ท่าอากาศยานเชียงใหม่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

รัฐบาลเร่งพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เดินหน้าต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นQuick Win อำนวยความสะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย (Ease of Travelling) แก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งขยายเวลาทำการของท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไปเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงไฮซีซั่นส่งท้ายปี2566 นี้

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การเปิดให้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยเพิ่มการรองรับเที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศที่เดินทางเข้าและออกประเทศไทยหลังเที่ยงคืน ส่งผลให้สายการบินระหว่างประเทศพิจารณาเพิ่มตารางการบินและเที่ยวบินสู่ประเทศไทย อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว (Ease of Travelling) เพิ่มศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตลาดระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ให้สามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกมากขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ยังเป็นศูนย์กลางในการกระจายการท่องเที่ยวออกไปยังจังหวัดเมืองรองต่าง ๆ ในภาคเหนือ ส่งผลดีต่อการกระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอีกด้วย

ทั้งนี้ ทอท. จะเปิดให้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป จากเดิมที่เปิดให้บริการ 18 ชั่วโมงต่อวัน หรือตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. เพื่อรองรับจำนวนเที่ยวบินและจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่น ปลายปี 2566 โดย ทอท. อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก เจ้าหน้าที่ และระบบคมนาคมขนส่ง รวมทั้งจัดสรรพื้นที่ภายในท่าอากาศยานฯ แก่วิสาหกิจชุมชน เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง ตลอดจนประสานงานร่วมกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาจัดตารางการบินให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบพร้อมกำหนดมาตรการดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย

มาตรการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อคข้อจำกัดด้านเวลาของการเดินทางทางอากาศ 
ของเส้นทางการบินระหว่างประเทศ สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตลาดระยะใกล้และระยะไกล โดยคาดการณ์ว่า จะช่วยเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศและผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ร้อยละ 30 ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จากปัจจุบันที่รองรับผู้โดยสาร 4,800 คนต่อวัน และมีจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศขาเข้า -ออกเฉลี่ย 36 เที่ยวบินต่อวัน ใน 20 เส้นทางการบิน

ADVERTISEMENT

สยามสมาคม ร่วมกับ สมาคมเคมบริดจ์ แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนท่านชม คอนเสิร์ตการกุศล “Mozart In Prague”

สยามสมาคม ร่วมกับ สมาคมเคมบริดจ์ แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนท่านชม คอนเสิร์ตการกุศล “Mozart In Prague”

สยามสมาคม ร่วมกับ สมาคมเคมบริดจ์ แห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนท่านชม คอนเสิร์ตการกุศล “Mozart In Prague” อำนวยเพลงโดย Mickey Wongsathapornpat
วันที่ 4พ.ย 66 เวลา 19:00น.ณ สยามสมาคม ถ.อโศก กรุงเทพฯ

รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่สามารถสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษได้ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งในขณะนี้ มีจำนวนทั้งหมด 9 ท่าน ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่

มาร่วมกันแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เยาวชนเหล่านั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ด้วยหวังว่าจะได้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า สามารถนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาประเทศชาติได้ต่อไป

สำรองที่นั่ง :
โทร 02 661-6470-3 ต่อ 201 /คุณชุลีพร

Email : chuleeporn@thesiamsociety.org

หรือสแกนคิวอาร์โค้ด

ADVERTISEMENT

ผอ. สกสว. ผอ. สอวช. รอง. บพท – ร่วมพิธีเปิดงาน “Agro FEX 2023” วันที่ 28 – 29 ตุลาคม 2566 ชั้น 4 Kotat Hall เซ็นทรัล โคราช

ผอ. สกสว. ผอ. สอวช. รอง. บพท – ร่วมพิธีเปิดงาน “Agro FEX 2023” วันที่ 28 – 29 ตุลาคม 2566 ชั้น 4 Kotat Hall เซ็นทรัล โคราช

