ไทยสร้างชื่อกระหึ่มยุโรป ‘เฉลิมชัย’ นำทีมกระทรวงเกษตรฯ.เปิดงานสัปดาห์ไทย

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พร้อมโชว์ศักยภาพเกษตรไทยสู่สายตาชาวโลกในงานพืชสวนโลก เนเธอร์แลนด์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม”วันประเทศไทย” (Thailand National Day)และงานสัปดาห์ประเทศไทย ในงานพืชสวนโลก( The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) ณ เมืองอัลเมียร์ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 28 ก.ค. - 3 ส.ค. 65 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเป็นการโชว์ศักยภาพเกษตรไทยสู่สายตาชาวโลก โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ. นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีนายชาตรี อรรจนานันท์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการเกษตร ณ กรุงบรัสเซลส์ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการจัดงาน ได้แก่ ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมงาน

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า งาน Thailand National Day หรืองานเสมือนวันชาติไทย จัดขึ้นในวันที่ 28 ก.ค. 65 ช่วงเช้า ณ บริเวณ Main Stage ภายในงาน The Expo 2022 Floriade Almere โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และได้รับเกียรติจากนายกเทศมนตรีเมือง Almere และ Commissioner General กล่าวต้อนรับ พร้อมมีพิธีเชิญธงชาติไทย พร้อมทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมไทย และการนำคณะผู้บริหารเยี่ยมชม Pavilion ของประเทศ และองค์กรต่างๆ ทั้งนี้รมว.เกษตรฯ ยังได้เชิญชวนผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก 2569 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างเดือน พ.ย. 69 – มี.ค. 70 ณ จ.อุดรธานี อย่างเป็นทางการ

ส่วนช่วงบ่าย รมว.เกษตรฯ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 65 ณ บริเวณอาคาร Thailand Pavilion และมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ แขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนจากประเทศและองค์กรที่เข้าร่วมจัดงาน และชุมชนชาวไทยในเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมพิธีในช่วงค่ำ โดยตลอดทั้งวันมีกิจกรรมการสาธิตนวดแผนไทย การแกะสลักผัก-ผลไม้ สาธิตประกอบอาหารไทย การแสดงถนนสายอาหาร การแสดงนาฏศิลป์ไทย ดนตรีสากล และเพลงพระราชนิพนธ์
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 28 ก.ค. – 3 ส.ค. 65 ยังได้จัดกิจกรรมนิทรรศการหมุนเวียน เรื่อง “New selection for good health” เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับผัก นำเสนออาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย คือ ต้มยำกุ้ง ซึ่งมีพืชผักไทยเป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก หอมแดง มะนาว ผักซีฝรั่ง ต้นผักชี และเห็ดฟางและอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของชาวยุโรปที่รักสุขภาพ ได้แก่ Plant based meat โดยใช้เห็ดแครงเป็นพืชทดแทนเนื้อสัตว์ ซึ่งเห็ดแครงเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ณ อาคาร Thailand Pavilion อีกด้วย

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมจัดงาน Floriade เป็นครั้งที่ 4 แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ ที่มีมาตลอด 418 ปี และเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้นำเสนอนวัตกรรม ด้านการเกษตร อาหาร ตลอดจนการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และประเพณีไทยมาเผยแพร่สู่สายตาประชาคมโลก ผ่านแนวคิด TRUST Thailand และแนวคิดย่อย 3S คือ Safety Security และ Sustainability พร้อมทั้งนำเสนอการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG model และ Smart city ผ่านโครงการ Bangkok Green Project ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยได้ที่อาคาร Thailand Pavilion ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้เข้าชมแล้ว 166,395 คน (ข้อมูล ณ 22 ก.ค. 65) หรือชมนิทรรศการแบบเสมือนจริงได้ทาง www.thailandfloriade2022.com

ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.ชี้แจงกรณีบริษัทTurtle Farm ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเคยแวะชมกิจการเพียงครั้งเดียว

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติราชการที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ชี้แจงวันนี้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์ใดๆกับบริษัทนี้ นอกจากเคยแวะไปชมกิจการของบริษัทดังกล่าวเพียงครั้งเดียวระหว่างเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพหลังจากเสร็จภารกิจที่จังหวัดสกลนครเมื่อเดือนมิถุนายนเนื่องจากมีผู้แนะนำว่าเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านเห็ดแบบครบวงจร.

