“เวย์-นานา”อ่วม ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่ม ร่วมกันฉ้อโกง ยอดเสียหายพุ่ง 170 ล้าน

ปอศ.แจ้งข้อหาเพิ่ม “เวย์ ไทเทเนี่ยม-นานา” เข้าข่าย พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน-แชร์ลูกโซ่ ยอดเสียหายพุ่ง 170 ล้าน ด้านเจ้าตัวปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เร่งประสาน ปปง.สืบทรัพย์เฉลี่ยคืนให้เหยื่อ คาดสรุปสำนวนกลางเดือน ก.พ.นี้

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. กล่าวถึงกรณีที่ นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทเทเนี่ยม และนางไรบีนา อินทชัย หรือ นานา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา ฉ้อโกงกับ เวย์ ไทเทเนี่ยม ภายหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่านอกจากความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว มีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงพบการใช้เงินใช้บัญชีของตนเองโอนกลับไปให้ผู้เสียหาย จึงได้ขยับสถานะร่วมกับตัวนานา เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และแชร์ลูกโซ่ โดยก่อนหน้าได้มีหมายเรียกให้เข้ามาพบแต่เลื่อนมาแล้ว จนถึงวันนี้ทนายได้ประสานว่าจะเข้ามา พบพนักงานสอบสวน เป็นเหตุให้ เวย์ไทเทเนี่ยม เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เวย์ ไทเทเนี่ยม ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนานามีประเด็นที่ต้องแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมเนื่องจากมีผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ส่วนนิติบุคคลที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปในคราวเดียวที่มาพบด้วย ส่วนผู้เสียหายจะเป็นใครนั้นเจ้าตัวไม่ประสงค์ให้ออกชื่อแต่จากวงเงิน 150 ล้านบาท กระโดดไปเป็น 170 ล้านบาท และจำนวนผู้เสียหายมี 17 รายเท่าเดิม

“ตอนนี้ยังไม่มีผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ในส่วนของนางสาวเจนสุดา ที่เข้ามาแจ้งความก่อนหน้านั้นก็เป็นการถูกชักชวนให้ลงทุนเหมือนกัน ส่วนนางสาวพอลล่าก็เป็นการชักชวนลงทุนเช่นกัน และจากการสอบปากคำในปัจจุบันยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับการชดเชยจากเงินที่เสียไป แต่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นวงรอบ ลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่ คือในระหว่างที่มีการชักชวนลงทุนก็จะมีการโอนค่าตอบแทนให้กลับไปตามวงรอบปกติ แต่หลังจากที่เป็นคดีแล้วก็ยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับเงินชดเชย”พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าว

เมื่อถามว่าเจ้าหนี้หลายคนกังวลเรื่องการใช้เงินคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถให้ความสบายใจกับเจ้าหนี้อย่างไรได้บ้าง พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ตนและพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ในการตามตัวเขามาลงโทษตามกฎหมาย แน่นอนว่ามันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดมูลฐานอยู่แล้ว และในวันนี้ได้มีการดำเนินการเรื่องกฎหมายฟอกเงิน และรายงานให้กับ ปปง.เพื่อตั้งเจ้าหน้าที่สืบสวน ว่าเป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ และเรื่องนี้เป็นระเบียบปฏิบัติตามปกติแน่นอนว่า เมื่อได้รับรายงานเรื่องการสืบทรัพย์สินของผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินใด

ทั้งหมดเราต้องรายงานไปที่ ปปง. เพื่อให้ ปปง.ที่มีหน้าที่ในการเกลี่ย เฉลี่ยทรัพย์ หากมีกรณีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาก่อนกระทำความผิด หน้าที่หลักจึงเป็นของ ปปง.ที่จะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย ตามสัดส่วนความเสียหาย

ด้านพ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ.กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลใจเพราะคดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงเส้นเงิน ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญแล้ว น่าจะสรุปสำนวนคดีได้ไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้แน่นอน

ทาสสุรา!ตำรวจสยบคลั่ง”อำนาจ รื่นเริง”อดีตแชมป์โลก เมาสติแตกโวยวาย บุกทุบรถชาวบ้าน

ตำรวจ ศรีราชา ชลบุรี ใช้ไม้ง่าม สยบคลั่ง “อำนาจ รื่นเริง” หรือ เจ้าเพชร อดีตแชมป์มวยโลกชื่อดัง หลังชาวบ้านแจ้งความข้อหาบุกรุก ทุบรถ ก่อนใช้มีดจี้หน้าอกตัวเอง

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 23 ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 8 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าให้ช่วยมาควบคุมตัว นายอำนาจ รื่นเริง หรือ เจ้าเพชร อดีตแชมป์โลก รุ่นฟลายเวท ของสหพันธ์มวยนานาชาติ หลังก่อความวุ่นวายทุบรถของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงเดินทางมาตรวจสอบ พบนายอำนาจ รื่นเริง นั่งพูดจา โบกไม้โบกมือ อยู่คนเดียว พอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเชิญตัวไป สภ.ศรีราชา นายอำนาจ ได้ขัดขืน เดินหนี ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ควบคุมจนต้องขอกำลังเสริมมาที่เกิดเหตุ

