ตุรกีระทึก!เกิด ‘หลุมยุบ’ นับร้อยแห่ง หลังเผชิญภัยแล้ง-น้ำใต้ดินลดลง

หลุมยุบนับร้อยแห่งผุดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนกลางของตุรกี สืบเนื่องจากปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำใต้ดินที่ลดลง ทำให้เกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มกังวล โดยมองว่าเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หลุมยุบขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี และหัวบีทในคาราปินาร์ จังหวัดคอนยา โดยบางจุดมีหลุมยุบมากกว่า 10 แห่งอยู่ในแปลงเดียวกัน

ในพื้นที่ภูเขา หลุมยุบโบราณขนาดใหญ่ที่เคยมีน้ำอยู่ได้แห้งเหือดไปเกือบหมดแล้ว

อัตราการเกิดหลุมยุบในลุ่มน้ำคอนยาเร่งตัวขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 700 แห่ง ตามข้อมูลของ เฟตุลลาห์ อาริก ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาที่ศึกษาหลุมยุบจากมหาวิทยาลัยเทคนิคคอนยา

“สาเหตุหลักที่จำนวนหลุมยุบเพิ่มขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลกตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา” อาริก กล่าว

“ผลจากภัยแล้งนี้ทำให้ระดับน้ำใต้ดินค่อยๆ ลดลงทุกปี”

อาริก กล่าวว่า ระดับน้ำใต้ดินลดลงอย่างรวดเร็ว 4-5 เมตรต่อปี เทียบกับอัตราครึ่งเมตรต่อปีในช่วงทศวรรษ 2000 ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับภาคเกษตรกรรมที่สำคัญของตุรกี

เมื่อเกิดภัยแล้งและระดับน้ำใต้ดินลดลง เกษตรกรในพื้นที่จึงต้องขุดบ่อน้ำมากขึ้น โดยหลายแห่งไม่มีใบอนุญาต ซึ่งก็ยิ่งทำให้น้ำใต้ดินลดลง และกระตุ้นให้ปัญหารุนแรงขึ้น

อาริก กล่าวว่า “ความต้องการน้ำในลุ่มน้ำ (คอนยา) นี้สูงมาก” พร้อมเสริมว่ามีบ่อน้ำที่ไม่มีใบอนุญาตประมาณ 120,000 บ่อ เทียบกับบ่อน้ำที่มีใบอนุญาตประมาณ 40,000 บ่อ

แม้ว่าหลุมยุบใหม่จะยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่ลักษณะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ของมันก็เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่

ตร.พหลโยธิน รวบโจรโฮสหนุ่มย่องฉกทรัพย์สิน “นารา เครปกระเทย”มูลค่าเสียหายกว่า 6 แสน

ตำรวจพหลโยธิน รวบโจรโฮสหนุ่ม ขึ้นบ้าน “มิก เฉลิมศรี” “นารา” จับได้คาหนังคาเขา มูลค่าความเสียหายกว่า 6 แสน

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.กชกร ไทรศาศวัต รองผกก.ป.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ท.ครรชิต คงสุวรรณ สวป.สน.พหลโยธิน สั่งการให้ ร.ต.ท.ธีรยุทธ จงศิริ รอง สวป.สน.พหลโยธิน และกำลังสายตรวจ ร่วมกันจับกุมตัวนายณัฐกรณ์ อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง เเหวน 1 วง กระเป๋าสะพายหลัง สีดำ 1 ใบ โดยจับกุมได้บริเวณชั้น 2 ในซ.ลาดพร้าว 41 แยก 6 – 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 17.00 น ( 2 ม.ค. ) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.พหลโยธิน ว่ามีชายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์เป็นแหวน ในบ้านหลังหนึ่ง ซ.ลาดพร้าว 41 แยก 6 – 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งมีการคุมตัวไว้แล้ว จึงรีบไปตรวจสอบเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือนารา เครปกระเทย อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยระบุว่า ตนเองพบนายณัฐกรณ์ หรือกล้า ผู้ต้องหาอยู่บริเวณชั้น 2 ภายในห้องของตน

