ชุดน้ำชายามบ่าย ที่เค้กช็อพ

ชุดน้ำชายามบ่าย ที่เค้กช็อพ

ชุดน้ำชายามบ่าย ที่เค้กช็อพ
โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ แนะนำชุด “น้ำชายามบ่าย” จัดเมนูใหม่ทั้งคาว-หวานเคียงข้างชาแก้วโปรด หรือเลือกเป็นกาแฟก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ให้คุณได้อิ่มเอมหลากหลายความอร่อย ผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงตามสายอันไพเราะ ในบรรยากาศสบายตาพาเพลินด้วยการตกแต่งโทนสีพาทเทลและสีเขียวจากสวนสวยในร่มของเค้กช็อพ ชั้นล็อบบี้

เป็นการนำเมนูเด็ดที่ขึ้นชื่อของครัวต่างๆ มารวมตัวกันทั้งนานาชาติ ไทย ญี่ปุ่น เบเกอรี่ เช่น ถุงทอง ไก่สะเต๊ะ ทอดมันกุ้ง แคลิฟอร์เนียมากิ แซนวิชทูน่า มาการอง ครัวซองค์แฮม เค้ก สโคน และ ทาร์ตผลไม้ เป็นต้น พร้อมเสิร์ฟระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. ทุกวัน เพียงชุดละ 599 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8797 หรือไลน์ @theemeraldhotel

ADVERTISEMENT

เปิดแล้ว!! ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน”ตลาดรักษ์สิ่งแวดล้อม

เปิดแล้ว!! ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน”ตลาดรักษ์สิ่งแวดล้อม

เปิดแล้ว!! ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน”ตลาดรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้นแบบธุรกิจที่เชื่อมโยงชีวิตคนกรุงฯกับธรรมชาติ
ชวนมาช้อป ชิม ชิล อาหารและของดีไซน์สุดแนว กว่า 1,200 ร้านค้า ย่านใจกลางแยกรัชโยธิน

​ เปิดแล้ววันนี้ กับ ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน” ตลาดกลางแจ้ง กลางเมือง ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกรัชโยธิน เป็นตลาดต้นแบบเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน ตลาดที่มุ่งมั่นจะเชื่อมโยงชีวิตของคนในเมือง ที่มีแต่ความวุ่นวาย ท่ามกลางมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 จนยากต่อการออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ให้สามารถออกมาหาความสุขกับการใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างสบายใจ ได้ออกมา ช้อป ชิม ชิล ในตลาด Out door ทีมีมากกว่า 1,200 ร้านค้า ได้ช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายสไตล์ ในบรรยากาศที่ร่มรื่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ ที่ได้รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์มาเพื่อเติมเต็มสีสันให้กับชีวิตอย่างแท้จริง

ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน เป็นตลาดสุดแนว มากกว่า 1,200 ร้านค้า ที่มีทั้งสินค้าของดีไซน์ และอาหารหลากหลายแสนอร่อย พร้อมเครื่องดื่มมากมายให้เลือกชิม (ในราคาถูก)​ ทุกร้านที่ตั้งอยู่ภายในตลาดถูกคัดสรรมาอย่างดีเพื่อเติมสีสันให้กับชีวิตคนเมือง โดยภายในตลาดยังจัดวางพื้นที่ให้เดินสบาย หาของง่าย มีการแบ่งโซนชัดเจน และมีที่ให้นั่งพักผ่อนเย็นสบายใต้ต้นไม่ใหญ่ และดนตรีสดเวทีแสดงความสามารถของเยาวชน เพิ่มความชิลให้ได้ฟังกันทั้งคืน
นอกจากนี้ ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน” เป็นตลาดกลางแจ้ง มีความโดดเด่นด้วยโลเกชั่นที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในย่านแยกรัชโยธิน ทำให้การเดินทางได้สะดวกสบาย พร้อมมีที่จอดรถกว้างขวาง หรือใครไม่อยากขับรถก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีรัชโยธิน แล้วเดินเข้าตลาดได้เลย โดยเปิดตั้งแต่ 16.00-24.00 น. ทุกวัน

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
อุมา จงสิริวิทยา (พี่น้อง)
โทร. 081-899-5395

ADVERTISEMENT

เอเชียทีค ชวนเที่ยวชม Disney100 Village ที่ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ กรุงเทพฯ

