ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือหลวงตาชัย

ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือหลวงตาชัย

วันนี้ (21 สิงหาคม 2566) เวลา 14.29 น. พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือหลวงตาชัย ณ ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พลเรือตรี อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการ
กองเรือยกพลขึ้นบก และยุทธบริการ กองเรือยุทธการ นายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) และแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ


ตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.2558 – 2567 โครงสร้างกำลังรบ ได้กำหนดให้มีเรือลากจูงสำหรับใช้ปฏิบัติราชการในพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 8 ลำ ซึ่งในปัจจุบันกองทัพเรือมีเรือลากจูงปฏิบัติราชการแล้ว จำนวน 6 ลำ และมีแผนปลดระวางประจำการ 1 ลำ ทำให้เหลือเรือลากจูงใช้ในราชการ เพียง 5 ลำ กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นในการจัดหาเรือลากจูงขนาดกลางเพื่อมาทดแทน ซึ่งการต่อเรือหลวงตาชัย เรือลากจูงขนาดกลางลำนี้ จะทำให้มีเรือลากจูงที่เพียงพอต่อการสนับสนุนเรือขนาดใหญ่ และเรือดำน้ำที่กองทัพเรือจะได้รับมอบมาใช้ปฏิบัติราชการในปี 2567 ทั้งนี้ เรือหลวงตาชัยจะเข้าประจำการ ที่กองเรือยกพลขึ้นบก และยุทธบริการ กองเรือยุทธการ นอกจากนี้การต่อเรือหลวงตาชัย กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้วิธีคัดเลือกจากบริษัท อู่ต่อเรือภายในประเทศ คือบริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง
ทั้งด้านองค์บุคคล องค์ความรู้ และช่วยลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร


คุณลักษณะที่สำคัญของเรือหลวงตาชัย คือ สามารถเข้าดึงและดันเรือขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ และรวมไปถึงเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ได้อย่างคล่องตัวปลอดภัย และสามารถเคลื่อนที่ไปทางข้างได้ โดยมีขีดความสามารถทางการลากจูง และเรือมีกำลังดึง ไม่น้อยกว่า 55 เมตริกตัน โดยเรือหลวงตาชัยเป็นไปตามแบบเรือ Ramparts 3200 SD มีความยาวตลอดลำ 31.50 เมตร ความกว้าง 12.60 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 4.50 เมตร สามารถออกปฏิบัติการในระยะปฏิบัติการได้ไม่น้อยกว่า 2,500 ไมล์ทะเล ด้วยความเร็ว 8 นอต ที่ระวางขับน้ำเต็มที่และสามารถทำความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง ที่ระวางขับน้ำเต็มที่ ไม่น้อยกว่า 12.1 น็อต มีการจัดแบ่งห้องพักอาศัยของกำลังพล จำนวน 20 นาย มีสถานที่จัดเก็บเสบียงอาหาร และระบบน้ำจืดเพียงพอต่อการปฏิบัติงานในทะเลได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 วัน


โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุง สามารถปฏิบัติงานในท่าเรือ และชายฝั่งได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีความคงทนทะเลได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 3 (Sea State 3) สามารถสนับสนุนภารกิจอื่นๆ ด้วยความสามารถที่มีอยู่ได้ หากมีความจำเป็น เช่น การลากเป้าในการฝึกยิงอาวุธ ขจัดคราบน้ำมันในทะเลบริเวณท่าเรือได้ และดับเพลิงไหม้ในเรือ ทั้งในเขตฐานทัพ ท่าเรือต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ตลอดชายฝั่งได้ รวมทั้งสามารถบังคับเรือให้ไปทางข้างได้ ทั้งซ้ายและขวา
ใช้ส่วนหัวเรือ ทั้งดึงและดันได้โดยไม่ต้องกลับลำเรือ และเน้นการใช้งานสำหรับการดันเรือเป็นหลัก

ADVERTISEMENT

ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

มาเยี่ยมชมการแสดงของสุนัขจรจัดที่ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ โดย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้จัดทำโครงการดูแลสุนัขจรจัดขึ้น โดยมี พลเรือเอก ไกรสรจันทร์สุวาณิชย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้ริเริ่มโครงการ

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ประกอบด้วย สามารถควบคุมจำนวนและควบคุมชีวิตของสุนัขให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ 

ขจัดมลภาวะและผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากสุนัขจรจัดต่อชุมชน สามารถเพิ่มโอกาสให้กับสุนัขในการกระจายออกสู่สังคมภายนอก สามารถเพิ่มความรู้ให้กับบุคคลที่เลี้ยงสุนัขและเพิ่มพูนความรับผิดขอบต่อสุนัขอย่างแท้จริง

ADVERTISEMENT

ปิดฉากอย่างสวยงาม กับงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566”

ปิดฉากอย่างสวยงาม กับงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566”

ปิดฉากอย่างสวยงาม กับงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566” ทั้ง 9 วัน กวาดรายได้ถึง 710 ล้านบาท ท่ามกลางเสียงชื่นชมอลังการสมการรอคอย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2566 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงาน“ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี 2566” โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 

รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน สามารถสร้างยอดจำหน่ายสินค้าในภาพรวมได้มากถึง 710 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าประเภทผ้าที่สามารถกวาดรายได้ไปมากกว่า 283 ล้านบาท นอกจากนี้ ตลอดการจัดงานทั้ง 9 วัน ยังมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมชมงาน มากกว่า 2 แสนห้าหมื่นคน สร้างความชื่นอกชื่นใจให้กับผู้ประกอบการ และกระแสตอบรับส่วนใหญ่ต่างเอ่ยปากชมเป็นเสียงเดียวกันว่า จัดงานดี สินค้ามีคุณภาพ และอลังการสมกับที่การรอคอยมาทั้งปี

โดยเฉพาะไฮไลท์หลักของงานที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นการนำเสนอความงดงามและความยิ่งใหญ่ของผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานนั่นคือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ในการส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวาง ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โดยเฉพาะโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ขยายผลมาจากโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อสร้างรายได้ให้กลุ่มอาชีพที่เป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพฯ ผู้ผลิตผู้ประกอบการโอทอป ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และความยากจน และการสร้างให้ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็งแข่งขันได้ โดยส่งเสริมการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดสากล

“กรมการพัฒนาชุมชน ขอขอบคุณมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ หน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้มาร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนสินค้าจากกลุ่มศิลปาชีพ และกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี 2566” ในครั้งนี้ และหวังว่าการจัดงานของกรมการพัฒนาชุมชนในครั้งต่อไป จะได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนทุกท่านเช่นนี้ตลอดไป” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวทิ้งท้าย

ADVERTISEMENT

เปิดตัว 12 เยาวชนคนเก่ง เป็น Brand Ambassador โครงการ“Global Youth StarAwards 2023”

เปิดตัว 12 เยาวชนคนเก่ง เป็น Brand Ambassador โครงการ“Global Youth StarAwards 2023”

โครงการดีๆที่จุดประกายฝันให้เด็กไทย พร้อมเป็นก้าวแรกแห่งความภาคภูมิใจ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

จากการเปิดตัวโครงการ “Global Youth Star Awards 2023” ที่ดำเนินงานโดย รายการ ซุปตาร์คิดส์ติดดาว ทางช่อง 5 ที่มุ่งมั่นสร้างรางวัลเพื่อมอบความภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนในสาขาต่างๆ โดยได้แต่งตั้งเยาวชนคนเก่งซึ่งเป็นพิธีกรจาก รายการ ซุปตาร์คิดส์ติดดาว และเยาวชนที่มีผลงานความสามารถโดดเด่นในหลากหลายสาขา รวม 12 คนเพื่อมาเป็น Brand Ambassador ในการผลักดันโครงการ อาทิ

  1. ด.ญ.ชัยวดี หิรัญลาภ ( แพรวา) -ได้รับเหรียญทอง ประกวดร้องเพลงสากล ที่ฮ่องกงในเวที HKYPA Hong Kong Youth Performance Art and Development Association ปี 2020 / เหรียญเงิน การประกวดร้องเพลงสากลที่ประเทศไทย เวที HKYPA Hong Kong Youth Performance Art and Development Association ปี2019 / เหรียญทองแดง การประกวดร้องเพลงสากล เวที OSAKA International Music Competition Bangkok Regional Round ประเทศญี่ปุ่น ปี 2020
  2. ด.ญ.พิชญา ยั่งยืนพิพัฒน์กุล (พลอยฟ้า) เหรียญเงินจากการแข่งขัน Gymnastic ( Moose game) /ถ่ายแบบ ปก นิตยสารแพรว
  3. ด.ช.พงศ์ภีระ อัครนิรันดร์กุล (เมลวิน) ร่วมแสดงละครซิทคอม “พี่ชายท้ายซอย”ออกอากาศทางช่อง 3 ปี 2022
  4. ด.ญ.ปูชิตา ธนธรรม (ป๊อบ) ถ่ายแบบนิตยสารแพรว ฉบับ ธ.ค.65 กับ มาริโอ เมาเร่อ
  5. ด.ญ.เอญาดา ศรีสุข (เอญ่า) ถ่ายแบบนิตยสารแพรว ฉบับ ธ.ค.65 กับ มาริโอ เมาเร่อ / ละคร รักซ่อนรส ช่อง7
  6. ด.ญ.ภคภรณ์ กิตติชริน (พลิน) รางวัล เยาวชนทูตวัฒนธรรม ไทย-จีน 2023/นางแบบเด็กแบรนด์ LaLune
  7. ด.ญ.พิมพ์ภัช พรอนันต์ตระกูล (หนูดี) ถ่ายแบบนิตยสารแพรว / นางแบบแบรนด์ LaLune
  8. ด.ญ.อาภัสรินท์ ปั้วเฮงทรัพย์ (เซลีน) ถ่ายแบบนิตยสารสุดสัปดาห์ และนิตยสารแพรว / ได้รับรางวัล Rising Star จากการประกวดร้องเพลงชิง
    ถ้วยพระราชทาน โดย E.B.O. Voice Studio
  9. ด.ช.ตฤณธพัฒน์ ปั้วเฮงทรัพย์ ( มาร์ค) ถ่ายแบบปกนิตยสารสุดสัปดาห์
  10. ด.ญ.กัญญ์พิญ์ชา มิ่งขำ (ไออุ่น) นางแบบเด็กแบรนด์ LaLune
  11. ด.ญ.ดาเนียร์ นาคสุข (ดาเนียร์ ) นางแบบเด็กแบรนด์ LaLune
  12. ด.ญ.กมลพร บำรุงศิลป์เมลวิน (ริบบิ้น ) นางแบบเด็กแบรนด์ LaLune

