รฟฟท. ชี้แจงกรณีจับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟและสายส่งสัญญาณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ชี้แจงกรณีจับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟและสายส่งสัญญาณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้พร้อมของกลาง พร้อมประสานงานการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 13.15 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้รับแจ้งจากชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ซึ่งนำโดย พันตำรวจเอก จตุพร คงเมือง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ว่าได้ตรวจพบผู้ต้องสงสัย จำนวน 3 คน บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ชุมชนริมคลองเปรม หมู่ที่ 2 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี และขอทำการเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบของกลางเป็นสายไฟจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการรอชำแหละ ความยาวประมาณ 500 เมตร รวมมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 900,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้เข้ายึดของกลางไว้ และประสานงานส่วนปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย และฝ่ายวิศวกรรมซ่อมบำรุง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เพื่อเข้าไปตรวจสอบจุดตรวจพบสายไฟ และเปรียบเทียบกับตัวอย่างสายไฟที่ได้นำไปจากอาคารโครงสร้างสร้างพื้นฐาน( infrastructure) ซึ่งจากการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นสายไฟฟ้าแรงสูง 24 kv. ประเภทเดียวกัน จึงได้ดำเนินการประสานผู้ช่วยนายสถานีรถไฟรังสิต ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจ จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฏหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด โดยจากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพ และยอมรับว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด 8 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการติดตามตัวผู้กระทำความผิดอีก 5 คนให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้บริษัทคำนึงถึงความปลอดภัยในการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นสำคัญ โดยยังคงเข้มงวดในการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราตามเส้นทางการให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบตัดสายไฟและสายส่งสัญญาณของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงต่อไป

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

นักเขียนอาวุโส ไมตรี ลิมปิชาติ จัดประมูลภาพวาดช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช

เรามา…รู้จักศิลปินผู้วาดภาพ “ไมตรี ลิมปิชาติ” ซึ่งหลายคนรู้จักไมตรี ลิมปิชาติ…
ในฐานะอดีตนักบาสเก็ตบอลทีมชาติ
ในฐานะคุณปู่คุณตาของหลานๆ ๔ คน…
ในฐานะอดีตผู้บริหารระดับสูงของการประปานครหลวง
ในฐานะนักเขียนอารมณ์ดี ผู้คร่ำหวอดในวงวรรณกรรมมากว่า ๕๐ ปี
ในฐานะอดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
หรือในฐานะของ อดีตผู้ป่วยมะเร็ง

ในวัย ๖๐ ปี ไมตรี ลิมปิชาติ เริ่มหัดวาดรูปลงบนเฟรม
จากนั้นก็หลงใหลการวาดรูป เสียมากมาย
จนวันนี้ ในขวบปีที่ ๘๐
ไมตรี ลิมปิชาติ พ่วงฐานะศิลปินแนวกึ่งนามธรรม ที่มีนิทรรศการแสดงภาพเดี่ยวมาแล้วถึง ๙ ครั้ง
การเปิดประมูลภาพครั้งนี้ ไมตรี ลิมปิชาติ ต้องการส่งต่อความปรารถนาดีให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ และมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ด้วยความหวัง ด้วยการมอบงานศิลปะจำนวน ๔๐ ชิ้น สำหรับทำการประมูลบริจาครายได้ให้แก่มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นๆ ต่อไป

พระครูแจ้-พระผู้มีแต่ให้

เมตตาธรรมเมตตารับจัดการพิธีศพทั้งสองและยังไดัทําบุญตักบาตรทางน้ำ บริเวณที่เด็กลงเป็นเล่นจมน้ำเสียชีวิตพร้อมสวดบังสุกุลตลอดเส้นทางบิณฑบาตร

  จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดกับ 2นักเรียน ม.3 รร. บางพลีราษฎร์บำรุง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตในคลองสำโรงหน้าตลาดบางพลีโบราณ เหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ หรือ พระอาจารย์แจ้ เจ้าอาวาส  วัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตารับจัดการพิธีศพทั้งสองและยังไดัทําบุญตักบาตรทางน้ำ บริเวณที่เด็กลงเป็นเล่นจมน้ำเสียชีวิตพร้อมสวดบังสุกุลตลอดเส้นทางบิณฑบาตรเมื่อเช้า วันที่8ตุลาคม 2565

