สองนักธุรกิจรุ่นใหม่ “เพิร์ท นวิน” และ “ใบปอ” ยิ่งรัก” จับมือสร้างธุรกิจโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่เน้น Innovation ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท

สองนักธุรกิจรุ่นใหม่ “เพิร์ท นวิน” และ “ใบปอ” ยิ่งรัก” จับมือสร้างธุรกิจโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่เน้น Innovation ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท

คุณนวิน เหมรัชตานันต์ (เพิร์ท) นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง จากประสบการณ์หนึ่งในผู้บริหารโรงงาน Cell Nature และ CNA Biotech โรงงานอันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับธุรกิจประเภทผลิตอาหารเสริมมากกว่า 12 ปี และ คุณ ยิ่งรัก พัวถาวรสกุล (ใบปอ) สาวสวยรุ่นใหม่ทายาทตระกูลนักธุรกิจชื่อดังในตลาดหลักทรัพย์ อย่าง คุณ กิตติ พัวถาวรสกุล ผู้บริหาร CMO Public Company, NCL Logistics

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังร่วมลงทุนธุรกิจ Qualitech PCL บริษัทเกี่ยวกับการทดสอบ ตรวจสอบ NDT Inspection และตรวจท่อน้ำมันมาก่อนหน้านี้ และตอนนี้ทั้งคู่จับมือกันสร้างอีกหนึ่งธุรกิจโรงงาน CellMed Biotech รายผลิตใหม่ที่รับผลิตเครื่องดื่ม Ready to drink ทุกรูปแบบกว่า 100 ล้านบาท ด้วยอยากสร้างโรงงานในเครือ Cell Nature ให้พร้อมตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งอาหารเสริม เครื่องสำอาง สกินแคร์ และเครื่องดื่ม

คุณ เพิร์ท นวิน ด้วยความชอบทางด้านการทำธุรกิจและการตลาดตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เริ่มเรียนรู้ธุรกิจและศึกษาต่อจากที่บ้าน สู่นักธุรกิจหนุ่มที่สร้างธุรกิจของตัวเอง และ คุณ ใบปอ ยิ่งรัก สาวสวยดีกรีนักบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชอบศึกษาเรื่องความสวยความงาม และการบริหารธุรกิจที่เห็นจากคุณพ่อและคุณแม่ที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้

ทั้งคู่จึงอยากสร้างธุรกิจในแบบของตัวเอง ที่บริหารและสร้างธุรกิจในแบบคนรุ่นใหม่ ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ด้วยกัน
“เราไม่อยากเป็นแค่โรงงานที่รับผลิต แต่เราอยากเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดในการสร้างแบรนด์ให้กับลูกค้าของเราทุกคน ทำแบรนด์แล้วต้องขายได้ มีแนวทาง เทรนด์ต่างๆ ให้ลูกค้าอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องสารสกัดที่ใช้ รวมถึงนวัตกรรมต่างๆ ต้องดีที่สุด”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
Instagram : Cellmedbiotech
Facebook : Cellmed Biotech Thailand
Tiktok : Cellmedbiotech

ADVERTISEMEN

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับมอบรางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2565

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับมอบรางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2565

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้รับมอบรางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2565 จากคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับมอบรางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2565 จากคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2566 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรมในทุกภาคส่วน จึงมีนโยบายส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัด ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินที่มีมาตรฐานกลางในการประเมินความสำเร็จ 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ เพื่อบ่งบอกถึงกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรมที่ได้มาตรฐาน ซึ่งบริษัทฯ ได้ผ่านการประเมินให้เป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบทั้ง 11 หน่วยงาน ตามโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม โดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ( พ.ศ. 2559 – 2565 ) ประจำปีงบประมาณ 2565 ทั้งนี้ นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ทำการมอบเกียรติบัตรให้แก่คณะผู้บริหารจากทั้ง 11 หน่วยงาน อันเป็นผลมาจากความร่วมมือ ร่วมใจ ของบุคลากรทุกคน รวมถึงยึดมั่นในหลักเจตนารมณ์องค์กรคุณธรรมที่ได้ร่วมลงนามให้สัตยาบันไว้