จากการสอบถามว่าเป็นใครมาทำอะไร นายณัฐกรณ์ หรือกล้า ได้บอกว่ามาพบเพื่อนของนารา ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นโฮสที่เพื่อนรู้จัก จากการค้นตัวพบแหวนอยู่ภายในกระเป๋าเป้สีดำ ที่นายณัฐกรณ์ สะพายอยู่ จึงเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการจับกุม ต่อมานายณัฐกรณ์ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้เข้ามาก่อเหตุจริงเพื่อจะนำไปขายต่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ และบุกรุกเคหะสถาน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ทางนารา ยังได้ไลฟ์สดโดยระบุว่ากระเป๋า Hermes ที่เก็บไว้ในห้องจำนวน 2 ใบได้หายไป และยังมีเงินที่อยู่ในเซฟจำนวนกว่า 6 แสน หายไปด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล

สายเหนือจราจรผ่านพิจิตรรถติดยาวหลายกิโลเมตรแห่กลับกรุงหลังฉลองปีใหม่

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569  นายเชาวลิต  ดีเมฆ  หัวหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี จ.พิจิตร ให้ข้อมูลถึงสภาพการจราจรทางหลวง117พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางจากภาคเหนือที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องผ่าน อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยเมื่อช่วงเวลา14.00 น. พบว่าการจราจรบนถนนทางหลวง 117 ที่บริเวณสี่แยกปลวกสูงมีรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพหนาแน่นทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569  นายเชาวลิต  ดีเมฆ  หัวหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี จ.พิจิตร ให้ข้อมูลถึงสภาพการจราจรทางหลวง117พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางจากภาคเหนือที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องผ่าน อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยเมื่อช่วงเวลา14.00 น. พบว่าการจราจรบนถนนทางหลวง 117 ที่บริเวณสี่แยกปลวกสูงมีรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพหนาแน่นทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร

ทั้งนี้เนื่องจากที่บริเวณ กม.86-89 ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี ขาล่อง ซึ่งอยู่เลยสี่แยกปลวกสูงไป 3 กม. มีการก่อสร้างขยายถนนรวมถึงบนเส้นททางดังกล่าวช่วงหลัก กม.ที่ 62-65 ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร และ กม.ที่ 38-40 ซึ่งเป็นเขต จ.นครสวรรค์ ถนน ทล. 117 ก็มีการก่อสร้างขยายถนนทำให้รถติดยาวเป็นช่วงๆ แต่ก็ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ในความเร็วประมาณ 30 – 40 กม./ชม. แต่เนื่องด้วยปริมาณรถที่มีเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิดรถติด

โดย นายเชาวลิต  ดีเมฆ  หัวหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี จ.พิจิตร ให้ข้อมูลว่าอัตราเฉลี่ยของผู้ที่ใช้รถใช้ถนนบนทางหลวงหมายเลข 117 ขาล่อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันนี้อัตราเฉลี่ยมีรถใช้ถนนประมาณชั่วโมงละ 2,500 คัน ในช่วงกลางวันของวันนี้และคาดว่าในช่วงเย็นและค่ำน่าจะมีรถเพิ่มขึ้นถึง 3,000 คัน/ชม. ในภาพรวมไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นบนทางหลวง 117  ในเขตพื้นที่ของ จ.พิจิตร แต่อย่างใด

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/จ.พิจิตร

รวบหนุ่มฉี่ม่วง พร้อมยาบ้า 3,000 เม็ด คาด่านปีใหม่ ตรวจสอบพบประวัติคดีโชกโชน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา  นายปิยะพงษ์  ฯ อายุ 48 ปี  สัญชาติไทย  โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยการขายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, เป็นผู้ขับขี่ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย “

พร้อมตรวจยึดของกลาง 
1. ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ( ยาบ้า ) บรรจุห่อกระดาษไขปั๊มตรา 999 ดาว 5 ดวง จำนวน 1 มัด (1 มัด มี 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด) และยาบ้าบรรจุในซองพลาสติกสีดำและสีน้ำเงินแบบกดเปิดปิดประกบคู่มัดด้วยหนังยางจำนวน 5 ถุง (ถุงละ 200 เม็ด) ภายในบรรจุยาบ้าลักษณะเม็ดกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบอีกด้านประทับอักษร wy เม็ดสีส้ม รวมยาบ้า ทั้งหมดประมาณ 3,000 เม็ด    
2. รถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CITY สีเทา หมายเลขทะเบียนจังหวัดแพร่ จำนวน 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO สีดำ พร้อมซิมโทรศัพท์

สถานที่จับกุม ถนน ทล.1 กม.700-701 ใต้สะพานต่างระดับภาคเหนือ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง 
เมื่อวันที่ 1 ม.ค.69 เวลา 22.20 น. 