✨️ขอเชิญร่วมพิธีทอดกฐินสามัคคีปี 2565

“สร้างกุศลบุญกฐิน ชีวิตสดใสก้าวไกลรุ่งเรือง”🙏
ในวันจันทร์ที่10 ต.ค. 65เวลา 09.00 –10.30 น.ณ วัดแก้วฟ้าจุฬามณีเขตดุสิต กรุงเทพฯ
เพื่อสมทบทุนในการบูรณะกุฏิจันทร์มะพร้าว ซึ่งชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา
📍จัดโดย
ชมรมช่างภาพ การเมือง ร่วมกับ สำนักประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายจิตอาสา รัฐสภาฯ
(รายละเอียดตามกำหนดการที่แนบ)

เปิดตัว “โครงการ คนบ้านเดียวกัน” กับรายการ ลายกนกยกสยาม ตอนพิเศษ ทาง ท็อปนิวส์

เมื่อวันพุธที่ 5 ตุลาคม 2565 ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร
ลายกนก ยกสยาม โดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับบริษัท ฌาณ เพอร์เฟ็ค มีเดีย จำกัด จัดงานแถลงข่าวรายการ “ลายกนก ยกสยาม” ตอนพิเศษ
“คนบ้านเดียวกัน Hometown Stay The Reality”

โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้คือ ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วัฒนธรรมศึกษา และนวัตกรรมทางสังคม สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ที่ปรึกษา โครงการคนบ้านเดียวกัน)
นายวีระพงษ์ กังวานนวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนสังคม กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
และคุณ ชยธร ธนวรเจค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์ และผลิตรายการ สถานีโทรทัศน์ ท็อปนิวส์
โดยมี คุณ กนก รัตน์วงศ์สกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ

รายละเอียดของ “โครงการคนบ้านเดียวกัน” นี้ ทางรายการ “ลายกนก ยกสยาม” ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของวิถีชีวิตสังคมพหุวัฒนธรรมในรูปแบบเรียลลิตี้ ร่วมตามติดภารกิจของเหล่าพิธีกร มากความสามารถ ที่จะไปลองใช้ชีวิตต่างถิ่นต่างที่ต่างวิถี พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และเรียนรู้ “การอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข ” ที่หลอมรวมความหลากหลายทางด้านความเชื่อศาสนาภาษาวัฒนธรรมและจารีตประเพณี นำเสนอผ่านมุมมองของพิธีกรรายการ โดยคุณ กนก รัตน์วงศ์สกุลคุณอุบลรัตน์ เถาว์น้อยคุณรุ่งนภา สุหงษา, คุณนิธิตรา เชาว์พยัคฆ์
และคุณรุ่งราตรี สุหงษา

โดยจะมีทั้งหมด 6 ตอน 6 จังหวัดประกอบไปด้วยกาญจนบุรี ยะลา อยุธยา ตราด เชียงใหม่

จึงขอเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมรับชม โดยจะออกอากาศตอนแรกชื่อตอน สายหมอก สายน้ำ งามล้ำ พหุวัฒนธรรมตาม เชื้อชาติ “กาญจนบุรี” ในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เวลา 20.10 น. ถึง 21.10 น. ทางสถานีโทรทัศน์ Top News ช่อง 77
และชมสดผ่านช่องทางออนไลน์ใน YouTube หรือ Facebook ของ TOP NEWS

ภาพ/ข่าวโดย
ชยุต เมธาวิชิตชัย และทีมงาน
0994926996
0642987896

ชาวเชียรใหญ่ร่วมใจทอดผ้าป่าสามัคคี ครั้งที่ 5 สืบทอดเจตนา “ตอบแทนคุณแผ่นดิน”

