Mrs Tourism Pageant 2022 5th Bangkok Thailand

งานแถลงข่าว “Mrs Tourism Pageant 2022” ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดงานอย่างยิ่งใหญ่

ปลายปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมการเก็บตัวนางงามกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 23 กย. - 2 ตค.2565 พร้อมเปิดตัว Mrs Tourism Thailand 2022 คุณหมอกี้ อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์นักธุรกิจด้านพลังงาน ดีไซเนอร์ชื่อดัง ส่วนรอบไฟนอลจะจัดที่ โชว์ดีซี ฮอลล์ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ณ SHOW DC Tourist Lounge ได้จัดงานแถลงข่าวการประกวด “Mrs Tourism Pageant 2022” ครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นเวทีนางงามสำหรับสุภาพสตรีที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ปีนี้จะมีนางงามประมาณ 50 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประกวดเก็บตัวทำกิจกรรมที่ประเทศไทยตลอด10วัน หลังสถานการณ์การระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายมากขึ้น รัฐบาลได้ผ่อนปรนและเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ประเทศไทยจึงได้มีโอกาสรับเป็นเจ้าภาพจัดประกวดเวทีมิสซิส ทัวริสซึ่ม แพเจี้ยน 2022 (Mrs Tourism Pageant 2022) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยที่สวยงามและต้อนรับปี “Amazing Thailand” โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์กรภาครัฐและเอกชนอีกหลายๆภาคส่วน ผ่านการเก็บตัวทำกิจกรรม เผยแพร่ภาพความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวไทยและประเพณีวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ของไทย กับการสร้างจุดขายโดยชูผ้าไทยสู่สากลในรูปแบบ “Soft Power”ของดีของไทยนอกจากอาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามวัฒนธรรมไทยก็สวยงามไม่ยิ่งหย่อนเช่นกัน ผ้าไทยมีเอกลักษณ์และสวยงามไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่น ผ้าไหมไทยที่สวยงามมีเอกลักษณ์มีเสน่ห์และเป็นมรดกอันล้ำค่าของเมืองไทยสามารถส่งออกนำเงินตราเข้าประเทศได้ปีละหลายร้อยล้านบาท มีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้สินค้าอื่นๆอีกด้วย ซึ่งการจัดงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบรรดาแขกผู้มีเกียรติ สปอนเซอร์ นางงามที่มีตำแหน่ง ทั้งชาวไทยและจากประเทศเพื่อนบ้านเช่นประเทศฟิลิปปินส์ สื่อมวลชน ได้มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งคอนเซ็ปต์ของเวทีนี้คือ “A Mother Who Cares for The World” หรือคุณแม่ผู้ห่วงใยโลก หน้าที่บทบาทการดูแลครอบครัวและสังคมก็ละเลยไม่ได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ได้รับลิขสิทธิ์การประกวดปีนี้คือคุณอภิปภา จันทร์แก้ว แอพเปิ้ล) นักธุรกิจตลาดค้าส่งในอาเซี่ยนมูลค่าร้อยล้าน ต่อเนื่องจากเมื่อ3ปีก่อนเธอได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดนางงามเวทีเดียวกันที่ประเทศฟิลิปปินส์และได้คว้ารางวัล” Mrs Tourism Queen Mother 2019″ และขวัญใจสื่อมวลชนมาแล้ว จึงได้ประสบการณ์ตรงนั้นมา จึงอยากนำเวทีนี้มาต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้ยิ่งใหญ่นำเม็ดเงินด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าประเทศให้ได้เหมือนเดิม ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์เวที ” Mrs Tourism Pageant 2022″ คือ บริษัทเมก้าสตาร์โปดัคชั่น จำกัด โดย มร.โอเว็ท ริคาเดล (Mr.Ovette Ricadel) จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้เดินทางมามอบมงกุฎ สายสะพายให้ตัวแทนประเทศไทยด้วยตัวเองภายในงานกับบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

