ยูเอสจีเอ ประกาศสนามรอบคัดเลือก “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2026” เมเจอร์หญิง ดวล 26 สนามในสหรัฐฯ

สมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา (ยูเอสจีเอ) ประกาศรายชื่อสนามแข่งขันรอบคัดเลือกกอล์ฟเมเจอร์หญิง “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น” ครั้งที่ 81 รวมทั้งหมด 26 สนามทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมสนามในต่างประเทศที่แคนาดา อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยจะทำการแข่งขันระหว่างกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ 

การแข่งขันกอล์ฟ “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น พรีเซ็นเต็ด บาย แอลลาย” ครั้งที่ 81 จะจัดขึ้นที่เดอะ ริเวรา คันทรี คลับ ในแปซิฟิก พาลีเซดส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายนนี้ นับเป็นรายการชิงแชมป์ของยูเอสจีเอรายการที่ 95 และเป็นยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ครั้งที่ 6 ที่จัดในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ครั้งล่าสุดที่จัดในรัฐนี้ คือ ที่เพบเบิลบีช กอล์ฟ ลิงค์ส เมื่อปี 2023 ซึ่ง อัลลิเซน คอร์พุซ โปรชาวอเมริกัน คว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะ ชาร์ลีย์ ฮัลล์ จากอังกฤษ และชิน จีเอ จากเกาหลีใต้ ไปสามสโตรก นับเป็นแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ และแชมป์เมเจอร์รายการแรกของเธอ ขณะที่ปี 2025 มายา สตาร์ก โปรสาวจากสวีเดน คว้าแชมป์ที่เอริน ฮิลส์ รัฐวิสคอนซิน 

สำหรับปีนี้ ยูเอสจีเอ จะใช้สนามคัดเลือก 26 แห่งใน 17 รัฐของสหรัฐฯ รวมถึงสนามในแคนาดา อังกฤษ และญี่ปุ่น แข่งขันระหว่างวันที่ 20 เมษายน–13 พฤษภาคม เปิดรับสมัครออนไลน์ที่ champs.usga.org ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 เมษายน เวลา 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

จอห์น โบเดนแฮมเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันของยูเอสจีเอ กล่าวว่า “ยูเอสจีเอขอขอบคุณความร่วมมือจากสมาคมกอล์ฟพันธมิตร สหพันธ์กอล์ฟนานาชาติ และทัวร์ระดับอาชีพ ที่ทำให้การแข่งขันรอบคัดเลือกเกิดขึ้นได้ องค์กรเหล่านี้มอบโอกาสให้นักกอล์ฟอาชีพและสมัครเล่นหลายพันคนทั่วโลก ได้แข่งขันในรายการชิงแชมป์อันทรงเกียรติที่สุดรายการหนึ่งของกอล์ฟหญิง เราตื่นเต้นที่จะนำการแข่งขันระดับตำนานนี้มาสู่ลอสแอนเจลิสเป็นครั้งแรก และมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับนักกอล์ฟชั้นนำของโลก” 

การแข่งขันรอบคัดเลือกจะเล่นแบบสโตรกเพลย์ 36 หลุม โดยรัฐแคลิฟอร์เนียมีสนามมากที่สุด 4 แห่ง รองลงมาคือฟลอริดา 3 แห่ง และเท็กซัส 2 แห่ง ในต่างประเทศ โบโซ คันทรี คลับ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น จัดเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ในวันที่ 20 เมษายน ส่วนเดอะ แวนคูเวอร์ กอล์ฟ คลับ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา จัดเป็นปีที่สามติดต่อกัน และบัคกิงแฮมเชอร์ กอล์ฟ คลับ ชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยสองสนามหลังจะแข่งขันในวันที่ 11 พฤษภาคม

สนามชูการ์ มิลล์ คันทรี คลับ ในรัฐฟลอริดา จะเป็นเจ้าภาพรอบคัดเลือกเป็นครั้งที่ 8 ขณะที่แชนโนพิน คันทรี คลับ ในรัฐเพนซิลเวเนีย และวัลนัท ครีก กอล์ฟ พรีเซิร์ฟ ในรัฐโคโลราโด จัดเป็นครั้งที่ 7 และเป็นปีที่สามติดต่อกัน ส่วนแอริโซนา คันทรี คลับ เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา จัดเป็นครั้งที่ 6 และนิวแอลบานี คันทรี คลับ (รัฐโอไฮโอ) จัดเป็นปีที่สามติดต่อกัน 