เอเชียทีค ชวนเที่ยวชม Disney100 Village ที่ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ กรุงเทพฯ

เอเชียทีค ชวนเที่ยวชม Disney100 Village ที่ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ กรุงเทพฯ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางกรุง

เมื่อวันที่ 12 เมย. 66 คุณฉัตรชนก ตรีรัตนวาทิน ผู้จัดการทั่วไป โครงการ Asiatique The Riverfront Destination พาสื่อมวลชนเที่ยวชมงาน Disney100 Village at Asiatique ถนนเจริญกรุง ที่จัดงานในรูปแบบ special pop-up event ที่มีโซนตามธีมต่างๆ ที่น่าตื่นเต้นประทับใจ เพื่อให้แฟนๆ ได้ชื่นชมและสัมผัสกับเรื่องราวจากดิสนีย์ที่รวมไว้อยู่ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ดิสนีย์, พิกซาร์, มาร์เวล, และสตาร์ วอร์ส

และเพื่อเป็นการฉลองเทศการสงกรานต์ของปีนี้ทางเอเชียทีคฯ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาฉลองความสุขให้ชุ่มฉ่ำที่ Disney100 Village at Asiatique อีกด้วย

พิเศษ เฉพาะวันที่ 13 – 16 เม.ย. 66 นี้เท่านั้น รับฟรีของที่ระลึก Disney100 Village กระเป๋าใส่เหรียญ ลายมิคกี้หรือมินนี่ มูลค่า 490 บาท เมื่อซื้อตั๋ว Bundle All Zone

เฉพาะซัมเมอร์นี้เท่านั้น ที่ทุกคนจะได้ฉลองสงกรานต์ในบรรยากาศแสนสนุกที่ได้แรงบันดาลใจจากดิสนีย์ พิกซาร์ มาร์เวล และสตาร์ วอร์ส จัดเต็มทั้งความสนุก เทคโนโลยีสุดล้ำ และยังจัดเต็มกิจกรรมและโซนพิเศษอีกมากมายให้เพื่อน ๆ ได้เข้ามาปล่อยจอยให้ฉ่ำใจ อาทิ…
Frozen Exhibition
Marvel Universe: The World Outside Your Window
Pixar Putt
Enchanted Garden
Star Wars Experience

และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย

รีบแท็กชวนเพื่อนมาที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่นกัน ความสนุกแบบจัดเต็มมากมายรออยู่

จองบัตรได้ที่ https://www.thaiticketmajor.com/disney100atasiatique
รายละเอียดเพิ่มเติม www.asiatiquethailand.com/disney

ADVERTISEMENT

ศูนย์อาหารฮาลาลที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง

ศูนย์อาหารฮาลาลที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง

สถานที่ท่องเที่ยวสุดเก๋ ใจกลางเมือง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) โกดังเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา สไตล์ Shopping Street ใครอยากเป็นคนเท่มีสไตล์ต้องไปถ่ายรูปกันที่นี่เลย!!

เดินทางสะดวกสบาย จะนำรถยนต์มาเองหรือจะนั่งรถไฟฟ้า BTS ก็ได้ ถ้านั่ง BTS สามารถลงสถานีตากสินได้เลยค่ะ แล้วก็นั่งเรือรับ-ส่งของเอเชียทีคที่จะมาคอยรอรับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นรอบๆ บรรยากาศรอบข้างดีมากๆ ไม่เกิน 30 นาที ก็มาถึงที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนท์

ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งยามค่ำคืน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พลิกฟื้นพื้นที่โกดังเก่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งล่องเรือ ทานอาหาร บ้านผีสิง ม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ ทุกอย่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสุข มาตอนเย็นๆ บรรยากาศดี มีจุดเช็คอินถ่ายรูปเก๋ ๆ หลายโซน

อาหารในเอเชียทีคที่อยากจะแนะนำวันนี้คือ อาหารมุสลิม ที่ Halal Food Center เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมอาหารมุสลิม ทั้งของคาวของหวาน มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง ข้าวหมก ข้าวมันไก่ ข้าวซอย กระเพาะปลา ขนมจีบ ซาลาเปา เปาะเปี๊ยทอด ปาท่องโก๋สเปน เครื่องดื่มเย็นๆ ขนมหวาน และไอศครีม
บอกเลยว่ามีความหลากหลาย ใครที่เป็นสายกินนี่พลาดไม่ได้แน่นอน นอกจากนี้ยังให้ความใส่ใจกับพี่น้องชาวมุสลิมเพราะภายในศูนย์อาหารมีห้องละหมาด มีระบบคัดกรอง ความปลอดภัยมาตรฐานด้านสุขอนามัยอีกด้วย

