“ดอยอินทนนท์”เกิด”เหมยขาบ”ถี่หยิบ เย็นติดลบ 2.5 องศา 20-25 ม.ค.หนาวต่อ

เชียงใหม่- “ดอยอินทนนท์”ยังยะเยือก อุณหภูมิอากาศ 2 องศาเซลเซียส ส่วนยอดหญ้าติดลบ 2.5 องศาเซลเซียส ทำเกิดน้ำค้างแข็งต่อเนื่อง ส่วนวันที่ 20-25 ม.ค.อากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงหนาวเย็นจัดอย่างต่อเนื่อง โดยเช้านี้อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 2 องศาเซลเซียส ทั้งที่บริเวณยอดดอยและกิ่วแม่ปาน

ขณะที่อุณหภูมิยอดหญ้าบริเวณหน่วยพิทักษ์ยอดดอยและช่วงหลักกิโลเมตรที่43-44 ลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง วัดได้ติดลบ 2.2 องศาเซลเซียส และติดลบ 2.5 องศาเซลเซียส ตามลำดับ พร้อมกับเกิดน้ำค้างแข็ง หรือ “เหมยขาบ”ขึ้น เป็นวงกว้าง ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 35 ของฤดูหนาวปีนี้ สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับนักท่องเที่ยวที่พบเห็นและพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

สำหรับการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์นั้น แม้วันนี้จะเป็นช่วงวันธรรมดา แต่บรรยากาศยังเป็นไปอย่างคึกคักพอสมควร จากการที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันเดินทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามและสัมผัสอากาศหนาว

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า: ในช่วงวันที่ 20 – 25 ม.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 19 – 20 ม.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 25 ม.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็นปานกลาง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

หนุ่มช่างไฟขับกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าหงายท้อง ล้อชี้ฟ้า สาหัส 2

อุทัยธานี- หนุ่มช่างไฟ ขับกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ตกข้างทางพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า อุปกรณ์ทำมาหากิน ขวดเหล้า ขวดเบียร์ กระจายเกลื่อน สาหัส 2 ราย

เมื่อเวลา  02.00 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์กระบะ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง หงายท้องล้อชี้ฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถยนต์ บนถนนสายอุทัยธานี-วัดสิงห์ ม. 2 ต.หลุมข้าว อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี พร้อมประสานไปยังกู้ภัยอุทัยธานีจุดเมือง และอุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่างไปยังที่เกิดเหตุ นำผู้บาดเจ็บ2ราย ออกมาจากตัวรถยนต์กระบะ

ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคนขับ นายสุรพัฒน์ อายุ 29 ปี ชาวอำเภอ วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ขณะเดียวกันจนท.ได้เป่าหาสารแอลกอฮอล์กับคนขับรถ แต่ยังไม่สามารถเป่าได้เลย เนื่องจากคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ ทำให้ไม่มีแรงเป่า ต้องรีบนำตัวส่งรพ.เป็นการเร่งด่วน ส่วนอีกรายได้นำตัวส่งไปรพ.ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ไปถึง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ กรุงเทพฯ ได้วิ่งมาบนถนนสายอุทัยธานี-วัดสิงห์ ด้วยความเร็วสูง จนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และพบอุปกรณ์ เครื่องมือช่างไฟ สายไฟฟ้า ขวดสุรา กระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับไปตรวจหาสารแอลกอฮอล์ ในร่างกายของคนขับที่โรงพยาบาล และตรวจสอบหาทรัพย์สินของทางราชการเสียหายในที่เกิดเหตุ  ก่อนดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

.

“ลุงจก”ปราชญ์ชาวบ้านปลูก “มะกรูดหวาน”แซมสวนส้มโอได้ประโยชน์ 3 ต่อ

จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นดินดอนสามน้ำ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ หนึ่งในผลไม้โบราณที่หาทานได้ยากยิ่งในปัจจุบันและกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวคือ “มะกรูดหวาน” ซึ่งมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

นายสมหวัง รุ่งอรุณเนตร หรือ “ลุงจก” เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญ ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าชมสวนที่ปลูกแบบผสมผสานในสวนส้มโอกว่า 50 ไร่ โดยลุงจกได้แบ่งพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ สำหรับปลูกต้นมะกรูดหวานจำนวน 30-40 ต้น, ลุงจกเล่าให้ฟังว่ามะกรูดหวานนี้มีความพิเศษต่างจากมะกรูดทั่วไป โดยลักษณะภายนอกจะคล้ายกับมะกรูดเปรี้ยวมาก แต่รสชาติภายในกลับหวานสนิทอย่างเดียว และสามารถแกะเปลือกทานเนื้อในได้เหมือนกับส้มเขียวหวาน

