นับถอยหลังสู่การจัดงานพลังงานที่ยิ่งใหญ่แห่งปี 2022 ในประเทศไทย

”SETA 2022, Solar+Storage Asia 2022 และ Enlit Asia 2022 ”

บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท แคริออน อีเวนท์ จำกัด ประเทศสิงคโปร์ แถลงข่าวประกาศความพร้อมในการจัดงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีทางด้านพลังงานและงานประชุมระดับผู้นำแห่งเอเชีย“งานพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย” (Sustainable Energy Technology Asia- SETA 2022), งานเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บประจุของเอเชีย (Solar+Storage Asia-SSA 2022), และงาน Enlit Asia 2022 งานด้านผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าและระบบกริดระดับโลก โดยเป็นการจัดงานพลังงานร่วมกัน 3 งาน ในวันที่ 20-22 กันยายน 2565 ณ ศูนย์ฯไบเทค บางนา พร้อมกับจัดให้มีเวทีเสวนาพิเศษ “แผนพลังงานไทยเพื่อมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์กับการขับเคลื่อนระบบการผลิตไฟฟ้าและการใช้กระแสไฟฟ้าของไทย” โดยผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สมาคมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (อาร์อี 100) สมาคมอุตสาหกรรมพลังแสงอาทิตย์ไทย (TPVA)

การจัดงาน ”SETA 2022, Solar+Storage Asia 2022 และ Enlit Asia 2022 ” ในครั้งนี้ จัดภายใต้หัวข้อหลัก “Accelerating ASEAN’s Energy Transition to Achieve Carbon Neutrality” เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนนโยบายพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลตามการประกาศเจตนารมณ์ในเวทีการประชุม COP26 ผู้นำโลกร่วมเจรจาเพื่อเร่งดำเนินงานแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งมั่นการปล่อยคาร์บอนของประเทศตนเอง กระแสความร่วมมือระหว่างประเทศทั่วโลก พร้อมที่จะร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการที่จะสนับสนุนการใช้พลังงานที่ยั่งยืนอย่างจริงจัง ประเทศไทยเองได้เตรียมพร้อมตอบรับในการจัดทำแผนพลังงานฉบับใหม่ มุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้มีการเร่งการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ โดยทั้ง 3 งาน มุ่งสร้างสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในนวัตกรรมพลังงาน และสร้างความแข็งแกร่งและการขยายฐานตลาดในกลุ่มพลังงาน โดยปีนี้จะมุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านการไปสู่การใช้เทคโนโลยีสะอาด

ทั้งนี้ในปี 2565 นี้ ได้รับเกียรติพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสาส์นแสดงความยินดี และดร.ประจิน จั่นตอง ให้เกียรติเป็นประธานการจัดงาน SETA ยังคงได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากกระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และวิจัย กระทรวงดิจิทัล กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในการตอบโจทย์ต่อเป้าหมายในการยกระดับประเทศไทยสู่เวทีโลก และการสร้างมาตรฐานที่ดีและการมีส่วนร่วมให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียในด้านพลังงานและสังคมโดยรวม พร้อมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลและภารกิจที่สำคัญของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆได้เข้าร่วมรับฟังหัวข้อต่างๆ ด้านนวัตกรรมพลังงาน รวมถึงมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ ในด้านนวัตกรรมพลังงานในระดับโลก และถือเป็นโอกาสพิเศษสุดที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกและประเด็นสำคัญของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP ฉบับล่าสุด เป็นครั้งแรกก่อนใคร

จากผู้แทนระทรวงพลังงานที่จะนำแผน PDP มาอภิปรายถึงยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ทั้งในด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยและความคาดหวังที่จะบรรลุเป้าหมายในด้านการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เช่น พลังงานไฮโดรเจน
สำหรับหัวข้อต่าง ๆ ที่จะมีการอภิปรายบนเวที SETA 2022, Enlit Asia 2022 และ Solar+Storage Asia 2022 ตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้ง 3 วัน จะเป็นประเด็นสอดคล้องกับแผน PDP ฉบับใหม่ ทั้งสิ้น โดยมีเนื้อหาสำคัญ 6 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การผลิตไฟฟ้าแบบปลอดคาร์บอน (Decarbonised Power Generation) (2) การเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโครงข่ายระบบไฟฟ้าในอนาคต (Fortifying and Creating a Next-Gen Power Grid) (3) การพัฒนาระบบไฟฟ้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (The Electrification of The ASEAN Economy) (4) ความผันผวนของราคาไฟฟ้าจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด (Electricity Prices Surging due to unexpected Circumstances) (5) การผลักดันพลังงานหมุนเวียนให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Enabling Renewable Energy to meet RE Targets) และ (6) แผนกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (The Roadmap to Net-Zero)
งานประชุมและนิทรรศการทั้ง 3 งานนี้ นับเป็นเวทีด้านพลังงานที่สำคัญที่ผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคจะได้มาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมด้านพลังงานที่แท้จริง รวมถึงยังเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้มีการอภิปรายและถกกันในประเด็นต่างๆ ที่มีความสำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพาณิชย์ของธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน อีกทั้งจะมีการนำเสนอข้อมูล และรายงานต่างๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานต้องเผชิญ

