NEA Open House 2023 เปิดความสำเร็จ! ดันผู้ประกอบการไทยผงาดตลาดโลก

NEA Open House 2023 เปิดความสำเร็จ! ดันผู้ประกอบการไทยผงาดตลาดโลก

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านการจัดการฝึกอบรมตลอดปี 2566 ในงาน NEA Open House 2023 โดยได้รับเกียรติจาก นางอารดา เฟื่องทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน NEA Open House 2023  ณ อาคาร ทรู ดิจิทัล พาร์ค ชั้น 3 (ตึกเวสต์) สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการให้ความสนใจ  ในการเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก เมื่อวันอังคารที่ 19 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

นางอารดา เฟื่องทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภารกิจด้านการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศให้กับภาคเอกชนเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรม ที่เราดำเนินการมาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี ตั้งแต่กรมยังใช้ชื่อว่ากรมพาณิชย์สัมพันธ์ เรื่อยมาจนมาเป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในวันนี้ ถึงแม้ว่าภารกิจหลักในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศจะเป็นภารกิจเดิมที่ถือว่าเป็นหนึ่งใน Core Business ของเราแต่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการให้เหมาะสมกับแต่ละยุคสมัยมาโดยตลอด ซึ่งเราได้มีการยกเครื่องภารกิจด้านนี้ใหม่อย่างเต็มรูปแบบในปี 2560โดยการจัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือสถาบัน NEA ขึ้น โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะให้สถาบัน NEA เป็นองค์กรชั้นนำในการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในเวทีการค้ายุคใหม่ในระดับโลก

นอกจากนี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี ที่สถาบัน NEA ยืนหยัดเคียงคู่ผู้ประกอบการเสมือนเป็นพี่เลี้ยงทางการค้า ที่ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นที่ปรึกษา รับฟัง ให้คำแนะนำ ตลอดจนพัฒนาหลักสูตรการอบรมให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา  พวกเราทุกคนต้องเผชิญกับสถานการณ์การค้าโลกที่ผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ทั้งสงครามการค้าโลก และการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในทุกมิติ สถาบัน NEA ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ตั้งรับ ปรับตัว ตามนโยบายของกรมได้อย่างไร้รอยต่อ และก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวโดยปรับรูปแบบ   การอบรมด้วยหลักสูตรการค้าแห่งโลกอนาคต ที่พลิกโฉมการฝึกอบรมรูปแบบเก่าไปอย่างสิ้นเชิง อาทิ         การจัดอบรมในรูปแบบ Virtual Training ที่ผู้เข้าอบรมสามารถทำกิจกรรม Workshop เสมือนอยู่ในสถานที่ แห่งเดียวกันที่ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันแบบ Face to Face แต่คุณภาพการอบรมกลับไม่ลดลงเลย นอกจากนี้     ยังมีการจัดอบรมในรูปแบบ Hybrid ที่รองรับผู้เข้าอบรมแบบ Onsite และผู้เข้าอบรมแบบ Online ในเวลาเดียวกัน เป็นต้น

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ก้าวทันกระแส Megatrend   ของโลกอยู่เสมอ ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งนอกเหนือจากแผนการการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างผู้ประกอบการภาคการส่งออกรายใหม่ที่มีศักยภาพมากกว่า 40,000 รายต่อปีแล้วในปีหน้าเราวางแผนที่จะติดตามและผลักดันให้ผู้ประกอบภาคการส่งออกรายใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพจากสถาบัน NEA โดยจะดำเนินการในลักษณะ Exclusive Mentoring Program ให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศต่างๆ ของกรม ที่เหมาะสมกับระดับของผู้ประกอบการแต่ละราย เพื่อให้การพัฒนาผู้ประกอบการเกิดความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การฝึกอบรม ยันปลายน้ำ ในการเข้าสู่กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกได้จริง

โดยในช่วงสุดท้าย นางอารดา เฟื่องทองรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ดิฉันขอขอบคุณท่านแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ประกอบการทุกท่านที่ให้เกียรติร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Open House ของสถาบัน NEA ในวันนี้ และขอความกรุณาสื่อมวลชน    ทุกท่านช่วยเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมของสถาบัน NEA ไปยังผู้ประกอบการไทยอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ  ทำธุรกิจ ตลอดจนนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการของสถาบัน NEA ไปต่อยอดและปรับใช้เพื่อยกระดับความพร้อมในการก้าวเข้าสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศยุคใหม่อย่างเข้มแข็ง และเป็นพลังขับเคลื่อน  การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป ขอบคุณค่ะ