รฟฟท. จับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟและสายส่งสัญญาณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

ได้พร้อมของกลางระหว่างเส้นทางสถานีหลักหก กับสถานีรังสิต

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟและสายส่งสัญญาณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้พร้อมของกลางระหว่างเส้นทางสถานีหลักหก กับสถานีรังสิต พร้อมประสานนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ได้ออกตรวจพื้นที่ตามแนวเส้นทางเดินรถไฟฟ้าสายบางซื่อ – รังสิต ได้พบถุงกระสอบสีขาวอยู่บริเวณท่อสายส่งสัญญาณรถไฟฟ้า ช่วงระหว่างสถานีหลักหก กับสถานีรังสิต จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบผู้ต้องสงสัย 1 คน ซ่อนตัวอยู่ภายในท่อสายสัญญาณ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแสดงตัว เพื่อขอตรวจสอบ โดยหลังจากการตรวจสอบผู้ต้องสงสัย พบอุปกรณ์ที่คาดว่าใช้สำหรับตัดสายไฟ จึงติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อนำตัวไปสอบสวน และประสานงานการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้บริษัทคำนึงถึงความปลอดภัยในการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นสำคัญ โดยยังคงเข้มงวดในการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราตามเส้นทางการให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบตัดสายไฟและสายส่งสัญญาณของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงต่อไป

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

จังหวัดปทุมธานี เตรียมจัดงานใหญ่ เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)

รวมอาหารขึ้นชื่อ แหล่งท่องเที่ยว และวัฒนธรรมประเพณีของปทุมธานี ภายในงานเดียว

เตรียมจัดงานใหญ่ เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) จังหวัดปทุมธานี รวบรวมไว้ทั้งอาหารนานาชนิดที่ขึ้นชื่อ แหล่งท่องเที่ยว และวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดปทุมธานี ภายในงานเดียว ทั้งอาหารดั้งเดิมของชนชาติไทย มอญ อิสลาม จีน อาหารพื้นบ้าน อาหาร Street Food ฯลฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภายในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 ระบาดผ่อนคลายลง และเตรียมพร้อมเปิดเมืองให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๑ กรกฎาคม 2565 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังเดิม)

          นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า “นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประสบการณ์ทางการท่องเที่ยว และ
มีความสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยเป็นสินค้าและบริการที่มีโอกาสและศักยภาพสูง อันนำมาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศผ่านการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารร่วมกับการพัฒนากรรมวิธีการผลิตของภาคเกษตร โดยมุ่งเน้นประสบการณ์สัมผัสบรรยากาศและวัฒนธรรมท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอาหารเพื่อสุขภาพ”

          จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลติดกับกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีศักยภาพความหลากหลายของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ มีการผสมผสานกันทั้งการท่องเที่ยว
เชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม เชิงเกษตรและวิถีชีวิตพื้นถิ่นที่เรียบง่าย ตลอดจนมีประเพณี วัฒนธรรม และอาหารการกินที่ผสมผสานเป็นเอกลักษณ์ของหลากหลายชาติพันธุ์และจากคำขวัญของจังหวัดปทุมธานีที่กล่าวว่า “ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวมอญ นครธรรมะ พระตำหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้าอุตสาหกรรม” ซึ่งข้าวและบัว ยังมีความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดและมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบสานต่อคนรุ่นหลัง

          “จังหวัดปทุมธานี โดย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี กำหนดจัดงานเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) จังหวัดปทุมธานี ในระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๑ กรกฎาคม 2565 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังเดิม) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภายในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 ระบาดผ่อนคลายลง และเตรียมพร้อมเปิดเมืองให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น และสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) การสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจรายสาขารายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งการจัดงานครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ. 2563 ผู้ประกอบการร้านอาหาร/ชุมชน มีรายได้หมุนเวียนจากการจัดงาน มูลค่า 4,525,925  บาท และมียอดผู้เข้าชมงานและจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาการจัดงาน จำนวน 42,755 คน

