การแข่งขันชิงชนะเลิศฟุตบอล VIP ประเทศไทย

การแข่งขันชิงชนะเลิศฟุตบอล VIP ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 ได้มีการจัดการแข่งขัน “VIP VWFF Thailand Championship 2023” ณ สนามกีฬาใจฟ้า อะคาเดมี่ จังหวัดลพบุรี โดย สหพันธ์ฟุตบอล VIP โลก นำโดย ดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี ประธานสหพันธ์ฟุตบอลวีไอพีโลก

และฑูตกีฬาแห่งเอเชีย เป็นประธาน โดยเป็นการแข่งขันจากสมาชิก 6 ภาคทั่วประเทศ
โดยได้ทีมชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลVIP VWFFชิงแช้มป์ประเทศไทยรุ่น40-45-50ปีครั้งที่1 ณ สนามกีฬาใจฟ้า อคาเดมี่ ที่จังหวัดลพบุรีตัวแทนจากภาคอิสาน ( LOVETHAILAND-GOGI)
หลังจากการแข่งขันครั้งนี้เสร็จสิ้น ผู้ชนะ 2 ทีม จะเป็นตัวแทนในการแข่งขันระดับอาเซียน VIP ASEAN Championship 2023
ณ กรุงจากาต้าประเทศ อินโดนีเซีย ในวันที่ 17-21 สิงหาคม 2566
และวันที่13-16 ตุลาคม 2566 ที่ประเทศมาเลเซีย
โดย ดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี ประธานและผู้ก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอล VIP โลก มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างสันติภาพโลก เชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ และเป็นช่องทางส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจการค้าต่างๆ ที่จะเข้ามาในประเทศไทย
ซึ่งฟุตบอลวีไอพี VWFFชิงแช้มป์โลกที่ประเทศไทย
จะจัดการแข่งขันครั้งแรกโดยมีสมาชิก64ประเทศทั่วโลก ส่งตัวแทนมาแข่งขันกัน
ณ สนามกีฬาใจฟ้า อคาเดมี่ จังหวัดลพบุรีในวันที่1-10 ธันวาคม2566

ในครั้งนี้มีการประชุมเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฟุตบอล VIP แห่งประเทศไทย ได้แก่
นาวาอากาศเอก(พิเศษ) สุวิทย์ สีหินกอง โดยมีดร. ณัชรัตน์ กล่ำทวี เป็นประธานที่ปรึกษา ปัจจุบันทางสหพันธ์ฟุตบอล VIP แห่งประเทศไทย ยังคงเปิดรับสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อร่วมกิจกรรมกับทางสหพันธ์
และวันแข่งขันในวันนี้9 พค.นี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี อีกด้วย
จึงมีสมาชิกจากหลากหลายประเทศเดินทางมาแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิด
โดยคุณณัฐวดี พิพิธวณิชการ
เป็นตัวแทนสื่อมวลชนร่วมอวยพรและสัมภาษณ์รายละเอียด ของการจัดงานใหญ่ในวันที่1-10 ธันวาคม 2566
เพื่อออกอากาศในรายการเดอะพีเพิลโชว์ ในวันเสาร์เวลา 7.00-8.00น ทาง ททบ.5

ADVERTISEMENT

เสรีพิศุทธิ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พาลูกพรรคลุยหาเสียงพบปะพี่น้องชาวบางกะปิ

เสรีพิศุทธิ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พาลูกพรรคลุยหาเสียงพบปะพี่น้องชาวบางกะปิ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พาลูกพรรคลุยหาเสียงพบปะพี่น้องชาวบางกะปิ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พาลูกพรรค นายเอกพล ชัยสังฆะ ผู้สมัคร สส. เขต14 บางกะปิ วังทองหลาง (เฉพาะคลองเจ้าคุณสิงห์) อ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องชาวบางกะปิ ได้รับการตอบรับเป็นจำนวนมาก และชื่นชมนโยบายพรรค ที่ชูบำนาญประชาชนและเบี้ยผู้พิการ 3,000 บาทต่อเดือน เน้นปราบปรามทุจริต ยาเสพติด พร้อม 14 นโยบายที่โดนใจประชาชน

อย่าลืม วันอาทิตย์ ที่14 พฤษภาคม 2566 ออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง ของท่านกันเยอะๆ นะครับ สุดท้ายนี้ฝากพรรคเสรีรวมไทย เบอร์25 และ ผู้แทนhของ สส.เขตบางกะปิ นายเอกพล ชัยสังฆะ เบอร์10 ไว้ในอ้อมอก อ้อมใจ ประชาชนชาวไทยทุกคน ในสโลแกน “รักป๋าเสรีเลือกป๊อปน้ำแข็ง”

ADVERTISEMENT

สำนักงาน ก.พ. พัฒนาหลักสูตร “โครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท”

สำนักงาน ก.พ. พัฒนาหลักสูตร “โครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท”

สำนักงาน ก.พ. พัฒนาหลักสูตร “โครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท” ขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ๕ วิทยากรพิเศษ จาก ๕ ประสบการณ์ และ ๕ มุมมอง ที่มีต่อในหลวงรัชการที่ ๙ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ม.ร.ว.เกรียงศักดิ์ วรวุฒิ อาจารย์ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ พลตรี วันชนะ สวัสดี และ วศิน วรรณพฤกษ์

ติดตามได้ใน OCSC Learning Space โลกแห่งการเรียนรู้ ไม่มีวันจบสิ้น ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งเพิ่มพลังทางปัญญา เร็วๆนี้

https://learningportal.ocsc.go.th/learningspace

ADVERTISEMENT

สะเทือนวงการธุรกิจสื่อเสียง!! DV8 จับมือ Flex 104.5 เตรียมผุด 2 แคมเปญยิ่งใหญ่ปลายปี 66

บริษัท ดีวี8 จำกัด (มหาชน) ผู้นำสื่อเสียง IN-STORE AUDIO MEDIA และ ENTERTAINMENT ครบวงจร ร่วมลงนามเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Flex 104.5 หรือ บริษัท เฟล็กซ์ สเตชั่น จำกัด ธุรกิจในเครือคุณเทพอาจ กวินอนันต์ ผู้ผลิตรายการวิทยุ Flex 104.5 – Ultimate Sound of Bangkok เพื่อยกระดับธุรกิจสื่อเสียงให้ครอบคลุมและครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมลุยจัด 2 แคมเปญใหญ่ระดับประเทศภายในปี 2566

คุณณัฐพล เกษมวิลาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดีวี8 จำกัด (มหาชน) เผยว่า ‘DV8 ดำเนินธุรกิจเป็นผู้นำสื่อเสียงในรูปแบบ In-store audio media ที่มีเครือข่ายในศูนย์การค้า และร้านสะดวกซื้อครอบคลุมเกือบ 5,000 สาขาทั่วประเทศไทย และยังเป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ผู้จัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจรรายสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศ การจับมือร่วมกันกับ Flex 104.5 ซึ่งเป็นสถานีวิทยุที่มีฐานผู้ฟังเป็นจำนวนมากและครอบคลุมทั้งประเทศในครั้งนี้ จึงหมายถึงก้าวย่างครั้งสำคัญที่จะต่อยอดให้ธุรกิจยกระดับ และขยายตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การร่วมเป็นพันธมิตร จะรวมถึงการระดมไอเดียทางธุรกิจเพื่อ Initiate Signature Campaign ต่อยอดสร้างสรรค์กิจกรรมรูปแบบใหม่ๆ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ที่แหวกแนวน่าจดจำ ซึ่งจะช่วยดึงดูดและมอบ New & Exclusive Experience พร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ฐานลูกค้า และตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของกลุ่มเป้าหมายหลักของทั้ง 2 องค์กร ให้มั่นคงและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น’

​‘นอกจากนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะรวมถึงการเป็นพันธมิตรในการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดคอนเสิร์ต อีเวนต์ หรือ แม้แต่ มิวสิคเฟส ซึ่งทุกกิจกรรมจะสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายของทั้งสองบริษัท ในการสร้างธุรกิจสื่อเสียงให้มีความแตกต่างไปจากสื่อเสียงแบบเดิม ๆ ผนวกกับประสบการณ์ของผู้บริหารทั้ง 2 องค์กร ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่ต่างกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีความเชื่อมั่นว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่ หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง แต่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มากกว่า และสร้างประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกันในแบบระยะยาว’ CEO DV8 กล่าว

ด้าน คุณอ้อม พิยดา อัครเศรณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟล็กซ์ สเตชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า ‘Flex 104.5 เป็นสื่อวิทยุในรูปแบบ Hybrid ที่มีจุดแข็งคือการเปิดกว้างให้กับทุกแนวเพลง ทำให้ Flex 104.5 มี Community ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง โดยภายในปีนี้ Flex มีเป้าหมายหลักคือการสร้าง Music Engagement ผ่านอีเวนต์และคอนเสิร์ตใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งการร่วมมือกับ DV8 จึงเป็นหนึ่งในแผนเพื่อให้ Flex สามารถดำเนินการตามเป้าหมาย โดยจะเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้ 3 แกนหลัก ประกอบด้วย 1) Event Marketing 2) Prime Location และ 3) Love Connect’

‘ในด้านของการเติบโตตลอดระยะเวลา 5 ปี ธุรกิจของ Flex 104.5 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและพุ่งสูงแบบก้าวกระโดด ด้วยเหตุผลที่ Flex เป็นคลื่นวิทยุที่สามารถฟังได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งกลุ่ม Y2K ไปจนถึงกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ ยิ่งได้มาร่วมมือกับทาง DV8 ที่เป็นสื่อเสียงที่มีฐานครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เชื่อมั่นว่าโปรเจคและแผนต่างๆที่จะเกิดขึ้น จะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มผู้ฟัง ฐานลูกค้าและวงการบันเทิงไทยอย่างแน่นอน’ คุณอ้อม พิยดา ปิดท้าย

​ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 66 จะมีการประเดิมความแข็งแกร่งของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของทั้ง 2 องค์กร ด้วยการจัดแคมเปญยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งทาง DV8 และ Flex 104.5 เชื่อมั่นว่าแคมเปญที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะเป็นแคมเปญที่สะเทือนวงการสื่อเสียงและอีเวนต์ ถือเป็นการยกระดับวงการสื่อเสียงของประเทศไทยไปอีกขั้น ซึ่งแคมเปญดังกล่าวจะเป็นแคมเปญอะไร และมีความน่าตื่นเต้นมากน้อยเพียงใด สามารถติดตามได้ในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dv8.co.th/

DV8 #DV8Thailand #instoreaudiomedia #ผู้นำด้านสื่อเสียง #audiomedia #Activation #radiomedia

บริการจัดอีเวนต์ทั่วประเทศ

ADVERTISEMENT

เปิดศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานบาบิโลน ณ ริเวอร์พลาซ่า จังหวัดนนทบุรี

เปิดศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานบาบิโลน ณ ริเวอร์พลาซ่า จังหวัดนนทบุรี
ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานบาบิโลน เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเร็วๆนี้ โดยคุณสรรัตน์ สัณหตระกูลประธาน บริษัท บาบิโลน และ อ.อำภา ชาญรบ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัวสมาคมผู้ประกอบการสุขภาพและความงาม การลงนาม MOU กับหน่วยงาน สมาคม สมาพันธ์ และมอบป้ายสาขาแฟนชายร์ความงามของบริษัทบาบิโลน ทั้ง 35 สาขา ซึ่งมีทั้งสาขาในประเทศไทยและต่างประเทศ ภายในงายยังมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติด้านวิชาชีพ ประจำปี 2566 อีกด้วย ณ ศูนย์การค้าริเวอร์พลาซ่า จังหวัดนนทบุรี

