ข่าวต่างประเทศ » เขมรยอมอ่อนข้อกับไทย อ้าง”ฮุนเซน”เสียใจคลิปอังเคิลบานปลาย “ฮุน มาเนต”หนุน”อนุทิน”ใช้กลไกทวีภาคี

เขมรยอมอ่อนข้อกับไทย อ้าง”ฮุนเซน”เสียใจคลิปอังเคิลบานปลาย “ฮุน มาเนต”หนุน”อนุทิน”ใช้กลไกทวีภาคี

14 เมษายน 2026
89   0

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2569 น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ในตอนหนึ่งว่า นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สื่อสารผ่านมือขวา นายทุนคนสำคัญ คุยกับฝ่ายทหารไทยในเขตกัมพูชา โดยบอกว่านายฮุน เซน มีท่าทีอ่อนลงแล้ว พร้อมบอกว่า เสียใจอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. เสียใจที่เกิดเรื่องคลิป “อังเคิล” แต่ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นคนปล่อยคลิป และ 2. เสียใจที่ทำให้เกิดการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา และยังฝากบอกผู้ใหญ่ในไทยทั้งในรัฐบาลและกองทัพว่าเขาจะลดบทบาท และที่สำคัญ ยังกล้าที่จะมาขอดินแดนเราคืน และบอกด้วยว่าอยากเปิดด่าน แต่คนที่ไปคุยก็ตอบไปเลยว่าไม่มีทาง

ด้าน The Phnom Penh Post สื่อกัมพูชา รายงานว่า กัมพูชาประกาศปรับท่าทีที่มีต่อประเทศไทย โดยนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า กัมพูชาจะแก้ไขข้อพิพาททางพรมแดนกับประเทศไทยผ่านการหารือโดยตรงและการเจรจาทวิภาคี จากเดิมได้ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก แม้การพึ่งศาลโลกจะยังเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ แต่กลไกทวิภาคีมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยระบุว่ากลไกสากลมักใช้เวลานานหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะมีความเห็น ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนต้องตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนและวุ่นวาย

นายฮุน มาเนต ยืนยันว่า การมุ่งเน้นเจรจาทวิภาคีกับรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย นั้น ตั้งอยู่บนหลักฐานและความเป็นไปได้ แม้จะมีโอกาสสำเร็จเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม รัฐบาลก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงทางตันของความขัดแย้งด้วยอาวุธที่ทำลายความเชื่อมั่นและขัดขวางความเจริญ นอกจากนี้ ต้นทุนด้านมนุษยธรรมยังเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญ เนื่องจากชาวกัมพูชาจำนวนมากยังคงต้องพลัดถิ่น ไม่สามารถกลับไปยังที่ดินหรือซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากการสู้รบครั้งก่อนได้

นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ย้ำว่า กลไก JBC มีความพร้อมเป็นพิเศษเพราะรวมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิดไว้ด้วย ซึ่งต่างจากการส่งสายตรวจทหารที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตจากทุ่นระเบิดถ้าเรายังมีความหวังในทางแก้ปัญหาที่อ้างอธิปไตยของเราได้โดยไม่มีการนองเลือด ไม่ทำลายทรัพย์สินหรือชีวิตของประชาชน ทหาร และตำรวจ และเพื่อแก้ปัญหานี้ให้จบสิ้นไปไม่ยืดเยื้อ เราต้องรับโอกาสนั้นไว้ ยืนยันว่ากัมพูชาต้องการเปลี่ยนชายแดนที่เคยนิยามด้วยเสียงปืนให้กลายเป็นพรมแดนแห่งสันติภาพที่ยั่งยืนและความมั่งคั่งร่วมกัน