ระหว่างนั้นพอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง นายอำนาจ ก็เดินหลบหนีไปตามถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำอุปกรณ์ไม้ง่ามมาใช้ควบคุมตัวตามยุทธวิธี แต่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากอยู่ดีดี นายอำนาจ ได้ชักมีดออกมาและใช้ปลายมีดจ่อไปที่หน้าอกตัวเอง ก่อนเดินหลบหนีไปตามทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปตลอด ขณะที่ชาวบ้านสัญจรผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมากจอดรถอยู่กลางถนน หลังจากนั้นพอสบโอกาส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ไม้ง่ามเข้าควบคุมตัวนายอำนาจไว้ได้ ก่อนนำตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.ศรีราชา

นางมาลินี แก้วอัมพร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่บริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า เขาเหมือนสติไม่สมประกอบ พูดคนเดียว เวลาเดินก็จะเดินแกว่งมือแกว่งไม้ ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน จนสุนัขแถวนั้นเห่าเสียงดัง ชาวบ้านก็จะหลับนอนกันไม่ได้ และมีการงัดออฟฟิศของโครงการเข้าไปอยู่อาศัย รวมทั้งบุกรุกเดินเข้ามาในบ้าน พอดีลูกน้องเห็นก็แจ้งมา พอออกมาเจอตัวนายอำนาจ ก็บอกว่า “ไม่มีอะไรครับ ผมมาตามหาภรรยา” ซึ่งก็พูดรู้เรื่อง พูดเหมือนคนปกติ แล้วก็เดินบ่นอยู่คนเดียว จนเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงไปแจ้งความข้อหาบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน ซึ่งที่ไปแจ้งเนื่องจากเกรงว่าอนาคตข้างหน้าจะบุกเข้ามาในบ้านอีก

นางมาลินี เผยอีกว่า ตนรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัย ทำลายสุขภาพจิตของผู้ที่อยู่อาศัยโดยรอบในบริเวณนี้ พอตอนกลางคืนเขาจะมีพฤติกรรมโวยวาย เสียงดัง ชาวบ้านแถวนี้นอนกันไม่ได้เลย พอสุนัขเห่าก็ต้องออกมาดูแล้ว เนื่องจากผิดปกติ ซึ่งตามปกติแถวนี้จะเงียบมาก และพอออกมาดูก็เจอแบบเดิม ๆ ทุกวัน จนคิดว่าคนที่จะต้องไปบำบัดอาการทางจิตคงต้องเป็นตัวเราเองแล้วทีนี้ เพราะว่านอนกันไม่ได้ อยากให้พาเขาไปรักษา ไม่ได้อยากให้ใครมาทำร้ายอะไรใคร และถ้ารักษาหายเขาอาจจะมีประโยชน์กับสังคมได้อีกเยอะ เพราะเป็นนักมวย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ได้ควบคุมตัวนายอำนาจ รื่นเริง ไปดำเนินการตามกฎหมายที่ สภ.ศรีราชา ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือนำไปรักษาในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาล และบ้านหมอปลาที่จ.เพชรบุรีแล้ว แต่ก็ยังหลบหนีออกมาในทุกครั้งที่ส่งไปบำบัดรักษา

“วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” หวดก้านคอน็อก “ซอ ลิน อู” ยกแรก ศึก ONE ลุมพินี 139

ศึก ONE ลุมพินี 139 จัดส่งความสนุกครบรส ถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ที่เวทีมวยลุมพินี รามอินทรา วันที่ 23 มกราคม 2569 

คู่เอก วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม มวยซ้ายจากบุรีรัมย์ วัย 23 ปี ขึ้นเวทีกู้ฟอร์มเก่งกับ ซอ ลิน อู นักชกสายอึดชาวกะเหรี่ยง วัย 34 ปี จากเมียนมา ที่หวังใช้ความแข็งแกร่งหยุดสถิติแพ้รวด 3 ไฟต์ ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.)

เกมจบลงอย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมาย เมื่อ วรพล ได้จังหวะสาดแข้งซ้ายเข้าเต็มก้านคอ ซอ ลิน อู หลับกลางอากาศ ชนะน็อกไปได้ในนาทีที่ 1:27 ของยกแรก ทำให้เขากลายเป็นนักชกคนแรกใน ONE ที่สามารถปิดเกมจอมอึดจากเมียนมารายนี้ได้ รวมทั้งคว้าโบนัส 350,000 บาทกลับบ้านเป็นครั้งที่ 2 
     
ส่วนคู่เอกภาคอินเตอร์ ขุนพลน้อย ส.สมหมาย กำปั้นฟอร์มร้อนแรง วัย 33 ปี จากนครศรีธรรมราช หวังหยุดสถิติไร้พ่าย รุสตัม ยูนูซอฟ นักชกรัสเซีย วัย 18 ปี จากรัสเซีย ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