คุณอภิปภา จันทร์แก้ว (เปิ้ล) ในฐานะผู้อำนวยกองประกวด “Mrs Tourism Pageant 2022” กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกดีใจและขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ นางงาม สื่อมวลชน สปอนเซอร์ใจดีหลายๆแบรนด์ หน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนเช่น ททท. นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานแถลงข่าวฯวันนี้ การประกวด”Mrs Tourism Pageant 2022″ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงปลายเดือนกย.ถึงต้นเดือน ตค.ปีนี้ ครั้งนี้ก็เนื่องมาจากดิฉันได้มีโอกาสได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดนางงามเวทีเดียวกันเมื่อปี 2019ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และได้เซ็นสัญญาจะจัดประกวดในบ้านเราในปี 2020 แต่เกิดการระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ล่าช้าออกไปถึงปีนี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย งานจึงเดินหน้าต่อในฐานะนางงามที่ได้เข้าร่วมประกวดจึงมีประสบการณ์จากกิจกรรมการเก็บตัวตลอด 15 วัน ทำให้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่ากับการทำงานงานด้านจิตอาสาฯ การให้คนที่ด้อยโอกาส การได้เพื่อนใหม่ที่มีค่ามากๆ คำว่าแม่และ Sisterhood และสโลแกนเวที “A Mother Who Cares for The World” หรือคุณแม่ผู้ห่วงใยโลกและหน้าที่บทบาทการดูแลครอบครัวและสังคมก็ละเลยไม่ได้เช่นกัน ภาระความเป็นแม่และผู้หญิงทำงานต้องทำควบคู่กันให้ได้ดี เรามาประกวดไม่ได้มาแข่งขันเอาเป็นเอาตายเพื่อมงกุฎแต่เรามาสร้างพลังเครือข่ายมิตรภาพดีๆ ผ่านเวทีประกวด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยรับปี Amazing Thailand ให้กลับมายิ่งใหญ่ ประเทศไทยเรายังสวยงาม สะดวกสบายและปลอดภัย เรามีอาหารและผลไม้ที่สด สะอาดราคาถูกและอิ่มอร่อยทั้งปี มีสถานที่แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอารามฯต่างๆ ก็พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม
ปีนี้เวทีเราได้รับความสนใจจากนางงามกว่า 50 ประทศทั่วโลก สนใจส่งใบสมัครมาอย่างล้นหลาม ดีกรีโปรไฟล์ดี มีหลากหลายอาชีพทั้งหมอ และนักธุรกิจ ทนายความ คนวัยทำงาน เราจะสร้างมูลค่าการท่องเที่ยวควบคู่กับการประกวดอย่างลงตัว นอกจากตัวนางงามที่จะมาประกวดแล้ว ก็ยังมีครอบครัวผู้ติดตามก็เดินทางมาเชียร์ มาให้กำลังใจอีกด้วย จึงต้องคิดแพจเกจท่องเที่ยวให้ครอบครัวนางงาม อีกประมาณ 10 วัน ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จในด้านการสร้างเงิน รายได้ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และยังสร้างพลังบวกด้าน Connection ทางธุรกิจอีกต่อๆไปแม้จะจบการประกวดไปแล้วก็ตาม และอยากส่งเสริมผลักดันเวทีผู้หญิงที่แต่งงานแล้วให้โด่งดังและมีคนสนใจมากขึ้นเหมือนเวทีอื่นๆค่ะ
ส่วนกิจกรรมเก็บตัวนางงามตลอด9วันปีนี้เราจัดเต็มทั้ง กรุงเทพฯ ระยองและเขาใหญ่ นครราชสีมา กองประกวดจะพานางงามไปทำกิจกรรมและการกุศลตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งรายละเอียดจะแจ้งอีกครั้ง ส่วนรอบตัดสินจะมีขึ้นในค่ำคืนวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ที่ โชว์ดีซีฮอลล์ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยมาร่วมให้กำลังใจ และร่วมต้อนรับเหล่านางงามผู้เข้าประกวดในฐานะเจ้าบ้าน ถือว่าเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาคึกคักกันกันอีกคะ และอย่าลืมส่งแรงเชียร์ตัวแทนนางงามจากประเทศไทยของเราด้วยนะคะ คุณ ชากีร่า เธอบอกขอสู้เต็มที่กับการประกวดในครั้งนี้ จัดเต็มทุกกิจกรรม ในฐานะเจ้าบ้านต้องคอยต้อนรับขับสู้เพื่อนๆแนะนำข้อมูลดีๆแก่เพื่อนนางงามอีกหลายประเทศ ให้กำลังใจเธอด้วยค่ะ”
ด้านคุณโอเว็ท ริคาเดล (Mr. Ovette Ricadel) ในฐานะ CEO เจ้าของเวที ” Mrs Tourism Pageant เขาเป็นชาวฟิลิปปินส์แต่รักและชื่นชอบการประกวดนางงามและชื่นชอบเมืองไทย ได้กล่าวแก่สื่อมวลชนว่า “ผมมาเมืองไทยบ่อยมาก จนเปรียบเสมือนประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2ไปแล้ว ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามทั้งทะเล หาดทราย น้ำตกหรือภูเขาสูงที่เชียงใหม่ ผมไปมาแทบทุกภาคของไทย ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สมุย ระยองฯ ผมชอบอาหารไทยที่รสชาติอร่อยเผ็ดและร้อนแรงดีคล้ายๆอาหารที่ฟิลิปปินส์ เมนูที่ชอบเช่นต้มยำกุ้ง ชาบู ก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไท จึงอยากพาสาวงามมาเก็บตัวและส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยกับคำขวัญ Amazing Thailand ปีนี้แม้จะจัดประกวด Mrs Tourism Pageant เป็นครั้งที่ 5 แต่บริษัทฯผมคือ บริษัทเมก้าสตาร์โปดัคชั่น จำกัด ก็ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงาม การประกวดมีทั้งประกวดนางงาม นายแบบ นางแบบ ทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็ก หนุ่มสาว และสตรีที่แต่งงานแล้ว รวมๆแล้วกว่า 30 เวทีทั้งที่จัดในประเทศและแบบนานาชาติ ผมมีความสุข ที่ได้เห็นมงกุฎและสายสะพาย ธุรกิจการประกวดความสวย ความงาม สามารถต่อยอดให้ผู้ชนะได้นำไปประกอบอาชีพ ได้ ได้เพื่อนใหม่ๆ มิตรภาพใหม่ๆ สานต่อธุรกิจร่วมกันได้หลังประกวดกับสโลแกนเวที เวที “A Mother Who Cares for The World” ที่ผู้หญิงสามารถปกป้องดูแลโลกได้ ทำงานบ้านดูแลครอบครัวได้ กับงานจิตสาธารณะๆที่ Mrs ได้ร่วมกันทำขอแสดงความยินดีกับประเทศไทยและเชิญชวนแฟนนางงาม และผู้ชื่นชอบร่วมส่งกำลังใจให้พวกเธอด้วยครับ แล้วพบกันเดือน กันยายนนี้ หลังสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทุเลาลงและคงจะไม่กลับมาระบาดอีกขอให้สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ พวกเราก็จะได้ร่วมกันทำกิจกรรมโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยกัน ขอบคุณครับ”

ด้าน Mrs Tourism Thailand 2022 คนใหม่เธอจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดฯ เธอคือ คุณหมอกี้ อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ นักธุรกิจด้านพลังงาน และดีไซเนอร์ชื่อดัง กับอีกบทบาทหนึ่งคือเธอ CEO บริษัท รีเจน โซลูชั่น แอนด์ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทป้องกันการระเบิดในอุตสาหกรรมพลังงานมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี วันนี้ได้สลัดคราบนักบริหารฯคุณแม่ลูก2 สู่แวดวงนางงามด้วยบทบาททูตวัฒนธรรมท่องเที่ยว กับบทบาทใหม่นี้
โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า“ จะเรียกหมอกี้หรือ ชากีร่าก็ได้ นะคะ วันนี้ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่สนใจมาทำข่าวประกวด Mrs Tourism Pageant 2022 ขอขอบคุณคุณเปิ้ล ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดและส่งมอบมงกุฎมาให้ตัวเองรับหน้าที่ต่อ ขอขอบคุณ ททท.และองค์กรรัฐ เอกชน ทั้งสปอนเซอร์ใจดี และเพื่อนๆนางงาม แขกผู้มีเกียรติที่เสียสละเวลาอันมาค่ามาร่วมงานวันนี้และให้กำลังใจดิฉันได้อย่างดี กี้เองก็สนใจวงการนางงามพอสมควรดูหลายเวทีแต่ละเวทีก็จะมีรูปแบบและแนวทางที่ต่างกันออกไป ส่วนตัวเองไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไรมากเพราะเวทีนางงาม Mrs นี้เราไม่ได้แข่งขันเอาเป็นเอาตายเพื่อมงกุฎเท่านั้นแต่เรามารวมกันเพื่อช่วยกันโปรโมทการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาสดใสและทำเงินเข้าประเทศให้ได้เหมือนเดิม ไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวมากกมาย มีวัฒนธรรมไทยที่ล้ำค่า เราจะช่วยกันเผยแพร่ผ่านรูปแบบการเก็บตัว ภาพข่าวต่างๆจะเผยแพร่สื่อไปทั่วโลก โดยปีนี้จะนำผ้าไทยให้เป็น SoftPower ผ่านการแต่งกายของสาวงามผู้เข้าประกวดเพื่อช่วยโปรโมทของดีของไทยทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรมเรา อาหารการกิน นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของไทย พวกเราจะไปร่วมทำกิจกรรมเก็บตัวหลายๆแห่ง การประกวดในรูปแบบแบบนี้ถือว่าเป็น CSR อีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการคืนกำไรสู่สังคมที่ช่วยเหลือสังคมจากธุรกิจที่พวกเราดำเนินอยู่ ส่วนการแข่งขันกับนางงามประเทศอื่นๆ บนเวที Mrs Tourism Pageant 2022 ไม่มีเพราะถือว่าพวกเรามาทำ Business Matching หรือการจับคู่ธุรกิจด้วยกันได้สายสัมพันธ์มิตรภาพที่ดีต่อกันเพราะผู้เข้าประกวดต่างมีโปรไฟล์เป็นนักธุรกิจและมีหลากหลายอาชีพ สามารถต่อยอดงานกันได้อีกแม้จะจบการประกวดไป รูปแบบ sisterhood กับสายสัมพันธ์ที่ดียังมีต่อเนื่อง การเป็นนางงามและบทบาทหน้าที่ของแม่กับลูกๆทั้ง 2 คนก็ไม่ได้มีปัญหาครอบครัวให้การสนับสนุนให้กำลังใจตลอด สามารถแบ่งเวลาได้และเอาอยู่ และการเป็นนางงามกับนักธุรกิจที่เก่งก็ยังจะสามารถสร้างแรงบัลดาลใจให้ผู้หญิงอีกหลายคนในบทบาทใหม่ แน่นอนผู้หญิงห้ามหยุดสวย ห้ามหยุดทำงาน แต่ควรช่วยเหลือทำงานเพื่อสังคมและครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ทิ้งท้ายเธอฝากเชียร์และให้กำลังใจเธอด้วยโดยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับสายสะพายไทยแลนด์และในฐานะทูตวัฒนธรรมท่องเที่ยวกับภาระกิจในครั้งนี้ สามารถติดตามให้กำลังใจผ่านทาง IG /Shakira_official88 ขอบพระคุณทุกท่านมากๆนะคะ