          “ภายในงานเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) จังหวัดปทุมธานี จะรวบรวมไว้ทั้งอาหารนานาชนิดที่ขึ้นชื่อ แหล่งท่องเที่ยว และวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดปทุมธานี ภายในงานเดียว ทั้งอาหารดั้งเดิมของชนชาติไทย มอญ อิสลาม จีน อาหารพื้นบ้าน อาหาร Street Food อาทิ ข้าวแช่มอญเมืองปทุมธานี กุ้งแม่น้ำ ก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ด ข้าวเกรียบมอญโบราณ หมูทุบเมืองปทุม ปลาดุกแดดเดียว ขนมเบื้องมอญโบราณ เป็นต้น” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

          ทั้งนี้จากข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี ปี พ.ศ. 2564 (เดือน มกราคม – ธันวาคม 2564) มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี จำนวน 426,693 คน และมีรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นเงิน 504 ล้านบาท สำหรับปี พ.ศ. 2565 (เดือน มกราคม – เมษายน 2565)  มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี จำนวน 483,759 คน และมีรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นเงิน 629 ล้านบาท ซึ่งพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้นจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาทั้งปี คาดการณ์ว่าจังหวัดปทุมธานีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคนได้ภายใน
สิ้นปี 2565 นี้ เทียบเท่า ปี พ.ศ.2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และจะสามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดปทุมธานีอย่างมาก

* * * * * * * * * *

หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อกลับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ชัยพีอาร์ จำกัด :

นายครรชิต ผินนารี (๐๘๙-๑๓๒-๓๕๗๐)
นางสาวกสุมา เพ็งสาย (๐๘๙ – ๗๗๕ – ๓๖๐๓)

ปล่อยขบวนรถเทียนพรรษา

คุณอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพุทธมนต์ ตักบาตร และพิธีปล่อยขบวนรถเทียนพรรษา ณ กระทรวงวัฒนธรรม
ผู้เข้าร่วมในพิธี กลุ่มศิลปินดาราส่งเสริมพระพุทธศาสนา ดร.ศุภชัย ผ่องสวัสดิ์ และท่าน อ.มังกรพันเศียร อ.ปริญโหรดวงดาว ไชยามิตรชัย คุณบัว คุณเบน ….cr.พี่ปอลโฆษกเทวดา เมื่อวันก่อน

กมธ.พลังงาน ชู! นวัตกรรมหม้อแปลงไฟฟ้า Low Carbon ช่วยผู้ประกอบการ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ รองประธานกรรมาธิการพลังงาน

อุตฯ/SME ไทย หลัง ม.บางมด/เจริญชัยฯ วิจัยประหยัดพลังงานจริง! 11.5%

กรรมาธิการการพลังงาน สภาฯ หนุนหม้อแปลงไฟฟ้าประหยัดพลังงาน/ลดคาร์บอน รับเรื่อง ชงให้รัฐบาล นำเงินกองทุนพลังงานทดแทนช่วยเหลือผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม และ SME ไทย ปรับเปลี่ยนหม้อแปลง หลังมหาวิทยาลัยบางมด/บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า ชี้แจงรายละเอียดการวิจัย หม้อแปลงไฟฟ้า Low Carbon ลดพลังงาน/ลดคาร์บอน ได้ 11.5% พร้อมแจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เห็นถึงนวัตกรรม ระบบบริหารจัดการพลังงานสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์ ที่สามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานและลดคาร์บอนได้จริง”

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ รองประธานกรรมาธิการพลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการพลังงานสภาผู้แทนราษฎร  เมื่อวันที่  7 กรกฎาคม 2565 ผ่านมา ได้มีการพิจารณาระบบบริหารจัดการพลังงานสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์ (Real time)  ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงาน และลดคาร์บอน (Carbon) เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นภาระหลักต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีผลต่อกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการนำหม้อแปลงไฟฟ้าที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เป็นนวัตกรรมใหม่ให้คณะกรรมาธิการฯได้รับทราบ จึงเรียนเชิญ ผศ.ดร.ศุภกิตต์ โชติโก หัวหน้าประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยบางมด มาชี้แจ้งในรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องใหม่ ที่คณะกรรมาธิการฯและประชาชน ตลอดทั้งผู้ประกอบการเพื่อหาทางออกร่วมกัน

