ตร.ปราจีนบุรีเร่งล่า ทาสยาบ้าคลั่งฆ่าปาดคอ-แทง18แผล “จ่าทหาร”ดับคาบ้านพัก

ปราจีนบุรี– บรรยากาศงานศพ  -ทาสยาบ้าฉลองปีใหม่จนเพี๊ยนฆ่าปาดคอ-แทง18แผลจ่าทหารก่อนเผ่นหนี ตร.เร่งหาสาเหตุ-ไล่ล่าแค้นคิดว่าคนตายแจ้งความจับถูกดำเนินคดีล่าสุดตำรวจออกหมายจับเร่งล่า

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ร.ต.ท.รัฐพล เครืออ้นรองสารวัตรเวรฯ(สอบสวน)  สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงเสียชีวิต 1 ราย  สถานที่เกิดเหตุบริเวณหมู่บ้านหนองชะอม หมู่ 7 ต.โคกไม้ลาย อ.เมืองปราจีนบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี , เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี,เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน,แพทย์เวรฯนิติเวช รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร รีบไปตรวจสอบ

ในซอยบ้านหนองชะอม พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ใส่กางเกงวอร์มสีดำ เสื้อยืดแขนยาว รองเท้าผ้าใบสีขาว นอนเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณข้างทาง ใกล้กันพบรถจักรยานสามล้อปั่น จากการตรวจสอบตามร่างกาย พบบาดแผลบริเวณตามร่างกาย 18 แผล ที่บริเวณลำคอถูกมีดบาดเกือบขาด จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิต คือ จ.ส.อ.อำนาจ อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่การเงินทหารเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์  หมู่ 7 ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง

ต่อมาลูกชายผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นนายสิบ ยศสิบเอก ตำแหน่งพลขับเหล่าทหารราบประจำราชการกองกำลังบูรพา(กกล.บูรพา)ชายแดน จ.สระแก้ว ทราบข่าวการเสียชีวิตของพ่อ จึงได้รีบเดินทางกลับมาดูที่เกิดเหตุ  ก่อนเดินทางไปยังในบ้านพักพบกับผู้เป็นแม่ ซึ่งกล่าวว่า “แม่เสียใจที่ช่วยพ่อไม่ได้” หลังจากทางแพทย์ชันสูตรร่างผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว ได้มอบให้หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

ทราบชื่อ ผู้ก่อเหตุต่อมา คือ นายภาณุวัฒน์ อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 6 ต.โคกไม้ลาย ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุได้เดินออกไปปากซอย แล้วขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังติดตามจับกุมตัว โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพที่เกิดเหตุไว้ได้

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรยานไปออกกำลังกายด้านนอก และกำลังจะขี่รถจักรยานกลับเข้าบ้าน ปรากฏว่านายภาณุวัฒน์ ได้เดินมาดัก และกล่าวต่อว่า ก่อนใช้มีดปาดคอ และแทงตามร่างกายหลายแผลรวม 18 แผล  จนทำให้ จ.ส.อ.อำนาจ ล้มลงจากรถจักรยาน เสียชีวิต

ส่วนนายภาณุวัฒน์ เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด อารมณ์รุนแรง เคยถูกจับแล้วหลายครั้ง แต่กลับออกมา ญาติๆที่อยู่บ้านเดียวกันทนพฤติกรรมไม่ได้ กลัวเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต จึงย้ายออกมาพักอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ปล่อยให้นายภาณุวัฒน์ อยู่บ้านเพียงลำพัง

ด้านนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี พี่สาวผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอย่างไร ได้ยินแต่เสียง เมื่อออกมาดู ก็เห็นแต่คนก่อเหตุเดินถือมีดออกไปแล้ว สาเหตุก็ไม่ทราบรายละเอียด แต่รู้ว่าเขามีปัญหากัน แต่ไม่รู้เรื่องอะไร ตนเคยตักเตือนแล้วว่าอย่าไปยุ่ง แต่น้องชายไม่ฟังใคร

