” เพื่อเป็นเวทีสำหรับการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินและการวางแผนการลงทุน และให้ความรู้ในเรื่องของเทคนิคการตั้งเป้าหมายทางการเงิน วินัยด้านการออม การจัดสรรเงินออมตามเป้าหมายที่ต่างกัน และเลือกสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณอายุอย่างมีคุณภาพ และที่สำคัญต้องขอขอบคุณท่านวิทยากร คุณณัฐพล คำถาเครือ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญในโครงการดังกล่าว พร้อมได้เข้ามาส่งเสริม สนับสนุน ในการให้ความรู้ ทั้งคำแนะนำต่างๆ ให้กับสมาชิก กบข. เพื่อให้บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน มีความรู้ด้านการลงทุนและสามารถนำความรู้ด้านตลาดทุน ไปประยุกต์ใช้ในการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นการทวีค่าผลตอบแทนให้กับบุคลากร ให้บรรลุเป้าหมายในวัยเกษียณอายุราชการอย่างยั่งยืน

ด้าน นายกิตติศักดิ์ พูลนุช เจ้าหน้าที่โครงการฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี 2567 เป็นโครงการการอบรมส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ให้กับสมาชิก กบข. ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนทุกคน และเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านงาน กบข. ทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งจะมุ่งเน้นการดำเนินงานและ แนวทางการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง งานด้าน กบข. ในสังกัด อาทิ การลาออก การโอนย้าย การบรรจุกลับ และการเกษียณอายุราชการ เป็นต้น รวมถึงเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ ในการอบรมออนไลน์ ที่เป็นประโยชน์กับบุคลากรภายในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ กองการเจ้าหน้าที่ กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดอบรมออนไลน์ผ่านระบบ Cisco WebEx Meetings ในหัวข้อ เทคนิควิเคราะห์ตลาดทุน อาวุธบริหารพอร์ตลงทุน กบข. โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะทางการเงินให้กับสมาชิก กบข.วางแผนการเงินและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อเตรียมเกษียณอายุราชการ อย่างมีคุณภาพ และเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิก กบข. เลือกเป้าหมายทางการเงินที่หลากหลายสู่วัยเกษียณอายุราชการอย่างมีคุณภาพ ในการนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตลาดทุน ได้แก่ คุณณัฐพล คำถาเครือ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) มาบรรยายสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการวางแผนยุทธ์ในตลาดทุน และนอกจากนี้ในช่วงท้ายยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน อีกด้วย

ภาพ/ข่าว : นายกิตติศักดิ์ พูลนุช ประชาสัมพันธ์ พช.

ADVERTISEMENT

วิทยาลัยการปกครองเสริมเขี้ยวเล็บกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรกำนัน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รุ่นที่ 6 และ รุ่นที่ 7

วิทยาลัยการปกครองเสริมเขี้ยวเล็บกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรกำนัน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รุ่นที่ 6 และ รุ่นที่ 7

วิทยาลัยการปกครองเสริมเขี้ยวเล็บกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รุ่นที่ 6 และ รุ่นที่ 7

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รุ่นที่ 6 และ รุ่นที่ 7 เสริมศักยภาพ และให้ความรู้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยนายสิทธิชัย เทพภูษา อธิการวิทยาลัยการปกครอง บรรยายในหัวข้อ การบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารงบประมาณ และกลไกลประชารัฐ โดยมีนายสุชิน จันทร์ปาน ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม นายพิสิษฐ์ วิระขันคำ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการฝึกอบรม นายมะลิ มานะศิริมัน นักทรัพยากรบุคคล ชำนาญการพิเศษ นายสมชาย ศิริตระกูล นายเรืองฤทธิ์ แบสิ่ว ผู้อำนวยการโครงการฝึกอบรมหลักสูตรกำนันผู้ใหญ่บ้าน รุ่นที่ 6 และรุ่นที่ 7 และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 2 รุ่น จากทั่วประเทศ จำนวน 180 คน เข้ารับฟังการบรรยาย ณ อาคารสำนักอธิการ ชั้น 4 วิทยาลัยการปกครอง เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาและการให้บริการประชาชน สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ และเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนงานของอำเภอ จังหวัด ส่วนราชการต่างๆ สำหรับให้บริการและช่วยเหลือบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

