ยกระดับคุณค่าผู้หญิงไทยและสร้างแรงบันดาลใจ “ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จ.ชัยนาท”

ยกระดับคุณค่าผู้หญิงไทยและสร้างแรงบันดาลใจ “ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จ.ชัยนาท”

“มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023” สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญแห่งปี ภายใต้คอนเซปต์ “The Unlinited” จักรวาลไร้ขีดจำกัด ยกระดับคุณค่าผู้หญิงไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้กับความงามในทุกรูปแบบ ค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามแนวคิดหลัก 5 ด้าน ได้แก่ LEADERSHIP (ความเป็นผู้นำ): มีความสามารถในการส่งต่อแรงบันดาลใจ และนำพาคนอื่น ๆ ไปสู่เป้าหมายร่วมกัน INSPIRATION (แรงบันดาลใจ): มีความสามารถในการกระตุ้นให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเอง

และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ MOTIVATION (แรงจูงใจ): มีความสามารถในการส่งเสริมให้สู้ฝ่าความยากลำบาก และพัฒนาตัวเองอย่าง ต่อเนื่อง INNOVATION (สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม): มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา นำวัตกรรมใหม่ ๆมาใช้ เพื่อสร้างความสำเร็จที่แตกต่าง และ TEAMWORK (มุ่งทำงานเป็นทีม): มีความสามารถในการร่วมมือในการสร้างความสำเร็จของตัวเองและทีมเวิร์คได้อย่างดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพลังบวกของหญิงไทยให้ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ และมุ่งหน้าไปสู่จุดสูงสุดของ “จักรวาลของความสำเร็จ” นั่นคือการเป็น Miss Universe Thailand 2023

ปีนี้เป็นปีแรกในการเฟ้นหาสาวงามที่มาจากทุกภาคทั่วไทย ซึ่งเป็นผู้ที่คว้าชัยจากแต่ละจังหวัดแล้วมาแข่งขันในรอบระดับประเทศบนเวที Miss Universe Thailand 2023 สำหรับเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 CD (City Directors) ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ชัยนาท 2566” (Miss Universe ThailandChai Nat 2023) โดยได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวผู้เข้าประกวดพร้อมสปอนเซอร์ในวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 น. ณ เอวา ไทรวี่ สตูดิโอ นนทบุรี

ADVERTISEMENT

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรมการกุศล โดยเป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง”

เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรมการกุศล โดยใช้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง” ซึ่งจะหักรายได้จากการจำหน่าย เครื่องฟอกอากาศโอโซนชิลล์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2566

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรมการกุศล โดยเป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง”

มอบให้ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้เป็นทุนจัดซื้อข้าวสาร อาหารสามมื้อ และอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ


ร่วมให้รายละเอียดโครงการโดย สายสม วงศาสุลักษณ์ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาฯ สมโภช รัตนพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท อิลิท แกร๊นซ์ จำกัด ธัญญพัทธ์ สายศิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวฬาดี 1919 จำกัด และ ขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรมฯ โดยมี โจนัส แอนเดอร์สัน และ ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ที่ห้องแกรนด์พาโนรามา เมื่อวันก่อน

ADVERTISEMENT

สหกรณ์ออมทรัพย์ พช. จัดกิจกรรม ครบรอบ 55 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ

สหกรณ์ออมทรัพย์ พช. จัดกิจกรรม ครบรอบ 55 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน คณะกรรมการและที่ปรึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จำกัด ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกสหกรณ์ฯ และมีรองศาสตราจารย์พิเศษ พลโท ดร.วีระ วงศ์สรรค์ ประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด นายปัณฐวิชญ์ มุ่งสมัครศรีกุล ผู้อำนวยการ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย พ.ต.วิรัตน์ สายคำจันทร์ กรรมการและผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ พัน.สห.11 จำกัด เข้าร่วมงานครบรอบ 55 ปี สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน “พลังแห่งความร่วมมือ มุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน” โดยมี ดร.ขนิฏฐา กาญจนรังษีนนท์ ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จำกัด ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า วันนี้ก็เดินทางมา 55 ปีแล้ว ถือว่าวันนี้เป็นปีที่สำคัญของสหกรณ์กรมการพัฒนาชุมชนที่แท้จริง เพราะว่าได้เป็นสหกรณ์ดีเด่นระดับชาติ ซึ่งได้ไปรับรางวัลในวันพืชมงคล ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นความตั้งใจจริงของประธานคณะกรรมการสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ทุกท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การบริหารคน การบริหารเงิน การวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้สามารถได้รับรางวัลได้ ซึ่งไม่ใช่ผลงานปีเดียวเป็นผลงาน 3 ปีต่อเนื่องกันมา เป็นการวางแผนมาอย่างยาวนานเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย มีค่าคะแนนตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายขอให้รักษามาตรฐานนี้ไว้ และทำดียิ่งขึ้นไป ต่อยอดในสิ่งที่ดี ๆ เพื่อที่จะทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชนเป็นที่พึงพอใจของสมาชิก ซึ่งเป็นข้าราชการของกรมการพัฒนาชุมชน ทำให้สมาชิกสหกรณ์ฯ มีความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเรื่องสินเชื่อสวัสดิการเพื่อให้คุณภาพชีวิตของสมาชิกดีขึ้น ในคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งได้มีการวางมาตรฐานที่ดี เพื่อที่จะให้คนที่มาสานต่อนำมาตรฐานที่วางไว้อย่างดีไปสืบสานต่อไป

