คุณธงชัย ถาแก้ว เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธารวบรวมปัจจัยจัดสร้างเมรุ ณ วัดศรีโพธาราม

คุณธงชัย ถาแก้ว กำนันตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ประธานฝ่ายฆราวาสเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธารวบรวมปัจจัยจัดสร้างเมรุ ณ วัดศรีโพธาราม งบประมาณในการก่อสร้าง 1,800,000บาท ดำเนินการไปแล้ว 40% ยังขาดปัจจัยจำนวนมาก สามารถร่วมบุญได้ที่บัญชีวัด เลขที่ 674-82671-6 ธนาคารกรุงไทย สาขาเวียงป่าเป้า ภายในวันที่ 15 เมษายน 2565
ติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หลวงพ่อทองคำ นิติสาโร 087-904-7556-082-183-6236

NADZ x POWERMALL “ฉลองเปิดสาขาน้องใหม่ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ” วันที่ 19 มีนาคม 2565 ณ หน้าร้าน NADZ Power Mall ชั้น 3 เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ

NADZ x POWERMALL “ฉลองเปิดสาขาน้องใหม่ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ” วันที่ 19 มีนาคม 2565 ณ หน้าร้าน NADZ Power Mall ชั้น 3 เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ

บริษัท แน๊ดซ์ โปรเจค จำกัด (NADZ) ขอเชิญชวนสายช๊อป สายเกมเมอร์ที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ได้ทดลองเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็น Playstaion Zone, Nintendo Switch Zone, VR Zone พร้อมทั้งกองทัพสินค้าราคาพิเศษและกิจกรรมดีๆอีกมากมาย

การเปิดตัววันนี้ พบกับนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น ที่จะมาเรียกรอยยิ้มให้ทุกคนอย่าง คุณเต ตะวัน และ คุณนิว ฐิติภูมิ รวมไปถึงน้องกุน เดอะเฟสเมน ไทยแลนด์ ที่จะมาร่วมงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ อย่างกิจกรรม “เล่นเพื่อน้อง”

โดยรายได้ทั้งหมดในกิจกรรมวันนี้ ทาง บริษัท แน๊ดซ์ โปรเจค จำกัด จะนำไปให้กับมูลนิธิบ้านพระพร เรียกได้ว่า นอกจากจะยกกองทัพสินค้าราคาพิเศษ มาให้เหล่าชาวเกมเมอร์แล้ว ยังได้ทำกิจกรรมดีๆแบบนี้แบ่งปันให้กับทุกคน และนอกจากนั้นภายในงาน ยังมีของขวัญสุดพิเศษอีกมากมายที่จะแจกให้กับผู้เข้าร่วมงาน โดยงานจะจัดที่ร้าน หน้าร้าน NADZ Power Mall ชั้น 3 เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ เป็นต้นไป

โรงพยาบาลพานาซี ประกาศตัวตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำการรักษาหลอดเลือดหัวใจและสมอง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำจากอเมริกาและเยอรมัน

โรงพยาบาลพานาซี ประกาศตัวตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำการรักษาหลอดเลือดหัวใจและสมอง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำจากอเมริกาและเยอรมัน

       กรุงเทพ – 14 มีนาคม 2565 บริษัทเวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย ) จำกัด และ เครือโรงพยาบาลพานาซี ประกาศเปิดตัวขอเป็นผู้นำในด้านโรคหัวใจ พร้อมเปิดตัวศูนย์หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองเฉพาะทางขึ้นทั้งสองสาขา  มุ่งมั่นให้ เครือ รพ.พานาซี เป็น Top of mind เรื่องนวัตกรรมการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองโดยไม่ผ่าตัด และขอเป็นศูนย์กลางฟื้นฟูรักษาด้านสุขภาพทางเพศเพื่อคนไทยโดยไม่ต้องผ่าตัด

พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ (PANACEE MEDICAL CENTER) เป็นศูนย์การแพทย์ที่ให้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่จะทำให้ทราบภาวะร่างกายของเราในปัจจุบันและแนวโน้มของการเกิดโรคในอนาคต พร้อมทั้งช่วยวางแผนในการดูแลสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยวิธีการทางการแพทย์ของประเทศเยอรมนี พร้อมกันนี้ พานาซี ยังนำเทคโนโลยีจากประเทศอเมริกาและเยอรมันเข้ามาเพื่อดูแลและป้องกัน คนไทยให้ห่างไกลจากโรคเส้นเลือดหัวใจและสมองตีบ ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 2 ด้วยความมุ่งมั่นว่า “ป้องกัน Stroke อย่าง Strong”

คุณศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริหารบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย ) จำกัด และกรรมการบริหาร PANACEE MEDICAL CENTER ได้กล่าวว่า “เครือ รพ.พานาซี เป็นโรงพยาบาลที่ให้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราเน้นการป้องกันก่อนที่จะแก้ไข โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง เพราะว่าเราเห็นจากสถิติข้อมูลการเสียชีวิตของคนไทยในปี 2563 ที่เสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด พบว่า ร้อยละ 80 เสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน รวมถึงโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก อยู่ในภาวะ Stroke อัมพฤกษ์ อัมพาต จนช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองไม่ได้

