เกษตรกรชาวตรังยึดเศรษฐกิจพอเพียงปลูกข้าวไร่แซมสวนยางสวนปาล์มไว้กินไว้ขาย

ในพื้นที่ตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งใหญ่ที่ชาวบ้านหันมาปลูกข้าว ทั้งข้าวไร่ และข้าวนา ไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่าย และหากเหลือก็ได้ขายสร้างรายได้เสริม โดยเฉพาะข้าวไร่นั้น ชาวบ้านนิยมปลูกในพื้นที่ว่างระหว่างร่องในสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงที่ข้าวไร่กำลังทยอยสุก ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ พบว่า ญาติพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนบ้านกลุ่มหนึ่ง ได้ช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวไร่ที่กำลังสุกเหลืองอร่าม หลังจากประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนรถเกี่ยวข้าว

นางสาวทัศนีย์ สุขสนาน เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ บอกว่า ปีนี้ชาวบ้านในตำบลบางดี ปลูกข้าวไร่รวมเกือบ 1,000 ไร่ ประกอบด้วย แปลงที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกว่า 400 ไร่ และส่วนที่เหลือไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยชาวบ้านในอำเภอห้วยยอด ที่ยังอนุรักษ์การปลูกข้าวไร่ไว้ ประกอบด้วย ตำบลบางดี ตำบลวังคีรี และตำบลบางกุ้ง รวมเกือบ 2,000  ไร่ หลังจากที่ส่วนใหญ่เลิกทำไปนานแล้ว เพราะต้นทุนสูง ในขณะที่บางส่วนพยายามหันกลับมาทำนาใหม่ เมื่อเห็นตัวอย่างของเพื่อนบ้านที่ทำแล้วได้ผล ได้มีข้าวไว้กินเอง สามารถลดรายจ่าย และขายสร้างรายได้เสริม

สำหรับอำเภอห้วยยอด ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวไร่แหล่งใหญ่ของจังหวัดตรัง และยังมีพื้นที่ข้างเคียง คือ อำเภอวังวิเศษ ชาวบ้านก็หันมาปลูกข้าวไร่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยพันธุ์ที่นิยมปลูก เช่น ข้าวไร่ดอกพะยอม ข้าวดอกข่า ข้าวหอมบอน และข้าวเบายอดม่วง (ซึ่งสามารถปลูกได้ทั้งข้าวไร่ และข้าวนาปี) โดยชาวบ้านจะปลูกแซมในสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก อายุตั้งแต่ 1-3 ปี ระหว่างที่ต้องรอผลผลิตจากยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งผลผลิตที่ได้ทำให้ชาวบ้านสามารถลดรายจ่ายได้เป็นอย่างมาก ไม่ต้องซื้อข้าวสาร รวมทั้งได้ข้าวสารปลอดภัยสารพิษไว้รับประทาน

ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลในการปลูกข้าวไร่ พบว่า สามารถเก็บผลผลิตได้เฉลี่ยประมาณ 400 กก.ต่อไร่ ซึ่งแต่ละครัวเรือนไม่ได้ปลูกแค่ 1 ไร่ ทำให้มีข้าวสารไว้กินเหลือเฟือในครัวเรือน โดยส่วนหนึ่งสามารถแบ่งขายด้วย หากคิดเป็นรายได้จากการขายข้าวเปลือก จะเฉลี่ยประมาณ 12,000 บาทต่อไร่ และในส่วนของตำบลบางดี ก็จะเน้นการทำแปลงเมล็ดพันธุ์ขายด้วย ในราคา กก.ละ 50 -60 บาท เฉลี่ยจะได้ประมาณไร่ละ 20,000 บาท

