บุกทลายโกดังมรณะซุกบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารร้าย “เอโทมิเดท”ย่านลาดหลุมแก้ว

สืบสมุทรปราการ บุกทลายโกดังมรณะ บุหรี่ไฟฟ้าผสมสารร้าย “เอโทมิเดท” รวบ 3 ผู้ต้องหา เงินสดเกือบล้าน เครือข่ายขายพิษสู่เยาวชน

จากกรณี กองกับกำการสืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ,พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.สรยุทธ จิโรภาส ผกก.สืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.ณกรณ์ กรรณสูต รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.พลประชา ธรรมาโชติวงศ์ รอง ผกก.สืบสวนภ.จว.สมุทรปราการ นำโดย พ.ต.ท.ธนิต กิจพฤกษ์ สว.กก.สืบสวนฯ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการสืบสวน 2 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย 3 คน ดังนี้

1.นายนันทวัฒน์หรือรัตน์ คำป้าง อายุ 31 ปี ,2.น.ส.เจนนินทร์หรือเจน นิ่มเจริญ อายุ 21 ปี ,3.นายอนันต์หรือนัน นายหล้า อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง ตรวจยึดจากภายในโกดัง THAI 2 Storage ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เป็นจำนวนมาก โดยสถานที่จับกุมบริเวณภายในโกดัง THAI 2 Storage ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องหมู่บ้านพฤกษา วิลล์ 106 บ้านเลขที่ 1178/464 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ทั้งนี้ผู้ต้องหากระทำผิดฐาน“ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เอโทมิเดท) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และร่วมกันจำหน่ายโดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสีย รับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560”

โดยในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1-3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โค้งสุดท้าย! “ดร.อาร์ท ชัยณรงค์ “ลุยปราศรัยหาเสียงทุกหมู่บ้านชูนโยบาย “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทำจริง”

ตาก – โค้งสุดท้าย “ดร.อาร์ท ชัยณรงค์ “เบอร์ 2. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หนัก เพื่อพบปะชาวบ้าน โดยออกปราศัย ตามหมู่บ้าน. ชุมชน  ตำบลต่างๆ ได้รับกระแสการตอบรับ เนืองแน่น

ดร.ชัยณรงค์ มะเดชะ (นายกอาร์ท หรือ ดร.อาร์ท)) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส.) จังหวัดตาก เบอร์ 2. เขตสาม พรรคเพื่อไทย ในช่วงโค้งสุดท้าย นั้น  “ดร.อาร์ท ชัยณรงค์ ” เบอร์ 2. ออกตะลุยทุกพื้นที่พบปะชาวบ้าน โดยออกปราศัย ตามหมู่บ้าน. ชุมชน  ตำบลต่างๆ ได้รับกระแสการตอบรับ เนืองแน่น ประชาชนมาให้กำลังใจ และเชียร์  “นายกอาร์ท” เบอร์ 2. จำนวนมากในแต่ละพื้นที่  โดย“ขอพ่อแม่พี่น้องตากเขตสาม  มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม”

พรรคเพื่อไทย  ชูนโยบาย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น’ และเชื่อว่า เพื่อไทยทำได้จริงในพื้นที่ของเรา”

 5.นโยบาย ที่พรรคเพื่อไทย จะมอบให้ประชาชน คือ

1. ที่ดินทำกิน–สิทธิชุมชนชาติพันธุ์
ผลักดันนโยบาย Digital One Map ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมพิสูจน์สิทธิ ใครอยู่ก่อนต้องได้สิทธิ เปลี่ยนสถานะจาก “ผู้บุกรุก” เป็น “ผู้ร่วมดูแลป่า”

2. โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ป่า
ปลดล็อกการขอใช้พื้นที่ป่าเพื่อสาธารณูปโภคแบบ One Stop Service ถนนคอนกรีตถาวร ไฟฟ้า น้ำประปา ต้องเข้าถึงทุกหมู่บ้าน

3. ฝุ่นควัน–ไฟป่า–หมอกควันข้ามแดน
ใช้การทูตเชิงรุกในกรอบอาเซียน ควบคู่เศรษฐกิจสีเขียว แปรรูปซังข้าวโพดเป็นชีวมวล สร้างรายได้แทนการเผา
“หยุดเผาแล้วต้องมีกิน”