ที่ผ่านมาบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ตระหนัก ให้ความสำคัญและยึดหลักการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาโดยตลอด โดยการดำเนินงานที่มีคุณธรรมและธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้บุคลากรนำคุณธรรมและจริยธรรมมาใช้ในการดำเนินงานจนเกิดความร่วมมือกันภายในองค์กร อันส่งผลให้เกิดความสำเร็จ และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นในหลักธรรมศาสนา น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีวัฒนธรรมไทยมาใช้ในการดำรงชีวิต ร่วมกันปลุกจิตสำนึก และสร้างทัศนคติ ค่านิยมที่ดีในการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน (No Gift Policy) ในเทศกาลปีใหม่และทุกโอกาส สานต่อเจตนารมณ์องค์กรคุณธรรม

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ADVERTISEMEN

The Dishes Riverside อาหารทะเลสด ๆ บรรยากาศสุดชิล

The Dishes Riverside อาหารทะเลสด ๆ บรรยากาศสุดชิล

วันหยุดสบาย ๆ แวะมาทานอาหารทะเลสดๆ ที่ร้าน The Dishes Riverside ต.บ้านคลองสวน จังหวัดสมุทรปราการ จะได้ผ่อนคลายชิลๆ ด้วยการออกกำลังกาย กับการพายเรือคายัค หลังจากนั้นขึ้นมาฟังเพลงต่อกับดนตรีสดเพราะๆ เบาๆ พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารทะเล ไทย จีน ยุโรป มีมุมคาเฟ่และเบเกอรี่อีกหนึ่งบรรยากาศสำหรับรีแลกซ์พักผ่อนจิบกาแฟสด

บริการลูกค้าถึง 50 โต๊ะ รองรับได้ 200-300 ท่าน มีท่าขึ้นลงเรือ มีโป๊ะจอดเรือ ครบจบในที่เดียว

บริหารงานโดย CEO จิระยุทธ สุทธิศาสนกุล
สำรองโต๊ะ โทร. 093-2505562

ADVERTISEMEN

สรุปเวทีสัมมนา สานต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน

สรุปเวทีสัมมนา สานต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน

สรุปเวทีสัมมนา สานต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ‘ไพศาล พืชมงคล’ ฟันธงส.ว.สายประชาธิปไตย 75 คนจะโหวตให้พรรคก้าวไกล ชี้รัฐบาลใหม่พบ‘ขยะใต้พรม’!ต้องรีบแก้ไขด่วน
สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมกันจัดงานเสวนา ภายใต้หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย จุดเปลี่ยนที่ท้าทาย” เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 โดยมีนักการเมือง และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนา ซึ่งนายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา และผลการเลือกตั้งก็มีความชัดเจนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น จึงเชื่อว่าทิศทางในอนาคตของประเทศจากนี้ไป จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ดังนั้น ทั้ง 2 สมาคมจึงร่วมมือกันจัดกิจกรรมเสวนาครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อสะท้อนภาพให้รัฐบาลในอนาคตได้รับรู้ถึงมุมมองของการเปลี่ยนแปลงที่แต่ละภาคส่วนต้องการที่จะเห็น

ศาสตราจารย์ นพ.กระแส ชนะวงษ์ สานต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน
ศาสตราจารย์ นพ.กระแส ชนะวงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน กล่าวปาฐกถาว่า ภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งแล้ว ยังมีกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีความจำเป็นในการที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งในทุกๆด้านๆ
โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งการสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับประเทศจีน ให้สมกับคำว่า ‘ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน’ ถือเป็นความสำคัญอย่างมาก เพราะจีนมีการเติบโต มีพัฒนาการในทุกด้าน และนับวันก็มีบทบาทในระดับโลกเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญจีนมีการพัฒนาด้านการศึกษา และนวัตกรรมอย่างมาก
ซึ่งประเทศไทยควรที่จะสานสัมพันธ์ในเรื่องของการศึกษา และด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีจากจีน ขณะเดียวกัน ในแง่ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป แต่ต้องไม่มีลักษณะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดรู้สึกว่ามีการเลือกข้าง