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสในการขยายเครือข่ายและการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านพลังงานจากวิทยากรที่มาจากองค์กรอุตสาหกรรมพลังงานชั้นนำกว่า 200 แห่ง ที่จะหยิบยกประเด็นด้านพลังงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในยุคปัจจุบันที่อุตสาหกรรมพลังงานโลกกำลังวิวัฒนาการอย่างไม่หยุดนิ่ง วิทยากรที่เข้าร่วมจะบรรยายและอภิปรายในประเด็นที่ท้าทายเหล่านี้ อาทิ ผู้บริหารจาก ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้ามาเลเซีย (TNB) การไฟฟ้าแห่งเวียดนาม (EVN) การฟ้าแห่งอินโดนีเซีย (PLN) และตัวแทนจากภาคเอกชน เช่น Indonesia Power, Trilliant, Wartsila, Shell, Mitsubishi,Siemens,ABB,JERA,Toyota และ Saudi Aramco และ อีกหลายองค์กร
ความแข็งแกร่งจาก 3 ผู้จัดงานประชุมและแสดงสินค้าชั้นนำอย่าง SETA, Enlist Asia และ Solar& Storage Asia ที่จับมือเป็นเจ้าภาพร่วมกัน คาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 10,000 คน จากธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานทั่วภูมิภาคเอเซีย เอเซียแปซิฟิค และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีบริษัทด้านพลังงานชั้นนำ รวมถึงอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กว่า 350 บริษัท มาจัดแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล่าสุดและโซลูชั่นด้านพลังงาน รวมถึงพร้อมให้ความรู้ คำแนะนำ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมพลังงานในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ถือได้ว่าประเทศไทยยืนอยู่แถวหน้าในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาค และมีนโยบายเชิงรุกรวมถึงการกำกับดูแลด้านพลังงานที่ส่งเสริมและก่อให้เกิดแรงดึงดูดการลงทุนมหาศาล นอกจากนั้น ประเทศไทยยังได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2065-70 ซึ่งเป็นคำมั่นที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาดในอนาคต

เกี่ยวกับ Enlit Asia
Enlit Asia เป็นแบรนด์ที่เกิดจากการรวมตัวของงาน POWERGEN Asia และ Asian Utility Week เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ แสดงโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรม และทัศนะเชิงวิเคราะห์และคาดการณ์จากผู้นำในอุตสาหกรรม สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียนที่มีเป้าหมายบรรลุการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ
เกี่ยวกับ SETA
SETA (Sustainable Energy Technology Asia) ได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานในเอเชีย และกระทรวงพลังงานของประเทศไทย ให้เป็นเวทีรับฟังมุมมองและเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนพลังงานในระดับสากุลและภูมิภาค ในประเด็นที่หลากหลาย ตั้งแต่การกำหนดนโยบายพลังงานจนถึงการใช้พลังงาน เพื่อนำมุมมองเชิงลึกในประเด็นเหล่านั้นมานำเสนอและอภิปราย ถือเป็นงานด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนและเป็นจุดเชื่อมต่อผู้คนในอุตสาหกรรมพลังงานที่กำลังบุกเบิกการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานสู่อนาคต
เกี่ยวกับ Storage Asia
Solar+Storage Asia หรือ SSA เป็นแพลตฟอร์มการจัดงานที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงความต้องการด้านพลังงาน โดยจะมีการเปิดแสดงนิทรรศการด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นต่างๆ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหม่และใหญ่ที่สุดในเอเซีย
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
Khrairunnisa Abd-IIah

เกษตรฯ สุดเจ๋ง โชว์นวัตกรรมยางพาราทางการแพทย์ “เฝือกประดิษฐ์ยางพาราชิ้นแรกของโลก”

“อลงกรณ์”ตั้งเป้าสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มมูลค่ายางพารา อัพเกรดภาคเกษตรกรรมของไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีผ่านศูนย์ AIC ทั่วประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางและรักษาเสถียรภาพราคายางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) เปิดเผยถึงความสำเร็จของการส่งเสริมนวัตกรรมยางพาราที่ใช้ในทางการแพทย์ ว่า ในวันนี้มีอีกหนึ่งความสำเร็จของการส่งเสริมนวัตกรรมยางพาราที่ใช้ในทางการแพทย์ คือ เฝือกประดิษฐ์ยางพาราชิ้นแรกของโลก ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ทั้งนี้ ประเทศไทยสามารถครองแชมป์ส่งออกยางพาราเป็นอันดับหนึ่งของโลก นำมาซึ่งรายได้ของเกษตรกรและประเทศชาติมากขึ้น โดยใช้นวัตกรรมพัฒนาสินค้า “ยางพารา” เพื่อยกระดับอัพเกรดภาคเกษตรกรรมของไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง โดยมีการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อพัฒนาการผลิตและการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ยางพาราภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(ศูนย์ AIC)สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงอว.และภาคเอกชนในงานด้านวิจัยและพัฒนาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