โดยนายสิทธิชัย เทพภูษา อธิการวิทยาลัยการปกครอง กล่าวว่า การจัดอบรมนี้จะสามารถให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องบทบาท อำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะที่เป็นนักปกครองในพื้นที่ จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในคุณลักษณะของนักปกครองที่ควรเป็นหลายๆด้าน เช่น การทำงานเชิงรุกและมอบหมายงานด้วยหลักเฉลี่ยเกียรติ การเป็นผู้นำ 6 มิติ ไม่ว่าจะเป็น การรู้จริง การทำด้วยใจ การสร้างภาคีเครือข่าย การบูรณาการแผน การให้รางวัล และการถอดบทเรียน อีกทั้งยังต้องประสานพลังระดับพื้นที่ ชุมชน ทั้ง 7 ภาคีเครือข่าย และกลไกลขับเคลื่อนงานสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศตามกลไกล 357 โดยการจัดการฝึกอบรมครั้งนี้ได้มีการเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้และประสบการณ์ในหลากหลายสาขาวิชา มาบรรยายให้ความรู้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มาอบรมจากทั่วประเทศในครั้งนี้ ได้นำความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านและตำบลของตนเองต่อไป 

/// เพชร จุฬา

ADVERTISEMENT

ททท.ร่วมกับสมาคมเรือไทยและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันจัดแถลงข่าวจัดงาน วิจิตรเจ้าพระยา ประจำปี 2566

ททท.ร่วมกับสมาคมเรือไทยและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันจัดแถลงข่าวจัดงาน วิจิตรเจ้าพระยา ประจำปี 2566

วันนี้ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่ห้องไอคอนลักซ์ฮอลล์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม
ททท.ร่วมกับสมาคมเรือไทยและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันจัดแถลงข่าวจัดงาน วิจิตรเจ้าพระยา ประจำปี 2566
ด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนตจัดงาน Vjit Chao Phraya 2023

ในวันที่ 1-31 ธันวาคม 2566 ณ บริเวณสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น สะพานพระราม 8 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ป้อมวิไขยประสิทธิ์ สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า)
ศูนย์การค้ริเวอร์ ซีตี้ แบงค็อก เป็นตัน และการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2024 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567 ณ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัตอรุณราชวรารามราวร มหาวิหาร
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการสร้างสีสันให้กับสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยนวัดกรรม แสง สี เสียง และสื่อผสมที่ทันสมัย ผสมผสานวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสร้างความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงปลายปี
เพื่อเป็นการสร้างงาน 

สร้างรายได้ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากปีที่ผ่านมาการจัตกิจกรรม Vjit Chao Phraya ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง มีผู้ให้ความสนใจเข้าชมงานและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจำนวนมาก เชิญลงชื่อเข้าร่วมการประชุมเพื่อรับฟังรายละเอียดการจัดงาน “วิจิตรเจ้าพระยา” โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้การด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว (ททท.) พร้อมด้วยรองผอ.ททท.ฝ่ายสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมแถลงข่าวกับผู้ประกอบการเรือทองเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยาอาทิเช่น

