อว. จับมือ ป.ป.ส. ใช้ประโยชน์พืชกระท่อม พร้อมเดินหน้าพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมใหม่ เพื่อคนไทย

วันนี้ (3 ธันวาคม 2564) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) การสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม ณ สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และนายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นพยานความร่วมมือ

ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเป็นนโยบายหนึ่ง
ที่ อว. ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมามีการนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง การลงนามความเข้าใจในการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรมในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญในการนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อผลักดันให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยใช้การวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อมอย่างครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งการพัฒนาด้านวิชาการ และการวิจัยที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและสอดคล้องกับองค์ความรู้และบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ อว. ได้มอบหมายให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ภายใต้บันทึกความเข้าใจ “การสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม” ในครั้งนี้

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ได้ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์เป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับ เพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน การที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เข้ามามีส่วนร่วมในการลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ต่อพืชกระท่อมของประเทศไทย โดยจะส่งผลโดยตรง ต่อการกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเข้ามามีส่วนร่วม ศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนา องค์ความรู้ และนวัตกรรมต่อพืชกระท่อมในระดับ มหาวิทยาลัย อุดมศึกษา และนักวิชาการ หลังจากนี้การทำการวิจัยต่าง ๆ จะสามารถทำได้สะดวกและมีทิศทางมากขึ้น โดย อว. จะเป็นตัวกลาง ในการส่งเสริมด้านงบประมาณ และข้อมูลในการอ้างอิงที่สามารถแลกเปลี่ยนใช้ประโยชน์ระหว่างองค์กร มหาวิทยาลัย และนักวิชาการ ที่วิจัยพืชกระท่อมได้

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านวิชาการ ระบบบริการสุขภาพและการวิจัยที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและสอดคล้องกับองค์ความรู้และบริบทของพื้นที่ ในอนาคตงานวิจัยเหล่านี้ ประชาชนจะสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ต่อยอด สามารถใช้ได้ในหลากหลายมิติ แต่ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมาย และนโยบายที่เหมาะสม”

อว.แสดงดนตรีเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9” พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 5 ธันวาคมนี้

มีทั้งเพลงพระราชนิพนธ์ และอีกหลากหลายแนวจากการบรรเลงของนักศึกษา ในพื้นที่กรุงเทพฯ จัดแสดงถึง 15 วัน พร้อม “รวมพลัง ทำความดีถวายพ่อหลวง” เช้าของวันที่ 5 ธ.ค. กิจกรรม “Clear and Clean” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า อว.จะจัดกิจกรรมการแสดง “ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รวมถึงส่งมอบความสุขให้คนไทยทั่วประเทศผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงไทยเดิม เพลงพื้นบ้านและอีกหลากหลายแนวเพลง โดยฝีมือการบรรเลงของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า วงดนตรีสากล วงดนตรีไทยและวงดนตรีพื้นบ้าน ซึ่งจะเริ่มบรรเลงพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 5 ธ.ค. เวลา 17.00 น. ในพื้นที่ 48 จังหวัด กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ที่พิเศษคือ ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะมีการจัดแสดงดนตรีต่อเนื่องเป็นระยะเวลาถึง 15 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 5 -19 ธ.ค. โดยในวันที่ 5-7 ธ.ค. จะจัดแสดงที่ลานพาร์คพารากอน วันที่ 8-12 ธ.ค. จัดแสดงที่ไอคอนสยามริเวอร์พาร์ค และวันที่ 13-19 ธ.ค. จัดแสดงที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งทั้ง 3 แห่งถือเป็นพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางและทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะจัดแสดงเฉพาะวันที่ 5 ธ.ค. ทั้งในพื้นที่ของทางมหาวิทยาลัยและพื้นที่ชุมชนของทางจังหวัด เช่น จ.อุดรธานี จัดที่ เวทีกลาง ทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี จัดที่ เฮือนกำนัน อุทยานศิลปวัฒนธรรมอีสานและลุ่มน้ำโขง ม.อุบลราชธานี จ.ลำปาง จัดที่ ข่วงวัฒนธรรม สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ลำปาง จ.พิษณุโลก จัดที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ม.นเรศวร จ.สุราษฎร์ธานี ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และ จ.ปัตตานี ที่ลานการแสดงริมแม่น้ำปัตตานี เป็นต้น

“การจัดการแสดงดนตรีในครั้งนี้ ซึ่ง อว. โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดขึ้น เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ชาว อว. ทั้งสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของ อว. ผนึกกำลัง เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ไม่เพียงแต่ทางด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่ยังทรงเป็นศิลปินผู้เพียบพร้อมด้วยพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ศิลปะด้านดนตรี และเป็นองค์บรมราชูปถัมภกทางดนตรีอีกด้วย ทรงส่งเสริมทั้งดนตรีไทยและสากล และมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ศิลปินดนตรีอย่างทั่วหน้า อันเป็นประโยชน์นานัปการแก่สังคม และประชาชนชาวไทย สมดังที่พสกนิกรชาวไทยน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน”” ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว นอกจากนี้ อว. ยังมีการจัดกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ และสถาบันอุดมศึกษาในกำกับ อว. ทั่วประเทศมาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาในพื้นที่ ภายใต้ “อว.รวมพลัง ทำความดีถวายพ่อหลวง” โดยในช่วงเช้าของวันที่ 5 ธ.ค. ผู้บริหารและบุคลากรของ อว. จะมาร่วมทำกิจกรรม “Clear and Clean” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