ในส่วนของศูนย์ AIC การยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ได้มีการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของยางพาราจำนวน 32 เรื่อง อาทิ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูป, เฝือกเท้าสำหรับลูกช้างจากยางธรรมชาติ NR, การพัฒนาแผ่นรองเท้าสำเร็จรูปจากยางธรรมชาติสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรครองช้ำ และโรคเท้าแบน, เทคโนโลยีการพัฒนาหุ่นจำลองส่วนหัวจากยางพาราเพื่อฝึกหัดทำหัตถการทางจักษุ, อุปกรณ์ถ้วยรองน้ำยางพาราที่สามารถจับตัวน้ำยางได้เองและกรรมวิธีการผลิตอุปกรณ์ถ้วยรองน้ำยางพาราที่สามารถจับตัวน้ำยางได้เอง, ที่ครอบสวิตช์ไฟเรืองแสงจากยางพารา ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้เกิดการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น หมอน ที่นอนยางพารา ทั้งนี้ การผลิตนวัตกรรมยางพาราที่ใช้ในทางการแพทย์ จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาและร่วมสร้างผลงานนวัตกรรมจากยางพาราสู่การแพทย์ โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และที่สำคัญคือเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ซึ่งส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นิยม ละออปักษิณ เลขาธิการมูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี นายกสมาคมพัฒนาแพทย์ทางเลือกไทย-จีน ในฐานะหัวหน้าโครงการ “การนำเฝือกประดิษฐ์ยางพาราไปประยุกต์ใช้รักษาทางการแพทย์” กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยทางออร์โธปิดิกส์ในเรื่องการบาดเจ็บที่เท้า สำหรับกรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะใช้วิธีการใส่เฝือกซึ่งถือเป็นมาตรฐาน แต่ยังพบว่ามีผลแทรกซ้อน เช่น เฝือกรัดแน่นเกินไป เฝือกหัก และการดูแลหลังใส่เฝือก ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีมากขึ้น เฝือกจึงมีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง ดังนั้น การพัฒนาวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศ โดยเฉพาะยางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำหรับประเทศไทย และมีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถนำไปแปรรูปได้ตามความต้องการ จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งสำหรับแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ โดยวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาปรับปรุงเฝือกยางพาราต้นแบบ (prototype) ให้เป็นเฝือกยางพาราเชิงพาณิชย์

สำหรับผลการวิจัยโครงการฯ ดังกล่าว สามารถพัฒนาเฝือกยางพาราในการออกแบบให้มีความสวยงามมีความทันสมัย และดำเนินการจดสิทธิบัตรการออกแบบจนผ่านการอนุมัติ จำนวน 4 ฉบับ และร่วมจัดทำร่างข้อกำหนดจากกรมวิทยาศาสตร์บริการเป็นการกำหนดตัวเลขจากงานวิจัย เพื่อให้เป็นต้นแบบในการอ้างอิงสำหรับประเทศไทยในการประดิษฐ์เฝือกยางพารา และได้ประกาศผ่านการร่างข้อกำหนด นอกจากนี้ ในประเด็นการประยุกต์ใช้ทางคลินิกซึ่งได้ทำการศึกษาทางโรงพยาบาลจำนวน 7 แห่ง รวม 69 ราย หลังจากอธิบายให้แพทย์ผู้ใช้เข้าใจและมีการติดตามผ่านแบบสอบถามความพึงพอใจหลังใส่เฝือกและกิจวัตรหลังใส่เฝือกที่ 1 4 และ 8 สัปดาห์ เมื่อเปรียบเทียบกับเฝือกปูนในงานวิจัยที่มีมาก่อน พบว่ามีค่าที่สูงขึ้นโดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. มีงานวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเหลือทางด้านการแพทย์หลายงานด้วยกัน ซึ่งอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผลิตจากยางพารา สามารถช่วยให้การรักษาดีขึ้น เกิดความสะดวกขึ้น เนื่องจากยางพาราเป็นวัสดุมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก และระบายความร้อนได้ดี นอกจากนี้ การนำยางพารามาผลิตเป็นอุปกรณ์เพื่อช่วยในการรักษาผู้ป่วย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกเหนือจากการนำอุปกรณ์จากต่างประเทศที่ผลิตจากใยสังเคราะห์ พลาสติก และวัสดุอื่น ๆ ที่มีราคาแพง สามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มปริมาณของอุปกรณ์ให้มีเพียงพอในการใช้งาน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่วิกฤตเร่งด่วน เพื่อให้ทางการแพทย์สามารถช่วยเหลือคนได้เพิ่มและทันเวลายิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา กยท.ได้วิจัยและผลิตอุปกรณ์รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยางเพื่อใช้ทางการแพทย์หลายชิ้น อาทิ อุปกรณ์สำหรับฝึกหมอ พยาบาล เช่น แผ่นฝึกเย็บสื่อการสอน หุ่นฝึกช่วยชีวิต (CPR) ตลอดจนแผ่นยางรองรองเท้าสำหรับคนที่มีปัญหาจากอาการรองช้ำ และเท้าเทียมจากยางธรรมชาติ เป็นต้น

ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์ตลาดและการส่งออกยางพาราครึ่งปี 2565 ของการยางแห่งประเทศไทย ไทยยังครองตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกยางอันดับ 1 ของโลกด้วยปริมาณการส่งออกยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ยาง 2,190,065 ตัน โดยเฉพาะจีนนำเข้ายางไทยเป็นอันดับหนึ่งครองมาร์เก็ตแชร์ถึง 49% รองลงมาได้แก่ มาเลเซีย 10% สหรัฐอเมริกา 7% ญี่ปุ่น 6% เกาหลีใต้ 4%

นางสาวขวัญนลิน นพเก้า นักวิเคราะห์อาวุโส 1 สำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) กล่าวว่า สวก. มีภารกิจหลักในการสนับสนุนทุนวิจัย เพื่อส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านเกษตร ตลอดจนสนับสนุนทุนวิจัยแก่ภาคเอกชนของไทย เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาโครงการวิจัยเชิงนวัตกรรมที่สามารถผลักดันสู่การลงทุนทางธุรกิจ และเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน โดยเร่งสนองนโยบายรัฐบาลเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินงานวิจัยกลุ่มเรื่องยางพารา จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ปี 2562 การวิจัย การออกแบบและนวัตกรรม สำหรับวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือทดสอบคุณภาพ และกระบวนการผลิต ยางโฟมขั้นสูง เพื่อควบคุมคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ การยศาสตร์ และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับการผลิตเป็นหมอนหรือที่นอน ยางพาราเกรดพิเศษ 2. ปี 2563 การวิจัยและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องมือทดสอบคุณภาพ และห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อควบคุมคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และมีความเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม สำหรับการผลิตเป็นหมอนหรือที่นอนยางพาราเกรดพิเศษ (ปีที่ 2) และ 3. ปี 2563 การจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมถุงมือยางธรรมชาติของโลก

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าววันนี้ นอกจากจะมีการนำผลงานนวัตกรรมยางพาราทางการแพทย์ อาทิ เฝือกประดิษฐ์ยางพารา แผ่นฝึกเย็บสื่อการสอน หุ่นฝึกช่วยชีวิต (CPR) แผ่นยางรองรองเท้าสำหรับผู้ที่มีอาการรองช้ำ มาจัดแสดงให้กับผู้เข้าร่วมแถลงข่าวได้รับชมแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียมจากยางพารา และถุงมือยางธรรมชาติ/ถุงมือไนไตรเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยง จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรวิทย์ วิณิชย์สุวรรณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะ มาจัดแสดงให้กับผู้เข้าร่วมงาน และสื่อมวลชนได้รับชมอีกด้วย .

ZABB STAR IN CONCERT

นับตั้งแต่ คอนเสิร์ต เวทีไท กลายเป็นอดีตขีดเส้นใต้จบลงอย่างถาวร มาถึงวันนี้ ZABB STAR IN CONCERT คงเป็นฟรีคอนเสิร์ต-คอนเสิร์ตเดียวที่ทำการถ่ายทอดสดทาง ช่อง71,114 และ156 C-BAND PSI จานดำ ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการถ่ายทอดสดแต่ก็ยังได้ “สารปรับปรุงดินอีเน่า”เป็นผู้สนับสนุน เพื่อทำให้ เวที ZABB STAR IN CONCERT เป็นเวทีที่ให้ความสุขความสนุกสนานกับคอลูกทุ่งอย่างแท้จริง

ข่าวดีสำหรับคนไทยหัวใจลูกทุ่งซึ่งอยากก้าวเข้ามาสู้วงการบันเทิงและ คงเป็นโอกาสทองของน้องๆที่ต้องการจะเป็นนักร้องอาชีพ ทาง บอส ชัยนรินท์ ผอ.ZABB CHANNEL ได้กดปุ่มเปิดโครงการประกวดร้องเพลงบนเวที ZABB STAR IN CONCERT โดยเปิดรับตั้งแต่ อายุ 14-35 ปี ร้องได้เสียบวกหรือลบจบหรือไปต่อ ผู้ชนะเลิศได้รับรางวัลเงินสด10,000บาทพร้อมยังผลิตซิงเกิ้ลเพลงใหม่ให้อีกด้วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นสมัครได้แล้ววันนี้ที่ พิธีกรสาวสวย ทอฝัน ดาวพันแสง 061-595-3566 ส่วนเสาร์นี้เสาร์ที่27 สิงหา มาพบกับ ปีเตอร์ โฟดิฟาย – แนนซี่ ท็อปไลน์- มด รังสิมันต์ พร้อมทั้ง แดนซ์เซอร์สาวสวยมากมาย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดทาง ช่อง71,114 และ156 C-BAND PSI จานดำ ตั้งแต่ บ่าย2โมงถึง บ่าย 4โมงตรงเป็นต้นไปสวัสดี

รฟฟท. เผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงครึ่งปีหลัง

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ประจำปี 2565 ครั้งที่ 2

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูล และเข้าถึงความต้องการของผู้โดยสารสำหรับนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงได้ดำเนินการจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานวิจัย เป็นผู้ออกแบบและลงพื้นที่สำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารในครั้งนี้ โดยผลปรากฎว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.45 , ด้านความปลอดภัย 4.46 , ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.31 , ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.36 , ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.44 , ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.24

การที่ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารที่มีต่อรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอยู่ในระดับพึงพอใจมากในด้านต่างๆแสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันยังมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทได้ดำเนินนโยบาย มาตรการต่างๆที่เป็นการยกระดับการให้บริการ รวมถึงการการรักษาความปลอดภัยมาโดยตลอด โดยเฉพาะมาตรฐานการให้บริการที่บริษัทยึดถือปฏิบัติมาตลอด โดยล่าสุดบริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ขอบเขตการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ความปลอดภัย และวิศวกรรมซ่อมบำรุง จากหน่วยรับรอง Bureau Veritas (BV)

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกบัตรโดยสารแบบเติมเงิน ประเภทบุคคลทั่วไป “The Limited Edition RED Line Stored Value Card” บัตรรถไฟฟ้าลายพิเศษโดยจะมีการเปิดจำหน่ายครั้งแรก(Pre-sale) ในวันที่ 1 กันยายน 2565 ที่สถานีตลิ่งชัน ตั้งแต่เวลา 05.30 – 24.00 น. ซึ่งผู้โดยสารที่ซื้อบัตรในวันดังกล่าวสามารถนำบัตรโดยสารมาแลกบัตรของขวัญมูลค่า 100 บาท และซองใส่บัตรโดยสารที่ออกแบบมาเป็นพิเศษฟรี 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์ ต่อของขวัญ 2 ชิ้น ที่บูธกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ สถานีตลิ่งชันเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.00 น. หรือจนกว่าของจะหมด และจะมีการเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารอย่างเป็นทางการพร้อมกันทุกสถานีอีกครั้ง ในวันที่ 9 เดือน 9 (9 กันยายน 2565)