สำหรับบรรยากาศภายในงาน NEA Open House 2023 ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานความสำเร็จของพัฒนาศักยภาพ และยกระดับผู้ประกอบการให้เป็นนักการค้ามืออาชีพของสถาบัน NEA และการพูดคุยกับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในแต่ละหลักสูตร รวมถึงไฮไลท์สุดพิเศษกับการเสวนาในหัวข้อ “The Key Elements of NEA Success” โดย นางภาวินี รวยรื่น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายปณต บุณยะโหตระ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองดูไบ และนางวรพรรณ จันทรากุลศิริ ผู้บริหารบริษัท North Organic Thai ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการของสถาบัน NEA  โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างล้นหลาม

************************************

ADVERTISEMENT

รพ.พานาซี พระราม 2 เปิด “ศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการ”

ชูกลยุทธ์ นำนวัตกรรมตรวจหามะเร็งก่อนจะเกิดโรค
พร้อมเปิดตัว Oncothermia นวัตกรรมรักษามะเร็งสุดล้ำจากเยอรมัน

รพ.พานาซี พระราม 2 เปิด “ศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการ”

กรุงเทพฯ – 15 กันยายน 2566 “โรคมะเร็ง” โรคร้ายที่คนทั่วโลกต่างหวาดกลัว ตามรายงานแผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ (พ.ศ. 2561-2565) ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในสถานการณ์โรคมะเร็งโลก ระบุว่า โรคมะเร็งถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก และจากข้อมูลสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทยปี 2565 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผย แต่ละปีไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 140,000 คน หรือ ประมาณ 400 คนต่อวัน โดยโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ / ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก
​สาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง มีทั้งปัจจัยภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรมมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5-10 และปัจจัยภายนอกร่างกายประมาณ ร้อยละ 90-95 พฤติกรรมการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง รวมไปถึงการได้รับสารก่อมะเร็งจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
​โอกาสนี้ โรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 ได้จัดงานเปิดตัว ศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการ ขึ้นเพื่อพลิกโฉมในการตรวจวินิจฉัยมะเร็งโดยเน้นหลักการรักษาแบบบูรณาการ พร้อมเปิดตัวเครื่อง “Oncothermia หรือการรักษามะเร็งด้วยคลื่นความร้อน เทคโนโลยีใหม่จากประเทศเยอรมัน เพื่อนำนวัตกรรมสุดล้ำ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามะเร็ง จุดประกายความหวังให้แก่ผู้ป่วยขึ้นอีกครั้ง โดยมี นายแพทย์ภัทรพล คำมูลตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 นายแพทย์โอม สุดชุมแพ แพทย์ที่ปรึกษา รพ.พานาซี พระราม 2 และนายแพทย์ อัศวเดช แสนบัว แพทย์เฉพาะทางรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ร่วมให้ข้อมูล ณ ศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการ รพ.พานาซีพระราม 2
นายแพทย์ภัทรพล คำมุลตรี ผู้อำนวยการ รพ.พานาซี พระราม 2 ได้กล่าวถึงการเปิด รพ.พานาซี พระราม 2 เป็นศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการ ในครั้งนี้ว่า “ปัจจุบันการรักษาพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งมีข้อจำกัดในการรักษาอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งทำให้ส่งผลต่อการรักษาประกอบกับการตรวจหามะเร็งยังไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอ จึงทำให้กว่าเราจะตรวจพบมะเร็งมักจะพบเมื่ออยู่ในระยะท้ายๆแล้ว ส่งผลให้ผลลัพธ์ในการรักษามะเร็งไม่ดีเท่าที่ควร ทางพานาซีเราได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ตั้งศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการขึ้นมา เพราะการรักษาของพานาซีเราใช้หลักการคือ ให้ความสำคัญในการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพโดยใช้นวัตกรรมการตรวจที่ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง โดยเราสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งได้ตั้งแต่เริ่มมีความเสี่ยงจะเป็น หรือตั้งแต่ระยะที่ 0 ซึ่งทำให้เรารู้เท่าทันก่อนที่จะป่วยเป็นมะเร็ง เราตระหนักดีว่าการรักษาโรคมะเร็งอาจเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในชีวิต ศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการพานาซี พระราม 2 จะอยู่เคียงข้างผู้ป่วยและญาติ เพื่อดูแลช่วยเหลือในทุกขั้นตอนทั้งกายและใจ พร้อมการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบบูรณาการหลากหลายวิธีเช่น
โอโซนบำบัด Ozone therapy
ออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy
สารสกัดจากขมิ้นชัน Curcumin IV
เรสเวอราทรอล Resveratrol IV
วิตามินซีบำบัดและไมเยอร์ ค็อกเทล Megadose Vit C and Myer’s Cock tail IV