นอกจากนั้น ในพื้นที่ยังมีการรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อผลิตข้าวไร่ และข้าวนาปี ไว้จำหน่ายสร้างรายได้ด้วย โดยราคาขายในพื้นที่ กก.ละ 50 บาท แต่หากขายออนไลน์ และไปออกบูท ก็จะขาย กก.ละ 70 บาท และส่วนหนึ่งก็แปรรูปเป็นข้าวเม่าขายด้วย ทำให้ปัจจุบันนี้ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่ปล่อยพื้นที่ให้ว่างโดยไม่ทำประโยชน์ แต่จะหันมาปลูกข้าวไร่เพิ่มขึ้น เพราะเห็นเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ทำแล้วได้ผล ไม่ต้องซื้อข้าวทำให้หันมาปลูกกันเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทำนาในปีนี้ก็ประสบปัญหาจากสภาพอากาศหลายอย่าง เช่น ฝนทิ้งช่วงในระยะต้นข้าวเริ่มโต ทำให้ต้นข้าวเกิดโรคใบไหม้ ต่อมาช่วงต้นข้าวเริ่มออกดอก เกิดฝนตกชุก ทำให้ข้าวไม่ติดเมล็ด และเมื่อข้าวสุก ก็ปรากฏฝนตกชุกอีกรอบ ทำให้ข้าวสุกงอม ต้นข้าวล้ม และขาดแคลนรถเกี่ยวข้าว ทำให้ผลผลิตข้าวเสียหาย ถือเป็นปัญหาใหญ่ของชาวบ้านในพื้นที่ เพราะต้องอาศัยรถเกี่ยวข้าวจากจังหวัดอื่น ทำให้แปลงข้าวไร่ที่เหลือก็ต้องระดมเพื่อนบ้าน และญาติพี่น้อง มาช่วยกันลงแขกเก็บเกี่ยวด้วย “แกะ” ซึ่งเป็นวิธีเกี่ยวข้าวแบบโบราณ ตามภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้

โดย….คนิตา สีตอง

ผีแดงแรงฤทธิ์!”แมนฯยูฯ”เปิดบ้านไล่อัด “สปอร์”2-0 คว้าชัย 4 นัดรวด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี ไมเคิล คาร์ริก คุมทัพยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่อง เปิดบ้านเอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่เหลือผู้เล่น 10 คน 2-0 คว้าชัยในลีก 4 นัดรวด

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025-26 เมื่อวันที่ 7 ก.พ. คู่แรก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ตารางที่ชนะมา 3 นัดรวดในลีกเปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 14 ตาราง

เกมนี้เจ้าถิ่นส่ง บรูโน แฟร์นานเดส, มาเตอุส คุนญา และไบรอัน เอ็มเบอโม นำทัพส่วนทีมเยือนจัด คอเนอร์ กัลลาเกอร์, ชาวี ซิโมนส์ และโดมินิก โซลันกี เป็นแกนหลัก

ผลปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นหลัง คริสเตียน โรเมโร โดนใบแดงไล่ออกจากจังหวะเสียบอันตรายใส่ คาเซมิโร ในนาที 29 เอาชนะไป 2-0 จากประตูของ ไบรอัน เอ็มเบอโม นาที 38 และบรูโน แฟร์นานเดส นาที 81

จากผลที่เกิดขึ้นทำให้ “ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริก ชนะ 4 นัดรวดในลีกมีเพิ่มเป็น 44 คะแนนจาก 25 นัดรั้งอันดับ 4 ตารางส่วน “ไก่เดือยทอง” หยุดอยู่ที่ 29 คะแนนจาก 25 นัดอยู่อันดับ 14 ตาราง

หมอไม่อนุญาตไปกากบาท!ผู้สมัครสส.ปราจีนฯพรรคเพื่อไทย ล้มป่วยหนักปอดติดเชื้อรุนแรง

ปราจีนบุรี- หมอไม่อนุญาตให้ผู้สมัคร สส.เขต 3 มาลงคะแนนเลือกตั้ง/ลงปะชามติหลังป่วยหนักกะทันหันจากโหมหาเสียงหนักปอดติดเชื้อรุนแรงเอกซเรย์เป็นฟ้าขาวโพลนลุกลามมากกว่าครึ่งซีกหามส่ง รพ.กบินทร์บุรี

เมื่อเวลา 23.25น.วันที่  7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี     พบเพจสมัคร สส.รายหนึ่ง เขต 3  (นายคงกฤช  หงส์วิไล เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เขต 3 )    ได้โพสต์ภาพขณะกำลังถูกนำส่งเข้ารักษาตัวเนื่องจากป่วยโรงพยาบาลกบินทร์บุรีกะทันหัน    ( ก่อนขอแจ้งยุติการหาเสียงเลือกตั้ง ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ทั้งนี้ จะเริ่มยุติการสื่อสารดังกล่าว ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป)