นักกอล์ฟคนล่าสุดที่ผ่านรอบคัดเลือกก่อนก้าวไปคว้าแชมป์ได้คือ เบอร์ดี้ คิม จากเกาหลีใต้ ซึ่งทำได้ในปี 2005 ส่วนปี 2025 ที่เอริน ฮิลส์ มีนักกอล์ฟจากรอบคัดเลือกผ่านตัดตัวเข้าสู่สองรอบสุดท้าย 11 คน โดยเฮลี คูเพอร์ ทำสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285 จบอันดับ 7 ร่วม ดีที่สุดในกลุ่มผู้ผ่านรอบคัดเลือก

ในปี 2025 ยูเอสจีเอได้รับใบสมัครเข้าร่วมแข่งขันยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ที่เอริน ฮิลส์ รวมทั้งสิ้น 1,904 คน นับเป็นสถิติมากที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์รายการ โดยสถิติสูงสุดคือ 2,107 คน ในปี 2023 ที่เพบเบิลบีช กอล์ฟ ลิงค์ส 

เครดิตภาพ: USGA 

ทม.ชัยภูมิ เปิดศักราช “ตรุษจีน 69” ยิ่งใหญ่กระตุ้นเศรษฐกิจ-สืบสานรากเหง้าแดนอีสาน

สะท้านถิ่นพญาแล! ทม.ชัยภูมิ เปิดศักราช “ตรุษจีน 69” ยิ่งใหญ่ ขนทัพตำนานยุค 90-สิงโตมังกร กระตุ้นเศรษฐกิจ-สืบสานรากเหง้าแดนอีสาน

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ณ จังหวัดชัยภูมิ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยบริเวณแลนด์มาร์คสำคัญหลังอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (เจ้าพ่อพญาแล) นายธงชัย โอฬารพัฒนะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และภาคประชาชน ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการตกแต่งเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งมงคล

นายบรรยงค์ เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันครั้งใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดชัยภูมิ โดยเทศบาลได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนสายหลักให้กลายเป็นถนนสายวัฒนธรรม เพื่อสร้างจุดเช็คอินดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่

โดยไฮไลต์เด็ด..ไม่ควรพลาด • 15 ก.พ. (วันเปิดสนาม): ตื่นตาไปกับการประกวด Miss Queen Chinese New Year ชิงชัยความงามและไหวพริบ พร้อมชมการแสดงมังกรและสิงโตปีนเสาดอกเหมย เสริมสิริมงคล ปิดท้ายด้วยความมันส์จาก “วงกล้วยหอม”

ในวันที่ 16 ก.พ. จัดเต็มคอนเสิร์ตย้อนยุคที่รวมตัวกลั่นแห่งยุค 20 ปีก่อน นำโดย วง “เพื่อน” (กุ้ง ตวงสิทธิ์, ตี๋ วสันต์, แอ๊ด ทนงศักดิ์ ฯลฯ) เสริมทัพด้วยศิลปินคุณภาพจากเวที The Golden Song อย่าง อลิส ธนัชลักษณ์ และ โจ้ เฉลิมศักดิ์ ที่จะมาขับกล่อมบทเพลงอมตะให้กระหึ่มเมือง

นอกจากความบันเทิงระดับบิ๊กโปรเจกต์ คณะผู้บริหารเทศบาลฯ ยังเตรียมเดินเท้าเข้าหาประชาชนตามย่านเศรษฐกิจ เพื่อกราบขอพรผู้ใหญ่และส่งมอบความสุขด้วยขบวนสิงโต-กิเลนมงคล ถือเป็นการเคาะประตูบ้านอวยพรปีใหม่ตามธรรมเนียมโบราณที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

ศทช.ลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่พลาญแต้ อุบลฯพบ PMN จำนวน 16 ทุ่น

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) เข้าดำเนินการพื้นที่พลาญแต้ บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ขนาดพื้นที่รวม 85,558 ตารางเมตร

