“กองทัพเรือ จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการบริหารจัดการเพื่อประหยัดพลังงานร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”

“กองทัพเรือ จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการบริหารจัดการเพื่อประหยัดพลังงานร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”

“กองทัพเรือ จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการบริหารจัดการเพื่อประหยัดพลังงานร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”


วันที่ 28 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. พลเรือโท กฤษณะ กุณฑียะ รองเสนาธิการทหารเรือ (สายงานส่งกำลังบำรุง) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย คุณสมปอง ดำรงอ่องตระกูล รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานในกองทัพเรือ การสำรวจ วิจัย พัฒนาพลังงานทดแทน และการอนุรักษ์พลังงาน ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

กองทัพเรือ ได้รับเกียรติจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เชิญเข้าร่วมโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเข้ามาช่วยดำเนินการสำรวจ ออกแบบ และวิเคราะห์การใช้พลังงาน 

ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการติดตั้ง ให้แก่หน่วยที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในความร่วมมือโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน การสำรวจ วิจัย พัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน รวมไปถึงการศึกษาวิจัยและการการจัดทำโครงการอื่นๆร่วมกันต่อไปในอนาคต

ADVERTISEMENT

สภท.58 ปี ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘บุคคลดีเด่น’

สภท.58 ปี ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘บุคคลดีเด่น’

วันเสาร์ที่ 26 ส.ค. 66 เวลา 08.00 น. ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็นประธานในพิธีประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.58 ปี) โดยมี ท่าน นายก อนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ 

พร้อมกันนี้ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธาน มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘บุคคลดีเด่น ด้านสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ให้แก่สังคม’ แด่ ดร.พีรวัฒน์-ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ โดยมีผู้ที่ได้รับรางวัลและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้ ดร.พีรวัฒน์ – ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)-ประธาน กต.ตร.บก.น.1-ประธานสภาฯ เขตพระนคร และผู้รับโล่รางวัลทุกท่านเข้าร่วมพิธี รับรางวัล ‘บุคคลดีเด่น ด้านสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ให้แก่สังคม ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 สภท.58 ปี ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว ถนนศรีนครินทร์ ซ.40 เขตประเวศ กรุงเทพฯ

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ADVERTISEMENT

Adasoft โชว์ศักยภาพผู้นำ Digital Solution Provider

Adasoft เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำเทคโนโลยีของคนไทย กับร้านค้าไร้พนักงานด้วยนวัตกรรม ทั้ง sKart รถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะ แบบครบจบที่เดียวด้วย AI ที่ซื้อง่ายจ่ายสะดวก, SCO Self-Check Out จ่ายเงินง่ายๆ ได้แบบไม่ต้องพึ่งแคชเชียร์ และตู้ขายสินค้าอัจฉริยะ sBOX ซื้อสินค้าง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สแกน => หยิบ => จ่ายเงิน แค่ใช้มือถือเครื่องเดียว

คุณเสาวนีย์ แย้มคง Business Development Director บริษัท Adasoft จำกัด เปิดเผยว่า เอด้าเป็นบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ โดยคนไทยและเติบโตมาเป็นปีที่ 23 และในฐานะเป็นผู้นำการให้บริการและประกาศตัวเป็น Digital Solution Provider ของคนไทย ทั้งนี้หลังการควบรวมบริษัทกับพาร์ทเนอร์แล้ว ทำให้บริษัทใหญ่ขึ้น มีพนักงานและมีศักยภาพมากขึ้น มีลูกค้าด้านซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ดูแลมากขึ้น และเรายังเป็นผู้นำของนวัตกรรมค้าปลีก พัฒนาซอฟท์แวร์ให้กับร้านค้า ทำให้ลูกค้าภาคภูมิใจ
ทั้งนี้เราเป็นผู้นำของธุรกิจค้าปลีก นับตั้งแต่การเป็นบริษัทผู้พัฒนาระบบบริหารหน้าร้าน (Point of Sale) บนระบบปฏิบัติการ Windows เป็นรายแรกของประเทศไทย จนปัจจุบันพัฒนาเป็นระบบคลาวน์ที่รองรับได้หลากหลายอุปกรณ์ และมีระบบ AI ที่เป็นร้านค้าไร้พนักงานร้านแรกในประเทศไทย ที่พัฒนาโดยคนไทย ซึ่ง depa จะเป็นหน่วยงานที่คอยสนับสนุนบริษัท ที่พัฒนาซอฟท์แวร์แบบพวกเรา นำนวัตธรรมมาโชว์ศักยภาพให้ตลาดได้รับรู้ว่าบริษัทคนไทยเราก็มีความแข็งแรง

คุณเสาวนีย์ กล่าวว่า ดังนั้นเอด้า จึงนำตลาดแห่งโลกอนาคต – Future Market ตลาดสดวิถีใหม่ที่ทำให้การซื้อสินค้าของสดในตลาดเป็นเรื่องง่าย เป็นการ transform พ่อค้าแม่ค้าให้เป็นพ่อค้าแม่ค้าดิจิทัล โชว์นวัตกรรมช้อปปิ้งอัจฉริยะ sKart, sBox, Self-Checkout ไม่ต้องมีพนักงานหรือแคชเชียร์ การชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสด โดยนำเสนอตู้ขายของอัจฉริยะ
“สมัยก่อนเรามีตู้ Vending Machine ซึ่งผู้ประกอบการจะลงทุนสูง เอด้าจึงคิดค้นเป็นตู้ขายของอัจริยะที่ไม่ต้องลงทุนมาก เป็นตู้เย็นธรรมดาทั่วๆไป ใช้เทคโนโลยีของเรา เช่นเมื่อมีการเปิดตู้อาจต้องแสดงตัวตน ว่าใครเปิด หยิบอะไรไป ระบบที่ทำไว้ก็จะได้ตัดเงินในระบบ จะเน้นว่าไม่ใช้เงินสด ก็จะไปลดเรื่องบุคลากร เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต เพราะปัจจุบันคนใช้เงินสดกันน้อยลง โลกก็จะเปลี่ยนไป เทคโนโลยีของเราจะช่วยให้เจ้าของร้านค้าเกิดความสะดวกสบาย”คุณเสาวนีย์ กล่าว
พร้อมระบุว่าผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มที่ต้องการตู้อัจริยะนี้ไปใช้ในองค์กร หรือร้านค้าทั่วไปก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน และยังกันขโมยได้อีกด้วย ซึ่งเป็นตู้ที่ลงทุนไม่มากเท่า Vending อย่างไรก็ตามคู่สัญญาซื้อขายตู้อัจฉริยะนี้เมื่อมีการนำออกสู่ตลาดอย่างจริงจังแล้ว จะได้รับความสนใจจากเจ้าของแบรนด์และผู้ประกอบการอย่างแน่นอน