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อํานวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)พร้อมด้วย ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กรหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) ร่วมในพิธีเปิดงาน“Agro FEX 2023 ” โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.DE) ให้เกียรติเป็นประธานในงานนี้

งาน “Agro FEX 2023 ” เป็นงานการจัดงานแสดงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหาร ที่เน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (BCG model-Bio-Circular-Green Economy & Supply Chain) ตามนโยบายรัฐบาล

เป็นการเพื่อส่งเสริมให้นักธุรกิจด้านภาคอุตสาหกรรมในภาคอีสาน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ลดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน มุ่งเน้นแก้ไขปัญหามลพิษ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในช่วงเช้า ที่ห้องประชุมพลล้าน โรงแรมเซนทารา โคราช ผู้บริหารของ สกสว. สอวช. บพท. อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จ.นครราชสีมา หอการค้า สภาอุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยภาคเอกชนในจังหวัดนคราชสีมา กว่า 20 หน่วยงาน ได้ร่วมจัดการประชุมหารือ กับหน่วยงานในพื้นที่

ตั้งเป้าหมายและความคาดหวังต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) ด้านการวิจัยพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโลยี เพื่อการเฟ้นหาประเด็นในพื้นที่ บ่งชี้อย่างจำกัด และ โอกาส เพื่อยกระดับการพัฒนา

นอกจากนี่ในช่วงบ่ายทางคณะ ได้เข้าร่วมประชุมนำเสนอวาระ Smart city Korat แก่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมาได้มีประเด็นนำเสนอผลงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะ การยกระดับสู่การเป็นโคราชเมืองที่มีมลภาวะต่ำ
จากผลงานวิจัย
งาน “Agro FEX 2023” เกิดขึ้นได้ครั้งนี้เพราะผลพวงที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคอีสาน ทำการวิจัย ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพท. ด้วย

ADVERTISEMENT

บริษัทบาบิโลนประเทศไทยจำกัด สื่อโฆษณาคุณนวลใจ สายบุญ ได้มอบ Gift Voucher

บริษัทบาบิโลนประเทศไทยจำกัด สื่อโฆษณาคุณนวลใจ สายบุญ ได้มอบ Gift Voucher

บริษัทบาบิโลนประเทศไทยจำกัด โดยกรรมการบริษัท
อาจารย์อำภา ชาญรบ
และผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์สื่อโฆษณาคุณนวลใจ สายบุญ ได้มอบ Gift Voucher และของผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อสนับสนุนการประกวดมิสแกรนด์ สมุทรสาคร โดย ภายในงาน ได้มีขบวนแห่กลองยาวพร้อมด้วยรถสามล้อจักรยานถีบที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรี โดยมี ผู้ว่าทูตทางวัฒนธรรม ของจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดพิธีในครั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดบูธของดีเมืองสมุทรสาครและจังหวัดนนทบุรี 

เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงการจับจ่ายใช้สอย ก่อให้เกิดการหมุนเวียน ของรายได้ ทั้งนี้ทางบริษัทบาบิโลนประเทศไทยจำกัด ยังสนับสนุนทุกความสวยทั้งในด้านของผิวพรรณความงาม โดยบริษัทบาบิโลนประเทศไทยจำกัดยังมีสาขา อยู่ที่ริเวอร์นนทบุรีชั้น 2 รวมเป็นทั้งศูนย์ ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานบาบิโลนและยังเป็นสมาคมผู้ประกอบการด้านสุขภาพและความงามอีกด้วย และกรรมการบริหารอาจารย์อำภา ชาญรบ ยังได้กล่าวต่อว่า นอกจากจะมีบริการด้านความสวยงามแล้วยังให้บริการในส่วนของการเปิดร้านนวด ร้านสปารับขอใบอนุญาตต่างๆ ครบวงจรพร้อมจัดสรรพนักงานลงร้านนวดร้านสปาให้ อย่างครบถ้วน โดยความรู้ความสามารถและประสบการณ์อันยาวนานมากกว่า 20 ปี

ADVERTISEMENT

แรงงานหนุนผลิตหมอนวดไทยป้อนธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ

แรงงานหนุนผลิตหมอนวดไทยป้อนธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมอบหมายให้นายอารี ไกร นราเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเยี่ยมชมการฝึกอบรมในหลักสูตรการนวดสวีดิชเพื่อป้อนแรงงานธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการโดยมีนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและคณะผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้การต้อนรับ 

ณ วิทยาลัยแรงงานนายอารี ไกร นราเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปิดเผยว่านายพิพัฒน์รัช กิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้ชมการฝึกอบรมของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพฯในหลักสูตรนวดสวีดิชซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 ตุลาคมณอาคารวิทยาลัยแรงงานและผู้ผ่านการอบรมเหล่านี้จะเป็นแรงงานสำคัญของภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่ง 2 หลักสูตรสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคท่องเที่ยวและบริการได้เป็นอย่างดี

โดยศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานสุธาทิพย์
ได้รับหมายหมายให้ดำเนินการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 24-28 ตุลาคม 2566 ณ อาคารวิทยาลัยการแรงงาน ในหลักสูตรการนวดสวีดิช (Swedish Massage) ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเตรียมป้อนแรงงานให้ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยวิทยากรจากศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานสุธาทิพย์มีทีมวิทยากรคณะอาจารย์จากบริษัทบาบิโลนบริษัทที่เป็นผู้นำด้านความ ด้านสุขภาพและความงามให้คำปรึกษาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ ด้านสุขภาพและความงาม โดยมีวิทยากรและคณะทำงานดังรายนาม ดังนี้

วิทยากรผู้ควบคุมการสอน
อาจารย์อำภา ชาญรบผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบมาตฐานฝีมือแรงงาน
นางสาวจิตติกาญจน์ ศิริไสย รองผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบมาตฐานฝีมือแรงงานสุธาทิพย์ คูนย์เรียนรู้ศาสตร์นวดหน้าบ้านครูแก้ว
วิทยากรนำภาคปฎิบัติ
นางสาวศรัณรัตน์ เรียงไธสง
อาจารย์ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์
นางสาวศรินทิพย์ ชาญรบ
พทว.ศลิตา ศรีเกตุสุข

อาจารย์ฝ่ายสอนการให้บริการ อจ.อรัญ เส้นเกษ อจฝ่ายจัดการสถานที่สำหรับการให้บริการอจ.บี อจ.นิชา อจ.มินนี่วิทยกรหลักจากบริษัทบาบิโลน

คณะทำงาน
นางสาวสุธีวัน อำไพ
นางสาวอรทัย แก้วโชติ
นางสาวแสวง บัวชื่น

ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมเหล่านี้จะเป็นแรงงานที่สำคัญของภาคการท่องเที่ยวและบริการ มีทักษะฝีมือ และป้อนเข้าสู่ธุรกิจภาคท่องเที่ยวและบริการได้ ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และสามารถสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนให้กับประเทศ รวมถึงการสร้างอัตราการจ้างงานของแรงงานฝีมือทั้งในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาคได้เป็นจำนวนมาก

ADVERTISEMENT

Clean Energy for Smart living…เปิดโครงการหลักสูตร “การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์” รุ่นที่ 4

Clean Energy for Smart living…เปิดโครงการหลักสูตร “การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์” รุ่นที่ 4

Clean Energy for Smart living…เปิดโครงการหลักสูตร “การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์” รุ่นที่ 4

นายสุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ดร.ศิริชัย กิตติวราพงษ์สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช) และ คุณ โอมิกา บุญกันต์ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์กรมหาชน) เพื่อส่งเสริมพัฒนาบุคคลากรและเพิ่มทักษะสร้างมาตราฐานและความเชื่อมั่นในอาชีพใหม่ทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับกำลังคนบุคคลกรทางด้านธุรกิจพลังงานทดแทนโดยเฉพาะการติดตั้งระบบไฟฟ้าSolar Cell ในภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดย่อม เป็นหลักสูตรระยะสั้น 3วัน ภาคทฤษฎี 2 วัน ภาคปฏิบัติ 1วัน จบหลักสูตร 

ได้ประกาศียบัตร จาก สวทช + มูลนิธิฯ+ รับรองจากTPQI สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ……… ขอรายละเอียดเพิ่มเติมในบูท Clean Energy for Smart Living มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย AIT R&D..งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 Motor Expo 2023 ที่ เมืองทองธานี วันที่ 30 พ.ย. -11 ธันวาคม 2566

ADVERTISEMENT

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน ตามภารกิจของ รฟฟท.