น.ส.วทันยา บุนนาค รักษาความสัมพันธ์กับทุกประเทศ
น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ความท้าทายของประเทศไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองเท่านั้น แต่มีส่วนสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหลายเรื่อง ทั้ง คุณภาพชีวิต คุณภาพของสังคมและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งในสังคมที่ระบบอุปถัมภ์ยังไม่เสื่อมสลาย หรือคลายตัว วันนี้จึงมีโจทย์สำคัญ คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่ขยายตัวและกดทับเยาวชน ทำให้เกิดคำถามกับสังคม เช่น การปฏิรูปกระบวนการศึกษา ระบบการเรียน รวมถึงภาวะความผันผวนในประเทศไทย ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องการความเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับอนาคตของตนเอง
“คนรุ่นใหม่ไม่ได้ชังชาติ แต่เขามีจุดหมายเดียวกัน คือ อยากเห็นประเทศไทย เห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะทุกคนเจอภาวะปัญหาที่แตกต่างกัน ทำให้วิธีเรียกร้องต่างกัน ส่วนผู้ใหญ่บางคนกลับมองการเรียกร้องของเด็กคือความก้าวร้าว ปิดกั้นการรับฟังความเห็นโดยไม่มองแก่นของปัญหาที่เกิดขึ้น”น.ส.วทันยา กล่าว
ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ จีนกับอเมริกา น.ส.วทันยา กล่าวว่า โดยส่วนตัวในฐานะนักการเมืองและคนที่อาสามาทำงาน มองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของไทยที่จะไปเลือกข้าง แต่ประเทศไทยควรรักษาความสัมพันธ์กับทุกประเทศ โดยมุ่งการรักษาประโยชน์ของคนไทยและประเทศเป็นสำคัญ

นายไพศาล พืชมงคล ส.ว. 75 คนจะโหวตให้พรรคก้าวไกล
นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกฯ กล่าวว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ ยังคงมีความพยายามที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งกับเสียงข้างมาก ซึ่งอาจจะสร้างวิกฤตให้ประเทศ ขณะที่ท่าทีของส.ว. ที่มีต่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล นั้น ยังคงมีประเด็นว่าสุดท้าย การตัดสินใจของ ส.ว.จะเป็นอย่างไร แต่ยังเชื่อว่าก่อนที่จะทำหน้าที่ ส.ว.ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นหากส.ว.ยึดมั่นในคำถวายสัตย์ปฏิญาณบ้านเมืองจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้
“สัญญาณที่เกิดขึ้น ผมทราบว่า ส.ว.ส่วนหนึ่งรู้ชะตากรรม มีอย่างน้อย 75 คนจะโหวตให้พรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ เพื่อเคารพฉันทามติของประชาชน และเพราะนายพิธามีความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาล”นายไพศาล กล่าว
ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายไพศาล กล่าวว่า ไทยเรามีหลักวิเทโศบายมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 แล้วว่า ประเทศไทยต้องมี 2 หลักด้วยกัน คือ 1.ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นศัตรูกับใครในโลกนี้ 2.ไทยต้องเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทั้งนี้ จากประวัติศาสตร์ จีนไม่เคยชวนไทยไปรบกับใคร แต่อเมริกาชอบชวนไทยไปรบ
ดังนั้น ไทยต้องมีจุดยืนของตนเอง เพราะสหรัฐฯก็มีความสำคัญที่ไทยทิ้งเขาไม่ได้ ทะเลาะกับเขาก็ไม่ได้ แต่ต้องไม่ใช่การยอมอยู่ใต้อาณัติของเขา ดังนั้น การที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมลงนามในแถลงการณ์อินโดแปซิฟิก ถือเอาจีนเป็นภัยคุกคามนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง รวมทั้งท่าทีในเรื่องนาโต้ 2 ก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ถือเป็นการเสียสมดุล จึงเป็นเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงที่รัฐบาลใหม่จะต้องรีบแก้ไข และจำเป็นที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ต้องมีความสามารถ จะตั้งรัฐมนตรีที่ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ไทย-จีนมีธุรกิจใกล้ชิดกัน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาตร์และนโยบายพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า ช่วง 60 วันหลังการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องรับรองผลการเลือกตั้ง ส่วนตัวเชื่อว่า กกต. จะไม่ให้ใบเหลือง หรือ ใบแดง จำนวนมาก เพื่อรับรองส.ส.ให้ครบ 95% เพียงพอจะเปิดประชุมสภาฯ ซึ่งหลังรับรองส.ส.แล้ว จะมีข้อสรุปต่อคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล เชื่อว่า กกต. จะวินิจฉัยหลังจากที่รับรองนายพิธา เป็นส.ส.
ก่อนที่จะเสนอชื่อให้รัฐสภา เพื่อให้เรื่องนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ หากคำวินิจฉัยผ่าน ด่านที่ต้องเจอ คือ การโหวตเลือกนายกฯ โดยที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งดูบรรยากาศแล้วไม่ค่อยดี การเสนอชื่อ นายพิธา อาจจะโหวตไม่ถึง 376 เสียง แต่ก็ไม่เชื่อว่าจะมีการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะมีปัญหาต่อการทำงาน แค่มติร่างกฎหมายงบประมาณไม่ผ่าน รัฐบาลเสียงข้างน้อยก็อยู่ไม่ได้แล้ว
นายสมชัย กล่าวถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ว่า โดยปกติทุกประเทศล้วนต้องมองผลประโยชน์ของประเทศตนเองเป็นหลัก ไม่ว่าอเมริกาหรือจีน ก็มองเช่นนี้เหมือนกัน ดังนั้น ประเทศไทยจะมองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร ก็เห็นว่าคงต้องมองผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลักเช่นกัน
ดังนั้น ไทยจึงต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกมองหรือถูกตีตราว่าเลือกข้างใดข้างหนึ่ง หรืออย่างกรณีการค้าอาวุธต่างๆ ก็อย่ามองในเรื่องค่านายหน้า หรือรายได้จากการค้าอาวุธเป็นหลัก ส่วนในทางเศรษฐกิจต้องมองทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า ที่เป็นประโยชน์กับประเทศ ซึ่งไทยกับจีนน่าจะมีธุรกิจใกล้ชิดกันมากกว่า ดังนั้น โดยสรุปคือ รัฐบาลจากนี้ไปควรมีนโยบายต่างประเทศที่ชาญฉลาด รู้จักสร้างดุลอำนาจเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์