ต่อมาเวลา 17.30 น.ที่อาคารนิติเวช หน้าห้องรอรับศพ  นายแหลมทอง  ทองแถม อายุ 79 ปี พอของผู้ตายนางสมทรง  ทองแถม อายุ 71 ปี แม่ของผู้ตาย พร้อมด้วย ภรรยาผู้ตาย พี่สายผู้ตาย ลูกชายผู้ตายได้เดินทางมารับศพเพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองเข้ ต.โคกไม้ลาย อ.เมืองปราจีนบุรีหลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรแล้ว

เวลา18.00 น.นำผู้เสียชีวิตมาทำพิธีรดน้ำศพ โดยมีพันเอก(หญิง) อตินุช  ไชยสมาคม  ผช.ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์เป็นประธาน กำหนดพิ๊สวดพระอภิธรรมระห่างวันที่1-3มกราคม2569 เวลา 19.00 น.กำหนดพิธีฌาปนกิจศพ วันที่ 4มกราคม2569 เวลา 16.00 น.

นางสมทรง  ทองแถม อายุ 71 ปี แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า  คนก่อเหตุติดยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุกินเหล้าฉลองสิ้นปีกับเพื่อน เมื่อลูกชายตนขี่รถจักรยานมาออกกำลังกาย ไปถูกทำร้ายจนเสียชีวิต  กินหน้านั้นคนก่อเหตุเป็นเพื่อนบ้าน บ้านอยู่ตรงข้ามถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าใจว่าลูกชายตนเป็นคนแจ้ง  เคยเคลียร์กันแต่ไม่เป็นผลจนมาก่อเหตุสลดดังกล่าว

สำหรับหรับบิดาคนตายเป็นอดีตทหารเหล่าปืนใหญ่ คนตายเป็นทหารเสนารักษ์ จนท.การเงินที่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ นิสัยดี ไม่มีปัญหากับใคร และมีลูกชายเป็นทหารประจำการราชการสนามชายแดนกองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) จ.สระแก้วเหล่าทหารราบยศสิบเอก ตำแหน่งพลขับ หน่วยบูรพาพยัคฆ์ ในการรักษาอธิปไตยในขณะนี้  ไม่น่าเกิดเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น นางสมทรง  กล่าว

ล่าสุด เวลา18.20 น.พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรีเปิดเผยว่า ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับกุมผู้ก่อเหตุที่ระหว่างหลบหนี และอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมข้อมูล และเร่งติดตามคนก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี    ###

ศรีสะเกษพร้อมใจทำบุญตักบาตร 109 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล รับปีม้าทอง

ศรีสะเกษเริ่มศักราชใหม่ ผู้ว่าฯ นำข้าราชการ–ประชาชนทำบุญตักบาตร 109 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล รับปีม้าทองอย่างเป็นสิริมงคล

จังหวัดศรีสะเกษเริ่มต้นศักราชใหม่อย่างเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2569 ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวศรีสะเกษ ต่างพร้อมใจกันนำครอบครัวร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 109 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเสริมสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ตามวิถีพุทธ

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

วานนี้ (1 ม.ค. 69) บริเวณด้านหน้า ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ นาย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนาง โสภา ธรรมประจำจิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และประชาชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรรับปีใหม่อย่างพร้อมเพรียง

การทำบุญตักบาตรในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งยังเป็นการทำบุญเสริมสิริมงคลในวันแรกของปีใหม่ รับปีม้าทองอย่างมีความสุขและความเจริญ ตามวิถีพุทธของเมืองคน 4 เผ่า ศรีสะเกษ ได้แก่ เขมร ลาว เยอ และกูย

โดยมีพระ พระวินัยเมธี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ นำพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จำนวน 109 รูป ออกรับบิณฑบาตร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสร้างกุศลรับปีใหม่ ตามหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงสอนไว้ว่า “อย่าประมาทในการดำเนินชีวิต” และหมั่นสร้างบุญสร้างกุศลเป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้ ตามความเชื่อแต่โบราณ หากวันแรกของการก้าวสู่ปีใหม่ได้ทำบุญร่วมกับครอบครัว จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล ความโชคดี และความสุขความเจริญตลอดทั้งปี

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

55ชีวิตระทึก!รถบัสตกล่องพลิกคว่ำวังน้อยเข้ากทม.เจ็บระนาว

พระนครศรีอยุธยา-อุบัติเหตุหมู่ช่วง 7 วันอันตราย รถบัสจากจังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปยัง จังหวัดสมุทรสาคร ตกล่องพลิกคว่ำกลาถนนพหลโยธิน กม.73 วังน้อย บาดเจ็บ 11 ราย