ในการนี้ คุณนก อัทธนีย์ ปั่วเฮงทรัพย์ ผู้บริหารรายการซุปตาร์คิดส์ติดดาว (ทางช่อง 5) และเป็นผู้บริหารแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก LaLune Kids Clothes ผู้จัดทำรางวัล “Global Youth StarAwards 2023” ได้กล่าวว่า “ นกเห็นว่าเด็กๆ คือ อนาคตของโลกใบนี้ การให้ความสำคัญกับเด็ก ๆ ให้เค้ารู้สึกถึงคำว่า “สำเร็จ” กับความพยายาม เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่ยอมรับและมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง นกจึงอยากให้น้องๆ ซึ่งโดดเด่นและมีความสามารถ ได้รับการเชิดชู ได้ภาคภูมิใจในตัวเอง เราจึงทำโครงการ Global Youth Star Awards 2023 เพื่อจุดประกายฝัน เป็นก้าวแรกให้เด็กไทย ที่มุ่งมั่น และมีความสามารถ ได้เกิดความภาคภูมิใจกับความสำเร็จ เพื่อให้เค้ายิ่งภาคภูมิใจในตัวเอง และขยายความภูมิใจนี้ออกไปเพื่อสร้างสรรค์ต่อสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยเราได้แต่งตั้งน้องๆเยาวชน ที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในระดับนานาชาติ และ ระดับประเทศ 12 คน เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้โครงการ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์และผลักดันให้ปีแรกของ Global Youth StarAwards 2023 ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นค่ะ” คุณนก อัทธนีย์ กล่าว.
โดยรางวัล Global Youth Star Awards 2023 มีถึง 8 สาขา

  1. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา ผู้สร้างแรงบันดาลใจ 2. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา ศิลปิน ดารา พิธีกร นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์
  2. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา ศิลปะวัฒนธรรม และดนตรี 4. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา กีฬา และนันทนาการ
  3. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา วิชาการ 6. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา ทักษะฝีมือ และอาชีพ
  4. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา ผู้บริหารงานดีเด่น 8. เยาวชนยอดเยี่ยม สาขา ส่งเสริม และพัฒนาสังคม
    โดยรางวัล Global Youth Star Awards 2023 ถูกจัดขึ้นเป็นปีแรก และได้รับการตอบรับจากเยาวชนทั่วประเทศที่ส่งประวัติ และผลงานเข้ามานำเสนอมากมาย โดยจะปิดรับสมัครในวันที่ 25 สค 66 ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 8 สาขา จะได้รับมอบรางวัลในวันที่ 2 กันยายน 2566 เพื่อมอบเป็นรางวัลที่มีคุณค่าต่อจิตใจ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนตัวน้อยๆ ให้หมั่นฝึกฝนทักษะที่เขามีอยู่แล้ว ให้พัฒนามากยิ่งขึ้นต่อไป เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคม เยาวชนท่านใดที่สนใจ สามารถส่งใบสมัครพร้อม ประวัติและผลงาน ได้จนถึงวันที่ 25 ส.ค.2566 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 064-9926998 หรือในเพจ FB : GlobalYouthStarAward 2023 FB : LaLuneSince2015 FB : SuptarKidsTiddawbyLaLune

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
อุมา จงสิริวิทยา (น้อง) โทร. 081-899-5395

ADVERTISEMENT

โลตัส ดึง “พัคซอจุน” สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในไทย! จัดแคมเปญ The Golden Moment

โลตัส ดึง “พัคซอจุน” สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในไทย! จัดแคมเปญ The Golden Moment

ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 30
โลตัส ดึง “พัคซอจุน” สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในไทย! จัดแคมเปญ The Golden Moment ฟินไม่พักกับพัคซอจุน เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าโลตัส

โลตัส สร้างปรากฏการณ์เอาใจแฟนคลับวงการเกาหลีอีกครั้ง จับกระแส K-Entertainment จัดแคมเปญ “The Golden Moment ฟินไม่พักกับพัคซอจุน” เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าโลตัสเท่านั้น สำหรับ Top Spender 2,500 ท่านแรก ที่ช้อปร้านทองและร้านค้าพันธมิตรแบรนด์ดังในศูนย์การค้าโลตัส พร้อมลุ้น Lucky Fan อีก 500 รางวัล เพียงซื้อสินค้าในโลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ จัดงาน “Meet & Greet ช่วงเวลาพบพัค” ที่พัคซอจุนจะมาสร้างโมเม้นดีๆ กับแฟนคลับชาวไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21 ต.ค. 66 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้า โลตัส กล่าวว่า “โลตัสอยู่คู่คนไทยมายาวนานและปีนี้ เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 โดยโลตัส เดินหน้าในการเป็น SMART Community Center ศูนย์รวมการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนในชุมชน ผ่านการพัฒนาสาขาและพื้นที่ศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ ที่มีร้านค้าครบครันตอบความต้องการของคนในชุมชน และมีพื้นที่รองรับการทำกิจกรรมของคนทุกวัย พร้อมจัดกิจกรรมที่ตอบสนองการใช้ชีวิตและเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ โดยปีที่ผ่านมาโลตัสมีกิจกรรมที่เชื่อมการลงทุนทองเข้ากับคนรุ่นใหม่ โดยจัดกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรร้านทอง จัดกิจกรรมพิเศษ ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า ปีนี้เราจึงมีการต่อยอดกระแส K-Entertainment รับเทรนด์ความนิยมในวงการบันเทิงเกาหลีอีกครั้ง เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น จัดแคมเปญ “Lotus’s Anniversary 2023 ‘Golden Moment’ ฟินไม่พักกับพัคซอจุน” โดยร่วมมือกับพันธมิตรร้านทองและร้านค้าแบรนด์ดังในโลตัส นำ ‘พัคซอจุน’ นักแสดงภาพยนตร์และซีรีย์ชื่อดังจากเกาหลี จัดงาน Meet & Greet ครั้งแรกในไทย 