หลังจากหยั่งเชิงกันในยกแรก ทั้งคู่เริ่มเครื่องติดออกอาวุธใส่กันไม่ยั้ง จนกระทั่ง ขุนพลน้อย พลาดท่าถูกศอกสับแผลแตก แต่ยังคงอึดปักหลักโต้กลับ รุสตัม ไม่มียอม ครบสามยก กรรมการชูมือให้ รุสตัม ชนะคะแนนเอกฉันท์ 
       
สรุปผลการแข่งขันคู่อื่นๆ

อเล็ก สิงห์มาวิน (ฝรั่งเศส)  ชนะคะแนน  เพชรสังวาลย์ ส.สมานการ์เม้นท์ , ซุปเปอร์เจ๋ง ทีเด็ด99 ชนะคะแนน แมมมอส ส.สละชีพ , สไล ทาน คี เชน (เมียนมา) ชนะน็อก ยอดอุดร เค.โต้งตลิ่งชัน ยก 2 , เด่น ศิษย์นายกทวีปตะพง ชนะคะแนน จ้าวอินทรีย์ พีเค.แสนชัย , ขจรไกล สส.ต้อยแปดริ้ว ชนะทีเคโอ  ดัง ศ.นิยมทรัพย์ ยก 2 , ขุนศึก ม.กรุงเทพธนบุรี  ชนะคะแนน เนย์ ไยน์ (เมียนมา) , จอว์ สวาร์ วิน  (เมียนมา) ชนะทีเคโอ  มูกะ (ญี่ปุ่น )ยก 2

บาโตเชียร์ แบตไซค์ฮาน (มองโกเลีย) ชนะทีเคโอ อลาสแตร์ โวลเดอร์ส (ออสเตรเลีย) ยกแรก (MMA) , จ้าว เจิงตง (จีน) ชนะทีเคโอ เคสุเกะ มงกุชิ (ญี่ปุ่น) ยก 3  (คิกบ็อกซิ่ง) , กาเบรียล เปเรรา (เวเนซุเอลา)  ชนะคะแนนเสียงข้างมาก ฮิโรกิ ซูซูกิ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิ่ง) , ปอล ปาสกวล (สเปน) ชนะทีเคโอ ดาเลร์ อัสโรรอฟ (อุซเบกิสถาน) ยก 2 , ทวน เหงียน ทันฮ์ (เวียดนาม) ชนะคะแนน กาเบรียลเล ลีโอเน็ตติ (อิตาลี) (MMA)

ม.ราชภัฏพระนคร เตรียมจัดงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 24 “ตามรอยศิลป์ สู่ถิ่นพระนคร 134 ปี ฐานรากการฝึกหัดครูไทย”

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จัดการแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัด งานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 24 ณ ห้องประชุม 1 (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) อาคารเรียนรวมและศูนย์วัฒนธรรม (อาคารพุทธวิชชาลัย) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ถนนแจ้งวัฒนะ แขตบางเขน กรุงเทพฯ เพื่อประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับชาติด้านศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

การจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ตามรอยศิลป์ สู่ถิ่นพระนคร 134 ปี ฐานรากการฝึกหัดครูไทย”เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 134 ปีของการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูแห่งแรกของประเทศไทย อันเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาระบบการศึกษาไทย และเป็นรากฐานของสถาบันราชภัฏในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

เวทีแห่งการสืบสานและต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทย

งานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา เป็นกิจกรรมสำคัญระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย เปิดพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษา จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพด้านนาฏศิลป์ ดนตรี คีตศิลป์ และวิจิตรศิลป์ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 24 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ได้บูรณาการความร่วมมือจากคณะ วิทยาลัย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม และเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ เพื่อให้การจัดงานเป็นมากกว่างานแสดง แต่เป็น พื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างอัตลักษณ์ และการปลูกฝังจิตสำนึกด้านศิลปวัฒนธรรมให้กับเยาวชนไทย

ไฮไลต์สำคัญของงาน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การแสดงพิธีเปิดชุด “รัตนกษัตริย์แห่งราชภัฏพระนคร” ซึ่งเป็นการแสดงเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดเรื่องราวพัฒนาการของการฝึกหัดครูไทย ตั้งแต่การก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูในสมัยรัชกาลที่ 5 การพัฒนาเป็นสถาบันราชภัฏในสมัยรัชกาลที่ 9 และการสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาและวัฒนธรรมในรัชกาลที่ 10

นอกจากนี้ ภายในงานยังประกอบด้วย

➢ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค
➢ เวทีการแสดงรวม 3 เวที ทั้งกลางแจ้งและในร่ม
➢ การจัดนิทรรศการทางศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น และนิทรรศการประวัติศาสตร์ “ตามรอยศิลป์ สู่ถิ่นพระนคร 134 ปี ฐานรากการฝึกหัดครูไทย”
➢ การออกร้านจำหน่ายและสาธิตผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยเครือข่าย
สร้างพลังคนรุ่นใหม่ สืบสานมรดกของชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวว่า การจัดงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 24 เป็นการตอกย้ำบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับบริบทสังคมร่วมสมัย การจัดงานครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม แต่เป็นการสร้าง “พลังทางวัฒนธรรม” ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