ดร.ขนิฏฐา กาญจนรังษีนนท์ ประธาน สอ.พช. กล่าวว่า การเดินทางสู่การเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติของสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จำกัด ได้มีความคิดริเริ่มในการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่สมาชิก มีการดำเนินงานของสหกรณ์ผ่านโครงการที่สำคัญ โดยเป็นโครงการที่มุ่งเน้นนวัตกรรม การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการให้บริการ ได้แก่การตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกผ่านระบบ Application และผ่านช่องทางเว็บไซต์ ทำให้สมาชิกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ ข้อมูลหุ้น เงินฝาก เงินกู้ การค้ำประกัน ปันผล เงินเฉลี่ยคืน คำนวณเงินงวดของเงินกู้ การส่งเสริมนวัตกรรมในองค์กร เพื่อเป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง บุคลากรทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ในการทำงานที่ดี มีวัฒนธรรมนวัตกรรมในองค์กร เพื่อประโยชน์ของสมาชิก โดยมีเป้าหมายผลงานนวัตกรรมภายในองค์กร ปีละ 8 ผลงาน อาทิ Smart Bill ทำให้ลดระยะเวลาในการจัดทำใบสำคัญรับเงิน และการจัดส่งเอกสารให้แก่สมาชิก สามารถลดค่าใช้จ่ายได้เดือนละ 2,390 บาทต่อเดือน การใช้ QR code แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ ทำให้ลดระยะเวลาในการจัดทำหนังสือแจ้งสมาชิกที่ปกติในการตรวจสอบทุกปี และรวบรวมข้อมูลกลับมาปรับทะเบียนสมาชิก มีการพัฒนาโปรแกรมตรวจสอบคะแนนเครดิต เพื่อลดความเสี่ยงด้านการบริหารสินเชื่อให้สหกรณ์ มีหลักการวิเคราะห์ความเสี่ยงของลูกหนี้สินเชื่ออย่างเป็นระบบ ทำให้สมาชิกมีเครื่องมือในการตรวจสอบคะแนนเครดิตของตนเอง และสามารถวางแผนการบริหารการเงินให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชน จำกัด มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการบริหารงาน มีการนำแผนไปปฏิบัติและติดตาม มีการประเมินความพึงพอใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสมาชิก ฝ่ายจัดการ คณะกรรมการเพื่อปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดรับสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี มีการอบรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้การศึกษาอบรมเกี่ยวกับการประกอบอาชีพแก่สมาชิก อาทิ การปลูกสมุนไพรรักษาโรค การประดิษฐ์ดอกไม้จากใบเตย การฝึกอาชีพสกรีนเสื้อยืด ฯลฯ รวมทั้งสหกรณ์ได้จัดและจ่ายสวัสดิการให้แก่สมาชิกและครอบครัวสมาชิก ทั้งด้านการศึกษา ด้านการสงเคราะห์ ด้านการประกันภัย/ประกันชีวิต การรักษาพยาบาลและด้านอื่นๆครบทุกด้าน

รวมทั้ง สหกรณ์ฯ ยังมีการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม มีการจ่ายเงินเพื่อกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกิจกรรมด้านศาสนา จริยธรรม วัฒนธรรม การแสดงความจงรักภักดี การศึกษา กีฬา การช่วยเหลือป้องกันบรรเทาสาธารณภัย อาทิ การถวายผ้ากฐินพระราชทาน ทำบุญทอดกฐิน และผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนก่อสร้าง “อาคารปฏิบัติธรรมและรับแขกสะพานบุญ” มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กยากจน เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กในโรงเรียน สนับสนุนโครงการสหกรณ์ปันน้ำใจให้น้องด้อยโอกาส ฯลฯ ตามสโลแกน “เพราะเราจะไม่หยุดพัฒนา และก้าวไปข้างหน้า เพื่อมวลสมาชิก”

ต่อมา เวลา 13.00 – 15.00 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “โมเดลธุรกิจแบบสหกรณ์กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย 1) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานกรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 2) รองศาสตราจารย์ ดร.วิจิตต์ศรี สงวนวงศ์ ภาควิชาสหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ ปิติปัญญา รองประธานกรรมการสหกรณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำกัด และรองประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด


ADVERTISEMENT

‘อนันต์ นายก สภท.’จัดอบรมสื่อ เรื่อง’ติดอาวุธทางปัญญา…พัฒนาสื่อสร้างสรรค์ รุ่นที่ 2’