สำหรับตู้อัจฉริยะ ใช้พื้นที่น้อย การลงทุนก็ไม่มาก สามารถวางในพื้นที่จำกัดหรือในร้านค้าที่ต้องการใช้ตู้นี้ก็สามารถนำไปใช้ได้โดยใช้เงินลงทุนไม่มาก ยกตัวอย่าง ตู้ Vending ราคาประมาณ 3-4 แสน แต่ตู้นี้ ราคาเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
ส่วนลูกค้าที่นำระบบของเอด้าไปใช้ ที่เด่นๆ เช่น ฟู้ดคอร์ท ร้านค้าปลีก ไดโซะ บิ๊กคาเมร่า ทางฟู้ดคอร์ท เราเน้นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถใช้บัตรพนักงาน ซื้ออาหารในโรงงานได้เลย และบัตรสามารถใช้ได้ในทุกสาขาของโรงงานนั้นๆ
เมื่อถามถึงลูกค้าที่ใช้เอด้าซอฟท์ มีจำนวนเท่าไหร่ คุณเสาวนีย์ บอกว่า ถ้าเป็นร้านค้ามีประมาณ 35,000 กว่าจุดขาย มีประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาวและกัมพูชา ที่เลือกระบบเอด้า ไปให้กับลูกค้าที่เขามีอยู่ในต่างประเทศด้วย ซึ่งระบบการดูก็ง่ายมากขึ้น ขบวนการทำงานหลังการขายก็เน้นที่จะให้ความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ระบบการแก้ไขบางเหตุการณ์ก็สามารถใช้ระบบรีโมทได้
คุณเสาวนีย์ กล่าวในตอนท้ายว่า เอด้าซอฟท์ เป็นบริษัทของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและพัฒนาให้ล้ำอยู่เสมอแก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับคนไทยในงบประมาณที่จับต้องได้ เราคิดต้นทุนและความปลอดภัย เป็นหน่วยงานที่ดูแลนวัตกรรมให้กับลูกค้าทุกขนาด เราย่นย่อเพื่อใช้ต้นทุนน้อยกว่าระบบฝรั่ง โดยเอด้า พร้อมเป็นที่ปรึกษาแบบครบวงจรในทุกด้าน รองรับธุรกิจทุกขนาด
ผู้สนใจสามารถติดตามได้ที่ www.ada-soft.com สำนักงานตั้งอยู่ที่ 26/ 5-8 ซอยลาดพร้าว 83 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10240 โทรศัพท์: 02 530 1681 มีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองผ่าน

สำหรับงาน “มหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัล HACKaTHAILAND 2023: DIGITAL INFINITY” กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 25 และวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2566 ณ ห้องเพลนารี 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วัตถุประสงค์เพื่อให้มีการนำเสนอการพัฒนา นวัตกรรม ความสามารถของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลแพลตฟอร์มทางการค้าขาย สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ครอบคลุมในทุกมิติในการทำเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)

ADVERTISEMENT

ชาวปากน้ำปลื้มปิติ ภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ ปรากฏบนผนังอาคาร อบจ.สมุทรปราการ ริมเขื่อนเจ้าพระยา

ชาวปากน้ำปลื้มปิติ ภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ ปรากฏบนผนังอาคาร อบจ.สมุทรปราการ ริมเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา มูลนิธิยังมีเรา พร้อมสถานีข่าว TOP NEWS นำโดย นางสาว อัญชลี ไพรีรักษ์ ผู้ประกาศข่าว ร่วมกับ นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดพิธีส่งมอบพระบรมสาทิสลักษณ์ พระมหากษัตริย์ไทย ในโครงการสตรีทอาร์ต คิงภูมิพล ที่ทั้งหมดได้ร่วมกันจัดขึ้น โดยมี นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัด มาเป็นประธานในพิธี

โดยภาพที่วาดผนังข้างตึก อบจ.เป็นภาพขนาดใหญ่ในอริยะบทพระบรมสาทิสลักษณ์ พระมหากษัตริย์เจ้า ในรัชกาลที่ 9 ที่ประคองสมเด็จย่า และรัชการที่ 10 ประคองพระราชินีพระพันปีหลวง ที่รายล้อมไปด้วยโครงการประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ หอชมเมือง, พื้นป่าโกงกาง, แม่น้ำรวมถึงนกนางนวลและอื่น ๆ จากเหล่าศิลปินจิตอาสาที่ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาวาด เพื่อสื่อถึงความเป็นตัวตนของจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้โครงการ “สตรีทอาร์ต คิงภูมิพล สืบสานศรัทธาผ่านลายศิลป์” ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการ จัดว่าอยู่ในลำดับที่ 19 จากทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ขณะจัดพิธีการส่งมอบภาพวาดสตรีทอาร์ต คิงภูมิพลจำลอง ได้เกิดปรากฎการณ์ฝนตกโปรยลงมา โดยมี นายสุพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบางเมือง พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการและเทศบาลนครสมุทรปราการ ร่วมถึงนักเรียน นักศึกษา ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง////

ADVERTISEMENT

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่เดินหน้าจัดงาน “Northern Fruit Festival”มุ่งกระจายไม้ผลภาคเหนือสู่ภูมิภาคอื่น