เชิญร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ขอเชิญชวนสื่อมวลชน ประชาชน และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมชมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ งานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 4–6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ถนนแจ้งวัฒนธรรม เขตบางเขน เข้าชมฟรีตลอดงาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
เว็บไซต์: https://culture24.pnru.ac.th/
Facebook: งานศิลปวัฒนธรรมอุมศึกษาครั้งที่ 24

การเดินทางที่สะดวก
เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

เกษตรกรนาดีผวา!เร่งถอนมันสำปะหลังก่อนกำหนดขายหนีโขลงช้างป่าลงเขาบุกทำลายพืชไร่

ปราจีนบุรี-ชาวไร่ผวาหนักเร่งถอนมันสำปะหลังอ่อนขายหนีช้างป่าก่อนครบกำหนดก่อนหน้าช้างป่าเข้ามาทำลายถอนกัดกินต้นปาล์มอายุ 3 ปีขึ้น 132 ต้น

เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังหมู่ที่ 5 บ้านคลองเคย ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ใกล้อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกเร่งถอนมันสำปะหลังก่อนถูกช้างป่าเข้ามากัดกินและทำลายทั้งต้นปาล์มอ่อนและมันสําปะหลัง  แม้ยังไม่ได้กำหนดอายุครบขุดขายจึงต้องเร่งขุดมันก่อนอายุ 7เดือนขาย   เกรงว่าหากปล่อยไว้ครบ 12 เดือน จะถูกช้างป่าเข้ามาถอนกินทำลายเสียหายหมดช่วงแล้งนี้

นายแอ๊ด อินทร์พุ่ม เกษตรกรกล่าวว่า ทำเกษตรปลูกผสมผสานแปลงนี้ปลูกปาล์มโดยเฉพาะ   ช้างป่าเข้ามาทำลายถอนกัดกิน 132 ต้นเฉพาะแปลงตรงนี้ทำลายเป็นพื้นไปเลยต้นปาล์มอายุ 3 ปีขึ้นยังเก็บผลผลิตไม่ได้   ส่วนที่ได้ผลผลิตเขาไม่ได้ทำลาย

ต่อไปยังไงก็ไม่รู้เพราะช้างมาทุกคืน และในส่วนมันสำปะหลังที่มีอยู่ประมาณ 10 ไร่ ได้ปลูกสลับกับต้นปาล์มที่มีอายุ 2 ปี ช่องว่างในสวนปาล์มได้ปลูกมันสำปะหลังใส่ในร่องปาล์ม ซึ่งมันสำปะหลังมีอายุได้ 5-6 เดือน  ช้างลงมาถอนกัดกินซึ่งมันสำปะหลังจะครบกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อายุ12เดือนหรือ1ปีถึงจะถอนขายได้   เลยจำเป็นทำการขุดมันขายหนีช้างไปเลยเสียหายเยอะ

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ ปราจีนบุรี ###

เจาะสมรภูมิชัยภูมิ เขต 6: ศึกชิงอำนาจ “ภูเขียว” เมื่อเจ้าถิ่น “เชวงศักดิ์” ต้องสกัดดาวรุ่งพรรคเพื่อไทย

สนามเลือกตั้งเขต 6 จังหวัดชัยภูมิ กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่การเมืองท้องถิ่น ท้าชนการเมืองระดับชาติ เมื่อแชมป์เก่าอย่าง นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ จากพรรคภูมิใจไทย ที่กอดคะแนนหลักเกือบ 4 หมื่น ต้องรักษาป้อมปราการด่านสุดท้ายจากการรุกคืบของ นางสาววิเมลือง แก้วศิริ ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่แบกความหวังของพรรคเพื่อไทย

“เชวงศักดิ์” โชว์ศักดาเจ้าถิ่นภูเขียว ขนฐานเสียง ‘เร่งไพบูลย์วงษ์’ สู้ศึก! ด้าน “วิเมลือง” มั่นใจแบรนด์เพื่อไทย พร้อมปักธงส้มหล่นล้มยักษ์

นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 6 (พรรคภูมิใจไทย) “ขุนพลภูเขียว ใจถึงพึ่งได้ ฐานเสียงแน่นปึ๊ก”

ด้วยคะแนนสูงถึง 38,452 คะแนนจากการเลือกตั้งปี 2566 “เชวงศักดิ์” คือสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งในเขตนี้ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักการเมือง แต่เป็นนักธุรกิจผู้กว้างขวาง ซึ่งถือเป็น “ฐานทุน” ที่มั่นคงในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมือง การทำงานแบบ “พี่น้องท้องถิ่น” โดยมีลมใต้ปีกสำคัญคือทีมงาน นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอภูเขียว -บ้านแท่น ทำให้เขามีเครือข่ายหัวคะแนนที่เข้าถึงทุกตรอกซอกซอย