รพ.พานาซี ดูแลอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด และสหสาขาวิชาชีพเฉพาะทางด้าน การที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเป็นสิ่งที่สำคัญในการเอาชนะโรคมะเร็งและกลับมามีสุขภาพที่ดีเหมือนเดิม นอกจากนี้เรายังได้นำนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้เพื่อการรักษา นั่นก็คือเครื่อง Oncothermia หรือการรักษามะเร็งด้วยคลื่นความร้อน เราจะใช้ร่วมกับนวัตกรรมการดูแลด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด โดยใช้หลักบูรณาการร่วมกันในทุกๆปัจจัย เพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกันให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด ซึ่ง รพ.พานาซีเรามีความโดดเด่นเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่แล้ว และการ Combine อย่างเป็นระบบนี้ เพื่อให้ศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการ เป็นความหวัง เป็นทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งให้กลับมามีอายุยืนยาวอีกครั้ง” นพ.ภัทรพล กล่าว
นายแพทย์อัศวเดช แสนบัว แพทย์เฉพาะทางรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา รพ.พานาซี พระราม 2 ได้กล่าวว่า “มะเร็งคือความผิดปกติของ DNA หรือพันธุกรรม ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติ ตัวเซลล์ที่ผิดปกติก็จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ไปเบียดเบียนอวัยวะอื่นๆ ถึงขั้นมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้ โดยมะเร็งมีอยู่ 5 ระยะคือ
ระยะที่ 0 เป็นระยะแรกของมะเร็ง การตรวจหาระยะนี้ ต้องมีการใช้ LAB ชนิดพิเศษในการตรวจ
ระยะที่ 1 คือเริ่มเห็นก้อน สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ระยะที่ 2 ก้อนจะใหญ่ขึ้น เริ่มมีการลุกลามไปยังบริเวณเนื้อเยื่อใกล้เคียง
ระยะที่ 3 เริ่มมีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงคือเริ่มมีการแพร่กระจาย
ระยะที่ 4 มีการแพร่กระจายไปที่ตำแหน่งอื่นๆ

ความโดดเด่นในการคัดกรองมะเร็งของพานาซี คือ เราสามารถตรวจคัดกรองหามะเร็งได้ตั้งแต่ระยะที่ 0 ใครที่คิดว่ามีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหรือเปล่า ทางพานาซีจะมีวิธีการตรวจดูจากพันธุกรรมของท่านว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าเป็นแล้ว หลักในการรักษาอยู่ 3 วิธี คือ 1.ผ่าตัด 2.ฉายรังสี 3.การใช้ยาเคมีบำบัด และการรักษามะเร็งในระยะสุดท้ายส่วนมากคนไข้มักจะทนต่อการรักษาแบบปกติไม่ไหว ให้ยาเคมีไม่ได้ ฉายรังสีก็ไม่ไหว สำหรับพานาซีเราก็จะมีการรักษาที่จะมาร่วมกับการรักษาเหล่านี้ นั่นคือการรักษาด้วย เครื่อง Oncothermia หรือการรักษามะเร็งด้วยคลื่นความร้อน

Oncothermia คือ การรักษามะเร็งชนิดหนึ่ง โดยใช้คลื่นความร้อนที่ตรงจุด แต่ไม่ทำผลเสียต่อเซลล์ปกติของร่างกาย หลักการทำงานของเครื่องคือ เครื่องจะค้นหามะเร็งโดยหลักการเดียวกันกับการตรวจ PET scan ที่ว่าเซลล์มะเร็งมีความต้องการใช้น้ำตาลเพื่อเป็นพลังงานจำนวนมาก เครื่องจะส่งจะส่งคลื่นที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง ไปยังเซลล์เพื่อค้นหาตำแหน่งมะเร็ง และเนื่องจากเซลล์มะเร็งจะอยู่แบบเป็นเอกเทศน์ คือไม่มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเซลล์ เมื่อเซลล์มะเร็งได้รับพลังงาน เซลล์มะเร็งจะมีการกักเก็บพลังงานเอาไว้ จนทำให้เยื่อหุ้มเซลล์มะเร็งไม่สามารถทนได้มีการแตกตัวเกิดขึ้น เป็น Apoptosis หรือ program cell death คือการตายของเซลล์ที่ไม่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ในขณะที่เซลล์ปกติของร่างกายจะมีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเซลล์ เมื่อคลื่นที่จำเพาะนี้ผ่านมาจะเกิดการส่งผ่านคลื่นไปไม่มีผลต่อเซลล์ปกติของร่างกาย
ในด้านของเซลล์มะเร็ง หลังจากเกิด Apoptosis จะมีการกระตุ้นให้ตัวเม็ดเลือดขาวของเรา มากินตัว Apoptosis นั้น และจะมีการจดจำว่า เซลล์เหล่านี้เป็นเซลล์มะเร็ง จะมีการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาวเพื่อไปกินเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่ กล่าวคือผลจากการทำงานของเครื่อง Oncothermia จะส่งผลต่อเซลล์มะเร็ง 2 อย่างคือ 1 เกิดการตายของเซลล์มะเร็งที่ไม่ทำให้เกิดการอักเสบ 2 กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้หันมาทำลายมะเร็ง โดยการรักษาด้วยOncothermia ไม่ก่อให้เกิดการเจ็บปวดใดๆเลย และมีผลข้างเคียงน้อยมาก ที่สำคัญสามารถรักษามะเร็งที่เป็นก้อน ได้ตั้งแต่ศีรษะ จนถึงปลายเท้า ได้ในทุกส่วนของร่างกาย
นอกจากนี้การรักษาด้วย Oncothermia ยังทำให้เปอร์เซ็นต์ตอบสนองต่อการรักษาหลักทั้ง 3 วิธี เพิ่มสูงมากขึ้น คือ