ชุดตรวจค้นทำลายที่ 1,2 และ 3 เข้าดำเนินการเก็บกู้กวาดล้างพื้นที่พลาญแต้ ได้พื้นที่ปลอดภัยจำนวน 518 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด PMN จำนวน 16 ทุ่น

สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิด พื้นที่พลาญแต้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน ได้พื้นที่ปลอดภัยจำนวนทั้งสิ้น 89,787 ตารางเมตร (รวมพื้นที่ขยายตามแนวทุ่นระเบิด 4,433 ตารางเมตร)  คิดเป็น 99.76 % คงเหลือพื้นที่ต้องสงสัย/ยืนยันว่ามีทุ่นระเบิดจำนวนทั้งสิ้น 204 ตารางเมตร คิดเป็น 0.24 % ตรวจพบวัตถุระเบิดรวมจำนวน 246 รายการ เป็นทุ่นระเบิดชนิด PMN จำนวน 246 ทุ่น

ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

ข้อมูลจากเพจ : กองบัญชาการกองทัพไทย 
เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

เทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณี 4 เผ่าไทศรีสะเกษกระตุ้นศก.ท้องถิ่น

จังหวัดศรีสะเกษจับมือกับภาคเอกชน เตรียมจัดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณี 4 เผ่าไทศรีสะเกษ ปี 2569 ยิ่งใหญ่ ไฉไลมโหฬาร ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคัก

นายวิชิตไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะอำนวยการจัดงานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณี 4 เผ่าไทในครั้งนี้ ขอเชิญชมและเที่ยวงาน เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2569 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มีนาคม 2569 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ (ภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ)

วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

ท่ามกลางความร้อนในต้นเดือนมีนาคมของทุกปี ดอกลำดวนจะบานสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลขจรกระจายในยามเย็นทำให้อาณาบริเวณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ ซึ่งมีต้นลำดวนขึ้นตามธรรมชาติมากมาย คนมีมนต์เสน่ห์ที่สร้างความร่มรื่นและธรรมชาติที่สวยงามในท่ามกลางฤดูกาลของวันเวลาที่ผันแปร แม้จะเป็นวันที่ลมร้อนและดินแห้งมาเยือน ต้นลำดวนเป็นไม้พื้นเมืองและเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษมีความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศเปรียบเสมือนชีวิตนักต่อสู้ที่อดทนและเรียบง่ายของชาวศรีสะเกษ

นอกจากนี้ต้นลำดวนยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุสากลและเป็นสัญลักษณ์ผู้สูงอายุแห่งชาติเพราะเป็นดอกไม้ดอกที่บานนานถึง 2 เดือนกลีบดอกแข็งกลิ่นหอมใบเขียวชะอุ่มให้ร่มเงาตลอดปีกระโดดดังความดีงามของผู้สูงอายุอันเป็นที่พึ่งให้ความร่วมเย็นแก่ผู้อ่อนวัยตลอดการดังนั้นทางจังหวัดจึงได้โอกาสอันดีในช่วงนี้จัดงานขึ้นภายใต้ชื่อ เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณี 4 เผ่าไทศรีสะเกษขึ้น

นายวิชิตไตรสรณกุล กล่าวถึงขั้นตอนการจัดงานครั้งนี้ว่าภายในงานจะมีการจันิทรรศการ”เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” เป็นสำคัญมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชนสี่เผ่า (ลาว เขมร กูย เยอ) อันเป็นชนสี่เผ่าไทในจังหวัดศรีสะเกษพร้อมจัดกิจกรรม “รากวัฒนธรรม ของดีบ้านฉัน” การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOPการจำหน่ายอาหารพื้นเมือง

สำหรับกิจกรรมกิจกรรมภาคกลางคืน (13 – 15 มีนาคม 2569) เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป เป็น การแสดงแสง สี เสียง ชุด “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” ตอน กำเนิดเทวราชา สถาปนาศรีพฤทเธศวร เพื่อบอกกล่าวถึงประวัติศาสตร์โบราณและอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองมากกว่า 1000 ปี

และวีรกรรมของบรรพชนคนศรีสะเกษที่เคยร่วมสร้างบ้านแปลงเมืองร่วมกับกษัตริย์ขอมโบราณโดยเฉพาะพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 จนเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในจารึกและเป็นอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ที่เชื่อมโยงความเป็นเมืองศรีสะเกษจากอดีตถึงปัจจุบัน

ขอเชิญท่านมาเที่ยวชมชิมช็อป สัมผัสสูดเอาอากาศภายใต้ร่มเงาของดงลำดวนที่หอมอบอวลของ “ผกาลำดวน” รับรองว่าจะตรึงจิตตรึงใจท่านไปนานเท่านาน

เสนาะ วรรักษ์ บันทึก

.