เชิญเที่ยวงาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง

พาณิชย์จังหวัดนครปฐม เชิญเที่ยวงาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม จัดงาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” โครงการเมืองอัตลักษณ์และนวัตกรรมด้านอาหาร และสุขภาพ โดยนำสินค้าโอท็อปจากจังหวัดนครปฐมมาจัดแสดงและจำหน่าย ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 22 – 26 มิถุนายน 2565

สำหรับพิธีเปิดงาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก นายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีข้าราชการฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอีกมากมาย ได้แก่ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายพงศ์สุธี สุขศิริ พาณิชย์จังหวัดนครปฐม นายสาธิต กล่อมสวัสดิ์ พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ นายศิริชัย เลี้ยงอำนวย (เกษตรจังหวัด) นางสาวลำดวน สระทองอินทร์ (หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตร) สำนักงานเกษตรจังหวัด นายพูลลาภ อุไรงาม (เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม) นางปรียาพร พาสนาวุฒิพงศ์ (คลังจังหวัดนครปฐม) นายสาธิต วัดอ่อน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม นางสาวขวัญเรือน อยู่พะเนียด (นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม นางสาวนฤมล นิ่มนุช (นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม นางสาวพัชรา น้อยนาท (นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม นายวรัญญู วิชัยภูมิ (เจ้าพนักงานสถิติปฏิบัติงาน) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมและนางสาวพัชรวรรณ แอ่นเพชร นักจัดการงานทั่วไป สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม

ภายในงานพบกับสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ สัมโอนครชัยศรี, เนื้อโคขุนกำแพงแสน , ผักปลอดสารพิษ, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร , ผักผลไม้แปรรูป , เนื้อสัตว์แปรรูป รวมทั้งสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย มีกิจกรรมโปรโมชั่น นาทีทอง นาทีถูก แจกโชคนักชอป เล่นเกมส์แจกรางวัล พร้อมการแสดงมินิคอนเสิร์ตทุกวัน

วันที่ 22 มิ.ย.65 คอนเสิร์ตจากศิลปิน “เอิ้นขวัญ วรัญญา”
วันที่ 23 มิ.ย.65 คอนเสิร์ต “ลำไย ไหทองคำ”
วันที่ 24 มิ.ย.65 คอนเสิร์ต “เต๋า ภูศิลป์”
วันที่ 25 มิ.ย.65 คอนเสิร์ต “กานต์ ทศน (คาถาขุนแผน หลวงพอกวย)” 

เปิดตัวแฟรนไชส์ร้าน “ร้านซูชิแชมเปี้ยน” ส่งต่อความอร่อยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น

“ซูชิแชมเปี้ยน”เตรียมเปิดตัวแฟรนไชส์ร้าน “ร้านซูชิแชมเปี้ยน” ส่งต่อความอร่อยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ชูจุดเด่น เมนูหลากหลาย

 แบรนด์ที่ได้รับเครื่องหมาย ‘ฮาลาล’ ดีเดย์เปิดตัวในงาน Smart SME Expo 2022 “รวมสุดยอดธุรกิจแห่งปี” #ชี้ช่องรวย #ที่เดียวจบพบทางรวย ระหว่าง วันที่ 7-10 ก.ค. 65 ณ ฮอลล์ 7 – 8 อิมแพ็คเมืองทองธานี

นางสาวลัดดาวัลย์ เลิศกาญจนวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูชิแชมเปี้ยน หาดใหญ่ จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์ ซูชิแชมเปี้ยน เกิดจาก การทำธุรกิจร้านซูชิมาเป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มจากความชอบทานอาหารญี่ปุ่น ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

และได้รับการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจไปแล้ว 5 สาขาจากกระแสตอบรับจากลูกค้าดังกล่าวทำให้เกิดแนวคิดอยากขยายธุรกิจสู่แฟรนไชส์ขึ้น โดยมีจุดเด่นคือ แฟรนไชส์

“ร้านซูชิแชมเปี้ยน” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับเครื่องหมาย ‘ฮาลาล’ และเมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย อาทิ ซูชิ ซาซิมิ ยำแซลมอน หัวปลานึ่งซีอิ๊ว แซลมอนดองซีอิ๊ว กุ้งดองซีอิ๊ว วัตถุดิบที่เลือกใช้คัดสรรเฉพาะคุณภาพดี สดใหม่ทุกวัน ราคาเริ่มต้น 25 บาท/เมนู นอกจากนี้ยังมีเมนู ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น ที่น้ำซอสเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน และยังมีเมนูสลัดให้เลือกอีกมากมาย
สำหรับรูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์ ราคาเริ่มต้นที่ 850,000 บาท (รูปแบบร้าน) ทางแฟรนไชส์ซอร์จะมีโมเดลรูปแบบร้านให้สำหรับเป็นแนวทางการออกแบบตกแต่งร้าน นอกจากนี้จะมีการฝึกอบรมให้ผู้ลงทุน ส่งเชฟมาเรียนรู้วิธีการทำอาหารหรือการปรุงเมนูต่างๆ เป็นระยะเวลา 1 เดือน รวมไปถึงการฝึกอบรมพนักงาน ผู้จัดการร้าน แคชเชียร์ เป็นต้น”

“แฟรนไชส์ “ร้านซูชิแชมเปี้ยน”จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน Smart SME Expo 2022 ภายใต้แนวคิด “รวมสุดยอดธุรกิจแห่งปี” #ชี้ช่องรวย #ที่เดียวจบพบทางรวย ระหว่าง วันที่ 7-10 ก.ค. 65 ณ ฮอลล์ 7 – 8 อิมแพ็คเมืองทองธานี สำหรับลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ภายในงาน จะได้รับสิทธิพิเศษ รับส่วนลดทันที 50,000 บาท เฉพาะภายในงานเท่านั้น”

รฟฟท. ตระหนักและห่วงใยสุขอนามัยของผู้โดยสารรถไฟฟ้า

รฟฟท. ตระหนักและห่วงใยสุขอนามัยของผู้โดยสารรถไฟฟ้า จากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบพร้อมยกระดับการเดินทางเชื่อมต่อท่าอากาศยานดอนเมืองได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีความตระหนักและห่วงใยสุขอนามัยของผู้โดยสารรถไฟฟ้า จากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งยกระดับการเดินทางเชื่อมต่อ ท่าอากาศยานดอนเมืองได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า จากที่มีการประกาศเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และผ่อนคลายเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ บริษัทฯ ยังคงมีความตระหนักและห่วงใยสุขอนามัยของผู้โดยสารรถไฟฟ้าเป็นสำคัญ จึงขอมอบความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป รับฟรีหน้ากากอนามัย KF94
(1 แพ็ค 10 ชิ้น) ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป จนกว่าของจะหมด
นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่และแนะนำวิธีการเดินทางง่าย ๆ จากสถานีกลางบางซื่อไปท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งขาไปและขากลับ ในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook, Twitter, Instagram, Tiktok และ Youtube ในชื่อ “RED Line SRTET” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นการยกระดับการเชื่อมต่อพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