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 2 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถบัสไม่ประจำทางพลิกคว่ำ บนถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงกม.73 ขาเข้า กรุงเทพมหานคร พื้นที่ ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
รถบัสคันเกิดเหตุ มีผู้โดยสารทั้งหมด 55 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 35 คน โดยเดินทางมาจาก จังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปยัง จังหวัดสมุทรสาคร

ตรวจสอบเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย แบ่งเป็นชาย 3 ราย หญิง 8 ราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการคัดแยกผู้บาดเจ็บตามระดับอาการ และนำส่งตามโรงพยาบาลใกล้เคียง

– ผู้บาดเจ็บระดับสีเหลือง 9 ราย
นำส่ง โรงพยาบาลบางปะอิน 3 ราย (หญิง)
นำส่ง โรงพยาบาลวังน้อย 6 ราย (ชาย 2 ราย หญิง 4 ราย)
– ผู้บาดเจ็บระดับสีเขียว 2 ราย
นำส่งโรงพยาบาลวังน้อย (ชาย 1 ราย หญิง 1 ราย)

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถบัสคันดังกล่าว พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ภาพ : มูลนิธิพุทไธศวรรย์พระนครศรีอยุธยา
ข่าว : น้าแรม อโยธยา

สายมูนับ 1,000 แห่ขอโชคลาภเลขเด็ดปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา

ปราจีนบุรี – หลังเฉลิมฉลองหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ก่อนกลับไปทำงานเริ่มต้นปี’69 สายมูนับ 1,000 แห่ขอโชคลาภเลขเด็ดปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา

บรรยากาศหยุดยาวต่อเนื่องต้อนรับปีใหม่ วันหวยออกวันที่ 2ม.ค.2569พบที่วัดประทุมบูชา ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  พบประชาชนเนืองแน่นตลอดวันมาขอพร โชคลาภตอนรับปีใหม๋โดยเฉพาะโชคลาภจากปู่ท้าวเวชสุวรรณ 

ซึ่งวัดปทุมบูชา เป็นสถานที่ประชาชนศรัทธาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2524 เป็นองค์ท้าวเวชสุวรรณ ที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันออก สูง 12 เมตร สร้างเมื่อปีที่ฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ขนาดความกว้าง 3 เมตรสูง 12 เมตร 99 ซม. ซึ่งเป็นงานที่โดยช่างกรมศิลปากรซึ่งเป็นลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสมาเป็นช่างก่อสร้างเป็นงานติดกระจกองค์แรกในประเทศไทย และมีความสูงที่สุดในประเทศไทย

ผู้มาสักการะขอพรใช้น้ำแดง ดอกกุหลาบแดงบูชาขอพร ขอโชคลาภ หน้าที่การงาน สุขภาพ  โดยเฉพาะเลขเด็ด!ในวันนี้เป็นวันหวยออก วันแรกของปี 2569 นี้  พบมีการเสี่ยงเซียมซี การจุดธูปเสี่ยงทาย หรือบางคนล้วงไหจับลูกปิงปองอธิษฐานขอโชคลาภต้อนรับปีใหม่

นอกจากนี้ ที่ข้างพระอุโบสถติดริมแม่น้ำปราจีนบุรี มีพระใหญ่ปางประทานพร พระพุทธสิรินาถภูวดล องค์ใหญ่ที่สุดใน จ.ปราจีนบุรี  ขนาดหน้าตัก กว้าง 16 เมตรความสูง 30 เมตร ให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการเพื่อเป็นสิริมงคล   พร้อมกันยังทางวัดมีการตั้งโรงทานสำหรับผู้ที่มาไหว้ท้าวเวชสุวรรณ เพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายที่มาเดินทางไกล มีอาหารบริการฟรีบริการ พร้อมๆ กับพระโพธิสัตย์หลวงปู่ทวด หลวงปู่โตอีกด้วย

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี  ###

.