อช.แม่ปืมพะเยาทำเก๋จัดกิจกรรมอาบป่าฟังดนตรี สร้างความตะหนักมลพิษหมอกควันไฟป่า

ค่ำวานนี้ ( 14 กุมภาพันธ์ 2569 ) ที่ลานพอใจ ภายในอุทยานแห่งชาติแม่ปืม อ.แม่ใจ จ.พะเยา น.ส.อรอาภา โล่ห์วีระ ผวจ.พะเยา  นายพีรัช จันธิมา ปลัดจังหวัดพะเยา นายสมชาย วงศ์จริยะเกษม นายอำเภอเมืองพะเยา และส่วนราชการทีเกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาเที่ยวชมบรรยากาศอันสวยงามของอ่างเก็บน้ำแม่ปืมในยามเย็นและเข้าร่วมกิจกรรม “ อาบป่าฟังดนตรี ที่อ่างเก็บน้ำแม่ปืม”

 คณะผู้ว่าฯได้เดินทางไปดูสันเขื่อนแม่ปืม เพื่อชมวิวทิวทัศน์และหาทิศทางในการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินเข้าพื้นที่ จากนั้นได้เดินไปพักทายนักท่องเที่ยวที่เข้ามากางเก้นท์และเข้ามาเพื่อร่วมกิจกรรมอาบป่าฯ ก่อนที่จะเดินบนสกายวอร์ลคทักทายและถ่ายรูปร่วมกับนักท่องเที่ยว

พร้อมกับไปคล้องกุญแจรักฝากใจไว้ที่แม่ปืม เพื่อแสดงความรักและหวงเย็นแหนผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ และช่วงเย็นมีการเสิร์ฟหมูกระทะร้อนๆพร้อมนั่งฟังเพลงซิวๆกับบรรยาศที่เย็นสบายกำลังดีจนกระทั่ง 20.00น.กิจกรรมทั้งหมดก็ยุติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

นายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู หน.อุทยานแห่งชาติแม่ปืมเปิดเผยว่า กิจกรรมอาบป่าฟังดนตรี ที่อ่างฯแม่ปืมเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้ชมบรรยากาศความงามของอุทยานฯพร้อมฟังเพลงเบาๆเพื่อสร้างความประทับใจให้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อต้องการให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมและสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครป้องกันไฟป่าภาคประชาชน และถือเป็นการส่งท้ายเตรียมปิดอุทยานเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นคืนขึ้นมา และจะเปิดอีกครั้งในวันที่ 1 เมษายน 2569

โดย… นพพร/พะเยา

.

“ฉก.ราชมนู”สกัดต่างด้าวลอบเข้าเมือง จับชาวเอธิโอเปีย 26 คน–เคนย่า 1 คน ริมแม่น้ำเมยแม่สอด

ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู จับกุมชาวเอธิโอเปีย 26 ราย และ ชาวเคนย่า 1 ราย ลักลอบเข้าเมืองริมแม่น้ำเมย แม่สอด

ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู( ฉก.ราชมนู.)โดยหมวดลาดตระเวณอาวุธ ร้อย.ร.1411  นำกำลังพล 1 ชุดปฎิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจชายแดนไทย=เมียนมา  ริมแม่น้ำเมย บริเวณพื้นที่ 70 ไร่ หมู่ 1 บ้านแม่ตาว ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก . พิกัด 47QMU  48958 46373 ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยคล้ายชาวต่างชาติ ท่าทางมีพิรุธจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ  และเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจพบ บุคคลสัญชาติเอธิโอเปีย 26 ราย (เป็นชาย 23 ราย, และหญิง.3 ราย) และ สัญชาติเคนย่า 1 ราย (ชาย1.ราย)  รวมทั้งหมด 27 ราย

