“ปิยะวุฒิ” ผู้สมัคร สส.เขต 3 พรรคไทยก้าวใหม่ลุยหาเสียงชูนโยบายปากท้องของประชาชน

พรรคเล็ก สนามพัทลุงไม่ถอย กลยุทธเลือกให้เป็นปากเสียงในสภา เข้าหาคนแก่ นักเรียน ตามนโยบาย กังวลเรื่องการัฐธรรมนูญ

นายปิยะวุฒิ เคว็จดำ ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 8 จ.พัทลุง พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดเผยว่า จะไปทุกสนามการเปิดดีเบต และจะหาเสียงทุกพื้นที่ว่าถ้าต้องการให้เป็นผู้แทนเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาให้เลือกตนเอง ตนจะทำหน้าที่อภิปรายถึงปัญหาที่จะสะท้อนออกมา และจะเน้นเรื่องอาชีพเรื่องปากท้องของประชาชน

ส่วนนายปราโมทย์ หนูเลิศ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 7 จ.พัทลุง กล่าวว่า สำหรับตนแนวหาเสียงเป็นหลักคือเข้าหากลุ่มผู้สูงอายุพูดถึงนโยบาย เช่น เรื่องเงินยังชีพ 3,000 บาท / เดือน และจะเข้าถึงกลุ่มเยาวชนเรื่องสร้างโรงเรียนการกีฬาประจำจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนพรรคอื่น ๆ หลายพรรคจะมีการหาเสียงพบปะและเปิดเวทีปราศรัยตามจุดรวมสำคัญ และจะมีรถแห่เปิดเพลงที่มีทั้งสำเนียงทำนองออกท้องถิ่นภาคใต้ และเพลงแนวทั่วไปเป็นการหาเสียง ซึ่งจะสร้างความนิยมได้มากเช่นกัน
ผู้สื่อข่าว ได้รับการเปิดเผยจากประชาชน ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารส่วนราชการ ว่ายังกังวลในการลงประชามติรัฐธรรมนูญ

พร้อมกับกาบัตรเลือกตั้งของประชาชนโดยทั่ว ๆ ไป ว่าจะรับหรือไม่รับ เพราะการมีความเข้าใจรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร ไม่มีการชี้แจงสายตรงไปถึงประชาชนตามหมู่บ้านว่าเป็นอย่างไรโดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก ๆ หรือคนชายขอบ แต่มีคู่มือเรื่องรัฐธรรมนูญวางตามร้าน เช่น ร้านน้ำชาบางร้าน เป็นต้น

อบจ.ศรีสะเกษผนึกสสจ.ศรีสะเกษยกระดับสุขภาพคนเมืองลำดวน

นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 1/2569  ที่ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

นายแพทย์ทนง วีระแสงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ

โดยร่วมด้วย นายแพทย์ทนง วีระแสงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ แพทย์หญิงแคทรียา เทนสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ,นางสาวรภัทภร สายเย็น รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด,รักษาราชการแทน ปลัดองค์การ,บริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ผู้บริหารและหน่วยงานด้านสาธารณสุข เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนางานด้านสุขภาพของประชาชนในระดับพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดศรีสะเกษ

ในครั้งนี้นั้น ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการดูแลสุขภาพประชาชนในระดับพื้นที่

โดยที่ อบจ.ศรีสะเกษ มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง สุขภาพดี เริ่มต้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

สุขสันต์วันเกิด “ดร.อนิรุทธ คัมภ์ทวี” ฉลองครบรอบวันเกิด 60 ปี

ภาพบรรยากาศงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิด 60 ปีพรั่งพร้อมคนที่รักด้วยมิตรภาพสุดอบอุ่น!