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2565 มูลนิธิ/ชมรมชาวเชียรใหญ่ชาวเฉลิมพระเกียรติ (คลองเชียร) รวมใจจัดงานทอดผ้าป่าการกุศลตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยมี พลตำรวจตรี นิพนธ์ ภู่พันศรี ประธานมูลนิธิ , อาจารย์สุจินต์ ธรรมชาติ รองประธานที่ปรึกษา และนายธนวัตร ภัทราพงศ์ธร กรรมการมูลนิธิ เป็นประธานคณะจัดงานรวมใจทำบุญตอบแทนคุณแผ่นดินและ คณะกรรมการ สมาชิกในชมรมต่างร่วมกันเดินทางมาทำบุญทอดผ้าป่าการศึกษา ครั้งที่ 5 ประจำปี 2565 ณ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร จังหวัดนนทบุรี

สำหรับการจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าการกุศลตอบแทนคุณแผ่นดินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการระดมทุนสนับสนุนแจกทุนการศึกษา ส่งเสริมพัฒนาการศึกษาตามโครงการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนและเยาวชน น้อมนำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงขององค์รัชกาลที่ 9 มาขยายผลการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน พร้อมทั้งให้ชาวเชียรใหญ่เฉลิมพระเกียรติได้ร่วมกันถวายมุทิตาสักการะแก่พระครูอุดม ศีลาจาร(วิลาส) ฉายา อคฺควโร (ชาติภูมิเชียรใหญ่) ในโอกาสรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง

พลตำรวจตรี นิพนธ์ ภู่พันศรี ประธานมูลนิธิชาวเชียรใหญ่ชาวเฉลิมพระเกียรติ (คลองเชียร) กล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่เราจัดงานทอดผ้าป่าตอบแทนคุณแผ่นดิน ครั้งที่ 5 คำว่าผ้าป่าตอบแทนคุณแผ่นดินหมายถึง รายได้จากการร่วมกันทำบุญในครั้งนี้เราจะนำไปช่วยเหลือแจกทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ลำบากในท้องถิ่นชาวเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรพบุรุษของพวกเรา ซึ่งผมเองก็ถือกำเนิดที่นี่เหมือนกัน เราจึงอยากทำกิจกรรมเพื่อเป็นการตอบแทนคุณแผ่นดิน สร้างคน สร้างชีวิตให้กับลูกหลานที่ดีต่อไป นอกจากนี้เรายังแจกอุปกรณ์กีฬา พร้อมกันนี้เราได้น้อมนำศาสตร์พระราชาของรัชกาลที่ 9 ไปให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนต่าง ๆ ได้ทำเป็นโครงการกัน เช่นเลี้ยงไก่ ปลูกผัก เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาเป็นอาหารกลางวัน โดยเราเป็นผู้ลงทุนให้ทั้งหมด”

ในฐานะที่ผมเป็นประธานมูลนิธิชาวเชียรใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ได้มอบหมายให้ท่านธนวัตร ภัทราพงศ์ธร กรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานการจัดงานในครั้งนี้ เราอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสได้แสดงออกในภาวการณ์เป็นผู้นำ เพื่อสร้างคนให้เป็นผู้สืบทอดโดยรุ่นสู่รุ่นสืบทอดตามเจตนารมณ์อันดีงามนี้ เรามีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คือเพื่อเป็นการตอบแทนคุณแผ่นดิน

ท้ายที่สุดท่านประธานมูลนิธิ ฝากถึงแนวคิดที่อยากให้คนไทยทุกคนได้มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพียงแค่เราทำดี รู้จักเสียสละเมื่อมีโอกาส ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจกันก็เป็นสิ่งดีแล้ว ส่วนตัวผมเองมีความตั้งใจที่จะทำความดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดีแบบดนี้ตลอดไป

รฟฟท. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ 4 สถาบันการศึกษา

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ 4 สถาบันการศึกษา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดง (CT Depot) บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการกับ 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และวิทยาลัยเทคโนโลยียโสธรอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และงานวิจัยระบบราง ผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางระบบรางในภูมิภาค โดยมี ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ดร.รัญญา ชุปวา ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร ผู้แทนจากวิทยาลัยเทคโนโลยียโสธรอินเตอร์เนชั่นแนล รองศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีจาก มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พร้อมทั้งผู้บริหารเข้าร่วมลงนาม