โดยบุคคลต่างด้าวดังกล่าว ให้การยอมรับว่าลักลอบข้ามมายังฝั่งไทยตามช่องทางธรรมชาติ ริมแม่น้ำเมยและเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่ จึงควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.ต่ก ด่านแม่สอด). เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ศุภชัย”หนึ่งเดียวเพื่อไทยภาคกลาง- กทม.-ปริมณฑล ฝ่าด่านหินเข้าวิน สส.เขต 2 ปทุมธานี

“ศุภชัย นพขำ”หนึ่งเดียวเพื่อไทยภาคกลาง- กทม.-ปริมณฑล ฝ่าด่านหินเข้าวิน สส.เขต 2 ปทุมธานีแห่ขอบคุณทุกแรงศรัทธา

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการเมืองในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเต็มไปด้วยความคึกคัก หลัง นายศุภชัย นพขำ หรือ “ลูกเต๋า” ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดปทุมธานี ในนามพรรค พรรคเพื่อไทย นำทีมงานขึ้นรถแห่ตระเวนขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและมอบคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลาม

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางรถแห่ ประชาชนสองข้างทางต่างออกมาต้อนรับ โบกมือ ส่งเสียงให้กำลังใจ และร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังใหม่ของผู้สนับสนุน

นายศุภชัย กล่าวขอบคุณประชาชนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ทุกคะแนนเสียงคือความไว้วางใจที่มีความหมาย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง “ผมขอสัญญาว่าความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้จะไม่สูญเปล่า เราจะทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมา และหนักยิ่งกว่าเดิม”

สำหรับ ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี ข้อมูล ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า เขตเลือกตั้งที่ 2 อันดับ 1 นายศุภชัย นพขำ หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 36,340 คะแนน อันดับ 2 นายวรชิต จันทร์แบบ พรรคประชาชน ได้ 31,579 คะแนน และอันดับ 3 น.ส.ชิดชนก พวงเพ็ชร์ พรรคภูมิใจไทย ได้ 23,496 คะแนน

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนชัยชนะที่ทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 4,700 คะแนน แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียง “ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ” โดยประชาชนยังต้องรอการประกาศรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ทั้งนี้ชัยชนะของนายศุภชัยยังถูกจับตาในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เนื่องจากเขาเป็น สส.หนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทยในโซนภาคกลางตอนล่างและพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลบางส่วน ที่สามารถฝ่ากระแสการแข่งขันอันดุเดือดครั้งนี้ได้สำเร็จ สะท้อนฐานเสียงที่ยังเหนียวแน่นและความคาดหวังใหม่ของประชาชนในพื้นที่

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นชัยชนะเชิงตัวเลข หากยังเป็นบทพิสูจน์ความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ พร้อมแรงกดดันมหาศาลต่อผู้แทนคนใหม่ที่จะต้องแปลง “คะแนนเสียง” ให้กลายเป็น “ผลงาน” บนเวทีสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

สุดทึ่ง..!ระยองหวานฉ่ำ! ชวนร่วมงาน “วิวาห์ปู @ รักษ์แสม” ฉลองวาเลนไทน์สุดเก๋

ระยอง – เตรียมพบกับงานวิวาห์ที่น่ารักที่สุดในฤดูกาล! ททท. สำนักงานระยอง ร่วมกับ เทศบาลตำบลเนินฆ้อ ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานในงาน “วิวาห์ปู @ รักษ์แสม Crab Wedding Festival” ณ สะพาน รักษ์แสม จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นาง วันดี เผื่อนอุดม 
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง 

นางพิมพิงฟ้า โชคระพิณภัสส์ อารยา 
รองผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง

นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท.สมุทรสงคราม ร่วมนำขบวนแห่ทางน้ำ