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่เดินหน้าจัดงาน “Northern Fruit Festival”มุ่งกระจายไม้ผลภาคเหนือสู่ภูมิภาคอื่น

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ข้ามถิ่นและของดีภาคเหนือครั้งที่ 2 “Northern Fruit Festival” เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการบริโภคผลไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากภาคเหนือ สู่ผู้บริโภคในภูมิภาคอื่น ณ เดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 26 ส.ค. 2566

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องด้วยกรมส่งเสริมการเกษตร มีความมุ่งหวังในการพัฒนาเกษตรกรให้สามารถผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มไม้ผลที่เกษตรกรทางภาคเหนือมีศักยภาพในการผลิตผลไม้ได้อย่างหลากหลาย และมีคุณภาพที่ดีไม่แพ้ผลไม้จากภาคอื่น และมีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นถิ่นที่แตกต่างจากผลไม้ของภาคอื่น พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถเชื่อมโยงช่องทางการตลาดไปสู่ผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงสินค้าเกษตร ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ รวมถึงช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ เช่น ตลาดออนไลน์ ที่รูปแบบการตลาดเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

ดังนั้นสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ จึงจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ข้ามถิ่นและของดีภาคเหนือ ครั้งที่ 2 ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการบริโภคผลไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ และองค์กรเกษตรกรของภาคเหนือ โดยมุ่งหวังให้ผู้บริโภคในภูมิภาคอื่นได้มีโอกาสรับประทานผลไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ที่มีความสดใหม่ รสชาติอร่อย คุณภาพดี ได้มาตรฐานปลอดภัย ในราคาที่ย่อมเยา จากกลุ่มเกษตรกรของภาคเหนือโดยตรง

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์ผลไม้และของดีของภาคเหนือให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น การจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าตลอด 3 วันนี้นอกจากท่านจะสามารถเลือกซื้อสินค้าภายในงานแล้ว ยังสามารถสั่งซื้อสินค้าผลไม้จากกลุ่มเกษตรกรได้ภายหลังจากเสร็จสิ้นงานแล้ว โดยกลุ่มเกษตรกรทุกบูทจะมี QR โค้ด เพื่อให้ท่านแสกนติดตามเพจของกลุ่มเกษตรกร และสั่งซื้อสินค้าของกลุ่มทางแพลตฟอร์มออนไลน์ของกลุ่มเกษตรกรได้” นายเรืองพจน์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการจัดบูทแสดงและจำหน่ายผลไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูป ได้แก่ 1. วิสาหกิจชุมชนมหาพืชผลการเกษตรแปลงใหญ่ลำไย ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย 2. เกษตรกรแปลงใหญ่เงาะ ต.บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 3. เกษตรกรแปลงใหญ่ลำไย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 4. เกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟ ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 5. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำสวนเพื่อการผลิตและแปรรูปผลผลิตเกษตร ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

  1. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และผลิตลำไยเบี้ยวเขียวบ้านป่าเส้า ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน 7. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย ต.หาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ 8. เกษตรกรแปลงใหญ่ส้มเกลี้ยง อ.แม่พริก จ.ลำปาง 9. วิสาหกิจชุมชนไม้ผลพื้นถิ่น อ.แม่พริก จ.ลำปาง 10. เกษตรกรกลุ่มสายใยเกษตรกร อ.เมือง จ.อุทัยธานี 11. เกษตรกรกลุ่มสับปะรดแปลงใหญ่บ้านน้อย อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี 12. วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย
  2. วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ 14. วิสาหกิจชุมชนรวบรวมผลผลิต ต.แม่สุก อ.แม่ใจ จ.พะเยา 15. กลุ่มเกษตรกรไม้ผลอัตลักษณ์ (อโวคาโด) อ.พบพระ จ.ตาก 16. วิสาหกิจชุมชน 9 อย่างพอเพียง อ.พบพระ จ.ตาก 17. วิสาหกิจชุมชนฝรั่งอินทรีย์บ้านตะคร้อ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ และ 18. เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่กล้วยไข่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

นอกจากนี้ ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีกิจกรรมพิเศษที่มามอบความสนุกแก่ผู้ร่วมงาน พร้อมลุ้นรับของรางวัลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการกลับบ้านอีกด้วย ได้แก่ กิจกรรมนาทีทอง นำสินค้ามาลดราคา 50-70% ณ เวทีกลาง และกิจกรรมตอบคำถามความรู้ทั่วไปและความรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของงานในครั้งนี้ โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดวันละ 2 รอบ

ชาวนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง สามารถซื้อสินค้าคุณภาพดี ราคาย่อมเยา และร่วมเป็นส่วนช่วยในการกระตุ้นการบริโภคสินค้าไม้ผลและผลิตภัณฑ์ของภาคเหนือ ได้ที่งานแสดงและจำหน่ายสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ข้ามถิ่นและของดีภาคเหนือครั้งที่ 2 “Northern Fruit Festival” ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2566 ณ ลานศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมจากการจัดงานในครั้งนี้จำนวน 500,000 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีรายได้จากการจัดงาน 240,000 บาท

ADVERTISEMENT

องค์พิทักษ์สัตว์แห่งโลกพร้อมเครือข่าย เปิดโปงความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตไก่เนื้อ

องค์พิทักษ์สัตว์แห่งโลกพร้อมเครือข่าย เปิดโปงความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตไก่เนื้อ