4. ผลกระทบสถานการณ์ชายแดน
ผลักดันแนวคิด Humanitarian Corridor และประกันความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการ เปลี่ยนพื้นที่ชายแดนจากสมรภูมิเป็นเขตเศรษฐกิจปลอดภัย

5. สาธารณสุขพื้นที่ห่างไกล
ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วย Smart OPD และ Telemedicine พร้อมงบเบี้ยกันดาร–โควตาแพทย์ลูกหลานคนตาก

ดร.ชัยณรงค์ มะเดชะ “นายกอาร์ท” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส.) จังหวัดตาก เบอร์ 2. เขตสาม พรรคเพื่อไทย ระบุว่า จะตั้ง “ศูนย์ประสานงานปลดล็อกที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน” ในพื้นที่ทันที เพื่อรวบรวมปัญหาที่ค้างคามานาน ส่งตรงถึงรัฐบาลเพื่อเร่งแก้โดยไม่ต้องรอ  สร้างพื้นที่แห่งโอกาส  ที่ จ.ตาก

พร้อมเชิญชวนพี่น้อฝ ประชาชนร่วมใช้สิทธิเลือกตั้ง
บัตรสีเขียว กากบาท เบอร์ 2 ดร.ชัยณรงค์ มะเดชะ (นายกอาร์ท)  ส่วนบัตรสีชมพู เลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9

.

ขุนพลทางดนตรี บรรจงสร้าง “SORRY” ให้ “อาร์ต วศิน” และ “เอส ชัยณรงค์” ถ่ายทอดในช่วงวันแห่งความรัก พร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม

Alley 1 Reccords ค่ายเพลงคุณภาพ เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY” โดยได้ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ และ เอส-ชัยณรงค์ พรหมบุบผาร่วมถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับฟังในช่วงวันแห่งความรักปีนี้ สำหรับเรื่องนี้ผู้บริหารค่าย ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข เปิดเผยว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ อาร์ต วศิน ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง

นอกจากความสามารถทางดนตรีแล้วเขาก็มีฐานแฟนคลับผู้ติดตามในโชเชียลมีเดียไม่น้อย ในฐานะคุณพ่อของน้องเนย หรือ แด๊ดดี้ของหมีเนย เพลง “SORRY” ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของเขา หลังจากซิงเกิ้ลแรก เพลง “THANK YOU” แนว Pop Soul ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ มียอดวิวสูงสุดของค่าย จริงๆ แล้วทีมงานตั้งใจให้ “SORRY” เป็นภาคต่อของ ”THANK YOU” ที่ อาร์ต วศินไม่ได้มาคนเดียว

ชวนนักร้องอีกหนึ่งคนมาด้วยคือ หนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ จาก The Voice Thailand ซีซั่น 6 ที่ร่วมงานกับค่ายมาตั้งแต่เริ่มต้น 2 คนนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือแบกความฝันมากว่าครึ่งชีวิต ฝันที่จะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ มีผลงานที่แฟนๆ ชื่นชอบ ทางเราเห็นถึงความตั้งใจ เลยสานฝันให้พวกเขา ได้ทำตามความฝันให้สำเร็จ

“ SORRY แนวเพลง Rock Soul แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง โดย ต๋อง อภิชา สุขแสงเพ็ชร หรือ ต๋อง The Begins เพลงนี้มีเครื่องดนตรีประเภทเป่าอย่าง Trombone มาช่วยให้เพลงมีความพิเศษมีเอกลักษณ์ เพราะแบบลึกซึ้ง นุ่มนวล และทรงพลัง โดย ชิ จิรธิติกานต์ เหมสุวรรณ และ  Mixed Mastering โดย มิตร สามิตร ดิษฐสูงเนิน ซึ่ง คนดนตรี 3 คนนี้ถือได้ว่าเป็นปรมาจารย์ในวงการดนตรีของบ้านเรา