พร้อมระบุข้อความว่า  …    ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในสมรภูมิการเลือกตั้งที่กำลังงวดเข้ามาทุกที ผมและทีมงานต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานกันอย่างสุดกำลังโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งวันทั้งคืน… เพียงเพราะเป้าหมายเดียวคือการได้รับใช้พี่น้องชาวปราจีนบุรี

แต่จากการโหมงานหนักติดต่อกันมายาวนาน แม้ใจจะสั่งให้สู้ แต่ร่างกายกลับส่งสัญญาณเตือนว่าถึงขีดจำกัด ผมพยายามฝืน กัดฟันเดินหน้าพบปะเยี่ยมเยียนพ่อแม่พี่น้องจนวินาทีสุดท้าย แต่แล้วร่างกายก็เปรียบเสมือนเชือกที่ขึงตึงจนขาดผึง ทำให้ผมจำต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถึงแม้ในยามนี้ ร่างกายของผมอาจจะอ่อนล้าจากการตรากตรำ แต่ผมขอยืนยันว่า ‘หัวใจ’ ของผมยังคงแข็งแกร่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยเลือดของนักสู้ ที่พร้อมจะลุกขึ้นมาสร้างประโยชน์ให้แก่บ้านเกิดเมืองนอนของเราบนเส้นทางสายการเมืองที่ผมเดินมากว่าค่อนชีวิต จาก ‘สมาชิก อบจ.’ สู่ ‘รองนายกฯ อบจ.’ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็น ‘ผู้แทนราษฎร’ ของชาวปราจีนฯ… ผมยอมรับว่าเหนื่อยแสนสาหัส แต่สิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้ผมยังคงรักและศรัทธาในเส้นทางนี้ คือ ‘ความสุข’… ความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของพี่น้อง ได้สร้างสิ่งดีๆ ให้แผ่นดินเกิด มันคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในหัวใจว่า ‘ชีวิตนี้…ผมเกิดมาเพื่ออะไร’

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมขอเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ ผมขอโอกาสจากพ่อแม่พี่น้องอีกครั้ง และขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่า ผมจะไม่ทำให้พวกเราทุกคนต้องผิดหวังครับ!

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อขอสัมภาษณ์ ผู้สมัครสส.ดังกล่าว (นายคงกฤช )    กล่าวว่า  ถูกนำส่งเข้ารับรักษาอาการที่ รพ.กบินทร์บุรีในวันนี้กะทันหัน เนื่องจากมีอาการหนักปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง ต้องนอนรักษาการอย่างน้อย 6 วัน  พบผลเอกซเรย์ปอดเป็นฟ้าขาวโพลนทั้งปิดลุกลามมากกว่าครึ่ง  ก่อนหน้ามีอาการเป็นหวัดแล้วยังเดินหาเสียงทุกวันอย่างหนัก   จนร่างกายรับไม่ไหว แพทย์ผู้รักษาอาการยังหนัก  แจ้งต้องรับการรักษามากกว่า 6 วัน โดยพรุ่งนี้(8 กุมภาพันธ์ 2569  วันเลือกตั้งสส./ลงประชามติ) ไม่อนุญาตให้ออกนอกโรงพยาบาล  เนื่องจากอาการยังหนักปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงไม่ดีขึ้น   ผู้สมัคร สส. (นายคงกฤช ) กล่าว

โดย…มานิตย์ สนับบุญ  /ปราจีนบุรี 

คปภ. สั่งบริษัทประกันรับจ่ายเบี้ยผ่านระบบออนไลน์ ดีเดย์ 1 ม.ค. 2570

สำนักงาน คปภ. ขับเคลื่อนมาตรการยกระดับกำกับดูแลคนกลางประกันภัย เดินหน้าเตรียมความพร้อมให้บริษัทประกันภัยต้องมีช่องทางการรับชำระเบี้ยประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ดำเนินมาตรการยกระดับการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำชับให้บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เร่งปรับใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งด้านข้อมูลใบอนุญาตและช่องทางการรับชำระเบี้ยประกันภัย โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับการ บังคับใช้การรับชำระเบี้ยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. เร่งลงทะเบียนระบบ e-Licensing สำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยของบริษัท ดำเนินการลงทะเบียนและใช้งานระบบ e-Licensing ให้ครบถ้วน เพื่อให้ฐานข้อมูลใบอนุญาตมีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะผู้เสนอขายได้อย่างถูกต้อง