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ประกาศทันที Indo Thai Excellence Awards 2022 มอบแก่ผู้ชนะ 12 ท่าน Kumar Vishwas สร้างความประทับใจให้ผู้ชมที่ Kavya Kumbh 2.0

ประกาศทันที Indo Thai Excellence Awards 2022 มอบแก่ผู้ชนะ 12 ท่าน Kumar Vishwas สร้างความประทับใจให้ผู้ชมที่ Kavya Kumbh 2.0

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2022 ณ กรุงเทพมหานคร : รางวัล Indo Thai Excellence Awards 2022 ครั้งแรก ในด้านสังคม สุขภาพ การศึกษา และธุรกิจ ได้มอบให้กับผู้ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยม 12 ท่านในพิธีอันทรงเกียรติที่จัดโดย Indo Thai News ณ ที่นี้ ผู้ได้รับรางวัลได้รับมอบจาก ประธานแขกผู้มีเกียรติ Dr.Kumar Vishwas กวีชื่อดังจากอินเดีย ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

ต่อมาในช่วงค่ำ Kavya Kumbh 2022 เทศกาลเฉลิมฉลองกวีนิพนธ์ภาษาฮินดีจัดขึ้นในที่ ที่ Dr.Kumar Vishwas พร้อมด้วยกวีชื่อดังคนอื่นๆ ได้สะกดผู้ชมด้วยบทกวีของพวกเขา

Dr.Kumar Vishwas กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีมอบรางวัลว่า “เมื่อใดก็ตามที่เราออกจากอินเดียไปยังประเทศอื่นใด ผมมักพูดเสมอว่า ถึงแม้เราจะมีเอกอัครราชทูตอย่างเป็นทางการ แต่เราทุกคนต่างก็เป็นทูตทางวัฒนธรรมเช่นกัน” Dr.Vishwas ได้แสดงความยินดีกับ Indo Thai News สำหรับการสร้างสะพานวัฒนธรรมระหว่างอินเดียและไทย

Pawan Mishra ผู้บริหารสูงสุดของ Indo Thai News กล่าวต้อนรับว่า “เนื่องในวันแม่ของประเทศไทยอันเป็นมงคลนี้ เราขอยกย่องผู้ที่ทำผลงานอันยอดเยี่ยมในสังคมในสาขาวิชาของตน พิธีมอบรางวัลนี้เป็นวิธีการแสดงความเคารพของเราต่อพวกเขา”

รางวัลดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 สาขา ได้แก่ สังคม,สุขภาพ,การศึกษา และธุรกิจ Mr.Deepak Sajnani,Mrs.Somsong Sachaphimukh และ Mr.Mahesh Singh ได้รับรางวัลจากการทำงานสาขาสังคม Dr.Davin Narula, Dr.Kanwar Singh และ Mr.Saurabh Garg ได้รับรางวัลสำหรับการทำงานในสาขาสุขภาพ ในส่วนของสาขาศึกษานั้น ได้มอบรางวัลให้กับ Dr.Chirapat Prapandvidya,Dr.Nitin Kumar Tripathi และ Mr.Rajesh Singh สำหรับสาขาธุรกิจ ผู้รับมอบรางวัลได้แก่ Mr.Aswin Phlaphongphanich (Dee Money),Mr.Amit Lal Singh (Adi Resourcing) และ Mr.Samir Tripathi

เพื่อนำความรุ่งเรืองของภาษาฮินดีมาสู่คนรุ่นใหม่และช่วยให้ชาวอินเดียในประเทศไทยได้เชื่อมต่อกับรากเหง้าของพวกเขา เทศกาล Kavya Kumbh 2022 ร่วมด้วยกวีทั้งหลาย ได้แก่ Kavita Tiwari,Surendra Yadavendra,Ramesh Muskan,Hemant Pandey และ Swayam Srivastava ให้เพลิดเพลินแก่ผู้ชมจำนวนมากด้วยการบรรยายบทกวีในบรรยากาศวรรณกรรมที่มีชีวิตชีวา งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ตรงกับเทศกาล Rakshabandhan (12 สิงหาคม) ของอินเดีย และวันประกาศอิสรภาพของอินเดีย (15 สิงหาคม)

เกี่ยวกับ Indo Thai News
จัดตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศที่น่าตื่นตาตื่นใจ คือ อินเดีย และประเทศไทย ซึ่ง Indo Thai News เป็นบริษัทข่าวที่เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอัพเดทสถานการณ์ทั่วโลก ครอบคลุมงานกิจกรรมการกุศล และเทศกาลต่างๆ

นอกจากนี้ Indo Thai News ยังได้เปิดตัวนิตยสาร ‘Indo Thai Lifestyle’ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Indo Thai News โทรศัพท์ +66 90-975-2204 อีเมล์ : info@indothainews.com,editor@indothainews.com

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.จุ้ม – ณัฐนนตรา เที่ยงธรรม” เปิดบทเพลง​ “พระอรหันต์ของ​ฉัน​” เทิดทูน​พระคุณ​แม่

เมื่อ​เร็ว​ๆ​ นี้​ ณ​ สถานีโทรทัศน์ BMCTV จรัญ​สนิท​วงศ์​ 22,​ “ดร.จุ้ม- ณัฐนนตรา เที่ยงธรรม” กรรมการผู้บริหาร “Dr. Jum Yellow Star Music Awards” ถือฤกษ์​ดี​วันแม่แห่งชาติ​ จัดงานแถลงข่าว​เปิดตัวเพลง​ “พระอรหันต์ของ​ฉัน​” บทเพลง​เทิดพระคุณ​แม่​  มีบุคคล​ในแวดวงเพลงและแขกผู้มีเกียรติ​ร่วมแสดง​ความยินดี​คับคั่ง​ 