  • Oncothermia คู่กับการผ่าตัด จะลดความเจ็บปวดทำให้ก้อนมะเร็งเล็กลง ลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัดได้ หรือ ถ้าเราทำการผ่าตัดเสร็จแล้ว Oncothermia สามารถที่จะไปค้นหามะเร็งที่อาจจะหลงเหลืออยู่ และก็จะมีการกินตัวเซลล์มะเร็งที่หลงเหลือเหล่านั้น
  • Oncothermia คู่กับยาเคมีบำบัด จะช่วยทำให้เซลล์มะเร็งโดนกำจัดมากขึ้น ลดผลข้างเคียงของการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • Oncothermia คู่กับการใช้รังสีรักษา จะสามารถทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น จากการที่ Oncothermia ไปทำลายเยื่อหุ้มเซลล์มะเร็ง และรังสีรักษาจะไปทำลายดีเอนเอของเซลล์มะเร็ง ถ้าหากใช้สองอย่างร่วมกัน จะทำให้ก้อนมะเร็งไม่สามารถที่จะอยู่ได้
    โดยศูนย์แพทย์มะเร็งบูรณาการพานาซี ยังเปิดแผนการรักษาของ Oncothermia ที่รักษาควบคู่ไปกับการให้ NK Cell (Natural Killer Cell) เพื่อเป็นคู่หูนักฆ่า (มะเร็ง) เป็นการจับคู่ในการรักษา Oncothermia ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์มะเร็งมีการแตกตัว และตัวเซลล์นักฆ่าก็จะไปฆ่าเซลล์มะเร็ง จะเป็นการเสริมกันและกัน สองตัวนี้เราจะนำมาใช้ในการรักษามะเร็งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย พานาซี พระราม 2 ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการให้บริการ มะเร็งแบบบูรณาการ ใช้หลักป้องกันก่อนเกิด การตรวจคัดกรองวินิจฉัยภาวะเสี่ยงเป็นมะเร็งเพื่อการรักษาได้ทันท่วงที และการรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยเทคโนโลยีระดับสูง ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะที่ต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่าง ยังมีผู้ป่วยอีกหลายท่าน ที่ทนและไปต่อไม่ไหวกับการรักษามะเร็งทั้ง 3 ขั้นตอน เราไม่อยากให้ผู้ป่วยถอดใจและหยุดการรักษา เราขอให้คิดถึงเราเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะครับ” นายแพทย์ อัศวเดช กล่าว
    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.panacee.comและwww.panaceehospital.com
    ###

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
ตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์
อุมา จงสิริวิทยา (น้อง) โทร. 081-899-5395
สุรีรัตน์ ปานพรม (รัตน์) โทร.085-058-9777

ADVERTISEMENT

สอ.พช. เชิญชวนสมาชิก “เลือกตั้งประธานกรรมการและกรรมการดำเนินการ” ประจำปี 2567

สอ.พช. เชิญชวนสมาชิก “เลือกตั้งประธานกรรมการและกรรมการดำเนินการ” ประจำปี 2567

สอ.พช. เชิญชวนสมาชิก “เลือกตั้งประธานกรรมการและกรรมการดำเนินการ” ประจำปี 2567 พร้อมขับเคลื่อนภารกิจมุ่งสู่การบริหารงานมืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายใต้แนวคิด ทุกเสียงคือพลัง ลงคะแนนสรรหาเพื่อพัฒนาสหกรณ์

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 เวลา 13.00 น.

นายเส่ง สิงห์โตทอง ประธานกรรมการการสรรหา สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน (สอ.พช.) ได้ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ประจำปี 2567 และ ได้กำหนดให้มีการสรรหาแบบทางไปรษณีย์และลงคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้กระบวนการสรรหาดังกล่าวได้ดำเนินการไปตามแผนการสรรหากรรมการดำเนินการ สอ.พช. ปี2567 ซึ่งทาง สอ.พช. ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนสรรหา ผ่านบัตรสรรหาทางไปรษณีย์และผ่านระบบออนไลน์ โดยประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Line Official Account (สอ.พช.) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 และได้ดำเนินการประกาศรับสมัคร ประธานกรรมการและกรรมการดำเนินการ ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 18 – 25 กันยายน 2566 โดยการสรรหาผ่านระบบออนไลน์ กำหนดให้มีการซักซ้อมการลงคะแนนสรรหาในวันที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2566 สำหรับข้าราชการ และลูกจ้างกรมการพัฒนาชุมชน รวมถึง เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ และจะส่ง QR code หรือลิ้งค์เว็บไซต์ ให้สมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนสรรหาออนไลน์ ได้ลงคะแนนในวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 8.30 – 15.00 น.