2. บริษัทประกันภัยต้องมีช่องทางรับชำระเบี้ยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับช่องทางตัวแทน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยให้บริษัทประกันภัยต้องเตรียมความพร้อมรองรับทุกกระบวนการให้ครอบคลุมการรับชำระเบี้ยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เร่งสื่อสาร และประชาสัมพันธ์กับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งตัวแทนและผู้เอาประกันภัย

นอกจากนี้ ให้ทำความเข้าใจกับผู้เอาประกันภัยในการชำระเบี้ยเข้าบริษัทโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายของผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยต้องรายงานความคืบหน้าให้สำนักงาน คปภ. ทราบเป็นระยะ พร้อมทั้งเตรียมระบบ กระบวนงาน และแผนการสื่อสารลูกค้าให้ครบถ้วน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม 

3. กำชับการทำสัญญาแต่งตั้งคนกลางให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน คปภ. ให้ทุกบริษัทเข้มงวดในการจัดทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทน/นายหน้าประกันภัยให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมระหว่างกัน อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงการให้บริการที่อาจกระทบสิทธิประโยชน์ผู้เอาประกันภัย

สำนักงาน คปภ. ขอแนะนำให้ประชาชน ตรวจสอบให้มั่นใจทั้งก่อนและหลังชำระเบี้ย โดยตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทน และจ่ายเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท พร้อมทั้งตรวจสอบใบเสร็จรับเงินว่าต้องเป็นของบริษัทประกันภัยโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง

โค้งสุดท้าย!”เจ๊รวย”นำลูกทีมพรรคภูมิใจไทยลุยขอคะแนนเสียงทุกพื้นที่ทุกหมู่บ้าน

อำนาจเจริญ-โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน “เจ๊รวย”ของคนอำนาจขยันลุยขอคะแนนเสียงถึงหัวหัวบันไดบ้านทุกหมู่บ้านทุกตำบล ได้รับเสียงการตอบรับเป็นอย่างดี

สุขสมรวย  วันทนียกุล “เจ๊รวย”ผู้สมัคร สส.หมายเลข 5 เขต1พรรคภูมิใจไทย จ.อำนาจเจริญ ขยันลงพื้นที่ ในทุกหมู่บ้านทุกตำบล อย่างขยันขันแข็ง กราบไหว้ขอคะแนนจาก ประชาชน โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ซึ่งก็ได้รับ การตอบรับจากประชาชน เป็นอย่างดี ซึ่งคาดการณ์ว่า จะมีคะแนนมาเป็นลำดับ 1 ของจังหวัด อำนาจเจริเจริญ โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายเหลืออีกวันเดียว ก็จะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งเข้าคูหาเลือกตั้งกันแล้ว

สุขสมรวย วันทนียกุล หรือเจ๊รวย ผู้เข้าถึงประชาชน คนอำนาจเจริญ โดยแท้จริง ดูได้จากผลงาน ที่ ตอนดำรงตำแหน่งสส.ที่ผ่านมา ผ่านมา ส.สเจ๊รวย เป็นคนที่ เข้าถึงประชาชนทุกระดับชั้นไม่ถือเนื้อถือตัวติดดิน และมักจะช่วยเหลือ ประชาชนอย่างจริงจังจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน งานวัด งานด้านวัฒธรรม งานประเพณีท้องถิ่นต่างๆ

โดยเฉพาะงาน ฌาปนกิจศพ ของประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ อดีต สส.ติดดิน เจ๊รวยคนนี้จะช่วยเหลือประชาชนคนอำนาจเจริญมาโดยตลอดจนชาวอำนาจเจริญ  ขนานนามว่า” สส.ติดดิน” ช่วยเหลือชาวอำนาจเจริญมาโดยตลอดและจริงใจ จึงคาดการว่าชาวอำนาจเจริญจะไม่มีวันลืมไปจากหัวใจ และคาดว่าในโค้งสุดท้ายก่อน วันหย่อนบัตร ที่จะมาถึงนี้ คงผ่านฉลุย โดยมีคะแนนที่ท่วมท้น อย่างแน่นอน

ภาพข่าว ทิพกร  หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ

.