นายยิ่งยง นิลเสนา ไทยควรมีรัฐบาลที่ชาญฉลาด
นายยิ่งยง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย มองอนาคตของประเทศไทยว่า ในด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ยังคงมีความท้าทายอยู่อย่างมากสำหรับจุดเปลี่ยนจากนี้ไป เพราะในความเป็นจริงแม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มมีทิศทางของการฟื้นตัวบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวกลับไปถึงจุดเดิมก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิดจนทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ดังนั้นรัฐบาลใหม่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในหลายๆเรื่อง เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจให้กลับคืนมา
“อย่างเรื่องที่รัฐบาลที่ผ่านมามีนโยบายที่จะเก็บภาษีขายหุ้น ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ที่ว่าจะเก็บได้ประมาณหมื่นกว่าล้านบาทนั้น หลายฝ่ายยังมองว่าถึงเวลาจริงๆ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้มูลค่าการซื้อขายลดลง ซึ่งอาจจะทำให้สุดท้ายแล้วเก็บภาษีขายหุ้นได้แค่ไม่กี่พันล้านบาท ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นรัฐบาลใหม่ควรจะต้องพิจารณาทบทวนเรื่องนี้ให้รอบคอบ”
นายยิ่งยง มองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ว่า เนื่องจากไทยเป็นประเทศเล็ก ก็ต้องพยายามที่จะอยู่ตรงกลาง ปัญหาคือ ปัจจุบันจีนกับอเมริกาก็มีเคืองๆกันอยู่ระดับหนึ่ง พอเวลาที่ 2 ขั้วนี้ คิดไม่ตรงกัน แล้วไทยควรจะทำอย่างไร ตรงนี้หลายเรื่องที่ไทยควรมีจุดยืนให้ชัดเจน และเป็นที่ยอมรับได้จากทุกฝ่าย ขณะเดียวกันทิศทางของโลกก็มีความสำคัญ เช่นโลกให้ความสำคัญสภาวะสิ่งแวดล้อม ไทยก็ต้องไม่ทำอะไรที่ทำให้ไปขัดแย้งกับทิศทางนี้ เพราะอาจจะไม่เป็นที่พอใจของขั้วใดขั้วหนึ่งได้ ดังนั้นจึงเห็นด้วยว่าในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ไทยควรมีรัฐบาลที่ชาญฉลาด