ข้อมูล เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนต์ (Asiatique The Riverfront)

ที่อยู่ : 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/FN3kHvNxdTWoGS8y9

เปิดให้เข้าชม : 16.00-22.00 น.

โทร : 09-2246-0812

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Asiatique.Thail

ADVERTISEMENT

สายสีแดง ดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมมอบของขวัญให้แก่ผู้ใช้บริการ

สายสีแดง ดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมมอบของขวัญให้แก่ผู้ใช้บริการ

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม พร้อมมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ผู้ใช้บริการ

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสาย สีแดง เปิดเผยว่า เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2566 บริษัทฯ ถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ไทย พร้อมส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยตระหนักและคำนึงถึงมาตรการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีความสะดวกสบายและปลอดภัย สามารถเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาได้โดยสวัสดิภาพ โดยเน้นย้ำมาตรการในด้านต่างๆ ได้แก่ มาตรการป้องกันโรคติดต่อและความสะอาด โดยจัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ บริเวณจุดทางเข้าระบบรถไฟฟ้าทุกสถานี และดูแลด้านความสะอาดในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ ลิฟท์ บันไดเลื่อน ราวจับ และภายในขบวนรถไฟฟ้า และมีมาตรการตรวจสอบไม่ให้บุคคลที่มีอาการมึนเมา ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เข้าภายในระบบรถไฟฟ้า รวมถึงไม่อนุญาติให้นำวัตถุต้องห้าม ได้แก่ อาวุธ ของมีคมทุกชนิด ลูกโป่งทุกชนิด ดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด วัตถุอื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดประกายไฟ เข้าในระบบรถไฟฟ้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่สังเกตพฤติกรรมผู้ใช้บริการผ่านโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) อีกทั้งมีการจัดชุดตรวจลาดตระเวน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมสุนัข (K-9) จากกรมสัตว์ทหารบก คอยตรวจตราในทุกพื้นที่ตลอดระยะเวลาให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ตั้งแต่วันที่ 10 – 17 เมษายน 2566 หากผู้โดยสารพบสิ่งผิดปกติหรือมีเหตุฉุกเฉินขณะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจรถไฟ โดยสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านทางหน้าเพจ เฟสบุ๊ค RED Line SRTET

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดสุดพิเศษ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย ด้วยการจัดคาราวานศิลปิน ดารานักร้อง อินฟลูเอนเซอร์คนดัง นำโดย ตะวัน ณวินวิชญ์ พระเอกช่อง 8 ดีกรีอดีตนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย และ พริ้ง ชุติญา นางเอกช่อง 8 ดีกรีมิสแกรนด์อุบลราชธานี 2020 ร่วมขบวนกิจกรรมวันสงกรานต์ มอบของขวัญสุดพิเศษและอวยพรให้แก่ผู้โดยสาร ภายในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และภายในขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เส้นทางสายธานีรัถยา(สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีรังสิต) และสายนครวิถี(สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีตลิ่งชัน) ในวันที่ 10 เมษายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้โดยสารจะได้รับความสุข รู้สึกถึงความปลอดภัยทุกครั้ง จากการใช้บริการรถไฟฟ้า ชานเมืองสายสีแดง

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง, www.srtet.co.th, Facebook Page : RED Line SRTET, Twitter : RED Line SRTET หรือหน้าห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ADVERTISEMENT

สงกรานต์ระอุทะลุปรอทกับ Rolling Loud Thailand 2023 ที่สุดของเทศกาลดนตรีฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก

สงกรานต์ระอุทะลุปรอทกับ Rolling Loud Thailand 2023 ที่สุดของเทศกาลดนตรีฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก

สงกรานต์ระอุทะลุปรอทกับ Rolling Loud Thailand 2023 ที่สุดของเทศกาลดนตรีฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จัดหนักทุ่มงบ 1000 ล้านบาท คว้าศิลปินระดับโลกกว่า 70 ชีวิต จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชีย

​ Rolling Loud Thailand 2023 ที่สุดของเทศกาลดนตรีฮิปฮอปที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและในเอเชีย โดย บริษัทมอร์แดน ณุศา เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่จัดหนักทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท เนรมิต Music Festival บน 2 เวทีใหญ่ยักษ์ กับ กองทัพศิลปินระดับเทพจากวงการทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 70 ชีวิต กับงาน “Rolling Loud Thailand 2023” เทศกาลดนตรีฮิปฮอปสุดยิ่งใหญ่ระดับโลก ความยิ่งใหญ่ที่จัดเป็นครั้งแรกในเมืองไทยและเอเชีย ปรากฎการณ์ครั้งพิเศษที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นผู้นำในการพัฒนาให้ไทยเป็นที่สุดแห่งเมืองการท่องเที่ยว ส่งให้ไทยก้าวเป็น “World Music Destination” เทศกาลดนตรีครั้งนี้จัดขึ้นบนเนื้อที่ 164 ไร่ 100,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 1 แสนคน โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน 2566 ที่ Legend Siam เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์
​ Rolling Loud Thailand เทศกาลดนตรี Hip hop ที่ พร้อมจัดเต็มความมันส์ 3 วัน 3 คืน เป็นเทศกาลดนตรีฮิป ฮอปสุดยิ่งใหญ่ที่รวมศิลปินตัวท๊อประดับโลกกว่า 70 ชีวิต อาทิ TRAVIS SCOTT / CHRIST BROWN/ CARDI B / LIL UZI VERT / OFFSET / CENTRAL CEE / SOULJA BOY / LIL PUMP / DABABY อีกทั้งยังขนศิลปินตัวท๊อปจาก เกาหลี จีน ไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็น JAY PARK / BIBI /JESSI / OZI / DIGI GHETTO และศิลปินฮิปฮอปไทย อาทิ YOUNGOHM / TWOPEE SOUTHSIDE /F.HERO / URBOYTJ /THAITANIUM /1MILL /SPRITE /SARAN /FIIXD ฯลฯ
โดยสามารถหาซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ www.safettravel.com https://www.ticketmelon.com/rollingloudthailand/rlthailand2023?utm_source=ticketmelon-banner&utm_medium=referral&utm_campaign=rollingloud-banner-promo

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
อุมา จงสิริวิทยา (น้อง) โทร.081-899-5395
วรเชษฐ์ ถมมา (หว่าหวา)
โทร 062-3368252

ADVERTISEMENT

ข้าวแช่คลายร้อนพร้อมบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน

ข้าวแช่คลายร้อนพร้อมบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน

ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถ.รัชดาภิเษก จัดบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน บริการระหว่างเวลา 11.30-14.30 น. ด้วยเมนูเด็ดจานหลัก เช่น ผัดไทย ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ข้าวขาหมู พาสต้า ส้มตำ ไก่ย่าง ซูชิหน้าต่างๆ เป็นต้น อาหารทานเล่น เช่น เมี่ยงคำ ยำต่างๆ รวมทั้งเมนูเด่นประจำวันดังนี้ วันจันทร์ – ข้าวเกรียบปากหม้อ วันอังคารและศุกร์ – กะลอจี๊ ซึ่งหาทานได้ยากในปัจจุบัน วันพุธและเสาร์ – ขนมครกชาววัง วันพฤหัสบดีและอาทิตย์ – กล้วย/เผือก/มันทอด รวมชา-กาแฟ เพียงท่านละ 659 บาทถ้วน (จากปกติ 900 บาท)
พิเศษ!! ตลอดเดือนเมษายนนี้ จัดบริการอาหารไทย 4 ภาค พร้อมมุม “ข้าวแช่คลายร้อน”
จากข้าวสวยที่หุงโดยขัดยางข้าวออกจนหมด ผสมผสานกับน้ำลอยดอกมะลิที่ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงตามแบบฉบับชาววัง ทั้งลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ หมูฝอย ไชโป๊วผัดหวาน หอมแดงทอดสอดไส้ ปลาหวาน และ กระชาย มะม่วง แตงกวาที่ผ่านการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง สวยงามตระการตา
หรือสั่งล่วงหน้าสำหรับกลับบ้าน เพื่อเป็นของขวัญของฝาก เพียงชุดละ 359 บาท++ และ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ชุดละ 120 บาท++เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413-4 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop

ADVERTISEMENT

รฟฟท. จัดโครงการ CSR “สายสีแดง ห่วงใย สุขอนามัยชุมชน” ณ ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง สถานีการเคหะ

รฟฟท. จัดโครงการ CSR “สายสีแดง ห่วงใย สุขอนามัยชุมชน” ณ ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง สถานีการเคหะ

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดโครงการ CSR “สายสีแดง ห่วงใย สุขอนามัยชุมชน” จัดศูนย์บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ และมอบรถเข็นวีลแชร์ จำนวน 12 คัน ให้แก่ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานมากว่า 12 ปี ได้จัดโครงการ CSR ในด้านต่างๆ มากมาย ซึ่งในครั้งนี้เล็งเห็นถึงความสำคัญของชุมชนต่างๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า รวมถึงมีความห่วงใยต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชน ในสภาวะการแพร่ระบาดของโรคภัยต่างๆ บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการ “สายสีแดง ห่วงใย สุขอนามัยชุมชน” ขึ้น ในวันที่ 31 มีนาคม และ 1 เมษายน 2566 รวมระยะเวลา 2 วัน ณ ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง สถานีการเคหะ โดยในการจัดงาน ได้รับการสนับสนุนจากสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ซึ่งนำโดย พันตำรวจเอก อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชน หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพและอนามัยมากยิ่งขึ้น ห่างไกลจากปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงมีคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น โดยจัดให้มีศูนย์บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ และจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ ให้ความรู้ด้านสุขอนามัยของแต่ละช่วงวัยแก่ประชาชน นอกจากนั้น ในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ครบรอบการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 12 ปี บริษัทฯจึงได้มอบรถเข็นวีลแชร์ จำนวน 12 คัน ให้แก่ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ADVERTISEMENT

กองทุนหมู่บ้านฯ ฟังทางนี้ ! “อนุชา” ชี้ช่องทางทำเงิน สร้างอาชีพให้พี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ผ่านโครงการโคล้านครอบครัว

กองทุนหมู่บ้านฯ ฟังทางนี้ ! “อนุชา” ชี้ช่องทางทำเงิน สร้างอาชีพให้พี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ผ่านโครงการโคล้านครอบครัว

นาย อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชวนพี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ “โคล้านครอบครัว” ชี้เป็นหนทางช่วยประชาชนหลุดพ้นความยากจน และจะเป็นจุดพลิกผันให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว เน้นย้ำชัดว่าที่ผ่านมาได้มีการทดลอง ศึกษา และค้นคว้า ลงมือทำจริง และมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จึงพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ โคล้านครอบครัว ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ที่ ครม. ได้อนุมัติเห็นชอบดำเนินงานโครงการในวงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 79,610 กองทุน มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถกู้ยืมเงินทุนสำหรับเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ ครอบครัวไม่เกิน 50,000 บาท จำนวน 100,000 ครัวเรือน (เลี้ยงโค ครัวเรือนละ 2 ตัว รวม 200,000 ตัว)
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมวิโรจน์ อิ่มพิทักษ์ อาคารศูนย์เรียนรวม 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โคล้านครอบครัว” เพื่อประกาศความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่พร้อมเดินหน้าทำให้โครงการสู่ความสำเร็จให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืนมั่นคง โดยมีนักวิชาการมาร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “ชี้ช่องรวย ด้วยโครงการโคล้านครอบครัว” โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโค ตั้งแต่ต้น-กลาง-ปลายน้ำ อาทิ รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อาจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ธนพล หนองบัว รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมวิจัย เเละบริการวิชาการ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ส่งต่อความรู้เรื่องกระบวนการเลี้ยงโคอย่างมีคุณภาพ การเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงเพื่อให้สามารถทำกำไรสูงสุด พร้อมกับรับฟังประสบการณ์จากประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดนครพนม นายธนูศร ปัญญาสาร และ คุณประสาท บุญญานันท์ เจ้าของบังอรฟาร์ม ประธานกลุ่มวิสาหกิจวากิวโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ตัวแทนเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโค และ เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้แทนฝั่งภาคการค้า ที่มาร่วมชี้ให้เห็นช่องทางตลาดเพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงโคให้ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้
“สมาชิกกองทุนหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนมากของประเทศ และยังเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหลักของประเทศ ผมได้เสนอแนวคิด “เงินบาทแรกของแผ่นดิน” ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่เกิดจากน้ำ จากดินที่อยู่ให้ภาคการเกษตร ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรรม จากการศึกษา ค้นคว้า และทดลองเป็นระยะเวลานาน พบว่าการทำปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโค จะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรทวีคูณ ผมจึงนำแนวคิดนี้มาทำโครงการช่วยเหลือประชาชน โดยผ่านการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ผมค้นพบว่าการเลี้ยงวัวเลี้ยงไม่ยาก วัวกินแต่หญ้า เริ่มแรกสมาชิกจะได้รับการสนับสนุนวัว 2 ตัว เมื่อผ่านระยะเวลา 1 ปี จะได้ผลผลิตเพิ่มเป็น 4 ตัว และปีต่อๆ ไปจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณ จากการสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น 50,000 บาทแรก ผมมั่นใจว่าไม่เกิน 3 ปี จะสามารถคืนเงินทุนได้ทั้งหมด และปีต่อๆ ไปถือเป็นกำไรให้พี่น้องประชาชน ภายใน 6 ปี ประชาชนจะสามารถจับเงินล้านได้ไม่ยาก ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นรายได้ที่ประชาชนจะได้รับอย่างยั่งยืน และเป็นหนทางสู่ความร่ำรวยได้ในอนาคต” นายอนุชากล่าว