นอกเหนือจากความพิเศษของเพลง “SORRY” แนวเพลง Rock Soul ที่มีกลิ่นอายความเป็น Disco เบาๆ แล้ว ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข ยังกล่าวต่อไปว่า “Music Video เพลงนี้ที่เหมือนหนังสั้นเรื่องนึง ทุกคนจะต้องซาบซึ้งในความรักของคนสองคนที่ยังรักกันมากแต่ไปต่อไม่ได้ เขาใช้เวลาในคืนสุดท้ายด้วยกัน เราใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 5 วัน เพื่อให้ได้ภาพที่สวย เท่ ดู อาร์ต ร่วมสมัยสไตล์ Mid-Century Modern โดยผู้กำกับภาพชื่อดังอย่าง ต้น พูนพัฒน์ วัฒนสินธุ์“

“Alley1 ตั้งใจทำมาก หวังว่าทุกคนจะชอบ พบกันช่วงวันแห่งความรักนี้ค่ะ” ต่าย ไพลินธร ผู้บริหารค่ายกล่าวทิ้งท้าย

.

สุดโหด!เพื่อนร่วมชาติฆ่าหั่นศหนุ่มรัสเซียแยกร่างฝังดินคาดปมล้างหนี้-ยาเสพติด

สุดโหดฆ่าหั่นศพหนุ่มรัสเซียแยกร่างฝังดิน ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แม่ปิดลัดฟ้าแจ้งความตำรวจช่วยตามหาลูกหลังหายตัวนาน 23 วัน ล่าสุด ตร.รวบเพื่อนสัญชาติเดียวกันต้องสงสัยลงมือสังหาร คาดปมฆ่าล้างหนี้-ยาเสพติด

จากกรณี นายมิคาอิล เอเมเลียนอฟ อายุ 30 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จนทำให้ นางโอลก้า ลาซาเบนโก้ อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่ ต้องบินลัดฟ้าจากประเทศรัสเซีย มายังประเทศไทย เพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยตามหาตัว ลูกชาย เพราะหวั่นว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี

เนื่องจากก่อนหน้าที่จะหายตัวไป ลูกชาย ได้ถูกเพื่อนสัญชาติเดียวกันส่งข้อความข่มขู่ให้ใช้หนี้ เป็นเงินจำนวนกว่า 120,000 ดอลล่า หรือ ประมาณ 3.7 ล้านบาท จึงได้เข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ ( 1 ก.พ. ) พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี ได้นำกำลังชุดสืบสวนทั้งในส่วนของโรงพักหนองปรือ และกองกำกับการสืบสวนจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่เกาะรอย ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัว เพื่อตามหาผู้สูญหาย

กระทั่งพบร่าง นายมิคาอิล เอเมเลียนอฟ ในสภาพถูกฆ่าหั่นศพแยกร่างฝังดินทั้งหมด 5 จุด ที่บริเวณริมบ่อน้ำ ภายในซอยพัฒนาการ 4 ม. 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งหลังพบร่าง พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ , ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) และแพทย์เวร ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบในทันที

โดยพบที่เกิดเหตุเป็นที่ดินรกร้างเนื้อที่ประมาณ 10 โร่ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตคาดว่าน่าจะถูกฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนมาจากที่อื่น ก่อนนำมาฝังดินรวม5 จุด และแต่ละจุดจะห่างกันประมาณ 1-2 เมตร ซึ่งเจ้าที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบและชันสูตรศพ เนื่องจากบางจุดชิ้นส่วนศพถูกห่อด้วยถุงดำ บางจุดถูกห่อด้วยเสื้อ โดยเสื้อผ้าที่พบบนร่างเป็นชุดเดียวกับที่ผู้เสียชีวิตสวมใส่ในวันสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปนานกว่า 23 วัน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติซึ่งเป็นผู้ที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยสามารถติดตามจับกลุ่มตัวได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และอยู่ในระหว่างควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.หนองปรือ

ส่วนปมสังหารโหดคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าล้างหนี้ โดยมีหลักฐานเป็นแชทข้อความข่มขู่เรื่องเงิน 1.2 แสนดอลลาร์ ที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด (เฮโรอีน) ซึ่งในแชทดังกล่าวยังระบุข้อความว่า หากไม่นำมาคืนจะนำอวัยวะไปขาย ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบต่อไป

“ศุภชัย”พรรคเพื่อไทย ผุดไอเดียสุดเก๋ ล่องเรือหาเสียงหวังโกยคะแนนชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2 อำเภอ