     ดร.จุ้ม- ณัฐนนตรา กล่าวว่า​ ​  บทเพลง​ “พระอรหันต์ของ​ฉัน​” ​ คือบทเพลงเทิดทูน​พระคุณ​ที่ยิ่งใหญ่​ของแม่​ผู้ให้กำเนิด แม่ผู้เลี้ยงดู รวมถึงแม่ของแผ่นดิน  ในโอกาส “วันแม่แห่งชาติ” จึงเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญที่เราจะมีโอกาสแสดงความระลึกถึงพระคุณของ “แม่” พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2565  และยังถือเป็นของขวัญที่ทรงคุณค่าที่สุดของดิฉัน คือ “คุณแม่สุขวรรณ เที่ยงธรรม” มีอายุ​ครบรอบ 90 ปี เช่นกัน

     บทเพลง​ “พระอรหันต์ของ​ฉัน​” เกิดขึ้นด้วยวัตถุ​ประสงค์​หลัก​ คือ เทิดทูน​พระคุณ​ที่ยิ่งใหญ่​ของแม่ ได้รับเกียรติ​ จาก ว่าที่ร้อยตรี เทพวีนัส บุระคำ เป็นผู้ประพันธ์​คำร้อง  โดยมี​ คุณ​บุรฉัตร สวยสมเรียม เรียบเรียงดนตรีและทำนอง 

     บทเพลง​ “พระอรหันต์ของ​ฉัน​” ต้องการสื่อความหมายว่า “แม่”คือทุกอย่างในชีวิต กล่าวคือ  แม่คือชีวิตของลูก เมื่อยามแม่ป่วย ลูกเสาะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่ คิดอย่างเดียวว่าต้องให้แม่หายป่วย เพราะถ้าแม่ป่วยคือตัวเองป่วยไปด้วย   แม่คือครู ชี้แนวทางให้ชีวิต ให้เห็นว่าสิ่งไหนดีและไม่ดี ควรหรือไม่ควรทำ สอนลูกตั้งแต่ยังจำความได้ไม่ลืม  แม่เป็นที่ปรึกษา เป็นกำลังใจ และเป็นที่พึ่งให้ชีวิตในยามที่ทุกข์มีปัญหาในทุกเรื่อง  สุดท้ายแม่คือผู้ให้อภัย ลูกทำผิดอย่างไร แม่ให้อภัยตลอดมาจนถึงวันนี้แม่ก็ยังให้อภัย

     “นอกจากนี้​ต้องการตอบแทนพระคุณ เพราะผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตคือแม่ รองลงมาคือคนรักซึ่งเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ต้องการเป็นลูกกตัญญู บอกกับตัวเองว่าเสมอว่าได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้วให้กับพระอรหันต์. ยอมสละงาน อาชีพ เงินเดือน และความสุขส่วนตัวเพราะสิ่งเหล่านี้ทำเมื่อไหร่ก็ได้ หาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แม่มีเพียงชีวิตเดียว จะพาสิ่งใดมาทดแทนไม่ได้ เมื่อได้ทำอย่างที่คิดและตั้งใจแล้วจะไม่เสียใจในชีวิต” ดร.ณัฐนนตรา กล่าวสรุป

     สามารถ​ติดตา​มรับฟังและชม MV​ บทเพลง​”พระอรหันต์ของ​ฉัน​” ได้​ทาง

Youtube : ดร จุ้มDutiful Daughter Jum  ,  Facebook: DrNuttanontraThiengtham

บทเพลง​ “พระอรหันต์ของ​ฉัน​”

ดร.จุ้ม- ณัฐนนตรา เที่ยงธรรม ผู้​ขับร้อง​

ว่าที่ร้อยตรี เทพวีนัส บุระคำ  ผู้ประพันธ์​คำร้อง

​คุณ​บุรฉัตร สวยสมเรียม เรียบเรียง​ดนตรี​และทำนอง​

เรียงร้อยถ้อยคำวจี  บทเพลงนี้เทิดพระคุณแม่

ผู้ที่มีแต่ความรักแท้  ไม่เปลี่ยนแปรกับการเวลา

อุ้มชูเลี้ยงดูด้วยใจ  อบรมให้การศึกษา

แก้ไขช่วยทุกปัญหา  ปกป้องทุกคราให้ลูกปลอดภัย

เมื่อครั้งลูกไร้เดียงสา  ก่อปัญหาให้แม่ยามใด

น้ำตาของแม่ที่ไหล  รดหัวใจสุดทรมาน

วันนี้ลูกหวนคำนึง  สำนึกความผิดเคยผ่าน

น้อมดวงใจก้มกราบกราน  อธิฐานลูกขอขมา

จากนี้ไปลูกขอทำสิ่งที่ดี  ให้แม่มีความสุขสมดังอุรา

จะอยู่ข้างกายดูแลแม่ทุกเวลา  สุดจะหารักแท้เหมือนแม่ไม่มี

ลูกสุดแสนภูมิใจยังไม่สายเกินไปวันนี้  เก้าสิบปีที่สู้เพื่อลูกมา

แม่เปรียบพระอรหันต์ประทานชีวันปัญญา  เลี้ยงลูกไม่เคยเหนื่อยหล้า

โอ้แม่จ๋ารักไม่เสื่อมคลาย

แผ่นดินฟ้ากว้างไกล  ดั่งดวงใจรักแม่ยิ่งใหญ่

ลูกขอทุ่มเทกายใจ  ตอบแทนพระคุณดั่งหมาย

โลกนี้ไม่มีอีกแล้วดวงแก้วส่องทางมุ่งไป  ไออุ่นผูกพันสายใยแม่ใดวงใจ

แม่สุขวรรณ เที่ยงธรรม

สมาคมนิติศาสตร์ รามคำแหง ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มร.จัดสาธิตแสดงศาลจำลอง