เรื่องของ “หลอดเลือด” มักเป็นเรื่องที่ทุกคนมักมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วหลอดเลือดมีหน้าที่ลําเลียงเลือดจากหัวใจไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ และเป็นเส้นทางให้เลือดจากอวัยวะต่างๆ กลับเข้าสู่หัวใจ จึงส่งผลต่อทุกระบบในร่างกายโดยตรง เราจึงนำเทคโนโลยีทางการแพทย์จากทั้งอเมริกา และ เยอรมันเพื่อมาดูแลคนไทย เรามุ่งมั่นให้ เครือรพ.พานาซี เป็น Top of mind เรื่องนวัตกรรมการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองโดยไม่ผ่าตัด รวมทั้งมุ่งหวังให้ที่ พานาซี เป็นศูนย์กลางฟื้นฟูรักษาด้านสุขภาพทางเพศโดยไม่ต้องผ่าตัดอีกด้วย” คุณศิริญา กล่าว
ด้าน นพ.วิทูร จุลรัตนาภรณ์ แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังคนสำคัญของ PANACEE MEDICAL CENTER ได้กล่าวว่า “บุหรี่ ความดัน ไขมันในเลือด สาเหตุเรื้อรังที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ และ “หลอดเลือดหัวใจ” และ “หลอดเลือดสมอง” ก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 1 และ 2 ของโลก ยิ่งสูงวัยยิ่งมีความเสี่ยงที่อาการจะรุนแรง การรักษาหลอดเลือดด้วย “การผ่าตัด” ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย แต่หากต้องใช้เวลาในการพักฟื้น และมักเกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้เมื่อผู้ป่วยได้ยินว่าต้องผ่าตัด หลายคนยังเกิดความกังวลและยังคงกลัว

ปัจจุบัน พานาซี เรานำนวัตกรรมที่ช่วยฟื้นฟูหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โดยไม่ใช้วิธีการสวนหัวใจหรือการผ่าตัดทางเบี่ยงเส้นเลือดแดง ซึ่งหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนของหัตถการ ได้แก่ โปรแกรมกระตุ้นการไหลเวียน โลหิตเทคโนโลยี ECP (External Counter Pulsation) โปรแกรมฟื้นฟูและดูแลหลอดเลือด มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา เป็นนวัตกรรมนวดกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยฟื้นฟูหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ไปยังสมอง และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยรักษา ฟื้นฟู และดูแลหลอดเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายให้หลอดเลือดแบบไม่ต้องออกแรงเอง ผ่านการบีบของถุงลมที่รัดรอบขาและสะโพก เป็นจังหวะเดียวกับการบีบของหัวใจ ทำให้เลือดกลับเข้าสู่หัวใจได้มากขึ้น ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระตุ้นหลอดเลือด สร้างหลอดเลือดแขนงใหม่ ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้เรายังรักษาภาวะพิษเรื้อรังอันเนื่องจากโลหะหนักและฟื้นฟูหลอดเลือดด้วย Chelation , การให้วิตามินเสริมทางหลอดเลือด เพื่อลดไขมันในเลือด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยโปรแกรมการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละท่าน เรายึดมั่นในหลักการว่า “ถ้ารักษาก่อนสาย มีโอกาสหายมากขึ้น” นพ.วิทูร กล่าว
นอกจากนี้ PANACEE MEDICAL CENTER ยังนำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน กับ เครื่อง QRS PelviCenter เครื่องบริหารอุ้งเชิงกราน ด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศโดย “ไม่ต้องผ่าตัด” โดยมี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือปัญหาความบกพร่องทางเพศของชายไทยที่กำลังพบเจอปัญหาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED (Erectile Dysfunction) คือภาวะที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้ แข็งตัวน้อยกว่าปกติ หรือแข็งตัวได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ บางรายมีอาการหลั่งเร็ว ไม่สามารถคงตัวได้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นโรคที่สามารถพบได้ในผู้ชายทุกช่วงอายุ และมีอัตราสูงถึง 42% อีกทั้งยังพบว่าผู้ป่วยมีมากขึ้นกว่าในอดีตถึง 3 เท่า โดยยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะ นอนน้อย เครียดบ่อย สูบบุหรี่จัด เป็นเบาหวานและความดัน ล้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้

นพ.โอม สุดชุมแพ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ของ PANACEE MEDICAL CENTER ได้กล่าวว่า “สำหรับผู้ชายที่เข้าข่ายพร่องฮอร์โมน หรือเริ่มมีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ ปัจจุบันก็ได้มีวิธีป้องกัน และการดูแลรักษาก่อนเกิดโรค ด้วยเทคโนโลยีฟื้นฟูระบบหลอดเลือด Linear Shockwave Therapy (LSWT) เมื่อผู้ชายพร่องฮอร์โมน อาจทำให้มีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ เป็นปัญหาครอบครัว เพราะทุกคนสามารถรักษาภาวะเหล่านี้ได้

นอกจากนี้ พานาซี ได้นำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน คือเครื่องบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (QRS PelviCenter) เครื่องมือแพทย์ที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยใช้ระบบคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นระบบประสาท และกล้ามเนื้อที่ช่องเชิงกราน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวและคลายตัวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่วยให้กลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้นบรรเทาอาการปัสสาวะเล็ดก่อนถึงห้องน้ำไม่ต้องผ่าตัด มีประสิทธิภาพสูง ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่มีผลข้างเคียง และไม่ต้องใช้ยา