“ศุภชัย นพขำ “(ลูกเต๋า) ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ผุดไอเดียสุดเก๋ ล่องเรือหาเสียงหวังโกยคะแนนชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2 อำเภอ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569  มกราคม 2569 นายศุภชัย นพขำ (ลูกเต๋า) ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 เขต 2 จังหวัดปทุมธานี พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ตามชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา โดยล่องเรือจากท่าเรือวัดมะขาม ตำบลบ้านกลาง จังหวัดปทุมธานี มุ่งหน้าสู่อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคกมีกลุ่มชาวบ้านและคนหาปลานำเรือเครื่องหางยาวและเรือตกกุ้งกว่า 10 ลำ มาร่วมขับขบวนติดตามและให้กำลังใจตลอดเส้นทาง ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาต่างออกมาโบกมือให้กำลังใจและส่งเสียงเชียร์ “เพื่อไทย” และ “ลูกเต๋า” เบอร์ 1 อย่างหนาแน่น สะท้อนถึงฐานเสียงดั้งเดิมที่เหนียวแน่นในพื้นที่ริมน้ำ

นายศุภชัย นพขำ (ลูกเต๋า) เปิดเผยว่า วันนี้ ลงเรือเยี่ยมชมว่าถีชีวิตริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนปัญหาด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ในโอกาสนี้ ตนเองได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย อาทิ นโยบายล้างหนี้ประชาชน, นโยบาย 30 บาท AI รักษาทุกที่ และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ชุมชน

เนื่องจากการแบ่งเขตแบบใหม่ของจังหวัดปทุมธานี ทำให้เขต 2 ของจังหวัดครอบคลุม อำเภอสามโคกทั้ง11 ตำบลประกอบด้วย บางเตย คลองควาย สามโคก กระแชง บางโพธิ์เหนือ เชียงรากใหญ่ บ้านปทุม บ้านงิ้ว เชียงรากน้อย บางกระบือ ท้ายเกาะ และ อำเภอเมือปทุมธานี อีก 7 ตำบล บางปรอก บ้านใหม่, บ้านกลาง, บ้านกระแชง, บางขะแยง, บางคูวัด, และบางหลวง ซึ่งที่ตั้งของทุกตำบลติดแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดและมีชาวบ้านอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเป็นจำนวนมาก

โดยบรรยากาศชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำเจ้าพระยาออกมาตอนรับกันอย่างคับคั่ง การใช้เรือออกหาเสียงทำให้สามารถประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับทราบถึงนโยบายของผู้สมัครได้อย่างชัดเจนและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งชาวบ้านบอกว่าไม่เคยเห็นการหาเสียงทางน้ำแบบนี้มาก่อนโดยใช้เรือในการหาเสียงถือเป็นรูปแบบการหาเสียงที่แปลกและเป็นสีสันสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำในจังหวัดปทุมธานี

ลูกเต๋า ศุภชัย ยังได้อ้อนขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมน้ำ ว่า ขอโอกาสให้ลูกเต๋าเป็นสส.เขต 2 ขอกลับเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอีกครั้งนะครับ ขอโอกาส ให้ได้พิสูจน์ตัวเอง ด้วยผลงาน มากกว่าคำอธิบาย  และขอให้มั่นใจว่าผมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่จะดูแลรับใช้พ่อแม่พี่น้อง อย่างสุดความสามารถ

ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ “ลูกเต๋า” ศุภชัย นพขำ เบอร์ 1 ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งสำคัญ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้มีโอกาสเข้าสภามาปรับปรุงแก้ไขพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างจริงจัง

ทหารบูรพาพยัคฆ์ – หนุ่ม-สาว “ฉันทนา”ปราจีนฯตบเท้าพรึ่บ! เข้าคิวลงคะแนนล่วงหน้า

ปราจีนบุรี –  ทหารบูรพาพยัคฆ์ – หนุ่ม-สาว “ฉันทนา”ตบเท้าพรึ่บ! เข้าคิวลงคะแนนล่วงหน้านอกเขต ร.ร.ปรอ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.ศรีมหาโพธิ ย่านนิคมอุสาหกรรมที่ลงทะเบียนมากที่สุดคึกคักตลอดวัน มี รด.จิตอาสา นักเรียนจิตอาสา และ ลูกเสือ-เนตรนารี ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการการหารายชื่อ และคูหาเลือกตั้ง –ดูแลช่วยเหลือคนชรา –ผู้พิการ ให้รวดเร็วท่ามกลางความประทับใจของผู้มาเลือกตั้ง ประชาชนคนเลือกตั้งล่วงหน้า อยากได้นายกรัฐมนตรีมาสร้างความมั่นใจ-ความมั่นคงให้กับชาติยามศึกสงครามแก้ปัญหาชายแดนให้ลุล่วง  ให้จบในรัฐบาลใหม่ต่อไปนี้