“ฟลอร์ร็องต์ เดอร์วิส”ไล่ถลุง ” กิตติศักดิ์ กลิ่นษร”น็อคยก 7 คว้าแชมป์ ABF

“เข็มขัดปลิว” กิตติศักดิ์ กลิ่นษร เจอกำปั้นสไตล์บู๊ดุดันของนักชกฝรั่งเศส ฟลอร์ร็องต์ เดอร์วิส ต้านไม่ไหวแพ้น็อคยก 7 เสียแชมป์ ABF Super Welterweight Champion Title ในการชกเป็นคู่เอกศึกกำปั้น “The Fighter Evolution” จัดโดยโปรโมเตอร์ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ แห่ง TL Boxing Promotion

วันนี้ ( 7 ก.พ.69 ) ที่เวทีมวย World Siam Stadium “เสี่ยเอี๊ยง” โปรโมเตอร์ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ แห่ง TL Boxing Promotion นำคู่มวยสุดเดือดมาสร้างความสุขให้แฟนกำปั้นในรายการ “The Fighter Evolution” โดยได้รับเกียรติจากนายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย หรือ ABF และนายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์และสักขีพยาน โดยคู่เอกป้องกันแชมป์ ABF Super Welterweighter Champion Title ระหว่างเจ้าของเข็มขัดชาวไทย กิตติศักดิ์ กลิ่นษร พบผู้ท้าชิงจากฝรั่งเศส ฟลอร็องต์ เดอร์วิส

โดยการชกคู่นี้ กิตติศักดิ์ เจ้าของเข็มขัดที่เสียเปรียบรูปร่างพยายามออกหมัดสู้กับ ฟลอร็องต์ แบบมีลุ้นในช่วงแรกแต่เมื่อผ่านยก 3 เริ่มมีอาการแผ่วจนมาถึงยกที่ 7 ฟลอร็องต์ กำปั้นฝรั่งเศสเร่งเครื่องออกหมัดจน กิตติศักดิ์ ออกอาการไม่ไหวกรรมการยุติการชกให้ ฟลอร็องต์ เดอร์วิส กำปั้นฝรั่งเศสเป็นแชมป์ ABF Super Welterweighter Champion Title คนใหม่และได้รับเกียรติจากนายนริส สิงห์วังชา ประธาน ABF และนายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ขึ้นคาดเข็มขัดแสดงความยินดี ร่วมด้วยนายนิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ และโปรโมเตอร์ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ ส่วนผลคู่มวยอื่นๆในรายการมีดังนี้

– คู่ที่ 1 ชิงแชมป์ ABF Silver Welterweight Champion Title พิกัด 147 ปอนด์ ( 10 ยก ) เบนจามิน ดูบัวต์ กำปั้นฝรั่งเศสฝึกซ้อมมาดีเอาชนะคะแนนกำปั้นไทยเจ้าถิ่น สิทธิชัย บัวสา คว้าแชมป์กลับฝรั่งเศสและได้รับเกียรติจากนายนริส สิงห์วังชา ประธาน ABF และนายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยนายนิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ และโปรโมเตอร์ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ ขึ้นร่วมแสดงความยินดีและคาดเข็มขัดให้

– คู่ที่ 3 อุ่นเครื่องพิกัด 72 ก.ก.(6 ยก ) โอซามา อาลี นักชกปากีสถานชกบู๊ดุดันชนะน็อคยก 4 เน เมียว ทู จากเมียนมาร์

– คู่ที่ 4 อุ่นเครื่องพิกัด 140 ปอนด์ ( 4 ยก ) ฟรานซิสโก ไรส์ กำปั้นโปรตุเกสชนะน็อคยก 2 สิทธิเดช สุขจันทร์ นักชกไทย