ในส่วนของการลงคะแนนสรรหาทางไปรษณีย์ สหกรณ์จะเริ่มส่งบัตรสรรหา เอกสารการประชาสัมพันธ์และประวัติของผู้สมัครให้กับสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2566 สำหรับข้าราชการบำนาญและหน่วยงานนอก พร้อมทั้งขอให้สมาชิกที่เป็นข้าราชการบำนาญและสมาชิกที่สังกัดหน่วยงานนอกกรมการพัฒนาชุมชน (พช) ลงคะแนนเสียงสรรหาประธานกรรมการและกรรมการดำเนินการโดยให้สมาชิกส่งบัตรสรรหาคืนมายัง สอ.พช. ผ่านตู้ ปณ.28 ปณฝ. ศูนย์ราชการฯ ถึงสหกรณ์ภายในวันที่13 ธันวาคม 2566 โดยได้กำหนดวันลงคะแนนสรรหาผ่านระบบออนไลน์และนับคะแนนบัตรสรรหา ในวันที่ 14 ธันวาคม 2566 เพื่อให้คณะกรรมการฯ ซึ่งจะได้สรุปผลการนับคะแนนและประกาศรายชื่อผู้ได้รับการสรรหาเสนอที่ประชุมใหญ่ เพื่อเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการ และกรรมการดำเนินการ ประจำปี 2567 ต่อไป

นายเส่ง สิงห์โตทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ประจำปี 2567 ในครั้งนี้มีตำแหน่งที่รับสมัคร ได้แก่ ประธานกรรมการ จำนวน 1 ตำแหน่ง และกรรมการดำเนินการ จำนวน 6 ตำแหน่ง โดยมีจำนวนสมาชิกกลุ่มเป้าหมาย ที่มีสิทธิลงคะแนนสรรหาจำนวน 9,977 คน พร้อมตั้งเป้าหมายการสรรหาในครั้งนี้ให้มีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนสรรหามากกว่าร้อยละ 75 ดังนั้นสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จึงขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่าน เลือกตั้งประธานกรรมการและคณะกรรมการดำเนินการ ประจำปี 2567 โดยขอให้สมาชิกทุกท่านเชื่อมั่นว่า การดำเนินการสรรหาเป็นไปด้วยความ โปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม

ทั้งนี้ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชนทุกท่าน สามารถดูรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cddco-op.com หรือ โทร 02-143-8144-51 ต่อ 701 – 702

ADVERTISEMENT

Dai Nippon Tours ปรับการให้บริการธุรกิจใหม่

Dai Nippon Tours ปรับการให้บริการธุรกิจใหม่ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตโควิค-19 ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา

โควิค-19 ตลอด 3 ปีเต็มที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาเลย ธุรกิจ inbound ต่างเป็น 0 อย่างทั่วหน้า
Dai Nippon Tours ก็ไม่เว้นเช่นกัน แม้ทุกวันนี้ การท่องเที่ยว inbound ก็ยังไม่ฟื้นกลับสู่สภาพเดิมเท่าที่ควร บริษัทอื่นไม่ทราบ ส่วนบริษัทฯ ถือเป็นการล้างฐานเก่าออกทั้งหมดเป็น 0 ต้องมาเริ่มต้นนับ 1 กันใหม่ โดยการปรับนโยบายการตลาด เปิดกว้าง ทั้ง domestic outbound และ inbound ให้ครบวงจร ตั้งเป้าลูกค้าไว้ ที่เดือนละ 30,000 คนขึ้นไปในเวลา 2-3 ปีข้างหน้า

โดยบริษัทฯได้เพิ่มโปรแกรมพิเศษ ตอบรับนโยบาย “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” นำกิจกรรม Soft power มาเสริมการตลาด โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงแรม 4 ดาวแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เปิดคอร์ดสอนการทำอาหารไทย Thai food cooking class ให้กับนักท่องเที่ยว ในรูปแบบ Double win win ให้ได้ทั้งท่องเที่ยวไทย และ เรียนรู้การสร้างอาชีพจากการทำอาหารไทย อย่างคุ้มค่าที่ได้เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย
บริษัทฯได้เปิดกว้างให้บริษัท inbound ทั้งหลายที่สนใจ สามารถนำไปเสริมในโปรแกรมท่องเที่ยวของตนเองให้เพิ่มมูลค่าได้อย่างลงตัว

ส่วนการตลาด domestic และ outbound บริษัทจะร่วมมือกับเพื่อนๆ agent ทั้งหลาย ช่วยกันสร้างสรรค์โปรแกรมทั้งการท่องเที่ยวภายใน และ ต่างประเทศร่วมกันมากๆ เป็น เวทีกลาง ซึ่งกันและกัน ช่วยกันซื้อ ช่วยกันขาย ช่วยกันพัฒนาการตลาด สร้างยอดการขาย ร่ำรวยไปพร้อมๆกัน โดยตั้งเป้าลูกค้าให้ได้เดือนละ 30,000 คนขึ้นไปเช่นกัน ในเวลา 2-3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ก็ต้องหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากเพื่อนๆ agents หน่วยงานของรัฐและเอกชนอย่างทั่วหน้า

ADVERTISEMENT

แนะนำเมนูพิเศษ “หอยไม้ไผ่” ห้องอาหารจีนหยก

แนะนำเมนูพิเศษ “หอยไม้ไผ่” ห้องอาหารจีนหยก

ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โดยเชฟผู้มากประสบการณ์ได้คัดสรรวัตถุดิบพิเศษเพื่อปรุงเป็นมนูอาหารจานเด่น บริการตลอดเดือนกันยายนนี้ด้วย “หอยไม้ไผ่” ซึ่งเป็นหอยทะเลกาบคู่ เนื้อแน่น เวลาเคี้ยวสัมผัสจะรู้สึกถึงความหนึบหนับ หวานสดตามธรรมชาติ อาทิ หอยไม้ไผ่นึ่งกระเทียมวุ้นเส้น หอยไม้ไผ่ผัดซอสเอ็กซ์โอ เป็นต้น เพียงที่ละ 999 บาทถ้วนเท่านั้น บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น พร้อมอาหารจีนกวางตุ้งอื่นๆ อีกมากมาย
สำรองโต๊ะล่วงหน้าหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8429 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/yoktheemerald

ADVERTISEMENT

BRI-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือด้านงานวิจัย สร้างนวัตกรรม

BRI-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือด้านงานวิจัย สร้างนวัตกรรม

BRI-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือด้านงานวิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา ด้วยเป้าหมายร่วมกัน  

สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย-จีน เปิดตัวสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ (BRI Institute of Research Development on Economic and Education : BRIIRDEE) เพื่อเป็นองค์กรสร้างความร่วมมือวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษาระหว่างประเทศ  จากยุทธศาสตร์ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt Road Initiative) เพื่อแสวงหาโอกาสและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ผ่านเครือข่ายสถาบัน การศึกษาและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย ประเทศจีน และประเทศอื่นๆ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือด้านงานวิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา ด้วยเป้าหมายร่วมกัน  
9 กันยายน 2566  ณ ห้องประชุมภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เปิดตัวสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ (BRI Institute of Research Development on Economic and Education : BRIIRDEE) และพิธีลงนามความร่วมมือกับสาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ (Kasetsart Entrepreneurship Education Program : KEEP) ภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ

ดร.ธารากร วุฒิสถิรกุล นายกสมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย-จีน และประธานสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ (BRI Institute of Research Development on Economic and Education : BRIIRDEE) กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งสมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางค้าการลงทุน ส่งสริมศักยภาพและพัฒนาความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการไทยกับประเทศจีนและประเทศอื่นๆ บนเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
สมาคมฯ จึงจัดตั้ง’สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ’ (BRI Institute of Research Development on Economic and Education : BRIIRDEE) โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นองค์กรสร้างความร่วมมือวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษาระหว่างประเทศ จากยุทธศาสตร์ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt Road Initiative) เพื่อแสวงหาโอกาสและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ผ่านเครือข่ายสถาบัน การศึกษาและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย ประเทศจีน และประเทศอื่นๆ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือด้านงานวิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา ด้วยเป้าหมายร่วมกัน”

“เครือข่ายเริ่มต้นของสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ เป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาค ที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านแตกต่างกัน และมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีน จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยปักกิ่งเหรินหมิน มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสต์ ซีอัน มหาวิทยาลัยยูนนาน มหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์ยูนนาน  มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศกว่างซี มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เซียะเหมิน มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
และมหาวิทยาลัยในไทยแห่งแรกที่ร่วมมือกับสถาบันฯ คือ สาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ (Kasetsart Entrepreneurship Education Program : KEEP) ภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ โดยชอบเขตความร่วมมือ แบ่งเป็น 5 ด้าน คือ การสร้างเครือข่ายและพันธมิตร การสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนนิสิต/นักศึกษาและครูคณาจารย์ การสร้างโครงสร้างสนับสนุนการค้าการลงทุน การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี และการสร้างโครงสร้างที่เป็นกลาง”ดร.ธารากร กล่าวเพิ่มเติม
รศ.ดร.เมธินี วงศ์วานิช รัมภกาภรณ์ ประธานสาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ (Kasetsart Entrepreneurship Education Program : KEEP) Entrepreneurship Education) กล่าวถึงสาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการว่า “เป็นหลักสูตรบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และเข้าใจการจัดการการเปลี่ยนแปลงในบริบทต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม นวัตกรรมเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม”