“จากข้อมูลการชี้แจงในเบื้องต้นพบว่า นวัตกรรมที่ ม.บางมด ร่วมกับ บจก.เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้าทำการศึกษาวิจัย หม้อแปลงไฟฟ้า Low Carbon นั้น สามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดคาร์บอน ได้ถึง 11.5% หากใช้ในระยะยาวตลอดอายุการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้นวัตกรรมใหม่นี้ นับว่าคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯเองกำลังพิจารณาเพื่อเป็นอีกทางเลือกช่วยประหยัดพลังงานให้สอดรับยุคพลังงานแพงที่มีแนวโน้มขยับราคาขึ้นไม่หยุด”

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการฯ จะเสนอรัฐบาลพิจารณา  โดยจะเชิญการไฟฟ้า และกองทุนพลังงานทดแทน มาปรึกษามาร่วมประชุมหารือกันอีกครั้ง ตลอดทั้งจะนำเสนอให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชั้นนำของเมืองไทย และ SME ทั่วประเทศ ดำเนินการของบสนับสนุนจากกองทุนพลังงานทดแทนเพื่อกู้เงินใช้เป็นทุนปรับเปลี่ยนหม้อแปลง  เพื่อหันมาใช้หม้อแปลงประหยัดพลังงานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปในอนาคต

ด้าน ผศ.ดร.ศุภกิตต์ โชติโก หัวหน้าประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยบางมด กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า ศึกษาวิจัยการจัดการพลังงานสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์ (Real time) เพื่อให้ประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน (Carbon) ก็พบว่าสามารถประหยัดพลังงานได้จริง โดยนวัตกรรมดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงจำนวนรอบขดลวดหม้อแปลงเพื่อให้จ่ายระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่หรือให้อยู่ในระดับมาตรฐาน (On Load Tap Changer: OLTC) ควบคู่กับระบบสั่งการ หรือ ระบบมอเตอร์        (Motoring System) วัดแรงดันปกติโดยอัตโนมัติ หากแรงดันเกินไประบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงข้อมูล (Internet of Things for Distribution Transformers:IDT Monitoring) เพื่อวิเคราะห์สถานะของหม้อแปลง ไฟฟ้าแบบวินาทีต่อวินาที (Real-time) จะแจ้งความผิดปกติให้รู้ทันที ทำให้ช่างไฟฟ้าสามารถมองเห็นความผิดปกติเข้าไปแก้ไขได้ทันที  

ขณะที่ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ  กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการพลังงานฯ ได้ศึกษานวัตกรรมใหม่แล้วน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และจากการชี้แจงของ  ผศ.ดร.ศุภกิตต์ โชติโก หัวหน้าประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยบางมด ก็ทำให้เชื่อมั่นว่าสามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานและลดคาร์บอนได้จริง อยากให้ฝ่ายรัฐบาล ตลอดทั้งในส่วนการไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้านครหลวง ช่วยนำนวัตกรรมใหม่นี้ไปนำเสนอรัฐบาลเห็นชอบในการสนับสนุนประชาชนติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันพลังงานของประเทศไทยราคาพุ่งสูงไม่หยุด