นายประภัสร์ จงสงวน เรารู้ว่า ใครเป็นมิตรที่ดี
นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และอดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย มองว่า อนาคตของประเทศไทยมีจุดเปลี่ยนที่ท้าทายทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพราะที่ผ่านมาหลายๆเรื่องมีความไม่ชัดเจน มีการปกปิดข้อมูล และมีข้อสงสัยในเรื่องของการเอื้อประโยชน์ และไม่มีการชี้แจง
อย่างขณะนี้มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ก็มีข่าวว่า มีความพยายามจะแก้ไขสัญญาในลักษณะที่เอกชนเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ หรืออาจจะถึงขั้นยกเลิกสัญญา โดยเอกชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากภาครัฐ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาใต้พรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่เมื่อไปขอดูสัญญาว่าเป็นอย่างไร หน่วยงานรัฐจะไม่ให้ดู ประชาชนไม่ได้เข้าถึงข้อมูล
“เช่นเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีการไปทำสัญญาไว้ แล้วสามารถสร้างได้แค่ 3.5 กิโลเมตร แถมไปอยู่ในกลางป่าซึ่งไม่ใช่จุดที่ควรก่อนสร้าง ผมพยายามที่จะขอสัญญามาดู หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ยอมให้ดู เช่นเดียวกับเรื่องของสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า BTS ที่วันนี้ ก็ยังอ้างว่าติดข้อกำหนดเปิดเผยให้ประชาชนดูไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาทั้งเรื่องค่าโดยสารแพง และเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ BTS วิ่งให้บริการในส่วนต่อขยาย และทำให้เกิดภาระหนี้สินจำนวนหลายหมื่นล้านบาท ที่วันนี้ยังมีกรณีพิพาททวงถามกันอยู่เลย”
นายประภัสร์ กล่าวในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกา ไทย จีน ว่า เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ที่ผ่านมา อย่างกรณีหลังสงครามเวียดนาม เมื่ออเมริกาล่าถอย หากไม่มีจีนยื่นมือเข้ามา ก็ไม่รู้ว่าระหว่างไทยกับเวียดนามจะเป็นอย่างไร เรื่องของประวัติศาสตร์จะสอนให้เรารู้ว่าใครเป็นมิตรที่ดี ใครพึ่งได้ใครพึ่งไม่ได้ ซึ่งวันนี้ ใครก็ดูเหมือนกับเป็นมิตรที่ดีกับเราทั้งนั้น แต่พอถึงเวลาในเรื่องผลประโยชน์ก็ไม่รู้จะอย่างไร
ดังนั้น ไทยจึงควรต้องมีจุดยืนของตัวเองที่ชัดเจน ว่าควรจะมั่นใจในฝั่งไหนได้อย่างไรบ้าง ซึ่งมิตรแท้นั้นมีค่า และต้องดูในภาวะคับขันว่าใครคือมิตรแท้ อย่างอเมริกาในยุคทรัมป์ ได้ทำให้เห็นแล้วว่าเขาให้ความสำคัญกับอเมริกาเป็นที่ 1 เขาทำสงครามการค้ากับจีน ใครจะเดือดร้อนเขาก็ไม่ได้สนใจ ดังนั้น ในการที่ไทยจะอยู่ตรงกลาง พูดง่ายแต่ทำจริงๆไม่ง่าย จึงต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน และอธิบายได้ รัฐบาลต้องบอกความจริงกับประชาชนว่าทำไมมีจุดยืนแบบนั้น

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไทย-จีน ต้องมีความเป็นมิตร
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลไม่ว่าแบบไหน ประเทศไปได้ เพราะทุกพรรคบริหารงานในภาครัฐ แต่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ เอกชนที่มีความต้องการมั่นคง ราบรื่น ไม่มีความวุ่นวาย ซึ่งมองว่า ขณะนี้ไม่มีความวุ่นวาย สำหรับ ในขั้นตอนหลังเลือกตั้งจะเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะที่การเสนอนโยบายแก้ไขเรื่องต่างๆ ต้องใช้กระบวนการนิติบัญญัติที่ไม่ง่ายและต้องใช้เวลา โดยเห็นด้วยที่จะถึงเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เริ่มในขั้นตอนของการทำประชามติ แต่หากตั้ง ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ไม่อยากให้นักการเมืองชี้นำการทำงาน
นายไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า ไทยกับจีนนั้นมีความสัมพันธ์พิเศษมายาวนาน ดัง