เป็น ส.ส. ที่ขยันลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง มีภาพจำชัดเจนในงานสังคมและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ทำให้ประชาชนมีความผูกพันกับตัวบุคคลสูงมาก จึงถือว่าเป็น“แชมป์เหนือกาลเวลา” ที่ยังหาคนล้มได้ยาก ตราบใดที่ระบบเครือข่ายครอบครัวและฐานคะแนนภูมิใจไทยยังเหนียวแน่น

ด้านนางสาววิเมลือง แก้วศิริ ผู้สมัคร สส.เขต 6 (พรรคเพื่อไทย) “ผู้ท้าชิงหญิงแกร่ง ชูธงพรรคใหญ่ หวังเจาะใจฐานราก”แม้จะเป็นหน้าใหม่ในสนาม ส.ส. แต่ชื่อของ “วิเมลือง” ไม่ได้ใหม่สำหรับการเมืองท้องถิ่น ในฐานะอดีตรองประธานสภา อบจ.ชัยภูมิ และอดีต สจ.ภูเขียว เธอคือความหวังครั้งใหม่ของพรรคเพื่อไทยที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเขตนี้

ทั้งกระแสความนิยมในพรรคเพื่อไทยที่ยังคงฝังรากลึกในพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึงภาพลักษณ์ความสดใหม่และความมุ่งมั่นในการเข้าถึงชาวบ้านถึงแม้จะเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านในระดับหนึ่ง แต่การรับรู้และฐานเสียงยังไม่ครอบคลุมทั่วทั้งเขตเลือกตั้งเมื่อเทียบกับเจ้าถิ่นเดิมจึงต้องอาศัย “กระแสพรรค” และการสื่อสารนโยบายระดับชาติมาเป็นตัวดึงคะแนน เพื่อสลายความผูกพันที่ชาวบ้านมีต่อตัวบุคคลในฝั่งคู่แข่ง

เขต 6 ชัยภูมิ คือภาพสะท้อนของการเมืองไทยที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง “บารมีตัวบุคคลและเครือญาติ” ของตระกูลเร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ทำพื้นที่มาอย่างยาวนาน กับ “อุดมการณ์พรรค” ของเพื่อไทยที่ยังคงเป็นที่รักของมวลชน

หากนายเชวงศักดิ์ยังรักษาความถี่ในการลงพื้นที่ได้เหมือนเดิม เขาก็ยังคงนอนมา แต่หากแรงเหวี่ยงทางการเมืองระดับประเทศเทไปทางพรรคเพื่อไทย น.ส.วิเมลือง ก็มีสิทธิ์ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเขตนี้ได้เช่นกัน!

.

ตำรวจบุกรวบแก๊งโกงบัตรเครดิต ตระเวนรูดซื้อสินค้าหรู เสียหายกว่า 18 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฎิบัติการ “Take Down Card Fraud Gang”บึกกรวบแก๊งโกงบัตรเครดิต ใช้ช่องว่างของธนาคาร ในการหลอกเพิ่มวงเงิน ก่อนรูดซื้อสินค้าหรู และแปลงเป็นเงิน ทำสถาบันการเงินเสียหายกว่า 18 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569  พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงข่าวร่วมกันจับกุม 1.นายนันธวัฒน์ชัย หรือ ป๋านาย (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี พร้อมพวกรวม 6 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 10 รายการ 1. เงินสด จำนวน 555,000 บาท 2. ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 7 บาท 3. เช็คเงินสด จำนวน 21 ใบ มูลค่า 123,570,000 บาท 4. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 9 ใบ 5. สมุดเช็คเงินสด จำนวน 3 เล่ม 6. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 9 เล่ม 7. สมุดบันทึกรายการสั่งจ่ายเช็ค จำนวน 2 เล่ม 8. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง 9. ตรายางนิติบุคค จำนวน 17 ชิ้น 10. เอกสารใบสลิปโอนเงิน จำนวน 40 ฉบับ

​พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2567 ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ตรวจสอบพบความผิดปกติจากการที่กลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมการขอเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตในวงเงินที่สูงแล้วนำไปรูดซื้อสินค้าโดยไม่มาชำระเงินค่าบัตรเครดิต จึงได้มีการตรวจสอบพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ มีลักษณะเพิ่มวงเงินด้วยการฝากเช็คแล้วนำไปรูดซื้อสินค้า ภายหลังธนาคารไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้ ทำให้ได้รับความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท ผู้กล่าวหาจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.

​จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่ากลุ่มคนร้าย มีลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด โดยจะมีฝ่ายชักชวนหาผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ ผ่านกลุ่มเพิ่มวงเงินและกลุ่มเงินกู้บนแพลตฟอร์ม Facebook อ้างว่าสามารถช่วยรีไฟแนนซ์และเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตได้ เมื่อผู้ถือบัตรเครดิตบางรายสนใจจะมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกับเจ้าของบัตรโดยขอส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ แลกกับการดำเนินเรื่องเพิ่มวงเงินกับธนาคาร เมื่อตกลงกันได้กลุ่มคนร้ายจะนำข้อมูลส่วนตัวเจ้าของบัตรแอบอ้างตัวเป็นเจ้าของบัตรเครดิตโทรขอเพิ่มวงเงินกับธนาคาร

จากนั้นจะนำฝากเช็คที่สาขาธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต โดยมักจะเลือกนำฝากเช็คเข้าในวันศุกร์เพื่ออาศัยช่องว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ในการเคลียร์ริ่งเช็ค เพื่อให้ระบบของธนาคารโชว์ยอดวงเงินคงเหลือเพิ่มขึ้นชั่วคราว(ระหว่างรอเช็คเรียกเก็บเงิน) โดยในคดีนี้ได้มีการสั่งจ่ายเช็คเพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรเครดิตจำนวนหลายใบ เป็นเงินจำนวน รวม 18,485,000 บาท

จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนัดหมายพาเจ้าของบัตรเครดิตหรือนำบัตรเครดิตของผู้อื่นไปตระเวนรูดซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น ทองคำ และ วอยเชอร์หรือบัตรกำนัล จากห้างทองและซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังต่างๆ หลายๆ แห่งภายในวันเดียวกันจนเต็มวงเงินบัตร จากนั้นจะนำทรัพย์สินหรือผลประโยชน์มาแบ่งกันตามที่ตกลงกันไว้

ทลายแก๊งสแกมเมอร์ “King Power Gold”ตุ๋นไทย-เทศ 400 เทรดหุ้น สูญเงิน 300 ล้าน

ตำรวจ ปอศ.ทลายขบวนการ “King Power Gold” อ้างนักเทรดหุ้นระดับโลกชวนลงทุน เหยื่อไทย-เทศหลงเชื่อกว่า 400 ราย สูญเงิน 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่  23 ม.ค.2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. และ พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลทลายขบวนการหลอกลงทุนข้ามชาติ ภายใต้ชื่อ “King Power Gold” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ประกอบด้วย น.ส.พรพฤหัส อายุ 49 ปี, MR. BRADLEY อายุ 52 ปี สัญชาติอังกฤษ, น.ส.ทองใบ อายุ 37 ปี, น.ส.มนัญชยา อายุ 59 ปี, นางฆัมพร อายุ 55 ปี และ น.ส.ธิดารัตน์ พร้อมของกลางเป็นเอกสารแผนการลงทุนและรายชื่อนักลงทุนจำนวน 13 กล่อง, โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง, แท็บเล็ต 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่ม, สมุดเช็คเงินสด 4 เล่ม และเช็คเงินสดระบุจำนวนเงินอีก 30 ฉบับ มูลค่ารวมหลายพันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาเป็นชาย สัญชาติเยอรมัน อีก 1 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุม

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเดือนเม.ย.68 มีผู้เสียหายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร้องทุกข์ต่อ บก.ปอศ. ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนร่วมลงทุนเทรดหุ้น โดยแอบอ้างเป็นนักเทรดหุ้นระดับโลก และเปิดบริษัท คิง พาวเวอร์โกลด์ บิสิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บังหน้าสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าร่วมลงทุนกับธนาคารชั้นนำของไทย พร้อมเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติ ตั้งแต่ร้อยละ 181 – 3,680 ต่อปี

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่าจากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามี น.ส.พรพฤหัส เป็นตัวการหลัก เปิดร้านอาหารและบาร์ในพื้นที่พัทยาใต้ จ.ชลบุรี ใช้เป็นแหล่งเข้าถึงเหยื่อ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เกษียณอายุและพำนักในประเทศไทย ก่อนตีสนิทชักชวนลงทุน อ้างเป็นโครงการมั่นคง มีการจัดประชุมระดมทุนในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว หรือร้านอาหารในพัทยา หากเหยื่อหลงเชื่อ จะชักชวนเข้ากลุ่ม LINE และแอปพลิเคชัน WhatsApp ส่งตารางปันผลและเอกสารทางการเงินปลอม รวมถึงจัดทำสัญญาที่อ้างว่าเป็น “ประกันการลงทุน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจสอบพบว่าสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงกรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป ไม่ใช่ประกันการลงทุนตามที่แอบอ้าง เมื่อถึงเวลาจ่ายผลตอบแทน กลุ่มผู้ต้องหามักบ่ายเบี่ยง อ้างปัญหาระบบธนาคารหรือภาษี และเมื่อผู้เสียหายขอเงินคืน กลับได้รับเช็คค้ำประกันที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้ เนื่องจากบัญชีถูกปิดไปแล้ว ผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่นำเงินไปลงทุนจริง แต่ใช้วิธีนำเงินจากผู้เสียหายรายใหม่มาจ่ายหมุนเวียนให้ผู้เสียหายรายเดิมในลักษณะ แชร์ลูกโซ่ ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อมากกว่า 400 ราย ความเสียหายรวมกว่า 300 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการทั้งหมด 7 ราย และสามารถจับกุมได้แล้ว 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและนครราชสีมา โดยพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้บัญชีธนาคารกว่า 100 บัญชี มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก และปลายทางเงินส่วนใหญ่ถูกถอนออกเป็นเงินสด เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้เสียหายเพิ่มเติมต่อไป

.