“ไต้หวัน” เปิดพาวิเลียน Taiwan Excellence

“ไต้หวัน” เปิดพาวิเลียน Taiwan Excellence กลางงาน Manufacturing Expo 2022
ยกทัพผู้ผลิตชั้นนำ อวดโฉมโซลูชั่นระบบอัตโนมัติล้ำสมัยศักยภาพ ร่วมผลักดันผู้ผลิตไทย “ร่วมเปลี่ยนโลก”

Taiwan Excellence แคมเปญนำเสนอสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไต้หวันออกสู่สายตาชาวโลก
กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ โดยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ งานมหกรรมเทคโนลีและโซลูชั่นอุตสาหกรรมการผลิต
Manufacturing Expo 2022 ในครั้งนี้แคมเปญได้เปิดตัวโซลูชั่นการผลิตอัจฉริยะใหม่ล่าสุดจาก 5
สุดยอดบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติชื่อดังของไต้หวัน
ให้ผู้ซื้อชาวไทยได้ทำความรู้จักกับจุดเด่นของอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติของไต้หวัน

หลังจากรอกันอย่างใจจดใจจ่อกันมากว่า 2 ปี Manufacturing Expo
งานมหกรรมด้านอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้กลับมาอีกครั้งในปีนี้
ภายในงานแคมเปญได้จัดตั้งพาวิเลียน Taiwan Excellence ภายใต้แนวคิด “ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม”
และเชิญห้าบริษัทที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่ SOLOMON, Techman Robot, TOYO, TBI MOTION และ PLANET
มาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ล่าสุดของตน อาทิ ระบบแมชชีนวิชั่น AI/3D, หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (โคบอท),
ส่วนประกอบการส่งสัญญาณความแม่นยำสูง อย่างรางสไลด์และบอลสกรู และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายอุตสาหกรรม
เป็นต้น

เพื่อแนะนำเทคนิคและฟีเจอร์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เข้าชมงาน ในวันแรกของงานมหกรรม แคมเปญยังได้จัดงาน
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Taiwan Excellence ภายใต้คอนเซ็ป “เปลี่ยนโลกด้วยโซลูชั่นระบบอัตโนมัติจากไต้หวัน”
(Change the World with Taiwan Automation Solutions)
ให้ผู้เข้าร่วมได้ทำความรู้จักกับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติใหม่ล่าสุดและดีที่สุดของไต้หวัน

งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Taiwan Excellence เริ่มต้นด้วยบริษัท SOLOMON
ที่มาแนะนำการใช้งานระบบหยิบวางสินค้าอัตโนมัติในสายการผลิตและคลังสินค้าต่างๆ
โดยระบบดังกล่าวได้บูรณาการระบบแมชชีนวิชั่น ปัญญาประดิษฐ์ และสแกนสามมิติเข้าด้วยกัน ต่อด้วยบริษัท Techman
Robot ที่มาแนะนำโคบอทที่บริษัทพัฒนาออกมาให้ อัจฉริยะ ใช้งานง่ายและปลอดภัย
พร้อมแนะนำเคสตัวอย่างที่ใช้โคบอทในการแปรรูปโลหะ การผลิตพลาสติกและยาง และสายการผลิตอัตโนมัติ ส่วนบริษัท
TOYO ได้แนะนำการใช้งานส่วนประกอบความแม่นยำสูงในทางการแพทย์ การตรวจสอบแผ่นวงจรพิมพ์

และการประกอบสกู๊ตเตอร์ ทั้งนี้ยังอวดโฉมสายการประกอบยูเอสบีอัตโนมัติที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ทางด้านบริษัท TBI
MOTION ได้แนะนำคุณลักษณะและเคสตัวอย่างการใช้งานหัวขับไฟฟ้าแบบลิเนียและบอลสกรูที่บริษัทพัฒนา
และการใช้งานในอุตสาหกรรม การแพทย์ การขนส่งและเครื่องจักรความแม่นยำสูง
ก่อนจะปิดท้ายงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้วยบริษัท PLANET ที่มาแนะนำโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายอุตสาหกรรม
พร้อมอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทช่วยให้ผู้ผลิตแบบดั้งเดิมและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กสร้างเครือข่ายอุตสาหกรร
มได้อย่างไร
คุณนิค นี ผู้อำนวยการสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย (TRITRA)
ประธานในพิธีเปิดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Taiwan Excellence กล่าวเปิดงาน พร้อมข้อความส่วนหนึ่งว่า
“ในกลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยนำเข้าจากประเทศไต้หวัน เครื่องจักรและสินค้าเกี่ยวกับการผลิตสินค้ามีสัดส่วนสูงเกือบ
19% เป็นอันดับ 2 ของมูลค่าสินค้านำเข้าทั้งหมด
แสดงให้เห็นว่าเครื่องจักรจากไต้หวันได้รับการยอมรับอย่างมากในอุตสาหกรรมไทย
อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติของไต้หวันนำเสนอโซลูชั่นการผลิตอัจฉริยะคุณภาพอันหลากหลายในราคาที่เหมาะสม
สามารถตอบสนองความต้องการการผลิตอันหลากหลาย ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าไต้หวันสามารถเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุด
ที่จะช่วยกระตุ้นศักยภาพอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”
ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมการผลิตตลอดจนผู้สนใจทุกท่าน สามารถเข้าร่วมพาวิเลียน Taiwan Excellence
ภายในงานมหกรรมเทคโนลีและโซลูชั่นอุตสาหกรรมการผลิต Manufacturing Expo 2022 ได้ในระหว่าง
วันที่ 22-25 มิถุนายน 2565 เวลา 10.00-18.00 น. ที่บูธ 1F29 ไบเทค บางนา ลงทะเบียนได้ที่
https://forms.gle/ESKjvTzCUgLhVU5j7

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทไต้หวันที่เข้าร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Taiwan Excellence โปรดคลิก:
https://www.taiwanexcellenceme2022.com ดูรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์

งาน “รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ” หวังใช้ น้ำมันกัญชา ผสานเทคโนโลยี ช่วยบำบัดโรคร้ายเรื้อรังต้นเหตุสำคัญของ อัลไซเมอร์ ให้คนไทย

เวิล์ด เมคิคอล อัลไลแอนซ์ - รพ.พานาซี ร่วมกับ Huawei smart watch จัดงาน “รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ”
หวังใช้ น้ำมันกัญชา ผสานเทคโนโลยี ช่วยบำบัดโรคร้ายเรื้อรังต้นเหตุสำคัญของ อัลไซเมอร์ ให้คนไทย