ที่พัคซอจุนจะมาพบกับแฟนคลับชาวไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างโมเม้นและประสบการณ์ดี ๆ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าโลตัส โดย Top Spender 2,500 ท่านแรก ที่สะสมใบเสร็จจากการซื้อทองจากร้านพันธมิตร ได้แก่ ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ, ห้างทองเยาวราชสินทวี, ห้างทองออโรร่า, ห้างทองหวังโต๊ะกัง, บางกอกโกลด์ หรือสะสมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าทุกร้านในพื้นที่ศูนย์การค้าโลตัส อาทิ แว่นท็อปเจริญ, บีควิก, Ottrti, Wacol, Collar Tea, Major Cineplex รับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟเข้าร่วม Meet & Greet กับพัคซอจุน พิเศษ เมื่อช้อปสินค้าในโซนซูเปอร์มาร์เก็ต ก็สามารถลุ้นสิทธิ์รับเลือกเป็น Lucky Fan อีกจำนวน 500 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Meet & Greet ด้วย โดยสามารถสะสมยอดซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม – 8 ตุลาคม 2566 ที่โลตัสสาขาใหญ่ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ”

ซึ่ง แคมเปญ “The Golden Moment ฟินไม่พักกับพัคซอจุน” เป็นส่วนหนึ่งในการฉลองที่โลตัส ครบรอบอายุก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 โดยจะมีแคมเปญอื่นๆเพื่อตอบแทนลูกค้าอีกมากมายเร็วๆนี้

ผู้ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดและร่วมกิจกรรมได้ทาง LINE: @LotusAward

ADVERTISEMENT

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ก้าวสู่ปีที่ 13 เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางราง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ก้าวสู่ปีที่ 13 เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางราง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

ซึ่งมีการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ จนสามารถผ่านการรับรองคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ขอบเขต : วิศวกรรมและซ่อมบำรุงและขอบเขต : งานปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ที่ผ่านการรับรองจาก BV (Bureau Veritas) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการตรวจประเมินและออกใบรับรองในด้านคุณภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับโลก โดยบริษัทได้นำมาตรฐานดังกล่าวเข้ามาใช้พัฒนาในด้านการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุง ได้อย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้งบริษัทยังได้ผ่านการรับรอง ISO/IEC 27001 : 2013 ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (Information Security Management Systems : ISMS) ขอบเขตระบบบริหาร จัดการ : ระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลที่ใช้ในการสนับสนุนการดําเนินงานของ Back office ซึ่งรวมถึง (MIS Server เครือข่ายและระบบสํารองข้อมูล) ซึ่งได้รับการรับรองจาก สถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI.)

รวมถึง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยังได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 50 หน่วยงาน ที่ได้รับรางวัลหน่วยงานรัฐที่สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ผ่านเกณฑ์การประกวดเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Content Accessibility Guidelines) ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ประจำปี 2566 ซึ่งบริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้บริการในด้านต่างๆ รวมถึงการให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงผ่านช่องทางเว็บไซต์ ให้สามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก เข้าถึงได้จากคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ มาตรฐานดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้เว็บไซต์สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้รับมอบรางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2565 จากคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งที่ผ่านมาบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้ความสำคัญและยึดหลักการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาโดยตลอด โดยการดำเนินงานที่มีคุณธรรมและธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้บุคลากรนำคุณธรรมและจริยธรรมมาใช้ในการดำเนินงานจนเกิดความร่วมมือกันภายในองค์กร อันส่งผลให้เกิดความสำเร็จ และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

นอกจากนั้นบริษัทยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าในการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีสถิติความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.45% , 99.52% และ 100% ตามลำดับ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมมากกว่า 8 ล้านคน จะเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 ซึ่งลงพื้นที่สำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย

โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.50, ด้านความปลอดภัย 4.47, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.28, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.44, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานี และในขบวนรถ 4.47, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.28 ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆเป็นอย่างมาก