“ดร.อนิรุทธ คัมภ์ทวี” ผอ.ส่วนบริหารและพัฒนาระบบการจัดเก็บรายได้ บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด ฉลองวันเกิดอายุครบ 60 ปี พร้อมคนที่รักสุดอบอุ่นด้วยคำอวยพรขอให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปและให้สุขภาพแข็งแรง

เรียกว่าอบอุ่นหัวใจสำหรับภาพบรรยากาศงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิด 60 ปี โดยมีเพื่อนพ้องน้องร่วมพลังมาอวยพรอย่างอบอุ่น นำทีมโดยคณะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ประกอบด้วย

พลอากาศโทสำราญ ชมโม,
คุณปวีณ์พร กรูดทองกุล,
คุณนาถลดา เขียวพักดี,
คุณวิชชุดา ทองสุทธิ์, 
คุณสุพรรณี กันยะ
คุณLUCY พร้อมด้วยมิตรสหายมาร่วมงาน

ณ ร้านกล้วยหอม Grand Piano  นนทบุรี

.

รองผู้ว่าฯศรีสะเกษ ลงพื้นที่ประเมิน คัดกรอง ผู้นำต้นแบบเข้มแข็ง

ศรีสะเกษเดินหน้าคัดผู้นำต้นแบบ รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ประเมินกำนันดีเด่น ย้ำบทบาทผู้นำชุมชนเข้มแข็ง

สุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ สุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานตรวจประเมินผลการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องที่ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลผู้มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2569 ระดับจังหวัด ที่โคก หนอง นา กำนันตำบลสระเยาว์ หมู่ที่ 3 ตำบลสระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี นายพิศาล โทศก กำนันตำบลสระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ เป็นผู้รับการประเมินในครั้งนี้

การตรวจประเมินดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางของ กระทรวงมหาดไทย ที่จัดให้มีการมอบรางวัลแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้นำชุมชนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ โดยพิจารณาจากคุณลักษณะเฉพาะบุคคล ผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ผลงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และผลงานดีเด่นเป็นพิเศษ

สำหรับปี 2569 จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลระดับชั้นที่ 1 ครอบคลุมหลายตำแหน่ง ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จากหลายอำเภอในจังหวัด โดยมีสัดส่วนผู้ได้รับรางวัลชั้นที่ 1 รวมทั้งสิ้น 8 รางวัล

ในการนี้ มี นายสุรพล ศรีพนมธนากร นายอำเภอศรีรัตนะ พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือกฯ ระดับจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน อสม. ชรบ. และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อมูลประกอบการประเมินอย่างพร้อมเพรียง การลงพื้นที่ตรวจประเมินครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดศรีสะเกษ ในการคัดเลือกและยกย่องผู้นำท้องที่ต้นแบบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สนาะ วรรักษ์/รายงาน

ปฎิบัติการทลาย “Black Market Page” คอกม้าถอนเงินสดส่งข้ามแดนกว่า 300 ล้าน

ปอท. ทลายเพจตลาดมืดออนไลน์ เครือข่ายบัญชีม้า–ถอนเงินสด ส่งข้ามแดน ไปยังแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เมียนมาร์ กว่า 300 ล้าน นอกจากนี้  ยังจับกุมแก๊งหลอกลงทุนชาวจีน คืนทรัพย์ที่ยึดได้ให้ปปง.กว่า 46 ล้านบาท เพื่อเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ปอท. ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท. ได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) หลอกลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน ULELA Max พร้อมเปิดปฏิบัติการ “SKYFALL” บุกทลายแก๊งฟอกเงินข้ามชาติผ่าน Huione Pay ได้จับกุมชาวเมียนมาซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์ และได้นำหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอด เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ผลการตรวจค้น ได้จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมาจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.Mr.OO SHIN อายุ 57 ปี สัญชาติเมียนมา, 2.Ms.THIDA อายุ 57 ปี สัญชาติเมียนมา และ 3.Mr.LOUK WAI อายุ 54 ปี สัญชาติเมียนมา และตรวจยึดเงินสดของกลางจำนวนรวมกว่า 46 ล้านบาท จากนั้นได้ทำการขยายผลในส่วนบัญชีม้านิติบุคคล บริษัท ดูเรียน พรีเมี่ยม จำกัด และ บริษัท ทรอปปิคอลโกลด์ จำกัด พบว่า มี น.ส.สายพิรุณฯ เป็นนักบัญชีที่ทำการจดทะเบียนบริษัททั้งสองบริษัทจึงได้ขออนุมัติหมายค้น เข้าตรวจค้นบริษัทและซักถามปากคำ

โดยจากการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์และซักถามปากคำน.ส.สายพิรุณฯ ให้การรับว่าได้รับจ้างจากชาวจีน ชื่อ Mr.Zehu Zhang ให้นำข้อมูลของบุคคลที่ชาวจีนส่งให้ไปจดทะเบียนบริษัทและเปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคลดังกล่าว จากนั้นจะส่งข้อมูลบัญชีและซิมการ์ดที่ใช้รับ OTP ในการโอนเงินของบัญชีนิติบุคคลให้กับ Mr.Zehu Zhang โดยจะได้รับค่าจ้างในการจดทะเบียน บริษัทละ 5,000 บาท จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ น.ส.สายพิรุณฯ และ Mr.Zehu Zhang และติดตามจับกุมตัว น.ส.สายพิรุณฯ ได้ที่บริษัทย่านห้วยขวาง และจับกุม Mr.Zehu Zhang ได้ขณะบินกลับเข้ามาที่ประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รายงานผลการจับกุมคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน จนนำมาสู่การที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.296 /2568 จำนวน 31 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท จากนั้น สำนักงาน ปปง. ได้ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐานเพื่อพิจารณาเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายต่อไป

ตม.1บุกรวบแก๊งอิหร่านล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวจีน-แผนสูงเบี่ยงความสนใจก่อนฉกทรัพย์

สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายชาวจีนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สน.ห้วยขวาง ว่าขณะที่ตนเอง กำลังรอขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานี mrt พระราม9 ได้ถูกชายลักษณะคล้ายชาวตะวันออกกลาง เข้ามาชักชวนพูดคุยว่าอยากไปเที่ยวประเทศจีน และได้ขอดูธนบัตรเงินหยวนเนื่องจากไม่เคยเห็น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงหยิบกระเป๋าเงินออกมาและดึงธนบัตรเงินหยวนออกมาให้ผู้ก่อเหตุดู

ขณะนั้นผู้ก่อเหตุทำทีพูดคุยเบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นผู้เสียหายรู้สึกว่ามีคนเดินผ่านมาด้านหลังใกล้ๆ เมื่อผู้ก่อเหตุส่งธนบัตรเงินหยวนคืนให้และเดินจากไป ผู้เสียหายพบว่ากระเป๋าเงินของตนเองได้หายไปแล้ว ภายในมีเงินสดสกุลบาทและสกุลหยวนรวมประมาณสามหมื่นบาท  ผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

จากกรณีดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ทำการสืบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบพยานหลักฐานว่า ผู้ก่อเหตุได้ทำทีพูดคุยหลอกล่อ ขอดูธนบัตรเงินสกุลหยวนจากผู้เสียหาย และพูดคุยเบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นได้มีชายลักษณะคล้ายชาวตะวันออกกลางอีก 1 คน เดินผ่านมาใกล้ๆ และใช้มือล้วงหยิบกระเป๋าเงินของผู้เสียหายจากนั้นจึงหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีจนสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ  รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1  สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1  นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1  พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 นำหมายจับศาลอาญาเข้าจับกุม นายกัสซัน (นามสมมุติ) สัญชาติอิหร่าน ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในที่สาธารณะสถานีรถไฟ”