โรคนอนไม่หลับ โรคเรื้อรังอีกโรคที่ทำลายสุขภาพแต่กลับไม่ค่อยมีใครเล็งเห็นความสำคัญ คนไทยกว่า 19 ล้านคน ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกเพศ ทุกวัย ถึงร้อยละ 30 – 40 ของประชากร และที่น่าห่วงยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนอนไม่หลับ ยังไม่ทราบว่าตัวเองป่วย จึงขาดความเข้าใจในการเยียวยารักษาอาการ และส่วนใหญ่ ยังคงหายาทานเอง หรือนำยานอนหลับมาทานแบบไม่ได้ปรึกษาแพทย์ จึงทำให้เกิดภาวการณ์ติดยานอนหลับโดยไม่จำเป็น
โดยวันที่ 14 มิถุนายน 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น. ที่โรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 บ. เวิล์ด เมคิคอล อัลไลแอนซ์ จึงจัดงานเสวนาโครงการ “รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ” (SLEEPING THERAPY PROJECT)เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเรื้อรังดังกล่าว เพื่อให้คนไทยเข้าใจปัญหา รู้วิธีการบำบัด และที่สำคัญคือแก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาหลักของการเกิดโรคอัลไซเมอร์
“โครงการ CBD เพื่อการบำบัดการนอน ร่วมกับ Huawei smart watch หรือที่เรียกสั้นๆของโครงการ ว่า “รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ” (SLEEPING THERAPY PROJECT) นั้น ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อต้องการให้สมาชิกโครงการสามารถนำ นาฬิกา smart watch ที่มีความสามารถในการวัดการนอน แบบ deep sleep หรือภาวะหลับลึก มาใช้คู่กันกับ CBD dropping oild สูตร peace of mind เพื่อวัดว่า หลังจากการใช้ CBD ไป ร่างการสามารถปรับการนอน เพื่อให้หลับลึกขึ้นได้ จริงหรือไม่
นางศิริญา เทพเจริญ” กรรมการบริหารบริษัทเวิล์ดเมดิคอลฯ กล่าวถึงเหตุผลที่ริเริ่มทำโครงการนี้ว่า “ในประเทศไทยมีผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนเยอะกว่า 19 ล้านคน ซึ่งมองว่าเป็นโรคทรมาน และส่งผลให้ทำงานไม่เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะอัลไซเมอร์ ขณะที่นักวิจัยในอิสราเอลค้นพบว่า เมื่ออายุมากขึ้น สาร endocannabinoids จากสมองจะน้อยลง ทำให้นอนน้อย ความจำหาย แต่สิ่งที่จะเข้าไปเติม endocannabinoids ที่น้อยลงได้คือ CBD เพราะฉะนั้นคนไทยจะไม่มีปัญหาการนอน พอปลดล็อกตรงนี้ได้เชื่อว่า คนไทยจะอายุยืนขึ้นและคนป่วยก็จะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 2-3 ปีนี้ โดย ตอนนี้โรงพยาบาลกำลังทำงานวิจัยและจัดเป็นแคมเปญ”รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ” ซึ่งเราจับมือกับแบรนด์นาฬิกา หัวเหว่ยสมาร์ทวอทช์เพื่อเก็บสถิติการรักษาที่ต้นเหตุโดยการใช้ CBD คอมบายกับพืชสมุนไพร ผลิตเป็นยามารักษาในช่วง 2 สัปดาห์แรก และ ผลการวิจัยคนไข้จะสามารถหลับได้เองในสัปดาห์ที่ 3- 4 ซึ่งการที่เราได้นอนหลับสนิทนี้ ก็เสมือนเป็นยารักษาโรค ไปป้องกันและซ่อมแซมร่างกายเราผ่านการนอนหลับนั่นเอง ”
ซึ่งในงานเสวนานี้ยังได้ผู้ร่วมเสวนาคือผู้บริหาร Huawei smart watch ที่จะนำเทคโนโลยีมาเป็นตัววัดผลให้โครงการนี้เป็นรูปธรรม ว่า การนอนหลับสนิทที่แท้จริงไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึก
​คุณรุ่งโรจน์ ศิริพรมงคล Deputy B2B Sales Director จาก HUAWEI Thailand ได้กล่าวว่า “ในยุคนี้ .เฮลท์เทคเป็นจุดสำคัญของเทรนด์โลก เทคโนโลยีของ Huawei smart watch เราดีไซน์ให้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆได้เหมือนสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเชื่อมโยงในเรื่องต่างๆได้เลย โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพเราพัฒนาให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้สวมใส่นาฬิกา เราวัดผลสุขภาพได้ด้วยเทคโนโลยีทำให้มีความแม่นยำ เราจึงจับมือกับ WMA และ รพ.พานาซีในแคมเปญ รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ โดยใช้ CBD dropping oild ควบคู่กับการใส่ Huawei smart watch เพื่อช่วยประเมินผลการนอนหลับด้วยเทคโนโลยี ในครั้งนี้ครับ”

              นพ.บัญชา แดงเนียม และ นพ.ภัทรพล คำมุลตรี   ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ชะลอวัยแห่ง รพ.พานาซี ผู้ที่เชื่อว่าการแพทย์ทางร่วมต้องสามารถวัดผลได้ ได้ตอกย้ำถึงการนอนหลับที่เพียงพอ สามารถตอบโจทย์เรื่องการชะลอวัย ได้กล่าวว่า “ร่างกายของทุกคนต้องมีทั้งฝ่อ และฟู เราต้องทำให้สมดุล ฝ่อคือภูมิต้านทานต่ำ ฟูคือภูมิต้านทานมากเกินไปก็ทำร้ายตัวเราได้เช่นกัน เราจึงต้องจัดให้สมดุลย์  เราต้องจัดเวลาชีวิตให้เหมาะสมตามช่วงเวลา ร่างกายมนุษย์เรามีการไหลเวียนพลังงานชีวิตผ่านอวัยวะภายในของร่างกายทั้งหมด 12 อวัยวะรวม 24 ชั่วโมง เราจึงต้องจัดการนาฬิกาชีวิตให้เหมาะสม ทุกช่วงเวลาสัมพันธ์กับอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนั้นการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทในช่วงเวลาที่ร่างกายส่วนนั้นต้องการการซ่อมแซม ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกาย และเมื่อเกิดซ้ำๆไปนานๆ มันทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย  การนอนหลับในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะทำให้เราได้ทั้งซ่อมแซม และป้องกันการเกิดโรคในอนาคตได้เช่นกัน”
               และปิดท้ายด้วย นางฟ้าไอที คุณซี ฉัตรปวีณ์  ตรีชัชวาลวงศ์ ตัวแทนสายเทคโนโลยีมาตอกย้ำว่า Health tech คืออนาคตของประเทศ “ เทคโนโลยีสามารถบอกเรา เตือนเราได้ แบบที่เราไม่ได้ใช้แค่ความรู้สึกมาวัด เทคโนโลยีนอกจากเตือนตัวเราเองยังช่วยเตือนผ่านไปถึงคนข้างๆตัวเราในยามฉุกเฉินได้ มนุษย์เรามักมีความต่อรอง มักจะคิด อีกนิดนะ เดี๋ยวค่อยทำนะ แต่เทคโนโลยีเขาจะบ่งบอกเราทันทีว่า ขณะนี้เราต้องการอะไร เราป่วยหรือมีความจำเป็นอะไร ซึ่งบางครั้งเราไม่ทันคาดคิดในเรื่องนั้นด้วยซ้ำ อย่างเทรนด์ของ smart watch  เพื่อใช้ร่วมกับ CBD เพื่อบำบัดการนอนหลับ ว่าเราสามารถหลับสนิทหรือไม่ จึงนับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกับตัวเรา”