สมาคมนิติศาสตร์ รามคำแหง ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มร.จัดสาธิตแสดงศาลจำลองเรื่อง ฆ่า ข่มขืน อำพรางศพ เนื่องในวันรพี

สมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดสาธิตแสดงศาลจำลองให้นักศึกษาชมและศึกษาเรียนรู้ เนื่องโอกาสวันรพี (7 ส.ค) ณ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันที่ 5 สิงหาคม 2565 สมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยนายคณิต วัลยะเพ็ชร์ นายกสมาคมฯ ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดการแสดงศาลจำลอง เรื่อง ฆ่า ข่มขืน อำพรางศพ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. ฐากูร ศิริยุทธ์วัฒนา คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ภัทรวรรณ ทองใหญ่ รองคณบดีฝ่ายบริหารเข้าร่วมรับชมการแสดงศาลจำลองด้วย

การแสดงประสบความสำเร็จอย่างสูงโดยมีนักศึกษาให้ความสนใจและเข้าร่วมเป็นจำนวนมากจนล้นห้องประชุมชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคาร 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในขณะที่การถ่ายทอดสดทางเพจ เฟซบุค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้รับความสนใจมากเช่นกัน

ทั้งนี้ การแสดงดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสัปดาห์รพี ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 สิงหาคม 2565 เนื่องในการรำลึกถึงกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

ป๋าทิ้ง ไม่ทิ้งทวน!! ชวน ดร.เอนก พันธุรัตน์ จัดงาน 14ปี ยอดรัก สลักใจ

เวียนมาบรรจบครบรอบ14ปี เพื่อเป็นการร่วมรำลึกถึงพระเอกลูกทุ่งตลอดกาล “ยอดรัก สลักใจ” ที่ได้จากแฟนเพลงไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยเฉพาะในปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ภาคเอกชนได้จับมือกับภาครัฐร่วมดำเนินงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการมากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา

นอกจาก ป๋าทิ้ง ยอดนิรันดร์ ต้นหยงทอง ประธานชมรมยอดรัก สลักใจ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานรวมทั้งครอบครัวสลักใจก็ยังมีทีมงานซึ่งนำโดย ปรีชา สลักใจ ผจก.วงยอดรักคอมโบ้,เบิ้ม ละโว้ (เวทีไท) วิลลี่ผีก้าบก้าบ ผมทราบมาว่า ป๋าทิ้งยังชิงดำได้เชิญ ดร. เอนก พันธุรัตน์ ปธ.บริหารค่ายเพลงพันธุรัตน์ เรคคอร์ด และผู้อำนวยการสร้างของค่ายเพชรนาคาภาพยนตร์ มาผนึกกำลังสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับงานนี้อีกด้วย

งาน “ครบรอบ14ปี พระเอกลูกทุ่งตลอดกาลยอดรัก สลักใจ”มีท่าน ภูดิท อินสุวรรณ์ หรือโกทรัพย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.พิจิตร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานส่วน ประธานจัดงานเป็นหน้าที่ของ

คุณ สุรีพร พวงบานชื่น นายกอบต.งิ้วราย

ส่วนงานในปีนี้จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2565 ณวัดหาดแตงโม ต.งิ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เริ่มกันตั้งแต่ 6โมงเช้าเป็นต้นไปด้วยพิธีจัดให้มีการบวงสรวงหุ่นรูปปั้น”ยอดรัก สลักใจ” พร้อมทั้งเปิดให้ลูกศิษย์ลูกหามาเก็บภาพบรรยากาศ หลังจากนั้นพบกับความยิ่งใหญ่อลังการของกายกรรมการแสดงสิงห์โตทองจากนครสวรรค์ ศิษย์ท้าวเวชสุวัณโณ พระอาจารย์วรเชษฐ์ ปัญญาวธโร

เรื่องการแสดงบนเวทีไม่มีพลาดชมฟรีคอนเสิร์ตระเบิดความมันส์กันตั้งแต่เช้าพบกับศิลปินนักร้องลูกทุ่งนับร้อยทยอยขึ้นเวทียันตี5 ไม่ว่าจะเป็น นักร้องรุ่นใหญ่ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง กับเพลงรักน้องพร และ รักจางที่บางปะกง ปะทะกับ วงยอดรักคอมโบ้, ชมโชว์พิเศษจาก ดวงจันท์-สัญญา พรนารายณ์ เจ้าของเพลงดัง สัญญาเมื่อสายัณห์ กับวงดนตรีลูกทุ่งภูธรพรนารายณ์

ก่อนบ่ายมาระบายคลายเครียดกับเพลงหวานๆ “รอสัญญาใจ” จาก มด รังสิมันต์ ห้ามพลาด !! มาร่วมรำลึกนึกถึงการจากไปของพระเอกลูกทุ่งตลอดกาล

"ยอดรัก สลักใจ"ครบรอบ14ปีในวันอังคารที่9 สิงหาคมนี้ ณวัดหาดแตงโม ต.งิ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร

RUN พร้อมโชว์ผลงานวิจัยเด่น 30 ผลงาน และผลงานวิจัยร่วมใน 10 คลัสเตอร์วิจัยจาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ ในงาน”มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565″

กรุงเทพฯ – 1 สิงหาคม 2565 เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย(RUN) เชิญชวนอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมขับเคลื่อนประเทศชาติด้วยงานวิจัย ผ่านการแสดงนิทรรศการ จาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ และผลงานวิจัยร่วมใน 10 คลัสเตอร์วิจัย พร้อมรับฟังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “มองภาพงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน” โดย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วุฒิสภา รวมทั้งฟังการบรรยายพิเศษและการเสวนา จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565”

ศ.นพ.วชิร คชการ ประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) เปิดเผยว่า การพัฒนางานวิจัยถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งสามารถนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะทางด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด้านนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นงานวิจัยจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกในการพัฒนาและช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของมหาวิทยาลัย 8 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อการดำเนินการวิจัยที่มุ่งตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้แนวคิด ด้วยความจริงใจ ความเท่าเทียม และมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Sincerely, Equally, Excellently) สร้างงานวิจัยที่มีความสำคัญต่อประเทศ ภูมิภาคและของโลก ด้วยความมุ่งหวังว่างานวิจัยจะตอบสนองและเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต อีกทั้ง เป็นศูนย์กลางการสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศและภูมิภาคอาเซียน ภายใต้กรอบแนวความคิดการร่วมมือกัน คือ การแบ่งปันทรัพยากรในการวิจัย (resource sharing) อาจารย์และนักวิจัย นิสิตนักศึกษาทุกระดับจนถึงหลังปริญญาเอก (Postdoc) เครื่องมือวิจัย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิธีการบริหารงานวิจัย และร่วมกันสร้างโครงการวิจัยและวิเคราะห์ปัญหางานวิจัยร่วมกัน

สำหรับงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติประจำปี 2565 นี้ ทางเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ได้นำผลงานผลงานวิจัยเด่น 30 ผลงาน และผลงานวิจัยร่วมใน 10 คลัสเตอร์วิจัย ได้แก่ คลัสเตอร์อาเซียน (ASEAN) คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร (กลุ่ม Agriculture) คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร (กลุ่ม Functional Food) คลัสเตอร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัติ (Climate change and Disaster Management) คลัสเตอร์พลังงาน (Energy) คลัสเตอร์สุขภาพ (Health) คลัสเตอร์วัสดุ (Material Science)   คลัสเตอร์หุ่นยนต์ (Robotics)   คลัสเตอร์ดิจิทัล (Digital) และคลัสเตอร์โลจิสติกส์ (logistics) ภายใต้แนวคิด “Driving BCG Economy Through R&I” มาจัดแสดงภายในงาน จึงอยากเชิญชวนอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมชมการแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยเด่น ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN) ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2565 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

พิเศษ!! ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.30 น. ณ ห้องประชุมเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 ขอเชิญร่วมกิจกรรมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มองภาพงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน” โดย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วุฒิสภา พร้อมฟังการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Soft Power ไทย…อย่างไรถึงจะปัง!” และการเสวนาเรื่อง “การสนับสนุนงานวิจัยด้าน Creative Economy” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมกันพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือทางด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ จนเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่สังคม เพื่อเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติด้วยงานวิจัยอย่างยั่งยืน

คุณแม่ทานบุฟเฟต์ฟรี ในวันแม่แห่งชาติ

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนทุกครอบครัวมาร่วมฉลอง “วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2565” นี้ คุณแม่จะได้รับช่อดอกมะลิและทานบุฟเฟต์ฟรี ไม่ว่าจะมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป (รวมคุณแม่)
ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ จัดเต็มกับเมนูขึ้นชื่อมากมาย นำขบวนด้วยซีฟู้ด อาทิ หอยนางรม กั้งกระดาน หอยหวาน กุ้งแม่น้ำ ฯลฯ ขาหมูในตำนาน ซูชิพรีเมียม ซาชิมิฮามาจิ ปลาไหลญี่ปุ่น แซลมอน อร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุด ซุปเห็ดทรัฟเฟิล และ Wheel Cheese Premium Pasta สุดคุ้มค่ากับ กุ้งล็อบสเตอร์ย่างซอสคาเฟ เดอ ปารีส ท่านละ 1 ตัว บริการทั้งมื้อกลางวันและเย็น บุฟเฟต์ท่านละ 1,299 บาทถ้วน

ห้องอาหารจีนหยก จัดเซทครอบครัวด้วยเมนูอาหารจีนชุดวันแม่ สูตรต้นตำรับกวางตุ้ง เพียง 9,500 บาท++ สำหรับ 6 ท่าน และ 16,500 บาท++ สำหรับ 10 ท่าน สั่งเป็ดปักกิ่งได้ในราคาพิเศษเพียงตัวละ 999 บาทถ้วน (จากปกติ 1,742 บาท) คุณแม่รับฟรี “ติ่มซำพรีเมียม 1 เข่ง”

เค้กช็อพ รับฟรี!! แดนิชบลูเบอร์รี่ 1 ชิ้น เมื่อซื้อเค้ก 2 ชิ้นขึ้นไป

แล้วร่วมถ่ายภาพครอบครัวเป็นที่ระลึก ณ ซุ้มวันแม่ที่จัดบริการไว้ที่ชั้นล็อบบี้ สำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร. 0-2276-4567 และ Line : @theemeraldhotel หรือ www.facebook.com/theemeraldhotel