24 สิงหาคม 2566, กรุงเทพฯ – องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ร่วมกับ องค์กร We Animals Media เผยหลักฐาน การเลี้ยงไก่ในฟาร์มอุตสาหกรรมแบบพันธะสัญญาที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณนั้นมีอยู่จริง ไก่มีสวัสดิภาพที่เลวร้าย และมีชีวิตอย่างทุกข์ทรมานตั้งแต่เกิดจนตาย จากหลักฐานและข้อมูลที่พบนั้นสวนทางกับ
คำกล่าวอ้างของเหล่าบริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์หรือแม้กระทั่งธุรกิจต่าง ๆ ที่ใช้ไก่เป็นสินค้าหลักว่าไก่ในฟาร์มของพวกเขานั้นถูกเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ มีความสุข และสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
ความต้องการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้นของผู้บริโภคนำไปสู่การเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องของ ฟาร์มอุตสาหกรรม การเลี้ยงไก่เนื้อจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเป็นสัตว์ฟาร์มที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ไก่เนื้อมากกว่า 2 ใน 3 หรือจำนวนมากถึง 100,000 ตัว ถูกเลี้ยงอย่างแออัดในโรงเรือน โดยเฉลี่ยไก่แต่ละตัวอยู่ในพื้นที่เล็กกว่ากระดาษขนาด A4 อีกทั้งมีการคัดเลือกสายพันธุ์ (Genetic Selection) ที่นำมาเลี้ยงเป็นไก่สายพันธุ์เร่งโต ซึ่งในปัจจุบันนี้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงไก่ลดลงถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลแดชบอร์ดที่จัดทำโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ในปี พ.ศ. 2566 เปิดเผยว่าประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อมากกว่า 3 หมื่นราย ในแต่ละปีมีผลผลิตไก่เนื้อประมาณ 3 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคกลางร้อยละ 50.8 ของผลผลิตทั้งประเทศ รองลงมาคือ ภาคตะวันออก ร้อยละ 20.0 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 14.7 ทำให้ไทยส่งออกไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ 4 ของโลก
ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ.2565 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกและทีมงาน We Animals Media ได้ทำการสำรวจและสืบหาข้อเท็จจริง โดยสุ่มลงพื้นที่ทำฟาร์มไก่อุตสาหกรรมแบบพันธะสัญญาในภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทยที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเลี้ยงไก่เพื่อส่งให้ผู้ค้าปลีกและร้านอาหารต่าง ๆ สำหรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยฟาร์มแต่ละแห่งเลี้ยงไก่ที่มีอายุระหว่าง 11 ถึง 30 วัน จำนวน 20,000 ถึง 30,000 ตัว พบหลักฐานและข้อมูลที่เผยให้เห็นถึงสวัสดิภาพไก่ที่เลวร้ายดังที่ได้ปรากฏในรายงาน “สูตรลับที่แท้จริง: เผยความลับที่ซ่อนอยู่ในการผลิตเนื้อไก่”

อรกร ธนชลกรณ์ หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “เราต้องการนำหลักฐาน ซึ่งเป็นวิดีโอและภาพเหล่านี้ออกมา เพื่อเผยแพร่ให้คนไทยได้เห็นถึงสภาพความโหดร้ายทารุณที่มีอยู่จริงในฟาร์มอุตสาหกรรมไก่ การใช้สายพันธุ์ไก่แบบเร่งโตคือจุดแรกเริ่มของความโหดร้ายทารุณ ทำให้ไก่เติบโตอย่างรวดเร็ว สร้างความเจ็บปวดทางจิตใจ และการเจ็บป่วย และบาดเจ็บทางร่างกายที่รวมถึงความล้มเหลวของระบบหายใจ ความผิดปกติของขา กระดูกแตกหัก แผลเรื้อรังที่ผิวหนัง และการตายอย่างเฉียบพลัน อีกทั้ง ไก่เหล่านี้ยังไม่สามารถแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ได้ตามธรรมชาติเพราะร่างกายที่ใหญ่โตอย่างผิดปกติ ทำได้แค่เพียงการนั่งหรือยืนอยู่บนมูลของตัวเองจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิตที่ถูกฆ่ามาเป็นอาหารของมนุษย์”
ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์ต้องเปลี่ยนแปลง บริษัทต่าง ๆ เกือบ 600 แห่งจากหลายประเภทธุรกิจทั่วโลก เช่น ผู้ผลิตอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงเรื่องความมุ่งมั่นในการเพิ่มสวัสดิภาพของไก่ หรือ “Better Chicken Commitment” ทั้งนี้ KFC ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ค้าไก่ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งของประเทศไทย และมีสาขามากถึง 25,000 สาขาทั่วโลก โดยในทวีปยุโรปมี 8 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, สวีเดน, เดนมาร์ก, และฝรั่งเศส ได้ร่วมลงนามไปแล้ว
สำหรับ KFC ในประเทศไทย ที่มียอดจำหน่ายไก่ในประเทศประมาณ 25 ล้านชิ้นต่อเดือน และได้เปิดสาขาที่ 1,000 ไปเมื่อไม่นานมานี้ อาสาสมัครฮีโร่พิทักษ์สัตว์และตัวแทนองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ได้เดินทางไปพบผู้บริหาร บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ KFC เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566
ที่ผ่านมา เพื่อสื่อสารถึงความกังวลของข้อมูลในรายงาน “สูตรลับที่แท้จริง: เผยความลับที่ซ่อนอยู่ในการผลิตเนื้อไก่” พร้อมยื่นเสียงผู้บริโภคกว่า 40,000 รายชื่อ เพื่อเชิญชวนให้ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการเป็นผู้นำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการเลี้ยงไก่ในฟาร์มอุตสาหกรรมให้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของอาหารในจาน ที่จะต้องไม่ได้มาจากวิธีปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณ


“ความทุกข์ทรมานของสัตว์ที่เป็นอาหารจะต้องไม่ใช่เรื่องปกติ แต่จะต้องเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้ เราทุกคนต้องช่วยกันหยุดความโหดร้ายทารุณเหล่านี้ทันที และเริ่มต้นด้วยการร่วมเรียกร้องให้อุตสาหกรรมและธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน เข้าร่วมในข้อตกลงเรื่องความมุ่งมั่นในการเพิ่มสวัสดิภาพของไก่ หรือ Better Chicken Commitment เพื่อยกระดับนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านสวัสดิภาพไก่ให้ดีขึ้น และจะต้องมีการรายงานการดำเนินการตามความมุ่งมั่นดังกล่าวต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดการติดตามและตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส” โรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย
ปัจจุบันนี้ แม้ว่าวิธีเลี้ยงไก่ในฟาร์มอุตสาหกรรมอาจจะสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทยและนโยบายของบริษัทก็ตาม แต่กลับยังไม่สามารถทำให้ไก่ในฟาร์มได้มีชีวิตภายใต้สวัสดิภาพที่ดีได้ตลอดอายุขัย ดังนั้น บริษัทต่าง ๆ ที่ผลิตไก่เนื้อหรือที่เกี่ยวข้องกับไก่ในห่วงโซ่อุปทานตลอดทั้งสาย จะต้องยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพไก่ของตนและต้องมีหลักฐานการกระทำที่เปิดเผยสู่สาธารณะและพิสูจน์ได้จริง
**ภาพโดย : Haig ,World Animal Protection ,We Animals Media


อ้างอิงและสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  1. ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า-คิดค้า.com
    https://xn--42ca1c5gh2k.com/data/?tab=dashboard&_cat=chicken&_iframe_ids=57959
  2. รายงานสูตรลับที่แท้จริงและวิดีโอ: เผยความลับที่ซ่อนอยู่ในการผลิตเนื้อไก่ https://realsecretrecipe.worldanimalprotection.or.th/
  3. รายละเอียดเพิ่มเติม https://global.kfc.com/our-locations/
  4. รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.kfc.co.th/aboutus

เกี่ยวกับองค์กรองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระดับโลกมีสำนักงาน 14 แห่งทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยซึ่งได้มีการดำเนินการเพื่อปกป้องสัตว์จากความทุกข์ทรมาน มาเป็นเวลา 55 ปีโดยมุ่งเน้นการยกระดับ สวัสดิภาพสัตว์ และยุติการทุกข์ทรมาน และการทารุณกรรมสัตว์อย่างถาวร โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ที่ผ่านมาองค์กรฯ ได้ดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ในประเทศไทย อาทิ โครงการส่งเสริมระบบอาหารอย่างยั่งยืน โดยยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์ม การยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ช้างไทยให้ดีขึ้นและเพื่อให้สัตว์ป่าทุกตัวได้มีโอกาสที่จะมีชีวิตอย่างมีอิสระตามธรรมชาติโดยตระหนักถึงความสำคัญ ของคุณภาพชีวิตสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพชีวิตมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูลกัน

ADVERTISEMENT

มูลนิธิรักษ์ไทยและมูลนิธิเพื่อนหญิง ผนึกกำลังสยามพิวรรธน์ จัดงาน #SHEISME

มูลนิธิรักษ์ไทยและมูลนิธิเพื่อนหญิง ผนึกกำลังสยามพิวรรธน์ จัดงาน #SHEISME

มูลนิธิรักษ์ไทยและมูลนิธิเพื่อนหญิง ผนึกกำลังสยามพิวรรธน์ จัดงาน #SHEISME : Unconditional Love : Embracing The Colors of Empower เสริมสร้างพลังผู้หญิง และบทบาทของ “แม่” กับแง่มุมที่หลากหลาย
มูลนิธิรักษ์ไทยร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิง เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรภาคธุรกิจร่วมมือกันเป็นภาคีจัดงาน #SHEISME Unconditional Love: Embracing the Colors of Empower เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลายในสังคม ในการให้ความรู้ สร้างโอกาส เพิ่มบทบาท และสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมได้เข้าใจคำว่า “แม่” ในแง่มุมต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น อาทิเช่น แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อแม่กลุ่ม LGBTQ+ ผู้ที่เลี้ยงดูเรามาแม้ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด รวมไปถึงการผลักดันสิทธิบทบาทสตรีในแง่การถูกกดจากบทบาททางสังคมหรือถูกบรรทัดฐานในสังคมกดเอาไว้ ผ่านกิจกรรมและการเสวนาในแนวทางของความเท่าเทียมและยุติความรุนแรง (Gender Equality and Stop Violence) การเสริมสร้างพลังผู้หญิงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Women Empowerment and Sustainable Development) ระหว่างวันที่ 25 – 27 สิงหาคม 2566 นี้ ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ Atrium 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายงาน #SHEISME Embracing The Colors of Empower ได้รับเกียรติจาก มลชยา เตชะไพบูลย์ และ ดร.เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล กรรมการมูลนิธิรักษ์ไทย พร้อมด้วย ธนวดี ท่าจีน ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง และมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยังมีแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ ได้แก่ โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ครี-พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา หมิง-อรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ และนนท์ อินทนนท์ มาร่วมเสวนาเกี่ยวกับสิทธิและความเท่าเทียมกันในสังคมของสตรี และความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงเรื่องบทบาทความเป็น “แม่” จากหลากหลายแง่มุม ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตโดย ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา ร่วมมอบความบันเทิงในวันเปิดงาน

ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากคนดังมากมายที่จะมาร่วมเสวนา พูดคุยถึงความหลากหลากหลายทางเพศ การเสนอแนวทางในการยุติความรุนแรง เสริมสร้างพลังผู้หญิงให้มีความเท่าเทียมในสังคมตลอด 3 วัน อาทิ แอนนา เสืองามเอี่ยม โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน หมวย-อริสรา กำธรเจริญและอีกมากมายมาร่วมพูดคุยในเรื่องความเท่าเทียม และบทบาทของความเป็น “แม่” ทั้งนี้ยังมีการอบรมเกี่ยวกับ Standup Against Street Harassment การยืนหยัดต่อต้านการคุกคาม โดยบริษัท ลอลีอัล ปารีส พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปจากชุมชนและครอบครัวหญิงสาวชาวบ้าน