นทท.กว่า 3 พันฝ่าลมหนาวทำบุญตักบาตรรับปีใหม่ -รับแสงแรกบนเขาใหญ่

ปราจีนบุรี- นทท. กว่า 3,000 คนพักกางเต็นท์เคาท์ดาวน์ทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์ 72 รูปรับแสงแรกบนอุทยานฯเขาใหญ่มรดกโลกท่ามกลางอุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส

เมื่อเวลา 07.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ที่ลานกางเต้นท์ชั่วคราวเขาร่ม หรือ ลานเฮลิคอปเตอร์บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก (ในพื้นที่4จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา) นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์. ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1(ปราจีนบุรี)

พร้อมด้วยนายชัยยา  ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดพิธีทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่ต้อนรับปีใหม่ 2569ต้อนรับแสงแรกแห่งปีบนมรดกโลก ถวายพระสงฆ์จำนวน72 รูป ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่พักค้างกางเต้นท์บนอุทยานฯ จำพนวนมากกว่า 3,000 คนร่วมทำบุญตักบาตรท่ามกลางอุณหภูมิยามเช้าต่ำสุดที่11 องศาเซลเซียส

โดยก่อนหน้ากลางดึกได้มีพิธีสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ 31 ธ.ค. ต่อเนื่องถึง วันที่ 1 มกราคม 2569 ต้อนรับปีใหม่ 2569พร้อมร่วมร้องเพลงชาติไทยบนอุทยานฯรับต้นปีกระหึ่มกึกก้องบนอุทยานฯและตักบาตรในเช้าวันนี้ (1 ม.ค. ) ต้อนรับปีใหม่บนมรดกโลก

นายชัยยา  ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า  ใน วันที่ 1 มกราคม 2569 ต้อนรับปีใหม่ ร่วมกับนักท่องเที่ยว ในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายพระภิกษุสามเณร ต้อนรับปีใหม่ 2569 รวม จำนวน 72 รูปเพื่อเป็นสิริมงคล และ อุทิศส่วนกุศลอุทิศแด่วิญญาณเหล่าทหารกล้าผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย – จนท.ป่าไม้ผู้สละชีพ-เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่

จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบของขวัญปีใหม่ ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ สำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 นั้นพบมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาท่องเที่ยวพักผ่อนมากกว่า  21,958 คน ขึ้นพักกางเต้นท์ เต็มลานกางเต็นท์ลำตะคอง จำนวน 1,050คน ลานกางเต็นท์เขาร่ม 2,000คน

และในวันนี้วันแรกของปี 2569   ได้รับแจ้ง  ที่ปากทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝั่งด่านเนินหอม ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี  และ ฝั่งด่านศาลเจ้าพ่อ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นมาพักผ่อนท่องเที่ยวตั้งแต่เริ่มเปิดด่าน

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี ###

.

เที่ยวเมืองเหน่อ ห้ามพลาด “ครัวเจ้าป่า” พริกแกงอร่อยถึงใจ อาหารไทยพื้นบ้าน

“เมืองเหน่อ”สุพรรณบุรี นับเป็นอีกจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งวัดวาอารามเก่าแก่ ตลาดโบราณ และแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเทศกาลหยุดยาว เนื่องจากสุพรรณบุรี อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตามหากนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านหรือมาเที่ยวเมืองเหน่อ จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องไม่พลาด แวะร้านอาหารพื้นบ้านชื่อดังอย่าง “ครัวเจ้าป่า”ตั้งอยู่ถนนสามแยกทางการรถไฟ ซึ่ง เป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้าน ที่บริหารกันแบบครอบครัว บรรยากาศร่มรื่น เป็นกันเอง

ร้านครัวเจ้าป่า โดดเด่นเรื่อง เมนูปลาแม่น้ำแท้ๆ โดยปลาที่ได้ในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน โดยเมนูเด็ดมีประจำร้าน ได้แก่ ปลาม้า ปลาคัง ปลาหมอเทศ และ ปลาตะเพี้ยนไข่ ขึ้นชื่อเรื่องความสดสะอาดมากๆ รสชาติอร่อยถึงใจ

จุดเด่นสำคัญของร้านคือ พริกแกงทำเอง คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่พริกแห้ง กระเทียม เลือกกันเม็ดต่อเม็ด ทำให้รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง

เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาด

ฉูฉี่ปลาเนื้ออ่อน ทอดกรอบ กินได้ทั้งตัว
ฉูฉี่ปลาหมอเทศ ตัวใหญ่ เนื้อแน่น มันอร่อย
แกงป่าปลาคัง (สายเผ็ดห้ามพลาด)
ต้มยำปลาม้า / ต้มยำไก่บ้าน