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้ทำการสืบสวนจนพบสถานที่กบดานของผู้ต้องหารายนี้ ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวบริเวณคอนโดที่พักกลางกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายกัสซันพบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่สองคนขึ้นไปในที่สาธารณะสถานีรถไฟและ เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า มีการก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำลังดำเนินการขยายผลถึงผู้ร่วมก่อเหตุต่อไป

ศรีสะเกษดันหอมแดง GI สู่เวทีสากล เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้เกษตรกร

จังหวัดศรีสะเกษ เปิดกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ต้อนรับเดือนแห่งความรัก “สื่อรักด้วยใจ รักใครให้หอมแดงศรีสะเกษ” ปี 2569 ชวนคนไทยมอบความรักแทนใจ ด้วยหอมแดงและกระเทียม GI เกรด A ของดีประจำถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมดังกล่าว ณ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เกาะห้วยน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และเกษตรกร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ และกระตุ้นการบริโภคหอมแดงศรีสะเกษในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ ควบคู่กับการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ หรือ 10 Agenda Sisaket ในประเด็นเกษตรบูรณาการ สินค้าหอมแดง โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการผลผลิตและผลิตภัณฑ์หอมแดงศรีสะเกษ การมอบใบรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP หอมแดงศรีสะเกษ การเยี่ยมชมผลผลิตจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ กลุ่มที่ได้รับการรับรอง GI รวมถึงการสาธิตการแปรรูปหอมแดง การทำน้ำมันหอมระเหย และการแนะนำการจัดส่งสินค้าโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

จังหวัดศรีสะเกษยังเชิญชวนประชาชนร่วมส่งความสุข มอบความรักในเดือนแห่งความรัก ด้วยชุดของขวัญหอมแดงและกระเทียม GI เกรด A มีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ ชุดหอมแดงสื่อรัก ชุดกระเช้าหอมแดงกระเทียม และชุดคู่หอมแดงกระเทียมสื่อรัก สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเพจเฟซบุ๊กสำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ และบริการจัดส่งโดยไปรษณีย์ไทย ในโครงการ “ส่งหอมแทนใจ” ด้วยบริการ E-Co-Post ราคาประหยัด

ทั้งนี้ หอมแดงศรีสะเกษได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI การันตีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นสินค้าคุณภาพที่ชาวศรีสะเกษภาคภูมิใจ พร้อมก้าวสู่การเป็น “มหานครแห่งหอมแดง” ของประเทศ

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

ครั้งแรกในไทย!ทดลองฉีดวัคซีนคุมกำเนิดช้างป่ามุ่งสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ปราจีนบุรี  –  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดให้ช้างป่าในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง

ทำไมต้องทำโครงการนี้

นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า ในพื้นที่ป่าภาคตะวันออก ประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 334 ตัวในปี 2558 เป็น 799 ตัวในปี 2568 (เพิ่ม 8.2% ต่อปี) ทำให้ช้างออกมาหากินในพื้นที่ชุมชนมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ป่าและอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิต 141 ราย บาดเจ็บ 170 ราย และทรัพย์สินพืชผลเกษตรเสียหายในพื้นที่กว่า 100 ตำบล 6 จังหวัด

วัคซีนนี้คืออะไร

วัคซีนคุมกำเนิดไม่ใช่การทำหมัน ไม่ใช่การผ่าตัด และไม่ทำร้ายช้างแต่อย่างใด วัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายช้างเพศเมีย ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไข่ ไม่ให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิจนตั้งท้องได้ ใช้ได้นาน 7 ปี หลังจากนั้นหากไม่ฉีดเสริมช้างก็จะตั้งท้องได้ตามปกติ

 ปลอดภัย 100% ไม่มีอันตรายต่อช้าง

วัคซีนผ่านการทดลองในช้างแอฟริกาและช้างเลี้ยงไทย 7 เชือกแล้ว ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ไม่ส่งผลต่อช้างที่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบ ไม่กระทบพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน หรือความสัมพันธ์ในฝูง ช้างจะมีชีวิตปกติสุขเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่ไม่ตั้งท้องชั่วคราว