ในส่วนของเงื่อนไขสำหรับกองทุนหมู่บ้านฯ ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ นายเกียรติศักดิ์ ทองสุระวิโรจน์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากองทุนหมู่บ้านและเสริมสร้างศักยภาพชุมชน สทบ. ได้กล่าวว่า ทางกองทุนหมู่บ้านเรายึดหลักการให้พี่น้องกองทุนบริหารจัดการกองทุนได้ภูมิปัญญาของด้วยตนเอง ต้องเป็นกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีความพร้อมทุกด้าน กองทุนมีมติเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการ สมาชิกต้องมีความประพฤติดี มีวินัยด้านการเงิน และมีความพร้อม มีความสนใจจะสร้างรายได้ สร้างอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวได้จริง ก็สามารถ เข้าร่วมโครงการได้ตามขั้นตอนผ่านกองทุนหมู่บ้านฯ โดยสมาชิกสามารถเลือกสายพันธุ์โคที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หรือความพร้อมของตน ได้ด้วยตนเอง ทางหน่วยงาน สทบ. และกรรมการกองทุน พร้อมสนับสนุนให้ข้อมูลในการคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็น ชนิดสายพันธุ์ น้ำหนัก ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โคล้านครอบครัว สามารถเตรียมความพร้อมและสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต ทั้ง 13 สาขาเขต ในทุกภูมิภาค และศูนย์ประสานงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองประจำจังหวัด (ทุกจังหวัด)

ADVERTISEMENT

งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีการพิมพ์ วัสดุการพิมพ์และป้ายโฆษณาครั้งที่10

งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีการพิมพ์ วัสดุการพิมพ์และป้ายโฆษณาครั้งที่10

จัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีการพิมพ์ วัสดุการพิมพ์และป้ายโฆษณาครั้งที่10 อย่างยิ่งใหญ่
คุณมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ (ที่4จากขวา)กรรมการผู้จัดการบริษัทวันทูวัน ครีเอชั่นจำกัด โดยมีคุณกิตติภัต สุทธิสัมพัทน์ (ที่5จากขวา )กรรมการบริหาร สภาอุตสหกรรมแห่งประเทศไทยให้เกีรยติเข้าร่วม และเปิดงานเลี้ยงขอบคุณ และเลี้ยงต้อนรับ นายวงศ์นำ วงศ์วิไล (ที่3 จากขวา )ประธานสมาคมป้ายลาวแห่งประเทศลาวและคณะ ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ณ ห้องฟินิกซ์ เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้

ADVERTISEMENT