
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 บรรยากาศวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์บนถนนสีลมร้อนระอุทั้งสายน้ำและเม็ดเงิน เมื่อ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำทีมพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ท่ามกลางคลื่นมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ภาพที่ปรากฏไม่ใช่เพียงนักการเมืองในบทบาททางการ หากแต่เป็น “ผู้เล่นน้ำตัวจริง” ที่ลงมือจับตะหลิวทอดลูกชิ้นปลาระเบิด ย่างไส้กรอกอีสาน และลงมือเจียวไข่เจียวเคียงข้างพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่แห่เข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง เสียงหัวเราะและเสียงน้ำกระทบกันดังก้องไปทั่วพื้นที่

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมสาดน้ำกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่ม LGBTQIA+ ที่เข้ามาร่วมสร้างสีสันอย่างคึกคัก สะท้อนภาพ “สีลม” ในฐานะพื้นที่แห่งความหลากหลายที่มีชีวิต และเป็นจุดขายสำคัญของ Soft Power ไทย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำว่า ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มได้แสดงออก คือพลังสำคัญที่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

“แม้โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านพลังงาน ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ประเทศไทยต้องเดินหน้าสร้างรายได้ผ่านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้ประชาชนปรับตัวและอยู่รอดได้ในสถานการณ์เช่นนี้” รองนายกรัฐมนตรีระบุ
ขณะเดียวกัน คณะทำงานพรรคเพื่อไทย อาทิ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค นายชนินทร์ รุ่งเรืองธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค และนายธงธรรม เวชยชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมสมาชิกพรรค ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อนำข้อมูลไปใช้กำหนดแนวทางลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่กำลังกดทับเศรษฐกิจฐานราก

ด้าน นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการพื้นที่กิจกรรมขนาดใหญ่ให้มีความปลอดภัย รองรับผู้คนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กรุงเทพมหานครในสายตานานาชาติ
ก่อนปิดฉากภารกิจ หลังร่วมกิจกรรมสาดน้ำกว่า 1 ชั่วโมง ศ.ดร.ยศชนัน และคณะได้เข้าพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พนักงานรักษาความสะอาด สำนักงานเขตบางรัก ผู้ปฏิบัติงานเบื้องหลังความสำเร็จของเทศกาล ท่ามกลางกองขยะและคราบน้ำที่หลงเหลือจากความสนุก

ภาพสุดท้ายของสีลมปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงความชุ่มฉ่ำของสายน้ำ แต่คือภาพของ “ความหวัง” ที่กำลังถูกผลักดันให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางโลกที่ยังคงผันผวนไม่หยุดนิ่ง