รศ.ดร.เมธินีกล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือกับสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ เป็นความร่วมมือพัฒนาผู้ประกอบการด้านการศึกษาและการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษา คณาจารย์และบุคลากรของหลักสูตร โดยร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุน และสร้างสรรค์งานวิจัยและงานบริการวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้งานด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ตามยุทธศาสตร์ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt Road Initiative)”

สอบถามเพิ่มเติม
สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บีอาร์ไอ
(BRI Institute of Research Development on Economic and Education : BRIIRDEE

ADVERTISEMENT

3 องค์กรใหญ่ร่วมกันจัดงาน “แม่ดีเป็นศรีของชาติ” คุณแม่ประไพ อินทร์ทองน้อย วัย 89 ขึ้นรับรางวัล

3 องค์กรใหญ่ร่วมกันจัดงาน “แม่ดีเป็นศรีของชาติ” คุณแม่ประไพ อินทร์ทองน้อย วัย 89 ขึ้นรับรางวัล

7 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ สมาคมส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ, สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิสมพร เทพสิทธา เพื่อศาสนาและพัฒนาสังคม 3 องค์กรใหญ่ ร่วมจัดพิธีมอบรางวัล “แม่ดีเป็นศรีของชาติ” ประจำปี 2566 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีท่าน ดร.อำนวย สุวรรณคีรี เป็นประธานมอบรางวัล

ภายในงานพิธีมอบรางวัล “แม่ดีเป็นศรีของชาติ” ประจำปี 2566 ได้มีแม่ดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือก เข้าร่วมรับมอบโล่รางวัล จำนวน 20 ท่าน รวมถึงคุณแม่ประไพ อินทร์ทองน้อย คุณแม่ที่มีอายุ 89 ปี มากที่สุดในงานนี้ ได้ขึ้นรับรางวัลด้วย
คุณแม่ประไพ อินทร์ทองน้อย กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รางวัลในครั้งนี้ว่า ดิฉันเดินทางมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อรู้ว่าจะได้มารับรางวัล รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “แม่ดีเป็นศรีของชาติ” ประจำปี 2566 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อยู่เสมอค่ะ

สำหรับประวัติคุณแม่ประไพ อินทร์ทองน้อย เดิมท่านประกอบอาชีพเกษตรกร (ทำนา) ถึงแม้เป็นอาชีพที่ไม่ได้สร้างรายได้มากนัก แต่ท่านมีความตั้งใจอยากที่จะส่งเสียให้ลูก ๆ ของท่านได้มีการศึกษาสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านมีลูก 4 คน โดยคนแรกชื่อ นางอำพันธ์ อินทร์ทองน้อย อายุ 64 ปี จบประถมศึกษาปีที่ 4 อาชีพเกษตรกร สืบสานเจตนารมคุณแม่และเสียสละส่งน้อง ๆ ให้ได้เล่าเรียนต่อในระดับสูงที่สุด คนที่สอง พลโท ชุมพร อินทร์ทองน้อย ปัจจุบันอายุ 61 ปี จบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (วทบ.ทบ.) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 34 โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 23 อาชีพรับราชการทหาร ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนคนที่สาม นางรำพา อินทร์ทองน้อย อายุ 59 ปี จบการศึกษาประถมปีที่ 4 ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวร้านเสริมสวย และคนสุดท้าย นางเบญจมาศ อินทร์ทองน้อย อายุ 55 ปี จบการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประกอบอาชีพเป็นพนักงาน ในตำแหน่งหัวหน้าฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์การเกษตรดอนเจดีย์ จำกัด

คุณแม่ประไพ อินทร์ทองน้อย ได้กล่าวในตอนท้ายว่า รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูก ๆ ทั้ง 4 คน ที่ได้ประกอบสัมมาชีพอย่างดีกันทุกคน โดยเฉพาะ ลูกคนที่สอง ที่ตั้งใจเล่าเรียนและมีความมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และได้ประสบความสำเร็จดังที่ได้ตั้งใจ จนได้รับราชการทหารคือ พลโท ชุมพร อินทร์ทองน้อย ดิฉันมีความภาคภูมิใจมากค่ะ

แม่ประไพ อินทร์ทองน้อย คุณแม่พลโท ชุมพร อินทร์ทองน้อย รับรางวัล “แม่ดีเป็นศรีของชาติ” ประจำปี 2566 https://www.youtube.com/watch?v=OBZx9U6ipf4

ADVERTISEMENT

เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพ หลอกให้ซื้อของให้โดยผ่านบัญชีเราแล้วแบล็กเมล์แจ้งความอาญา

เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพ หลอกให้ซื้อของให้โดยผ่านบัญชีเราแล้วแบล็กเมล์แจ้งความอาญา

เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพ หลอกให้ซื้อของให้โดยผ่านบัญชีเราแล้วแบล็กเมล์แจ้งความอาญา ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบพิรุธอื้อ ดารา-ไฮโซตกเป็นเหยื่อหลายราย

มิจฉาชีพมาตีสนิทกับกลุ่มไฮโซ ดารา หลอกให้ซื้อของให้โดยผ่านบัญชีเรา แล้วรวมหลักฐานการโอนเงินมาแจ้งความข้อหาฉ้อโกง ตำรวจหลงเชื่อเพราะแค่ดูสลิป จึงออกหมายคดีอาญาเรียกคู่กรณีมาเจรจา แต่มิชฉาชีพไม่ยอมมาไกล่เกลี่ย (ถ้าคนอยากได้เงินคืนหรือไม่ได้ทำผิด ปกติจะมาเพื่อทวงเงินคืน) หารู้ไม่ว่าเป็นมิจฉาชีพ สืบจากประวัติที่บ้านก็เป็นคนปกติธรรมดา วันดีคืนดีรวยขึ้นมาผิดสังเกต ทางตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินพบพิรุธอื้อ ดาราชื่อดังและไฮโซโดนมาแล้วหลายราย

ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณ และระมัดระวัง คนที่มาตีสนิทแต่ไม่รู้ที่มาที่ไป การซื้อของให้คนอื่น เราอาจได้คะแนนสะสม หรือยอดการซื้อ แต่ไม่คุ้มกับการที่จะมีหลักฐานการโอนมา แล้วแบล็กเมล์ฟ้องคดีอาญาเพื่อเรียกค่าเสียหาย แถมจ้างช่างภาพอิสระมาถ่ายภาพส่วนตัว ( ผิดกฎหมาย PDPA) เพื่อข่มขู่ให้เรายอมจ่ายเงิน

กรณีนี้ทำให้ดูเหมือนเป็นการลงทุนร่วมกันแต่บิดเบือนให้เข้าข่ายคดีอาญา

ADVERTISEMENT

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงาน “The Child Ambassador Launching : Hope Joy and Justice for All Children”

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงาน “The Child Ambassador Launching : Hope Joy and Justice for All Children”

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงาน “The Child Ambassador Launching : Hope Joy and Justice for All Children” พบกับ แอมบาสเดอร์ คนใหม่ล่าสุดของมูลนิธิศุภนิมิตฯ น้องวินนี่และน้องฮีโร่ ศิลปินชาวไทยที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปไกลถึงนิวยอร์กแฟชั่นวีค ภายใต้ชื่อแบรนด์ “เคสิยาห์” (Keziah) แบรนด์เสื้อผ้าที่เกิดจากจิตนาการ และความรักในการวาดภาพงานศิลปะ จนกลายมาเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และอีกครั้ง กับการเดินทางไปร่วมแสดงผลงานในมิลานแฟชั่นวีค ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ในปลายเดือนกันยายน ถือเป็นต้นแบบในการทำสิ่งที่ “รัก” และลงมือทำตาม “ความฝัน” ของตนเองได้สำเร็จ ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งจะมาเป็นตัวแทนสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กคนอื่นๆ ต่อไป พร้อมชมภาพวาด และผลงานเสื้อผ้าบางส่วนจากฝีมือของน้องทั้งสอง ในวันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ชั้น 6

ADVERTISEMENT

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตรร่วมลงพื้นที่เพื่อส่งมอบบ้านให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมตามโครงการปรับสภาพแวดล้อม

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตรร่วมลงพื้นที่เพื่อส่งมอบบ้านให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมตามโครงการปรับสภาพแวดล้อม

วันอังคารที่ 5 กันยายน 2566
ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสมุทรปราการ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาลตำบลแพรกษา คณะกรรมการชุมชน และผู้แทน พมจ.สป.ร่วมลงพื้นที่เพื่อส่งมอบบ้านให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของ

ผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย ประจำปีงบประมาณ 2566 ภายใต้งบประมาณจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ จำนวนทั้งสิ้น 160,000 บาท จำนวนทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้
1. นางสมจิตร แสงดารา บ้านเลขที่ 210 ม.3 (ชุมชนวัดแพรกษา 2-4)
2. นางสุคนธ์ เสือกลับ บ้านเลขที่ 159 ม.3 (ชุมชนวัดแพรกษา 2-4)
3. นายวันรัตน์ รอดบุญ บ้านเลขที่474 ม.3 (ชุมชนวัดแพรกษา 2-4)
4. นางสำราญ แสงทิม บ้านเลขที่ 390 ม.3 (ชุมชนวัดแพรกษา6-8)

ADVERTISEMENT