จุดเด่นและการสังเกต ลุงจกเผยเคล็ดลับการดูลูกมะกรูดหวานว่า ให้สังเกตที่ “ก้น” ของผล หากเป็นมะกรูดหวาน ผิวจะมีความหนานิดนึงและส่วนก้นจะค่อนข้างเรียบ แต่ถ้าเป็นมะกรูดเปรี้ยว ส่วนก้นจะนูนสูงขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด, ซึ่งผลผลิตจะมีให้รับประทานเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น คือในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม โดยปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ราคาประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท

วิธีการปลูกและการดูแล ลุงจกเลือกใช้วิธีการ ปลูกแบบผสมผสาน ร่วมกับสวนส้มโอ ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างระบบนิเวศในสวนให้เกื้อกูลกัน โดยผลผลิตมะกรูดหวานในแต่ละวันจะเก็บได้ประมาณ 100 กิโลกรัมในช่วงฤดูกาลของมัน

ลุงจก กล่าวว่า ประโยชน์ของมะกรูดหวาน นอกจากความแปลกใหม่ที่เป็นผลไม้หาทานยากแล้ว มะกรูดหวานยังเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นด้วยรสชาติที่หวานกลมกล่อม สำหรับผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองรสชาติความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของมะกรูดโบราณ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ สวนลุงจก หมายเลขโทรศัพท์ 082-956-5195 เพื่อสอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้อผลผลิตได้โดยตรง

โดย….นพพร บุญทนาวงศ์  ผู้สื่อข่าว จ.สมุทรสงคราม

.

“พล.อ.รังษี”ชัดทุจริตคอร์รัปชันต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้วลั่นคนโกงต้องประหารชีวิต

นครราชสีมา – “พล.อ.รังษี”หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เผย ปัญหา “คอร์รัปชัน-ซับคอนแทรกต์” ต้นเหตุเครนถล่มสีคิ้ว  หากเป็นรัฐบาลคนโกงต้องเจอโทษหนักถึงประหารชีวิต

พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ “บิ๊กตี๋” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ (ECON) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยถึงเหตุการณ์เครนถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยระบุว่า เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ไม่ใช่เพียง “อุบัติเหตุ” แต่เป็นผลจากปัญหา “ทุจริตคอร์รัปชัน” และระบบซับคอนแทรกต์ที่กดราคาค่างานจนทำให้คุณภาพการก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน

พลเอก รังษี กล่าวว่า หากปล่อยให้ระบบเหมาช่วงเดินต่อไปแบบไร้การตรวจสอบ ประเทศจะต้องพบกับโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมยืนยันว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นรัฐบาล เหตุลักษณะเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และหากเกิดขึ้นจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ไม่มีละเว้น

ทั้งนี้ พลเอก รังษี ยังระบุว่านโยบายสำคัญของพรรคเศรษฐกิจ คือการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง โดยเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษความผิดทุจริตคอร์รัปชันให้รุนแรงถึงขั้น “ประหารชีวิต” และหากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ก็ต้องรับโทษเต็มตามคำตัดสิน ไม่มีการลดโทษ

เมื่อถูกสอบถามถึงการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พลเอก รังษี กล่าวว่า ความเจ็บปวดเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำจนประชาชนเริ่มชินชา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก” เพราะการสูญเสียชีวิตไม่ควรกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย

พลเอก รังษี ยังย้ำว่า วิธีลงโทษคนโกงและคนคอร์รัปชันที่ดีที่สุดคือการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า หากมีใครนำเงินมาให้สามารถรับไว้ได้ แต่เมื่อถึงเวลาลงคะแนน ขอให้เลือกพรรคเศรษฐกิจ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของประเทศ และเน้นย้ำหมายเลขพรรค “เบอร์ 11” ก่อนกล่าวขอบคุณประชาชนในพื้นที่และทั่วประเทศอีกครั้ง

โดย…ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

หนุ่มปราจีนบุรีปีนต้นตาลเฉาะลอนสดขายตลาดนัดสร้างรายได้วันละกว่า 1 พันบาท

ปราจีนบุรี-เกษตรกรกบินทร์ ปีนต้นตาลโตนดเฉาะลอนตาลสดจากต้นขายตลาดนัดสร้างรายได้ดีเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัด สร้างรายได้วันละ1,000 กว่าบาท  พึ่งพาตนเองอย่างพอเพียงไม่เป็นหนี้สิน