ที่มูลนิธิรักษ์ไทยร่วมเคียงข้าง ไม่ว่าจะเป็น พวงกุญแจชาวเขา, ต่างหูชาวเขา และพวงกุญแจ Eco-Print จ. น่าน การทำเสื้อและโปสการ์ด DIY และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ นำโดย Matcha, Alala, Monica และ Yes Indeed โดยมีพิธีกรมากความสามารถ นาขวัญ รายนานนท์ มาสร้างสีสันบนเวทีตลอด 3 วัน
นอกจากนั้นยังมีส่วนของนิทรรศการ SHE IS ME ที่มีทั้งสาระความรู้และความสนุกสนาน ในการสร้างแรงบันดาลใจจากพลังผู้หญิง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการรณรงค์ลดการเลือกปฏิบัติ และสร้างความเท่าเทียม ยุติความรุนแรง เสริมสร้างพลังผู้หญิงเพื่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในสังคมไทย ทั้งนี้ยังสามารถร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากชุมชนผู้หญิงที่มูลนิธิรักษ์ไทยร่วมสนับสนุน พัฒนา และเคียงข้าง สร้างสังคมเท่าเทียมมาตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ภายในพื้นที่จัดงาน “สยามเซ็นเตอร์” ซึ่งมีจุดยืนเป็น ‘DiversCity Building’ สถานที่ศูนย์รวมคอมมูนิตี้และให้ความสำคัญต่อผู้คนที่มีความหลากหลายในทุกด้าน อาทิ เพศ เชื้อชาติ สุขภาพ อย่างเท่าเทียม เพื่อตอกย้ำการเป็น The Ideaopolis หรือเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ภายในงานยังมีกิจกรรมทำนายโชคชะตา นำโดยทีมนักพยากรณ์ชื่อดังจากสถาบันโหราศาสตร์วิทยา ครั้งละ 299 บาท โดยจะนำไปสมทบทุนให้มูลนิธิรักษ์ไทย ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้จะถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลังในการรณรงค์เพื่อสร้างความเท่าเทียมและยุติความรุนแรง และร่วมสร้างตระหนักรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิสตรี รวมถึงสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนในสังคม
พบกับงาน #SHEISME Embracing The Colors of Empower งานเพื่อสิทธิและความเท่าเทียมกันของ “สตรี” ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่มีทั้งสาระและความบันเทิงมากมายได้ ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคมนี้ ระหว่างเวลา 10.00 – 20.00 น. ณ บริเวณ Atrium 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : มูลนิธรักษ์ไทย Raks Thai Foundation และ https://www.raksthai.org/

มูลนิธิรักษ์ไทย ภายใต้การดำเนินงานที่เป็นสากลระดับโลก ในฐานะสมาชิกองค์การแคร์นานาชาติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2540 เพื่อสานต่องานของ CARE International (ประเทศไทย) ในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และช่วยเหลือผู้เปราะบาง ภายใต้การดำเนินงานโครงการหลัก 5 ประการ คือ ส่งเสริมบทบาททางเศรษฐกิจของผู้หญิง (Women’sEmpowerment), ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและเยาวชน (Children/Youth), สิ่งแวดล้อม (Environment), สุขภาพ (Health), บรรเทาสาธารณภัย (Emergency Response) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประชาคมเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้สิทธิความเสมอภาค สามารถกำหนดอนาคตของตนเองและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน” และยุทธศาสตร์ “เสริมสร้างศักยภาพ ชุมชนยากจนและกลุ่มด้อยโอกาส โดยการวิเคราะห์แก่นแท้ของปัญหากำหนดและดำเนินการทางเลือกที่เหมาะสม และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในงานพัฒนาอย่างยั่งยืน”
โดยเฉพาะงานในด้านการส่งเสริมบทบาททางเศรษฐกิจของผู้หญิงเน้นพัฒนาศักยภาพและทักษะด้านอาชีพให้กับผู้หญิงบนดอยภาคเหนือ และผู้หญิงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถมีทางเลือกในการประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชนให้เกิดประสิทธิภาพ โครงการภายใต้การดูแล อาทิเช่น โครงการ She made it ผู้หญิงพลิกฟื้นเศรษฐกิจในครอบครัวและชุมชน เป็นการดึงศักยภาพและความสนใจเพื่อนำมาประกอบเป็นวิชาชีพเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับผู้หญิงที่ถูกตีกรอบด้วยความเชื่อและทัศนคติทางวัฒนธรรม เช่น กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สูญเสียสามีที่เป็นผู้นำครอบครัวไปกับความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้หรือกลุ่มชาติพันธุ์
มูลนิธิเพื่อนหญิง เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2523 ภายใต้ชื่อ “กลุ่มเพื่อนหญิง” นำโดย คุณธนวดี ท่าจีน มีบทบาทในการพิทักษ์สิทธิและให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติความรุนแรงจากภัยคุกคามทางเพศการถูกข่มขู่คุกคามและเผยแพร่คลิปวิดีโอ การถูกทำร้ายโดยบุคคลในครอบครัวที่ส่งผลกระทบด้านร่างกาย จิตใจ สิทธิ เสรีภาพและความมั่นคงในชีวิตตั้งครรภ์และไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ/ท้องในวัยเรียน/ถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ/การใช้แรงงานที่ผิดกฏหมายจากกระบวนการค้ามนุษย์ ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือถูกเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุแห่งเพศ/เชื้อชาติ/ศาสนา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้มีผลในเชิงโครงสร้าง ส่งเสริมความเข้าใจบริบทมิติหญิงชายในกระแสการพัฒนาของสังคมยุคใหม่/สร้างความเข้มแข็งใหกับเครือข่ายขบวนการต่อสู้ของผู้หญิงเพื่อร่วมสร้าง ร่วมคิด ร่วมทำสังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรม ซึ่งในงานนี้ถือเป็นแคมเปญเปิดศักราชใหม่ในปีนี้ของทางมูลนิธิรักษ์ไทยและมูลนิธิเพื่อนหญิงในด้านการพัฒนาความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งจะเป็นธีมในการรณรงค์ไปตลอดทั้งปีไปตลอดจนถึงกิจกรรมในวันแม่ และวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล

ADVERTISEMENT

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือได้ให้สัมปทานเอกชนดำเนินการเก็บไข่เต่าทะเล

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือได้ให้สัมปทานเอกชนดำเนินการเก็บไข่เต่าทะเล