นายเจริญพร บ.เรือด่วนเจ้าพระยา นายอนุไชย์ บ.เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท
นายขวัญรัตน์ บ.เรือด่วนเจ้าพระยา
นายภูวดี คุนผลิน เรือสำราญเจ้าพระยาครุยส์
นายเจริญทรัพย์ บ.สุภัทร
า โบ๊ท
คุณชณัต บ.สุภัทรา โบ๊ท
7.คุณมาลัย อรัญแล Smile Riverside
นายภูวณัฏฐ์ บ.ดาวมารีน่ายอชต์
คุณจรัสวรรณ”เรือคุณแม่”
นายสุรินทร์ เรือเจ้าพระยาปริ้นส์เซส
คุณนภสร ลำธารทอง ไทยสมายล์โบ๊ท
นายจิรวิทย์ ขันตยานุวงศ์ โครงการเอเชียทีคฯ
นายชวัลวิทย์ ครุฑธาพันธ์ โครงการเอเชียทีคฯ
นายสุธีย์ สุภาพร
นายคงนัท ไทยสมายล์โบ๊ท

ร่วมกันแถลงข่าวในการจัดงาน วิจิตรเจ้าพระยา ประจำปี 2566
ในวันนี้
นำเสนอโดยสำนักข่าว #TourisTNews

ADVERTISEMENT

ฉลอง 31 ปีกับโปรดีดีที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์“พฤศจิกายน” เดือนฉลองครบรอบ 31 ปี

ฉลอง 31 ปีกับโปรดีดีที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์“พฤศจิกายน” เดือนฉลองครบรอบ 31 ปี

ฉลอง 31 ปีกับโปรดีดีที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์
“พฤศจิกายน” เดือนฉลองครบรอบ 31 ปีของ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญมาใช้เวลาแห่งความสุขด้วยกันกับสิทธิพิเศษให้เลือกที่ห้องอาหารต่างๆ ดังนี้

ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ ลูกค้าที่เกิดในเดือนเดียวกันนี้ พาเพื่อนหรือครอบครัวมาฉลองไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นภายในเดือนพฤศจิกายน พิเศษสุดกับ 3 โปรสุดคุ้มให้เลือก

  1. เจ้าของวันเกิดรับส่วนลดทันที 20% เมื่อมาใช้บริการน้อยกว่า 5 ท่าน
  2. เจ้าของวันเกิดทานฟรี!!! เมื่อมาใช้บริการ 5 ท่านขึ้นไป
  3. เจ้าของวันเกิดทานฟรี!!! พร้อมรับฟรีเค้กวันเกิด 1 ปอนด์เมื่อมาใช้บริการ 10 ท่านขึ้นไป
    เพียงจองล่วงหน้าและแสดงบัตรประชาชนในวันเข้าใช้บริการ ก็รับสิทธิ์ส่วนลดได้ทันที (จำกัดท่านละ 1 สิทธิ์เท่านั้น)

ห้องอาหารจีนหยก เพียงใช้บริการเมนูอาหารตามสั่ง ตั้งแต่ 3,331 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับส่วนลดทันที 310 บาท (บุฟเฟต์ติ่มซำและเครื่องดื่มไม่ร่วมรายการ)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองล่วงหน้าที่โทร.0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldhotel

ADVERTISEMENT

ททท.ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนเปิดโครงการ “STGs เที่ยว 4 ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา”ดึง “เจมส์ จิ” ชวนเที่ยวไทยแบบ 4 ดี

ททท.ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนเปิดโครงการ “STGs เที่ยว 4 ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา”ดึง “เจมส์ จิ” ชวนเที่ยวไทยแบบ 4 ดี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เปิดโครงการ “STGs เที่ยว 4 ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา” ดึง “เจมส์ จิรายุ” พรีเซ็นเตอร์ชวนเที่ยวไทยแบบ 4 ดี สิ่งแวดล้อมดี-วัฒนธรรมดี-เศรษฐกิจดี-ชีวิตดี พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม Catch the Butterflies ลุ้นรับ VOUCHER โรงแรม ที่พักจากผู้ประกอบการ STAR ฟรี! และของรางวัลต่าง ๆ กว่า 1,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท ดีเดย์ปล่อย QR Code ผีเสื้อ STGs ในวันที่ 11-19 พ.ย. นี้ พร้อมกันผ่าน Facebook : Amazing Thailand และป้ายโฆษณา LED กว่า 2,000 จอทั่วประเทศ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกประสบวิกฤตปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการสร้างมลภาวะและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเองก็มีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบดังกล่าว ททท.จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลในทุกมิติ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยได้พัฒนาเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ 