เกษตรกรบ้านนางเลง ม.5 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ริมถนนสายสุวินทวงศ์ (กบินทร์บุรี – ศรีมหาโพธิ) นอกจากทำนาในหน้านาแล้วหน้าแล้งยังมีอาชีพหลักที่หากินสูง ๆ ทำหารเฉาะลอนตาลใหม่ๆสดๆจากต้น นำไปขายสร้างรายได้ดีเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัด สร้างรายได้วันละ1,000 กว่าบาท  พึ่งพาตนเองอย่างพอเพียงไม่เป็นหนี้สิน

ต้นตาลหมู่บ้านนางเลงมองเห็นเป็นดงตาลเรียงรายเป็นทิวแถวจะขึ้นเองโดยธรรมชาติและจะออกลูกช่วงเดือนกันยายน และจะกินได้ช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี  ซึ่งต้นตาลแต่ละต้นจะทยอยกันออกลูกแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ 

หมู่บ้านนางเลงเป็นหมู่บ้านที่มีต้นตาลขึ้นตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ถึงรุ่นลูก บางคนมีต้นตาลขึ้นอยู่ในทุ่งนา/ไร่ /สวน ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรจะขึ้นลูกตาลลงมาเฉาะขายกันแบบใหม่ๆสดๆให้กับลูกค้าได้รับประทานซึ่งเป็นตาลโตนดตัวเมีย  ส่วนต้นตาลตัวผู้จะไม่ออกลูกแต่ออกจั่น หรือเรียกว่า งวงตาล ที่จะใช้สำหรับนวดแล้วเอามีดปาดตาลมาปาดเอาน้ำตาลหวานธรรมชาติไปเป็นน้ำตาลสด  ซึ่งชาวบ้านที่ทำตาลขายนั้น  บางรายขายทั้งลอนตาลสด-เฉาะขาย และ ทำน้ำตาลสดขายเป็นภูมิปัญญาไทยสร้างรายได้ดีกว่าการทำนาหลายเท่าตัว

นายสุวัฒน์ จอมทอง อายุ 46 ปี ชาวบ้านบ้านนางเลง ปลูกต้นตาลอยู่ในพื้นที่กว่า 50 ต้น เช้ามาก็จะพาลูกชายไปขึ้นตาลมาเฉาะเอาลอนตาลไปขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดที่บขส./สามทหาร/ตลาดนัดศุภผล จะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับไปขายต่อ 

โดยลูกชายจะเป็นคนปีนขึ้นต้นตาลโดยใช้ไม้พะอง ซึ่งเป็นต้นไผ่ป่าทั้งต้นนำมาพาดแนบติดลำต้นต้นตาลปีนขึ้นไปตามตามพะองหรือตาไผ่ ลักษณะเหมือนบันได เมื่อขึ้นไปถึงบนยอดต้นตาลที่รอบคอต้นตาลจะออกลูกเป็นทลายจะเลือกทลายตาลที่แก่พอเหมาะนำเชือกไนลอนผูกรอบทลายตาลโยงลงมาจากจากยอดตาลไม่ให้ลินตาลข้างในแอตกหรือลูกกระจายออกจากทลายตาล

หลังจากนั้นโยงเชือกหย่อนลงมาถึงพื้นลงมาให้พ่อเฉาะเอาลอนตาลใหม่ๆสดๆไปขาย โดยตาลโตนด มี 2 สายพันธุ์คือตาลหม้อจะมีลักษณะรูปสีดำใหญ่ ตาลหม้อลูกจะมีลักษณะสีขาวเหลือง และตาลไข่  ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์รสชาติจะหอมหวานตามธรรมชาติ 

ครอบครัวของนายสุวัฒน์จะช่วยกันทำงาน พ่อลูกจะช่วยกันขึ้นและเฉาะลอนตาล พี่สาวจะนำลอนตาลที่เฉาะมาขูดเยื่อออกเล็กน้อยให้เหลือแต่เปลือกในของลอนตาลแล้วก็บรรจุใส่ถุง ใส่ถุงพลาสติก 1 กิโลกรัมแยกขายไซส์เล็กและไซส์ใหญ่ ไซส์ใหญ่บรรจุใส่ถุง1 กิโลกรัมขายถุงละ 100 บาท ไซส์เล็กบรรจุใส่ถุง 1 กิโลกรัมขายถุงละ 80 บาท

แต่ละวันจะเฉาะลอนตาลไปขายครั้งละ 30-50กิโลกรัมมีรายได้วันละพันกว่าบาท หากลูกค้าอยากจะศึกษาวิถีชีวิตคนดงตาลบ้านนางเลง  หรือไปซื้อหาลอนตาลใหม่ๆสดๆจากสวนติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 094-385-6336(คุณละเอียด จอมทอง)

โดย… มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี ###

.