สำหรับผู้ชายที่หย่อนสมรรถภาพทางเพศเพราะ ผู้ชายที่มีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานไม่แข็งแรง จะมีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ และเกิดการหลั่งเร็วกว่าปกติ ผู้หญิงหลังมีบุตรจะทำให้กล้ามเนื้อช่องคลอดหย่อนยาน ไม่กระชับ มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศนับได้ว่าเป็นอีกวิธีในการป้องกันและฟื้นฟู ซึ่งเครื่องมือดังกล่าว ยังสามารถใช้เพื่อการฟื้นฟู เสริมสร้างความแข็งแรงในรายที่อาการปกติได้อีกด้วย ดังนั้นการดูแลป้องกันและรักษา ในขณะที่ยังไม่มีอาการของโรค ถือเป็นการดีที่สุด

ทางเลือกอีกทางเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ อย่าง Therapy Shockwave / Male booster PRP / Testosterone เพื่อฟื้นฟูโดย “ไม่ต้องผ่าตัด” เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ชาย ต่างจากเครื่องมือทั่วไป ไม่ต้องพึ่งยา ไม่เจ็บ ไม่มีผลข้างเคียง นับเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อันเนื่องมาจากเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศไม่เพียงพอ รวมถึงอาการแข็งตัวไม่เต็มที่ การทำงานโดยการส่งคลื่นเสียงความเข้มข้นต่ำ ที่เรียกว่า Linear Shockwave Therapy (LSWT) ไปยังตำแหน่งต่างๆ ในบริเวณขาหนีบและองคชาติ รวม 4 จุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการฟื้นฟูระบบเส้นเลือด ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณองคชาตมากขึ้น จึงเป็นวิธีรักษาปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวจากต้นเหตุอย่างแท้จริง” นพ.โอม กล่าว

ดร.จุน โนริตาเกะ (Dr.Jun Noritake) นายแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาชาวญี่ปุ่น ยังร่วมให้แนวคิดว่า “คนญี่ปุ่นมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องหลอดเลือดและสมรรถภาพทางเพศอย่างมาก เพราะว่าระบบหลอดเลือด มีหน้าที่ลําเลียงเลือดจากหัวใจไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ และเป็นเส้นทางให้เลือดจากอวัยวะต่างๆ กลับเข้าสู่หัวใจ ถ้าเส้นเลือดมีปัญหา จะส่งผลต่อทุกระบบในร่างกายโดยตรง ทำให้คนญี่ปุ่นเห็นความสำคัญของการดูแลและป้องกันระบบเส้นเลือดอย่างมาก” ดร.จุน กล่าว

ผู้สนใจ สามารถเข้าไปดูข้อมูลการรักษาของ โรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 และ คลินิกพานาซี (เอกมัย) ได้ที่ www.panacee.com

วันช้างไทย “เกียรติภูมิคชาไทย อยู่คู่แผ่นดิน” ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 240 ปี วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2565

วันช้างไทย
“เกียรติภูมิคชาไทย อยู่คู่แผ่นดิน” ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 240 ปี
วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2565

ในปีมหามงคลครบรอบสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 240 ปี นับเป็นศุภมงคลสมัยที่ชาวไทยจะได้ร่วมแซ่ซร้องยินดีน้อมเกล้าฯถวาย ช้างสำคัญ ที่มีคชลักษณ์งามสมบูรณ์ แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมกับได้ร่วมเชิดชูเกียรติยศของช้างไทย สัตว์คู่บ้านคู่เมือง และมีคุณต่อแผ่นดินมาช้านาน
เป็นที่ทราบกันดีว่า วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็นวัน “ช้างไทย” โดยในปีพุทธศักราช 2565 นับเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง เนื่องในปีมหามงคลครบรอบสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 240 ปี มูลนิธิสหชาติ เล็งเห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ในปีมหามงคลนี้ จึงได้จัดงาน วันช้างไทย “เกียรติภูมิคชาไทย อยู่คู่แผ่นดิน ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 240 ปี” ขึ้น ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม วันช้างไทยที่ผ่านมา

พิธีเปิดงานวันช้างไทย ประจำปีพุทธศักราช 2565 ได้รับเกียรติจากพลโท วสันต์ ทัพวงศ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ถวายเครื่องราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 และกล่าวเปิดงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร นำชมอาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่บูรพมหากษัตริย์ และวีระชนไทยผู้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ โดยมีภาพจิตรกรรมร่วมสมัยเล่าเรื่องเกียรติประวัติช้างไทย ปรากฏอยู่ด้วย อย่างงดงาม

พระชายกลาง อภิญาโณ ประธานมูลนิธิ สหชาติ กล่าวว่า “มูลนิธิสหชาติ คือองค์กรการกุศล ที่ไม่แสวงหาผลกำไร และเป็นผู้ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ช้างไทยมาโดยตลอด อันมีโครงการ รักคุณเท่าช้าง เป็นต้น ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดี ที่วันช้างไทย ปี 2565 ตรงกับในวาระสมัยสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 240 ปี มูลนิธิฯจึงมีพิธีเปิดงานวันช้างไทยขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานจากอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ได้รับการสนับสนุนจากจากบริษัท บางกอก อิมเพรส ผู้ผลิตสื่อเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ผลิตสารคดีสั้น ชุด เกียรติภูมิคชาไทย นำเสนอเรื่องช้างไทยในทุกมิติ จำนวน 10 ตอน