บริษัทฯ และ 4 สถาบันการศึกษาได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ด้านงานวิจัยรวมทั้งนวัตกรรมระบบรางร่วมกัน โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลาง หรือฮับระบบรางของภูมิภาค โดยบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสู่ปริมณฑล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการขนส่งทางราง ยกระดับมาตรฐานการให้บริการประชาชน ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ด้วยมาตรฐานในระดับสากล มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่ม ด้วยการพัฒนาการให้บริการควบคู่กับการเดินรถไฟฟ้าที่มีคุณภาพ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้ทันสมัยด้วยการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ เพิ่มความรู้และทักษะที่ตรงต่อความต้องการของอุตสาหกรรม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนองค์ความรู้ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อระบบคมนาคมขนส่งทางรางแก่หน่วยงานภายนอกด้วยความเข้มแข็งในการพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของประเทศในด้านระบบขนส่งทางรางที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งภายในประเทศและภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางของภูมิภาคต่อไปในอนาคต ซึ่ง 4 สถาบันการศึกษานี้ เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านงานวิจัยและนวัตกรรมจนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ได้ร่วมมือด้านวิชาการในครั้งนี้ รวมถึงกำหนดแผนการพัฒนาหลักสูตร Upskill & Reskill ในงานระบบราง โดยเน้นสร้างทักษะด้านระบบขนส่งทางรางระดับสูง และเปิดอบรมให้กับผู้ที่สนใจทั้งในและต่างประเทศ

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง แหล่งเรียนรู้ระบบขนส่งทางราง สร้างบุคลากร พัฒนาประเทศ

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ปลดล็อกอาการปวดหลัง กลับมาใช้ชีวิตอิสระได้อีกครั้ง

นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้ความเจ็บป่วยกลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป การเกิดอาการปวดที่กระดูกสันหลัง ซึ่งในอดีตถือเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ในรายที่รุนแรงถึงขนาดไม่สามารถเดิน หรือ นั่ง แม้กระทั่งนอนได้ อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดหลังเป็นแผลยาวเพื่อเลาะกล้ามเนื้อเข้าไปจัดการกับต้นตอของความเจ็บปวด ไม่เพียงผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวด หลังการผ่าตัดยังต้องพักรักษาตัวเป็นระยะเวลายาวนานกว่าร่างกายจะฟื้นกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

จากจุดเริ่มต้นที่ โรงพยาบาลนครธน มุ่งมั่นในการเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางชั้นนำในย่านพระรามที่ 2 ที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล จัดตั้ง ศูนย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โดยความร่วมมือกับ บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก ให้บริการเฉพาะทางสำหรับผู้ที่มีปัญหาความผิดปกติทางกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง และเส้นประสาท พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง และทีมสหสาขา ด้วยการใช้เครื่องมือ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อผลการรักษา และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมได้รับการรักษาในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด กล่าวว่า รูปแบบความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลนครธน และบำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก เป็นการนำองค์ความรู้ทางการแพทย์ บุคลากรที่มีประสบการณ์ โดยเฉพาะทีมแพทย์เฉพาะทางในการรักษาโรคกระดูกสันหลัง มาร่วมมือกับ โรงพยาบาลนครธน เพื่อร่วมกันจัดตั้งศูนย์กระดูกสันหลัง ณ โรงพยาบาลนครธน รวมทั้ง เทคโนโลยีการรักษาโรคกระดูกสันหลังที่ทันสมัย เพื่อผลการรักษา และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมได้รับการรักษาในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

“โรงพยาบาลนครธน เปิดให้บริการมากว่า 25 ปี ได้มีการพัฒนาเพื่อคุณภาพการรักษา และการบริการมาตลอด    จากโรงพยาบาลรักษาโรคทั่วไปสู่การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อตอกย้ำเป้าหมายการเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางชั้นนำ    ในย่านพระรามที่ 2 ตามวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตามมาตรฐานสากล และให้การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Healthcare)”

นายสมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก กล่าวว่า “จากความร่วมมือในการจัดตั้ง ศูนย์กระดูกสันหลัง รพ.นครธน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางบำรุงราษฎร์ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลนครธน เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถในการให้การรักษาตามแนวทางของโรงพยาบาล   บำรุงราษฎร์ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว นับเป็นรูปแบบใหม่ของธุรกิจการให้บริบาลทางการแพทย์ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ป่วยของโรงพยาบาลนครธน สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพตามแนวทางของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในราคาที่สอดคล้องกับกลุ่มคนไข้ของโรงพยาบาลนครธน ซึ่งตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ถึงแม้ว่า ทางศูนย์ฯ ต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ปรากฏว่ามีผู้ป่วยเข้ามาใช้การบริบาลของศูนย์อย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ซึ่งมั่นใจว่าในสถานการณ์ปัจจุบันที่โควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดี  การให้บริการของศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน ก็จะยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากขึ้นเป็นลำดับ ในการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังที่ครบวงจร ด้วยความชำนาญของทีมแพทย์เฉพาะทาง และด้วยผลลัพธ์ของการรักษาที่ดีที่สุด

นพ.วีระพันธ์ ควรทรงธรรม ผู้อำนวยการสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ และผู้อำนวยการศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน มีการวางแผนหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีการประชุมทีมร่วมกับแพทย์เฉพาะทางอย่างน้อย 4 ท่านขึ้นไป เพื่อนำเอาความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขามาร่วมกันดูแลผู้ป่วย ฉะนั้นผู้ป่วยจึงไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูล หรือพบแพทย์หลายโรงพยาบาล เพราะที่นี่รวบรวมหลากหลายความคิดเห็นจากทีมแพทย์ไว้ให้ในที่เดียวกันแล้ว ถือเป็นความคิดเห็นที่ดีและเหมาะสมที่สุด

โดยทีมแพทย์มีประสบการณ์ในการดูแลรักษาโรคกระดูกสันหลังกว่า 10 ปี รักษาผู้ป่วยมาแล้วกว่า 10,000 ราย        ซึ่งวิธีการรักษาอาการปวดหลัง ปวดคอ มีตั้งแต่แค่ทานยา การทำกายภาพบำบัดเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง การฉีดยาระงับปวด ไปจนถึงการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ซึ่งในรายที่รักษาด้วยการทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หรืออาการเป็นมากตั้งแต่แรก เมื่อประเมินดูแล้วว่าการรักษาด้วยยาอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร อาจจะพิจารณาให้รักษาด้วยการทำ Intervention ซึ่งเป็นการรักษาแบบโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือ การผ่าตัด โดยแพทย์ประจำศูนย์จะให้คำแนะนำ ให้การรักษา และให้ทางเลือกกับผู้ป่วยเป็นผู้ตัดสินใจ

ทั้งนี้ คนไข้ที่มีอาการปวดคอ ปวดหลัง บริเวณเอว ปวดร้าวลงแขนลงขา หรือมีอาการชาบริเวณแขน หรือ ขาข้างใดข้างหนึ่ง คนไข้เหล่านี้มีโอกาสเป็นอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท สาเหตุโดยหลักเกิดจากการเสื่อมของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการมีอายุที่มากขึ้น การใช้งาน เช่น มีการยกของหนัก ก้มเงยบ่อย นั่งนานๆ หรือเล่นกีฬาบางประเภทที่ทำให้เกิดการกระแทกกับกระดูกสันหลัง ฉะนั้น หากมีอาการปวดเรื้อรังร่วมกับอาการชาหรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

 การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคป และไมโครสโคป เป็นเทคนิค และวิธีการผ่าตัดที่ทำให้คนไข้บอบช้ำน้อยที่สุด โดยกล้องเอ็นโดสโคปซึ่งมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึง 1 เซ็นติเมตร มีเลนส์ติดอยู่ที่ปลาย เปรียบเสมือนดวงตาของศัลยแพทย์ มีใยแก้วนำแสงเพื่อช่วยในการมองเห็น ทำให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนตรงจุด นอกจากนี้ ยังมี O-arm navigation เครื่องเอกซเรย์ 3 มิติ เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับศัลยแพทย์ในการผ่าตัด