‘อนันต์ นายก สภท.’จัดอบรมสื่อ เรื่อง’ติดอาวุธทางปัญญา…พัฒนาสื่อสร้างสรรค์ รุ่นที่ 2’

วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2566 เริ่มตั้งแต่ 08.00 – 17.00 น. ณ ที่ทำการ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (CTJ) เลขที่ 299 อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.58ปี) จัดอบรมสื่อ ในหัวข้อเรื่อง’ติดอาวุธทางปัญญา…พัฒนาสื่อสร้างสรรค์ รุ่นที่ 2’จำนวน 20 คน (อบรมฟรี) ให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยได้รับเกียรติจาก วิทยากรที่มีคุณภาพ อาทิ (1) ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล บรรณาธิการอำนวยการ Green lnnovation&SD Manager online (สื่อในเครือผู้จัดการ) ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “กลยุทธ์การบริหารสื่อให้ไปได้-ไปดียุคดิจิตัล’, (2) นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล บรรณาธิการข่าวภูมิภาคหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง ‘การป้องกัน Fake News ในสื่อออนไลน์’, (3) นายสมเกียรติ หงษ์แก้ว บรรณาธิการสำนักข่าว News Around Thailand (NAT) ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง’การสร้างทักษะความน่าเชื่อถือในการนำเสนอข่าว’”, (4) นายภากร ยังแจ่ม เลขาธิการ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง’จริยธรรมสื่อออนไลน์’และ นางสาวสุพัตรา สมถวนิช รองเลขาธิการสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นพิธีกร โดยมีนายบุญเลิศ พุทธเจริญ อุปนายกภาคเหนือ สภท. และคณะกรรมการ เข้าร่วมงานด้วย

โดยนายอนันต์ฯ กล่าวว่า การอบรมสื่อเรื่อง’ติดอาวุธทางปัญญา…พัฒนาสื่อสร้างสรรค์ รุ่นที่ 2’ในครั้งนี้ มีผู้เข้าอบรมจำนวน 20 คน โดยจัดการอบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ใช้เวลาในการอบรม 1 วัน พร้อมมอบใบประกาศนียบัตร เพื่อเป็นเกียรติกับผู้ร่วมเข้าอบรมในครั้งนี้จำนวน 20 ท่านประกอบด้วย นายพีรพล แสงสุนีย์ ที่ปรึกษา สภท., น.ส.พิมพ์ธนัญญา ธนาพัชร์จิรกุล ผู้บริหารโรงแรมอัญชัน ลากูน่า จ.ขอนแก่น, นายเอกลักษณ์ ผลเจริญ ผู้บริหาร เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ‘ม้าแดง พลัส’, นายภักดี วีระรัตน์ผช.หน.ข่าว อาชญากรรม น.ส.พ.สยามรัฐ, น.ส.ทศพรรษ สอนสุภาพ รอง.หน.ศูนย์ข่าว จ.บุรีรัมย์ น.ส.พ.ทันใจนิวส์, น.ส.กนกเพชร ดวงนาค หน.ศูนย์ข่าว จ.บุรีรัมย์ น.ส.พ.ทันใจนิวส์,
นายเอนกพงศ์ เทียนสว่าง บก.นสพ.สยามธุรกิจ, นายภราดร ผลเจริญ ผจก.ฝ่ายการตลาดม้าแดงพลัส, นายเอกชัย ศรีโพธิ์ช้าง ผู้บริหารม้าแดงพลัส จ.ร้อยเอ็ด, นางปัญญ์ฐินี พงษ์เดชอารีกุล ที่ปรึกษา สภท., นายสุรเชษฐ ศิลานนท์ ผู้สื่อข่าว นสพ.พิมพ์ไทย, น.ส.กนกนันท์ ศิลานนท์ ผู้สื่อข่าว นสพ.พิมพ์ไทย, น.ส.ภริตพร แดงสูงเนิน สมาชิก สภท., นายอาวกาศ จันทร์ภิรมย์ สื่อมวลชนปฏิบัติงาน สปป.ลาว : สมาชิก สภท., นายเกรียงไกร เดชไพรขลาสมาชิก สภท., นายนันท์พิภพ พรมจักร์ หัวหน้าศูนย์ข่าว จ.ขอนแก่น น.ส.พ.ทันใจนิวส์, นายเสาร์แก้ว คำพิวงค์ รองผอ.นสพ.ไทยโปลิศพลัส, นายสมศักดิ์ หิรัญรุ่ง ผช.บก.นสพ. 7-11 สตาร์นิวส์1, นายวิชิต ดิษฐประสพ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย น.ส.พ.ทันใจนิวส์ และนายสมชาย แย้มเกษรหัวหน้าผู้สื่อข่าวช่างภาพ ประจำทำเนียบและรัฐสภา น.ส.พ.ทันใจนิวส์
โดยนายอนันต์ฯ กล่าวต่อว่า “การจัดอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว โดยได้รับความสนใจจากผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอบรมในหัวข้อ’ติดอาวุธทางปัญญา…พัฒนาสื่อสร้างสรรค์’ จะช่วยเสริมสร้างความรู้ ความสามารถให้กับผู้เข้าอบรม ซึ่งวิทยากรทั้ง 5 ท่าน เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการทำข่าวมาอย่างยาวนาน โดยประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้ วิทยากรจะนำมาบรรยายให้กับผู้เข้าอบรม เพื่อเพิ่มขีดความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี”