และในวันที่ 15 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป บริษัทฯจะปรับเวลาเปิดให้บริการเร็วขึ้น จากเดิมเปิดให้บริการในเวลา 05.30 น. เปลี่ยนเป็นเปิดให้บริการในเวลา 05.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถรองรับผู้ที่เดินทางโดยสายการบินต่างๆที่จะเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองในช่วงเช้ามืด รวมถึงจะปรับเพิ่มความถี่ในการให้บริการเดินรถให้เร็วขึ้น ทั้งสายเหนือ (ธานีรัถยา) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – รังสิต ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Peak) เวลา 07.00 – 09.30 น และเวลา 17.00 – 19.30 น. จะปรับเพิ่มความถี่จากเดิม 12 นาทีต่อขบวน เป็น 10 นาทีต่อขบวน ในช่วงนอกชั่วโมงเร่งด่วน (Off Peak) จะปรับเพิ่มความถี่จากเดิม 20 นาทีต่อขบวน เป็น 15 นาทีต่อขบวน และสายตะวันตก (นครวิถี) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลิ่งชัน ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Peak) ให้บริการความถี่เท่าเดิมที่ 20 นาทีต่อขบวน แต่จะปรับเพิ่มความถี่ในช่วง นอกชั่วโมงเร่งด่วน (Off Peak) จากเดิม 30 นาทีต่อขบวน เป็น 20 นาทีต่อขบวน เพื่อลดเวลาในการรอคอยขบวนรถไฟฟ้า รวมถึงช่วยดึงดูดผู้โดยสารให้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงเฉลี่ยวันละ 2.3 – 2.4 หมื่นคน หากเป็นวันศุกร์ผู้โดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นคน ส่วนในปี 67 มีการคาดการณ์ว่าผู้ใช้บริการจะเพิ่มสูงขึ้น 10%

บริษัทฯไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปด้วย โดยได้ดำเนินการโครงการต่างๆที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับคนในชุมชน รวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทุกคนให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม CSR ด้วย

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดโครงการ “พี่หนูแดงมอบความสุขให้น้องผ่านห้องแห่งการเรียนรู้” ณ โรงเรียนวัดสนามนอก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีบางบำหรุ โดยจัดให้มีการปรับปรุงพื้นที่ในสถานศึกษา ได้แก่ ห้องพละ และห้องนาฏศิลป์ เพื่อให้โรงเรียนวัดสนามนอก มีห้องนันทนาการเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ และยังสามารถใช้เป็นห้องเพื่อการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถสร้างพัฒนาการที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้กับเด็ก รวมถึงมีการปรับภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ ให้มีความสวยงาม สะอาดปลอดภัยด้วย

สำหรับแผนการพัฒนารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในอนาคต จะมีการต่อยอดการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในระบบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การบูรณาการความร่วมมือกับท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เพื่อพัฒนาจุดเชื่อมต่อให้มีความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น และเตรียมความพร้อมสำหรับทางเดินเชื่อมต่อกับสถานีหลักสี่ ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี รวมถึงทางเดินลอยฟ้า(Sky Walk) ที่เชื่อมต่อกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดและรอตรวจสอบ คาดว่าจะเปิดให้บริการช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้

ในด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด บริษัทฯมีการจัดแคมเปญต่างๆเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแต่ละครั้ง มีผู้ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก และเร็วๆนี้ บริษัทฯเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2567 ด้วยการเปิดตัวบัตรโดยสารลายใหม่สุดพิเศษ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา จำนวน 2 ลาย เนื่องจากผลการสำรวจผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในปัจจุบัน ชี้ว่า กลุ่มช่วงวัยนักเรียนและนักศึกษา คือกลุ่มที่ใช้บริการรถไฟฟ้ามากเป็นลำดับต้นๆ จากกลุ่มผู้ใช้บริการทั้งหมด

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าด้วยมาตรฐานในระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ จะส่งผลให้สามารถยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้โดยสารได้ให้ความไว้วางใจรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา และจะมุ่งมั่นพัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่ออยู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคง

ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.srtet.co.th www.srtet.co.thและสามารถติดตามข่าวสารของบริษัทฯ ได้ทั้งช่องทาง Facebook , Twitter , Instagram Youtube , Tiktok ในชื่อ “RED Line SRTET”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ADVERTISEMENT

ตั้ง ตะวันวาด ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ไปให้สุดหยุดโชว์ช้าง”

ตั้ง ตะวันวาด ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ไปให้สุดหยุดโชว์ช้าง”

พร้อมแสดง MV ประกบ มารีญา พูลเลิศลาภ
รณรงค์หยุดใช้ช้างสร้างความบันเทิง!

เนื่องใน “วันช้างโลก” 12 สิงหาคม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ปล่อย MV “ไปให้สุดหยุดโชว์ช้าง” แต่งโดย ตัั้้ง-ตะวันวาด วนวิทย์ ‘TangBadVoice’ ประกบ MV โดย มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เผยเบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่รู้ในการฝึกช้างเพื่อแสดงโชว์ พร้อมสนับสนุนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบรับเทรนด์โลก

ในโอกาสวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี นอกจากจะเป็นวันแม่แห่งชาติแล้ว ยังถูกกำหนดให้เป็นวันช้างโลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก World Animal Protection องค์กรที่ยืนหยัดเคียงข้าง ปกป้องชีวิตและสวัสดิภาพของสัตว์อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการส่งเสริมสวัสดิภาพช้างอย่างเป็นรูปธรรม ได้จัดทำมิวสิควิดีโอเพลง “ไปให้สุดหยุดดูโชว์ช้าง” ร่วมกับ ตั้ง ตะวันวาด วนวิทย์ ‘TangBadVoice’ ศิลปิน HIPHOP ช่างภาพสายสตรีท และผู้กำกับภาพในกองถ่ายภาพยนตร์ชื่อดัง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงคุ้นหูอย่าง เพลง ‘ช้าง’ เผยเบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่รู้ระหว่างการฝึกช้างที่เต็มไปด้วยความรุุนแรง และความโหดร้ายทารุณ

ตั้ง ตะวันวาด เล่าถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้ว่า “เกือบทุกคนผูกพันกับช้างมาตั้งแต่ยังเด็ก คุ้นเคยกับเพลง ‘ช้าง’ หลายคนก็คงเคยดูโชว์ช้าง แต่พอผมได้เห็นเบื้องหลังความโหดร้ายของการฝึกช้างแล้ว พูดไม่ออก จึงขอถ่ายทอดความรู้สึกนี้ออกมาเป็นเพลง อยากให้ทุกคนรู้ว่า การดูโชว์ช้างคือการสนับสนุนวงจรการทำร้ายช้างอย่างไม่สิ้นสุด และผมอยากลองตั้งคำถามว่า ถ้าเรารู้เบื้องหลังความโหดร้ายของโชว์ช้างแล้วเราจะมีความสุขบนความทุกข์ของช้างได้จริงเหรอ”

ตั้งเสริมว่า “การทารุณกรรมสัตว์เพื่อความบันเทิงควรหยุดได้แล้วที่รุ่นเรา และเปลี่ยนมาเป็นการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบตามเทรนด์โลกที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์อย่างแท้จริง”
มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เล่าถึงความรู้สึก “รู้ไหมคะว่ามันเป็นความฝันอย่างหนึ่งของมารีญาที่จะได้แรปกับ ‘TangBadVoice’ ถึงจะร้องแค่เพียงท่อนสองท่อน ก็ดีใจมากเลยค่ะที่ได้มา Featuring กับพี่เขาในเพลงที่มีความหมายมากๆ สำหรับคนที่รักช้าง และดีใจที่พี่เขาแต่งเพลงนี้เพื่อช้างไทย มารีญาอยากให้ทุกคนได้ลองดูเอ็มวีซึ่งสะท้อนเรื่องของช้างที่เรารัก แต่อาจไม่เคยรู้ว่า การแสดงโชว์ช้างนั้นมีที่มาจากการฝึกที่โหดร้ายตั้งแต่ช้างยังเล็ก ไปจนถึงการที่ช้างถูกบังคับให้แสดงพฤติกรรมผิดธรรมชาติ อย่าง การเดินสองขา เต้น วาดรูป ฯลฯ เพื่อความบันเทิงของนักท่องเที่ยว นี่คือเหตุผลหลักที่ ‘องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก’ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราได้ร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่มากขึ้น สำหรับทั้งมนุษย์และสัตว์ค่ะ”

“ทุกวันนี้พบว่าหลายประเทศเริ่มปรับวิถีการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่เน้นการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สนับสนุนให้ “ช้าง” ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เป็น “ช้าง” มีอิสระ ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ถูกบังคับหรือถูกล่ามโซ่ตลอดเวลา หากรักช้าง อยากดูช้าง ขอให้ดูในที่อยู่ตามธรรมชาติ อย่าง อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเลือกท่องเที่ยวเฉพาะ ‘ปางช้างที่เป็นมิตรต่อช้าง’ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพช้าง ไม่มีกิจกรรม โชว์ช้าง ฯลฯ” มารีญา เสริม

ข้อมูลจากองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกระบุ ปัจจุบันในประเทศไทย มีช้างกว่า 4,000 ตัว ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านกิจรรมโชว์ช้าง ขี่ช้าง เดินสองขา วาดรูป ขี่จักรยาน หรือแสดงพฤติกรรมผิดธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีเบื้องหลังที่เลวร้าย ตั้งแต่การพรากลูกช้างมาจากแม่ตั้งแต่ยังเล็ก นำมาฝึกตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เชื่อง เชื่อฟังคำสั่ง ซึ่งต้องใช้วิธีที่รุนแรง ช้างจะถูกกักขัง บังคับ ถูกใช้งานอย่างหนัก ถูกขอสับ ถูกล่ามโช่ ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติในแบบที่ควรจะเป็น ทำให้ช้างบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ทุกข์ทรมานตั้งแต่เกิดจนตาย

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก มีเป้าหมายในการทำงานเพื่อปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้างไทยภายใต้ แคมเปญ ‘ให้ช้างกลับไปเป็นช้าง’ รณรงค์ไม่ให้ช้างถูกนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง สนับสนุนให้ช้างมีสวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมผลักดันให้เกิด ‘ร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย‘ ฉบับภาคประชาสังคม
สามารถชมเอ็มวี ‘ไปให้สุดหยุดโชว์ช้าง’ โดย ตั้ง ตะวันวาด x องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้ที่
https://www.youtube.com/@WorldAnimalProtectionThailand
ขอชวนร่วมลงชื่อแสดงพลังเพื่อร่วมกันหยุดการใช้ช้างในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง
https://noelephantshow.worldanimalprotection.or.th/
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวปางช้างที่เป็นมิตรต่อช้าง
https://www.worldanimalprotection.or.th/elephant-friendly-guide