คุณดาววิภา ฉายางาม เล่าถึงอาการก่อนการรักษาว่า อาการปวดเริ่มจากปวดบริเวณสะโพกร้าวลงมาที่ขาขวา และปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในเรื่องของการเดิน หลังจากรักษาด้วยการทานยา และกายภาพบำบัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น

“กังวลว่าหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้อาจจะทำให้ถึงขั้นเดินไม่ได้ ซึ่งหลังจากการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดด้วยกล้อง       เอ็นโดสโคป ที่ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน  ทำให้สามารถกลับมาเดินได้อย่างปกติ ไม่กลับมาปวดซ้ำอีก ใครที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดสะโพก มีอาการชา อ่อนแรงร่วมด้วย อย่าปล่อยทิ้งไว้ อยากให้รีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาค่ะ”

คุณไพลิน สุรนาถกิตติธร อีกหนึ่งผู้รับบริการที่ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน ที่มีความกังวลกลัวการผ่าตัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ในการผ่าตัดรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีอื่นมาก่อน

“ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้รู้สึกกลัวการผ่าตัด เพราะเจ็บปวด และใช้เวลาพักฟื้นนาน คุณหมอศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน ได้ช่วยหาแนวทางการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป ที่เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังการผ่าตัด ทำให้หมดกังวลใจทันที สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ เพียง 1 วันหลังการผ่าตัด ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม”

คุณรชานนท์ เอี่ยมละออ เล่าถึงประสบการณ์เข้ารับการรักษาปวดคอเรื้อรัง เนื่องจากทำงานเป็นนักบัญชี ซึ่งต้องนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน จึงมีอาการปวดคอ ร้าวลงแขน ลงมา บ่า และไหล่ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องรีบมารักษาอย่างจริงจัง เนื่องจากเกิดเหตุการณ์สำลักน้ำ แล้วเกิดอาการเหมือนไฟฟ้าช็อตตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงขา ทำให้ร่างกายรวมทั้งแขนไม่มีแรง แม้แต่การเขียนหนังสือก็เป็นเรื่องยาก เมื่อเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน แพทย์อธิบายอย่างละเอียดถึงอาการว่าเกิดจากปัญหาใด การรักษาควรจะไปในทิศทางไหน การรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกคอผ่านกล้องเอ็นโดสโคปว่าใช้ระยะเวลาสั้น แผลเล็ก เจ็บน้อย จึงเกิดความมั่นใจ และตัดสินใจรักษา  

“หลังจากเข้ารับการผ่าตัดไม่นานก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ เขียนหนังสือได้ ทำงานบ้านได้ ทั้งยังสามารถเล่นงัดข้อกับลูกได้เหมือนเมื่อก่อน”

สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหาโรคกระดูกสันหลัง หากมีอาการ เช่น ปวดคอ หรือ ปวดหลัง เรื้อรัง ปวดคอร้าวลงแขน ปวดหลังร้าวลงขา หรือ มีอาการแขนชา มือชา หรือ ขาชา ร่วมด้วย ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และดีที่สุด ทำให้กลับมามีคุณภาพชีวิตได้อย่างอิสระอีกครั้ง.

สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ โรงพยาบาลนครธน

สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่

ฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลนครธน คุณปุณรดา ดุลยโกเมศ ผู้จัดการแผนกการตลาดดิจิทัล และสื่อสารการตลาด

คุณภานิชา ตันติพรปัญญา รองผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด

ตัวแทนประชาสัมพันธ์โดย คุณ ปิยะเรศ สาตร์พันธุ์ (ปุย) 094-185-1735

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้ผู้แทนพระองค์ ไปเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “คนดีศรีสยาม” เพชรแห่งสยาม ครั้งที่ 11

28 กันยายน 2565 ที่ห้องดอนเมืองบอลรูม โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้ นายบุญเชิด กันภัย รองผู้อำนวยการกองงานในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เป็นผู้แทนพระองค์ไปเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “คนดีศรีสยาม” เพชรแห่งสยาม ครั้งที่ 11