ระทึก!คนขับรถพ่วง 18 ล้อ เมาแอ๋! ชนดะแนวก่อสร้าง 10 ชีวิตเฉียดตาย

ระทึกขวัญทั้งถนน คนขับรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกแผ่นไม้อัด เมาซิ่งชนดะ แนวก่อสร้าง ทางบนถนนเทพรัตน หรือ ถนนบางนาตราด ขาออกช่องทางคู่ขนาน จ.สมุทรปราการ 10 ชีวิตเฉียดตายหวุดหวิด

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569  ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนแท่นแบริเออร์แนวก่อสร้าง บริเวณช่วงกลางสะพานข้ามคลองบางโฉลง ถนนถนนเทพรัตน หรือถนนบางนาตราด ช่องทางคู่ขนานขาออก หลักกิโลเมตรที่ 16 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ ยูดี สีขาว จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ล้อหน้าบิดเบี้ยว ไม่สามารถขับไปไหนได้ มีน้ำมันรั่วไหลนองพื้นเป็นจำนวนมาก และที่ด้านข้างฝั่งซ้ายพบแผ่นไม้อัดที่รถพ่วงขนมาตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการปิดกั้นถนนไม่ให้ผู้ที่สัญจรไปมาเข้าไปใช้ช่องทางเลนด่วน พร้อมประสานรถดับเพลิงเข้าร่วมที่เกิดเหตุ และประสานขอรถแบ็กโคร จำนวน 2 คัน เพื่อทำการเคลียร์แผ่นไม้อัดจำนวนมากออกจากพื้นผิวการจราจร เพื่อเร่งเปิดทางให้กับประชาชน

ส่วนคนขับทราบว่าชาวบ้านได้ช่วยกันนำตัวออกมาจากรถก่อนหน้าแล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดไฟไหม้ และได้พยายามจะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจติดตามไปควบคุมตัวได้ที่ปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าปวดท้องเลยรีบมาปั๊ม ทราบชื่อต่อมา คือนายรุ่งอรุณ อายุ 47 ปี เจ้าตัวอยู่ในอาการสะลึมสะลือพูดจาลิ้นพันกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตระกูลฮุนงานเข้าแล้ว!ทูตปักกิ่งกดดันกัมพูชาปกป้องคนจีนหลังสูญหายหลายราย

สถานทูตจีนในกัมพูชา เรียกร้องพวกเจ้าหน้าที่กัมพูชา ดำเนินการปกป้องพลเมืองจีน หลังมีรายงานพลเมืองแดนพญามังกรสูญหายหรือขาดการติดต่อในประเทศแห่งนี้หลายรายแล้ว

ถ้อยแถลงดังกล่าวได้โพสต์บนช่อง WeChat ของสถานทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 17 มกราคม มีขึ้นหลังจากนายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีน พบปะหารือเมื่อเร็วๆนี้กับ ซาร์ โสคา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชา รวมไปถึงนายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา

ในถ้อยแถลง นายหวัง กล่าวว่า มีเคสที่เกี่ยวข้องกับกรณีพลเมืองจีนสูญหายหรือขาดการติดต่อในกัมพูชาหลายคดี ซึ่งโหมก่อความกังวลใหญ่หลวงแก่รัฐบาลปักกิ่ง ขณะที่เคสต่างๆที่ร้ายแรงที่สุด ส่วนใหญ่แล้วเกี่ยวข้องกับการสแกมออนไลน์

นายหวัง ระบุในถ้อยแถลงว่ากรณีเหล่านี้ สวนทางกับความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและจีน พร้อมเรียกร้องให้พวกเจ้าหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมต่างๆหนักหน่วงขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกักขังผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย และการฉ้อโกงออนไลน์ที่เล็งเป้าเล่นงานพลเมืองจีน

ขณะที่ทางรัฐบาลกัมพูชาให้คำมั่นจะดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์และการกระทำผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

“เดนทิสเต้” รวมพลังคู่รักสร้างโมเมนต์สุดฮีลใจ จับมือวิ่งไปด้วยกันใน Your Best Moments Couple Run 2026 สร้างพลังรักครั้งใหญ่รับต้นปี

ผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม สำหรับกิจกรรมวิ่งสุดฮีลใจรับต้นปี “Your Best Moments Couple Run 2026” ที่จัดขึ้นโดย บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “เดนทิสเต้” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ณ สถาบัน IESA ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความอบอุ่น และความผูกพันของผู้เข้าร่วมงานจากทุกความสัมพันธ์

กิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการดูแลสุขภาพแบบ Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในคอนเซ็ปต์ “จับมือคู่รักวิ่ง เพื่อสุขภาพกายและใจ” กิจกรรมการวิ่งที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพใจ ความสัมพันธ์ และสุขภาพช่องปาก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว สะท้อนความเชื่อของเดนทิสเต้ที่มองว่า “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทำอย่างสม่ำเสมอ

ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับคนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คู่เพื่อน พี่น้อง ครอบครัว หรือแม้แต่นักวิ่งเดี่ยวที่ต้องการมาดูแลตัวเองและสร้างพลังบวกให้ชีวิต โดยได้รับความสนใจจากนักวิ่งจำนวนมากที่มาร่วมกิจกรรมอย่างคึกคักในระยะทาง 4 และ 8 กิโลเมตร

เพิ่มสีสันและความสนุกให้กับงานด้วยการรวมตัวของเหล่าศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ได้แก่ แบม สราลี, อุ้ม อิษยา, ซี เดชชาติ ,คีน สุวิจักขณ์, เซิร์ฟ พชร และ จาว่า พบธรรม ที่มาร่วมจับมือวิ่ง พบปะแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด และร่วมสร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจตลอดเส้นทางการแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและกำลังใจ

เภสัชกร ดร. แสงสุข พิทยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงความตั้งใจและความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ว่า

“เดนทิสเต้เชื่อว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ หรือ Longevity ไม่ได้เกิดจากการดูแลสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพใจ ความสัมพันธ์ที่ดี และการใส่ใจสุขภาพช่องปาก ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม งาน Your Best Moments Couple Run 2026 จึงเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ชวนให้ทุกคนได้เริ่มต้นดูแลตัวเอง ผ่านการวิ่ง การจับมือ และการใช้เวลาร่วมกับคนที่รัก ซึ่งจากเสียงตอบรับในปีนี้ แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมเรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมายสามารถสร้างพลังบวกให้กับผู้คนได้จริง”

นอกจากนี้ เดนทิสเต้ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ด้าน ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยรายได้จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะนำไปมอบให้กับสาธารณกุศล เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม ตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ที่มุ่งมั่นดูแลสุขภาพของผู้คนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ด้านศิลปินที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างเผยความรู้สึกประทับใจหลังจบงาน โดย แบม สราลี กล่าวว่า “เป็นงานวิ่งที่บรรยากาศอบอุ่นมากค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการแข่งขันเลย แต่เหมือนทุกคนได้มาใช้เวลาดี ๆ กับคนรอบตัว ได้เห็นหลายคู่จับมือกันวิ่งแล้วรู้สึกยิ้มตาม เป็นโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ฮีลใจได้จริง”

ขณะที่นักแสดงสาว อุ้ม อิษยา เผยว่า

“การออกกำลังกายด้วยการวิ่งดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่พอได้มาวิ่งในงานนี้ ได้เห็นพลังของความรักและความสัมพันธ์ของแต่ละคน ทำให้รู้สึกว่าการออกกำลังกายสนุกและมีความหมายมากขึ้น ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปีที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ”

ความพิเศษของงาน Your Best Moments Couple Run 2026 ยังอยู่ที่ความคุ้มค่า โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้รับ Gift Set Bag จากเดนทิสเต้ มูลค่ารวม 1,714 บาท พร้อมของที่ระลึกสุดพรีเมียม และยังมีของรางวัลจากการแข่งขันและกิจกรรมพิเศษภายในงานอีกมากมาย สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับนักวิ่งตลอดทั้งวัน

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จของเดนทิสเต้ ที่สามารถผสานเรื่อง สุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ การดูแลสุขภาพแบบ Longevity และการคืนกลับสู่สังคม ไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้คนอย่างแท้จริง

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จากเดนทิสเต้ ได้ทาง Facebook : DENTISTE

#DENTISTEYourBestMoMentsCoupleRun2026 
#YourBestMoMentsCoupleRun2026
#YourBestMoentsCoupleRun
#วิ่งจับมือ