เมื่อเวลา 16.10  น. วันที่ 1กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   บรรยากาศการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า สส.ในเขต / นอกเขตเลือกตั้ง พบ เขต 1 ที่หอประชุมอำเภอเมืองปราจีนบุรี และในหอประชุม 95 ปี โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง (ปรอ.) ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ไว้ 5,357 คน จำนวน 11 หน่วยเลือกตั้ง   พบประชาชนมารอเข้าคิวเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างคึกคักเป็นแถวยาวเหยียด

โดยเฉพาะกำลังพลจากหน่วยทหารสังกัดกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์(พล ร.2 รอ.) หรือหน่วย “บูรพาพยัคฆ์” ค่ายพรหมโยธี อ.เมืองปราจีนบุรี หน่วยทหารราบยานเกราะเต็มรูปแบบแห่งแรกของไทยหน่วยรบหลักภาคตะวันออก  กับ มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี ค่ายทหารแห่งแรกของไทยที่จัดการรบแบบยุโรป  โดยทางต้นสังกัดขึ้นรถบัสขนส่งและรถบรรทุกทางทหารพาทยอยมาลงคะแนน เรียงแถวเข้าคิวลงคะแนนเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียงคึกคักตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ยังพบข้าราชการและประชาชนที่ไม่สามารถไปลงคะแนนเลือดตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69ได้มาลงคะแนนใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมากเช่นกันมาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า   

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกลางล่วงหน้าใน/นอกเขต เขตเลือกตั้งที่ 2 โรงเรียนศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ   มีผู้ประสงค์ลงคะแนน จำนวน 9,229 คน จำนวน 18 หน่วย เป็นย่านที่ตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม 304 และ นิคมโรจนะ(ใหม่) อ.ศรีมหาโพธิ มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุด

พบแรงงานหนุ่ม – สาวหนุ่ม “ฉันทนา” จากโรงงานต่าง ๆ ในนิคมอุตสาหกรรม304  ในอุตสาหกรรมโรจนะ(ใหม่) ที่มีโรงงานอุตสาหกรรม มากกว่า 1,000 แห่ง ตื่นตัว มาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างคึกคักทั้งวัน โดยพากันมารอลงคะแนนแน่นยาวคูหาเลือกตั้งเช่นกัน  โดยมี รด.จิตอาสา นักเรียนจิตอาสา และ ลูกเสือ-เนตรนารี ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการการหารายชื่อ และคูหาเลือกตั้ง –ดูแลช่วยเหลือคนชรา –ผู้พิการ ให้รวดเร็วท่ามกลางความประทับใจของผู้มาลงคะแนน

พบนางสาวโชติกา แก้วผล. ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรี(ผอ.กกต.) นางสาวจุฑามาศ  บัวเผื่อนนายอำเภอศรีมหาโพธิ, ตร.สภ.ศรีมหาโพธิ ร่วมตรวจความเรียบร้อย พบเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) คอยแนะนำอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ โดยเขตเลือกตั้งกลางล่วงหน้าเขต 2 ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ มีมากที่สุดรวมกว่า 9,229 คน จำนวน 18 หน่วย ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม

และที่ เขตเลือกตั้งกลาง เขต ที่ 3 สถานที่ อยู่ใน อาคารโดมสำนักงานเขตการศึกษาเขต 2 ใกล้กับบริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี จำนวนผู้ประสงค์ลงคะแนนทั้งในเขตและนอกเขต รวม 2,096 คน จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 4 หน่วยเลือกตั้ง

พบผู้มาเลือกตั้งล่วงหน้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมทะยอยมาเลือกตั้งตลอดวัน ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวหนุ่มสาวโรงงาน  อาทิ จากเขตนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ่ง จำกัด (มหาชน) กบินทร์บุรีอินดัสเตรียล จำกัด เช่นเดียวกับเขตเลือกตั้งที่ 2 ท่ามกลางการอำนวยการด้านการจราจร รักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรีและคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ให้บริการทำความเข้าใจ