ดำเนินการอย่างไร

ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ร่วมกันดำเนินปฏิบัติการฉีดวัคซีนให้แก่ช้างป่าเพศเมียโตเต็มวัยจำนวน 3 ตัว จากโขลงทั้งหมด 12 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว โดยเริ่มภารกิจเมื่อเวลา 21.00 น. ซึ่งใช้วิธีการยิงวัคซีนด้วยปืนอัดลมโดยไม่ต้องวางยาสลบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งตัวช้างและเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังช่วยให้ช้างสามารถใช้ชีวิตอยู่กับฝูงได้ตามปกติตลอดช่วงเวลาปฏิบัติงาน จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจในเวลา 22.00 น. ทั้งนี้ ทีมงานจะยังคงติดตามสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง พร้อมทั้งวางแผนเก็บตัวอย่างเลือดและมูลเพื่อตรวจระดับภูมิคุ้มกันทุก 6-8 เดือน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 7 ปี

 “หัวใจสำคัญของการรักช้าง คือการสร้างสมดุลที่ยั่งยืน”

​นายสุขี บุญสร้าง กล่าวทิ้งท้ายว่า “หัวใจสำคัญของการรักช้าง คือการสร้างสมดุลที่ยั่งยืน โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้นจากความห่วงใยในสวัสดิภาพของช้างป่าอย่างแท้จริง เพราะหากปล่อยให้ประชากรช้างเพิ่มขึ้นจนเกินขีดความสามารถที่ผืนป่าจะรองรับได้ ช้างก็จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำ และต้องเสี่ยงภัยจากการรุกล้ำเข้าสู่ชุมชน ทั้งอุบัติเหตุบนท้องถนน ไฟฟ้าช็อต หรือความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ การควบคุมจำนวนประชากรด้วยวัคซีนที่มีความปลอดภัย จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ช้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีทรัพยากรที่เพียงพอ และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า นี่คือการอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพื่อให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง”

ข้อมูล:  สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 มานิตย์  สนับบุญ/ปราจีนบุรี

.

‘เอย เกวลิน’ กล้าธรรม เบอร์ 4 ปลุกกระแสชัยภูมิ! ชูผลงานพิสูจน์ฝีมือ ‘คำพูดต้องมาพร้อมการกระทำ’

ชัยภูมิ – “เอย เกวลิน” ผู้สมัคร ส.ส. พรรคกล้าธรรม เขต 1 หมายเลข 4 ปักธงการเมืองใหม่ ชูสโลแกน “กล้าทำเพื่อเมืองชัยภูมิที่ดีกว่าเดิม” โชว์ผลงานประจักษ์ตลอด 2 ปีครึ่งในบทบาทรองประธานสภา อบจ. ย้ำชัด! การเมืองยุคใหม่ต้องวัดกันที่การลงมือทำ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นางสาวเกวลิน ชัยวัฒนกุลวานิช หรือ “เอย” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดชัยภูมิ หมายเลข 4 จากพรรคกล้าธรรม เดินหน้าลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนพร้อมชูจุดแข็งนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ยึดถือคติ “คำพูดต้องมาพร้อมการกระทำ“

 โดยหยิบยกผลงานตลอดระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ในตำแหน่งรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจในการทำงาน  โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ผลักดันงบประมาณก่อสร้างและปรับปรุงถนนลาดยาง-คอนกรีต กว่า 10 โครงการ เชื่อมต่อตำบลบ้านเล่า, นาเสียว, โพนทอง และเขตเมือง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจร

ลงทุนนำเครื่องจักรส่วนตัวเข้าเปิดเส้นทางสัญจรในชุมชนและวัดโดยไม่รอเพียงงบประมาณภาครัฐ เพื่อบรรเทาทุกข์ชาวบ้านให้ทันท่วงที

ประสานงบประมาณจากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 กว่า 62 ล้านบาท ฟื้นฟู “หนองเขื่อง-ลำห้วยแก่นเทา” พร้อมระบบกระจายน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อเกษตรกร  , ติดตั้งไฟส่องสว่างโซลาร์เซลล์ 63 ต้นในพื้นที่เสี่ยง ลดอุบัติเหตุและอาชญากรรม

จากการลงพื้นที่พบว่ากระแสตอบรับจากชาวชัยภูมิเขตรอบนอกเป็นไปอย่างคึกคัก โดยส่วนใหญ่มองว่า “เอย เกวลิน” เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีผลงานเป็นรูปธรรม เข้าถึงง่าย และทำงานเชิงรุก สอดรับกับนโยบายหลักของพรรคกล้าธรรม ที่มุ่งเน้นการยกระดับชีวิตเกษตรกร ทั้งการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดครุฑแดง , โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง และการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน

“เอยไม่ได้มาเพื่อแค่หาเสียง แต่เอยมาพร้อมความตั้งใจที่ทำมาตลอด และจะทำต่อไปเพื่อเมืองชัยภูมิที่ดีกว่าเดิม” นางสาวเกวลิน กล่าวทิ้งท้าย

โดย…มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวการเมืองชัยภูมิ

จับจริง! ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ นำทีม อส.บุกดับไฟไร่อ้อย พบมือเผาสั่งคาดโทษ ต้นเหตุ PM 2.5

เมื่อกลางดึกวันที่ 26 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “ทลายจุดความร้อน” นำทีมปลัดจังหวัด ป้องกันจังหวัด และกำลังพลสมาชิก อส. กองร้อย อส.จ.ชัยภูมิ ที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจตราเฝ้าระวังการลักลอบเผาพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดกั้นต้นเหตุไฟป่าและวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

จากการลงพื้นที่ พบการกระทำผิด 3 จุดใหญ่ คือจุดที่ 1 บ้านน้อยพัฒนา (อ.เกษตรสมบูรณ์): พบเพลิงกำลังลุกไหม้พื้นที่เกษตรเป็นวงกว้าง แต่สภาพภูมิประเทศเข้าถึงยากและไม่พบผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ ผู้ว่าฯ สั่งการด่วนประสานฝ่ายปกครองอำเภอเกษตรสมบูรณ์เข้าคุมสถานการณ์และเร่งสืบหาตัวผู้ลักลอบเผามาดำเนินคดี

ขณะที่จุดที่ 2 ต.หนองบัวแดง (อ.หนองบัวแดง) ]จับกุมคาหนังคาเขา! พบเพลิงลุกไหม้ไร่อ้อยกว่า 10 ไร่ โดยมีนาย A และนาง B (นามสมมุติ) 2 ผัวเมีย ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนจุดเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกใหม่ งานนี้ผู้ว่าฯ สั่ง อส. ลุยดับไฟด้วยตัวเอง พร้อมอบรมชุดใหญ่ ชี้แจงข้อกฎหมายและผลกระทบต่อส่วนรวม พร้อมคาดโทษห้ามทำซ้ำเด็ดขาด

และจุดที่ 3 ต.กุดชุมแสง (อ.หนองบัวแดง): พบไฟลามไร่อ้อยอีกจุด เจ้าของอ้าง “ลูกชายแอบเผา” โดยตนไม่รู้เห็น ผู้ว่าฯ จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.กุดชุมแสง เข้าสกัดไฟทันที พร้อมย้ำเตือนถึงพิษภัยของหมอกควันและโทษทัณฑ์ทางกฎหมาย

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวเน้นย้ำว่า “ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รอไม่ได้” พร้อมกำชับทุกอำเภอเร่งใช้ “หอกระจายข่าว” และลงพื้นที่เชิงรุกสื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจถึงผลเสียของการเผา หากพบการกระทำผิดหลังจากนี้จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนชัยภูมิ

.