และได้การสนับสนุนการออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5 ผ่านทางรายการเมืองไทยใหญ่อุดม เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมเป็นต้นไป ด้านการเสวนา ได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิ อันมีพล.อ.เสริมศักดิ์ วิเศษไชยศรี อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ,แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และคุณธนบดี พรหมสุข ประธานศูนย์อนุรักษ์ ช้างทองคำ ให้เกียรติร่วมกันหาทางออกในการอนุรักษ์ช้างไทย อย่างบูรณาการเพื่อความยั่งยืน คือคนเลี้ยงช้างอยู่ได้ ช้างมีชีวิตอยู่ดี ซึ่งคาดว่าวันช้างไทยปีนี้ น่าจะเป็นปีแห่งพลังการขับเคลื่อนการดูแลช้างไทยกันอย่างจริงจัง”

ในการเสวนา เกียรติภูมิคชาไทย จะรักษาอย่างไรในยุคโลกาภิวัตน์ นอกจากจะเป็นการเสนอแนวทางร่วมการอนุรักษ์ช้างไทยอย่างบูรณาการเพื่อความยั่งยืนแล้ว คุณธนบดี พรหมสุข ประธานศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ ยังได้นำเสนอเอกสารสำคัญจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แสดงการตรวจลักษณะรูปพรรณพิเศษ 7 ประการ ของพลายเอกชัย ที่อยู่ในการดูแลของศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ เข้าข่ายเป็นช้างสำคัญ หรือช้างเผือก ซึ่งตามพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 12 ระบุว่า ผู้ใดมีช้างสำคัญ หรือช้างสีปลาด หรือช้างเนียม โดยเหตุที่ตนจับได้ หรือโดยแม่ช้างของตนตกออกมา หรือโดยเหตุอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ต้องนำขึ้นทูลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบำเหน็จให้ตามสมควร
“พลายเอกชัย ปัจจุบันท่านอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นช้างพลายอายุ 36 ปี ที่เผยรูปพรรณพิศษ เข้าข่ายช้างสำคัญชัดเจนขึ้นเรื่อยๆมาโดยลำดับ ทางศูนย์ฯได้ดูแลท่านเป็นอย่างดีเสมอมา และจะได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติช้างป่าต่อไป ซึ่งไม่สามารถครอบครองได้ ด้วยกราบน้อมเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเป็นปีมหามงคล วันช้างไทย 2565” คุณธนบดี กล่าว

ในปัจจุบันแม้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปมาก โขลงช้างพบน้อยลง ช้างเผือกยิ่งหายากยิ่งขึ้น แต่ความสำคัญของช้างเผือกมิได้ลดน้อยลงไปกว่าเดิม เมื่อได้มีการพบช้างสำคัญเข้ามาสู่พระบรมโพธิสมภาร ทวยราษฎร์ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในพระบารมี น้อมนำให้มีการประกอบพระราชพิธีรับและขึ้นระวางโภช ตามพระราชประเพณีที่เคยเชื่อถือและปฏิบัติกันสืบมา

ทนายฟาง ส่งทีมเซปักตะกร้อประเดิมแชมป์ “อีสาน พัทยา คัพ ครั้งที่ 1”

ทนายฟาง ส่งทีมเซปักตะกร้อประเดิมแชมป์ “อีสาน พัทยา คัพ ครั้งที่ 1”

“ทนายฟาง”กนกอร สวัสดิรัมย์ ผู้จัดการทีมเซปักตะกร้อ “ทนายความพัทยา” รับถ้วยรางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัลในการแข่งขันเซปักตะกร้อเชื่อมความสัมพันธ์ “อีสาน พัทยา คัพ ครังที่ 1” ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2565

กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ISMED นำเสนอ โมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด


กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ISMED นำเสนอ โมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่
หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED จัดแถลงข่าวและการสัมมนา “พลิกเมือง ด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ ขุมกำลังขับเคลื่อนประเทศไทย” ด้วยโมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ พร้อมบ่มเพาะพัฒนายกระดับศักยภาพ SME ไทยให้เติบโต มั่นใจโมเดลนี้จะเกิดพลังหนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด
กิจกรรมวันนี้ จัดขึ้น ณ ห้องกมลทิพย์ 1 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจากนายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานฯ ในงานและกล่าวนำการสัมมนาในหัวข้อ “ทิศทางของกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อน SMEs ภายใต้เศรษฐกิจยุคใหม่” และมีผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนผู้มีเกียรติร่วมงาน ภายใต้มาตรการระวังการแพร่ระบาดตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงติดตามรับชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์จำนวนมาก
โดยกิจกรรมนี้เกิดจากการที่ “สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) สถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการตามแนวนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจกระแสใหม่ โดยเน้นย้ำถึงแนวทางการผลักดันเศรษฐกิจให้ทันโลกสมัยใหม่ กระทรวงอุตสาหกรรมเปรียบเสมือน หัวขบวนรถ และมีสถาบันเครือข่ายต่าง ๆ ช่วยขับเคลื่อนไปในทิศทางของกระแสโลก วางเข็มทิศชี้ทางให้ธุรกิจก้าวข้ามอุปสรรคชี้ช่องทางแห่งโอกาสเสริมความแกร่งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึง การนำ BCG Economy มาปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้ไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต”

นายธนนนทน์ พรายจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ ISMED เปิดเผยภายในงานว่า แม้ว่าทุกวันนี้ภาคเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ขณะเดียวกัน การใช้ชีวิตผู้คนทั่วโลกเริ่มมีปรับตัวได้ รัฐบาลหลายประเทศ เริ่มลดมาตรการคุมเข้มลงมา
เป็นลำดับ แต่ยังคงกฎระเบียบและมาตรการทางสาธารณสุขไว้ เพื่อให้วงจรเศรษฐกิจได้ขับเคลื่อน
แต่สิ่งที่สำคัญ คือ จะขับเคลื่อนอย่างไร จึงจะสามารถอยู่รอด และเติบโตได้เข้มแข็ง
นายธนนนทน์ กล่าวต่อไปว่า “สถาบันฯ ได้ทำการศึกษาและค้นหา เครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ และมองฉากทัศน์ที่ประเทศไทยจะสามารถสร้างการเจริญเติบโตและมีความเป็นไปได้ มีแนวโน้มไปทิศทางใด กระทั่งมีการจัดทำ “บทสรุปแนวทางการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดดด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่” เพื่อให้ภาคธุรกิจและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบในปรับตัวหรือประยุกต์ใช้ให้สอดรับกับทิศทางใหม่นี้ โดยในปีนี้ สถาบันฯ ได้พัฒนา 2 เครื่องมือ Smart Solutions เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ

1) แพลทฟอร์ม Smart Data เป็นเครื่องมือ Intelligence Analyst วินิจฉัย-รายงานผลเป็น SME Dashboard เพื่อวิเคราะห์ธุรกิจและแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ทำให้เห็นศักยภาพเมื่อเทียบเคียงกันในอุตสาหกรรมเดียวกันได้
2) แพลทฟอร์ม Big Step (https://www.bigstepgo.com) เป็น Smart Tools ช่วย Up-skill แบบself-learning โดยเหนือชั้นกว่าด้วยการรวมเครื่องมือเบ็ดเสร็จในที่เดียวแบบ one stop มีทั้งความรู้และ คลัง Data ที่สำคัญ นอกจากนี้ จะขยายไปสู่ซีรี่ส์ของการพัฒนา Future Skill รองรับเศรษฐกิจอนาคตต่อไป
โอกาสนี้ นายธนนนทน์ ยังได้เปิดเผยถึงบทสรุปดังกล่าวด้วยว่า “เราได้ทำการศึกษาข้อมูลสำคัญ
จากต่างประเทศ และเทียบเคียงกับ สภาพประเทศไทยเอง การถอดรหัสธุรกิจที่ปรับตัวและสร้างการเติบโตได้อย่างสูง ตลอดช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมาไปจนถึง แนวโน้มและพฤติกรรมของ ผู้บริโภคจะเป็นไปในทิศทางใด และธุรกิจจะเรียนรู้จากเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ในงานนี้ สถาบันฯ จึงได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนกับภาคธุรกิจ และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จนสามารถเสนอฉากทัศน์ใหม่ ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยภาคเศรษฐกิจ กระแสใหม่ใน 6 มิติที่สำคัญ ได้แก่

Indoor Economy: ระบบเศรษฐกิจการใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มากขึ้น จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น สินค้าและบริการรองรับการทำงานอยู่ที่บ้าน การเรียนออนไลน์ กิจกรรมพักผ่อน สันทนาการและงานอดิเรก ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวันที่มีการเดินทางออกจากบ้านน้อยลง
Care Economy: ระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากความต้องการในการดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ที่มากขึ้น ของผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ ผู้ป่วย รวมถึงกลุ่มวัยทำงานเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น ธุรกิจดูแลสุขภาพ อาหาร การท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ของใช้ภายในบ้าน รวมถึงอุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการดูแลสุขภาพ
Domestic Economy: ระบบเศรษฐกิจที่กลับมาให้ความสำคัญกับผู้บริโภคภายในประเทศ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศทำได้ยาก จึงเกิดสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของคนภายในประเทศ เช่น สินค้าและบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ทดแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ สินค้าและบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ (Unseen) โดยใช้ทรัพยากรทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
One Planet Economy: ระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลก จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คนตระหนักมากขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า บริการ และการดำเนินธุรกิจ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้าและบริการที่เกิดจากการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้าและบริการที่ลดขยะและการใช้พลังงาน
Virtual Economy: ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างประสบการณ์บนโลกเสมือนจริงให้มีคุณค่าเทียบเท่าประสบการณ์จริง รองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้ชีวิต ที่มีผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ เช่น สินค้าและบริการใหม่ๆ ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนบนโลกเสมือนจริง สินค้าและบริการเดิมที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายตลาดบนโลกเสมือนจริง

Up-skill Economy: ระบบเศรษฐกิจรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนจำนวนมากเกิดความตระหนักในการแสวงหาความรู้ทักษะใหม่ๆ ในขณะเดียวกันหลายธุรกิจต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพื่อสร้างความอยู่รอด ซึ่งส่งผลให้เกิดการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรู้ทักษะใหม่ๆ ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline เช่น จากธุรกิจผลิตสินค้าและบริการต่อยอดสู่ธุรกิจการให้ความรู้ทักษะเพื่อการสร้างอาชีพ ธุรกิจการศึกษาที่พัฒนาหลักสูตรรองรับอาชีพสมัยใหม่
สำหรับกิจกรรม “พลิกเมือง 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ ขุมทรัพย์ขับเคลื่อนประเทศไทย” ในวันนี้
เริ่มด้วยการนำเสนอในหัวข้อ ISMED Next : ทิศทางและภารกิจของ ISMED เพื่อต่อกับยุค 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ พร้อมชุดเครื่องมือสนับสนุน SME ได้แก่ Data Analytics as a service, Big step- Big Tools นำเสนอโดย นายธนนนทน์ พรายจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
จากนั้น นายวิษณุ ทับเที่ยง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขึ้นกล่าวในหัวข้อ“ทิศทางของกระทรวงอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อน SMEs ภายใต้ในเศรษฐกิจยุคใหม่” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้เห็นถึงการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยของกระทรวงอุตสาหกรรมให้เติบโตและแข็งแกร่งได้ในสภาพการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
ทั้งนี้ ไฮไลท์ในงานเสวนานั้นมีหลายหัวข้อด้วยกัน ได้แก่ “Power up SMEs towards Next Boom” โดยได้รับเกียรติจาก Biz Leaders หลายมุมมอง ได้แก่ นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เผยแนวคิดการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจ SMEs ด้วยโซลูชั่นทางการเงิน เพื่อช่วยให้ SME มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงแนวทางการปรับระบบการเรียนรู้เพื่อคนรุ่นใหม่ สำหรับสภาพแวดล้อมของประเทศที่เปลี่ยนไป, นางศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เล่าถึง ความท้าทาย และโอกาสของ Future of health and wellness for Thailand ขณะที่ นายศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถอดรหัส SME in Digital Transition Stage
จะไปต่อได้อย่างไร โดยมี ดร.ธนันธน์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการตลาด สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นผู้ดำเนินเสวนา

จากนั้น นายปรัชญา เพิ่มทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “The 6 new Economies after covid-19 : Challenge & Opportunity”
นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน คือ การลงนามความร่วมมือระหว่าง สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) นำโดยนายธนนนทน์ พรายจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และนายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ท่ามกลางสักขีพยานทั้งออนไซต์และรับชมผ่านออนไลน์ ที่ร่วมพัฒนาบ่มเพาะศักยภาพ SME ผ่านโครงการเสริมแกร่งให้ธุรกิจอย่าง finbiz by ttb พร้อมสนับสนุนด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินและดิจิทัล โซลูชันที่ตอบโจทย์ SME อันจะนำไปสู่โมเดลการเติบโตในเศรษฐกิจตัวใหม่ และสามารถมองหาน่านน้ำแห่งโอกาสใหม่ ๆ ของปี 2022

สามารถดาวน์โหลดข้อมูลและติดตามข่าวสาร สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดทลางและขนาดย่อม หรือ ISMED เพิ่มเติมได้ที่ เพจ FB: ISMED สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม , เว็บไซต์ www.ismed.or.th , Line official account : @ismed  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-105-4778 ต่อ 8000, 086 753 4967 E-mail: kanokwan_r@ismed.or.th

เกี่ยวกับ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED (www.ismed.or.th)

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED เป็นสถาบันในเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2542 ต่อมากระทรวงอุตสาหกรรมได้มี คำสั่งที่ 153/2542 ลงวันที่ 23 เมษายน 2542 ให้จัดตั้งสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อถ่ายโอนภารกิจ “การพัฒนา” จากภาครัฐ มาดำเนินงานด้วยความคล่องตัว ยืดหยุ่น และทันสมัย ในรูปขององค์กรสาธารณประโยชน์
สถาบันฯ มีภารกิจหลักในการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ทั้งภาคการผลิต การค้า บริการ รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตและแข่งขันได้ โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนต่างๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตเข้มแข็ง
การถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การพัฒนาหลักสูตร การสัมมนาอบรม การจัด E-Learning การศึกษาด้วยตนเองจากสื่อและอื่น ๆ แก่ผู้ประกอบการ SMEs /วิสาหกิจชุมชน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
การให้บริการคำปรึกษาแนะนำ การตลาดใน-ต่างประเทศ การลงทุน-ร่วมลงทุน การเชื่อมโยงธุรกิจ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตลอดจน แสวงหาความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือสนับสนุน ผู้ประกอบการ SMEs/วิสาหกิจชุมชน

การศึกษาวิจัยทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ SME รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการได้เข้าถึงข้อมูลที่ทันสมัยเชื่อถือได้ สามารถนำไปปรับใช้ ตลอดจนการจัดทำดัชนี ชี้วัดความสามารถในการประกอบการ
การรับรองมาตรฐานวิชาชีพของบุคลากรที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการ SMEs หรือเป็นผู้ประเมินสถานประกอบการ

“ชัยวุฒิ” ฝากคนดังพบถูกสวมรอยบัญชีโซเชียล แจ้งดีอีเอส-ตร.ทันที

“ชัยวุฒิ” ฝากคนดังพบถูกสวมรอยบัญชีโซเชียล แจ้งดีอีเอส-ตร.ทันที

“ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ฝากถึงคนดัง-ดารา ระวังถูกสวมรอยโปรไฟล์โซเชียล หากพบถูกแอบอ้างตัวตนไปเปิดแอคเคาน์ปลอมหลอกลวงประชาชน วอนแจ้งมายังดีอีเอส สายด่วน 1212 หรือแจ้งความทันที เพื่อเร่งปิดกั้นบัญชีโซเชียลปลอม