ด้าน นายพีรพันธ์ วงศ์กมลพร ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการพลังงาน กล่าวว่า ประเทศไทยทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าภายในสิ้นปีนี้ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เจ้าของอาคาร หมู่บ้านจัดสรร และ SME ควรหันมาพิจารณานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลดการใช้พลังงาน ลดคาร์บอน อย่างหม้อแปลง Low Carbon ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายลงถึง 11.5% ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลควรให้การสนับสนุนสินค้าของไทย นวัตกรรมไทย ให้ผู้ประกอบการหันมาใช้หม้อแปลงประหยัดพลังงานเป็นทางเลือกช่วยประหยัดต้นทุน โดยผู้ประกอบการรายไหนไม่มีงบประมาณไม่เพียงพอก็สามารถกู้เงินผ่านกองทุนอนุรักษ์พลังงานทดแทนที่พร้อมให้งบประมาณสนับสนุน 30% ของการลงทุน คิดอัตราดอกเบี้ยแค่ 2-3%  นับเป็นออกที่ดีที่สุดในยุคพลังงานแพงที่คณะกรรมาธิการฯให้การสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเต็มที่

“หวานหวาน อรุณณภา” ท้าแดดทะลุ 50 องศา ตะลุยทะเลทรายซาฮาร่า

“หวานหวาน อรุณณภา” ท้าแดดทะลุ 50 องศา ตะลุยทะเลทรายซาฮาร่า ปฏิบัติภารกิจสุดโหด สร้าง “Content Creator”
มั่นใจ ผลออกมาดี ! สมกับถูกเลือกเป็นตัวแทน 1 เดียวของไทย ประชันอีก 5 ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก

หวานหวาน อรุณณภา” ส่งข่าวอัปเดตข้ามทวีป เผย ขณะนี้ตนได้เริ่มภาระกิจในฐานะตัวแทนชาติไทย (จากการที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน 1 เดียว) แล้ว กับภารกิจสุดหินภารกิจแรก “ตะลุยทะเลทรายซาฮาร่า” ในประเทศโมร็อกโก กับโครงการ “Jack Wolfskin #Gobackpack 2022” ของแบรนด์ใหญ่ระดับโลก ที่จัดขึ้น ณ ประเทศโมร็อกโก พร้อมด้วยตัวแทนอีก 5 ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน ฝรั่งเศส แคนาดา รัสเซีย และญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำ Content Creator เรื่องสิ่งแวดล้อม และกีฬา ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้

ซึ่งในที่สุด ภารกิจแรก สาวไทยสายหวาน รูปร่างอ้อนแอ้นแบบฉบับสาวไทยแท้อย่าง หวานหวาน อรุณณภา ก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้ชาติใดในโลก แม้จะต้อง “ตะลุยทะเลทรายซาฮาร่า” ในประเทศโมร็อกโก ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียสท่ามกลางทะเลทรายสุดลูกหูลูกตาหลายพันหลายหมื่นไร่ ก็ยังสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างสนุกสนาน เต็มไปด้วยรอยยิ้มแสนหวานเหมือนชื่อของเธอเอง จนเพื่อนต่างชาติที่มาร่วมภารกิจหลงรักสาวสวยคนนี้กันแทบทุกคน งานนี้ หวานหวาน ได้เริ่มต้นเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมไปถึงการแต่งกายให้เหมาะสมกับท้องถิ่น และอุณหภูมิที่สูงลิบเพราะแสงแดด โดยไกด์ท้องถิ่นได้พาไปท่องตลาดเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม และการแต่งกาย พร้อมสอนการคลุมผ้าคลุมหัวแบบชาวพื้นเมืองให้กับเธอ เพื่อเป็นด่านแรกในการปิดกั้นความร้อนของแสงแดด และลมพายุฝุ่นทรายในทะเลทรายดังกล่าว
“อันดับแรก ก็ต้องไปปรับลุคสายหวานให้เป็นสายลุย เพื่อไปท่องทะเลทรายสุดโหดนี้ ก่อนเดินทางมา หวานก็เตรียมพร้อมร่างกายแบบขีดสุด เพราะเรารู้ว่าเราต้องทำภารกิจโหด ๆ ร่วมกับเพื่อนต่างชาติ ที่ขอบอกว่าแต่ละคนคือสุดยอดของแต่ละประเทศมาแล้ว เราจะมาอ่อนแอ ด้อยและถ่วงเพื่อน ๆ ไม่ได้ เพราะเราต้องทำภารกิจ Content Creator เรื่องสิ่งแวดล้อมและ กีฬาร่วมกัน ภารกิจนี้เราถูกเลือกมาเพราะเขาเห็นว่าเราเหมาะสม เราทำได้เขาถึงเลือก เราก็จะต้องทำให้เต็มที่ ทำให้คนไทยภูมิใจในตัวเรา หวานเลยลุยแบบเต็มที่ ท่ามกลางอากาศในทะเลทรายซาฮาร่าที่ร้อนมาก ๆ ทะลุ 50 องศา แต่ในขณะเดียวกัน เวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น กลับสวยงามสุดมหัศจรรย์มาก หวานดีใจที่ได้มาร่วมทำภารกิจนี้ และจะทำให้ดีที่สุดในกิจกรรมอื่น ๆ หลังจากนี้ ช่วยเป็นกำลังใจให้หวานด้วยนะคะ หวานจะส่งข่าวอัปเดต และรูปมาให้ได้ชมกันเรื่อย ๆ ค่ะ” หวานหวาน อรุณณภา กล่าวอ้อนขอกำลังใจจากคนไทยทั่วประเทศ