ADVERTISEMEN

ขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์

ขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอเมนูในตำนานที่ขึ้นชื่อว่านุ่มจนละลายในปากตั้งแต่คำแรก “ขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากแดนมังกร ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันตามสูตรดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ ด้วยความประณีตในทุกขั้นตอน ทั้งเลือกสรรวัตถุดิบเครื่องพะโล้ที่มีคุณภาพ ให้ทุกท่านได้ลิ้มรสความอร่อยจนยากจะลืมเลือน
บริการรวมในบุฟเฟต์นานาชาติ แต่ช้าก่อน! สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาทานบุฟเฟต์ได้ตามเวลาที่เปิดให้บริการ สามารถสั่งแบบเซทพิเศษเพียงชุดละ 399 บาท++ พร้อมหมั่นโถวนึ่งร้อนๆ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือสั่งกลับบ้านแบบแช่แข็ง เพียงถุงละ 399 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ​ ตั้งแต่​วันนี้​ – 30​ มิถุนายน
“ซื้อ 3 ถุง แถมเครื่องเคียง (หมั่นโถว/ผักกาดดอง/ผักคะน้า/พริก/กระเทียม)”

“ซื้อ 10 แถม 1 พร้อมเครื่องเคียงครบทุกถุง”

“ซื้อ 20 แถม 2 พร้อมเครื่องเคียงครบทุกถุงและส่งฟรีในรัศมี 5 กิโลเมตร”

สำรองโต๊ะล่วงหน้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2276-4567 ไลน์ : @theemeraldhotel หรือ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop


ADVERTISEMEN

แฮปปี้เบิร์ธเดย์สุขสันต์วันเกิด ดร.พันศักดิ์

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ สุขสันต์วันเกิด ดร.พันศักดิ์

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ สุขสันต์วันเกิด ดร.พันศักดิ์

10 พฤษภาคม 2566 ดร.พันศักดิ์ ศรีพยัคฆเศวต จัดฉลองวันคล้ายวันเกิดที่โรงแรม แมริออท สุขุมวิท กรุงเทพฯ เป็นการจัดงานแบบคนกันเอง แต่คึกคักด้วยกลุ่มเสาหลัก ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพายัพ ชินวัตร พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ดร.คงกฤษ ศรีนาค พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์ นายชาตรี ศรียาภัย (นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย) และแขกผู้เกียรติอีกจำนวนมากเข้าร่วมอวยพร ท่ามกลางดนตรีและเสียงเพลงสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น


ADVERTISEMEN

ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนอาวุโสสังสรรค์

ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนอาวุโสสังสรรค์

ธนเดช อิงคภัทรางกูร ประธานชมรมช่างภาพสื่อมวลชนอาวุโส นัดสังสรรค์สมาชิก อาทิ ไกรสีห์ นาคประเสริฐ นิยม นาคประเสริฐ สุนทร เขือรัมย์ สมบูรณ์ เกตุผึ้ง มนัส อุดร ปรีชา การสมพจน์ และ สุวัฒน์ เศวตยาราม พร้อมด้วย นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาชมรมฯ มา ร่วมงานด้วย โดยมี ขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ให้การต้อนรับ ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ เมื่อวันก่อน

ADVERTISEMEN

ครีมนวดซิงจีเมด, นาโนเทคโนโลยีสารสกัดจากสมุนไพรไทย,

ครีมนวดซิงจีเมด, นาโนเทคโนโลยีสารสกัดจากสมุนไพรไทย,

ครีมนวดซิงจีเมด, นาโนเทคโนโลยีสารสกัดจากสมุนไพรไทย, บรรเทาาทุกอาการปวด, ผลงานชนะเลิศเหรียญทองจากประเทศโรมาเนีย, ชนะเลิศเหรียญทอง จากประเทศแคนาดา, International Gold Medal Award