จากการร่วมเสวนา“โครงการใช้ CBD เพื่อการบำบัดการนอน ในโปรเจค “รวมพลคนนอนไม่หลับแบบเทคๆ” ที่บริษัท เวิล์ด เมคิคอล อัลไลแอนซ์ – รพ.พานาซี ร่วมกับ Huawei smart watch จัดงานขึ้นในครั้งนี้ เพื่อผนึกกำลัง ใช้ทั้งศาสตร์ทางการแพทย์ ผสานร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี หลุดพ้นจากโรคนอนไม่หลับ เพื่อให้คนไทยห่างไกลจากโรคร้ายที่ถือเป็นภัยเงียบและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
สามารถสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่ www.panacee.com และ LINE : @morhello

เปิดแล้ว “ก๋วยเตี๋ยวเรือครูเจนแห่งปัตตานี” ที่ศูนย์อาหารฮาลาลฟู้ด เอเชียทีค

เปิดแล้วก๋วยเตี๋ยวเรือครูเจนแห่งปัตตานี สาขากรุงเทพฯ ที่ศูนย์อาหารฮาลาลฟู้ด เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์

ยกมาเสิร์ฟถึงกรุงเทพฯ ใจกลางเมืองของศูนย์อาหารฮาลาลฟู้ด โกดัง 7 เอเชียทีค กันแล้วจ้า
สำหรับใครที่ติดใจในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวเรือครูเจนแห่งปัตตานี
มาเต็มลำเรือทั้งเส้น ทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋น

📍 : (สาขาโกดัง7 เอเชียทีค ) ร้านตั้งอยู่ศูนย์อาหารฮาลาลฟู้ด โกดัง 7 เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
⏰ : 15.00 – 22.00 น.
🚗 : มีที่จอดรถ
🕌 : มีห้องละหมาดแยกหญิง-ชาย ในตัวโกดัง มีที่อาบน้ำละหมาด
📍 : ใช้ระบบแลกการ์ด จ่ายเงิน
📍 : มีระบบคัดกรอง…

(สาขาปัตตานี) เยื้องโรงแรมซี.เอส.
: (สาขายะลา) รูสะมิแล, โคกโพธิ์
: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00น. - 20.00น.
: 073-332886, 086-6936698
ติดตามเพจ Facebook ครัวครูเจน 

รพ.พระรามเก้า จัดตั้ง “ศูนย์วัคซีนและเวชศาสตร์การเดินทาง” บริการสร้างภูมิคุ้มกัน ครอบคลุมทุกโรคติดต่อ เพื่อสุขภาพที่พร้อมออกเดินทางได้ทุกพื้นที่ ทุกช่วงวัย

โรงพยาบาลพระรามเก้า เดินหน้าจัดตั้ง “ศูนย์วัคซีนและเวชศาสตร์การเดินทาง โรงพยาบาลพระรามเก้า” มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้บุคคลทุกเพศทุกวัย ด้วยบริการวัคซีนที่ครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาด้านการป้องกันโรคแบบรายบุคคล ครอบคลุมทุกอาชีพ โรคประจำตัว และการใช้ชีวิต โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ดูแลทุกกลุ่มการเดินทางทั้งก่อนและหลัง ให้ผู้รับบริการเข้าถึงและได้รับประโยชน์สูงสุดจากวัคซีน เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นไร้ความเจ็บป่วย

รศ.พญ.สิริอร วัชรานานันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ กล่าวถึงที่มาของการจัดตั้ง “ศูนย์วัคซีนและเวชศาสตร์การเดินทาง โรงพยาบาลพระรามเก้า” ว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้คนส่วนใหญ่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น โรงพยาบาลพระรามเก้าในฐานะศูนย์รวมด้านการดูแลรักษาสุขภาพ มองเห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยการฉีดวัคซีน เพราะวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดการแพร่ระบาด การฉีดวัคซีนจึงมีความสำคัญและจำเป็นกับบุคคลทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะในเด็กเท่านั้น เพราะอายุที่มากขึ้นจะทำให้ภูมิคุ้มกันที่เคยมีลดลง จนมี ไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรค นอกจากนี้ การมีโรคประจำตัว รวมถึงปัจจัยด้านอื่นๆ ทั้งสภาพแวดล้อม อาชีพ การใช้ชีวิต การเดินทาง ฯลฯ ล้วนทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เราจึงจัดตั้งศูนย์วัคซีนและ เวชศาสตร์การเดินทางขึ้น เพื่อดูแลให้คำปรึกษาและให้บริการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมครบวงจร

“หลายปีนี้ เราต่างเห็นถึงความสำคัญของวัคซีนที่สามารถทำได้ทั้งป้องกันโรค ลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรง รวมถึงลดการแพร่ระบาด ศูนย์วัคซีนฯ จึงเป็นเสมือนศูนย์กลางในการกระจายภูมิคุ้มกันไปถึงคนทุกเพศทุกวัย ผ่านการทำหน้าที่ให้คำปรึกษาการฉีดวัคซีนรายบุคคลตามอายุและปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น โรคประจำตัว อาชีพ ลักษณะการใช้ชีวิต และให้คำปรึกษาสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ หรือผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามายังไทย โดยจะให้คำแนะนำในการป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง บริการตรวจสุขภาพ รวมถึงบริการฉีดวัคซีนและจ่ายยาป้องกัน ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้มารับบริการได้เข้าถึงและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการ ฉีดวัคซีน พร้อมเดินทางอย่างราบรื่นโดยไม่เกิดความเจ็บป่วย”

พญ.จิตรฟ้า หรูรุ่งโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้คาดว่าในแต่ละปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น หากไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีพอ อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น นอกจากการวางแผนท่องเที่ยวแล้ว การเตรียมตัวด้านสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

“นอกไปจากปัจจัยในตัวบุคคลแล้ว ด้วยสถานการณ์การเดินทางที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ได้ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศมีมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยจากภาวะต่าง ๆ ตามไปด้วย ทั้งจากสภาพอากาศ อุณหภูมิ โรคติดเชื้อ โรคประจำตัวที่มีอยู่เดิม หรือการไปเยือนภูมิประเทศที่มีความหลากหลายกว่าแต่ก่อน เช่น ป่าในอเมริกาใต้ หรือซาฟารีในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ที่ คนไทยไม่คุ้นเคย อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยระหว่างเดินทางได้หากไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี

ศูนย์วัคซีนและเวชศาสตร์การเดินทาง โรงพยาบาลพระรามเก้า มีบริการให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางและการฉีดวัคซีนอย่างครบวงจร อาทิ การให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันการติดเชื้อโดยแพทย์เฉพาะทางและการฉีดวัคซีน สำหรับประชาชนทั่วไป, บริการให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันการติดเชื้อและวัคซีนที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ, บริการออกใบรับรองการฉีดวัคซีนตามวัตถุประสงค์สำหรับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ, บริการให้คำปรึกษาก่อนการเดินทางสำหรับนักเดินทางทุกกลุ่ม ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ทั้งการเดินทางระยะสั้นและระยะยาว / คนทำงาน นักธุรกิจ / อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือในค่ายผู้อพยพ / บริการให้คำแนะนำและยาป้องกันภาวะต่าง ๆ ได้แก่ มาลาเรีย / ภาวะแพ้ที่สูง (High Altitude Illness), บริการตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษา และการรักษา ที่เหมาะสมก่อนและหลังเดินทาง”