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ
แต่เดิม กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมปทานเอกชนดำเนินการเก็บไข่เต่าทะเล ตาม ชายหาดและเกาะต่างๆ พ.ศ.๒๔๙๓ กองทัพเรือ ได้ออกประกาศตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยทางราชการ และให้สงวนบริเวณสถานีทหารเรือสัตหีบบางส่วน ไว้เป็นเขตปลอดภัยยังนั้นกรมประมง

ได้มอบการเก็บไข่เต่าทะเล ในบริเวณเขตปลอดภัย ให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการ กองทัพเรือ จึงได้ดำเนินการอนุรักษ์ พันธุ์เต่าทะเล ดังนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๓ กองทัพเรือ มอบหมายให้ กรมอุทกศาสตร์เป็นหน่วยแรกที่ดำเนินการ จนถึงปี พ.ศ.๒๕๐๑ กรมอุทกศาสตร์จึงได้โอนให้ สถานีทหารเรือสัตหีบ เป็นผู้ดำเนินการ แต่เนื่องจากผู้บัญชาการสถานีทหารเรือสัตหีบ ในขณะนั้น ได้แก่พล.ร.ต.อนันต์ เนตรโรจน์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองการฝึก กองเรือยุทธการ อีกตำแหน่งหนึ่ง จึงได้ลงคำสั่งให้

กองการฝึก กองเรือยุทธการ เป็นผู้ดำเนินการ พ.ศ. ๒๕๒๒ สมด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมี
พระราชดำริให้กรมประมงจัดตั้ง “โครงการสมเด็จอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล” ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะมันใน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง สถานีอนุรักษ์เต่าทะเลของกรมประมงแห่งนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ จำนวน ๒ นาย มาร่วมดำเนินการเพาะฟักและเพาะเลี้ยงพันธุ์เต่าทะเล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือ และกองทัพเรือต้องให้การสนับสนุน โครงการ สมเด็จอนุรักษ์ พันธุ์เต่าทะเล ด้วยการส่งลูกเต่าทะเลปีละ ๔,๐๐๐ ตัว (ลูกเต่าตนุ ๓,๐๐๐ ตัว และลูกเต่ากระ ๑,๐๐๐ ตัว )

ไปให้สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลของกรมประมง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ กองทัพเรือได้ส่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เต่าทะเล จำนวน ๙ ตัว ให้สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน ไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ด้วย พ.ศ.๒๕๓๒ กองทัพเรือได้อนุมัติให้ ฐานทัพเรือสัตหีบโดย กรมต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รับผิดชอบการดูแลเกาะครามแทน กองการฝึกกองเรือยุทธกาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ กองทัพเรือได้มุ่งเน้นและขยายผลการดำเนินงานอนุรักษ์และพัฒนา สภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนา สภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง
กองทัพเรือขึ้น มีรองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานกรรมการโดย ตำแหน่ง มอบหมายให้มีหน้าที่สำคัญคือ
กำหนดเป้าหมาย นโยบาย รวมทั้งอำนวยการประสานงานและกำกับดูแลการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมในทะเล และชายฝั่ง ทั้งด้านอ่าวไทยและทะเลอันดามันให้เกิดผลดีมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคำสั่งนโยบายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของกองทัพเรือ ได้กำหนดให้ งานอนุรักษ์ พันธุ์เต่าทะเลอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเล โดยมี หน่วยบัญชาการ ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นหน่วยปฏิบัติ เมื่อ ๑๗ ต.ค.๔๔ กองทัพเรือ ได้ยกเลิกคณะกรรมการอนุรักษ์ต่างๆ และได้จัดงานการอนุรักษ์ทั้งหมดที่กองทัพเรือเกี่ยวข้องเข้าไว้เป็นสายงานปกติของกองทัพเรือ โดยมีกรมกิจการพลเรือน
ทหารเรือ เป็นฝ่ายอำนวยการ สำหรับงานด้านการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลโดยตรงนั้น มีหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน


และรักษาฝั่ง เป็นหน่วยดำเนินการ ทั้งนี้เป็นไปตามการปฏิบัติของ ทร. ตามแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และฟื้นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทาง ทะเล ภายใต้นโยบายความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี

เมื่อ ๒๒ มิ.ย.๔๔ ในเรื่องนโยบายความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ที่ กำหนดให้ กองทัพเรือเป็นหน่วยปฏิบัติหน่วยหนึ่งของรัฐ พ.ศ.๒๕๓๗ กองทัพเรือ ได้ยกเลิกการจำหน่ายไข่เต่าทะเล ซึ่งเคยจำหน่ายบางส่วนที่เหลือจากการนำมาเพาะฟักดำเนินการเพาะฟักทั้งหมด ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลตั้งอยู่ในเขตฐานทัพทหารเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ภายในศูนย์มีการส่งเสริมการอนุรักษ์เต่าทะเล และบ่ออนุบาลเต่าเล็กก่อนปล่อยลงสู่ทะเล มีห้องนิทรรศการ แสดงเต่าทะเล ตั้งแต่อยู่ในไข่จนถึงวัยเจริญพันธุ์ การอนุรักษ์พันธ์เต่าทะเลสัตหีบ ของกองทัพเรือ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในอดีตการดำเนินงานด้านอนุรักษ์พันธ์เต่าทะเลของกองทัพเรือมาตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2493 และได้ดำเนินงานเฉพาะในเรื่องการเพาะไข่เต่ารวมถึงการอนุบาลลูกเต่าทะเลและเพื่อปล่อยคืนสู่
ธรรมชาติที่บริเวณ เกาะคราม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
วันที่ 17 ตุลาคม 2544 กองทัพเรือได้ยกเลิกคณะอนุกรรมการอนุรักษ์ต่างๆ นำงานด้านการอนุรักษ์ทั้งหมดที่กองทัพเรือที่เกี่ยวข้องไว้เป็นสายงานปรกติ

โดยมีกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ตั้งเป็นหน่วยงานอำนวยการในด้านการนุรักษ์พันธ์เต่าทะเลนี้โดยตรงมี หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นผู้ดำเนิน การปฏิบัติตามแผ่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางทะเลภายใต้นโยบายการรักษาความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลเป็นสถานที่
ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในสัตหีบการมาเยี่ยมชมศูนย์แห่งนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตของเต่าทะเล

ซึ่งเราจะได้รับรู้ข้อมูลของเต่าชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงมีบ่อเลี้ยงเต่าที่แยกออกมาเป็นช่วงอายุต่าง ๆ ให้ได้ชมด้วย โดยที่ภายนอกอาคารของศูนย์นุรักษ์พันธ์เต่าทะเลแห่งนี้ ยังเป็นชายหาดของหน่วยทหาร และมีการตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศ สามารถถ่ายรูปกับรูปปั้นเต่าได้ด้วย ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ ของที่ระลึกก็สามารถหาซื้อได้จากที่นี่ด้วย
เช่นกัน ศูนย์อนุรักษ์แห่งนี้อยู่ในเขตของบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

ADVERTISEMENT

โครงการพัฒนาทักษะอาชีพเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมและแรงงานนอกระบบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โครงการพัฒนาทักษะอาชีพเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมและแรงงานนอกระบบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทุนสนับสนุน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ)
ดำเนินการโดย โรงเรียนสอนศิลปะการปรุงอาหารไอเชฟ

ปิดโครงการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2566 ณ ห้อง โยเดีย 1 โรงแรมคลาสสิค คามิโอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับโครงการพัฒนาทักษะอาชีพเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมและแรงงานนอกระบบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุนสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ) เพื่อพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้เยาวชน ดำเนินการโดย โรงเรียนสอนศิลปะการปรุงอาหารไอเชฟ มีผู้เข้าร่วมเรียนรู้ของโครงการทั้งสิ้น 391 คน
ดร.ปิยวรรณ ทัศนาญชลี หัวหน้าโครงการฯ กล่าวสรุปผลการลงพื้นที่พัฒนาทักษะอาชีพเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมและแรงงานนอกระบบจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการพร้อมเก็บข้อมูลจากแรงงานนอกระบบและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม พบ 6 ทักษะอาชีพที่มีความต้องการได้แก่ 1) ด้านอาหาร เบอเกอรี และเครื่องดื่ม 2) ด้านงานช่าง 3) ด้านศิลปะและดนตรี 4) ด้านการแพทย์แผนไทย สปา และความงาม 5) ด้านวิชาการ และ 6) ด้านการเกษตร “เน้นการสอนด้านทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เกิดผลผลิตจริงที่เด็กสามารถเลียนแบบนำไปประกอบอาชีพได้เลย”

ทั้งนี้ทางโครงการฯ ยังได้รับความร่วมมือกับผู้ประกอบการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างทักษะอาชีพ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย ศูนย์พัฒนามาตรฐานแรงงานสุธาทิพย์ Farm Kids Dee ศูนย์ปฏิบัติธรรมและอบรมเยาวชนพระนครศรีอยุธยา วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี สวนผักนักบุญ โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ซิตี้พาร์ค อยุธยา ศูนย์ทดสอบมาตราฐานฝีมือแรงงาน บีเอ็นซี (บรรณสรณ์) ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดปทุมธานี วุ้นละมุน และดนตรีบำบัด Crystal Singing Bowl Music By BeeBee เข้ามาร่วมพัฒนาความรู้ ความสามารถ เสริมสร้างและพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ เพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต

ภายในงานได้มีการจัดแสดงผลงงานจากหลักสูตรการอบรมต่าง ๆ ประกอบด้วย หลักสูตรการเชื่อมโลหะ หลักสูตรต่อวงจรไฟฟ้า หลักสูตรการทำเครื่องหอมจากสมุนไพร หลักสูตรนวดหน้าและสปา หลักสูตรเลี้ยงไส้เดือนดิน หลักสูตรปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หลักสูตรอาหารและเครื่องดื่ม หลักสูตรลงรักปิดทอง และหลักสูตรตัดผม อีกด้วย

ADVERTISEMENT

เชิญช้อปบัตรบุฟเฟต์สุดคุ้มในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 67

เชิญช้อปบัตรบุฟเฟต์สุดคุ้มในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 67

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ขอเชิญชวนทุกท่านพบกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม กับคูปองอาหารราคาพิเศษมากมาย หลากหลายความอร่อย ไม่ว่าจะเป็น
• บุฟเฟต์นานาชาติรวมซีฟู้ดมื้อกลางวัน (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ราคาใบละ 599 บาท (ปกติ 900 บาท) “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 3”
• บุฟเฟต์นานาชาติรวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม ทั้งฟัวกราส์ วากิว กั้งกระดาน หอยนางรม ฯลฯ ราคาใบละ 999 บาท (ปกติ 1,700 บาท) “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 2 พร้อมบัตรห้องพัก 1 คืน” “ซื้อ 80 แถม 9 พร้อมบัตรสมาชิก VIP 1 ปี”
• บุฟเฟต์ติ่มซำ รวมออเดิร์ฟ ผัดผัก ซุป จานหลัก ขนมหวาน และเครื่องดื่ม ราคาใบละ 850 บาท (ปกติ 1,300 บาท) “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 2 พร้อมคูปองเป็ดปักกิ่ง 1 ใบ” “ซื้อ 80 แถม 8 พร้อมคูปองหมูหัน 1 ใบ”
• คูปองเป็ดปักกิ่ง ใบละ 990 บาท (ปกติ 1,754 บาท)
• คูปองหมูหัน (เลือกได้ทั้งหมูหันไทยหรือฮ่องกง) ใบละ 2,990 บาท (ปกติ 3,767 บาท)
ภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 67 บูธ F04 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 24 – 27 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 – 21.00 น. หรือที่ทุกห้องอาหารภายในโรงแรมฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldhotel

ADVERTISEMENT