“ธรรมนัส” ยกทีมช่วยผู้สมัคร หาเสียงที่ จ.ตาก ลั่นแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ-นมล้นตลาด

“ธรรมนัส” ยกทีมช่วยผู้สมัคร หาเสียงที่ จ.ตาก ประกาศลั่นบนเวทีปราศัยแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหานมล้นตลาด จะไม่ล้นอีกแล้ว

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางไปที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก ทั้งนี้เพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จ.ตาก ทั้ง 3 เขต

โดยมีนายพิทักษ์ อ่อนน้อม ผู้สมัคร ส.ส.ตาก เขต 1 เบอร์ 7.  , นายชิงชัย ก่อประภากิจ (นายกเคี้ยง) ผู้สมัคร ส.ส.ตาก เบอร์ 2. เขต 2 และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข “สส.ปั้น” ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 6.  เขต 3 ท่ามกลางประชาชนหลายพันคน และมีการโบกธง และเฮฮากัน ร.อ.ธรรมนัสได้กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้สมัครทั้ง 3 คน

โดยทาง ร.อ. ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ได้พาผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 คน ขึ้นเวที และกล่าวถึงนโยบายของพรรค เช่นการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหานมล้นตลาด จะไม่ล้นอีกแล้ว มีแหล่งจำหน่ายแล้ว ไม่ต้องกลัว จะไม่มีนมให้เอาเทถนนแล้ว ปัญหาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.) เคยของบประมาณมาต่อเนื่อง โดนตีตกหมด คราวนี้จัดการให้ได้แน่นอน และนโยบายร่าง พรบ.อสม.ที่ดูแลผู้ป่วยก่อนแพทย์  เคยเสนอไปแล้ว และมีความคืบหน้าแล้ว

.

“นิธิกร” ทำลายสถิติว่ายน้ำผีเสื้อ 100 ม.อาเซียนพาราเกมส์ “อินโดฯ – มาเลฯ” ควงแขนคว้าทองเทเบิลเทนนิส

สรุปโปรแกรมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในช่วงเช้าถึงบ่ายวันที่ 23 มกราคม “เจ้าภาพ” ยังคงฟอร์มแรง! กวาดเหรียญเพิ่มจากว่ายน้ำพารา เทเบิลเทนนิส บอคเซีย ยิงธนู ดันตารางเหรียญรวม ณ เวลา 14.30 น. “ไทย” ลิ่ว 94 เหรียญทอง 87 เหรียญเงิน 67 เหรียญทองแดง ตามมาด้วยแชมป์เก่า “อินโดนีเซีย” 55 เหรียญทอง ส่วน “มาเลเชีย” พลิกกลับขึ้นมาเป็นที่ 3 ได้สำเร็จ มี 26 เหรียญทอง

•“เจ้าภาพ” เดินหน้ากวาดเหรียญต่อเนื่อง 

สำหรับการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ช่วงเช้าวันที่ 23 มกราคม  นักกีฬาไทยยังคว้ามาได้อีกหลายเหรียญทอง โดยเริ่มกันที่ ทัพว่ายน้ำพารา โดย นิธิกร เจียมพิริยะกุล คว้าเหรียญทองพร้อมทำลายสถิติอาเซียนพาราเกมส์ ในท่าผีเสื้อ 100 เมตรชาย คลาส 14 ด้วยเวลา 57.20 วินาที และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของเขาหลังจากเมื่อวันที่ 22 มกราคม คว้าเหรียญทอง กบ 100 เมตรชาย คลาส 14 ด้วยเวลา 1 นาที 08 วินาที ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ โจเซฟ แอเรียล อาเลการ์เบส จากฟิลิปปินส์ ที่ทำเวลาได้ 59.83 วินาที และเหรียญทองแดงเป็นของ ยัสปี บิน อิมาม บาซอรี ดูรัน จากมาเลเซีย ที่ทำเวลาได้ 1 นาที 01.57 วินาที

ขณะที่ประเภทท่าผสม 200 เมตร หญิง คลาส 10 อัญชนา เกตุแก้ว แตะขอบสระเป็นคนแรก คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 2 นาที 55.13 นาที เหรียญเงินเป็นของ มลฤดี เก่งพิลา ที่ทำเวลาได้ 2 นาที 59.00 วินาที ส่วนเหรียญทองแดง เป็นของ จันทิก มูเทียรา ฮาร์ซานโต จากอินโดนีเซีย ที่ทำเวลาได้ 3 นาที 00.76 วินาที