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ADVERTISEMENT

sacit ตอบรับเมกะเทรนด์รักษ์โลก ใช้ BCG Model

sacit ตอบรับเมกะเทรนด์รักษ์โลก ใช้ BCG Model

sacit ตอบรับเมกะเทรนด์รักษ์โลก ใช้ BCG Model
ยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ระดับสากล

sacit ชูงานศิลปหัตถกรรมไทยยั่งยืน ผลักดันแนวทาง BCG Model ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อ
ต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทยรับเทรนด์รักษ์โลก หลังผู้บริโภคหันมาสนใจสินค้า Eco Trend กันมากขึ้น
นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ sacit เผยว่า
BCG Model คือการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่า, เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย ใส่ใจเรื่องการ Recycle และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) หรือการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายในการผลักดันเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหา

ความหลากหลายทางชีวภาพของโลกที่ลดลงจนนำไปสู่ความเสียหายของห่วงโซ่อาหาร ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลพิษทางอากาศ และอื่นๆ ซึ่งทำให้หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกต่างร่วมกันจัดตั้งนโยบายเพื่อป้องกัน และเพิ่มมาตราการป้องกันสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนรุ่นต่อไปสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับการใส่ใจสุขภาพ เลือกใช้สินค้าที่ปลอดภัยไร้สารพิษ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องปรับตัวให้สามารถตอบรับความต้องการของตลาดโลกจนทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และเกิดเป็นรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคตด้วยปัจจัยดังกล่าว
sacit หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และขานรับแนวคิด BCG Model ที่สอดรับกับวิสัยทัศน์ขององค์กรในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย การสร้างความสามารถในการแข่งขัน , การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม , และการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานของ sacit ภายใต้ยุทธศาสตร์การสืบสานและพัฒนาทักษะมือของช่างหัตถศิลป์ให้คงอยู่ไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา
การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้มีฟังก์ชันการใช้งานตอบโจทย์ผู้ซื้อมากขึ้น การส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสื่อสารภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมไทยไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้เกิดภาพจำ เกิดทัศนคติที่ดี รักหวงแหน และภาคภูมิใจในงานศิลปหัตถกรรมไทยที่ทันสมัยและสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันในยุคดิจิทัลได้

นายภาวีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานศิลปหัตถกรรมไทยนั้นเป็นภูมิปัญญาที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้จากท้องถิ่นอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน sacit จึงได้ส่งเสริมและผลักดันให้ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมหันมาพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างสรรค์ชิ้นงานผสานเข้ากับเทรนด์การรักษ์โลก เช่น การพัฒนาระบบการบำบัดน้ำเสียให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้วัตถุดิบให้เต็มวงจรชีวิตและสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า เพื่อนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างงานหัตถศิลป์ที่มีคุณภาพ ผลิตอย่าง
ใส่ใจไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีเอกลักษณ์ ไม่ตามกระแส ใช้งานได้คุ้มค่า ลดปริมาณขยะ เป็นการบริหารจัดการภายในชุมชนให้เกิดรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ครูอุไร สัจจะไพบูลย์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2554 ของ sacit เผยถึงการต่อยอดงานผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ ที่นำแนวคิด BCG Model มาใช้ในการสร้างสรรค์งานผ้าทอ ภายใต้ชื่อแบรนด์ Hattra ด้วยกระบวนการผลิตงานผ้าไทย ผ่านแนวคิดการใช้เส้นใยธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การย้อมสีจากเปลือกไม้ และดอกคำแสด ที่ให้สีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดอุดรธานี และต่อยอดเรื่องการประยุกต์ใช้วัสดุเศษผ้า
ที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต จนพัฒนาเกิดมาเป็นสินค้าประเภท Circular Design อีกทั้งยังมีการนำเส้นใย

ฟิลาเจน ซึ่งเป็นนวัตกรรมผลิตตัวเส้นใยจากคอลลาเจน ที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาความชุ่มชื้น กำจัดกลิ่น ป้องกันรังสียูวี และระบายอากาศได้ดีเหมาะกับอากาศประเทศไทย และนำมาใช้ในงานผ้ามัดหมี่ขิดทอมือย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นการผสานนวัตกรรมการผลิตเข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย
ครูทิวารุ่ง กำหนดแน่ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2555 ของ sacit กล่าวถึงเทคนิคการทอผ้าไหมเขียนลายโบราณว่า ทางกลุ่มได้ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบหลักจากธรรมชาติมาใช้ในผลงานทอผ้าไหมมาตลอด ซึ่งใช้สีหลักอยู่ 2 สี คือ สีจากเปลือกไม้ และสีคราม โดยมีกลุ่มคนเกษียณมาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานใน
ยามว่าง เกิดเป็นความร่วมมือในชุมชน และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
เมื่องานหัตถศิลป์ผนวกเข้ากับ BCG Model จะสามารถสร้างวัฏจักรงานศิลปหัตถกรรมขึ้นมา