พฤติการณ์ 
ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทำการตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่บริเวณ ทล.1 กม.700-701 ใต้สะพานต่างระดับภาคเหนือ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CITY สีเทา หมายเลขทะเบียนจังหวัดแพร่ ขับผ่านเข้ามายังบริเวณจุดตรวจพบผู้ขับขี่แสดงอาการพิรุธ จึงเรียกเพื่อทำการตรวจสอบ พบว่ามีนายปิยะพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่ และภายในรถมีกลิ่นคล้ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญนายปิยะพงษ์ฯ ลงจากรถ และขอทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้า จำนวน 3,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้เบาะคนขับ สอบถามนายปิยะพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าของกลางยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยซื้อยาบ้าทั้งหมดมาจากนายสมชายฯ ในราคา 19,000 บาท โดยนัดแนะให้นำยาบ้าไปวางไว้ในโพงหญ้า ข้างหลักกิโลเมตรถนนสายแจ้ห่ม และจะนำไปจำหน่ายต่อในราคา เม็ดละ 10 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายของ นายปิยะพงษ์ฯ ผลการตรวจสอบพบสารเสพติดเจือปนในปัสสาวะ สอบถามนายปิยะพงษ์ฯ รับว่าก่อนหน้านี้ได้เสพยาเสพติด (ยาบ้า) มาจริง จำนวน 4-5 เม็ด

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่ามีประวัติหลายคดี เช่น คดีฆ่าผู้อื่น,มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายยาเสพติดฯ และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2566 จึงได้จับกุมและควบคุมตัวนายปิยะพงษ์ฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหาร ฉก.ราชมนูควบคุมชาวต่างชาติ 20 ราย ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ทหาร ฉก.ราชมนู ลาดตระเวณเข้มชายแดน! ควบคุมชาวต่างชาติ 20 ราย ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา  ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร  ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ชายแดนบ้านท่าอาจ หมู่ 3. อ.แม่สอด จ.ตาก ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย ท่าทางมีพิรุธจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

พบเป็นบุคคลสัญชาติเอธิโอเปีย 19 ราย (ชาย.17 คน, หญิง.2 8o) และ สัญชาติอินเดีย 1 ราย (ชาย.1 คน) ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ทหารชุดจับกุม  จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด  จ.ตาก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คนอีสานแห่กลับทำงานภาคตะวันออกจราจรถนนสาย304ติดบางช่วง

ราจีนบุรี –  การจราจรจากอิสานมุ่งหน้ากลับที่ทำงานสู่ภาคตะวันออก-กลางเย็นจรดดึกแน่นถนนสาย 304 ไม่หวั่นเสี่ยงภัยช่วงลงภูเขามรดกโลก ตร.ทล.จัดทางเดินรถพิเศษช่วงลงภูเขา 3กม.ให้คล่องตัวพร้อมให้ผู้ขับขี่รถบรรทุกโดยสารและรถขนาดใหญ่จอดพักเช็คให้ความเร็วลดเป็น 0 ก่อนลงเขายาวตลอด 6กม. เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ช่วงลงเขาจากจุดสกัดผางาม พบเส้นทาง 348 เขาช่องตะโก (บุรีรัมย์ -สระแก้ว) ที่จะ สู่ถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (สระแก้ว – พนมสารคาม) หรือ สาย 359 นั้น   จากเหตุสู้รบรุนแรงที่ผ่านมาชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เขตชายแดนไทย-กัมพูชาพื้นที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ประชาชนเกรงอันตรายสูง พบการจราจรเบาบางไม่กล้าเสี่ยง