น.ส.กนกวรรณ ศรีแสง ผู้ใช้สิทธิ์ล่วงหน้านอกเขตชาวจังหวัดนครพนมกล่าวว่า   การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้  อยากได้สส.และนายกรัฐมนตรีคนที่มีความคิดที่จะพัฒนาประเทศ   แล้วก็ความคิดก้าวไกล มีวิสัยทัศน์ในการมองเห็นอนาคตทำให้ประเทศของเราเจริญก้าวหน้ามีความมั่นคงมากกว่านี้

ในเรื่องของการพัฒนาประเทศและตอนนี้เราก็มีเหตุการณ์สู้รบตามชายแดนไทย-กัมพูชา   อยากให้เรามองเห็นหลายๆอย่างอยากให้เขาช่วยพัฒนาประเทศของเราให้ดีขึ้นมั่งคงมากกว่านี้ทั้งอาจทางการทหารและแก้ปัญหาชายแดนให้ลุล่วง  ให้จบในรัฐบาลใหม่ต่อไปนี้

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ ณัฐนันท์ – ทองสุข  สิงห์พิมพ์ – ภาพ /ปราจีนบุรี ##

ชมรมช่างภาพการเมือง จัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา ครั้งที่ 16 เสริมสวัสดิการคนสื่อ-สร้างอนาคตเยาวชน

กรุงเทพฯ – ชมรมช่างภาพการเมืองจัดงานใหญ่ประจำปี มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดาสมาชิก และทุนช่วยเหลือช่างภาพอาวุโส-เจ็บป่วย รวมกว่า 3.3 แสนบาท ด้าน “ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์” ประธานที่ปรึกษาฯ รุดเป็นประธาน ย้ำความสำคัญของสวัสดิการคนสื่อและพลังสามัคคี

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ  ห้องประชุม 607  สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา  ชมรมช่างภาพการเมือง ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกชมรมฯ ครั้งที่ 16 อย่างอบอุ่น โดยมี ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม วุฒิสภา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วมเป็นสักขีพยานและสนับสนุนกิจกรรม ชูสวัสดิการ “คนหลังเลนส์” ไม่ทิ้งกัน

นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมช่างภาพการเมือง เปิดเผยว่า ชมรมฯ เป็นศูนย์รวมของช่างภาพสื่อมวลชนสายการเมืองทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์กว่า 200 คน โดยมีพันธกิจหลักคือการสร้างความสามัคคีและดูแลสวัสดิการเพื่อนร่วมวิชาชีพ ซึ่งนอกจากการมอบทุนการศึกษาแล้ว ชมรมฯ ยังมีกองทุนช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้าง และดูแลช่างภาพอาวุโส รวมถึงกิจกรรม CSR เพื่อเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล สรุปยอดจัดสรรทุนปี 2568 (รวม 335,000 บาท)

ในปีที่ผ่านมา ชมรมฯ ได้ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสมาชิกใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย:

ทุนการศึกษาบุตร-ธิดา: จำนวน 80 ทุน (ทุนละ 3,000 บาท)

ทุนช่วยเหลือช่างภาพอาวุโส: จำนวน 5 ทุน (ทุนละ 10,000 บาท)

ทุนช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย: ทุนละ 5,000 บาท นอกจากนั้นในปีนี้ ชมรมช่างภาพการเมืองร่วมกับ เครือข่ายจิตอาสารัฐสภาทำดีตาม รอยพ่อ จัดซื้อรถวิลแชร์ไฟฟ้ามูลค่า 21,000 บาท และทุนเพื่อการดำรงชีพ 10,000 บาท มอบให้แก่คุณกิตติ      วรชาญชัย อดีตช่างภาพสื่อมวลชน น.ส.พ.ไทยโพส์ต

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนอย่างดียิ่งจากผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน อาทิ ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, ผศ.ดร.วิมลิณฬ์ โบวีไนเซอร์, ดร.จุฑารัตน์ พัฒนาทร,คุณเฉลิม อยู่วิทยา (บริษัท สยามไวน์เนอรี่ จำกัด),  ดร.ปราจิณ เอี่ยมลำเนา, คุณสุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์,  คุณภุริปพัฒน์ ภัทรติมานนท์ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่นำอาหารเช้าและกลางวันมาบริการแก่สมาชิกและครอบครัว

ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างองค์กรสื่อและภาคส่วนต่างๆ ในสังคม “การมอบทุนในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางการเงิน แต่คือขวัญและกำลังใจที่ส่งต่อไปยังครอบครัวคนสื่อ เพื่อให้พวกเขามีพลังในการปฏิบัติหน้าที่สะท้อนความจริงสู่สังคมต่อไป” 

อลังการ! มหกรรมฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล-บุญลอมข้าวใหญ่ ชู “ผ้าไหมล้ำค่า”กระหึ่มโลก

ชัยภูมิ – บ้านเขว้าเปิดเมืองโชว์อัตลักษณ์! จัดงานฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ควบ “งานบุญลอมข้าวใหญ่” ตระการตาขบวนแห่บายศรีและแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทย ชูเสน่ห์วิถีชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากสุดคึกคัก

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลประจำอำเภอบ้านเขว้า และงานบุญลอมข้าวใหญ่ ประจำปี 2569” อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นางศิริพร นาคนิยม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับจังหวัด นายอำเภอบ้านเขว้า และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมให้การต้อนรับท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมงานอย่างหนาตา

ภายในงาน ผู้ว่าฯ ชัยภูมิได้เข้าเยี่ยมชม “ขบวนแห่บายศรี” อันวิจิตรบรรจง ซึ่งสะท้อนถึงพลังศรัทธาและความประณีตของชาวบ้านเขว้า พร้อมเดินชมการจัดแสดงนิทรรศการสินค้า OTOP ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะ “ผ้าไหมบ้านเขว้า” มรดกทางภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงขจรไกลในระดับสากล

โดยกิจกรรม (1-5 กุมภาพันธ์ 2569):
• สายช้อป-สายชิม: ยกขบวนสินค้า OTOP ของดีบ้านเขว้า และเมนูอาหารพื้นถิ่นรสเด็ดมาไว้ในที่เดียว
• สายบันเทิง: จัดเต็มคอนเสิร์ตหมอลำร่วมสมัยสุดมันส์ และชมลีลาแม่ไม้มวยไทยบนสังเวียนสุดดุเดือด

• สายวัฒนธรรม: ชมการแข่งขัน “ซัดฟางข้าว” กีฬาพื้นบ้านหาชมยาก และการประชันฝีมือปรุงอาหารท้องถิ่น
• สายแฟชั่น: พลาดไม่ได้กับปรากฏการณ์ “เดินแบบแฟชั่น รักษ์ผ้าไทย” ณ เวทีลานวัฒนธรรมลอมข้าว สัมผัสความงามของผ้าไหมไทยผ่านดีไซน์ทันสมัยโดยนางแบบกิตติมศักดิ์

ขอเชิญชวนพี่น้องชาวชัยภูมิและนักท่องเที่ยว มาร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและสัมผัสเสน่ห์วิถีถิ่นในงาน “บุญลอมข้าวใหญ่ และเทศกาลไหมของดี” ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ

มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

.

“ลูกเต๋า” ศุภชัย เบอร์ 1 ลุยปราศรัย บางพูดเมืองปทุมฯ ขอโอกาสกลับมาอีกครั้ง

เมื่อวันที่  1 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ว่า ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก นายศุภชัย นพขำ (ลูกเต๋า) ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 เขต 2 จังหวัดปทุมธานี พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัย ณ โดมเอนกประสงค์ วัดดาวเรือง ตำบลบางพูด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ท่ามกลางประชาชนที่มารอรับฟังอย่างเนืองแน่นกว่า 800 คน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ประชาชนเข้ามาทักทายและถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง

การปราศรัยครั้งนี้มีไฮไลต์สำคัญคือการมี “มิกซ์ เสื้อแดง” “กรุงทุ่งแตก” ขึ้นเวทีช่วยหาเสียงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงคนรักประชาธิปไตยในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง นายศุภชัย ได้นำเสนอนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางของจังหวัดปทุมธานี

“ลูกเต๋า”นายศุภชัย นพขำ ได้กราบขอคะแนนเสียงและแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีว่า ผมขอโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนฯแทนพี่น้องประชาชนเขต 2 ปทุมธานี ผมจะนำทุกปัญหาและความเดือดร้อนของพวกท่านไปสะท้อนในสภาเพื่อหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง ปัญหาปากท้อง หนี้สิน และค่าครองชีพ เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนที่รอไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจึงชูนโยบายเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ ” มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอและทำได้จริง

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ต้องการรับฟังเสียงสะท้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ตนเป็นลูกหลานคนปทุมธานีที่ไม่เคยทิ้งพื้นที่ และขอโอกาสกลับเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ อีกครั้ง เพื่อสนับสนุน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และผลักดันนวัตกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจยุคใหม่ให้เกิดขึ้นจริง สโลแกนของผมคือ ‘ไม่พูดให้ฟังแต่จะทำให้ดู’ ทุกนโยบายที่เราประกาศไว้ เราพร้อมลงมือทำทันที

ท้ายที่สุด “ลูกเต๋า”นายศุภชัย เชิญชวนประชาชนชาวปทุมธานี และคนไทยทั่วประเทศ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และเบอร์ 1 เขต 2 ปทุมธานี ขอให้เลือก ทั้งพรรคทั้งเขต นำประสบการณ์ของทีมงานพรรคเพื่อไทยนำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และตนเอง เข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนในสภา

.

ตร.ไซเบอร์บุกรวบแอดมินกลุ่มเทเลแกรมเปิดสมัครสมาชิกดึงเข้ากลุ่มคลิปอนาจารเด็ก

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. หรือ TICAC ได้สืบสวนพบการโฆษณาขายสื่อลามกอนาจารในแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกในราคา 59 บาท เพื่อดึงเข้ากลุ่ม Telegram ที่มีสื่อลามกอนาจาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเพื่อตรวจสอบ กระทั่งสามารถเข้าไปในกลุ่ม Telegram ชื่อ “Cum This here” ซึ่งปรากฏว่าภายในกลุ่มดังกล่าว พบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก

ต่อมา พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ชุด TICAC สืบสวนกรณีดังกล่าว จนพบหลักฐานว่า นายพงศกร อายุ 24 ปี เป็นผู้รับผลประโยชน์จากการรับสมัครสมาชิกเข้ากลุ่มสื่อลามกอนาจารเด็ก จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญาออกหมายค้นบ้านเป้าหมายได้สำเร็จ

โดยล่าสุด พ.ต.ท.เขมอธิษฐ์ ทองคำ สว.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด TICAC ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ Our Rescue Thailand ได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลอาญา ที่ 76/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในซอยกำแพงเพชร 6 ซ.7 แยก 3-14 (รัตนชัยวิลล่า) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พบ นายพงศกร อายุ 24 ปี แสดงตนเป็นผู้ครอบครองบ้าน

จากการตรวจค้น สามารถตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ iPhone 13 Pro จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ OPPO A92 จำนวน 1 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อ ASUS จำนวน 1 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) และโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) และสมุดบัญชีธนาคารของนายพงศกร    

จากการตรวจสอบข้อมูลภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจยึด พบกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์และเทเลแกรมข้างต้น ที่มีสื่อลามกอนาจารของบุคคลที่คาดว่าอายุต่ำกว่า 18 ปี และสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่จำนวนมาก รวมทั้งข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินค่าสมัครสมาชิก

เบื้องต้น เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ใช้บัญชีไลน์ที่ใช้โฆษณาให้คนสมัครสมาชิกเข้าชมสื่อลามกอนาจารจริง เมื่อลูกค้าสมัครสมาชิกแล้ว ตนเองก็จะดึงลูกค้าเข้ากลุ่มเทเลแกรมที่เป็นแอดมิน เพื่อดูสื่อลามกอนาจารทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ได้ ส่วนวิดีโอคลิปต่างๆ นั้น ตนเองส่งต่อมาจากทางกลุ่มเทเลแกรมกลุ่มอื่นๆ ที่ตนเองอยู่ในกลุ่ม โดยเริ่มทำมาประมาณ 3 เดือน มีรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 3,000 – 4,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก”, “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กฯ”

และ “เพื่อประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กฯ” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งสืบสวนขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนเด็กที่ปรากฏในวิดีโอนั้น ขณะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต่อไป