ในรูปแบบที่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ครบในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่คู่กับคนไทยไปยังคนรุ่นต่อไป การสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียมกับตลาดสากล รวมไปถึงสามารถตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนและผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย

ADVERTISEMENT

รฟฟท. จัดโครงการ CSR “สานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี ปันน้ำใจสู่สังคม”

รฟฟท. จัดโครงการ CSR “สานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี ปันน้ำใจสู่สังคม”

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดโครงการ CSR “สานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี” ครั้งที่ 1 ปันน้ำใจสู่สังคม(ผู้พิการ) ณ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน จังหวัดชลบุรี

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯยึดมั่นและให้ความสำคัญในการนำหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนมากำหนดเป็นกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความเสมอภาค ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่กับการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน จึงได้จัด“โครงการสานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี” ครั้งที่ 1 กิจกรรมปันน้ำใจสู่สังคม ณ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 16 มิถุนายน 2566 โดยสร้างความสัมพันธ์อันดีในรูปแบบการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กับกลุ่มผู้เปราะบาง(ผู้พิการ) เพื่อปลูกฝังให้พนักงานตระหนักถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณธรรมจริยธรรมพื้นฐานที่สำคัญ อันจะก่อให้เกิดความสามัคคีและนำไปสู่การทำงานที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อีกทั้งยังน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทาง ในการดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ซึ่งบริษัทได้ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการมีส่วนร่วม รณรงค์พนักงานให้มีความตระหนักเห็นความสำคัญและเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกด้าน ส่งเสริมวัฒนธรรมการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ ให้เกียรติ และมีจริยธรรมในการทำงาน เสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม

“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ADVERTISEMENT

ไวท์ออร์คิด ริเวอร์ครูซส์ เรือสำราญล่องแม่น้ำ

ไวท์ออร์คิด ริเวอร์ครูซส์ เรือสำราญล่องแม่น้ำ

เจ้าพระยา เอเชียทีค จัดโปรลดพิเศษเหลือเพียง 699 บาท ในรอบซันเซ็ท

หลังจากเคร่งเครียดจากภาระกิจการงาน และกำลังมองหาที่พักผ่อนหรือนัดดินเนอร์กับเพื่อน ๆ ขอแนะนำให้มาที่ เอเชียทีค ถนนเจริญกรุง มาล่องเรือดินเนอร์กับ ไวท์ออร์คิด ริเวอร์ครูซส์ เรือสำราญล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เรือสุดหรูประกอบด้วย 3 ชั้น 3 บรรยากาศ ชั้น 1 และชั้น 2 เป็นห้องแอร์ ส่วนชั้น 3 เป็นดาดฟ้า บรรยากาศลมเย็นสบายธรรมชาติ อิ่มอร่อยกับเมนูหลากหลายพร้อมอาหารซีฟู้ดและเครื่องดื่มชา กาแฟ เบียร์สด โดยมีดนตรีและเสียงเพลงจากนักร้องมาขับกล่อมตลอดเส้นทางไปกลับ

สัมผัสบรรยากาศยามเย็นในรอบ Sunset ชมพระอาทิตย์ตกดินและแสงทไวไล้ท์ พร้อมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น วัดอรุณ วัดพระแก้ว วัดกัลยา วัดระฆัง ไอคอนสยาม สะพานพุทธ และ สะพานพระปิ่นเกล้า

ไวท์ออร์คิด ริเวอร์ครูซส์ เปิดให้บริการทุกวัน ที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง เวลา 17.00 น ถึง18.45น ในราคาโปรโมชั่น ท่านละ 699 บาท จากปกติ 2,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2566