– คู่ที่ 5 อุ่นเครื่องพิกัด 118 ปอนด์ ( 6 ยก ) ควาห์ลี โบแชมป์ จากออสเตรเลียชนะน็อคยก 2 จิณณวัตร เรียนพิษ กำปั้นไทย

– คู่ที่ 6 อุ่นเครื่องมวยหญิงพิกัด 48 ก.ก. แพทริเซีย โดโรธี โบห์ม จากอาร์เมเนียมาบู๊ดุดันชนะน็อคยก 2 กำปั้นสาวไทยเจ้าถิ่น พัชราภาณ์ กรานสกุล

– คู่ที่ 7 อุ่นเครื่องพิกัด 160 ปอนด์ ( 10 ยก ) ยูริ ซาคันส์ ก็เดินลุยตั้งแต่เสียงระฆังดังสอย มาร์ค เออร์วานอฟ
พ่าย TKO ยกที่ 1

และทั้งหมดคือสุดยอดความมันส์สะใจที่แฟนกำปั้นลุ้นกันสนุกในรายการ ” The Fighter Evolution” โดย “เสี่ยเอี๊ยง” โปรโมเตอร์ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ และพร้อมจัดความมันส์สะใจแบบนี้ให้แฟนกำปั้นได้ติดตามกันอีกแน่นอนในวันเสาร์ที่ 7 มี.ค.69 ทีาเวทีมวย World Siam Stadium 

โป้งเดียวจอด! “ยอดกัณฑ์” ออกหมัดรัวเข้าปลายคาง “ซุปเปอร์บอน” ร่วงมวยรอบปูนเสือ

ศึก “มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25” สาย C รอบ 16 คน รอบแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก นายจมร เลขะกุล ผู้แทนปูนเสือ ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที เป็นการชกกันระหว่าง ซุปเปอร์บอน ต.พิทักษ์ชัย (แดง) ปะทะ ยอคกัณฑ์ ช้างนครศรี (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ วุฒิเดช ศ.เดชทํารงค์ (แดง) ปะทะ ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์ มวยไทยยิมส์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ หลังจากนั้นทั้งสองคู่ขึ้นสังเวียนออกอาวุธกันอย่างดุเดือด สร้างความประทับใจให้แฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้ส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกและเร้าใจ

สรุปผล ศึก “มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25” สาย C รอบ 16 คน รอบแรก มีดังนี้

คู่ที่ 1. น็อกยก3 ซุปเปอร์บอล ต.พิทักษ์ชัย (แดง) พบกับ ยอดกัณฆ์ ช้างนครศรี (น้ำเงิน) ทั้งคู่เป็นมวยเข่าในอาชีพมวยขวาด้วยกัน ยอดกัณฆ์ เป็นฝ่ายเดินเข้าหาเตะขวาลำตัวด้าน ซุปเปอร์บอล คอยโต้จังหวะสองเตะขวาได้เน้นๆ ทั้งคู่ปักหลักแรกกันกลางเวที ยอดกัณฆ์ พยามเร่งเกมส์เตะขวาต่อยหมัดช่วงต้นยก3 “ยอดกัณฆ์” ได้จังหวะที่ “ซุปเปอร์บอล” ขวา ฮุคขวาเต็มๆเข้าปลายคาง “ซุปเปอร์บอล” ร่วงทั้งยืนกรรมการนับ 8 ชกต่อได้ “ยอดกัณฆ์” ไม่รีรอวิ่งเข้าหาอุคขวาเต็มๆเข้าปลายคางอีกรอบร่วงให้กรรมการนับ 10 ทำให้ “ยอดกัณฆ์” เป็นฝ่ายชนะทีเคโอยก3