ไฮไลต์ห้ามพลาด: เมื่อ “หนุ่มแม่กลอง” มาขอ “สาวระยอง” แต่งงาน 🌹วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เตรียมพบกับความน่ารักของพิธีวิวาห์ระหว่าง “พี่สมุทร” ปูดำหนุ่มหล่อจากสมุทรสงคราม ที่หอบสินสอดเป็นต้นโกงกาง เดินทางข้ามจังหวัดมาสู่ขอ “น้องแสม” ปูแสมสาวเจ้าถิ่นแห่งระยอง

• ขบวนขันหมากสุดครื้นเครง: พบกับขบวนแห่ทั้งทางบกและทางเรือ พร้อมเสียงกลองยาวตามประเพณีท้องถิ่น
• จดทะเบียนสมรสหมู่: ร่วมเป็นสักขีพยานให้คู่รัก 9 คู่ที่จะมาจดทะเบียนสมรสท่ามกลางบรรยากาศป่าชายเลนอันร่มรื่น
กิน เที่ยว เวิร์กชอป ครบจบในงานเดียว
• สายกินห้ามพลาด: พบกับร้านเด็ดร้านดังกว่า 16 ร้าน เช่น ส้มตำจำรุง, น้ำปิง ปูเป็น, ลุงเทพทะเล
ติดล้อ และวาสนา ฟิชชิ่งปาร์ค

• สายลุย: นั่งเรือชมเหยี่ยวตามธรรมชาติ หรือเดินทอดน่องศึกษาเส้นทางป่าชายเลนรักษ์แสม ระยะทาง
1.1 กิโลเมตร
• สายอาร์ต: สนุกกับกิจกรรม DIY “ละเลงไอเดีย ปั้นฝัน ฉันทำเอง” และเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านเนินฆ้อ
• สายชิล: ฟังดนตรีสดโฟร์คซอง และร่วมรำวงย้อนยุคท่ามกลางลมเย็นๆ ของป่าชายเลน

โปรโมชั่นพิเศษ “เที่ยวระยอง มีของแถม!” ททท.สำนักงานระยอง จัดหนักให้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น:
1. รับสิทธิ์ทำพวงกุญแจรูปปูจากฝาขวดน้ำ: เพียงแสดงใบเสร็จจากร้านอาหาร/คาเฟ่ ในจังหวัดระยอง มูลค่า 500 บาทขึ้นไป (จำกัด 100 สิทธิ์/วัน)
2. รับสิทธิ์นั่งเรือชมเหยี่ยวฟรี: เพียงแสดงใบเสร็จที่พักในจังหวัดระยอง มูลค่า 500 บาทขึ้นไป 
(จำกัด 50 สิทธิ์/วัน)

นางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานระยอง เผยว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อผลักดันการ
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของระยองในมุมมองใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ติดต่อสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่
– In box : แฟนเพจ https://www.facebook.com/ททท.สำนักงานระยอง

#สุขทันทีที่เที่ยวระยอง
#RayongCharmingLocals
#วิวาห์ปู@รักษ์แสม
#Rayong #ระยอง

ยิ่งใหญ่อลังการ!”เทศกาลหอมแดงอำเภอวังหิน”ส่งเสริมท่องเที่่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเปิดงานเทศกาลหอมแดงอำเภอวังหินประจำปี2569 เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงร่วมงานคับคั่ง นำพาเศรฐกิจสู่ครัวเรือนเติบโตยั่งยืน

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานเทศกาลหอมแดงอำเภอวังหินประจำปี2569 โดยมีนายลิขิต  สุขเยาว์  นายอำเภอวังหิน และ นางขวัญศรัญธิดา ขาวโต ปลัดอาวุโสอำเภอวัง นำส่วนราชการ หน่วยงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่อำเภอวังหิน  เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก  ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอวังหิน  จังหวัดศรีสะเกษ

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าฯศรีสะเกษ

ลิขิต  สุขเยาว์  นายอำเภอวังหิน 

ทั้งนี้มี ดร.สิริพงษ์ อังคสกุลเกีรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และว่าที่ สส ศรีสะเกษเขต 1 ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วย ภายในงานมีการนิทรรศทางวิชาการผลผลิตของหอมแดงและพืชผลทางการเกษตรของดีอำเภอวังหิน  การประกวดพืชผลทางการเกษตรของดีอำเภอวังหิน และการจำหน่าย หอมแดง สินค้าทางการเกษตร สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ต่างๆของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอวังหิน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่คุณภาพหอมแดง และพืชผลทางการเกษตรของอำเภอวังหิน  เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้แก่พี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่น  เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป

นายลิขิต  สุขเยาว์  นายอำเภอวังหิน กล่าวว่า อำเภอวังหิน ได้กำหนดจัดเทศกาลหอมแดงอำเภอวังหิน ประจำปี 2569 เนื่องจากเล็งเห็นว่าพี่ น้อง ประชาชนชาวอำเภอวังหินส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่การทำนาเป็นอาชีพหลัก และจะมีการปลูกหอมแดง กระเทียม พริก เป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน

โดยอำเภอวังหิน เป็นที่ยอมรับว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด คือ “มีขนาดใหญ่ แห้ง มีสีแดง มีความมัน และขนาดคอเล็ก สามารถเก็บไว้ได้นาน” อำเภอวังหินจึงได้มีการจัดเทศกาลหอมแดงอำเภอวังหินขึ้น ในครั้งนี้  จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วได้เลือกซื้อหอมแดงที่มีคุณภาพของอำเภอวังหินไว้ประกอบอาหารในครัวเรือน ด้วย

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน.

.

ศรีสะเกษลุยสร้างพลังภาคีเมืองชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “Thailand Border Watch ครั้งที่ 1 Resilience Skill on Border Collaborative การสร้างพลังภาคีเมืองชายแดน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ที่ห้องประชุมสุขวิช รังสิพล ชั้น 3 โรงแรมนครลำดวนเพลส มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (มรภ.ศรีสะเกษ) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

โดยมี ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย การสร้างกลไกความร่วมมือในการขยายผลการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เอมอร แสนภูวา รอง อธิการบดี มรภ.ศรีสะเกษ (ฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา) มรภ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน นักวิชาการ นักศึกษา และภาคีเครือข่ายเมืองชายแดน รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า สำหรับโครงการวิจัยได้รับกาสนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริม ววน. และ หน่วย บพท. กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโครงการมีโครงการย่อย อีก ๒ โครงการ

คือ โครงการการขยายผลและยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รับผิดชอบโดย รศ.ดร.พิสิษฎ์ มณีโชติ และ คณะ มหาวิทยาลัยนเรศวร และโครงการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ในจังหวัดชายแดน ด้วยการเสริมศักยภาพ องค์ความรู้ หลักสูตรถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต รับผิดชอบโดยอาจารย์ ดร.พงศกร กาวิชัย และคณะมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยโครงการมีพื้นที่วิจัย ครอบคลุม ๒๙ พื้นที่ ครอบคลุมชายแดน ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และมาเลเซีย 

โดยทาง บพท. เห็นว่าเมืองชายแดนมีความสำคัญต่อเศรษกิจโดยรวม คือ มีมูลค่าถึง ๑.๘ ล้านๆบาท แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า การพัฒนาเมืองชายยังมีช่องว่างในการพัฒนา คือ การกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง โครสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและการปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม จึงจัดโครงการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลพื้นฐานและช่องว่างสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดน เพื่อประเมินกลไกการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเดิมที่มีอยู่

และ หากลไกการขับเคลื่อนใหม่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อพัฒนากลไกร่วมในการการถ่ายถอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเปิดที่ตรงกับบริบทและความต้องการของการพัฒนาพื้นที่ชายแดน (Open Technology Platform for Border Development) ในการสังเคราะห์วิเคราะห์และขับเคลื่อนเชิงนโยบายสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วน และเพื่อประสานงานและสนับสนุนในขอบเขตงานโปรแกรมยกระเบียงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนา

ส่วนการจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความยืดหยุ่น (Resilience Skill) ให้กับบุคลากรและชุมชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายในมิติต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือ สร้างกลไก “พลังภาคีเมืองชายแดน” ที่เข้มแข็ง ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการเฝ้าระวังและพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ผลจากการระดมความคิดเห็น ของการจัดประชุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้สร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากบนจุดแข็งและโอกาส เกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว การเยียวยาและฟื้นฟูที่เหมาะสม สภาพจิตใจ ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและทักษะในภาวะวิกฤติอีกด้วย.

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน