สทร.ชวนคนไทยกำหนดอนาคตรถไฟไทยร่วมโหวต “แบบรถไฟ DEMU” โดนใจที่สุด

สทร. เชิญชวนประชาชนร่วมโหวต เลือกแบบรถไฟประเภท DEMU ที่เหมาะสมกับประเทศไทยเพื่อนำมุมมองคนไทย ร่วมกำหนดอนาคตรถไฟไทย

สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เปิดเผยว่า สทร. เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารถไฟของประเทศไทย ผ่านกิจกรรมการโหวตเลือกแบบรถไฟที่ชื่นชอบ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและความต้องการของผู้ใช้งานจริงในการพัฒนารถไฟในอนาคต โดยกิจกรรมดังกล่าวเปิดให้ร่วมโหวตแบบรถไฟจากตัวเลือกที่กำหนด ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกและแสดงความคิดเห็นว่า ประทับใจการออกแบบในส่วน ภายนอก หรือ ภายใน ของรถไฟในรูปแบบใดมากที่สุด ซึ่งความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาและพัฒนารถไฟประเภท DEMU (Diesel Electric Multiple Unit) ให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งานของประเทศไทย

สำหรับแบบรถไฟที่เปิดให้ร่วมโหวตในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบโดย Blue Engineering S.r.l. บริษัทวิศวกรรมและออกแบบระบบรางชั้นนำจากประเทศอิตาลี ภายใต้การกำกับแนวคิดงานออกแบบโดย Michael Robinson นักออกแบบยานยนต์และระบบขนส่งระดับสากล ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในการออกแบบรถไฟและยานพาหนะให้กับหลายประเทศทั่วโลก โดยแนวคิดการออกแบบรถไฟสำหรับประเทศไทยในครั้งนี้ ได้นำ อัตลักษณ์ ความเรียบง่าย ความอ่อนช้อย และบริบททางวัฒนธรรมของไทย มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ (Inspiration) ผสานกับหลักวิศวกรรมสมัยใหม่และมาตรฐานสากล เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยควบคู่กับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการใช้งานจริง

ทั้งนี้ Blue Engineering S.r.l. มีผลงานความสำเร็จด้านการออกแบบและพัฒนารถไฟในหลากหลายโครงการ อาทิ รถไฟระหว่างเมือง รถไฟชานเมือง และรถไฟความเร็วสูง โดยมีจุดเด่นด้านการออกแบบที่คำนึงถึง ประสบการณ์ผู้โดยสาร ความปลอดภัย ความยั่งยืน และบริบทการใช้งานของแต่ละประเทศ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานด้านระบบรางในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

สทร. มุ่งหวังให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในครั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เข้ากับมุมมองของผู้ใช้งานชาวไทย เพื่อร่วมกันพัฒนารถไฟที่ตอบโจทย์ประชาชน และสร้างความภาคภูมิใจในระบบรางของชาติ

ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมโหวตได้ง่าย ๆได้ที่ https://vote.rtrda.or.th/

ทลายเหมืองคลิปโตลับกลางเมืองชัยภูมิลอบต่อไฟหลวงขุดบิตคอยน์รัฐสูญนับล้าน

ตำรวจชัยภูมิสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบุกทลายเหมืองคริปโตลับกลางเมืองชัยภูมิ! เช่าบ้านบังหน้า 3 ปี ลอบต่อไฟหลวงขุดบิตคอยน์ เสียหายยับนับล้านบาท

พล.ต.ต.สุจริต ปาณเล็ก ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเข้าตรวจค้นบ้านเช่า หมู่ที่ 3 บ้านนาฝาย ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ หลังการไฟฟ้าฯ ตรวจพบการใช้กระแสไฟฟ้าผิดปกติ เกินกว่ามาตรฐานที่ควรเป็น

จากการตรวจสอบ พบการลักลอบต่อสายไฟตรงโดยไม่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า และตรวจยึด เครื่องขุดเงินดิจิทัล (เครื่องบิดคอยน์) ภายในอาคารจำนวนรวมกว่า 30 เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน 15 เครื่อง และเครื่องที่อยู่ระหว่างการใช้งานอีก 15 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เจ้าของบ้านเช่าคือ น.ส.เพ็ญศิริ อายุ 39 ปี ทราบ โดยเจ้าของบ้านให้การว่า มีผู้เช่ามาเช่าอาคารดังกล่าวนานประมาณ 3 ปี ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท มีการทำสัญญาเช่าและโอนค่าเช่าทุก 3 เดือนอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยค้างชำระ

เจ้าของบ้านระบุว่า ผู้เช่าแจ้งเพียงว่าเช่าไว้เพื่อเก็บสิ่งของ ทำให้ไม่ได้เอะใจ แม้บางช่วงจะมีค่าไฟฟ้าสูงผิดปกติ ซึ่งผู้เช่าอ้างว่าเกิดจากการเปิดเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน จนกระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ จึงทราบว่ามีการลักลอบตั้งเครื่องขุดเงินดิจิทัลภายในบ้านเช่า

ภายหลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียง และพบว่ามีบ้านเช่าอีก 1 หลังมีลักษณะการใช้งานต้องสงสัยในลักษณะเดียวกัน จึงอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมเรียกสอบสวน ทั้งเจ้าของบ้านและผู้เกี่ยวข้อง และเร่งติดตามตัวผู้เช่ามาดำเนินคดี

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบความผิดเกี่ยวกับการลักลอบใช้ไฟฟ้าหลวง หรือการดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ชนิสราฟาร์ม” โมเดล “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ”

ชีวิตที่เคยพึ่งพารายได้จากการขายข้าวสารและรับจ้างทั่วไปของ “ชนิสรา ละลา” เปลี่ยนไป เมื่อเธอตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพเลี้ยงหมูขุนร่วมกับซีพีเอฟ แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเลี้ยงสัตว์มาก่อน แต่ด้วยการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ และการสนับสนุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ทำให้สามารถก้าวสู่การเป็นเจ้าของฟาร์มหมูขุน 11 โรงเรือน ในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

จากโรงเรือนแรกเพียงแห่งเดียว ชนิสราฟาร์มค่อย ๆ ขยายการผลิตอย่างมีแบบแผน จนปัจจุบันมีโรงเรือนรวม 11 หลัง ความจุกว่า 9,000 ตัว ใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีฟาร์มสมัยใหม่ มุ่งสู่การเป็น Smart Farm สร้างรายได้ที่แน่นอนต่อเนื่อง พร้อมดูแลชุมชนรอบข้างไปพร้อมกัน

เรื่องราวของชนิสราฟาร์ม สะท้อนการเติบโตของเกษตรกรบนเส้นทาง “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ” ที่เกิดจากความตั้งใจจริงของผู้ลงมือทำ และการมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่เดินเคียงข้างกันอย่างยั่งยืน

ชมคลิปได้ที่นี่

.

ภัยร้ายใกล้ตัว!!! รวบโจรมอมยา ชายวัย 84 ปี บนรถเมล์ เชิดทรัพย์ 2.5 แสนบาท

ไขคดีปริศนา…เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 68 เจ้าหน้าที่พบชายวัย 84 ปี ไร้สติ สลบกว่า 3 ชั่วโมง  บนรถเมล์สาย 511 ที่นั่งเบาะหลังสุด   จึงได้นำผู้เสียหายส่งโรงพยาบาล ต่อมาตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าสร้อยคอทองคำ , พระเครื่อง และเงินสด รวมมูลค่า 249,500 บาทหายไป

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ร่วมพล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5  พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา. จัดทีมชุดยาเสพติด ร่วมทีมสืบสวน สน.บางนา ไล่ล่าคนร้าย
         
กล้องวงจรปิดจับภาพ “ชายปริศนา” ที่เข้ามาพูดคุยกับเหยื่อก่อนขึ้นรถเมล์แล้วพากันไปนั่งด้านหลังสุดของรถเมล์ ท่ามกลางผู้โดยสารเต็มรถใครจะเชื่อว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของอาชญากรระดับมืออาชีพ กล้องวงจรปิดเผยภาพเพียงเสี้ยววินาที—ฝ่ามือที่วาดตวัดผ่านหน้าเพียง ‘ปาดเดียว’ เกิดขึ้นราวกับร่ายมนต์ ร่างผู้เสียหายก็พับลงราวกับถูกสะกดจิต คนร้ายรีบฉกทรัพย์สิน อย่างแยบยล และลงรถเมล์หายไปที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อุดมสุข

วันนี้ (6ก.พ. 69) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.  สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 , พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ,พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา ,พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.อรรถพล มิ่งขำ รอง ผกก.สส.สน.บางนา , พ.ต.ท.นพดล จำปีแขก สว.สส.สน.บางนา , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ สน.บางนา ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัว

นายประสาสน์  เรืองนรา หรือฉายา สานนคร อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/3 ม.5 ต.ทุ่งสง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.109/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ. 69 

ข้อหา “ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ” ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการใช้สารป้ายยาอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

จับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ปากซอยพหลโยธิน 30/1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 16.00  น. และตรวจค้นห้องพักเลขที่ 11 
ซอยพหลโยธิน แยก 2-4 แขวง จตุจักร เขต จตุจักร กรุงเทพ

ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ได้แก่
– เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ
– ถาดและอุปกรณ์สำหรับบดยา
– ยานอนหลับจำนวนหนึ่ง
– พระเครื่องฉลอง 25 ศตวรรษ 1 องค์
– พระเครื่องหลวงปู่ทวด 1 องค์ 
– พระเครื่องวัดปากน้ำ 1 องค์
-พระเครื่องจำนวนมาก
-โทรศัพท์ ฯลฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ “ปาดเดียวคอพับ” ราวกับร่ายมนต์ คดีปริศนาร่างไร้สติของชายวัย 84 ปี บนเบาะหลังสุด รถเมล์สาย 511  จนรถเมล์เดินทางถึงสุดสาย ทว่าร่างของผู้เสียหายยังคงแน่นิ่งแม้กระเป๋ารถเมล์จะมาปลุก   จนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตรวจสอบ และทำการช่วยเหลืออย่างไรก็ยังคงไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบหามส่งโรงพยาบาลแต่ผลการตรวจสอบสร้างความฉงนใจ จนทีมแพทย์ปิดห้องซักถามบุตรชายและญาติอย่างตึงเครียด และเมื่อญาติพยายามตรวจสอบสิ่งของในตัวของชายพบว่าหายไปหมดตัว จนสันนิษฐานได้ว่าต้องเกิดเหตุไม่ดีขึ้น “กว่า 3 วัน” เมื่อฟื้นคืนสติ เบาะแสแรกคือ “กินนมเปรี้ยวที่ป้ายรถเมล์ปากน้ำ” นำมาสู่จุดเริ่มต้นการตามหาความจริง บุตรชายผู้เสียหายรีบนำเบาะแสเข้าแจ้งความที่ สน.บางนา ทันที พ.ต.อ.สุรพงษ์  สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา รายงาน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. 

สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ร่วมพล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5   ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ ได้จับภาพ “ชายปริศนา” ที่เข้ามาพูดคุยก่อนพยุงพาขึ้นรถเมล์ เสมือนคนช่วยเหลือคนชราตามปกติ กระทั่งเมื่อได้ขึ้นมาบนรถเมล์ชายชรามีอาการเดินเซ ก่อนจะถูกพาไปนั่งที่เบาะหลังสุด ท่ามกลางผู้โดยสารนัทเต็มคันที่ขึ้นลงรถเมล์สาย 511 ใครจะเชื่อว่าชายวัย 84 ปีที่นั่งหลับเงียบๆ คือเหยื่อของอาชญากรระดับมืออาชีพ กล้องวงจรปิดเผยภาพเพียงเสี้ยววินาที—ฝ่ามือที่วาดตวัดผ่านหน้าเพียง ‘ปาดเดียว’ ร่างผู้เสียหายก็พับลงราวกับถูกสะกดจิต ก่อนจะปลดทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำ , พระเครื่อง และเงินสด มูลค่ารวม 249,500 บาท จากนั้นคนร้ายรีบซิ่งหนี ลงรถเมล์ บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อุดมสุข หลบหนีไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ส่งชุด ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ สน.บางนา ตามล่าคนร้ายและยาสลบ โดยเร็วเพราะจากการตรวจสอบทราบว่ามีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ระหว่างนครบาลและใกล้เคียงอีกจำนวนหลายเคส เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับประชาชนผู้สัญจรโดยใช้รถประจำทาง   จนกระทั่งสามารถสืบได้ว่าคนร้าย ผู้ต้องหา จริงได้สกัดจับบริเวณถนน พหลโยธินปากซอย 30 / 1 และผู้ต้องหานำตรวจค้นห้องพักพบทรัพย์สินที่เป็นของผู้เสียหายจำนวนหลายรายการและทรัพย์สินโทรศัพท์อีกจำนวนหลายเครื่องโดยผู้ต้องหารับว่าเคยก่อเหตุในลักษณะแบบนี้มาอีกจำนวนหลายครั้ง  นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน. บางนาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในชั้นจับกุม นายประสาสน์ ให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยรับว่าในคดีนี้พบเหยื่อชายวัย 84 ปีที่ป้ายรถโดยสารประจำทางบริเวณปากน้ำ จึงเข้าไปตีสนิทและให้เหยื่อดื่มนมเปรี้ยวที่ตนผสมยาสลบ 10 เม็ดไว้ในนมเปรี้ยว   เมื่อขึ้นรถโดยสารสาย 511 พร้อมกันได้นั่งคุยกับเหยื่อ จนเหยื่อ สลบจึงลักเอาทรัพย์สินทั้งหมดของเหยื่อแล้วลงจากรถ   ยังรับอีกว่าได้เคยก่อเหตุในลักษณะนี้บนรถเมล์อีก 4-5 ครั้งจำไม่ได้แน่  ตลอดจนตนเคยมีประวัติชิงทรัพย์บนรถประจำทางเมื่อในสมัยวัยหนุ่ม

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า “คนร้ายเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุวัย 84 ปี ซึ่งไร้ทางสู้ และใช้ยาสารเคมีบางอย่าง(ไม่ขอเปิดเผยชื่อยา) ทำให้ผู้เสียหายหมดสติไปนานกว่า 3 วัน นี่คือภัยสังคมที่ร้ายแรงขณะนี้ได้แจ้งข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์ในเบื้องต้น ในส่วนของข้อหาเรื่องของการป้ายยา เราจะมีการส่งตรวจด้วยขั้นตอนพิเศษเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป และจะขยายผลว่ามีการทำเป็นขบวนการหรือเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นหรือไม่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าที่เข้ามาตีสนิทในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการรับเครื่องดื่มหรืออาหารจากคนไม่รู้จัก และหากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงหรือโทร 191 ทันที หรือทางเพจเฟสบุ๊ค กองบัญชาการตำรวจนครบาล MPB หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราดำเนินการทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.”

หนุ่มโพสต์หางาน ถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าที่ฝั่งกัมพูชา ตร.ทางหลวงสกัดจับได้คารถบรรทุกรับจ้าง

ปราจีนบุรี- หนุ่มโพสต์หางาน ถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าที่ฝั่งกัมพูชา ตร.ทางหลวงจับได้บนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ระหว่างกิโลเมตรที่ 137-138  ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี    ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง, พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รองผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. (ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี-สระแก้ว)

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย ร.ต.ต.ภิรมย์ แย้มกลิ่น รอง สว.(ป) ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล., ด.ต.ธีรวัฒน์ สมอุ่มจารย์, ส.ต.ท.ศรัณย์ นันตี, ด.ต.ธรรศนริทร์ ทำดี ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล.ทล. (ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี-สระแก้ว)

ร่วมกันจับกุม  นายประดิษฯ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่จ.2/2569 ลงวันที่ 2 มกราคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ยินยอมเปิดหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่านำผู้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด โดยชื่อเครดิตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

สถานที่จับกุม บริเวณเเยกไฟแดงระเบาะไผ่ ทล.304 กม.137-138 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

เมื่อประมาณ เดือนธันวาคม 2568 ผู้เสียหายได้ประกาศขายหนังสือ ในเฟซบุ๊กส่วนตัว และได้มีคนร้ายเข้ามาชักชวนให้ผู้เสียหายไปเปิดร้านค้าในกลุ่มไลน์เพื่อขายหนังสือ เมื่อเข้ามาในกลุ่มแล้ว ได้มีคนร้ายอีกคนหนึ่งเข้ามาแจ้งให้ผู้เสียหายทำการลงทะเบียนเพื่อเปิดร้านค้าเสียก่อน โดยมีค่าลงทะเบียนเป็นเงิน 2,000 บาท เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว คนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอนต้องโอนเงินเข้าไปใหม่ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น รวมกว่า 7 ครั้ง เป็นเงินกว่า 300,000 บาท

ซึ่งหนึ่งในบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินไป เป็นของนายประดิษฐ์ฯ ผู้ต้องหา ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกหลอกจึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายประดิษฐฯ ได้มาประกอบอาชีพขับรถบรรทุกรับจ้าง อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงได้เฝ้าติดตามแกะรอยมาประมาณ 1 เดือน โดยในขณะออกตรวจในเส้นทางที่คาดว่าผู้ต้องหาใช้ขับขี่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ได้พบรถบรรทุก พบรถบรรทุกทะเบียน 700-XX15 กทม. ขับมาบนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ระหว่างกิโลเมตรที่ 137-138  ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถคันดังกล่าวเพื่อขอตรวจสอบ พบนายประดิษฐฯ อายุ 49 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับดังกล่าวให้กับ  นายประดิษฐ ฯ พร้อมอ่านหมายจับให้นายประดิษฐฯ ฟังและตรวจดูจนเป็นที่พอใจแล้วนายประดิษฐฯ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมตัวในคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใดจากนั้นจึงได้แจ้งให้นายประดิษฐฯ ทราบว่าต้องถูกจับกุมดำเนินคดีและแจ้งสิทธิ์ของผู้ต้องหาตามกฎหมายให้ทราบ ก่อนนำผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบพบว่า นายประดิษฯ ผู้ต้องหานี้ ยังมีหมายจับอยู่ที่ สน.คลองตัน ในความผิดลักษณะเดียวกันนี้ อีก 1 หมายจับ

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับว่า เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2569 ตนได้ตกงานจึงได้ประกาศหางานทำบนสื่อออนไลน์ เนื่องจากตนมีความสามารถเป็นช่างเชื่อม สามารถทำงานก่อสร้างได้ ต่อมามีคนร้ายทำทีเข้ามาชักชวนให้ไปทำงานตามที่ตนได้ประกาศ แต่ปรากฎว่าถูกหลอกให้ข้ามไปที่ฝั่งกัมพูชา ก่อนจะถูกยึดโทรศัพท์มือถือ และบัญชีธนาคารไป

 ระหว่างที่ถูกขังอยู่ ได้ถูกบังคับให้แสกนใบหน้าเพื่อทำการโอนเงิน จำนวน 4-5 ครั้ง ซึ่งหาขัดขืนก็จะโดนชาวกัมพูชาทำร้ายร่างกาย ต่อมาเมื่อบัญชีธนาคารใช้งานไม่ได้ ตนจึงถูกปล่อยตัวออกมา และได้หลบหนีกลับมายังประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และกลับมาทำงานรับจ้างขับรถบรรทุกก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

โดย… มานิตย์  สนับบุญ / ปราจีนบุรี  ###

“ไทยฮอนด้า” จับมือ “ฮอนด้า เอชชอาร์ซี” ส่ง 2นักแข่ง “ก้อง-นีโน่”ชิงชัยทางเรียบและทางฝุ่น

“ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย แถลงนโยบายมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2026 ภายใต้คอนเซปต์ Dare To Dreams ยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ไทยอีกครั้ง ด้วยการส่งนักแข่งไทยเข้าสู่สังกัดทีมโรงงานระดับโลก ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC) ได้พร้อมกันถึง 2 คน ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น นำโดย “ก้อง-สมเกียรติ” ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 และ “นีโม่-จิรัฎฐ์” ในศึก ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 พร้อมส่งช่างไทยเรียนรู้เทคนิคจากทีมระดับโลกปูทางสู่อนาคต ขณะที่ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เดินเครื่องเต็มสูบสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ส่งทีมลุยศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 พร้อมกัน 3 รุ่น โดยมี “ชิพ-นครินทร์” นำทีมล่าแชมป์เอเชีย หลังโชว์ผลงานสุดร้อนแรงในฤดูกาลที่ผ่านมา

บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด จัดงานแถลงข่าวนโยบายด้านมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2026 ที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ โดยนับเป็นอีกหน้าความท้าทายของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยภายใต้ความร่วมมือกับทีมระดับโลก

นำโดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสต์ ที่ถูกดึงเข้าร่วมสังกัด ฮอนด้า เอชอาร์ซี ลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ภายใต้โปรเจกต์คัมแบ็กสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R  จับคู่กับ “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96  ทีมเมทชาวอังกฤษ และกลายเป็นนักแข่งรถชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ลงแข่งภายใต้สังกัดทีมโรงงานฮอนด้า ในการแข่งขันระดับชิงแชมป์โลก

ขณะเดียวกัน “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 23 นักบิดดาวรุ่งดีกรีแชมป์ประเทศไทยในศึก เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ โมโตครอส 2025 ก็โชว์ฟอร์มโดดเด่น จนได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี (ทีมโรงงาน) เพื่อลุยศึก ออลล์ เจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 (JMX 2026) ซึ่งเป็นนักแข่งคนแรกที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาล ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไทยเลยก็ว่าได้

ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยังจับมือกับ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ภายใต้ความร่วมมือด้านเทคนิค ในการส่งช่างชาวไทยเข้าร่วมทีม เพื่อศึกษาเทคนิคด้านต่างๆ กับการทำงานในระดับโลก ทั้งในการแข่งขันทางเรียบและทางฝุ่น เพื่อปูทางในการยกระดับทีมสู่ระดับเวิลด์คลาสในอนาคต

สำหรับโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ยังคงเป็นหนึ่งในโร้ดแม็ปสำคัญของ ไทยฮอนด้า เพื่อปั้นนักแข่งไทยสู่ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ไม่ว่าจะเป็น โมโตจีพี, โมโตทู หรือ โมโตทรี ซึ่งในปีนี้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ หมายเลข 85 นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จะลงแข่งขันในศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลกปูทางสู่ โมโตจีพี (Road To MotoGP) ทั้ง 2 รายการอย่าง เอฟไอเอ็ม โมโตจูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 และ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026

โดย “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างที่ชัดเจนในแต่ระดับ ซึ่งในปีนี้ “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 ดาวรุ่งเลือดใหม่ของทีมจะได้รับโอกาสลงแข่งขันในศึก อิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ 2026 (Idemitsu Moto4 Asia Cup 2026) และ โมโตโฟร์ ยูโรเปียน คัพ 2026 (IMoto4 European Cup 2026) ควบคู่ทั้ง 2 รายการ

ขณะเดียวกันยังส่ง 2 ดาวรุ่งอย่าง “ไบรส์” เตชินท์ อินทร์อภัย และ “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย สั่งสมประสบการณ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในศึก เอ็มเอฟเจ ออลล์ เจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2026

ส่วนในระดับภูมิภาคเอเชีย “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด จากผลงานสุดร้อนแรงของ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ดาวบิดไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 41 ซึ่งมีลุ้นแชมป์ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2025 ในรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) จนถึงสนามสุดท้าย ก่อนจะคว้าตำแหน่งรองแชมป์ประจำปีด้วยคะแนนตามหลังเพียง 3 แต้มเท่านั้น จากการคว้าชัยชนะมาครองได้ถึง 3 ครั้ง และขึ้นโพเดียมไปทั้งหมด 6 ครั้ง

จากมาตรฐานการทำงานของทีมและนักบิดที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในฤดูกาล 2026 ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ มีความมั่นใจอย่างมากและวางเป้าหมายชัดเจนเพื่อไล่ล่าความสำเร็จ ด้วยการพาทีมก้าวสู่ระดับท็อปของเอเชีย นำทัพโดย “ชิพ” นครินทร์ กับภารกิจพารถแข่ง Honda CBR1000RR-R ล่าแชมป์ในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 รุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) 

ด้าน 2 ดาวรุ่งอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 และ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ หมายเลข 18 จะจับคู่กันลงแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ด้วยรถแข่ง Honda CBR600RR ส่วนรุ่นเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) ส่งดาวรุ่งเลือดใหม่อย่าง “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 12 เพียงคนเดียว และวางแผนมอบสิทธิ์ไวล์ดการ์ดให้ดาวรุ่งคนอื่นๆ ที่สร้างผลงานโดดเด่นจากโครงการ ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ ไทยฮอนด้า ยังคงสานต่อโครงการสำคัญอย่าง ฮอนด้า อะคาเดมี และ ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักบิดรับยุวชน พร้อมกันนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้นักบิดเหล่านี้ ก้าวสู่เวทีระดับเอเชียและระดับโลก

สำหรับ ศึก ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2026 ได้พัฒนาขึ้นอีกระดับ ด้วยการเพิ่มสนามระดับโลกอย่าง เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ซึ่งใช้รองรับเกมเวิลด์คลาสอย่าง โมโตจีพี เข้ามาเป็นหนึ่งในสังเวียนของฤดูกาลนี้ เพื่อให้นักแข่งจากโครงการนี้ได้สัมผัสคาแร็กเตอร์ของสนามที่หลากหลาย เป็นการเตรียมความพร้อมที่มีนัยยะสำคัญสู่อนาคต

ฝ่าวิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เปิดพื้นที่ตลาด อ.ต.ก.ขายช่วยเหลือชาวสวน

กระทรวงเกษตรฯ เปิดพื้นที่ จำหน่ายมะพร้าวน้ำหอม ราคาพิเศษ 1 แถม 2 ชวนผู้บริโภคซื้อ เร่งช่วยชาวสวนมะพร้าว ณ ตลาด อ.ต.ก. วันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2569 หลัง มะพร้าวราคาร่วงหนัก

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาคามะพร้าวตกต่ำอย่างต่อเนื่องล่าสุด กระทรวงเกษตรฯได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ได้นำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรงสูมือผู้บริโภค โดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ

ขณะเดียวกันเร่งกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำมะพร้าวมาจำหน่ายในพื้นที่ ตลาด อ.ต.ก. เริ่มจำหน่ายระหว่างวันที่ 5 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โซนสันทนาการ (พื้นที่กลางตลาด) ตลาด อ.ต.ก. จตุจักร กรุงเทพฯ และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 อ.ต.ก.สัญจร เตรียมนำมะพร้าวน้ำหอมไปจำหน่ายที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่างเวลา 09.00 – 13.30 น. โดยประมาณ

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมอุดหนุนมะพร้าวน้ำหอมส่งตรงจากสวน จังหวัดราชบุรี ในราคาลูกละ 15 บาท พร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 1 แถม 2 และน้ำมะพร้าวบรรจุขวดพร้อมดื่ม มาจำหน่ายในราคาขวดละ 30 บาท พิเศษ  4 ขวดจ่ายเพียง 100 บาท เริ่มจำหน่าย

นายวิณะโรจน์  บอกอีกว่า การจัดจำหน่ายในครั้งนี้ถือว่าได้รับการตอบรับดี โดยทันทีที่เริ่มจำหน่ายเพียงแค่ 1 ชั่วโมง (เวลา 09.30 – 10.30 น.) อ.ต.ก.จำหน่ายสินค้าไปแล้วกว่า 3,000 ลูก และมียอดการสั่งซื้อกว่า 50,000 ลูก ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และการดำเนินกาีครั้งนี้ถือเป็นอีก1ช่องทางในการปัญหาให้กับเกษตกรอีกทาง

..

มหาดไทยตรวจเข้มศาลเจ้าแปดเซียนคุมศรัทธาให้อยู่ในกรอบกฎหมาย

“อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” นำพนักงานฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจการ “ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว” มุ่งยกระดับมาตรฐานศาลเจ้าที่ขึ้นทะเบียนทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลและกฎหมาย

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ นายสุภณ สยามบุญนัญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง นำคณะพนักงานฝ่ายปกครองจากกรมการปกครองและกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจการศาลเจ้า ณ ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว หรือที่ประชาชนรู้จักกันในนาม “ศาลเจ้าแปดเซียน” เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2445 โดย หลวงพ่อโฮว พระเกจิชาวเหมยเสี่ยน (เหมยโจว) มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งเดินทางมาพำนักในประเทศไทย และได้สร้างคุณูปการสำคัญทางประวัติศาสตร์

ตำนานเล่าขานว่า หลวงพ่อโฮวได้ตั้งจิตอธิษฐานและสวดมนต์จนทำให้พระศพของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งทรงประสบอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งล่ม ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำได้ ส่งผลให้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลเจ้าขึ้น ณ บริเวณดังกล่าว

พื้นที่ตั้งศาลเจ้ามีลักษณะภูมิประเทศตามความเชื่อแบบจีนว่าเป็น “ลำตัวมังกร” โดย วัดมังกรกมลาวาส เปรียบเสมือน “หัวมังกร” ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยวคือ “ท้องมังกร” และ ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ คือ “หางมังกร” สะท้อนความศักดิ์สิทธิ์และความผูกพันทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนในประเทศไทย

อมาในราวปี พ.ศ. 2525 ศาลเจ้าดั้งเดิมประสบเหตุเพลิงไหม้ สมาคมจีนแคะ จึงร่วมแรงร่วมใจกันบูรณะก่อสร้างขึ้นใหม่ เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างศาลเจ้าและพระราชวังจีน ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00–17.00 น.

กระทรวงมหาดไทย โดย กรมการปกครอง มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลศาลเจ้าที่ขึ้นทะเบียนตาม กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า พ.ศ. 2463 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 โดยกำหนดให้มีการจัดทำทะเบียนศาลเจ้าอย่างเป็นทางการ พร้อมแต่งตั้งผู้จัดการและผู้ตรวจตราศาลเจ้า เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้

จจุบันทั่วประเทศมีศาลเจ้าที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 675 แห่ง โดยกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้มีการตรวจตราอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาการบริหารที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมผลักดันการยกระดับศาลเจ้าให้เป็นศาสนสถานที่ได้มาตรฐานและเป็นที่พึ่งของประชาชน

ทั้งนี้ ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว ได้รับรางวัล “ศาลเจ้ามาตรฐาน” ประจำปี พ.ศ. 2566 สะท้อนการบริหารจัดการที่มีคุณภาพและเป็นต้นแบบศาลเจ้าที่ดำเนินกิจการควบคู่ศรัทธาและกฎหมาย

หรับประชาชนหรือกลุ่มผู้ประสงค์จัดตั้งศาลเจ้า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ส่วนพื้นที่ 76 จังหวัด ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนทะเบียนและบัตร โทร. 1548 ในวันและเวลาราชการ

ฉีก! ทุกความกังวลของคนวัยเกษียณ เปิดตัว โครงการระดับประเทศ “Strong Again Thailand (90 Days)”

ฉีก! ทุกความกังวลของคนวัยเกษียณ เปิดตัว โครงการระดับประเทศ “Strong Again Thailand (90 Days)”พลิกชีวิตวัย 58–80 ปีภายใน 90 วัน  สู่การกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง ด้วยแนวคิด “ป้องกันก่อนโรคจะมาถึง” 

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์  และจากข้อมูลทางสาธารณสุข ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุจำนวนมาก  ที่ต้องเผชิญกับโรคเรื้อรัง การเสื่อมถอยของร่างกาย และคุณภาพชีวิตที่ลดลง   ซึ่งส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการ “ดูแลเมื่อป่วยแล้ว”มากกว่าการดูแลป้องกันล่วงหน้า ทำให้หลีกไม่พ้นกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงลิ่ว รวมไปถึงกลายเป็นภาระของลูกหลานที่ต้องคอยดูแลในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ นายแพทย์ทวีศักดิ์ เนตรวงษ์ นายกสมาคมนวัตกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ยั่งยืน ร่วมกับ คุณศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหาร GENESENN และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสุขภาพ WellsTrip  ได้จับมือร่วมกันเปิดตัวหลักสูตรโครงการ “Strong Again Thailand (90 Days)” ขึ้น   เปิดตัวหลักสูตรฟื้นฟูสุขภาพเชิงลึกของผู้สูงวัย ที่ไม่ได้มองผู้สูงวัยเป็นเพียงผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องรับการดูแล แต่เป็น “ทรัพยากรมนุษย์ที่ยังมีศักยภาพสูง” หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ครบด้าน และเข้าใจในธรรมชาติของช่วงวัยอย่างแท้จริง

โดยในงานยังได้รับเกียรติจาก นพ.สุจิตร์ บัญญัติปิยพจน์ (แพทย์ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมโรคหัวใจและหลอดเลือดบริษัทเกเนเซน)ที่มาแนะนำทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาดูแล พร้อมด้วย คุณพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ,คุณวินัย พันธุรักษ์ และ คุณวิยะดา โกมารกุล ณ นคร ซึ่งมาร่วมงาน ในนามตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเป็นกระบอกเสียงจากตัวจริงของผู้ร่วมโครงการ กับความคาดหวังในการจะกลับมาแข็งแรงภายใน 90 วัน

โดย“Strong Again Thailand (90 Days)” เป็นโครงการ ฟื้นฟูสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยไทยอายุระหว่าง 58–80 ปี สามารถกลับมาแข็งแรง มีพลัง และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้งภายในระยะเวลา 90 วัน  พร้อมยังมุ่งพัฒนาให้เป็นโมเดลการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการฟื้นฟูครบวงจรสำหรับผู้สูงวัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่บทบาท Thailand – The Land of Longevity & Wellness

โครงการ Strong Again Thailand จึงไม่ใช่เป็นเพียงโปรแกรมดูแลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่หลักสูตรการแพทย์แบบเดิม แต่เป็นการ “ออกแบบชีวิตใหม่” โดยนำศาสตร์ด้านการแพทย์ การดูแลสุขภาพเชิงลึก ผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์เชิงป้องกัน เทคโนโลยีสุขภาพสมัยใหม่ และการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Care) เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิดสำคัญ  

 “Strong Again – Strong from Within”  แข็งแรงจากภายใน ก่อนที่โรคภัยจะมาถึง  การดูแลลึกถึงต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่บรรเทาอาการ

จุดเด่น  ของโครงการคือการมุ่งเน้นไปที่ “ต้นเหตุของความเสื่อม” ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระบบหลอดเลือด (ที่จะนำไปสู่โรคหัวใจ และสมอง) กล้ามเนื้อ ข้อต่อ การไหลเวียนเลือด ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการประเมินสุขภาพอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจร่างกาย การวิเคราะห์สมรรถภาพ ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงของโรคในอนาคต    จากนั้นทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจะออกแบบแผนดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ครอบคลุมทั้ง

• การปรับสมดุลร่างกาย      

• การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียน

• การฟื้นฟูพลังงานและความสดใส  

• การปรับโภชนาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิต

• การติดตามผลอย่างใกล้ชิดตลอด 90 วัน    ซึ่งเป็น 90 วันแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่จับต้องได้จริง

ตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการให้คำแนะนำ แต่เป็นการ “เดินไปด้วยกัน” ระหว่างทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน   เป้าหมายของ Strong Again Thailand จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำให้ร่างกายดีขึ้นในระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถ

• เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

• มีแรง มีพลัง และความมั่นใจในการใช้ชีวิต

• ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในอนาคต

• สามารถใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพและความสุข

ก้าวสำคัญของไทยสู่ “Land of Longevity & Wellness”

โครงการ Strong Again Thailand (90 Days)  ยังถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Longevity & Wellness ของภูมิภาค โดยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการแพทย์เชิงป้องกัน และการดูแลผู้สูงวัยอย่างเป็นระบบ   นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งสร้างต้นแบบการดูแลสุขภาพวัยเกษียณ  ที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ เพื่อช่วยลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว และสร้างสังคมผู้สูงวัยที่แข็งแรง มีคุณค่า และมีบทบาทในสังคมอย่างต่อเนื่อง

คุณศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหารจาก GENESENN ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของโครงการว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคของ Wellness & Longevity อย่างแท้จริง Genesenn (เกเนเซน) และสมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แบบยั่งยืน จึงได้จับมือร่วมกันผลักดันให้คนไทยหันมาเริ่ม “ป้องกันก่อนป่วย”ในแคมเปญที่จะทำให้ “90 วัน กลับมาแข็งแรง” โครงการดีๆเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุทุกคนเข้าใจสุขภาพของตนเองแบบเจาะลึก มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยในระดับโลกมาวิเคราะห์ มีแพทย์ดูแลและมีแนวทาง ที่นำไปใช้ในชีวิตจริงได้ทันทีเพื่อให้คนไทยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน  

“เราจึงอยากเชิญชวนคนที่อายุตั้งแต่ 58 ถึง 80 ปี เข้ามาร่วมโครงการนี้ เราอยากได้ต้นแบบของผู้สูงอายุ ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง  โดยโครงการนี้ทาง เกเนเซน สนับสนุนทั้งทีมแพทย์  ทั้งสเต็มเซลล์ ให้ทั้งการดูแลหลอดเลือด  ดูแลฮอร์โมน  ดูแลกล้ามเนื้อหัวใจ ดูแลสมอง  ทั้งหมดมีมูลค่าล้านกว่าบาทต่อผู้ร่วมโครงการ 1 ท่าน ที่เราให้การสนับสนุนสำหรับโครงการดีๆนี้” คุณศิริญากล่าว

เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Strong Again Thailand (90 Days) จะมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมหลักสูตร 295,000 บาท แต่ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้รับการสนับสนุนการดูแลทั้งด้านเครื่องมือแพทย์ การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพจาก Genesenn คิดเป็นมูลค่าการดูแลรวมประมาณ 1,300,000 บาทต่อท่าน / ตลอดระยะเวลา 90 วัน  โดยสามารถสมัครได้จนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์  2569 ถ้าคุณต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่พิสูจน์ว่าความแข็งแรงในวัยเกษียณ “สามารถสร้างได้จริง”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่

Tel. 081-1040241 

LINE: @smtia  

FACEBOOK: สมาคมนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แบบยั่งยืน

E-MAIL: smtia.info@gmail.com  

Email: info@smtia.org

Web: www.smtia.or.th

https://genesennclub.com/silver-age-reborn

https://genesennclub.com/silver-age-reborn

“AWC CHINESE NEW YEAR 2026: THE ART OF LUCK” ฉลองตรุษจีนยิ่งใหญ่ ควบทะยานสู่ความมั่งคั่ง

“AWC CHINESE NEW YEAR 2026: THE ART OF LUCK” ประสบการณ์ใหม่สุดพิเศษ “ช้อป-อาร์ต-เฮง”ณ 8 ศูนย์การค้าในเครือ AWC ตรุษจีนปีนี้ “ความเฮง” มาในรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นและสร้างสรรค์กว่าที่เคย
 
ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ร่วมกับพันธมิตร อาทิ บัตรเครดิต KTC, บัตรเครดิตกสิกรไทย, และร้านค้าชั้นนำในศูนย์ ขอเชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองความมั่งคั่ง ความคิดสร้างสรรค์ และความสุข ในแคมเปญ “AWC Chinese New Year 2026: The Art of Luck”

จากภาพขวาไปซ้าย
1.ภูษณิศา ศิรภัทร์ธาดา ผู้จัดการการตลาดบัตรเครดิตเคทีซี
2.จารุวัลย์ วงศ์เจษฎาสกุล หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการรีเทล – AWC
3.ปริญญา ศิริสินสุข (Benzilla) ศิลปินสตรีทอาร์ตไทย
4.รุ่งทิพย์ กุลแสงเจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย 
5.อรศิริ อนันตมงคลชัย หัวหน้าสายงานการวางกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด-AWC

ในปีนี้ AWC นำเสนอการคอลแลปสุดยิ่งใหญ่ร่วมกับ Benzilla ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยชื่อดัง ที่มีดีกรีร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย ผู้จะมาสร้างนิยามใหม่ของ “ความมงคล” ผ่านงานศิลปะ Pop Art ร่วมสมัย ที่จัดแสดง ณ ศูนย์การค้าในเครือ AWC ได้แก่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, เกทเวย์ เอกมัย, เกทเวย์ แอท บางซื่อ, พันธุ์ทิพย์ แอท งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่, ลาซาล อเวนิว, ตะวันนาบางกะปิ และ ฟีนิกซ์ ประตูน้ำ

แคมเปญนี้ประกอบด้วย 4 ไฮไลท์สำคัญที่จะนำพาความโชคดีและความสุขมาให้แก่ทุกท่าน

1.LUCKY ART IMMERSION: ศิลปะระดับโลกใจกลางกรุง
สัมผัสการเปิดตัวครั้งแรกของโลกกับการจัดแสดงคาแรคเตอร์ “LOOOK: Year of the Horse Edition” ขนาด 3X3 เมตร โดย Benzilla ที่ผสมผสานศิลปะสไตล์ Pop Art เข้ากับสัญลักษณ์มงคล สื่อถึงความสุข ความสำเร็จ และความ
มั่งคั่ง เปลี่ยนศูนย์การค้าในเครือ AWC ให้เป็นแลนด์มาร์กศิลปะที่เปี่ยมด้วยพลังมงคลซึ่งทุกคนต้องมาเช็คอิน

2.UNLOCK YOUR LUCKY FORTUNE: มูเตลูยุคดิจิทัล
เสริมความมงคล ผ่านการบรรจบของตำนาน 80 ปีแห่งศาสตร์พยากรณ์และโลกเทคโนโลยี กับ “ปฏิทินน่ำเอี๊ยง” รูปแบบดิจิทัล พิเศษสำหรับนักช้อปที่ร่วมรายการ รับโค้ดเช้าแอปพลิเคชันน่ำเอี๊ยง เพื่อเช็คดวงรายวันเฉพาะบุคคล หาฤกษ์มงคล สีมงคล และวิเคราะห์ธาตุประจำตัวได้ เพื่อเตรียมรับความเฮงตลอดทั้งปี

3.LUCKY GIFT: ลุ้นทริปเปิดคลังความมั่งคั่ง
ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ในกิจกรรม “LUCKY GIFT” กับโอกาสพิเศษครั้งเดียวในรอบปี กับทริปบินลัดฟ้าไปเสริมโชคลาภ ณ เกาะฮ่องกงเพื่อร่วมพิธีเปิดท้องพระคลังอันศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดเจ้าแม่กวนอิม ฮองฮัม โดยมีอาจารย์คฑา ชิณบัญชร นำพิธีอย่างใกล้ชิด รวมถึงรางวัลอื่นๆ อาทิ บัตรกำนัลห้องพักและอาหารจากโรงแรมในเครือ AWC, บัตรเข้าชม Jurassic World: The Experience Bangkok และบัตรเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus รวมถึงของพรีเมียม “Tumbler Limited Edition by Benzilla” ผลงานออกแบบโดย Benzilla

4.LUCKY CASHBACK: ช้อปคุ้มรับเครดิตเงินคืน
AWC ผนึกกำลังธนาคารชั้นนำ มอบรางวัลสุดคุ้ม: ผู้ถือบัตรเครดิต KTC แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 11% เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลล์สลิป และผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย รับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อใช้คะแนน K Point เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลล์สลิป ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารกำหนดเท่านั้น, บัตรเครดิตฯ ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบื้ย 16% ต่อปี

AWC ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมควบทะยานสู่ความโชคดีและสัมผัสประสบการณ์ศิลปะมงคลได้ที่ศูนย์การค้าในเครือ AWC ทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ของแต่ละศูนย์การค้า

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น www.facebook.com/Asiatique.Thailand
เกทเวย์ เอกมัย www.facebook.com/gatewayekamai
เกทเวย์ แอท บางซื่อ www.facebook.com/GatewayatBangsue
พันธุ์ทิพย์ แอท งามวงศ์วาน www.facebook.com/pantipplaza.ngamwongwan
ลาซาล อเวนิว www.facebook.com/LasallesAvenue
ตะวันนา บางกะปิ www.facebook.com/TawannaBangkapi.twn
ฟีนิกซ์ www.facebook.com/PhenixFoodWholesaleHub
พันธุ์ทิพย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ (เชียงใหม่) www.facebook.com/PantipChiangMai
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
#Assetworldcorporation
#AWCChineseNewYear2026
#TheArtofLuck