คู่ที่ 2. ชนะคะแนนขาดลอย วุฒิเดช ศ.เดชดำรงค์ (แดง) พบกับ ซาลิโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์มวยไทยยิมส์ (น้ำเงิน) “วุฒิเดช” เดินเตะขวานำกลับโดน “ซาลิโต้” วางแข้งซ้ายเต็มๆเน้นๆ จับปล้ำในตีเข่าทำเอา “วุฒิเดช” ดิ้นไม่หลุดรับเพลงเข่าอย่างเดียวช่องท้ายเกมส์ “วุฒิเดช” หันมาใช้หมัดอย่างเดียวหวังน็อกกลับโดน “ซาริโต้” เตะช้ายกระชากคอตีเข่าถึงกับทรุดเกมส์จบเลยครบยก ซาริโต้ เป็นฝ่ายชนะคะแนนขาดลอยท้ายๆ

สำหรับ ศึก “มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้” ครั้งที่ 25 สาย D รอบ 16 คน รอบแรก ชกกันระหว่าง ยอดเพชร พีเค.เสี่ยตัอม พีเค.อะไหล่ยนต (แดง) พบกับ บิ๊กบอส ศ.ศศิวัฒน์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส (แดง) พบกับ เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ ทั้งสองคู่เตรียมตัวพร้อมขึ้นสังเวียนงัดอาวุธโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ให้กับผู้ชมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาเชียร์อย่างสนุกไปด้วยกันในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป

คึกคักตั้งแต่เช้า!จนท.ประจำหน่วยเลือกตั้งเตรียมพร้อมรับหีบเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

อุทัยธานี- มารอแต่เช้า!!จนท.ประจำหน่วยเลือกตั้งเตรียมพร้อม มารอรับหีบ อุปกรณ์หลักและวัสดุ  สำหรับเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

เมื่อเวลา8.30น.-09.00 น.ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ว่าการอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ณ ห้องประชุมสโมสรฅนลานสัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเขตเลือกตั้ง เขต2 หลายตำบล ในเขตอ.ลานสัก ต่างทยอยเดินทางมาแต่เช้า เพื่อมารอรับหีบเลือกตั้ง อุปกรณ์และวัสดุในการเลือกตั้ง เพื่อนำลงพื้นที่ไปจัดหน่วยเลือกตั้งประจำหน่วย แต่ละพื้นที่ สำหรับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อเข้าคูหา กาคนที่ชอบ ในวันที่ 08. ก.พ.69

ในจังหวัดอุทัยธานีเขตเลือกตั้งที่ 2 มี อ.ลานสัก อ.ห้วยคต อ.บ้านไร่ อ.หนองฉาง(เฉพาะตำบลเขาบางแกรก ตำบลทุ่งโพ และตำบลเขากวางทอง ในส่วนของอำเภอลานสัก เขต 2 มีผู้ลงสมัครสส.ได้แก่นายอรรถพล โต๋วสัจจา เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เบอร์ 2 พรรคภูมิใจไทย นางสาวสุชาดา บัวพันธ์ เบอร์ 3 พรรคประชาชน เรือตรี.ศึกษา ฟุ้งเฟื่อง เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ และนางสุพรรณษา นันทา เบอร์ 5 พรรคกล้าธรรม

.

แขวนป้ายท้าทายรัฐปลุก”ไม่มีประชาธิปไตยภายใต้การยึดครอง”เขย่านราธิวาสรับศึกเลือกตั้ง

พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้รับรายงานจากผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ว่า พบการก่อเหตุแขวนป้ายผ้าแสดงข้อความปลุกปั่นในพื้นที่รวม 9 อำเภอ จำนวน 17 จุด รวมทั้งสิ้น 24 ผืน

ป้ายผ้าดังกล่าวเป็นพื้นสีขาว เขียนข้อความด้วยสีแดงและสีน้ำเงิน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาทิ “ไม่มีประชาธิปไตยภายใต้การยึดครอง (No Democracy Under Occupation)” และ “การปลดปล่อยชาติ คือ เงื่อนไขของสันติภาพที่ยั่งยืน (Free Patani Free Our Nation)”

ทั้งนี้ กลุ่มคนร้ายได้กระจายกำลังนำป้ายไปแขวนตามจุดเสี่ยงต่างๆ เช่น พงหญ้ารกทึบริมถนน กิ่งไม้ริมทาง บนสายไฟฟ้าที่พาดผ่านถนน รวมถึงบางพื้นที่มีการใช้สีสเปรย์สีแดงพ่นข้อความลงบนผิวถนน สร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชนในพื้นที่

พล.ต.ต.ประยงค์ ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในพื้นที่สนธิกำลังร่วมกับหน่วยทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และภาคประชาชน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างรอบคอบ โดยกำชับให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจวางแผนลวง ซุกซ่อนวัตถุระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ หากพบพื้นที่มีความเสี่ยง ให้ประสานชุดอีโอดีเข้าตรวจสอบทันที

ผลการปฏิบัติในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถปลดป้ายผ้าทั้งหมดออกได้อย่างปลอดภัย ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส, ยี่งอ, สุคิริน, จะแนะ, เจาะไอร้อง, สุไหงปาดี, ตากใบ, ระแงะ และศรีสาคร โดยหลายจุดพบว่าเป็นพื้นที่เดิมที่เคยถูกใช้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อน

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมป้ายผ้าทั้งหมดส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ ตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างสถานการณ์และความปั่นป่วนก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในการใช้ “สันติภาพ” เป็นข้ออ้าง บิดเบือนความจริง และส่งสัญญาณท้าทายรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ข่าว/ภาพ : นูอารีซ๊ะ ยะยือริ ผู้สื่อข่าวนราธิวาส

สทร.ชวนคนไทยกำหนดอนาคตรถไฟไทยร่วมโหวต “แบบรถไฟ DEMU” โดนใจที่สุด

สทร. เชิญชวนประชาชนร่วมโหวต เลือกแบบรถไฟประเภท DEMU ที่เหมาะสมกับประเทศไทยเพื่อนำมุมมองคนไทย ร่วมกำหนดอนาคตรถไฟไทย

สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เปิดเผยว่า สทร. เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารถไฟของประเทศไทย ผ่านกิจกรรมการโหวตเลือกแบบรถไฟที่ชื่นชอบ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและความต้องการของผู้ใช้งานจริงในการพัฒนารถไฟในอนาคต โดยกิจกรรมดังกล่าวเปิดให้ร่วมโหวตแบบรถไฟจากตัวเลือกที่กำหนด ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกและแสดงความคิดเห็นว่า ประทับใจการออกแบบในส่วน ภายนอก หรือ ภายใน ของรถไฟในรูปแบบใดมากที่สุด ซึ่งความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาและพัฒนารถไฟประเภท DEMU (Diesel Electric Multiple Unit) ให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งานของประเทศไทย

สำหรับแบบรถไฟที่เปิดให้ร่วมโหวตในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบโดย Blue Engineering S.r.l. บริษัทวิศวกรรมและออกแบบระบบรางชั้นนำจากประเทศอิตาลี ภายใต้การกำกับแนวคิดงานออกแบบโดย Michael Robinson นักออกแบบยานยนต์และระบบขนส่งระดับสากล ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในการออกแบบรถไฟและยานพาหนะให้กับหลายประเทศทั่วโลก โดยแนวคิดการออกแบบรถไฟสำหรับประเทศไทยในครั้งนี้ ได้นำ อัตลักษณ์ ความเรียบง่าย ความอ่อนช้อย และบริบททางวัฒนธรรมของไทย มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ (Inspiration) ผสานกับหลักวิศวกรรมสมัยใหม่และมาตรฐานสากล เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยควบคู่กับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการใช้งานจริง

ทั้งนี้ Blue Engineering S.r.l. มีผลงานความสำเร็จด้านการออกแบบและพัฒนารถไฟในหลากหลายโครงการ อาทิ รถไฟระหว่างเมือง รถไฟชานเมือง และรถไฟความเร็วสูง โดยมีจุดเด่นด้านการออกแบบที่คำนึงถึง ประสบการณ์ผู้โดยสาร ความปลอดภัย ความยั่งยืน และบริบทการใช้งานของแต่ละประเทศ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานด้านระบบรางในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

สทร. มุ่งหวังให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในครั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เข้ากับมุมมองของผู้ใช้งานชาวไทย เพื่อร่วมกันพัฒนารถไฟที่ตอบโจทย์ประชาชน และสร้างความภาคภูมิใจในระบบรางของชาติ

ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมโหวตได้ง่าย ๆได้ที่ https://vote.rtrda.or.th/