ADVERTISEMENT

ททท. จัดเต็มแสง สี เสียง กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพ” ดึงเทคโนโลยีสะท้อนศิลปะแห่งความศรัทธา ปักหมุด 3 พื้นที่แลนด์มาร์ก เมืองหลวง

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร” จัดเต็มนำเทคโนโลยีสมัยใหม่รูปแบบ Illumination Art สะท้อนศิลปวัฒนธรรมและความเชื่อของคนไทย ภายใต้คอนเซปต์ “วิจิตรการมู (เตลู) มู Light Experiences” ปักหมุด 3 แลนด์มาร์ก กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ICONSIAM, อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก และ สวนวชิรเบญจทัศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด เพิ่มอัตราพักค้างคืน นำสู่การสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ ณ ลาน River Park ICONSIAM

โครงการ “วิจิตร 5 ภาค” เป็นกิจกรรม Event Marketing ที่อยู่ในกระแสนิยมและสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและพักค้างคืน เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยในการสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืน โดย ททท. ต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 5 ภูมิภาค ผ่านการเล่าเรื่อง ด้วยการใช้เทคนิคของแสง เสียง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเป็นเครื่องมือในการสะท้อนอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย เป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการเดินทางท่องเที่ยวจริงในพื้นที่ และช่วยกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้ง 5 ภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่งาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร” ททท. จัดเต็มการแสดงแสง เสียง สุดวิจิตร ภายใต้แนวคิด “วิจิตรการมู (เตลู) มู Light Experiences” ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 7 พฤษภาคม 2566 นำเสนอ 3 ความเชื่อของคนไทย ได้แก่ 1) ความเชื่อเรื่องพญานาค ซึ่งเป็นความเชื่อที่อยู่คู่สายน้ำกับคนไทยมาเนิ่นนาน โดยเกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง 2) ความเชื่อเรื่องการพยากรณ์ อันเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ เพื่อเสริมความมั่นใจ ทั้งด้านการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ และ 3) ความเชื่อเรื่องปีเกิดนักษัตร ซึ่งเป็นความเชื่อที่บ่งบอกดวงชะตา และสิ่งที่เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต รวมไปถึงบุคลิกและลักษณะนิสัย โดยความเชื่อทั้ง 3 รูปแบบนี้ จะถูกนำเสนอในรูปแบบการแสดงแสง เสียง ทั้ง 3 พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ICONSIAM อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก และสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ

สำหรับงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร” วิจิตรการมู (เตลู) มู Light Experiences แต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์และไฮไลท์การแสดงแสง เสียง ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 1) ศูนย์การค้า ICONSIAM สะท้อนความเชื่อของสายน้ำและพญานาค โดยจะมีการแสดง Multimedia Water Features การแสดงแสง เสียงผ่านสื่อผสมที่ทันสมัย จุดถ่ายรูปดวงจันทร์ การแสดง Contemporary Dance พร้อมกิจกรรมแชะ & แชร์ เพื่อลุ้นรับ e-voucher มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท และยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรับสติกเกอร์ยันต์มหามงคลอีกด้วย
โดย น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ได้มาเป็นประธานพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางฐนิวรรณ กุลมงคล คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท., นายเกรียงศักดิ์ สุวรภามณีสวัสดิ์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, คุณจิระวดี คุณทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ, นายชัยพฤกษ์ ทองคำ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ, คุณชุณห์พิมาน เกิดนาค ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม.
นายอนุชา จันทร์พรหม ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายไปรษณีย์นครหลวง 3 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
และนานโอฬาร เต็งรัง รักษาการผู้อำนวยการเจ้าท่ากรุงเทพ มาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด

ส่วนที่อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก สะท้อนความเชื่อเรื่องไพ่ทาโร่หรือไพ่ยิปซี ศาสตร์การพยากรณ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก พบกับการแสดง Projection Mapping บนอาคารไปรษณีย์กลาง พร้อมกิจกรรมแจก Wallpaper เสริมมงคล และลุ้นดูดวงจากนักพยากรณ์หลายศาสตร์
สุดพิเศษในวันที่ 30 เมษายน 2566 เชิญอาจารย์แห้วทำพิธีเจิมแป้งเสริมสิริมงคล ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมพิธีได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมลุ้นรับสติกเกอร์ยันต์มหามงคล
และจุดที่ 3 สวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ พบกับการถ่ายทอดเรื่องราวของดวงดาว 12 นักษัตร ผ่านการจัดแสดงโคมไฟบอลลูนรอบสวนสาธารณะ และการตกแต่งแสงสีบนต้นไม้และพื้นหญ้า ด้วยเทคนิค Lighting Installation 3D นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Walk Rally 12 นักษัตร ให้นักท่องเที่ยวได้ลุ้นรับรางวัลเหรียญมงคล 12 นักษัตร และสุดพิเศษกับกิจกรรม Fan Meeting กับสองหนุ่ม ‘ฟอส-บุ๊ค’ ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 18:00 – 19:00 น.
ททท. มุ่งหวังให้การจัดงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร” วิจิตรการมู (เต -ลู) มู Light Experiences จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างรายได้เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นการเดินทางของคนไทย เพื่อสร้างกระแสการออกเดินทางไปสัมผัสประเทศไทยในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศในแต่ละพื้นที่ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

ททท. จัดเต็มแสง สี เสียง กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพ” ดึงเทคโนโลยีสะท้อนศิลปะแห่งความศรัทธา ปักหมุด 3 พื้นที่แลนด์มาร์ก เมืองหลวง

ADVERTISEMENT

พัฒนาทักษะการคัดแยกผู้เสียหาย

พัฒนาทักษะการคัดแยกผู้เสียหาย

บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้เกียรติมา เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ” โดยมี วรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย “นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือการบริการและการค้ามนุษย์ต้านแรงงาน” ที่ห้องแกรนด์พาโนรามา โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เมื่อวันก่อน

ADVERTISEMENT

รองอธิบดี พช. ลงพื้นที่อำเภอองครักษ์ติดตามการขับเคลื่อน “ตำบลเข้มแข็งฯ”

รองอธิบดี พช. ลงพื้นที่อำเภอองครักษ์ติดตามการขับเคลื่อน “ตำบลเข้มแข็งฯ” บูรณาการความร่วมมือกลไก 7 ภาคีเครือข่าย มุ่งสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน กรมการพัฒนาชุมชนได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนในระยะ 5 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ชุมชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการและพัฒนาตนเองสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง คนในชุมชนมีงาน มีอาชีพ มีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานพัฒนาด้านต่าง ๆ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น Change for Good เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จึงได้กำหนด Change for Good Flagship Policy คือ “โครงการตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ขึ้น โดยใช้พื้นที่ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ภายใต้กลไกเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้นำ กลุ่ม องค์กรภาคีเครือข่ายและประชาชนได้เรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต และนำมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้มีความเข้มแข็งทั้ง 3 มิติ ด้านความมั่นคง ด้านความมั่งคั่ง และด้านความยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการตำบลสู่ตำบลจัดการตนเองที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการจัดทำฐานข้อมูลชุมชนและการใช้ระบบสารสนเทศชุมชน การเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายและการส่งเสริมให้มีระบบธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วน เพื่อค้นหารูปแบบ วิธีการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถขยายผลการดำเนินงานได้ครอบคลุมทุกตำบล

นายวิฑูรย์ นวลนุกูล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมากรมการพัฒนาชุมชน มีการกำหนดพื้นที่ตำบลเป้าหมายในการพัฒนาแล้ว 878 ตำบล และตำบลเป้าหมายได้มีการจัดทำแผนการขับเคลื่อนฯ และการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนการดำเนินงาน “ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยบูรณาการความร่วมมือกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อมุ่งสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยโครงการนี้ จะส่งผลดีต่อประชาชนในพื้นที่ ประการแรก ตำบลมีการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน ประชาชนมีอาหารเพียงพอปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง และอยู่ร่วมกันอย่างรู้รัก สามัคคี เกื้อกูล ประชาชนมีส่วนร่วมตามหลักประชาธิปไตย และมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประการต่อมา เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนชุมชนธรรมาภิบาลที่มีการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและชุมชน ประชาชนได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และประการท้ายสุด ประชาชนในตำบลน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี มีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน มีการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน

จังหวัดนครนายกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาชุมชนให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการและพัฒนาตนเองสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยได้คัดเลือกตำบลบึงศาลเป็นตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความมั่นคง มีผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา มีความสามัคคี ภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง ใช้ทุนชุมชน ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุน กข.คจ. กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในการส่งเสริมอาชีพ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และสร้างสวัสดิการชุมชน ด้านความมั่งคั่ง มีกลุ่ม OTOP หลากหลาย เช่น ผ้าปัก ไม้ประดับ กระถางปูนเปลือย ปลาส้ม ปลาบูดู มีรายได้เฉลี่ยตาม จปฐ. ปี 2565 จำนวน 77,722.96 บาทต่อคนต่อปี และด้านความยั่งยืน มีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต มีการปลูกพืชปลูกผักทุกครัวเรือน อบต.บึงศาลได้มีการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการขยะและทำถังขยะเปียก ครบร้อย 100 เปอร์เซ็นต์ และมีการจัดพื้นที่ด้านหลัง อบต.บึงศาล ทำเป็นแปลงสาธิตการปลูกผัก ปลูกไม้ผล สร้างพื้นที่ให้คนในชุมชนได้มาเรียนรู้ร่วมกัน แล้วนำไปปรับใช้ในครอบครัว ในชีวิตประจำวัน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ADVERTISEMENT

World Vision Foundation of Thailand is working with Winrock International and USAID to counter trafficking in persons in Chiang Rai.

Trafficking in persons is a national agenda in Thailand, with Thailand recently moving up from Tier 2 watch-list, to Tier 2 ranking on the US Department of State Trafficking in Persons Report. World Vision Foundation of Thailand (WVFT) is a development, humanitarian and advocacy organisation focusing on the development of the well-being of vulnerable children, families, and communities, having worked on various counter trafficking in persons initiatives since the year 2000. As part of this commitment to end trafficking in persons, World Vision Foundation of Thailand recently launched a new project in Chiang Rai, under the USAID Thailand Counter Trafficking In Persons Project (USAID Thailand CTIP) under Winrock International and supported by USAID.

The meeting was held by World Vision Foundation of Thailand to provide an overview of the USAID Thailand CTIP Project in Chiang Rai, aiming to inform and seek collaboration from relevant authorities, civil society organisations, and partners from the three target provinces; Chiang Rai, Tak and Sa Kaeo. The event sought feedback from partner organisations in order to work collaboratively to reduce trafficking in persons and ensure that protection systems for trafficked persons are strengthened.

“During the first phase, we focused on capacity building of local authorities and civil society organisations on victim-centred approaches to victim identification, referral and victim assistance. Multidisciplinary teams in the target provinces improved their capacity in victim identification and migrant workers participated in strengthening labour protection systems. In the next phase, we are focusing on three main areas, localisation of the Greater Mekong Sub-region transnational referral mechanism (TRM), supporting the rollout of Thailand’s new National Referral Mechanism (NRM), and enforcement of Thailand’s ‘forced labour amendment’ to the Anti Trafficking in Persons Act,” says Mr. Harley Hamilton, Grant Acquisition and Management Division Manager, World Vision Foundation of Thailand.

Mr. Saphasakon Songsukkai, USAID Thailand CTIP Project Manager, World Vision Foundation of Thailand, shares that the organisation ran the project’s first phase from 2018 – 2021. The four-year second phase, from 2023 – 2026, is funded by U.S. Agency for International Development (USAID) under Winrock International. World Vision Foundation of Thailand has followed the National Strategic Plan by supporting and collaborating with the public sector and civil society networks in driving and addressing human trafficking in the three provinces where the project will be implemented. This will be done to reach the project’s goals reducing trafficking in persons in Thailand and protecting the rights of trafficked people.

“We focus on network building in the second phase to support transnational referral processes. The challenges we have faced are the discrepancies between legislation and legal statutes between Thailand and its neighbours, which leads to obstacles in cross-border collaboration. World Vision Foundation of Thailand facilitates conventions, training, and seminars to equip practitioners to protect potential victims of trafficking, even in light of the various limitations that they face,” adds Mr. Songsukkai.

Miss Phornnapha Samreerat, Director of Chiang Rai Welfare Protection Center for Victims of Trafficking in Persons, shares that Chiang Rai is a key destination of human trafficking due to various enabling factors, including the demand for cheap labour, tourists’ demand for sex services, convenient cross-border transportation, a diversity of ethnic groups, and the need to generate income for migrant workers themselves. The support of World Vision Foundation of Thailand and other NGOs in Chiang Rai has contributed to the gradual improvement of the situation thanks to the continued problem-solving efforts of government and civil society organisations working together. The project has gone well and has been recognised by provincial and national-level authorities.

At the project launch event, a forum was provided where government and civil society organisations in the three target provinces had a chance to exchange their implementation approaches and ideas and share recommendations to jointly address trafficking in persons. The partners in attendance included Provincial Social Development and Human Security, Provincial Office of Disaster Prevention and Mitigation, Welfare Protection Center for Victims of Trafficking in Persons, Provincial Shelter for Children and Families, Provincial Labour, Provincial Labour Protection and Welfare, Provincial Employment Office, Immigration Police, Provincial Police, and Civil Society Organisations such as Foundation for Child Understanding, ADRA, ECPAT, and others.

World Vision is committed to working for hope, joy, and justice for all children, bringing life transformation to the vulnerable. World Vision Foundation of Thailand supports underprivileged children to have better well-being with good health, safety, education, and well-rounded development and learning. Meanwhile, their families and communities are promoted to reach livelihood security and self-sufficiency. World Vision also extends the support to enhance the engagement of children, adolescents, families, communities, and local volunteers and mobilises contributions across sectors to enable child well-being, as well as allow migrant workers to better access health services and enjoy the rights they deserve. It deals with the root causes and empowers children, families, communities, and vulnerable groups to have a chance to improve their well-being.

Press contact: Miss Wipawee Riwsuwan, World Vision Foundation of Thailand, Tel. 08-1494-5498

ADVERTISEMENT

ดร.เอ้ สุชัชวีร์” จับมือ“อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์” ลุยตรวจค่าฝุ่น PM2.5 กลางสวนสาธารณะ โรงเรียน และ รพ.ใจกลางกรุง

ดร.เอ้ สุชัชวีร์” จับมือ“อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์” ลุยตรวจค่าฝุ่น PM2.5 กลางสวนสาธารณะ โรงเรียน และ รพ.ใจกลางกรุง

พบค่าฝุ่นสุดวิกฤติ ย้ำต้องเดินหน้า”กฎหมายอากาศสะอาด”พร้อม”อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดเพื่อสื่อสารข้อมูลสู่ประชาชน

กรุงเทพมหานคร 19 เมษายน 2566 : จากการเปิดข้อมูล ปี 2564 คนกรุงเทพฯ ‘สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เท่ากับ ‘การสูบบุหรี่’ 1,261 มวน ซึ่งถือว่าได้ก้าวเข้าสู่สภาวะวิกฤติขั้นรุนแรง และเพราะเหตุผลนี้ ทำให้ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้)นักวิศวกร นักวิชาการ และนักการเมืองชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมทั้งเป็นประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จับมือ นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ลงพื้นลุยตรวจค่าฝุ่น PM2.5 ที่ย่านบริเวณสวนสันติภาพ ซ.รางน้ำ จุดที่มีทั้งสวนสาธารณะ โรงเรียน และ รพ. หลายแห่ง สุดอึ้ง!! เมื่อตรวจพบค่าฝุ่นยังสุดวิกฤติ พร้อมประกาศตอกย้ำนโยบายการผลักดัน “กฎหมายอากาศสะอาด” ที่ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ในการสูดอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย “ประกาศสงครามกับฝุ่น PM 2.5” เพราะเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข โดยข้อมูลในปัจจุบัน ความเข้มข้น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครขณะนี้เป็น 12.2 เท่าของค่าแนวทางคุณภาพอากาศประจำปีขององค์การอนามัยโลก และนี่เองที่ทำให้ ดร.เอ้ สุดทน ประกาศย้ำพร้อมเร่งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ข้อ

  1. การให้ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิรับรู้ข้อมูลและอันตรายของมลพิษทางอากาศอย่างเท่าเทียม “รัฐรู้เท่าไหร่ ประชาชนต้องรู้เท่านั้น” ต้องแสดงปริมาณฝุ่นให้ประชาชนได้รับรู้
  2. “กฎหมายอากาศสะอาด” หรือ “Clean Air Act” โดยตัวกฎหมายจะมาจากการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาควิชาการ และภาคการเมือง โดยยึดหลักมาตรฐานสากล
  3. ให้กำหนดเขตมลพิษต่ำ “Bangkok Low Emission Zone” หรือ “B-LEZ” (บีเลส) นำร่อง 16 เขตกรุงเทพชั้นใน ซึ่ง ดร.เอ้ ย้ำว่าเขตสาทร-ปทุมวัน-ราชเทวี ก็จะอยู่ในพื้นที่กำหนดเขตมลพิษต่ำด้วย เนื่องจากพื้นที่นี้มีทั้งที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน และสวนสาธารณะ จึงต้องร่วมกันแก้ปัญหามลพิษที่เราต้องเจอทุกวันนี้ เพื่อทำให้สามารถกลับมาสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์และเดินออกกำลังกายในพื้นที่สวนสาธารณะได้อย่างสบายกาย สบายใจ ไม่มีอันตราย
    นอกจากนี้ ดร.เอ้ ซึ่งในอดีตเคยเป็นผู้บริหารสถานศึกษาชั้นนำ ได้ย้ำว่าอยากผลักดันนโยบาย “อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน” ที่จะครอบคลุมพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานคร รวมถึงห้องเรียนทั่วประเทศครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยจะสร้างประโยชน์ให้ประชาชน มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานต่าง ๆ ช่วยพัฒนาความรู้สนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีมาประกอบอาชีพสร้างงานและรายได้ช่วยอำนวยความ สะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ สนับสนุนการเรียนรู้ทุกวัยสร้างโอกาสให้ประชาชนในการเข้าถึงเทคโนโลยี และที่สำคัญประชาชนจะได้เข้าถึงการสื่อสารเรื่องมลพิษทางอากาศได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง จุดใดเสี่ยงสูง จุดใดควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้ประชาชนได้ป้องกันได้อย่างทันเวลา เพราะ PM2.5 ไม่ใช่มาเพียงแค่ความรำคาญ หากแต่กลับเป็นภัยร้ายที่ทำให้เกิดได้ทั้ง มะเร็งปอด หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ที่คร่าชีวิตคนไทยได้ทุกเมื่อ
    ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
    อุมา จงสิริวิทยา (พี่น้อง)
    081-8995395

ADVERTISEMENT