ซึ่งโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเพื่อยกย่อง เป็นกำลังใจ รณรงค์ และส่งเสริมให้เกิดการทำความดีในสังคม ตามคติที่ว่า “คุณธรรมนำแผ่นดิน” โดยได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในเรื่องหลักแห่งการทำความดี มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และส่งเสริมให้เกิดการทำความดีเป็นต้นแบบตัวอย่างในสังคมไทย ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกบุคคล หน่วยงาน และองค์กร จากหลากหลายสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยปีนี้ มีผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัล จำนวน 58 คน ประกอบด้วย พระสงฆ์ จำนวน 8 รูป, บุคคล หน่วยงาน องค์กร จำนวน 50 คน รวมถึงผู้จัดละครคนดังละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” และเป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย คุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ร่วมเข้ารับรางวัลในครั้งนี้

ภายในงาน นางสาวสิริภา สัจจเดชะ อายุ 29 ปี ผู้ได้รับรางวัล คนดีศรีสยาม “เพชรแห่งสยาม” ครั้งที่ 11 ประจำปี 2565 ในโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น พร้อมกับ นางสิริยา สัจจเดชะ (มารดา) ซึ่งได้รับรางวัล คนดีศรีสยาม “เพชรแห่งสยาม” สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

โดยนางสาวสิริภา สัจจเดชะ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลถึง 2 ครั้ง ภายใน 1 เดือน รู้สึกดีที่เราได้มีโอกาสสร้างคุณธรรมให้กับสังคม เกิดประโยชน์กับสังคมที่ได้รับเป็นอย่างดี และอยากจะทำความดีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพื่อพัฒนาสังคมไปในทางที่ดี และเป็นกำลังเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับสังคมต่อไป ทุกรางวัลที่ได้จะรู้สึกตื่นเต้นตลอด เป็นการดีใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนตัวเล็ก ๆ อย่างเราที่ได้รับรางวัลต่อเนื่องถึง 2 รางวัลในหนึ่งเดือน”

นางสาวสิริภา ได้ฝากถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ขอให้ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เราได้แชร์ในเรื่องที่ดี ๆ ให้แก่กันและกัน เรื่องการทำความดีเพื่อสนับสนุนคนทั่วไปให้มองเห็นความสำคัญในขณะที่ได้เจอมูลนิธิ หรือเจอสังคมที่พอช่วยเหลือกันได้เราก็จะช่วยขับเคลื่อนและร่วมกันพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ ให้น่ารักแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ สำหรับตัวดิฉันเองก็ยังขอมุ่งมั่นที่จะทำความดีแบบนี้ต่อไปในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ค่ะ

นางสาวสิริภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “อยากให้ทุกคนสำนึกในคุณของแผ่นดินเกิด และทำความดีสนองคุณ แผ่นดินตามโอกาสและกำลังของแต่ละคน อยากฝากถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ขอให้ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เราได้แชร์ในเรื่องที่ดี ๆ ให้แก่กันและกัน เรื่องการทำความดีเพื่อสนับสนุนคนทั่วไปให้มองเห็นความสำคัญในขณะที่ได้เจอมูลนิธิ หรือเจอสังคมที่พอช่วยเหลือกันได้เราก็จะช่วยขับเคลื่อนและร่วมกันพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ ให้น่ารักแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ สำหรับตัวดิฉันเองก็ยังขอมุ่งมั่นที่จะทำความดีแบบนี้ต่อไปในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ค่ะ”

ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เปิดงานสัมมนาเรื่อง “การรับงานไปทำที่บ้านในยุคชีวิตวิถีใหม่”

คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา
พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง “การรับงานไปทำที่บ้านในยุคชีวิตวิถีใหม่” โดยมี ณรงค์ รัตนานุกูล เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ พล.ต.อ. อำนาจ อันอาตม์งาม อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย สุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มาร่วมในงานด้วย ที่ห้องบอลรูม 2 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เมื่อวันก่อน