กลางดึกเวลา 22.30น.วันที่ 2 ม.ค.69  ผู้สื่อข่ารายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศการเดินทางกลับสู่ที่ทำงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อิสาน) มุ่งหน้าขาลงสู่ย่านนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก-ภาคกลาง จากฝั่งจังหวัดนครราชสีมา ผ่านสู่ถนนสายเสี่ยงภัยสายสุวินทงศ์ (นครราชสีมา –กบินทร์บุรี ) หรือ ถนนสาย 304  ช่วงผ่านบนภูเขาลงมาตลอดภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดีสภาพการจราจรพบมีปริมาณรถที่เดินทางขาลงจากภาคอีสานหนาแน่นต่อเนื่องตั้งแต่เย็นต่อเนื่องเป็นสายยาวเหยียดตลอดทั้งสาย

หลังประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่กับญาติพี่น้องช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.นาดี สภ.กบินทร์บุรี สภ.ศรีมหาโพธิ ตำรวจทางหลวงปราจีน-สระแก้ว และ เจ้าหน้าที่แขวงการทางหลวงปราจีนบุรี หน่วยกู้ภัยฯให้อำนวยการด้านจราจร  เปิดสัญญาณไฟเขียว ตามสี่แยกต่างๆให้นานขึ้น เพื่อเร่งระบายรถให้ประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาได้สะดวกและรวดเร็ว

พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ตำรวจทางหลวงปราจีน-สระแก้ว)กล่าวว่า   การเดินทางกลับที่ทำงานของประชาชนผ่านถนนสาย 304 พบปริมาณรถหนาแน่น ตั้งแต่ช่วงเย็นจรดกลางดึกนี้  แต่สภาพการจราจรคล่องตัวสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ มีการชะลอตัวบางจุดช่วงแยกสัญญาณไฟแดง

พบปริมาณการจราจรหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นๆ โดยตั้งแต่ช่วงเวลา  22.00 น. พบสภาพกาจราจร-ยวดยานหนาแน่นเพิ่มปริมาณรถต่อเนื่องคาดว่าจะยาวต่อ ถึง 24.00 น.ดึกนี้จะเริ่มเบาบาง  เพื่ออำนวยการจราจรให้คล่องตัวและปลอดภัยไม่สะสม  บนถนนช่วงบนภูเขาลงมาตลอดภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ กม.189 – กม.192 ได้จัดบริการเส้นทางเดินรถพิเศษ 2 เลนสวนทาง เป็นระยะทางกว่า 3 กม.เศษ  โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ผู้เดินทางตลอดทั้งคืนนี้

ส่วนเส้นทาง 348 เขาช่องตะโก (บุรีรัมย์ -สระแก้ว) สู่ ถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (สระแก้ว – พนมสารคาม) หรือ สาย 359 จากเหตุสู้รบรุนแรงชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา  เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เขตชายแดนไทยกัมพูชาพื้นที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว คาดประชาชนยังเกรงอันตราย พบการจราจรเบาบาง    พ.ต.ต.กมลภพกล่าว

ด้านนายสาคร อิทธิมา อายุ 28 ปี กล่าวว่า   ได้เดินทางออกจากบ้านจังหวัดชัยภูมิ  เพื่อที่จะกลับไปทำงานที่ชลบุรี โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 09.30 น.ซึ่งขับรถจักรยานยนต์มากับแฟนสาว ตลอดเส้นทางการจราจรติดขัดบ้างในบางช่วงคาดว่าจะไปถึงชลบุรีประมาณ 19:00 น.โดยประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม   จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะถนนสายเสี่ยงภัยสายสุวินทงศ์ (นครราชสีมา –กบินทร์บุรี ) หรือ ถนนสาย 304  ช่วงผ่านบนภูเขาลงมาตลอดภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี

ประชาชนที่กำลังเดินทางกลับเข้าทำงานหลังช่วงวันหยุด และ ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถโดยสาร และรถขนาดใหญ่ เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง บริเวณ ช่วงลงเขาถนน  จากจุดสกัดผางาม ถึงจุดปลอดภัย (ตู้ทางหลวงนาดี) ซึ่งเป็นทางลาดยาวประมาณ 6 กิโลเมตร

พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เน้นย้ำให้ผู้ขับขี่หยุดเช็คสภาพรถ หยุดพักความพร้อมของร่างกายและจิตใจความเร็วรถให้เป็น 0   ก่อนลงเขา ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ใช้เกียร์ต่ำ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ / ปราจีนบุรี ###