ซิงจีเมด ผลิตภัณฑ์ครีมนวด นาโนเทคโนโลยีสารสกัดจากสมุนไพรไทย บรรเทาอาการปวด ผลงานวิจัยเหรียญทองการันตี

ครีมนวดซิงจิเมด สุดยอดนวัตกรรมใหม่ด้วยนาโนเทคโนโลยี ผสานคุณค่าสารสกัด ประสิทธิภาพจากสมนุไพร พืชธรรมชาติแท้ๆ ตัวยาสามัญประจำบ้าน บรรเทาอาการปวด

การันตีผลงานชนะเลิศ เหรียญทองจากประเทศโรมาเนีย และชนะเหรียญทอง จากประเทศแคนาดา
“รางวัลเหรียญทอง 1 เดียวในโลก “
International Gold Medal Award

ติดต่อให้คำปรึกษาและเป็นตัวแทน
น้ำทิพย์ ดาราทอง
064-5612432

ADVERTISEMEN

ผู้ตรวจราชการ พช. เยี่ยมชมไร่สุขพ่วง จ.ราชบุรี

ผู้ตรวจราชการ พช. เยี่ยมชมไร่สุขพ่วง จ.ราชบุรี ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้พัฒนาพื้นที่ต้นแบบตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โมเดช“โคกหนองนา”

วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 นายอาทร พิมชะนก ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย นางสาวภัทลภา สุริโย ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน และนายปฏิพัทธ์ พวงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่ติดตามและสนับสนุนงานการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนากรมการพัฒนาชุมชนในระดับตำบล (CLM-Community Lab model) ณศูนย์เรียนรู้ไร่สุขพ่วงซึ่งดำเนินการโดยนายอภิวรรษ สุขพ่วง ณ พื้นที่ หมู่ 10 ต. จอมบึง อ. จอมบึง จ. ราชบุรี โดยในการลงพื้นที่ดังกล่าวนางสาวสาวิตรี ประดับศรี พัฒนาการอำเภอจอมบึง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอจอมบึงร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูลในการพัฒนา พื้นที่ดำเนินการการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบไร่สุขพ่วง ดำเนินการในพื้นที่ 15 ไร่ ในการปรับเปลี่ยนจากพื้นดินซึ่งเป็นที่ทำนาเดิมดำเนินการจัดการเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบภายใต้โครงการการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบของกรมการพัฒนาชุมชนในปี 2564 โดยมีการขับเคลื่อนร่วมกันกับเครือข่ายการพัฒนาในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตจนเป็นวิถีใน เบื้องต้นของการดำเนินงานมีการ จัดการไร่เป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ด้วย เพื่อเผยแพร่ความรู้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกผักในตะกร้า ทำการเกษตรในพื้นที่ขนาดเล็ก ทำปุ๋ยปลอดภัย เลี้ยงสัตว์แบบพึ่งพา (หมูป่า เป็ด ไก่ไข่ ปลาดุก) ทำอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำ แปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เช่น น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วจากอ้อย กล้วยตาก ซึ่งในระดับศูนย์เรียนรู้ต่างๆ มีการจัดทำศูนย์เรียนรู้และการใช้ครุภัณฑ์ซึ่งจัดสรรโดยงบประมาณกรมการพัฒนาชุมชนและการสนับสนุนการจ้างแรงงานตามโครงการดังกล่าวอย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังเป็นการผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ

โดยจุดเด่นของไร่สุขพ่วงมีการดำเนินงานและส่งต่อองค์ความรู้สำหรับผู้ที่สนใจและสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้กระจายองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง มีการนำผลิตผลจากการพัฒนาพื้นที่มาสู่การแปรรูปทั้งในรูปแบบอาหารเครื่องดื่มของใช้และสมุนไพรต่างๆ ที่ไม่ใช่อาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ตลอดทั้งปีและในทางเดียวกันไร่สุขพ่วงยังมีความโดดเด่น ในด้านการบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรของไร่อย่างสมดุล โดยภาพที่เห็นได้ชัดคือพื้นที่เป็นพื้นที่รับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก บริเวณโดยรอบมีปัญหาน้ำท่วมหากแต่ในฤดูแล้งจะประสบกับปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งในการจัดสรรพื้นที่ในไร่มีการจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบโดยยึดแนวทางและองค์ความรู้ตามหลักบริหารจัดการน้ำขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการจัดการและสามารถเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่โดยในการลงพื้นที่ดังกล่าวนายอาทร พิมชะนก ได้เน้นย้ำถึงกรอบการดำเนินงานและการถอดบทเรียนจากกรณีความสำเร็จในการแก้ปัญหาและการพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้อื่น ๆ ในระดับพื้นที่อำเภอจอมบึง และจังหวัดราชบุรีต่อไปโดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั้งที่เป็นเจ้าของแปลงศูนย์เรียนรู้และประชาชนทั่วไปผู้มีความสนใจในการดำเนินชีวิตขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบทฤษฎีใหม่และการประยุกต์ต่อยอด ต่อไป