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึงแนวทางการถูกละเมิดเอาโปรไฟล์ของบุคคลมีชื่อเสียงไปแอบอ้างว่า ฝากไปยังดารา นักร้อง นักแสดง และบุคคลที่มีชื่อเสียงทุกคน ขอให้ท่านตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊ก และบัญชีโซเชียลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ว่ามีคนนำรูป หรือนำชื่อไปใช้หรือไม่ ในทำ account ปลอม

“ถ้าถูกสวมรอยแอบอ้างตัวตน ไปเปิด account โซเชียลปลอมขึ้นมา แล้วไปหลอกลวงประชาชนไปสร้างความเสียหายและก็มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของท่าน อยากให้ช่วยกันติดตามและถ้าพบว่ามี บัญชีปลอม มีคนเอารูปเอาชื่อท่านไปใช้โดยไม่ถูกต้อง ขอให้แจ้งมายังดีอีเอส ตำรวจไซเบอร์ หรือแจ้งความออนไลน์ได้ทันที พวกเราจะช่วยปิดกั้นและดำเนินคดีให้กับบัญชีปลอมให้หมดไป ฝากดารา นักแสดงทุกคนช่วยกันตรวจสอบด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว

สำหรับช่องทางรับเรื่องร้องเรียน/แจ้งความ ได้แก่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 ของกระทรวงดิจิทัลฯ สายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี www.thaipoliceonline.com

JKN Hi Shopping จัดมหกรรมลดกระจายขายขาดทุนเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาหลักร้อย


JKN Hi Shopping จัดมหกรรมลดกระจายขายขาดทุนเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาหลักร้อย

ฟังทางนี้สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าในครัวเรือนคุณภาพเยี่ยมที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ JKN Hi Shopping เปิดดีลพิเศษสร้างเซอร์ไพร์สแบบไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน ในมหกรรมลดราคาสินค้า ชนิดที่เรียกกว่าขายแบบไม่ต้องต่อราคาให้เสียเวลา เพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าคนสำคัญในราคาเหมาๆ เพียง 699 บาท และ 899 บาทเท่านั้น!

สำหรับเซ็ตแรกขอเอาใจสายชาบู สายคนรักปิ้งย่าง หรือจะชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ ที่บ้านแบบสบายๆ
JKN Hi Shopping จัดให้ 3 ชุดสุดคุ้ม ในราคาเพียง 699 บาท
เซ็ตที่ 1 ชุดต้ม ประกอบด้วยกระติกน้ำร้อนขนาดใหญ่ 2.8 ลิตร, กระบอกน้ำ 2 ใบและผ้าเช็ดอเนกประสงค์ 1 ผืน มูลค่ารวมทั้งชุดอยู่ที่ 1,840 บาท
เซ็ตที่ 2 ชุดสุกี้ ประกอบด้วยหม้อสุกี้อเนกประสงค์ขนาด 2.8 ลิตรมาพร้อมกับชุดมีดพร้อมอุปกรณ์ 8 ชิ้น, ตะหลิวไม้ 1 ชิ้นและผ้าเช็ดอเนกประสงค์อีก 1 ผืน รวมมูลค่าอยู่ที่ 1,470 บาท
เซ็ตที่ 3 ชุดย่าง ประกอบด้วย เตาปิ้งย่างเทปันยากิ, ที่คีบเนื้อ 2 ชิ้นและผ้าเช็ดอเนกประสงค์ 1 ผืน มูลค่ารวม 1,160 บาท

อีกหนึ่งเซ็ตสุดคุ้มที่ไม่ควรพลาดมาในราคา 899 บาท เท่านั้น
ชุดหุง ประกอบด้วยหม้อหุงข้าวอุ่นทิพย์ขนาด 1.2 ลิตรมาพร้อมกับชุดหม้อสเตนเลส 3 ใบ ราคาปกติอยู่ที่ 2,380 บาท
ชุดบดสับ มีเครื่องบดสับอเนกประสงค์ โถสเตนเลส ขนาด 2 ลิตรควงคู่มาพร้อมกับชุดหม้อสเตนเลส 4 ใบ และผ้าเช็ดอเนกประสงค์ 1 ผืน เซ็ตนี้ราคาปกติอยู่ที่ 2,200 บาท

ติดตามมหกรรมลดกระจายขายขาดทุนเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทางช่อง PSI ช่อง 46, GMMZ ช่อง 43, INFOSAT ช่อง 46, เจริญเคเบิ้ล ช่อง 9, DTV ช่อง 37, nt NET PLAY | iptv ช่อง 38, AIS ช่อง 800, 3BB IPTV ช่อง 88 และทุกโซเชี่ยลมีเดียของ JKN Hi Shopping
WEB: https://www.jkn-hishopping.com
FACEBOOK: https://www.facebook.com/jkn.hishopping
INSTAGRAM: https://www.instagram.com/jkn.hishopping
YOUTUBE: https://www.youtube.com/c/JKNHiSHOPPING
หรือ โทรเลย 02-1234-555 ยินดีรับสายให้บริการงานขายตลอด 24 ชั่วโมง
ลดวันเดียวเท่านั้น 11 มีนาคม 65 นี้ เวลา 17.20น. เป็นต้นไป ย้ำ! วันเดียวเท่านั้น