หนุ่มช่างไฟหึงโหดจ่อยิงแฟนสาวดับก่อนฆ่าตัวตายตามคาบ้านพัก

ปราจีนบุรี – หลังฉลองส่งท้ายสิ้นปีช่างไฟฟ้าใช้ปืนพกจ่อยิงแฟนสาวดับก่อนยิงตัวเองคาตายตามคาบ้านพักไฟฟ้าฯก่อนเกิดเหตุภรรยาออกจากบ้านเดินไปหาสามีที่บ้านพักการไฟฟ้าร่วมสังสรรค์แล้วขาดการติดต่อแม่จึงให้น้องสาวมาตามพบศพดับคู่คาดปมหึงหวง ตร.เร่งสอบทุกฝ่ายเครียด

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี พ.ต.ต.สมบัติ  วังวล สารวัตรเวรฯ(สอบสวน) สภ.ประจันตคามได้รับแจ้งจากอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจ.ปราจีนบุรี มีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต 2 ราย สถานที่เกิดเหตุหมู่บ้านเกาะยางหมู่ 9 ภายในบ้านพักเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอประจันตคาม ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ประจันตคาม , ชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม , เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และ แพทย์เวรฯนิติเวช รพ.ประจันตคามรีบไปตรวจสอบ

ติดถนนสานสุวรรณศร (ประจันตคาม – กบินทร์บุรี ) เวทีมวยศรีประจันตคามเก่า เป็นบ้านพักอาคาร 2 ชั้น จำนวน 4 หลังของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอประจันตคาม โดยหลังที่เกิดเหตุคือ หลังที่ 4 ซึ่งอยู่สุดท้าย จากการตรวจสอบเบื้องต้น

ที่ชั้นล่างพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายหน้าตาดี สภาพนอนจมกองเลือดนอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ประตูทางออกทราบชื่อต่อมา  คือ  นางสาว กาญจนี พุทธสอน หรือ น้ำ  อายุ 39 ปี  41 หมู่ 1 ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี  จ.ปราจีนบุรีถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ศรีษะ จำนวน 1 นัด ภายในห้องพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 ปลอกกระจายตกเกลื่อนพื้น เลยไปก่อนถึงทางขึ้นชั้น 2 พบแมกกาซีนบรรจุกระสุนปืนตกอยู่ 1 แมก

ตรวจสอบที่บริเวณชั้น 2 ของที่พัก ที่พื้นห้องใกล้โซฟาพบผู้เสียชีวิตเป็น ชาย 1 ราย เสียชีวิตสภาพศพนอนตะแคงซ้ายจมกองเลือดภายในบ้านถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกับรายแรก 2 นัด นัดแรกถากใบหู นัดที่ 2 กระสุเข้าขมับฝั่งขวาทะลุเหนือหูซ้าย 1 นัด ทราบชื่อต่อมาคือ นาย วีรชัย ลิ้มเจริญ  หรือ ช่างต้น  อายุ 36 ปี 199 ม.6 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  รอบ ๆ ใกล้คนตายพบปลอกกระสุน จำนวน 3 ปลอก  และตรวจ พบอาวุธปืน3 กระบอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ใช้อีก จำนวนมาก  จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ รอบบริเวณบ้านพักพบ เศษขวดและเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้นคล้ายมีการเลี้ยงสังสรรค์มีร่องรอยยิงปืนจำนวนหลายนัด  โดนเสาบ้าน โดนทีวีเก่า  

สอบสวนเบื้องต้นต่อมาทราบว่า ผู้เสียชีวิตทังคู่เป็นสามีภรรยากันไม่มีบุตร ก่อนเกิดเหตุช่วงส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 มีการเลี้ยงสังสรรค์หรือเคาท์ดาวในกลุ่มเพื่อน 5-6 คน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ภรรยาได้ออกจากบ้านพักที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยทั้ง 2 ซื้อบ้านพักที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ส่วนสามี มีบ้านพักเจ้าหน้าที่อีกหลังที่เกิดเหตุ  

ก่อนเกิดเหตุคนตาย(หญิง)บอกน้องสาวจะมาเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ที่บ้านพักการไฟฟ้าฯของสามี อ.ประจันตคาม และ ภายหลังไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้ จนกระทั่งมาพบเหตุสลดดังกล่าว