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน ตามภารกิจของ รฟฟท.

เดินหน้านโยบาย Quick Win สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน” โดยมี นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คณะผู้บริหาร และพนักงานให้การต้อนรับ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาท ซึ่งถือเป็นโครงการ Quick Win ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีการนำร่องด้วยรถไฟฟ้า 2 สาย คือ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง ได้แก่ สายธานีรัถยา ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีรังสิต และสายนครวิถี ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีตลิ่งชัน รวมระยะทาง 41 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 13 สถานี กับ รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) รวมระยะทาง 23 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 16 สถานี และเร็วๆนี้ มีแผนต่อยอดนโยบายดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงของ รฟม. สามารถเดินทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงของ รฟฟท. ได้ที่สถานีบางซ่อน โดยใช้บัตร EMV Contactless ใบเดียวกันในการชำระค่าโดยสาร และเปลี่ยนถ่ายระบบภายในระยะเวลา 30 นาที โดยชำระค่าโดยสารทั้งสองสายรวมกันสูงสุดเพียง 20 บาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการหลังจากธนาคารกรุงไทยพัฒนาเชื่อมต่อระบบ EMV Contactless แล้วเสร็จ คาดว่าจะเริ่มในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยเล็งเห็นว่า ระบบขนส่งทางรางในปัจจุบัน มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก โดยได้รับมอบหมายจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานด้านระบบรางทั้งหมด เพื่อเร่งผลักดันนโยบาย Quick Win “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน”เพิ่มศักยภาพระบบขนส่งทางราง ของประเทศ ส่งเสริมในการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้กับการดำเนินภารกิจของหน่วยงานอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เป็นองค์กรที่มีความทันสมัย สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชน รวมถึงเป็นฟันเฟืองหลักในการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ให้สามารถแข่งขันกับอาณาอารยประเทศได้ตามยุทธศาสตร์ ของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นให้ระบบขนส่งทางราง มีความทันสมัย และคล่องตัว อีกทั้งยังได้เน้นย้ำให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้บริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงมีความซื่อตรง โปร่งใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้บุคลากรนำหลักคุณธรรม และจริยธรรมมาใช้ในการดำเนินงาน และได้มอบหมายให้ รฟฟท. คำนึงถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากบุคลากรในองค์กรนั้น มีความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด พร้อมขานรับนโยบาย Quick Win โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่

ด้านที่ 1 ด้านการให้บริการประชาชน

โดยดำเนินงานตามหลักการ “Smile Service and Safety for Railway” คือ การให้บริการด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม สร้างความสุขให้แก่ผู้ใช้บริการ เอาใจใส่ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงมีการพัฒนามาตรฐานงานบริการ ควบคู่กับความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ซึ่งโครงการดังกล่าว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านงานบริการให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด อีกทั้งจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้โดยสารเกิดความประทับใจ และเลือกมาใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษา และออกแบบจัดทำโครงการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ สามารถเดินทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างสะดวก โดยมีการดำเนินโครงการที่สำคัญ ดังนี้