WorldAnimalProtection #NoElephantShow #ให้ช้างกลับไปเป็นช้าง #องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก

ADVERTISEMENT

🐘ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง

🐘ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง

รู้หรือไม่ ปัจจุบันในประเทศไทย มีช้างกว่า 4,000 ตัว ที่ถูกทารุณกรรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
12 สิงหาคม นอกจากจะเป็นวันแม่แห่งชาติแล้ว ยังเป็นวันช้างโลก
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (WAP Thailand) ร่วมกับ TangBadVoice
และมารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จึงขอเชิญชวนร่วมรณรงค์ หยุดใช้ช้างสร้างความบันเทิง!

🎤ในซิงเกิล “ไปให้สุดหยุดโชว์ช้าง” เพลงใหม่ล่าสุดจาก TangBadVoice
เล่าเรื่องราวความโหดร้าย รุนแรงของการฝึกช้างเพื่อแสดงในโชว์ต่าง ๆ

ให้การทารุณกรรมสัตว์เพื่อความบันเทิงหยุดที่รุ่นเรา ให้ช้างได้เป็นช้าง

🔥ชมเอ็มวี ‘ไปให้สุดหยุดโชว์ช้าง’ โดย ตั้ง ตะวันวาด x องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้ที่
https://www.youtube.com/@WorldAnimalProtectionThailand

✍🏻ร่วมลงชื่อแสดงพลังเพื่อร่วมกันหยุดการใช้ช้างในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง
https://noelephantshow.worldanimalprotection.or.th/

🧡🐘สถานที่ท่องเที่ยวปางช้างที่เป็นมิตรต่อช้าง
https://www.worldanimalprotection.or.th/elephant-friendly-guide

ADVERTISEMENT

เมอริเดียน ครูซ เชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมฉลอง”วันแม่แห่งชาติ

เมอริเดียน ครูซ เชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมฉลอง”วันแม่แห่งชาติ

เมอริเดียน ครูซ เชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมฉลอง”วันแม่แห่งชาติ เสาร์ที่12 สิงหาคม2566”นี้พาคุณแม่มาทานบุฟเฟต์นานาชาติที่เมอริเดียนครูซไม่ว่าจะ เป็นรอบพระอาทิตย์ตกดินหรือรอบดินเนอร์จัดเต็มกับเมนูมากมายไม่ว่าจะเป็น ซีฟู้ด 

อาทิ กุ้งแม่น้้าย่าง หอยอบเนย แซลมอนซาชิมิ ซูชิหน้าต่างๆ พานาคอตต้า เครมบรูเล่ และอีกมากมาย

รวมเครื่องดื่มน้้าอัดลมตลอด 2 ชั่วโมงในการล่องเรือ ชมวิวสองฝั่งแม่น้้าเจ้าพระยาเพื่อรับลมชมวิวหรือถ่ายรูปสวยๆ ได้อย่างเต็มตาทาน อาหารไป ดื่มเครื่องดื่มไป พร้อมทั้งฟังดนตรีสดจาก Live Band คลอไปด้วย แค่นี้ก็ อิ่มกายอิ่มใจและประทับใจกบั การบริการของเรือเมอริเดียนครูซ

โปรโมชั่นรอบพระอาทติยเ์วลาล่องเรือ16.30น.-18.30น.
 ราคาผู้ใหญ่ 599 /เด็ก 500
 ฟรีน้้าอัดลมตลอดการเดินทาง
โปรโมชั่นรอบดินเนอร์ เวลาล่องเรือ 19.45 น.-21.45 น.
 ราคาผู้ใหญ่ 850 /เด็ก 750
 ฟรีน้้าอัดลมตลอดการเดินทาง
และพิเศษสุดๆๆในรอบดินเนอร์เมอริเดียนครูซจัดเต็มให้ท่านเลือกกับโปรโมชั่น สุดคุ้ม กับโปรโมชั่นมา4จ่าย3หรือมา4ท่านรับฟรีเครื่องดื่มมีฟอง 1เหยือก
 รีบจองด่วน!! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
 ลูกค้าขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือของ Iconsiam
 มาล่องเรือกับ Meridian Cruise แล้วคุณจะรู้ถึง

นิยามของคำว่า “The
Floating Happiness” อย่างแท้จริง ล่องเรือแถมยังมีเวลาช็อปที่ไอคอนสยามต่อหลังจากเรือหรือขึ้นเรอื อีกด้วยนะ ☎ Tel : 02-087-7747094-419-9965066-115-1464
Line : meridian.cruise
Line @: https://lin.ee/cxrkttZ 