เอ้า !!! มาร่วมให้กำลังใจสาวหวานหวานพิชิตภารกิจนี้ให้สำเร็จกัน…  

Humz Canal Stay ที่ซ่อนอยู่ริมคลองอ้อมนนท์

Humz Canal Stay
หนึ่งใน Hidden Gems ที่ซ่อนอยู่ริมคลองอ้อมนนท์
หนึ่งใน โรงแรม ที่จะให้ “ประสบการณ์” ที่คุณจะหาจากที่ไหนไม่ได้
หนึ่งใน โรงแรม ที่จะทำให้คุณได้รำลึกถึง “วิถีชาวคลอง” ที่หาไม่ได้แล้วในวันนี้

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่เคยอยู่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ หรือ มีความผูกพันธ์กับแม่น้ำ
ในวันนี้สิ่งเหล่านี้แทบจะหาไม่ได้แล้วใน กรุงเทพมหานคร
หลายๆท่านยังคง “คิดถึง” บรรยากาศเหล่านี้

บรรยากาศที่มี เสียงเรือหางยาว วิ่งผ่าน จนทำให้เราต้องหยุดคุยกัน
บรรยากาศที่มี เสียงเรือขาย “ไอติม” วิ่งผ่าน จนเราต้องรีบวิ่งออกมาท่าน้ำเพื่อโบกมือเรียก
บรรยากาศที่มี เสียงเรือ นักท่องเที่ยว ขับผ่าน และ เราก็อดที่จะ “โบกมือ” ให้นักท่องเที่ยวในเรือ

จะดีแค่ไหนที่ คุณเปิดประตูห้องนอนออกมานั่งหน้าระเบียงและเจอ ทุกๆสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น
นั่งจิบกาแฟ ริมคลอง พร้อมกับเห็น “วิถีชาวคลอง” ที่ยังคงเป็น วิถีชีวิตจริงๆ ที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่ง
สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับกาแฟของคุณแบบมิรู้ลืม

ห้องพัก
มีห้องพัก 5 ห้อง ประกอบด้วยห้อง
  • Deluxe Room
  • Suite Room
    ทุกๆห้องจะมีระเบียงริมน้ำหน้าห้องเป็นของตัวเอง ที่จะทำให้คุณสามารถ “ดื่มด่ำ” กับบรรยากาศคลองได้อย่างมีความสุขที่สุด
    สิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน ภายในให้ความรู้สึก Homie เหมือนกับคุณ “อยู่บ้าน” จริงๆ ภายในห้องแบ่งส่วนได้อย่างดี ทั้งในส่วนของ “ห้องนอน” ที่ปลายเท้าหันออกไปทางคลอง ทำให้คุณนอนมองดูเรือผ่านไปผ่านมาได้อย่างมีความสุข ส่วนของห้องรับแขก หรือ ห้องนั่งเล่น พร้อมโซฟานั่งดูโทรทัศน์ได้อย่างชิลๆ
    อาหาร
    อาหารธรรมดา อาหารพื้นๆ ที่จะทำให้คุณประหลาดใจกับ “รสชาติ” ที่แสนอร่อย จาก “รสมือ” ของแม่ครัวของเรา ที่จะทำให้คุณได้เห็น อาหารธรรมดา ที่ ไม่ธรรมดา
    นั่งทานอาหารธรรมดา กับ วิวไม่ธรรมดา จะเพิ่มความสุขในการรับประทานอาหารของคุณได้อีกมากมาย