คาดเสียชีวิตช่วงเคาท์ดาว ที่มีการจุดพลุ –ยิงปืนโดยรอบ จนไม่สามารถรู้ว่ามีเหตุยิงกันตาย  คาดว่ามาจากปมหึงหวงเนืองจากภรรยาหน้าตาดี หลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตชั้นล่างแล้ว  ทางสามีคงขึ้นไปยิงตัวเองตายบนชั้น 2 หนีความผิด

พ.ต.ต.สมบัติ  วังวล สารวัตรเวรฯ(สอบสวน) สภ.ประจันตคาม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง ตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด และ รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปโดยกำลังทำการสอบสวนผู้ร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มาสอบสวนโดยละเอียด
 
ด้าน นางสาว ยุริดา ภัทรบูชา อายุ 34 ปี น้องสาวของผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิง กล่าวว่า    ก่อนเกิดเหตุแม่ตนเองได้บอกให้ไปตามพี่สาว  หลังจากที่พี่สาวออกจากบ้าน เย็นวันที่ 31มกราคม เพื่อมาฉลองปีใหม่ที่บ้านพักของสามีคือ นายวีระชัย ที่บ้านพักที่สำนักงานการไฟฟ้าฯอำเภอประจันตคาม  หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ วันนี้เข้ามามาหาที่บ้านพบที่ประตูบ้านไม่ได้ล็อก  เปิดออกดูพบศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ขณะ   เพื่อนร่วมงานผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง  เปิดเผยว่า    ได้มาร่วมรับประทานอาหารกับนายต้นผู้เสียชีวิต และแฟนสาวของนายต้นกับเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน   รวม 5 คนโดยตนเองเข้ามาช่วงเวลา 21.30 น.แล้วก็นั่งดื่มกับเพื่อนเพื่อนในระหว่างดื่มก็มีการคุยกันสนุกสนานเฮฮาไม่มีวี่แววว่าจะมีค่าทางเครียดแต่อย่างใด   จนกระทั่ง24.40น. ตนเองได้กลับออกไปเหลือผู้เสียชีวิตทั้งสองคนคือต้นกับน้ำ   นั่งอยู่กับเพื่อนอีก 2 คน  รวมเป็น 4 คน หลังจากนั้นตนก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จนกระทั่งวันนี้ 2 มกราคม 69 จึงทราบเรื่องสลด

พ่อของผู้เสียชีวิต (ชาย) พร้อมมารดา ได้มาที่เกิดเหตุ พร้อมเล่าทั้งน้ำตานองว่า  ปกติบุตรชายเป็นคนเงียบเก็บเรื่องราวตนเองไม่เคยบอก ไม่คาดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เพราะในทุกสิ้นเดือนจะพาพ่อ-แม่ครอบครัวไปกินข้าวด้วยกันตลอด เสียดายที่เล่าเรียนมา 

หลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนฯได้ให้หน่วยกู้ภัยนำผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายส่งชันสูตรต่อที่ รพ.ประจันตคามต่อไป

โดย… มานิตย์  สนับบุญ /ปราจีนบุรี  ###

ทีมชาติไทยU23 ลงซ้อมได้นักเตะระดับเอเชีย ชมพัฒน์-พลเอก เตรียมตัวลุยศึกใหญ่

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำการฝึกซ้อมต่อเนื่อง  ณ สนามภายใน ยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

การฝึกซ้อมครั้งนี้ เน้นไปที่การทบทวนคอนเซปต์ รวมถึงแทคติกต่างๆ ที่จะใช้ในชิงแชมป์เอเชีย ครั้งนี้

ก่อนการฝึกซ้อม ชมพัฒน์ บุญเลิศ ผู้รักษาประตู ทีมชาติไทย U23 กล่าวว่า “สำหรับทีมเราก็เตรียมความพร้อมมีน้องๆใหม่มา ก็ต้องพยายามปรับจูน เข้าหา รายการนี้ ก็ต้องเตรียมตัวให้มากกว่าเดิมทั้งเกมรับ และเกมรุก ที่ต้องเคี่ยวกว่าเดิม เพราะไปเจอระดับเอเชียก็ยากพอสมควร”