E-mail : info@meridiancruise.co.th

ADVERTISEMENT

“ชีวิตกับลายเส้น” โดย ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย

“ชีวิตกับลายเส้น” โดย ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2566 เวลา 16.00 น. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดนิทรรศการเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานด้านทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 ณ หอศิลป์วังหน้า โดยได้รับเกียรติจาก นายนุรักษ์ มาประณีต องค์คมนตรี เป็นประธาน มีท่านอาจารย์กมล สุวุฒิโฑ กล่าวถ้อยแถลงการจัดนิทรรศการ พร้อมด้วย ดร.นิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวรายงานการจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติ, และฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย กล่าวถึงการแสดงนิทรรศการผลงาน “ชีวิตกับลายเส้น” ในครั้งนี้ โดยภายในงานมีท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ร่วมอ่านบทกวี, สุรชัย จันทิมาธร (หงา คาราวาน) ร่วมร้องบทเพลง “เดือนเพ็ญ” สร้างบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง และในช่วงสุดท้าย ฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย ร่วมโชว์เป่าแซกโซโฟน กับดนตรีวง S.TRIO วังหน้า ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติในงานมากมาย

โครงการนิทรรศการเชิดชูผู้มีผลงานทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินด้านทัศนศิลป์ ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กร สังคมและประเทศชาติ และเผยแพร่องค์ความรู้ของศิลปินด้านทัศนศิลป์ ให้กับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาเรียนรู้นำมาเป็นแบบอย่างในด้านการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะการดำเนินชีวิต จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้านทัศนศิลป์เพื่อนำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาตนเอง ในโอกาสที่ ท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา ได้รับการประกาศยกย่องจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ได้รับนาม “ฐาปนันตรศิลปิน ชวน หลีกภัย” ฐาปนันดรศิลปิน หมายถึง ผู้เป็นหลักก่อตั้งโครงการศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์ ผลงานที่เป็นประโยชน์และทรงคุณค่าของประเทศชาติ ให้มีการสืบทอดเป็นภูมิปัญญาของแผ่นดินต่อไป และในปีการศึกษา 2565 ท่านชวน หลีกภัย ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม

ผลงาน “ชีวิตกับลายเส้น” ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางศิลปะในขั้นสูงพิเศษ นอกเหนือไปจากการบันทึกภาพธรรมดาโดยทั่วไป เป็นผลงานการบันทึกจากเรื่องราวต่างๆ เช่น บุคคลสำคัญ นักการเมือง บุคคลทั่วไป รวมถึงสิ่งพบเห็นในงานการเมือง การปฏิบัติภารกิจ ชีวิตประจำวัน งานพิธี งานบวช งานศพ งานแต่งงาน การปราศรัย หาเสียง ทิวทัศน์ ต้นไม้ ใบไม้ที่ชอบ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งหมดล้วนเป็นผลจากการบันทึกอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน มีการใช้วัสดุ อุปกรณ์การเขียนอย่างหลากหลายชนิด

ท่านชวน หลีกภัย เคยเข้ารับศึกษาทางด้านศิลปะที่โรงเรียนศิลปศึกษา แผนกจิตรกรรมและประติมากรรม เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร (วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในปัจจุบัน) เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถด้านทัศนศิลป์ มีพื้นฐานความรักและชอบศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การวาดภาพลายเส้น” มีผลงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภาพบุคคล ภาพทิวทัศน์ และ ภาพสัตว์ มีความวิจิตรงดงามควรค่าแก่การเก็บรักษา และเผยแพร่สู่สาธารณชน จึงเป็นที่มาของการจัดแสดงนิทรรศการผลงานท่านชวน หลีกภัย ครั้งที่ 1 ณ หอศิลป์วังหน้า เมื่อปี พ.ศ. 2553 ในงานครั้งนั้นได้จำหน่ายภาพวาดลายเส้น เป็นเงิน 1 ล้านบาทซึ่งท่านมอบให้
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จัดตั้ง “กองทุนทัศนศิลป์ชวน หลีกภัย” สำหรับเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตั้งแต่นั้นมาจวบจนปัจจุบัน

สถาบันบัณฑิตพัฒศิลป์ ได้รับเกียรติจากท่านชวน หลีกภัย กรุณามอบภาพบันทึกแทนการจดจำซึ่งใช้เวลาบันทึกอันยาวนานกว่า 30 ปี มีจำนวนภาพบันทึกกว่า 10,000 ภาพ นำมาคัดเลือกประมาณ 250 ภาพ สำหรับจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานด้านทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 “ชีวิตกับลายเส้น” โดยฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย เป็นการจัดครั้งที่ 2 เพื่อเชิดชูเกียรติท่านชวน หลีกภัย โดยภาพวาดที่นำมา จัดแสดงในครั้งนี้เป็นภาพ ขาว-ดำ และภาพเขียนสี จำแนกเนื้อหาออกเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย 1. ชุดภาพเหมือนนายชวน หลีกภัย, 2. ชุดภาพบุคคลสำคัญและนักการเมืองไทย, 3. ชุดภาพบุคคลทั่วไป ภารกิจและชีวิตประจำวัน, 4. ชุดภาพเกี่ยวกับศาสนา

  1. ชุดภาพทิวทัศน์ ต้นไม้ ใบไม้

นิทรรศการเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานด้านทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 “ชีวิตกับลายเส้น” โดยฐาปนันดรศิลปิน ชวน หลีกภัย จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ณ หอศิลป์ วังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรุงเทพมหานคร ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน (วันจันทร์ ถึง วันอาทิตย์) เวลา 09.00-16.00 น. ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ADVERTISEMENT