การบริการ
ไม่มีคำจำกัดความใดๆ สำหรับ “การบริการ” ของที่นี่ การบริการแบบเรียบๆ ง่ายๆ แต่ออกมาจากใจของพนักงานทุกคน คุณจะลืมไปเลยว่า พวกเขากำลังบริการคุณอยู่ แต่คุณจะรู้สึกว่า พวกเขากำลัง “ดูแล” คุณอยู่

Humz Canal Stay
อีกหนึ่งโรงแรมที่ “ต้องมา” ให้ได้สักครั้ง ใกล้ๆแค่ บางกร่าง นนทบุรี แค่นี้เอง
ใครอยากรำลึกความหลัง “วิถีชาวคลอง”
ใครอยากได้ประสบการณ์ “วิถีชาวคลอง”
Humz Canal Stay เป็นคำตอบที่คุณต้องเลือก

สนใจจองห้องพัก
Tel : 084 456 4444
Facebook : humzcanalstayy
Instagram : humzcanalstay
Email : humzcanalstay@gmail.com

fertilizer

ปุ๋ยเรือใบแดงแผลงฤทธิ์เปิดเกมรุก ออกบูธโชว์‘งานเพชรบูรณ์เกษตรแฟร์’

“ปุ๋ยเรือใบแดง”ขยับตัว หลังผลิตภัณฑ์แผลงฤทธิ์ เกษตรกรตื่นกระแสผลลัพธ์สุดน่าทึ่ง เปิดตลาดมาเพียงปีกว่า มีผู้สนใจเริ่มหลั่งไหลขอเป็นตัวแทนจำหน่าย บิ๊กบอสสั่งเดินหน้า โชว์ประสิทธิภาพ “ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต” สร้างมนต์ขลัง ประเดิมออกบูธ“เพชรบูรณ์เกษตรแฟร์ ปี 2565 เพชรบูรณ์เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร”

นายอิศม์เดช ธำรงวัฒน์วงศา ประธานบริษัทเก้าเกษตร เออีซี จำกัด ผู้จัดจำหน่าย ปุ๋ยตราเรือใบแดง เปิดเผยว่า บริษัทได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัท คือ ปุ๋ยตราเรือใบแดง ร่วมออกบูธแสดงสินค้า ในงาน “เพชรบูรณ์เกษตรแฟร์ ปี 2565 เพชรบูรณ์เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร” จัดโดยหอการค้าจังหวัดเพรชบูรณ์ ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2565 รวมระยะเวลา 10 วัน ณ สนามหญ้าหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และที่ว่าการอำเภอเมืองเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมภายในบูธ โดยให้เจ้าหน้าที่แสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์และผลลัพธ์จากการนำปุ๋ยเรือใบแดงไปใช้กับพืชในแต่ละชนิด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ได้ทดลองใช้เป็นเวลานาน และเริ่มทำการตลาดในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และในบางพื้นที่ทั่วประเทศ ระยะเวลากว่า 1 ปี หรือ 1 ฤดูกาลเข้าสู่ฤดูกาลที่ 2 ผลปรากฏว่าเกษตรประทับใจ เพราะสามารถช่วยให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตได้จริง ที่สำคัญผลผลิตมีคุณภาพสูง พืชผลอุดมสมบูรณ์

“เจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่เมืองจันทบุรีที่นำปุ๋ยตราเรือใบแดงไปใช้ได้ผลดีมาก ถึงขนาดพ่อค้าชาวจีนต้องสั่งจองเหมาส่งออกทั้งสวนเลยทีเดียว ส่งผลให้มีผู้สนใจเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น สำหรับการออกบูธในงานเพชรบูรณ์เกษตรแฟร์ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมภายในบูธจะได้รับแจกปุ๋ยตราเรือใบแดงขนาดทดลอง จึงของเชิญไปร่วมชมร่วมกิจกรรมภายใน ที่บูธเก้าเกษตรเออีซี ปุ๋ยตราเรือใบแดงด้วย”