จองตั๋วหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่

โทร : 088-088-0188
หรือ Line ID : @worc

ADVERTISEMENT

บิงโกเบรนเซ็นเตอร์ เปิดตัว “Energy Spa” แห่งแรกในเอเชีย

บิงโกเบรนเซ็นเตอร์ เปิดตัว “Energy Spa” แห่งแรกในเอเชีย

ศูนย์พัฒนาสมอง Bingo เปิดตัว “นวัตกรรม Energy Spa : ห้องสนามพลังงานสปาธรรมชาติแห่งแรกในเอเชีย” ช่วยแก้ปัญหาความเครียดและการนอนไม่หลับ ซึ่งเป็นปัญหาของคนส่วนใหญ่ 70% ในยุคปัจจุบัน
จากรายงานของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยวัยทำงานในช่วงอายุ 25 – 40 ปี เผชิญปัญหานอนไม่หลับมากถึง 40% (ประมาณ 19 ล้านคน) หลับยากมากขึ้น 30% และกลุ่มคนทำงานจำนวน 70% จากจำนวนทั้งหมดในประเทศไทยเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเครียด ผลที่ตามมาจากความเครียดก็คือ การนอนไม่หลับ หรือหลับยาก หลับไม่ลึก จนร่างกายไม่ได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ไม่ได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ ไม่ได้ปรับสมดุลของสารเคมีต่าง ๆ ในร่างกาย นี่คือจุดเริ่มต้นของความอันตราย เพราะเมื่อเราไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอร่างกายก็จะอ่อนเพลีย ผิวไม่สวยใส ดูแก่กว่าวัย รวมไปถึงอาจจะเกิดโรคร้ายอย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับระยะเวลาการนอนหลับที่เหมาะสม องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า โดยทั่วไปในผู้ใหญ่วัยทำงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 7 – 9 ชั่วโมง ซึ่งวิธีแก้ปัญหานอนไม่หลับ หลับไม่ลึก หลับไม่ได้คุณภาพ ก็มีหลายวิธีแตกต่างกัน ที่ทุกคนควรแก้ปัญหาจากทั้งภายใน และภายนอก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากผู้รับบริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ในปี 2564 จำนวน 120,510 สาย ระบุว่าสาเหตุอันดับแรกในการโทรมาขอรับคำปรึกษา คือปัญหาที่เกิดจากความเครียด ซึ่งมีอยู่ถึงร้อยละ 52

คุณสุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ผู้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาสมอง BINGO (Brain Integrated Neuro Genesis Optimization) เป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ Neuro Genesis อดีตผู้บริหารระดับสูงขององค์กรข้ามชาติระดับโลกหลายแห่ง เปิดเผยว่า “จากการทำงานด้านพัฒนาศักยภาพของสมองมายาวนาน พบว่า ปัญหาการนอนไม่หลับและความเครียด เป็นอุปสรรคในการทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ แต่เราสามารถนำวิทยาศาสตร์ระดับโลกมาช่วยแก้ไขปัญหาระดับประเทศได้ เราจึงเปิดให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานของสมองใน 3 ส่วน คือ 1. ศูนย์พัฒนาสมอง Bingo เป็นเวิร์คข้อปที่จะเปลี่ยนวิทยาศาสตร์ที่มีความซับซ้อนเกี่ยวกับสมอง ให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก มีกิจกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้เกิดทักษะการใช้สมองทั้ง 5 ส่วนอย่างสมดุล 2. การใช้เครื่องมือ EEG สำหรับวัดคลื่นสมองแบบ Real -Time เพื่อวิเคราะห์สมองของมนุษย์ที่อธิบายได้ในหลักวิทยาศาสตร์ ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาในศูนย์ได้เข้าใจสมองของตัวเอง และนำไปปรับปรุงใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยสมาธิอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3. นวัตกรรม Energy Spa ที่เรียกว่า “Happiness Space” เป็นห้องสนามพลังงานบำบัด หรือสปาพลังงานธรรมชาติทีอ่อนโยน ช่วยตั้งแต่สมอง ร่างกายและจิตใจ หรือดูแลหัวจรดเท้า แบบ bio-photonic ระดับเดียวกับดีเอ็นเอ ช่วยให้หายเครียด หลับลึก สุขภาพดี”