พญ.ฉัฐฐิมา เสาวภาคย์ ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน กล่าวเสริมว่า สำหรับวัคซีนที่ให้บริการใน ศูนย์วัคซีนและเวชศาสตร์การเดินทาง โรงพยาบาลพระรามเก้า จะครอบคลุมตั้งแต่วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ รวมถึงวัคซีนที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรคและป้องกันโรคจากการเดินทาง ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza), วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (Tdap, Td), วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน และโปลิโอเข็มรวม (Tdap+IPV), วัคซีนป้องกันโรคสุกใส (Varicellazoster), วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B), วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอบีเข็มรวม (Hepatitis A and B combination), วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 4 สายพันธุ์ และ 9 สายพันธุ์ (HPV4, HPV9), วัคซีนปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัสแบบ 13 สายพันธุ์ และ 23 สายพันธุ์ (PCV13, PPSV23), วัคซีนงูสวัด (Herpes Zoster), วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า (Rabies), วัคซีนไข้เลือดออก (Dengue), วัคซีนและยาป้องกันสำหรับการเดินทาง, วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis), วัคซีนไทฟอยด์ (Typhoid), วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease), ยาป้องกันภาวะแพ้ที่สูง, ยาป้องกันมาลาเรีย

“โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงตั้งใจจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนฯ ที่ครบวงจรถึงเวชศาสตร์การเดินทาง เพื่อมอบการเตรียมตัวด้านสุขภาพให้พร้อมอย่างครอบคลุม ไม่ว่าผู้รับบริการจะอยู่ในช่วงวัยหรือ ในพื้นที่ไหนก็ตาม” รศ.พญ.สิริอร กล่าวสรุป

สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการ ศูนย์วัคซีนและเวชศาสตร์การเดินทาง สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลพระรามเก้า Website: https://bit.ly/3xJUA3f Line: https://lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital / Facebook: https://www.facebook.com/praram9Hospital หรือ โทร.1270 โรงพยาบาลพระรามเก้า HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital

เที่ยวงาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” ที่ เจเจ มอลล์ จตุจักร

เที่ยวงาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” ที่ เจเจ มอลล์ จตุจักร

พิธีเปิดงานแสดงสินค้าโอทอปภายใต้ชื่องาน “นครปฐม ดี เด่น โดนใจ” ที่ เจเจ มอลล์ จตุจักร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศภายในงานประกอบด้วย

  • การแสดงพิธีเปิดงาน
  • กล่าวรายงาน โดยนายพงศ์สุธี สุขศิริ พาณิชย์จังหวัดนครปฐม
    กล่าวเปิดงาน โดย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
    มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย “นาทีทอง นาทีถูก” และแจกโชคนักช้อป” เล่นเกมส์แจกรางวัล ต่อด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน “อาม ชุติมา”

งาน นครปฐม ดี เด่น โดนใจ มีตั้งแต่วันที่ 8-12 มิถุนายน 2565 ที่ JJ Mall ลานโปโมชั่น ชั้น 1

พบกับสินค้าโอทอปมากมาย เช่น ส้มโอ 3 สายพันธุ์ ขาวน้ำผึ้ง , ทองดี และ ทับทิมสยาม , เค้กมะพร้าวน้ำหอม , เค้กส้มโอเจ้าเดียวในประเทศไทย , ไข่ไก่เบอร์ 3 ยกแผงเพียง 100 บาท , น้ำผึ้งเดือน 5 , น้ำสำรอง ผลผลิตทางการเกษตรอีกมากมาย พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตทุกวัน

8 มิ.ย. 65 มนต์แคน แก่นคูณ
9 มิ.ย. 65 อาม ชุติมา
10 มิ.ย. 65 กานต์ ทศน
11 มิ.ย. 65 เต๋า ภูศิลป์
12 มิ.ย. 65 โบว์ ซุปเปอวาเลนไทน์

เทรดเดอร์ไทยเจ๋ง!
แข่งขันบริหารกองทุนใหญ่ติดท็อปไฟว์ของโลก

เทรดเดอร์ไทยเจ๋ง!
แข่งขันบริหารกองทุนใหญ่ติดท็อปไฟว์ของโลก
เทรดเดอร์ ALPFOREX คนไทยโชว์ผลงานเทรดระดับ Top Leader board แข่งขันบริหารกองทุนติดอันดับ 4 ของโลก ขึ้น Top leader bord Private FUND เดินหน้าเปิดสถาบัน ALPHA Academy รวมเหล่าเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ และมีผลงานจับต้องได้ มาร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับความสำเร็จให้เป็น Trader มืออาชีพ และไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกระดมทุนของมิจฉาชีพ
นายสุรเกียรติ ยาวะโนภาส ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์และผู้บริหาร ALPHA Academy กล่าวว่า เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ตนได้มีโอกาสเข้าลงทุน Forex ซึ่งเป็นโบรกเกอร์เทรดกองทุนที่ชื่อเสียงระดับโลกจากการแนะนำของเพื่อน และได้เรียนรู้พัฒนาการเทรดมาเรื่อย ๆ จนประสบความสำเร็จ
ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จดังกล่าว จึงได้รับการแนะนำให้ไปสอบการบริหารเงินของกองทุนระดับโลก ซึ่งเป็น Private fund หากสอบสอบผ่านจะสามารถบริหารเงินของกองทุนและได้รับ profit sharing จากสถาบันที่มีชื่อเสียง
“เราต้องทำตามข้อกำหนด และกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ถึงจะได้ใบ CER และได้รับการยอมรับให้เราเป็น 1 ในทีมที่เขาจะลงทุน ผมจึงนำเอาข้อกำหนด และกฏเกณฑ์ต่างๆ กลับมาฝึกฝนตัวเอง จนสามารถสอบผ่านและได้ใบ CER จาก Private FUND 2 สถาบัน” และยังสามารถรักษามาตรฐาน การเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีโอกาสขึ้นTop leader board ถึง 9 ครั้ง
โดยเริ่มจากการสอบพอร์ทเพียง 10,000 เหรียญ และพัฒนาตนเองมาเรื่อยๆ กลายเป็นพอร์ท 100,000 เหรียญ และ 200,000 เหรียญ จนปัจจุบันคุมพอร์ทอยู่ 580,000 เหรียญ รวม 2 สถาบัน และล่าสุดตนได้ขึ้นบอร์ดการถอนเงิน 1 M บาท นำไปสู่ความสำเร็จที่สำคัญคือติดอันดับ 4 ของโลก ขึ้น Top leader bord ของ Private FUND และได้รับการแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador ให้กับ ALP Forex
จากความสำเร็จดังกล่าวตนจึงเปิด Alpha academy ขึ้นมา เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และให้เป็นพื้นที่สำหรับเทรดเดอร์ที่สนใจการลงทุน สามารถเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่
“ALPHA Academy ไม่ใช่สถาบันระดมทุน แต่เป็นสถาบันที่เปิดกว้างให้นักเทรด ไม่ว่ารุ่นเก่าหรือใหม่เข้ามาเรียนรู้และ รู้จัก FOREX อย่างแท้จริง เพื่อไม่โดนหลอกอีกต่อไป โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที www.เทรดดี.com และ Facebook Page ALPHA Academy”
ด้าน นายปฐมภิคุณโน จำเริญจิตต์ กล่าวว่า ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้กับ ALPHA Academy โดยมีคุณสุรเกียรติเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้เข้าสู่วงการเทรดเดอร์ เพราะที่ผ่านมาตนเคยตกเป็นเหยื่อจากการชักชวนให้เข้าระดมทุนโดยใช้ FOREX บังหน้า จึงอยากจะให้ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การเทรดที่ถูกต้องและประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ได้จาก ALPHA Academy คือการรู้ตัว และรู้จักการบริหารหน้าตัก การวางเงินที่เหมาะสมสามารถควบคุมความเสียหายตัวเองได้อย่างมีสติ และสิ่งที่ได้ตามมา คือ ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อสามารถเอาชนะตลาดนี้ได้ สถาบัน ALPHA Academy เปิดมาเพื่อสร้างอาชีพเทรดเดอร์ ไม่ได้ชักชวนมาเพื่อลงทุนแต่อย่างใด เรียนรู้จากเหล่านักเทรดเดอร์มืออาชีพประสบการณ์สูง มีผลงานที่จับต้องได้อย่างแท้จริง
พร้อมชี้แนะก่อนลงทุนว่า “ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์วงการเทรดเดอร์ทำให้ได้เรียนรู้ว่า หากมีคนชักชวนร่วมลงทุน ด้วยการนำเงินวางไว้กับคนอื่นนั้นแปลว่าเข้าข่ายหลอกลวง ไม่มีทางที่จะทำกำไรได้จริง เพราะแม้แต่เทรดเดอร์เก่ง ๆ ยังต้องศึกษาหาความรู้อย่างมาก คนที่นำเงินไปวางหากขาดความรู้ความเข้าใจ ฟันธงได้ว่าไม่สามารถชนะตลาดนี้ได้อย่างแน่นอน ฝากไว้ให้คิด” นายปฐมภิคุณโน กล่าวทิ้งท้าย