ปลาเค้าทอดน้ำปลา
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
ผัดเผ็ดหมูป่า
ปีกไก่ทอด กรอบเหลือง เด็กๆ ชอบแน่นอน

ราคาสบายกระเป๋า ร้านตั้งอยู่ทางไปสถานีรถไฟสุพรรณบุรี หาไม่ยาก
เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 21.00 น.
โทร: 063-360-9694

ชาวโคราชแห่กราบสักการะ”ท้าวสุรนารี” ขอพรศิริมงคลชีวิตรุ่งเรืองรับปีม้าทอง

ประชาชน นักท่องเที่ยว และลูกหลานชาวโคราชแห่กราบสักการะย่าโมเพื่อความสิริมงคลรับปีใหม่ 2569  แน่นลานย่าโม

บรรยากาศ วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ 2569  ต้อนรับปีม้าทอง ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ทั่วบริเวณลานย่าโม เนืองแน่นไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว และลูกหลานชาวโคราช

แห่กราบไหว้สักการะขอพร “ท้าวสุรนารี” เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569 ขอพรให้ชีวิตรุ่งเรือง สมหวัง ขจัดสิ่งเลวร้ายไม่ให้เข้ามาในชีวิต!

.

นนท.ทะลักภูเขาโต้ลมหนาว-รับแสงแรกแห่งปี 2569 บนมอหินขาวเสริมศิริมงคลชีวิต

บรรยากาศการท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ ปีนี้คึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ลานมอหินขาว แหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์ระดับประเทศ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2569 ท่ามกลางขุนเขาและอากาศหนาวเย็น

ทีมข่าวลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม พบว่ามีนักท่องเที่ยวและประชาชนหลายพันคนเดินทางมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมร่วมกิจกรรมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ โดยจังหวัดชัยภูมิได้เนรมิตพื้นที่ “ลานหิน 5 แท่ง” ให้เป็นจุดจัดงานส่งท้ายปี มีการประดับไฟสวยงาม จัดมุมถ่ายภาพ การแสดงดนตรีสด และมินิคอนเสิร์ต สร้างสีสันตลอดทั้งคืน

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร และของท้องถิ่นจำนวนมาก ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งกิน นั่งฟังเพลง และชมการแสดงอย่างเต็มอิ่ม ท่ามกลางบรรยากาศลมหนาวบนยอดเขา

สำหรับเมนูยอดนิยมรับอากาศหนาว ยังคงเป็นอาหารปิ้งย่างหลากหลาย อาทิ ข้าวจี่ ข้าวโพดย่าง พิซซ่าร้อน ๆ และไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ “หมูกระทะ” ซึ่งมีให้บริการตลอดงาน โดยพ่อค้าแม่ค้าเผยตรงกันว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สินค้าที่นำมาจำหน่ายขายดีตลอดทั้งคืน

กระทั่งถึงช่วงเวลานับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ นักท่องเที่ยวต่างพร้อมใจกันร่วมเคาท์ดาวน์ เฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ ก่อนเริ่มต้นปีใหม่ด้วยรอยยิ้ม จากการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ

โดย…มัฆวาน วรรณกุล  -อารยา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

.

ฉลองปีใหม่!กินหมูดิบระวังหูดับ โคราชล้มป่วยพุ่ง 93 ราย เสียชีวิต 13 ศพ

สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เผย ปี 2568 พบผู้ป่วยไข้หูดับแล้ว 93 ราย เสียชีวิต 13 ราย ย้ำไม่กินหมูดิบ แยกตะเกียบเลี่ยงได้

นพ.วิชาญ คิดเห็น สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ได้โพสต์เตือนในเพจเฟสบุ๊ก “สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา” โดยระบุว่า “โคราช ติดอันดับ 1 ของประเทศ ป่วยด้วยโรคไข้หูดับ” ซึ่งข้อมูลจากกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยด้วยโรคไข้หูดับสะสม จำนวน 93 ราย และเสียชีวิต 13 รายแล้ว โดยไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) อยู่ในทางเดินหายใจของหมูและเลือดของหมูที่กำลังป่วย

สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.ทางการบริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ  2.ทางการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค โดยเชื้อจะเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา หรือการสัมผัสเลือดของหมูที่กำลังป่วย ทำให้หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1-14 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง

ปัจจุบัน มีประชาชนบริโภคหมูดิบ หรือหมูที่สุกๆ ดิบๆ แล้วป่วยและตายจากโรคไข้หมูดิบ หรือไข้หูดับ และยังมีอาหารอื่นๆ ที่บริโภคแล้วมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ได้แก่ ลาบเลือดดิบ ก้อยดิบ แหนมหมูดิบ เป็นต้น ซึ่ง พ่อครัว แม่ครัว และผู้ปรุงอาหารที่มีบาดแผลแล้วไปสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดหมูดิบๆ ที่มีเชื้อก็เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หมูดิบได้เช่นกัน ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา จึงขอเน้นย้ำประชาชนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สามารถป้องกันได้ โดย

1.ไม่รับประทานเนื้อหมู เลือด เครื่องในดิบ หรือสุกๆดิบๆ
2.แยกการใช้อุปกรณ์ เช่น เขียง มีด สำหรับหั่นเนื้อหมูดิบและผัก
3.เลือกซื้อเนื้อหมูจากร้านที่ได้มาตรฐาน
4.หากรับประทานหมูกระทะ ให้แยกใช้ตะเกียบสำหรับคีบเนื้อหมูดิบและตะเกียบสำหรับคีบอาหารสุก
5.ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู หลังเสร็จกิจกรรม ควรรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที”

.

หยุดยาวปีใหม่!นักท่องเที่ยวทะลักสังขละบุรี “สะพานไม้”แน่น แทบไม่มีที่ให้เดิน

กาญจนบุรี-หยุดยาวปีใหม่ นักท่องเที่ยวทะลักแน่นสังขละบุรี โดยเฉพาะ “สะพานไม้” แทบไม่มีที่ให้เดิน ตำรวจพร้อมอำนวยความสะดวก ผู้ประกอบการรับอานิสงส์เงินสะพัด

ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569  บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี คึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณ สะพานไม้อุตมะนุสรณ์ (สะพานไม้) สะพานไม้ยาวอันดับ 2 ของโลก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับนานาชาติ หมู่ 2 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาอย่างหนาแน่น จนแทบไม่มีพื้นที่ให้เดินบนสะพาน

จากการประเมินพบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน ส่งผลให้โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึก เต็มข้ามปี ผู้ประกอบการได้รับอานิสงส์อย่างถ้วนหน้า เกิดเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวจำนวนมาก

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนบางจังหวัดติดประเทศกัมพูชาในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเปลี่ยนเส้นทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีแทน

นอกจากนี้ การเปิดใช้งาน ถนนมอเตอร์เวย์สาย M81 อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางจากหลายจังหวัดเข้าสู่กาญจนบุรีได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มสูง โดยเฉพาะบริเวณ ด่านเจดีย์สามองค์ ชายแดนตะวันตก อำเภอสังขละบุรี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างสะพานไม้อุตมะนุสรณ์ ที่มีนักท่องเที่ยวแน่นตลอดทั้งวัน

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว ร่วมทำบุญใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์จากวัดวังเวการาม (หลวงพ่ออุตตมะ) ในช่วงเช้า จากนั้นเดินข้ามสะพานไม้ไปยังฝั่งชุมชนตลาดสดสังขละบุรี ถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก ก่อนจะต่อเรือนำเที่ยวไปชม โบสถ์จมน้ำ หรือเมืองบาดาล แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของสังขละบุรี

ด้านการดูแลความปลอดภัย สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี นำโดย พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ปป. และ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป. บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง นำโดย นายถนอม แก้วจันทร์ กำนันตำบลหนองลู นายปวรุฒ์ วนาพิทักษ์กุล สารวัตรกำนันตำบลหนองลู ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ร้อย ตชด.ที่ 134 และ อส.อำเภอสังขละบุรี ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว

พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับและคิวอาร์โค้ดสำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน รวมถึงร่วมรณรงค์โครงการ “เมาไม่ขับ ขับขี่ปลอดภัย” เพื่อให้การท่องเที่ยวช่วงปีใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

โดย…ปรีชา ไหลวารินทร์/กาญจนบุรี