JKNGROUP #JKNHISHOPPING


ใคร่ขอขอบพระคุณท่านสื่อมวลชนในความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ข่าว
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์
บริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชัน จำกัด
คุณอุ้ม โทร 082-635-5656, คุณนัชชา โทร 084-644-5303, คุณนา โทร 090-541-4624
info@brandcom.co.th

รฟฟท. จัดกิจกรรมเพื่อสังคมแจกชุดตรวจ ATK , ปรอทวัดไข้ และหน้ากากอนามัย จำนวน 500 ชุดให้แก่ชุมชนสวนผัก บริเวณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงสถานีจตุจักร


รฟฟท. จัดกิจกรรมเพื่อสังคมแจกชุดตรวจ ATK , ปรอทวัดไข้ และหน้ากากอนามัย จำนวน 500 ชุดให้แก่ชุมชนสวนผัก บริเวณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงสถานีจตุจักร

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรมเพื่อสังคม แจกชุดตรวจ ATK , ปรอทวัดไข้ และหน้ากากอนามัย จำนวน 500 ชุดให้แก่ชุมชนสวนผัก บริเวณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงสถานีจตุจักร

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่าเพื่อเป็นไปตามนโยบายของบริษัทในส่วนของความรับผิดชอบต่อสังคม ( CSR ) ที่บริษัทให้ความสำคัญ และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อสนับสนุนมาตรการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ในชุมชน โดยมอบชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง ( Antigen Rapid Test Kit ) ปรอทวัดไข้ และหน้ากากอนามัย จำนวน 500 ชุดให้แก่ชุมชนสวนผัก บริเวณรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงสถานีจตุจักร รวมทั้งมอบแผ่นรองซับสำหรับผู้ป่วย และผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง โดยมีประธานชุมชนสวนผักเป็นตัวแทนรับมอบ

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

พช.ชวน ชอป ชิม ชม งาน “OTOP SHOPING WEEK จ.สงขลา” 7-13 มี.ค.2565

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยโอทอปชวนชอป ชิม ชม ครบเครื่องเรื่องความอร่อย ตื่นตากับสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ในงาน OTOP ภูมิภาค จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 7-13 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2565 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จ.สงขลา นายอำพล​ พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP ภูมิภาค โดยมี นายสุรศักดิ์​ อักษรกุล​ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน​ นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายจรัญ อินทสระ พัฒนาการจังหวัดสงขลา นายสนิท รัตนสำเนียง พัฒนาการอำเภอเมืองสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงาน

นายอำพล​ พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP ภูมิภาค จ.สงขลา ในวันนี้ จุดประสงค์ที่ทางจังหวัดได้ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชม เพื่อให้ประชาชนได้สามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพ และช่วยเพิ่มยอดการใช้จ่ายในจังหวัด รวมถึงพัฒนาศักยภาพของผู้ประอบการ มีสถานที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะมีนักชอป รวมถึงนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาชมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะนำมาสู่การใช้จ่ายหมุนเวียนใน จ.สงขลา”

นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน ในนามตัวแทนของผู้จัดงาน กล่าวว่า “กรมการพัฒนาชุมชน ได้การดำเนินการเพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า OTOP เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น/ชุมชน สู่ตลาดระดับภาค เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการและตลาด การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดสงขลา ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ส่วนราชการภาคีเครือข่าย ในจังหวัดสงขลาที่เกี่ยวข้อง เครือข่าย OTOP จังหวัดสงขลา และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา การจัดงาน OTOP ภูมิภาคจะจัดขึ้นรวม 5 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดพังงา จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสงขลา จังหวัดตาก และจังหวัดกำแพงเพชร”

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยโอทอปชวนชอป ชิม ชม ครบเครื่องเรื่องความอร่อย ตื่นตากับสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ จากผู้ประกอบการ OTOP 1-5 ดาว และอาหารชวนชิมที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด กว่า 300 ร้านค้า ภายในงาน OTOP ภูมิภาค จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 7-13 มีนาคม 2565 ภายใต้กรอบแนวคิด OTOP SHOPING WEEK : สุขทวีคูณ เพิ่มพูนเศรษฐกิจ ชีวิตดี HAPPY ทั่วภูมิภาค นับเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP พร้อมทั้งเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้

นอกจากนี้ ยังสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับเกมส์แจกของรางวัล ศิลปะการแสดงศิลปวัฒนธรรม และมินิคอนเสิร์ต จาก 7 ศิลปิน ได้แก่ ดวงจันทร์ สุวรรณี / ข้าวทิพย์ ธิดาดิน / หญิง ธิติกานต์ / บิว กัลยาณี / วงพัทลุง (เต็มวง) / รัชนก ศรีโลพันธ์ และ อิสร์ อิสรพงศ์ ที่ผลัดเปลี่ยนมามอบความสุขบนเวที โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถลุ้นรับโชคกับรางวัลพิเศษในทุกวัน และลุ้นรับรางวัลใหญ่ประจำสัปดาห์ ทองคำหนัก 1 บาท ในวันสุดท้ายของการจัดงาน เมื่อมีการซื้อสินค้าภายในงาน ครบ 500 บาท หากมีการซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท สามารถแลกรับเสื้อยืดสุดเก๋ได้ภายในงาน

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook : OTOP TODAY / OTOP EVENT และ OTOP นวัตวิถี