เทรดเดอร์ไทยเจ๋ง!
แข่งขันบริหารกองทุนใหญ่ติดท็อปไฟว์ของโลก

เทรดเดอร์ ALPFOREX คนไทยโชว์ผลงานเทรดระดับ Top Leader board แข่งขันบริหารกองทุนติดอันดับ 4 ของโลก ขึ้น Top leader bord Private FUND เดินหน้าเปิดสถาบัน ALPHA Academy รวมเหล่าเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ และมีผลงานจับต้องได้ มาร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับความสำเร็จให้เป็น Trader มืออาชีพ และไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกระดมทุนของมิจฉาชีพ
นายสุรเกียรติ ยาวะโนภาส ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์และผู้บริหาร ALPHA Academy กล่าวว่า เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ตนได้มีโอกาสเข้าลงทุน Forex ซึ่งเป็นโบรกเกอร์เทรดกองทุนที่ชื่อเสียงระดับโลกจากการแนะนำของเพื่อน และได้เรียนรู้พัฒนาการเทรดมาเรื่อย ๆ จนประสบความสำเร็จ
ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จดังกล่าว จึงได้รับการแนะนำให้ไปสอบการบริหารเงินของกองทุนระดับโลก ซึ่งเป็น Private fund หากสอบสอบผ่านจะสามารถบริหารเงินของกองทุนและได้รับ profit sharing จากสถาบันที่มีชื่อเสียง
“เราต้องทำตามข้อกำหนด และกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ถึงจะได้ใบ CER และได้รับการยอมรับให้เราเป็น 1 ในทีมที่เขาจะลงทุน ผมจึงนำเอาข้อกำหนด และกฏเกณฑ์ต่างๆ กลับมาฝึกฝนตัวเอง จนสามารถสอบผ่านและได้ใบ CER จาก Private FUND 2 สถาบัน” และยังสามารถรักษามาตรฐาน การเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีโอกาสขึ้นTop leader board ถึง 9 ครั้ง
โดยเริ่มจากการสอบพอร์ทเพียง 10,000 เหรียญ และพัฒนาตนเองมาเรื่อยๆ กลายเป็นพอร์ท 100,000 เหรียญ และ 200,000 เหรียญ จนปัจจุบันคุมพอร์ทอยู่ 580,000 เหรียญ รวม 2 สถาบัน และล่าสุดตนได้ขึ้นบอร์ดการถอนเงิน 1 M บาท นำไปสู่ความสำเร็จที่สำคัญคือติดอันดับ 4 ของโลก ขึ้น Top leader bord ของ Private FUND และได้รับการแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador ให้กับ ALP Forex
จากความสำเร็จดังกล่าวตนจึงเปิด Alpha academy ขึ้นมา เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และให้เป็นพื้นที่สำหรับเทรดเดอร์ที่สนใจการลงทุน สามารถเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่
“ALPHA Academy ไม่ใช่สถาบันระดมทุน แต่เป็นสถาบันที่เปิดกว้างให้นักเทรด ไม่ว่ารุ่นเก่าหรือใหม่เข้ามาเรียนรู้และ รู้จัก FOREX อย่างแท้จริง เพื่อไม่โดนหลอกอีกต่อไป โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที www.เทรดดี.com และ Facebook Page ALPHA Academy”
ด้าน นายปฐมภิคุณโน จำเริญจิตต์ กล่าวว่า ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้กับ ALPHA Academy โดยมีคุณสุรเกียรติเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้เข้าสู่วงการเทรดเดอร์ เพราะที่ผ่านมาตนเคยตกเป็นเหยื่อจากการชักชวนให้เข้าระดมทุนโดยใช้ FOREX บังหน้า จึงอยากจะให้ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การเทรดที่ถูกต้องและประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ได้จาก ALPHA Academy คือการรู้ตัว และรู้จักการบริหารหน้าตัก การวางเงินที่เหมาะสมสามารถควบคุมความเสียหายตัวเองได้อย่างมีสติ และสิ่งที่ได้ตามมา คือ ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อสามารถเอาชนะตลาดนี้ได้ สถาบัน ALPHA Academy เปิดมาเพื่อสร้างอาชีพเทรดเดอร์ ไม่ได้ชักชวนมาเพื่อลงทุนแต่อย่างใด เรียนรู้จากเหล่านักเทรดเดอร์มืออาชีพประสบการณ์สูง มีผลงานที่จับต้องได้อย่างแท้จริง
พร้อมชี้แนะก่อนลงทุนว่า “ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์วงการเทรดเดอร์ทำให้ได้เรียนรู้ว่า หากมีคนชักชวนร่วมลงทุน ด้วยการนำเงินวางไว้กับคนอื่นนั้นแปลว่าเข้าข่ายหลอกลวง ไม่มีทางที่จะทำกำไรได้จริง เพราะแม้แต่เทรดเดอร์เก่ง ๆ ยังต้องศึกษาหาความรู้อย่างมาก คนที่นำเงินไปวางหากขาดความรู้ความเข้าใจ ฟันธงได้ว่าไม่สามารถชนะตลาดนี้ได้อย่างแน่นอน ฝากไว้ให้คิด” นายปฐมภิคุณโน กล่าวทิ้งท้าย