กระทรวงมหาดไทย

สำนักตรวจราชการ

60ปีกรมการพัฒนาชุมชน

130ปีกระทรวงมหาดไทย_บำบัดทุกข์บำรุงสุข

SEPtoSDGs

SDGforAll

ADVERTISEMENT

การแข่งขันชิงชนะเลิศฟุตบอล VIP ประเทศไทย

การแข่งขันชิงชนะเลิศฟุตบอล VIP ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 ได้มีการจัดการแข่งขัน “VIP VWFF Thailand Championship 2023” ณ สนามกีฬาใจฟ้า อะคาเดมี่ จังหวัดลพบุรี โดย สหพันธ์ฟุตบอล VIP โลก นำโดย ดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี ประธานสหพันธ์ฟุตบอลวีไอพีโลก

และฑูตกีฬาแห่งเอเชีย เป็นประธาน โดยเป็นการแข่งขันจากสมาชิก 6 ภาคทั่วประเทศ
โดยได้ทีมชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลVIP VWFFชิงแช้มป์ประเทศไทยรุ่น40-45-50ปีครั้งที่1 ณ สนามกีฬาใจฟ้า อคาเดมี่ ที่จังหวัดลพบุรีตัวแทนจากภาคอิสาน ( LOVETHAILAND-GOGI)
หลังจากการแข่งขันครั้งนี้เสร็จสิ้น ผู้ชนะ 2 ทีม จะเป็นตัวแทนในการแข่งขันระดับอาเซียน VIP ASEAN Championship 2023
ณ กรุงจากาต้าประเทศ อินโดนีเซีย ในวันที่ 17-21 สิงหาคม 2566
และวันที่13-16 ตุลาคม 2566 ที่ประเทศมาเลเซีย
โดย ดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี ประธานและผู้ก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอล VIP โลก มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างสันติภาพโลก เชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ และเป็นช่องทางส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจการค้าต่างๆ ที่จะเข้ามาในประเทศไทย
ซึ่งฟุตบอลวีไอพี VWFFชิงแช้มป์โลกที่ประเทศไทย
จะจัดการแข่งขันครั้งแรกโดยมีสมาชิก64ประเทศทั่วโลก ส่งตัวแทนมาแข่งขันกัน
ณ สนามกีฬาใจฟ้า อคาเดมี่ จังหวัดลพบุรีในวันที่1-10 ธันวาคม2566

ในครั้งนี้มีการประชุมเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฟุตบอล VIP แห่งประเทศไทย ได้แก่
นาวาอากาศเอก(พิเศษ) สุวิทย์ สีหินกอง โดยมีดร. ณัชรัตน์ กล่ำทวี เป็นประธานที่ปรึกษา ปัจจุบันทางสหพันธ์ฟุตบอล VIP แห่งประเทศไทย ยังคงเปิดรับสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อร่วมกิจกรรมกับทางสหพันธ์
และวันแข่งขันในวันนี้9 พค.นี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี อีกด้วย
จึงมีสมาชิกจากหลากหลายประเทศเดินทางมาแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิด
โดยคุณณัฐวดี พิพิธวณิชการ
เป็นตัวแทนสื่อมวลชนร่วมอวยพรและสัมภาษณ์รายละเอียด ของการจัดงานใหญ่ในวันที่1-10 ธันวาคม 2566
เพื่อออกอากาศในรายการเดอะพีเพิลโชว์ ในวันเสาร์เวลา 7.00-8.00น ทาง ททบ.5

ADVERTISEMENT