“ตอนนี้ในส่วนของแนวรับคิดว่าไม่ส่งผลอะไร ก็ต้องคุยกันให้มากขึ้นและปรับความเข้าใจให้เร็ว ก็จะพยายามปรับเกมรับ เราต้องสื่อสารให้มากกว่าที่ผ่านๆมา เป้าหมายในครั้งนี้ ก็เหมือนที่โค้ชวังพอ คือผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ ฝากแฟนบอลทุกคนคอยเชียร์ทีมชาติไทย U23 เราด้วยนะครับ”

ด้าน พลเอก มณีกร แบ็คซ้ายของทีม กล่าวว่า “ทัวร์นาเมนต์นี้ก็แตกต่างจากที่ผ่านมา มีผู้เล่นมาใหม่เยอะก็ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อปรับจูนเข้าหากัน เราอาจจะต้องปรับรายละเอียดแทคติก เล็กน้อย แต่สิ่งสำคัญคือความฟิตของร่างกาย”

“สำหรับผมทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่ได้มองเป้าหมายไกล เราต้องมองนัดต่อนัด แต่ผมเชื่อว่าน้องๆ และเพื่อนๆทุกคน พร้อมจะทำเต็มที่ ผมเชื่อว่าคนที่มีชื่อเข้ามารอบนี้ทุกคน ต่างก็มีคุณภาพ อาจจะแตกต่าง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากให้แฟนบอลเชียร์เยอะๆ และคอยให้กำลังใจเพื่อนและน้องๆ ทุกคนครับ”

สำหรับ ทีมชาติไทย U23 จะเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศไทยไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2569 และเดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันดังกล่าว เพื่อเตรียมสำหรับการแข่งขัน โดยโปรแกรมของทีมชาติไทย U23 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีดังนี้

#Matchday1 
 วันที่ 8 มกราคม 2569
🇦🇺 ออสเตรเลีย พบ ไทย 🇹🇭
 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

#Matchday2
วันที่ 11 มกราคม 2569
🇹🇭 ไทย พบ อิรัก 🇮🇶
21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ปรินซ์ ไฟซอล บิน ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม

#Matchday3
 วันที่ 14 มกราคม 2569 
🇹🇭 ไทย พบ จีน 🇨🇳
เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย 
อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งนี้ ไม่มีการคัดเลือกไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่อไป แต่จะมีผลต่อการจัดโถสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ในปี 2028 และครั้งดังกล่าวจะมีการหาชาติเป็นตัวแทน ไปแข่งขันฟุตบอลชาย ในมหกรรมโอลิมปิก ที่ นครลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อไป

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทยU23 #AFCU23 #AsianCup2026 #AFCU23AsianCup2026

กทม. ฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน 59 พื้นที่ อยู่ระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพมหานคร เผยสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 59 พื้นที่

วันนี้ (2 ม.ค.) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร

: ประจำวันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)

: ตรวจวัดได้ 37.4-70.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 59 พื้นที่ คือ
1.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 70.1 มคก./ลบ.ม.
2.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 66.3 มคก./ลบ.ม.
3.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ : มีค่าเท่ากับ 61.4 มคก./ลบ.ม.
4.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 58.6 มคก./ลบ.ม.
5.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 55.3 มคก./ลบ.ม.
6.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) : มีค่าเท่ากับ 53.6 มคก./ลบ.ม.
7.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 51.7 มคก./ลบ.ม.
8.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา : มีค่าเท่ากับ 50.9 มคก./ลบ.ม.
9.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 50.7 มคก./ลบ.ม.
10.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก : มีค่าเท่ากับ 50.5 มคก./ลบ.ม.
11.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 49.8 มคก./ลบ.ม.
12.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 48.9 มคก./ลบ.ม.
13.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล : มีค่าเท่ากับ 48.4 มคก./ลบ.ม.
14.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 48.1 มคก./ลบ.ม.
15.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 47.7 มคก./ลบ.ม.
16.เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ : มีค่าเท่ากับ 47.5 มคก./ลบ.ม.
17.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 47.4 มคก./ลบ.ม.
18.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 47.2 มคก./ลบ.ม.
19.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 46.7 มคก./ลบ.ม.
20.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 46.0 มคก./ลบ.ม.
21.เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง : มีค่าเท่ากับ 45.6 มคก./ลบ.ม.
22.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 45.2 มคก./ลบ.ม.
23.เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 44.6 มคก./ลบ.ม.
24.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 44.5 มคก./ลบ.ม.