Sustainable Tourism Goals: STGs 17 ประการ ต่อยอดจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) โดยได้ดำเนินโครงการ Sustainable Tourism Acceleration Rating (STAR) เพื่อส่งเสริม ผลักดัน และยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้นำ 17 เป้าหมายของ STGs ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ในระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว ประกอบด้วย มิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเร่งยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในครั้งนี้ ททท.จึงได้จัดโครงการ “STGs เที่ยว 4ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง STGs สร้างเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสินค้าและบริการเชิงประสบการณ์สู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรมมุ่งสู่ Smart Tourism พร้อมกระตุ้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวตื่นตัวในการเข้าร่วมโครงการ STAR โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมโครงการ ฯ กว่า 80% ภายในปี 2568

ททท. จะมุ่งสื่อสารโครงการ “STGs เที่ยว 4ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา” แบบบูรณาการ 360 องศา เพื่อสร้างกระแสในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ตั้งแต่สื่อโทรทัศน์-วิทยุ สื่อ Out of Home กว่า 2,000 จอ ในพื้นที่ Prime Area ทั่วประเทศ อาทิ 7-ELEVEN จอ Panoramix หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ จำนวน 104 จอ จอดิจิตอลครอบคลุมพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจทั่วประเทศไทย กว่า 250 จอ สนามบินดอนเมือง 90 จอ สนามบินสุวรรณภูมิ 250 จอ และสนามบินภายในประเทศ 5 แห่ง 127 จอ รวมทั้งนำเสนอการเดินทางสร้างประสบการณ์ Meaningful Experience แบบ STGs ผ่าน Influencer, KOL, Youtuber โดยคาดว่าตลอดโครงการจะสามารถสร้างการรับรู้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว่า 60 ล้านคน-ครั้ง

ในโอกาสเดียวกันนี้ ททท. ยังได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาชุด “STGs เที่ยว4ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา” นำแสดงโดย “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” ตัวแทนของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่จะมาชวนคนไทยทุกคนออกไปเที่ยวเมืองไทยแบบ 4 ดี ได้แก่
สิ่งแวดล้อมดี 😀 ท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แบบ Low Carbon ลดการสร้างขยะ และทำกิจกรรมที่กระทบกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ผู้ประกอบการชุมชนใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายง่าย เพื่อให้เกิด zero waste

วัฒนธรรมดี 😀 เคารพวิถีชุมชนร่วมงานประเพณีท้องถิ่น อวดอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป ผู้ประกอบการชุมชนนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มได้

เศรษฐกิจดี 😀 สนับสนุนสินค้าและบริการในท้องถิ่น เที่ยวเมืองรองเพื่อกระจายรายได้ไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ผู้ประกอบการชุมชนนำของดีท้องถิ่นเป็นจุดขาย มาทำให้เกิดการกระจายรายได้ที่ไม่กระจุก

รวมทั้งยังได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวไทยเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่ผ่านมาตรฐาน STGs จากโครงการ STAR 

ได้แก่ 1) กิจกรรม “CATCH THE STGs BUTTERFLIES” เพียง SCAN QR Code ผีเสื้อ STGs ลุ้นรับ VOUCHER จากผู้ประกอบการ STAR ฟรี! พร้อมรับส่วนลดและของที่ระลึกจาก ททท.อีกมากมายกว่า 1,000 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 2 ล้านบาท โดยจะปล่อย QR Code ผีเสื้อ พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 11-19 พ.ย. นี้ ผ่าน Facebook : Amazing Thailand และป้ายโฆษณา LED กว่า 2,000 จอทั่วประเทศ 2) กิจกรรมประกวดครีเอท VDO Clip ชวนเที่ยวไทยแบบยั่งยืน ในหัวข้อ “เที่ยวแบบ STGs ดีต่อเรา ดีต่อโลก”ทาง TikTok/Reels พร้อมติด hashtag #นักท่องเที่ยว STGs คลิปที่โดนใจ ลุ้นรับเลย VOUCHER จากผู้ประกอบการ STAR ฟรี!
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ FaceBook Fanpage: “Amazing Thailand” หรือร่วมอุดหนุนผู้ประกอบการ STAR ได้ที่ www.tatstar.org