โดย ห้อง “Happiness Space” ถือเป็นนวัตกรรม Energy Spa สปาพลังงานธรรมชาติที่อ่อนโยน แห่งแรกในเอเชีย ทำงานด้วย Bio-Photonic และ Resonance Frequency ระดับเดียวกับดีเอ็นเอ จึงบริสุทธิ์และอ่อนโยน ผู้ใช้บริการเพียงนั่งสบายๆ หลายท่านสามารถหลับได้ตั้งแต่อยู่ในห้อง เพราะสมองเข้าสู่สมาธิอย่างเป็นธรรมชาติจาก Beta สู่ Alpha ไปจนถึง Delta ทำให้เกิด growth hormones ช่วยฟื้นฟูสุขภาพสำหรับทุกเพศทุกวัยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยาและสารเคมี
โดยเฉพาะสำหรับวัยทำงาน ช่วยขจัดความเครียด มีความสุข หลับง่ายและลึกขึ้น สมองปลอดโปร่ง เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
รวมทั้งในขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าท้ายของสังคมในปัจจุบันอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มสมาธิ เสริมความสัมพันธ์ของสมองกับร่างกาย หลับง่าย และลึกขึ้น คืนสมดุลที่ขาดหายไปจากพฤติกรรม และการใช้ชีวิตที่ขาดสมดุล หรือมีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว
แม้แต่สำหรับวัยเด็ก ที่เทคโนโลยี และสื่อออนไลน์ปัจจุบันทำให้เด็กสมาธิสั้น มีอาการซึมเศร้า จะช่วยให้สมาธิดีขึ้น เสริมความจำและความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาการเรียนรู้เพื่อสุขภาพโดยรวม มีความสุขมากขึ้น
นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร หนึ่งในผู้ที่ได้ทดลองใช้ “Happiness Space” ระบุว่า “ร่างกายของมนุษย์คือพลังงาน ถ้าหากเราได้รับพลังงานที่ดี ๆ เข้ามาเยียวยาพลังงานที่มีอยู่แล้วในร่างกายเชลล์ต่าง ๆ ก็จะมีสุขภาพดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง สดใส กระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น”
ด้านคุณหมอโรเบิร์ต ทรอสเซล (Dr.Robert Trossel) จากประเทศอังกฤษ กล่าวว่า “ก่อนจะรู้จักและได้ใช้บริการห้อง Energy Spa ผมเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก โดยมีความดันอยู่ที่ 166-94 หลังใช้บริการ 2 ชั่วโมง ตามโปรแกรมการบำบัด ความดันลดลงมาเหลือ 142-89 รู้สึกดีใจมาก ทั้งยังทำให้สามารถหลับสบายได้อย่างต่อเนื่องตลอด 2 ชั่วโมงที่ใช้บริการ และหลังจากได้ใช้บริการเป็นครั้งที่ 2 ความดันลดเหลือ 129-91 และวันต่อมาก็ลดลงเหลือ 108-66 ซึ่งถือว่าเป็นความดันปกติเหมือนคนทั่วไปแล้ว ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาผมได้หยุดกินยาลดความดัน”
นอกจากนี้ ศูนย์พัฒนาสมอง บิงโกแบรนเซ็นเตอร์ ยังได้ก่อตั้ง บริษัท ไรท์วิว วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมอันดับแรก ๆ ของไทย ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรที่มีพันธกิจหลักเพื่อช่วยสังคมในการพัฒนาสมองให้สมดุล เติมเต็มศักยภาพของทุกชีวิต ให้ได้เข้าถึงองค์ความรู้อันทันสมัยล่าสุดของโลก และรู้วิธีบริหารจัดการสมองให้ถูกต้อง เพื่อชีวิตที่ดี มีความสุข สำเร็จ และสมดุลอย่างแท้จริง โดยบริษัทได้กำหนดให้นำกำไร 100% มาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยเน้นที่นักเรียนจากชนบททั่วประเทศ เพราะบริษัท ฯ ตระหนักดีว่าเด็ก ๆ เหล่านี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีศักยภาพสูง และเป็นกำลังอันสำคัญของประเทศชาติในอนาคตต่อไป ทั้งยังได้รับอุปการะเด็กผู้ด้อยโอกาส 15 คน จาก 5 องค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิศุภนิมิต ซีซีเอฟ ยูนิเซฟ โสสะ และสภากาชาดไทย แผนการทำธุรกิจเพื่อสังคมนี้ ทำให้บริษัท ฯ ได้รับ รางวัลแผนธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม ประจำปี 2018 และรางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ประจำปี 2019 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านความเครียด นอนไม่หลับ หรืออยากฟื้นฟูสุขภาพโดยรวม โดยไม่ใช้ยาและสารเคมี สามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ หายเครียด หลับลึก สุขภาพดี ด้วย“Happiness Space” ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์พัฒนาสมอง Bingo ตรงข้ามซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line : Bingo4brain หรือ @404octbf อีเมลล์ : msutti2@hotmail.com โทรศัพท์ 082-282-3499 และ www.bingo4brain.com

ADVERTISEMENT

DITP ปลื้ม สินค้าเกษตรไทยเฉิดฉายในตลาดโลกตั้งเป้ายกระดับการส่งออก

DITP ปลื้ม สินค้าเกษตรไทยเฉิดฉายในตลาดโลกตั้งเป้ายกระดับการส่งออก

DITP ปลื้ม สินค้าเกษตรไทยเฉิดฉายในตลาดโลก
ตั้งเป้ายกระดับการส่งออก สร้างความมั่งคั่งทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) ผลักดันธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูปเต็มอัตรา หลังผู้ประกอบการต่างยกระดับด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม นำมาสู่สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลกในยุค Next Normal พร้อมทวงบทบาทประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอย่างสง่าผ่าเผย ตามเป้าหมายของ DITP ในการมุ่งกระจายรายได้จากการส่งออกสู่เกษตรกรผู้ผลิตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า “ในช่วงที่ผ่านมา สินค้าเกษตรทั้งรูปแบบสดและแปรรูปของประเทศไทยมีความโดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการต่างได้ยกระดับด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมนำมาซึ่งสินค้าที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนความแปลกใหม่ที่สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยมีกลุ่มตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสามารถครองบทบาทในตลาดสากลมากมาย ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจได้แก่ ธัญวรรณ พัฒผล ผู้ประกอบการ Wonnapob Rice หรือข้าววรรณภพ โดยเป็นผู้นำในการส่งออกข้าวและมีสาขาหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยมีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ช่วยส่งเสริมพา Wonnapob Rice ร่วมออกบูธในตลาดต่างประเทศ เปรียบเหมือนการเปิดประตูให้ลูกค้าต่างชาติได้รู้จักผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งช่วยให้บริษัทรู้ถึงข้อมูลต่าง ๆ ในเรื่องขอจดทะเบียนการค้าในแต่ละประเทศ ทำให้บริษัทสามารถส่ง Order ข้าวต่อปีได้ถึงหลักแสนตัน

อีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้แก่ผู้ผลิตและจำหน่ายมะขามแปรรูปอย่าง ธนนท์ โฆวงศ์ประเสริฐ ผู้บริหารแบรนด์ Tamarind House หรือ บ้านมะขาม ผู้สามารถนำผลไม้ไทยแท้อย่างมะขามให้กลายเป็นที่รู้จักในตลาดสากล โดยการแปรรูปมะขามไปในหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศ ซึ่งปัจจุบัน Tamarind House ได้ส่งออกมะขามหวานแปรรูปไปยังหลากหลายประเทศ ถือเป็นการยกระดับผลไม้ไทยแท้ให้กลายเป็น World Snack สำหรับทุกเพศทุกวัยได้อย่างแท้จริง โดย Tamarind House ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ในเรื่องของคำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ การค้นหาไอเดียการออกแบบแพคเกจจิ้งสินค้า ที่สำคัญที่สุดคือการได้ไปออกบูธตลาดต่างประเทศร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างน้อยปีละครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นประเภทอาหาร ที่ผู้บริโภคต้องได้ลองชิมก่อนว่าชอบ หรือ ไม่ชอบ ซึ่งสิ่งนี้คือกลยุทธ์ดึงดูดผู้บริโภค ตลอดจนผู้ประกอบการที่จะเข้ามาเจรจาเพื่อการต่อยอดนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปวางจำหน่ายยังประเทศต่าง ๆ ในรูปแบบ B2B ต่อไป

​ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในด้านการปรับตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมที่จะส่งเสริมและผลักดันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารของไทยในหลากหลายแนวทาง เพื่อให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหลังจากสถานการณ์ โควิด-19 ได้บรรเทาลง
​สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของกรม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ www.ditp.go.th หรือ สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ 1169

ADVERTISEMENT

“CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน”

“CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน”

CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน” และการเสวนาหัวข้อ “จับมือกันผลักดันให้โลกสวยงาม”

วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.

ณ ห้องสมุดวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ชั้น ๑ อาคารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์


คุณสุประดิษฐ์ พึ่งผล เจ้าหน้าที่ประสานงานกิจกรรมโครงการพรีเชียสพลาสติกแบงค็อก, คุณเกศทิพย์ หาญณรงค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ซีโร่ เวสท์ โยโล จำกัด, คุณอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต, คุณฐากูรพานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, คุณสมบูรณ์กิตติอนงค์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น ๑๕ เทคโนโลยี จำกัดและท่านเจ้าคุณ พระราชวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดจากแดง ถ่ายภาพร่วมกันหลังการเสวนาในหัวข้อ “จับมือกันผลักดันให้โลกสวยงาม” ในงานแถลงข่าวปิดกิจกรรมรับแลกขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว “CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน ปี ๒” เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องสมุดวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ชั้น ๑ อาคารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ว่าที่ร้อยตรีวชิรพล พงษ์เกษ ผู้ร่วมกิจกรรมที่ทำคะแนนสูงสุด และแชมป์ประจำสัปดาห์ ๙ ครั้ง,คุณกิตติยา เหมังค์ตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบริหารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, คุณพนิดา ฟังธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์, คุณฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, คุณอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด

ถ่ายภาพร่วมกันหลังรับใบประกาศเกียรติคุณในฐานะหน่วยงานพันธมิตรของกิจกรรม “CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน” ในงานแถลงข่าวปิดกิจกรรมรับแลกขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว “CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน ปี ๒” เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องสมุดวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ชั้น ๑ อาคารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

(จากซ้ายไปขวา) คุณสุประดิษฐ์ พึ่งผล เจ้าหน้าที่ประสานงานกิจกรรมโครงการพรีเชียสพลาสติกแบงค็อก, คุณเกศทิพย์ หาญณรงค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ซีโร่ เวสท์ โยโล จำกัด, คุณกิตติยา เหมังค์ตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบริหารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, คุณพนิดา ฟังธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์, คุณฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, คุณอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, คุณอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต, ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด, คุณสมบูรณ์ กิตติอนงค์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น๑๕ เทคโนโลยี จำกัด และท่านเจ้าคุณ พระราชวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดจากแดง ถ่ายภาพร่วมกันในงานแถลงข่าวปิดกิจกรรมรับแลกขยะพลาสติก

แบบใช้ครั้งเดียว “CRA Thank You ขอบคุณที่ทิ้งกัน ปี ๒” เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องสมุดวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ชั้น ๑ อาคารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ADVERTISEMENT