25.เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี : มีค่าเท่ากับ 44.5 มคก./ลบ.ม.
26.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 44.2 มคก./ลบ.ม.
27.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
28.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
29.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
30.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 43.7 มคก./ลบ.ม.
31.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 43.5 มคก./ลบ.ม.
32.เขตลาดพร้าว ภายในสำนักงานเขตลาดพร้าว : มีค่าเท่ากับ 43.4 มคก./ลบ.ม.
33.เขตจอมทอง ภายในสำนักงานเขตจอมทอง : มีค่าเท่ากับ 43.4 มคก./ลบ.ม.
34.เขตบางแค ภายในสำนักงานเขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 43.3 มคก./ลบ.ม.
35.สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เขตบางคอแหลม : มีค่าเท่ากับ 42.6 มคก./ลบ.ม.
36.เขตทุ่งครุ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.
37.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.
38.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ : มีค่าเท่ากับ 42.1 มคก./ลบ.ม.
39.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 41.7 มคก./ลบ.ม.
40.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 41.6 มคก./ลบ.ม.
41.เขตบางบอน ใกล้ตลาดบางบอน : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม.
42.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน บางจาก ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 41.2 มคก./ลบ.ม.
43.เขตดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต : มีค่าเท่ากับ 40.9 มคก./ลบ.ม.
44.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 40.9 มคก./ลบ.ม.
45.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง : มีค่าเท่ากับ 40.8 มคก./ลบ.ม.
46.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 40.7 มคก./ลบ.ม.
47.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ : มีค่าเท่ากับ 40.0 มคก./ลบ.ม.
48.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 40.0 มคก./ลบ.ม.
49.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 39.9 มคก./ลบ.ม.
50.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ : มีค่าเท่ากับ 39.6 มคก./ลบ.ม.
51.เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา : มีค่าเท่ากับ 39.3 มคก./ลบ.ม.
52.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 39.1 มคก./ลบ.ม.
53.สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 39.0 มคก./ลบ.ม.
54.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม : มีค่าเท่ากับ 38.5 มคก./ลบ.ม.
55.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 38.1 มคก./ลบ.ม.
56.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 38.1 มคก./ลบ.ม.
57.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 37.8 มคก./ลบ.ม.
58.เขตดุสิต ริมสวนหย่อมตรงข้ามสำนักงานเขตดุสิต : มีค่าเท่ากับ 37.7 มคก./ลบ.ม.
59.สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 37.7 มคก./ลบ.ม.

เปิดสนามเลือกตั้งเมืองพญาแล! ปิดยอดผู้สมัคร ส.ส. 7 เขต ทะลุครึ่งร้อย

ชัยภูมิ – นับหนึ่งเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ หลังปิดรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้ง 7 เขตของจังหวัดชัยภูมิ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สมัครจากหลากพรรคการเมืองตบเท้าลงสนามชิงชัยยอดรวมทะลุ 61 คน เตรียมเปิดศึกชิงเก้าอี้ผู้แทนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

ว่าที่ร้อยตรี ตะติยาวัฒน์ สุวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยภูมิ (ผอ.กกต.ชย.) เปิดเผยบทสัมภาษณ์พิเศษถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ขณะนี้ทาง กกต.ชัยภูมิ ได้วางมาตรการเข้มข้นในทุกขั้นตอน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด

“การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางของจังหวัดชัยภูมิและประเทศเป็นอย่างมาก ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวชัยภูมิที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ออกมาใช้สิทธิกันอย่างมุ่งมั่น เพื่อสะท้อนเสียงที่แท้จริงของประชาชน”

โดยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้) และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั่วไป ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.ว่าที่ร้อยตรี ตะติยาวัฒน์ กล่าว

ซึ่งศึกเลือกตั้งชัยภูมิรอบนี้ถือเป็นที่จับตามองอย่างมาก เนื่องจากเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างแชมป์เก่าและผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่ขนกลยุทธ์มามัดใจชาวพญาแล การปิดรับสมัครในครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันที่คาดว่าจะทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันลงคะแนนต่อไป

มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

.