STGsเที่ยว4ดีดีต่อโลกดีต่อเรา

นำเสนอโดยสำนักข่าว #TourisTNews

ADVERTISEMENT

Smile Riverside เรือสำราญดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดที่จะพาล่องไปชมทัศนียภาพแสงสีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

Smile Riverside เรือสำราญดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดที่จะพาล่องไปชมทัศนียภาพแสงสีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

Smile Riverside เรือสำราญดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดที่จะพาล่องไปชมทัศนียภาพแสงสีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ผ่านสถานที่ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น วัดกัลยาณมิตร วัดอรุณราชวราราม วัดพระแก้ว ฯ พระบรมมหาราชวัง และ สะพานพระราม 8 เป็นต้น

ถ่ายรูปวิวสวยๆของสถานที่ต่างๆทั้ง ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติ และขนมหวานหลากหลาย ชมการแสดงต่าง ๆ พร้อมฟังเสียงเพลงและดนตรีเพราะๆ จากนักร้องตลอดการล่องเรือ

คุณณรงค์ อรพิน ฝ่ายบริหารเรือสไมล์ริเวอร์

เรือสไมล์ ริเวอร์ไซด์ จะออกจากท่าเรือไอคอนสยาม ทุกวัน เวลา 19.30 น. ใช้เวลาล่องเรือไปกลับ 2 ชั่วโมงเต็ม
มี น.ส.มาลัย อรัญแล (ป้อม) เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

เรือสไมล์ ริเวอร์ไซด์ เน้นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวโดยจัดเตรียมเสื้อชูชีพไว้ตามโต๊ะต่าง ๆ ทุกจุดเพื่อเตียมความพร้อม

ADVERTISEMENT

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

รัฐบาลเร่งพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เดินหน้าต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นQuick Win อำนวยความสะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย (Ease of Travelling) แก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งขยายเวลาทำการของท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไปเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงไฮซีซั่นส่งท้ายปี2566 นี้

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การเปิดให้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยเพิ่มการรองรับเที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศที่เดินทางเข้าและออกประเทศไทยหลังเที่ยงคืน ส่งผลให้สายการบินระหว่างประเทศพิจารณาเพิ่มตารางการบินและเที่ยวบินสู่ประเทศไทย อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว (Ease of Travelling) เพิ่มศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตลาดระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ให้สามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกมากขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ยังเป็นศูนย์กลางในการกระจายการท่องเที่ยวออกไปยังจังหวัดเมืองรองต่าง ๆ ในภาคเหนือ ส่งผลดีต่อการกระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอีกด้วย

ทั้งนี้ ทอท. จะเปิดให้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป จากเดิมที่เปิดให้บริการ 18 ชั่วโมงต่อวัน หรือตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. เพื่อรองรับจำนวนเที่ยวบินและจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่น ปลายปี 2566 โดย ทอท. อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก เจ้าหน้าที่ และระบบคมนาคมขนส่ง รวมทั้งจัดสรรพื้นที่ภายในท่าอากาศยานฯ แก่วิสาหกิจชุมชน เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง ตลอดจนประสานงานร่วมกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาจัดตารางการบินให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบพร้อมกำหนดมาตรการดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย

มาตรการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อคข้อจำกัดด้านเวลาของการเดินทางทางอากาศ 
ของเส้นทางการบินระหว่างประเทศ สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตลาดระยะใกล้และระยะไกล โดยคาดการณ์ว่า จะช่วยเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศและผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ร้อยละ 30 ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จากปัจจุบันที่รองรับผู้โดยสาร 4,800 คนต่อวัน และมีจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศขาเข้า -ออกเฉลี่ย 36 เที่ยวบินต่อวัน ใน 20 เส้นทางการบิน

ADVERTISEMENT

สยามสมาคม ร่วมกับ สมาคมเคมบริดจ์ แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนท่านชม คอนเสิร์ตการกุศล “Mozart In Prague”

สยามสมาคม ร่วมกับ สมาคมเคมบริดจ์ แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนท่านชม คอนเสิร์ตการกุศล “Mozart In Prague”

สยามสมาคม ร่วมกับ สมาคมเคมบริดจ์ แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนท่านชม คอนเสิร์ตการกุศล “Mozart In Prague” อำนวยเพลงโดย Mickey Wongsathapornpat
วันที่ 4พ.ย 66 เวลา 19:00น.ณ สยามสมาคม ถ.อโศก กรุงเทพฯ

รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่สามารถสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษได้ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งในขณะนี้ มีจำนวนทั้งหมด 9 ท่าน ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่

มาร่วมกันแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เยาวชนเหล่านั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ด้วยหวังว่าจะได้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า สามารถนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาประเทศชาติได้ต่อไป

สำรองที่นั่ง :
โทร 02 661-6470-3 ต่อ 201 /คุณชุลีพร

Email : chuleeporn@thesiamsociety.org

หรือสแกนคิวอาร์โค้ด

ADVERTISEMENT

ผอ. สกสว. ผอ. สอวช. รอง. บพท – ร่วมพิธีเปิดงาน “Agro FEX 2023” วันที่ 28 – 29 ตุลาคม 2566 ชั้น 4 Kotat Hall เซ็นทรัล โคราช

ผอ. สกสว. ผอ. สอวช. รอง. บพท – ร่วมพิธีเปิดงาน “Agro FEX 2023” วันที่ 28 – 29 ตุลาคม 2566 ชั้น 4 Kotat Hall เซ็นทรัล โคราช

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อํานวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)พร้อมด้วย ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กรหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) ร่วมในพิธีเปิดงาน“Agro FEX 2023 ” โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.DE) ให้เกียรติเป็นประธานในงานนี้

งาน “Agro FEX 2023 ” เป็นงานการจัดงานแสดงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหาร ที่เน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (BCG model-Bio-Circular-Green Economy & Supply Chain) ตามนโยบายรัฐบาล

เป็นการเพื่อส่งเสริมให้นักธุรกิจด้านภาคอุตสาหกรรมในภาคอีสาน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ลดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน มุ่งเน้นแก้ไขปัญหามลพิษ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในช่วงเช้า ที่ห้องประชุมพลล้าน โรงแรมเซนทารา โคราช ผู้บริหารของ สกสว. สอวช. บพท. อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จ.นครราชสีมา หอการค้า สภาอุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยภาคเอกชนในจังหวัดนคราชสีมา กว่า 20 หน่วยงาน ได้ร่วมจัดการประชุมหารือ กับหน่วยงานในพื้นที่

ตั้งเป้าหมายและความคาดหวังต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) ด้านการวิจัยพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโลยี เพื่อการเฟ้นหาประเด็นในพื้นที่ บ่งชี้อย่างจำกัด และ โอกาส เพื่อยกระดับการพัฒนา

นอกจากนี่ในช่วงบ่ายทางคณะ ได้เข้าร่วมประชุมนำเสนอวาระ Smart city Korat แก่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมาได้มีประเด็นนำเสนอผลงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะ การยกระดับสู่การเป็นโคราชเมืองที่มีมลภาวะต่ำ
จากผลงานวิจัย
งาน “Agro FEX 2023” เกิดขึ้นได้ครั้งนี้เพราะผลพวงที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคอีสาน ทำการวิจัย ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพท. ด้วย

ADVERTISEMENT