ต่อกันที่ ทัพเทเบิลเทนนิส ในประเภทชายเดี่ยว คลาส 8 “แซ๊งค์” พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ คว้าเหรียญทองไปได้ โดยรอบชิงชนะเลิศ ชนะ วิลเฟรด เรดุลลา จากฟิลิปปินส์ 3-0 เกม ด้วยสกอร์ 11-7, 11-9 และ 11-2 ขณะที่ประเภทชายเดี่ยว คลาส 5 นรการ จันผะกา ก็ได้เหรียญทองจากการ ชนะ ไอสเตนด์ ลายาบา บาร์เซ จาก อินโดนีเซีย 3-1 เกม 11-8, 8-11, 13-11 และ 1-8 

ด้านประเภทชายเดี่ยว คลาส 3 และ คลาส 7 เป็นการชิงเหรียญทองกันเองของนักกีฬาไทย โดยคลาส 3 “เป้” ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น ชนะ บุสรี วาแวนิ 11-9,11-3 และ 11-8    ส่วนคลาส 7 เฉลิมพงษ์ พันภู่ ชนะ สุริยนต์ ถาแปง 11-9, 11-4 และ 11-4 และประเภทประเภทหญิงเดี่ยว คลาส 6-7 กนกพร ประทุมชัย ก็คว้าเหรียญทองด้วยการชนะ โจนา เพนา จากฟิลิปปินส์ 13-11, 11-9 และ 11-5

ด้านกีฬาบอคเซีย ไทยได้เหรียญทองจากประเภทชายเดี่ยว คลาส 2 ภาคภูมิ ลินชุม คว้าเหรียญทองไปครอง โดยรอบชิงชนะเลิศชนะ วรวุฒิ แสงอำภา 6-3 ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของ ซาทริอา บินตัง มูฮัมหมัด เฮอร์ลังกา จากอินโดนีเซีย ที่ในการชิงที่ 3 ชนะ อาราดี เฟลิกซ์ ยูดาห์ เพื่อนร่วมชาติ 5-1

ปิดท้ายที่ทัพยิงธนูพาราไทย ในการแข่งขันยิงธนู ประเภทคันธนูโค้งกลับ หญิง โดยเป็นการพบกันเอง ระหว่าง “หนูนา” ภัทรพร ปัตตะแวว และ “ตู่” ธภัทร ฉัตรยศกร โดยเป็นฝั่งของภัทรพรที่สามารถเอาชนะเพื่อนร่วมชาติไป 6-0 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครอง 

•“อินโดนีเซีย” – “มาเลเซีย” คว้าทองเทเบิลเทนนิสเพิ่ม

สำหรับการแข่งขันเทเบิลเทนนิสในวันนี้ ทัพพารามาเลเซียคว้าทองได้จากรอบชิงเหรียญทองชายเดี่ยวคลาส 11 เมื่อ ฟะห์มี เจนนะห์  บิน อาหมัด เจนนะห์  เอาชนะ สมปอง แต้มเปี่ยม จากไทย ไป 3-1 เกม 11-4, 11-5 และ 11,8 ส่วนทัพพาราอินโดนีเซียก็ไม่น้อยหน้า คว้าทองจากรอบชิงเหรียญทองชายเดี่ยว คลาส 4 จาก ยายัง กูนายา ที่เอาชนะ วันชัย ชัยวุฒิ จากไทยไป 3 เกมรวด 11-8, 11-8 และ 11-13 และยังคว้าทองจากรอบชิงเหรียญทองหญิงเดี่ยว คลาส 8 จาก ฮามิดา ที่เอาชนะ สุมาลี สวงโท จากไทย 11-4, 11-5 และ 11-6

•“สิงคโปร์” ซิวทองบอคเซีย

ฝั่งสิงคโปร์ มีได้เหรียญทองเพิ่มจากบอคเซีย ประเภทชายเดี่ยว คลาส 1 รอบชิงชนะเลิศ จาก โจวิน เวย เฉียง ตัน โดยเอาชนะ วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ จากไทย ไป 4-1 ส่วนเหรียญทองแดง เป็นของ อัฟรีซัล มูฮัมหมัด เซียฟา จากอินโดนีเซีย ที่ชนะ มิน มิน ทิก จากเมียนมา ในการชิงที่ 3 ไป 9-0 

•วอลเลย์บอลนั่งชาย “เมียนมา” ฟอร์มแกร่ง เฉือนเจ้าภาพสุดมันส์

สำหรับวอลเลย์บอลนั่งชาย เมียนมา พบกับ ไทย และเอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 3-2 เซต ด้วยสกอร์ 20-25, 25-15, 25-13, 18-25 และ 15-9 โดยก่อนหน้านี้ไทย เคยแพ้ เมียนมา มาแล้ว 0-3 เซต ในการพบกันครั้งแรก

ร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาพาราจากทุกชาติอาเซียน ในศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ที่ NBT, T Sports 7, PPTV 36 และ TrueVisions Now พร้อมติดตามโปรแกรมการแข่งขันและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aseanparagames2025.com และ facebook: ASEANParaGamesThailand2025