  1. โครงการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึง (Feeder) รองรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟทางไกลจากจังหวัดนครปฐมสู่ใจกลางเมือง ด้วย Feeder ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ณ สถานีชุมทางตลิ่งชัน มายังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และสามารถเดินทางต่อในเส้นทางสายธานีรัถยา ไปถึงสถานีรังสิตได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
  2. จัดทำแผนการดำเนินงานสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบการขนส่งรอง ด้วยระบบ Feeder เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยจัดแผนการรองรับ 6 เส้นทาง ดังนี้
  3. สถานีตลิ่งชัน – ถนนบรมราชชนนี
  4. สถานีตลิ่งชัน – บางหว้า
  5. สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลาดนัดจตุจักร
  6. สถานีหลักสี่ – ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
  7. สถานีหลักหก – มหาวิทยาลัยรังสิต
  8. สถานีรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ทั้งนี้ รฟฟท. ยังคงเดินหน้าพัฒนาการเดินทางระบบการขนส่งรอง ด้วยระบบ Feeder อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 13 สถานี ได้อย่างสะดวก และปลอดภัย

ด้านที่ 2 ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม

รฟฟท. มีแผนการติดตั้งระบบตรวจวัดอัจฉริยะแบบฝังตัวในขบวนรถไฟฟ้าเพื่อการบำรุงรักษาแบบแม่นยำสำหรับทางวิ่งและระบบไฟฟ้า (Embedded Smart Monitoring and Diagnostic System in On-Service Train for Predictive Maintenance of Redline Track and OCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีความทันสมัย ซึ่งร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมีการฝังอุปกรณ์ตรวจวัดไว้ภายในขบวนรถไฟฟ้าที่ให้บริการ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลด้านการสั่นสะเทือนของตัวรถ และนำมาเป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงที ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมั่นได้ว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีระบบการควบคุมการเดินรถที่มีความปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยมขององค์กร ที่มุ่งเน้นเรื่องการเดินรถไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด

อีกทั้ง รฟฟท. ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาโครงการ “Station Accessibility Development” เป็นการวางแนวทางการรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และการรองรับสังคมผู้สูงวัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนกลุ่มผู้พิการที่ควรให้การดูแลเป็นพิเศษ และมุ่งแก้ไขในการรับมือกับปัญหาที่ส่งผลเสียต่อผู้โดยสารจากการขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง การศึกษาในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล จากแบบโครงสร้างของสถานี และจำนวนผู้โดยสาร ที่เข้าใช้บริการจากภาพเคลื่อนไหวของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การดูแลผู้พิการตลอดการเดินทาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมเสนอข้อแนะนำในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สำหรับผู้โดยสารที่ใช้รถเข็นให้มีศักยภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ รฟฟท. ยังมีแผนดำเนินโครงการลดผลกระทบในด้านเสียง และการสั่นสะเทือนที่แหล่งกำเนิดที่มีต่อประชาชน ด้วยนวัตกรรม Green Damper จากยางพารา เนื่องจากเส้นทางการให้บริการรถไฟฟ้าถูกออกแบบให้วิ่งผ่านเขตเมือง หรือชุมชน ทำให้เกิดปัญหามลพิษทางเสียงต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยในปัจจุบัน บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในการพัฒนา Green Damper ที่ใช้ยางพาราเป็นส่วนประกอบร่วมกับวัตถุดิบในประเทศ 100 % ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองติดตั้งจริง โดยคาดการณ์ว่านวัตกรรมดังกล่าว จะช่วยลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ทันที อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าการเกษตรในประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากการมอบนโยบายดังกล่าวแล้ว บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จะรายงานความก้าวหน้าของแผนการดำเนินงานด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯจะมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ADVERTISEMENT

กระทรวงสาธารณสุขร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

กระทรวงสาธารณสุขร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

กระทรวงสาธารณสุข
ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต โดยมี
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้วางพวงมาลา
ร่วมกับคณะ นายเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
นายวัฒนศักดิ์ ศรรุ่ง ผู้อำนวยการกองด่านอาหารและยา
นายสุชาติ จองประเสริฐ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น
นายวราวุธ เสริมสินสิริ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน
นายปิยะ ฉิ่นมณีวงศ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมเครื่องแพทย์

นางสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร
นางสาวผ่องพรรณ อินเล็ก เลขานุการกรม
นางสาวกฤติกา สวนเอก นางสาวนพรดา ธุระแพง นางสาวอรอนงค์ สุรภพพิศิษฐ์
นางสาวศุภรักษ์ โพธิ์พักตร์

ณ พระบรมรูปทรงม้า

ADVERTISEMENT

“กองทัพเรือ ร่วมกับสมาคมภริยาทหารเรือ จัดมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในจว.สมุทรปราการ”

“กองทัพเรือ ร่วมกับสมาคมภริยาทหารเรือ จัดมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในจว.สมุทรปราการ”

“กองทัพเรือ ร่วมกับสมาคมภริยาทหารเรือ จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.บางบ่อ จว.สมุทรปราการ”

วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในการมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสพอุทกภัยในพื้นที่ อ.บางบ่อ จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยอุปนายกสมาคมภริยาทหารเรือ และคณะกรรมการบริหารสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ ณ โรงเรียนวัดสุคันธาวาส ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนัก และระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองเอ่อล้น ท่วมขังบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.บางบ่อ ทำให้ประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก กองทัพเรือและสมาคมภริยาทหารเรือ ได้เล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพสมาคมภริยาทหารเรือ ให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ จากกรมแพทย์ทหารเรือ ตรวจรักษาเบื้องต้นให้กับประชาชนที่มาร่วมรับถุงยังชีพอีกด้วย

นอกจากนี้ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่พักอาศัยบริเวณริมคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต พร้อมกับเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ที่ได้มาปฏิบัติภารกิจผลักดันน้ำในพื้นที่ อ.บางบ่อ เพื่อเร่งระบายน้ำให้ไหลออกสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว และลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงพร้อมมอบถุงยังชีพ ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งของอุปโภค บริโภคให้กับผู้ป่วยดังกล่าว

ADVERTISEMENT

อาย-เต๊ะ ดึง ธนาธร ร่วมหลักสูตร CEO idol เผยสูตรสำเร็จในการบริหารธุรกิจหมดเปลือก

อาย-เต๊ะ ดึง ธนาธร ร่วมหลักสูตร CEO idol เผยสูตรสำเร็จในการบริหารธุรกิจหมดเปลือก

อาย-เต๊ะ ดึง ธนาธร ร่วมหลักสูตร CEO idol เผยสูตรสำเร็จในการบริหารธุรกิจหมดเปลือก เพื่อนำธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก

เปิดตัวกันไปแล้วกับ CEO idol รุ่นที่ 2 งานนี้หัวเรือใหญ่ อย่าง อาย วราไพรินทร์ ธนวริสพร และ เต๊ะ ศตวรรษ จับมือกับ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ เบอร์ดี้ บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมกันออกแบบหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับสูง เจ้าของธุรกิจคนรุ่นใหม่ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับประเทศ สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมชาติ โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ และสอนกลยุทธ์เชิงธุรกิจแบบไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน พร้อมเผยผลกระทบสงคราม

ตะวันออกกลาง จะสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างไร ผลักดันและส่งเสริมธุรกิจส่งออก นอกจากนี้ยังมีวิทยากรระดับตัวท็อปตลอด 10 สัปดาห์ อาทิเช่น เมทินี กิ่งโพยม ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ และ ปวินท์ เจริญรุ่งศิริ เป็นต้น ทำให้ในปีนี้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจเจ้าของกิจการคนรุ่นใหม่ คนดังในวงการบันเทิง ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมหลักสูตร

เพราะนอกจากความเข้มข้นของหลักสูตรการยกระดับและพัฒนาศักยภาพแบบทุกมิติแล้ว ผู้เข้าร่วมหลักสูตรจะได้รับความสุข และความอิ่มเอมใจจากการร่วมทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์คืนสู่สังคม โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่ดีที่สุดแบบครบจบในหลักสูตรเดียว

ติดตามความเคลื่อนไหวของหลักสูตรนี้ได้ทาง Official Page • CEO idol และ www.ceoidolthailand.com

ADVERTISEMENT