สตม.บุกจับหนุ่มไวกิ้งพ่อค้ายาเสพติด หนีหมายจับตำรวจสากลซ่อนตัวคอนโดเมืองหัวหิน

ยังคงเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรข้ามชาติอย่างเข้มข้น สำหรับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้นโยบายเด็ดขาดของ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ประกาศชัด “อาชญากรข้ามชาติ ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ ไม่มีที่อยู่เป็นสุขในราชอาณาจักรไทย”

ล่าสุด พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.3 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับเบาะแสว่ามีผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญสัญชาติสวีเดน หลบซ่อนตัวอยู่ในอำเภอหัวหิน

ปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากเรื่องร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงคอนโดแห่งหนึ่งในเขตเมืองหัวหิน ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 เกี่ยวกับพฤติกรรมผิดสังเกตของชายต่างชาติผิวขาวรายหนึ่ง ที่มักเก็บตัวอยู่ภายในห้อง ไม่สุงสิงกับใคร และมีการเสพกัญชาภายในห้องพักจนส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน

ชุดสืบสวนจึงเริ่มแกะรอยจากข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่ จนทราบว่าชายคนดังกล่าวใช้ชื่อ “นายโนอา” หรือ Noah (นามสมมติ) มีจุดสังเกตสำคัญคือรอยสักขนาดใหญ่บริเวณลำคอ เมื่อนำข้อมูลชื่อและหมายเลขหนังสือเดินทางไปตรวจสอบกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับตำรวจสากล (Red Notice) ในคดียาเสพติดรายใหญ่ ทั้งโคเคน แอมเฟตามีน และกัญชา อีกทั้งยังมีพฤติการณ์ขับรถขณะมึนเมาจากสารเสพติดด้วยความเร็วสูง ขับสวนเลน เป็นอันตรายต่อสาธารณะ รวมถึงครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนหลบหนีคดีออกจากประเทศสวีเดน เข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยนานราว 1 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า นายโนอา เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของต่างประเทศ จึงเสนอผู้บังคับบัญชาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่ง พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ได้มีคำสั่งอนุมัติในวันเดียวกัน

กระทั่งวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังพร้อมอาวุธ เข้าจับกุมตัวนายโนอา ภายในห้องพักคอนโดหรูกลางเมืองหัวหิน โดยผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงลำลอง มีอาการมึนงงคล้ายคนเมา และพยายามปฏิเสธว่าไม่ใช่บุคคลตามหมายจับ อ้างว่ารูปร่างผอมกว่าและทรงผมสั้นกว่า

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลจากระบบไบโอเมตริกซ์มาเปรียบเทียบ โดยเฉพาะรอยสักบริเวณลำคอ ซึ่งตรงกับข้อมูลในหมายจับอย่างชัดเจน จึงแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต่อไป

ปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของนโยบายเชิงรุกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และการนำเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์มาใช้ในการคัดกรองบุคคลต้องสงสัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน

“Secret of Roman – ใจซ่อนรัก” เปิดประสบการณ์ค่ำคืนโรแมนติก A Night for Two Hearts ดื่มด่ำบรรยากาศแห่งความรัก

“Secret of Roman – ใจซ่อนรัก” เปิดประสบการณ์ค่ำคืนโรแมนติก A Night for Two Hearts ดื่มด่ำบรรยากาศแห่งความรัก ท่ามกลางเสน่ห์สไตล์โรมันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Roman Exclusive Club ชวนคู่รักร่วมเปิดประสบการณ์ค่ำคืนพิเศษกับอีเวนต์ “Secret of Roman – ใจซ่อนรัก” ต้อนรับคืนวาเลนไทน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ A Night for Two Hearts บรรยากาศอันแสนโรแมนติก ในช่วงเวลาที่ความเงียบงันทำให้เสียงของหัวใจดังชัดยิ่งขึ้น

ภายในงานเต็มไปด้วยแสงเทียนนุ่มละมุน เสียงดนตรีชวนเคลิ้ม และความใกล้ชิดที่สร้างช่วงเวลาพิเศษให้คู่รักได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัว พร้อมยกแก้วดื่มให้กับความรักที่ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใด ๆ

พร้อมกันนี้ ทางร้านยังจัดฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศไชน่าทาวน์อีกด้วย

ค่ำคืนนี้ Roman จะเป็นพยานแห่งความรู้สึกที่คุณมีให้กัน เติมเต็มช่วงเวลาสำคัญให้กลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืม

ระหว่างวันที่ 14 – 17 กุมภาพันธ์ ที่ Roman Exclusive Club ถ. ศรีนครินทร์ เทพารักษ์ สมุทรปราการ