สำหรับปุ๋ยตราเรือใบแดงนั้น เป็นนวัตกรรมปุ๋ยเคมี ที่ประกอบด้วย ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม มีองค์ประกอบของสารอินทรีย์วัตถุ แร่ธาตุ ซิลิก้า ไคโตซาน สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย และฮอร์โมนพืช ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปรับสภาพดินกรด ดินเปรี้ยว ดินดาน ทำให้พืชแตกรากดูดซับธาตุอาหารต่างๆได้เป็นอย่างดี ช่วยแก้ปัญหารากเน่า โคนเน่า ตายไม่รู้สาเหตุ ช่วยป้องกันปัญหาหน้ายางตาย ช่วยป้องกันเชื้อรา ช่วยแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารในพืชต่างๆ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ช่วยเพิ่มขนาด น้ำหนัก เพิ่มผลผลิต และยังยั้งการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี

“ปุ๋ยตราเรือใบแดง เสริมด้วยฮิวมัส ซึ่งเป็นอินทรีย์ธรรมชาติ มีธาตุรองที่เข้มข้นทำให้พืชโตไว แข็งแรงสมบูรณ์ มีคุณสมบัติปรับสภาพดิน ดูดซับธาตุอาหารและสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดีขึ้น และยังเป็นดินที่เหมาะต่อการขยายพันธ์ของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์กับพืชและไส้เดือนดินอีกด้วย”

สรุปคุณสมบัติปุ๋ยเรือใบแดง 7 ข้อ คือ 1.ช่วยลดความเป็นกรดในดิน 2.เพิ่มธาตุอาหารที่ขาดหายไป 3.เพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยเคมี NPK เมื่อใช้ร่วมกัน 4.ช่วยดูดซับสารพิษ สารเคมี ที่ตกค้างให้ย่อยสลาย 5.ทำให้ดินร่วนซุยเหมาะกับการทำเกษตร 6.บำรุงดินด้วยแร่ธาตุอาหารจากธรรมชาติ 7.ใช้ได้กับพืชทุกชนิด พืชผัก พืชไร่ พืชสวน นาข้าว ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชเติบโตได้ดี

อนึ่ง การจัดงาน “เพชรบูรณ์เกษตรแฟร์ ปี 2565 เพชรบูรณ์เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหารนั้นจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด ซึ่งเป็นการจัดขึ้นโดยหอการค้าจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นครั้งแรก ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจภาคการเกษตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่ในการกระจายสินค้าสร้างรายได้ กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร เนื่องจากเพชรบูรณ์เป็นเมืองแห่งเกษตรกรรม มีพื้นที่เพาะปลูกราว 2 ล้านกว่าไร่ ดังนั้นเพชรบูรณ์จึงเต็มไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีพืชเศรษฐกิจมากมายหลายชนิด ซึ่งกิจกรรมภายในงานนั้น มีการแสดงรวมทั้งจัดจำหน่ายสุดยอดผลิตภัณฑ์การเกษตรของจังหวัด มีร้านค้า ร้านอาหาร สินค้าแปรรูปอีกมากมาย รวมไปถึงสินค้าข้าวของเครื่องใช้ราคาถูก และสวนสนุก ดนตรีที่มีศิลปินทุกค่ำคืน และอีกกิจกรรมที่จะสร้างสีสันภายในงานวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน จะได้พบกับการประกวด มิสหอการค้า ด้วย

dinner

ดินเนอร์ทอล์ก
สิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด ให้เกียรติมาร่วมในงานดินเนอร์ทอล์ก ซึ่งจัดขึ้นตามโครงการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 9 โดยมี ศิริมาศ ตัญจพัฒน์กุล อธิบดีอัยการ สพอ. กุสุมา เมฆเมฆา รองอธิบดีอัยการ สพอ. ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด และ ขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ร่วมให้การต้อนรับ ที่ห้องบอลรูม เมื่อวันก่อน